เรื่องทั้งหมดโดย Feed News

ไทยพาณิชย์เปิดงบครึ่งปีแรก 2019 กำไรสุทธิ 20,132 ล้านบาทลดลง 10.4% จากปีก่อน

เมื่อธุรกิจธนาคารมีความท้าทายมากขึ้น ด้านธนาคารไทยพาณิชย์ครึ่งปีแรกนี้กำไรสุทธิลดลง 10.4% มีสาเหตุจากอะไร?

ภาพจาก Shutterstock

ผลประกอบการนาคารไทยพาณิชย์และบริษัทย่อยครึ่งปีแรกของปี 2019 มีจุดสำคัญดังนี้

กำไรสุทธิอยู่ที่ 20,132 ล้านบาท ลดลง 10.4% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมากจากค่าใช้จ่ายครั้งเดียวในการตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงานจากกฎหมายแรงงานใหม่ (เมื่อไตรมาส 1 ปี 2019) และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลงเพราะการยกเลิกค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านช่องทางดิจิทัล รวมถึงรายได้จากการรับประกันภัยที่ลดลง

รายได้ดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 50,250 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
โดยเติบโตจากสินเชื่อของธนาคาร และที่ผ่านมาธนาคารปรับพอร์ตสินเชื่อโดยเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนสูง

รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอยู่ที่ 20,362 ล้านบาท ลดลง 9.7% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน 34,493 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีแนวโน้มดีขึ้นเพราะการดำเนินงานของโครงการ Transformation เข้าสู่ช่วงสุดท้ายน่าจะทำให้ค่าใช้จ่ายการลงทุนส่วนนี้หมดไป 

สินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) อยู่ท่ 68,885 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ส่วนหนี้เสียใหม่ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มาจากกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมโภคภัณฑ์เกษตร สินเชื่อบ้าน สินเชื่อเช่าซื้อ

ส่วนการขายหุ้น SCB Life ทางธนาคารไทยพาณิชย์คาดว่าจะได้รับค่าตอบบแทน 92,700 ล้านบาท  ซึ่งจะเกิดขึ้นหลังจากการโอนหุ้นเสร็จสิ้นภายในปี 2019

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/scb-h12019/

โฆษณา

ชมตัวอย่างล่าสุดของเซนต์เซย่า เทพบุตรแห่งดวงดาว ก่อนฉายให้ชมทาง Netflix วันที่ 19 กรกฎาคมนี้

Netflix พร้อมฉายซีรีส์แอนิเมชั่น เซนต์เซย่า เทพบุตรแห่งดวงดาว (SAINT SEIYA: Knights of the Zodiac) เริ่มตอนแรกในวันที่ 19 กรกฎาคมนี้ (มีทั้งหมด 6 ตอน) และได้ปล่อยตัวอย่างล่าสุดออกมาให้ชมกันแล้ว

ในอดีตกาล เหล่าเซนต์อุทิศตัวเพื่อปกป้องอาธีน่า เทพีแห่งสติปัญญาและสงคราม ตัดมาในยุคปัจจุบัน เซย์ย่าผู้กำพร้าและเซนต์รุ่นใหม่กำลังจุติเพื่อช่วยอาธีน่าต่อสู้ปีศาจร้ายที่มุ่งหมายจะทำลายล้างมนุษยชาติ

ที่มา – Netflix

from:https://www.flashfly.net/wp/260150

Apple กำลังทำงานอย่างหนัก เพื่อป้องกันข้อมูล iPhone 12 รั่วไหล ก่อนที่จะเปิดตัวในปี 2020

iPhone 11 หรือ iPhone ที่กำลังจะเปิดตัวในเดือนกันยายนนี้ ถูกปล่อยภาพเรนเดอร์ออกมาตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 2019 หลังจาก Apple เปิดตัว iPhone XR, XS, XS Max ได้เพียง 3 เดือน และเป็นการปล่อยภาพหลุดก่อนที่ iPhone 11 จะเปิดตัวถึง 9 เดือน

Steve Hemmerstoffer เจ้าของบัญชี Twitter @OnLeaks เป็นคนแรกที่ปล่อยภาพเรนเดอร์ iPhone 11 ออกมาตั้งแต่ต้นปี และภาพเรนเดอร์ของเขาดูเหมือนจะมีความแม่นยำสูง จนถูกสร้างออกมาเป็น เครื่องดัมมี่ ให้เราได้เห็นกันเมื่อไม่นานมานี้

น่าสนใจว่า Steve Hemmerstoffer ได้ข้อมูลมาอย่างไร?

iPhone ในช่วง 5 ปีแรก ถูกผลิตออกมาเพียงปีละ 1 รุ่น ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาดสมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยม และย้งส่งผลให้ข่าวลือเกี่ยวกับ iPhone รุ่นถัดไป อยู่ในความสนใจเป็นอย่างมาก

ข้อมูล iPhone รุ่นใหม่ มีที่มาจากซัพพลายเออร์ของ Apple โดยพนักงานบางรายในนั้น สามารถนำข้อมูลไปแลกเป็นเงินได้ และได้รับค่าตอบแทนมากกว่าเงินเดือนที่พวกเขาได้รับมากถึง 3 เท่า

Apple เผชิญกับปัญหาข้อมูลรั่วไหลอย่างรุนแรง ในปี 2013 โดยมีภาพหลุด iPhone 5c ที่มีหลายสีสันถูกแชร์ออกมาก่อนเปิดตัวทางการเพียงไม่กี่เดือน และยังถูกขโมยเคส iPhone 5c ออกไปจากโรงงานผลิตถึง 19,000 ขิ้น ทำให้ Apple ต้องซื้อคืนกลับมา

หลังจากนั้น Apple ได้เพิ่มมาตรการป้องกันความลับรั่วไหลให้เข้มงวดยิ่งขึ้น ด้วยการแต่งตั้งทีม New Product Security ขึ้นมา คอยตรวจสอบซัพพลายเออร์ทั่วโลก แต่ก็ยังไม่สามารถป้องกันข้อมูลรั่วไหลได้อย่างสมบูรณ์ ในปี 2014 มีรายงานการขโมยข้อมูลถึง 387 ราย และลดลงเหลือ 57 รายในปี 2015 ขณะที่ปี 2016 พบรายงานเพียง 4 ราย

แต่ท้ายที่สุดเรายังคงเห็นภาพหลุด และข่าวลือเกี่ยวกับ iPhone รุ่นใหม่ออกมาอยู่เสมอ โดยเฉพาะในปีนี้ iPhone 11 ที่ถูกเปิดเผยภาพเรนเดอร์ออกมาก่อนตัวจริงจะเปิดตัวถึง 9 เดือน และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ Apple ต้องทำงานให้หนักขึ้น สำหรับการปกปิดข้อมูล iPhone รุ่นถัดไปที่จะออกมาในปีหน้า

มีรายงานว่า Apple ได้เปลี่ยนทรัพยากรด้านคอมพิวเตอร์ เพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลดิจิตอล มีการแยกเก็บไฟล์ CAD ไว้ในเครือข่ายที่ปลอดภัยมากขึ้น และยังใส่ลายน้ำให้กับไฟล์ทั้งหมด เพื่อป้องกันการจับภาพหน้าจอ มีการแบนบริการอีเมลและบริการคลาวด์ของบุคคลที่สาม อย่าง Google Enterprise และ Dropbox

ถ้าหากยังมีข้อมูลเกี่ยวกับ iPhone รั่วไหลออกมา ซัพพลายเออร์ที่รับผิดชอบ จะต้องจ่ายค่าปรับให้บริษัทฯ เป็นจำนวนเงิน 25 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 770 ล้านบาท และต้องเสียเงินให้กับค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวน

มาตรการใหม่ของ Apple ส่งผลให้ ซัพพลายเออร์ต้องเพิ่มความรัดกุมภายในบริษัทด้วย โดยมีการอัพเกรดระบบรักษาความปลอดภัยในโรงงาน ทั้งกล้องจดจำใบหน้า, กล้องวงจรปิด และเพิ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

ที่มา – Phonearena

from:https://www.flashfly.net/wp/260144

ออกไปลุยโลกให้เต็มที่ ใช้ชีวิตอย่างมีพลัง Dunloppillo บอกว่า การนอนให้เพียงพอสำคัญที่สุด

คุณให้ความสำคัญกับการนอนมากแค่ไหน? 

ยุคสมัยแห่งการเร่งรีบ การใช้ชีวิตในเมือง ทำให้หลายคนให้ความสำคัญกับการนอนน้อยลงไปมาก สำรวจง่ายๆ ตื่นขึ้นมาสดชื่นหรือไม่ เมื่อคืนนอนหลับสนิท สบายตลอดคืนหรือเปล่า แล้วเช้าวันนี้ คุณพร้อมมากแค่ไหนกับการออกไปลุยงาน ผจญโลกกว้าง และ #ใช้ชีวิตอย่างมีพลัง

ถ้าพักผ่อนน้อย นอนไม่เพียงพอ หรือหลับไม่สนิทจริง ไม่มีทางพร้อมเต็ม 100%

#ใช้ชีวิตอย่างมีพลัง แคมเปญที่ให้ความสำคัญกับการนอน

บริษัท ดันล้อปพิลโล่ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Dunloppillo แบรนด์ที่นอนระดับโลกจากประเทศอังกฤษ รู้ว่า ทุกวันนี้คนละเลยเรื่องคุณภาพการนอน หลายคนอดหลับอดนอน พักผ่อนไม่เพียงพอ เพื่อทำงาน เพื่อออกไปท่องเที่ยว ผจญภัยในโลกกว้าง คำถามคือ นั่นคือวิธีที่ถูกต้องอย่างนั้นหรือ?

เราใช้งานร่างกายมากเกินไป เราดูแลตัวเองน้อยเกินไป แล้วเราจะได้รับประสบการณ์ที่มีคุณภาพ หรือมีโอกาสประสบความสำเร็จได้จริงหรือ?

นั่นจึงเป็นที่มาของแคมเปญ #ใช้ชีวิตอย่างมีพลัง #LiveYourLifeToTheFullest ที่ต้องการกระตุ้นเตือนให้ทุกคนให้ความสำคัญกับการนอนอย่างจริงจัง เพื่อให้มีพลังที่จะเต็มที่กับทุกกิจกรรมในทุกๆ วัน

Dunlopillo Live your life to the fullest

 

ชวนทุกคนประกวดภาพถ่าย กับหัวข้อ  #ใช้ชีวิตอย่างมีพลัง หลังการพักผ่อนอย่างเต็มที่

Dunlopillo ต้องการสื่อสารแคมเปญ #ใช้ชีวิตอย่างมีพลัง #LiveYourLifeToTheFullest ออกมาให้ตรงกับความหมายมากที่สุด นั่นคือ ถ้าพักผ่อนอย่างมีคุณภาพ ก็จะมีพลังออกมาใช้ชีวิตได้เต็มที่ และหนึ่งในวิธีการสื่อสารที่ชัดเจนคือ การถ่ายภาพ

หนึ่งภาพถ่าย แทนความหมายนับล้านคำ

โดยอยากชวนทุกคนใช้พลังความคิดสร้างสรรค์มาถ่ายภาพประกวดเพื่อสื่อความหมาย #ใช้ชีวิตอย่างมีพลัง โดยมีขั้นตอนง่ายๆ ตามนี้

  1. แอด LINE ID: @Dunlopillothai และเลือกเมนูลงทะเบียนกิจกรรม-กรอกข้อมูลชื่อจริง นามสกุลจริง อีเมล และเบอร์โทรศัพท์ ให้ถูกต้อง
  2. ออกค้นหาความหมาย ใช้พลังความคิดสร้างสรรค์ในแบบเฉพาะของตนเอง ที่สื่อถึงหัวข้อ #ใช้ชีวิตอย่างมีพลัง หลังได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่
  3. Upload รูปไปที่ https://dunlopilloliveyourlifetothefullest.com/upload  หรือเลือกเมนู อัปโหลดรูปภาพ ในช่องทาง LINE ID: @Dunloppillothai
  4. กด Share ไปยัง Facebook ของตนเอง ตั้งค่าเป็น สาธารณะ (Public) พร้อมใส่  #ใช้ชีวิตอย่างมีพลัง #LiveYourLifeToTheFullest
  5. ร่วมกิจกรรมได้ระหว่างวันที่ 15 ก.ค. – 13 ส.ค. 62 ประกาศผลรางวัล รูปภาพที่มีพลังมากที่สุด 2 ก.ย. 62

ผู้เข้าร่วมสามารถอัปโหลดรูปภาพได้มากกว่า 1 ครั้ง ทางระบบจะบันทึกเฉพาะรูปล่าสุดเท่านั้น และหากผู้เข้าประกวดต้องการเปลี่ยนแปลงข้อมูล ชื่อ – นามสกุล, อีเมล, เบอร์โทรศัพท์ สามารถแจ้งได้ที่ LINE @Dunlopillothai หรือโทร 02 751 8030 ต่อ 4417

ลุ้นรางวัล กล้อง Leica Q (Typ 116) และรางวัลอื่นรวมมูลค่ากว่า 1,000,000 บาท

สำหรับรูปภาพที่มีพลังในการใช้ชีวิต จะได้รับรางวัล

  • รางวัลชนะเลิศ รับไปทั้งคู่ กับกล้อง Leica Q (Typ 116) Digital Camera wields a full-frame 24.2-megapixel มูลค่า 168,400 บาท และ ที่นอน Dunlopillo รุ่น Preston มูลค่า 149,129 บาท 1 รางวัล
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ที่นอน Dunlopillo  รุ่น Inspire มูลค่า 142,741 บาท 1 รางวัล
  • รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ที่นอน Dunlopillo  รุ่น Reflection มูลค่า 131,414 บาท 1 รางวัล
  • รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 3 ที่นอน Dunlopillo  รุ่น Excellency มูลค่า 69,900 บาท 1 รางวัล
  • รางวัลชมเชย หมอน  Goose down มูลค่า 13,900 บาท  20 รางวัล

#ใช้ชีวิตอย่างมีพลัง กับ 3 ประสบการณ์ 3 รูปแบบจาก 3 บุคคล

เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น Dunloppillo ได้สะท้อนมุมมองจาก 3 บุคคลที่แสดงให้เห็นว่า ประสบการณ์และความสำเร็จมีจุดกำเนิดมาจากการนอนหลับผักผ่อนที่มีคุณภาพและเพียงพอ ถ่ายทอดผ่านคลิปวิดีโอสั้นดังนี้

ถึงตรงนี้ อยากให้กลับมาถามตัวเองว่า คุณพร้อมลุยงานสำคัญขนาดไหน พร้อมที่จะประสบความสำเร็จหรือไม่ ร่างกายต้องการออกไปสัมผัสธรรมชาติ ป่าเขาและทะเล หรือเปล่า

ชีวิตคนเรามีแค่นี้ ต้องเต็มที่ในทุกๆ วัน แต่ขอให้เต็มที่อย่างมีคุณภาพ #ใช้ชีวิตอย่างมีพลัง

แล้วพลังของคุณมาจากไหน? มาร่วมกันแชร์ภาพถ่ายที่สะท้อน #ใช้ชีวิตอย่างมีพลัง #LiveYourLifeToTheFullest ด้วยกัน

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/dunloppillo-live-your-life-to-the-fullest/

เปิดตัว NDID คาดใช้จริงช่วงปลายปีนี้ เริ่มเปิดบัญชีใช้ข้อมูลต่างธนาคารยืนยันตัวตน

ในงาน Bangkok FinTech Fair 2019 มีการเปิดตัว National Digital ID ซึ่งจะสร้างความสะดวกในการยืนยันตัวเองได้ เริ่มต้นที่การเปิดบัญชีเงินฝากโดยสามารถยืนยันตัวตนข้ามธนาคารได้ทันที

ในงาน Bangkok FinTech Fair 2019 ซึ่งจัดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย ได้มีการเปิดตัว บริษัท เนชั่นแนลดิจิทัลไอดี จำกัด เพื่อที่จะเป็นตัวกลางของภาครัฐและเอกชนในการเชื่อมต่อข้อมูลในการพิสูจน์และรวมไปถึงการยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ (National Digital ID) หรือ NDID ซึ่งจะอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในอนาคต

สุทธิรา ศรีไพบูลย์ รักษาการประธานบริษัท และตัวแทน บริษัท เนชั่นแนลดิจิทัลไอดี จำกัด ได้กล่าวว่า NDID มีวัตถุประสงค์ที่จะยกระดับการทำธุรกรรมทางดิจิทัลให้มีประสิทธิภาพ มีความน่าเชื่อถือ และได้รับการรองรับทางกฎหมายในการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์บนโลกดิจิทัล

สำหรับ NDID จะสร้างประโยชน์ได้อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นภาคธุรกิจหรือภาคบริการ และช่วยยกระดับของการทำความรู้จักลูกค้าผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-KYC รวมไปถึง NDID ช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการที่หลากหลายและได้รับความสะดวก เช่น ธนาคาร ลงทุน ประกันภัย สาธารณะสุข โทรคมนาคม และการศึกษา

บริการของ NDID คาดว่าจะใช้บริการได้ภายในไตรมาส 4 ซึ่งบริการที่จะเปิดใช้จะสามารถทำให้ประชาชนสามารถเปิดบัญชีเงินฝากที่ลูกค้าเคยมีบัญชีธนาคารอื่นอยู่แล้ว สามารถยืนยันตัวตนข้ามธนาคารได้ทันที ในอนาคต NDID สามารถยืนยันจากบุคคลธรรมดาไปสู่นิติบุคคล และชาวต่างชาติในระยะต่อไป

สุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA ได้กล่าวว่า โครงการนี้รัฐและเอกชนเข้ามาร่วมมือกันกว่าจะตกผลึกได้ และเชื่อมั่นว่าปลอดภัย ไม่ละเมิด ความเป็นส่วนตัว อยากเชิญให้หน่วยงานรัฐหลายๆ ภาคส่วนมาใช้บริการนี้ด้วยซ้ำ เช่น เรื่องสาธารณสุข หรือ แม้แต่ในด้านความยุติธรรม และมองว่า NDID คือแพลตฟอร์มหลักของประเทศ 

โครงสร้างของ บริษัท เนชั่นแนลดิจิทัลไอดี จำกัด เป็นการถือหุ้นมากถึง 60 บริษัท ประกอบไปด้วย ธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทจัดการกองทุนรวม บริษัทประกันชีวิต บริษัทประกันวินาศภัย บริษัทผู้ให้ชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และบริษัทไปรษณีย์ไทย

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/thai-national-digital-id-open-today-at-thailand-fintech-2019/

Sky: Children of the Light พร้อมให้ดาวน์โหลดแล้วบน iPhone, iPad และ iPod touch ฟรี!!

เกม Sky: Children of the Light จาก thatgamecompany นักพัฒนารายเดียวกับ Journey พร้อมให้เจ้าของอุปกรณ์ iPhone, iPad และ iPod touch ได้ดาวน์โหลดไปเล่นแล้ว หลังจากเปิดตัวเวอร์ชั่น Beta ตั้งแต่ปีที่แล้วในชื่อ Sky: Light Awaits

Sky: Children of the Light ได้รับการแนะนำตัวครั้งแรกตั้งแต่ปี 2017 ในงานเปิดตัว iPhone X ก่อนจะปล่อยออกมาให้เล่นบน Apple TV เท่านั้น โดยควบคุมการเล่นด้วยนิ้วเดียวผ่าน Siri Remote จากนั้นจึงเริ่มพัฒนาเกมให้เหมาะสำหรับ iPhone และ iPad

เดิมที่ Sky: Children of the Light เคยให้สัญญาว่าจะปล่อยออกมาให้เล่นในวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา แต่ติดปัญหาบางอย่างทำให้ล่าช้ามาถึงสัปดาห์นี้

ผู้พัฒนาเกมยืนยันว่า Sky: Children of the Light จะมีเวอร์ชั่นสำหรับเล่นบนอุปกรณ์ Android, Mac, Apple TV, PC รวมถึงเกมคอนโซล ตามออกมาในอนาคต

สำหรับเจ้าของ สามารถดาวน์โหลด Sky: Children of the Light มาเล่นได้ฟรี!! ผ่านทาง App Store โดยมีการหารายได้ผ่านการขายภายในเกม

ที่มา – MacRumors
https://www.flashfly.net/wp/260135

from:https://www.flashfly.net/wp/260135

Slack รีเซ็ตรหัสผ่านผู้ใช้ กระทบประมาณ 1 แสนบัญชี เหตุจากการถูกแฮกเมื่อ 4 ปีก่อน

Slack ประกาศว่าได้ทำการรีเซ็ตรหัสผ่านของผู้ใช้งาน จำนวนประมาณ 1% ของผู้ใช้งาน ซึ่งหากอ้างอิงตัวเลขจำนวนผู้ใช้ที่ Slack เคยรายงาน จะอยู่ราว 1 แสนบัญชี

บัญชีผู้ใช้งานที่ได้รับผลกระทบนั้น Slack บอกว่าต้องมีเงื่อนไขตรงกัน 3 ข้อ คือ เป็นบัญชีที่สร้างก่อนมีนาคม 2015 และ ไม่เคยเปลี่ยนรหัสผ่านเลย และ ไม่ถูกกำหนดให้ต้องล็อกอินผ่าน single-sign-on (SSO)

การรีเซ็ตรหัสผ่านครั้งนี้ Slack บอกว่าเกี่ยวเนื่องจากเหตุการณ์ถูกแฮกในเดือนมีนาคม 2015 ซึ่งแฮกเกอร์ได้แก้ไขโค้ดที่สามารถดักจับรหัสผ่านเป็น plaintext ไว้ได้ ในตอนนั้น Slack ได้รีเซ็ตรหัสผ่านผู้ใช้งานส่วนหนึ่ง และเพิ่มการยืนยันตัวตนขั้นตอนที่สองเข้าไป อย่างไรก็ตามในปีนี้ Slack ได้รับการแจ้งข้อมูลผ่านระบบแจ้งช่องโหว่ ว่าพบข้อมูลรหัสผ่านผู้ใช้งานหลุดออกมาเพิ่มเติม จากการตรวจสอบแล้วคาดว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในปี 2015 จึงตัดสินใจรีเซ็ตรหัสผ่านผู้ใช้งานกลุ่มที่เข้าข่ายทั้งหมด

ที่มา: Slack ผ่าน Engadget

alt="Slack"

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/110920