เรื่องทั้งหมดโดย Feed News

Unboxing : แกะกล่องพรีวิว realme X2 Pro สมาร์ทโฟนแรงเต็มขั้น พลังเรือธง โดนใจสายเกมเมอร์

 

เรียกว่าเป็นแบรนด์น้องใหม่ที่มาแรงจริงๆ สำหรับ realme ที่เพิ่งจะเปิดตัวมาได้เพียงแค่ปีเศษเท่านั้น โดยเริ่มต้นจากการส่งสมาร์ทโฟนระดับกลาง และระดับเริ่มต้นออกมาทำตลาด ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้ใช้เป็นอย่างดี ด้วยสเปกจัดเต็มในราคาสุดคุ้ม

ล่าสุดได้เปิดตัว realme X2 Pro สมาร์ทโฟนเรือธงตัวจริงรุ่นแรกของค่ายที่มาพร้อมสเปกระดับไฮเอนด์แบบจัดเต็มรอบด้าน รวมถึงกล้องถ่ายภาพทรงพลังที่พร้อมตอบโจทย์ทุกสถานการณ์ ด้วยราคาที่เทียบกับสเปกแล้วพูดได้เต็มปากเลยว่าเป็นมิตรมาก

และทาง MobileOcta ก็ได้เครื่องมาแแะกล่องพรีวิวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มาดูกันว่า realme X2 Pro สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นแรกของ realme ที่หลายคนรอคอยกันจะมีรูปลักษณ์ดีไซน์พรีเมี่ยมมากน้อยแค่ไหน? ก่อนชมรีวิวฉบับเต็มกันครับ

 

realme X2 Pro

สเปคเบื้องต้น  realme X2 Pro

ขนาด 161 x 75.7 x 8.7 มม.
น้ำหนัก 199 กรัม
หน้าจอ Dewdrop notch แบบ Super AMOLED ความละเอียด FHD+ 2400 x 1080 พิกเซล ขนาด 6.5 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 และมีสัดส่วนระหว่างหน้าจอกับตัวเครื่องที่ 84.9% พร้อมค่า Refresh Rate ที่ระดับ 90Hz, รองรับ HDR10+ และครอบทับด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 5 ทั้งด้านหน้าและหลัง
หน่วยประมวลผล ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.96GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 855+ (7 nm) และหน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 640 (700 MHz)
RAM 12GB
หน่วยความจำภายในเครื่อง 256GB
microSD Card
กล้องถ่ายภาพ กล้องหลัง 4 ตัว Quad Camera ประกอบด้วย

  • กล้องหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์รับภาพ Samsung ISOCELL Bright GW1 ขนาด 1/1.72 นิ้ว , รูรับแสง f/1.72 และมีขนาดของเม็ดพิกเซลใหญ่ถึง 1.6μm
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Telephoto ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.5, รองรับ PDAF ที่โฟกัสได้เร็วกว่าเดิม, รองรับการซูมภาพแบบ Optical Zoom 5 เท่า และซูมภาพแบบ Hybrid 20 เท่า
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพมุมกว้างได้ 115 องศา, รูรับแสง f/2.2, รอบรับ Autofocus แบบ PDAF ที่โฟกัสได้ดี และเร็วกว่าเดิม นอกจากนี้เลนส์ตัวนี้ยังรองรับการถ่ายภาพแบบ Macro ในระยะใกล้ 2.5 เซนติเมตรด้วย
  • กล้องตัวที่ 4 เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4, วัดระยะการถ่ายรูป Portrait และรองรับโหมด Super Nightscape

กล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX471, รูรับแสง f/2.0 และรองรับ Selfie Nightscape สามารถถ่ายเซลฟี่ในที่มืดได้

ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย Color OS 6.1
เชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.0, USB Type-C, USB On-The-Go, NFC
รองรับระบบ 2G:GSM:850/900/1800/1900

3G:WCDMA:B1/B2/B4/B5/B6/B8/B19

4G:LTE

FDD:B1/B2/B3/B4/B5/B7/B8/B12/B17/B18/B19/B20/B26/B28

TD-LTE:B34/B38/B39/B40/B41

( 4G และ 3G ทุกเครือข่ายในไทย)

แบตเตอรี่ 4000mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ 50W SuperVOOC Flash Charge
สี/ ราคา Lunar White, Neptune Blue ราคา XX,XXX บาท

บรรจุภัณฑ์ / อุปกรณ์ภายในกล่อง

 

กล่องบรรจุภํณฑ์ของ realme X2 Pro เป็นกล่องกระดาษแข็งมาในโทนสีขาว ด้านหน้ากล่องโชว์รูปตัวเครื่องทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ด้านบนนอกจากชื่อรุ่นแล้วยังมาพร้อมสเปกเด่นคือใช้ขุมพลังชิปเซ็ท Snapdragon 855+ และกล้องหลัง 4 ตัวความละเอียด 64 ล้านพิกเซล

ส่วนด้านหลังกล่องจะระบุชื่อรุ่น / สี / ซึ่งสีที่ได้มารีวิวคือสีฟ้า Naptune Blue ซึ่งเป็นสีที่ได้แรงบันดาลใจจากพื้นผิวน้ำทะเลที่โดนแสงจันทร์กระทบ เข้ากันอย่างลงตัว สร้างเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร พร้อมขนาดความจุ ROM/RAM และเครือข่ายที่รองรับ

อุปกรณ์ภายในกล่องประกอบไปด้วย

 

1.ตัวเครื่อง realme X2 Pro

2.สาย USB Type-C + อะแดปเตอร์ 50W SuperVOOC Flash Charge (10V, 5A)

3.อุปกรณ์เปิดถาดซิมการ์ด

4.เคสซิลิโคนใส

5.คู่มือการใช้งานฉบับย่อ + ใบรับประกันสินค้า

รูปลักษณ์ดีไซน์

 

ตัวเครื่อง realme X2 Pro มีรูปลักษณ์ดีไซน์ที่สวยหรูดูพรีเมี่ยม โดยใช้วัสดุที่ครอบทับด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 5 ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เสริมด้วยกรอบโลหะที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรง

หน้าจอแสดงผลเป็นจอทรงหยดน้ำ dew-drop full screen แบบ Super AMOLED ความละเอียด FHD+ 2400 x 1080 พิกเซล (402 ppi) ขนาด 6.5 นิ้ว รองรับ HDR 10+ และมีอัตรารีเฟรชเรทที่ 90Hz ช่วยให้การสัมผัส รวมถึงประสบการณ์ใช้งานจะดูลื่นไหลมากกว่าหน้าจอสมาร์ทโฟนทั่วไปที่มีค่า Refresh Rate ประมาณ 60 Hz โดยในรอยบากมีเลนส์กล้องเซลฟี่ และเหนือหน้าจอมีช่องลำโพงสนทนา และเซ็นเซอร์ต่างๆ ซ่อนอยู่ด้านใน

พลิกมาด้านหลังเครื่องมาในดีไซน์แบบไล่เฉดสี พร้อมลายสไตล์ X Pattern โดยตรงกลางด้านบนติดตั้งกล้อง 4 ตัว Quad Camera ความละเอียด 64MP+13MP+8MP+2MP วางเรียงกันในแนวตั้ง โดยเลนส์หลักจะมีกรอบสีเหลือง ส่วนไฟแฟลชคู่ Dual LED อยู่ด้านข้าง และมีโลโก้ realme อยู่ถัดลงมาด้านขวา ไม่ได้อยู่ตรงกลางด้านล่างเหมือนรุ่ก่อนๆ แปลกดี

ด้านซ้ายข้างเครื่องมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง และมีแถบสีดำซึ่งเป็นตัวรับสัญญาณเครือข่ายมือถือ

ด้านขวาข้างเครื่องมีช่องใส่ SIM Card ซึ่งรองรับ 2 SIM แบบ nanoSIM Crd ปุ่มเลื่อนปรับสถานะของเครื่องเป็นโหมดเงียบ, สั่น และเปิดเป็นเสียงเรียกเข้า กับปุ่ม Power สำหรับเปิดปิดเครื่อง

ด้านบนมีช่องไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวน

ด้านท้ายเครื่องมีช่องลำโพงเสียง, พอร์ต USB Type-C,  ช่องไมโครโฟน และช่องหูฟังขนาด 3.5 มม.

จุดเด่นของ realme X2 Pro

หน้าจอที่มีอัตรา refresh rate เร็ว 90Hz แสดงผลหน้าจอได้รวดเร็วและลื่นไหล ภาพกราฟฟิกคมชัด และมองภาพได้สบายตา

ชาร์จแบตได้เร็วกว่าเดิม ด้วยความเร็ว 10V5A ก้าลังไฟ 50 วัตต์ ชาร์จเต็ม 100% ในเวลาเพียง 35 นาที

ใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 885 Plus ที่เร็วที่สุดแห่งปี พร้อม GPU Adreno 640 ประมวลผลได้เร็วและมีประสิทธิภาพที่สุด เล่นเกมได้ลื่นไหล

ซ้าย ภาพถ่ายปกติ ขวา ซูม 20X

กล้องหลัง 4 เลนส์ ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล  ซูมได้ 20 เท่า

ตัวอย่างภาพจากกล้อง

ทั้งนี้ realme X2 Pro มีให้เลือก 2 เฉดสีด้วยกันคือ Neptune Blue และ Lunar White ส่วนราคาและวันวางจำหน่าย สามารถติดตามพร้อมกับรีวิวฉบับเต็มเร็วๆ นี้ครับ

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน realme ได้ที่นี่ >>> http://bit.ly/2Uk8hju

 

from:http://mobileocta.com/unboxing-preview-realme-x2-pro/

TechTalk Webinar: รู้จัก NEXtier Cloud ERP สูตรลับการติดตั้งระบบ SAP Business One เพื่อใช้บริหารธุรกิจรวดเร็วสุดใน 7 วัน โดย Nexus-SR

ขอเรียนเชิญเจ้าของกิจการ, ผู้บริหารธุรกิจ และผู้จัดการ IT ทุกท่าน ที่สนใจระบบบริหารธุรกิจครบวงจร เข้าร่วมฟัง TechTalk Webinar ในหัวข้อเรื่อง “รู้จัก NEXtier Cloud ERP สูตรลับการติดตั้งระบบ SAP Business One เพื่อใช้บริหารธุรกิจรวดเร็วสุดใน 7 วัน โดย Nexus-SR” เพื่อรู้จักกับโซลูชั่น NEXtier Cloud ERP power by SAP Business One ระบบ ERP ที่ออกแบบพิเศษเพื่อรองรับการบริหารธุรกิจสำหรับทุกกลุ่มธุรกิจ สนับสนุนการบริหารธุรกิจให้สามารถลดต้นทุน และเพิ่มกำไร รวมถึงรองรับเอกสารภาษี พร้อมทั้งกรณีศึกษาการวางระบบเพื่อใช้งานรวดเร็วที่สุดใน 7 วัน ในวันอังคารที่ 3 ธันวาคม 2019 เวลา 14.00 – 15.30 น. โดยมีกำหนดการและวิธีการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: รู้จัก NEXtier Cloud ERP สูตรลับการติดตั้งระบบ SAP Business One เพื่อใช้บริหารธุรกิจรวดเร็วสุดใน 7 วัน โดย Nexus-SR
ผู้บรรยาย: คุณณัฐวุฒิ ไตรสุวรรณ, Consulting Manager, Nexus-SR
วันเวลา: วันอังคารที่ 3 ธันวาคม 2019 เวลา 14.00 – 15.30 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 100 คน
ภาษา: ไทย

โดยทั่วไปแล้ว การติดตั้งใช้งานระบบ ERP นั้นมักใช้เวลาที่ยาวนาน เนื่องจากความซับซ้อนของระบบเอง และความต้องการทางธุรกิจที่ทำให้ต้องมีการปรับแต่งระบบอย่างต่อเนื่อง ทำให้ธุรกิจต้องรอคอยเป็นเวลาหลายเดือนหรือหลายปีกว่าจะได้เริ่มต้นใช้งาน

ปัญหานี้จะหมดไปด้วยโซลูชัน NEXtier Cloud ERP ที่พัฒนาต่อยอดจาก SAP Business One โดยทีมงาน Nexus-SR ที่จะช่วยให้การติดตั้งใช้งาน SAP Business One เสร็จสิ้นได้ภายในเวลาเร็วที่สุดเพียง 7 วัน ให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องรอคอยยาวนานอีกต่อไป

ใน Webinar ครั้งนี้ทีมงาน Nexus-SR จะมาเล่าถึงภาพรวมของโซลูชัน SAP Business One ควบคู่ไปกับ NEXtier Cloud ERP เพื่อให้ทุกท่านได้รู้จักกับความสามารถเบื้องต้น และเทคนิคเบื้องหลังที่ทำให้การติดตั้งใช้งานเกิดขึ้นได้รวดเร็วอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ลงทะเบียนเข้าร่วม TechTalk Webinar ได้ฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม TechTalk Webinar ในหัวข้อนี้ได้ฟรีๆ ทันทีที่ https://zoom.us/webinar/register/WN_zFcnOJSwRPic-Z2P7ARGZA โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

from:https://www.techtalkthai.com/techtalk-webinar-nextier-cloud-erp-7-days-to-sap-business-one-by-nexus-sr/

[Guest Post] #ThaiSkill เสริมแกร่งทักษะอาชีพผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์ กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ แบ่งปันไอเดีย

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) เปิดตัวแคมเปญ “Thai Skill – พัฒนาทักษะไทย สร้างรายได้ สร้างอาชีพ” เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ออนไลน์ โดยการส่งเสริมทักษะอาชีพผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล สู่การสร้างรายได้และอาชีพให้มั่นคงยั่งยืน พร้อมเปิดเวทีแบ่งปันไอเดียสร้างสรรค์ด้านการพัฒนาอาชีพ ร่วมชิงทุนในการต่อยอดการพัฒนาคอนเทนต์เพื่อส่งต่อความรู้ รวมกว่า 100,000 บาท

ดีป้า เปิดตัวแคมเปญ “Thai Skill – พัฒนาทักษะไทย สร้างรายได้ สร้างอาชีพ” ศูนย์กลางการเรียนรู้ออนไลน์ผ่านสื่อโซเชียล มีเดีย ได้แก่ Facebook และ YouTube โดยสร้างสรรค์คอนเทนต์นำเสนอเนื้อหาต่างๆ ที่จะส่งเสริมทักษะเทคโนโลยีดิจิทัลพื้นฐาน และการเรียนรู้ทักษะอาชีพให้แก่ประชาชนและผู้สนใจทุกระดับ เพื่อนำไปสู่การประกอบอาชีพ สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมุ่งส่งเสริมการส่งต่อความรู้และการเรียนรู้ตลอดชีวิตอีกด้วย ซึ่งเป็นหนึ่งในการส่งเสริมทักษะความรู้โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในภาคธุรกิจ หรืออุตสาหกรรม และชุมชน รวมถึงสังคมและท้องถิ่น

ความรู้บนแพลตฟอร์ม Thai Skill แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ประกอบไปด้วย 1. องค์ความรู้เพื่อการประกอบอาชีพ ที่สามารถนำไปปฏิบัติและสร้างอาชีพได้ง่าย ได้แก่ เกษตรกรรม คหกรรม ด้วยประเทศไทยเป็นประเทศด้านเกษตรกรรม ถ่ายทอดองค์ความรู้และพัฒนาส่งต่อกันมา จึงควรอนุรักษ์องค์ความรู้ ที่สามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ตลอดจนนำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งให้กับอาชีพต่อไป 2. ทักษะสนับสนุนการประกอบอาชีพ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทันที ได้แก่ ทักษะดิจิทัล , ภาษา , บัญชี เป็นต้น ที่สามารถนำไปต่อยอดและเสริมศักยภาพให้กับประชาชนในการสื่อสาร ติดต่อหรือทำการค้ากับต่างประเทศ นับว่าสองทักษะดังกล่าว เป็นจุดเริ่มต้นของคอนเทนต์ที่คาดหวังว่าจะเป็นการพัฒนาทักษะคนไทย สู่การสร้างรายได้และอาชีพให้มั่นคงอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ Thai Skill ยังได้ร่วมมือกับเหล่า Youtuber ในการแบ่งปันคอนเทนต์น่ารู้ต่างๆ กับ Thai Skill อีกด้วย

ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ได้กล่าวในงานเปิดตัวโครงการฯ ว่า “ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในการดำเนินธุรกิจและการดำเนินชีวิต รวมถึงสร้างโอกาส จนเกิดเป็นความท้าทายใหม่ๆ ส่งผลให้เกิดการปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้ก้าวทันเทคโนโลยี จากแผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อสอดคล้องกับนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดีป้าในฐานะองค์กรที่ให้การสนับสนุนและส่งเสริมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการส่งเสริมให้ประชาชนเป็นพลเมืองดิจิทัล (Digital Citizen) ที่เรียนรู้และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลในการดำเนินชีวิต การประกอบอาชีพ ตลอดจนใช้เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคม จึงเป็นพื้นฐานสำคัญของสังคมเศรษฐกิจดิจิทัล”

โครงการ Thai Skill นี้ยังได้รับความร่วมมือจาก Influencer และ YouTuber เข้าร่วมสนับสนุนโครงการโดยจัดทำคลิปความรู้เผยแพร่ลงบนช่องทาง Social Media ของตนเองพร้อมติดแฮชแทก #ThaiSkill และตัวแทนส่วนหนึ่ง ได้แก่ อาจารย์อดัม แบรดชอว์ (ผู้ก่อตั้ง Ajarn Adam.TV), คุณสัมพันธ์ พิพัฒน์วรการ (ผู้ก่อตั้ง เฟรชวิลล์ ฟาร์ม), คุณชัชวาลย์ วัฒนะโชติ (เจ้าของช่อง Kim Property Live) และอาจารย์เจน่าห์ เลนน์ พาร์เมลี (เจ้าของช่อง Exchanges with Jeynah) ได้ให้เกียรติเข้าร่วมเสวนาในหัวข้อ“การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการพัฒนาทักษะของคนไทย และการต่อยอดสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต” โดยได้แบ่งปันประสบการณ์และเทคนิคการทำเนื้อหาเพื่อเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเข้มข้น

“ความรู้เป็นต้นทุนราคาถูก แต่กลับมีมูลค่ามหาศาล”

คุณชัชวาลย์ วัฒนะโชติ เจ้าของช่อง Kim Property Live ได้กล่าวถึงจุดเริ่มต้นที่เริ่มทำคลิปให้ความรู้ทางด้านการเงินแก่ผู้ที่ขาดโอกาสว่า “ตอนเริ่มทำ YouTube คือความตั้งใจอยากให้ความรู้ทางด้านการเงินกับคนไทยมากขึ้น ด้วยตัวเองมาจากต่างจังหวัดก็เลยเห็นประเด็นตรงนี้ว่าอยากใช้ดิจิทัลเข้ามาช่วยกระจายความรู้ไม่ว่าคนฟังจะอยู่ที่ไหนก็สามารถฟังได้”

อีกทั้ง อาจารย์เจน่าห์ เลนน์ พาร์เมลี เจ้าของช่อง Exchanges with Jeynah ก็ได้เสริมถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้ตัวเองได้ก้าวมาเป็นยูทูบเบอร์สอนภาษาอังกฤษอย่างทุกวันนี้เอาไว้ว่า “เจน่าเองใช้เวลากว่า 2 ปี กว่าจะเริ่มทำ จนต้องถามตัวเองว่า Will you regret later? ซึ่งคำตอบก็คือใช่ อยากบอกทุกคนว่าให้ลงมือทำไปเลย ไม่ต้องไปกลัวความคิดของคนอื่น ทำด้วยความตั้งใจทุกอย่างก็จะดีเอง”

อาจารย์อดัม แบรดชอว์ ผู้ก่อตั้ง Ajarn Adam.TV ยังได้กล่าวถึงจุดแข็งในการทำคอนเทนต์ที่ทำให้ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากว่า “เราต้องสร้างคอนเทนต์ที่มันตรงต่อความต้องการของคน ต้องดูจาก Feedback อยู่เสมอ เพื่อดูว่าคนชอบอะไรและไม่ชอบอะไร เลยพยายามสร้างคอนเทนต์ที่มาจากคำถามต่างๆ ที่ถามเข้ามา หรือเรื่องที่คนอยากรู้ เพื่อตอบคำถามของพวกเขา สุดท้ายคลิปของผมจะก็ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ”

และในเรื่องการทำให้คอนเทนต์เป็นที่น่าสนใจและน่าติดตาม คุณสัมพันธ์ พิพัฒน์วรการ ก่อตั้ง เฟรชวิลล์ ฟาร์ม ได้ให้คำแนะนำว่า “เน้นเรื่องการแชร์ความจริง และตัวตนที่แท้จริง ตั้งใจอยากสอนก่อนโดยไม่ได้คิดหวังผลตอบแทน นอกจากเราจะแชร์ความรู้ที่สามารถเอาไปสร้างอาชีพได้แล้ว เราต้องแชร์กำลังใจไปด้วย”

ดร.รัฐศาสตร์ กรสูต รองผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ได้กล่าวทิ้งท้ายก่อนจบงาน “การให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ ตรงที่เมื่อเรายิ่งให้เราจะยิ่งได้รับกลับมามาก และการให้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการให้ความรู้ จึงอยากเชิญชวนให้คนไทยกล้าที่จะลุกขึ้นมาทำ Content ที่มีประโยชน์ และกล้าที่จะมาดู Content ดีๆ แล้วนำไปใช้ต่อ ไม่ว่าจะเป็นในชีวิตประจำวันหรือการต่อยอดในการสร้างอาชีพก็ตาม

สำหรับใครที่สนใจอยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ก็สามารถร่วมให้ความรู้ผ่านโครงการได้ง่ายๆ โดยอัปความรู้มาแชร์บนช่องทาง Facebook และ YouTube พร้อมติด #ThaiSkill”

Thai Skill นอกจากจะแบ่งปันเนื้อหาการเรียนรู้ต่างๆ ที่ช่วยพัฒนาทักษะด้านต่าง ๆ ของทุก ๆ คนแล้ว การมีส่วนร่วมของประชาชนผู้สนใจ ถือเป็นหัวใจสำคัญของโครงการ Thai Skill ซึ่งในส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่จะให้ทุกคนเข้ามาร่วมกันสร้างสังคมการเรียนรู้ไปด้วยกัน โดยเปิดเวทีในการแบ่งปันปันไอเดียและทักษะอาชีพต่าง ๆ ผ่านสื่อออนไลน์ เพื่อต่อยอดองค์ความรู้ ที่สร้างสรรค์และส่งต่อสู่การพัฒนาอาชีพอย่างยั่งยืน ทั้งในเชิงของการเกษตร ภาษา ดิจิทัล และอื่นๆ ซึ่งการเข้าร่วมกิจกรรมท่านสามารถอัปโหลดคลิปวีดีโอลงบน Social Media ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น Facebook หรือ Youtube พร้อมใส่แฮชแท็ก #ThaiSkill แล้วลงทะเบียนผ่านทาง Inbox ใน Facebook ของโครงการ คณะกรรมการจะคัดเลือก และมอบรางวัลเป็นทุนการต่อยอดการพัฒนาคอนเทนต์เพื่อส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้ รวมกว่า 100,000 บาท พร้อมร่วมเวิร์คช็อปพิเศษ กับ “เทคนิคการสร้างสรรค์คอนเทนต์ความรู้สไตล์ Youtuber” ผู้ที่สนใจสามารถส่งคลิปร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 พฤศจิกายน 2562

ติดตามข้อมูลโครงการเพิ่มเติมได้ทาง Facebook Fanpage : Thai Skill พัฒนาทักษะไทย สร้างรายได้ สร้างอาชีพ (http://bit.ly/2CH0e8R) และ YouTube Channel : Thai Skill พัฒนาทักษะไทย สร้างรายได้ สร้างอาชีพ (http://bit.ly/2qOgF0o)

from:https://www.techtalkthai.com/depa-thaiskill-campaign/

Twitter เริ่มปล่อยให้ผู้ใช้ตั้งเวลาทวีตล่วงหน้าได้แล้ว สำหรับเดสก์ท็อป

Twitter For Desktop Rolling Schedule TweetTwitter เริ่มเปิดตัวและปล่อยให้ใช้งานฟีเจอร์ใหม่สำหรับเดสก์ท็อป ให้ผู้ใช้สามารถกำหนดเวลาการโพสต์ทวีตล่วงหน้าได้แล้ว Twitter เริ่มปล่อยให้ผู้ใช้ตั้งเวลาทวีตล่วงหน้าได้แล้ว สำหรับเดสก์ท็อป ที่ผ่านมาการตั้งเวลาทวีตล่วงหน้าอาจจะต้องพึ่งพาอาศัยแอปอื่นอย่าง Tweetdeck แต่ล่าสุดทาง Twitter ก็ได้ปล่อยฟีเจอร์การตั้งเวลาทวีตล่วงหน้าสำหรับเวอร์ชันเดสก์ท็อปแล้ว ผู้ใช้สามารถตั้งเวลาทวีตล่วงหน้าได้บนเว็บไซต์ https://twitter.com/ โดยเลือกการทวีตปกติ แต่ก่อนที่จะกดปุ่ม Tweet แบบเดิมให้เลือกไอคอนสามจุดและเลือก Schedule Tweet จากนั้นก็ตั้งวันที่และเวลาสำหรับการทวีตได้เลย Tweet scheduling on https://t.co/8FModRv1sl? Yes please! Starting today, we’re experimenting with bringing one of @TweetDeck’s handiest time-saving features into Twitter. Tell us what you think if you’re part of the experiment. pic.twitter.com/4pI9xrbPEP — TweetDeck (@TweetDeck) November 20, […]

from:https://www.iphonemod.net/twitter-for-desktop-rolling-schedule-tweet.html

ทักแชทผ่าน LINE BK ทำธุรกรรมการเงิน ฝาก ถอน ขอสินเชื่อ เปิดให้บริการกลางปี 63

ปฏิวัติโลกแห่งการเงินครั้งใหญ่ กับการประกาศเปิดบริการ LINE BK โซเชียลแบงก์กิ้งฝาก ถอน ขอสินเชื่อ เป็นบิ๊กดีลร่วมทุนระหว่างบริษัท ไลน์ คอร์ป กับ ธนาคารกสิกรไทย ทำเรื่องแชทและธุรกรรมการเงินให้เป็นเรื่องง่ายๆ

ธนา โพธิกำจร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด (KASIKORN LINE) เล่าว่า บริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด บริษัทร่วมทุนระหว่างธนาคาร กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (ลงทุนผ่านบริษัท กสิกร วิชั่น จำกัด) 50% และบริษัท ไลน์ คอร์ป (ลงทุนผ่านบริษัท ไลน์ ไฟแนนเชียล เอเชีย) อีก 50% ด้วยทุนจดทะเบียน 2,200 ล้านบาท เปิดตัวบริการทางการเงินรูปแบบใหม่ในประเทศไทยภายใต้แบรนด์ LINE BK

LINE BK จะใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียของ LINE ซึ่งมีฐานลูกค้าคนไทยใช้บริการสำหรับการแชท 44 ล้านราย เพื่อทำธุรกรรมทางการเงินฝาก ถอน และขอสินเชื่อ ผ่านทางธนาคารกสิกรไทย ซึ่งตอนนี้มีฐานลูกค้า 16.9 ล้านคน

โดยสร้างคอนเซ็ปต์ “Banking in your hand”  เป็นธนาคารในแบบที่ลูกค้าต้องการและอยู่ในมือ และเป็นการทำให้ธุรกรรมทางการเงินให้เป็นเรื่องง่ายๆ ไม่ต่างกับการใช้ LINE เป็นช่องทางในการแชท

กสิกรกับไลน์ มองว่า พฤติกรรมของคนไทยมีความพร้อมที่จะไปก้าวสู่ดิจิทัลและเป็นคนที่รู้จักใช้อุปกรณ์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี  โดยการใช้เวลากับอินเทอร์เน็ตติดอันดับของโลก โดยเมื่อปี 2561 คนไทยเล่นอินเทอร์เน็ต 10.5 ชั่วโมง สูงกว่าผู้ใช้อินเทอร์เน็ตของโลกใช้เวลาออนไลน์ 6.7 ชั่วโมง

โอกาสการตลาดโซเชียลแบงก์กิ้งเพียบ

  • คนไทยส่วนใหญ่จะมีการเปิดบัญชีเกือบหมดแล้ว ซึ่งมีคนไทยที่ยังไม่เปิดบัญชีต่ำกว่า 20%
  • คนไทย 45% ที่เปิดบัญชีแล้วแต่กลับไม่มีการทำธุรกรรมการเงินอย่างเต็มที่
  • ขาดบริการทางการเงินรูปแบบดิจิทัลที่ปรับให้เหมาะกับผู้ใช้งานบางกลุ่ม
  • การใช้โมบายแบงก์กิ้ง 74% เมื่อเทียบกับการใช้โมบายแบงก์กิ้งของโลกมีเพียง 41% นั้นสะท้อนว่าคนไทยมีความพร้อมก้าวเข้าสู่โซเชียลแบงก์กิ้ง
  • การใช้บัตรเครดิตคนไทย 8- 10 ล้านคน โอกาสที่จะขยายฐานลูกค้ากลุ่มสินเชื่อยังมีอีกมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่ไม่ได้เป็นมนุษย์เงินเดือน

มีบริการอะไรบ้างสำหรับ LINE BK 

การทำธุรกรรมโอนเงิน การให้สินเชื่อส่วนบุคคล รวมถึงในระยะยาวที่จะสามารถให้บริการทางการเงินรูปแบบอื่นๆ เช่น ประกันและกองทุน เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าผู้ใช้งาน

โดยจะให้ความสำคัญกับการให้บริการที่เข้าถึงง่าย และการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อบริหารจัดการความเสี่ยง ซึ่งในช่วงแรกของการให้บริการ ลูกค้าจะสามารถทำธุรกรรมโอนเงินผ่าน LINE การขอสินเชื่อส่วนบุคคลของบริษัท ได้ง่ายอนุมัติรวดเร็วผ่านช่องทาง LINE BK

กลยุทธ์ตลาดของ LINE BK 

โจทย์ สื่อสารเรื่องการเงินให้ง่ายที่สุด ง่ายพอๆ กับการส่งเมสเสจแชท เป้าหมายในปีแรก มีผู้เข้ามาใช้บริการเป็นหลักล้านคนก่อน

  • ช่วงแรกเป็นรูปแบบการให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการสามารถทำธุรกรรมการเงินได้ง่าย และเข้าถึงได้ง่ายก่อน
  • LINE BK สร้างการรับรู้การใช้งานลูกค้าสามารถตรวจสอบบัญชีการใช้งานฝาก – ถอนเงิน เพื่อเช็คพฤติกรรมการใช้ของตนเอง
  • ขยายฐานลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการรายย่อย ไม่ได้เป็นมนุษย์เงินเดือน แต่ต้องการขอสินเชื่อ
  • สร้างความปลอดภัย เพื่อทำให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการมีความเชื่อมั่น

LINE BK มุ่งเป้าหมายในการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์และการให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลผ่านช่องดิจิทัล ตลอดจนปั้นบริการทางการเงินบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เพื่อสร้างประสบการณ์แบบใหม่ๆ ให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินที่ใช้งาน

KBank รับมือ Disruption

ฟินเทค หรือเทคโนโลยีทางการเงินที่เข้ามามีบทบาทเปลี่ยนโลกธุรกิจทางการเงิน KBank จึงต้องรับมือกับการดิสรัปชั่นที่เข้ามาในอุตสาหกรรมการเงิน สิ่งที่กสิกรจะได้จาก LINE BK 

  • ลดต้นทุนการเปิดสาขาใหม่ให้บริการ 30-50%
  • ลดต้นทุนการขยายเครื่องเอทีเอ็มให้บริการ 10%
  • เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ที่เพิ่มขึ้น
  • รับมือกับดิสรัปชั่นของฟินเทค

LINE สร้างแต้มต่ออีโคซิสเต็ม

  • การร่วมทุนจัดตั้งบริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด LINE สร้างอีโคซิสเต็มแพลตฟอร์ม Social Platform ให้ครบยิ่งขึ้น ทั้งการแชทไปสู่การทำธุรกรรมการเงิน หรือกระทั่งดูหนังฟังเพลง
  • เชื่อมโยงกับ LINE Pay ซึ่งเป็นเปรียบเหมือนกระเป๋าการชำระเงิน การมี LINE BK ทำให้ LINE เป็นช่องทางการให้บริการการเงินครบวงจรยิ่งขึ้น

สำหรับการจัดตั้งธุรกิจใหม่ของ LINE ที่จับมือกับธนาคารหรือผู้ให้บริการทางการเงิน เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินแก่ลูกค้าของ LINE ซึ่งรูปแบบและแบรนด์ LINE BK นี้มีการดำเนินในประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น ไต้หวัน อินโดนีเซีย

ส่วนประเทศไทยมีการดำเนินงานด้วย บริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด ในช่วงปลายปี 2561 ที่ผ่านมา บริษัทได้ดำเนินการเตรียมความพร้อมด้านการบริหารงาน การวางโครงสร้างระบบ IT infrastrure ที่มีประสิทธิภาพและระบบความปลอดภัย การพัฒนาผลิตภัณฑ์บริการ ตลอดจนมีการสรรหาทีมงานมืออาชีพมาร่วมทำงาน 30 คน

สรุป

LINE BK เป็นการร่วมทุนกันระหว่าง LINE กับ ธนาคารกสิกรไทย ถือว่า WIN WIN ทั้งคู่เพราะกสิกรได้ใช้แพลตฟอร์มของไลน์เพื่อเปิดบริการธุรกรรมการเงินที่เข้าถึงกลุ่มคนได้ง่ายมากขึ้น จากฐานลูกค้าที่ใช้ LINE ถึง 44 ล้านราย ในส่วนของ LINE เป็นการเสริมสร้างระบบนิเวศน์ให้ครบ ทั้งแชท ดูหนัง ฟังเพลง การซื้อสินค้ามาสู่ธุรกรรมการเงิน ฝาก ถอน ขอสินเชื่อ

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/kasikron-line-linebk/

ทักแชทผ่าน LINE BK ทำธุรกรรมการเงิน ฝาก ถอน ขอสินเชื่อ เปิดให้บริการกลางปี 63

ปฏิวัติโลกแห่งการเงินครั้งใหญ่ กับการประกาศเปิดบริการ LINE BK โซเชียลแบงก์กิ้งฝาก ถอน ขอสินเชื่อ เป็นบิ๊กดีลร่วมทุนระหว่างบริษัท ไลน์ คอร์ป กับ ธนาคารกสิกรไทย ทำเรื่องแชทและธุรกรรมการเงินให้เป็นเรื่องง่ายๆ

ธนา โพธิกำจร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด (KASIKORN LINE) เล่าว่า บริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด บริษัทร่วมทุนระหว่างธนาคาร กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (ลงทุนผ่านบริษัท กสิกร วิชั่น จำกัด) 50% และบริษัท ไลน์ คอร์ป (ลงทุนผ่านบริษัท ไลน์ ไฟแนนเชียล เอเชีย) อีก 50% ด้วยทุนจดทะเบียน 2,200 ล้านบาท เปิดตัวบริการทางการเงินรูปแบบใหม่ในประเทศไทยภายใต้แบรนด์ LINE BK

LINE BK จะใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียของ LINE ซึ่งมีฐานลูกค้าคนไทยใช้บริการสำหรับการแชท 44 ล้านราย เพื่อทำธุรกรรมทางการเงินฝาก ถอน และขอสินเชื่อ ผ่านทางธนาคารกสิกรไทย ซึ่งตอนนี้มีฐานลูกค้า 16.9 ล้านคน

โดยสร้างคอนเซ็ปต์ “Banking in your hand”  เป็นธนาคารในแบบที่ลูกค้าต้องการและอยู่ในมือ และเป็นการทำให้ธุรกรรมทางการเงินให้เป็นเรื่องง่ายๆ ไม่ต่างกับการใช้ LINE เป็นช่องทางในการแชท

กสิกรกับไลน์ มองว่า พฤติกรรมของคนไทยมีความพร้อมที่จะไปก้าวสู่ดิจิทัลและเป็นคนที่รู้จักใช้อุปกรณ์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี  โดยการใช้เวลากับอินเทอร์เน็ตติดอันดับของโลก โดยเมื่อปี 2561 คนไทยเล่นอินเทอร์เน็ต 10.5 ชั่วโมง สูงกว่าผู้ใช้อินเทอร์เน็ตของโลกใช้เวลาออนไลน์ 6.7 ชั่วโมง

โอกาสการตลาดโซเชียลแบงก์กิ้งเพียบ

  • คนไทยส่วนใหญ่จะมีการเปิดบัญชีเกือบหมดแล้ว ซึ่งมีคนไทยที่ยังไม่เปิดบัญชีต่ำกว่า 20%
  • คนไทย 45% ที่เปิดบัญชีแล้วแต่กลับไม่มีการทำธุรกรรมการเงินอย่างเต็มที่
  • ขาดบริการทางการเงินรูปแบบดิจิทัลที่ปรับให้เหมาะกับผู้ใช้งานบางกลุ่ม
  • การใช้โมบายแบงก์กิ้ง 74% เมื่อเทียบกับการใช้โมบายแบงก์กิ้งของโลกมีเพียง 41% นั้นสะท้อนว่าคนไทยมีความพร้อมก้าวเข้าสู่โซเชียลแบงก์กิ้ง
  • การใช้บัตรเครดิตคนไทย 8- 10 ล้านคน โอกาสที่จะขยายฐานลูกค้ากลุ่มสินเชื่อยังมีอีกมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่ไม่ได้เป็นมนุษย์เงินเดือน

มีบริการอะไรบ้างสำหรับ LINE BK 

การทำธุรกรรมโอนเงิน การให้สินเชื่อส่วนบุคคล รวมถึงในระยะยาวที่จะสามารถให้บริการทางการเงินรูปแบบอื่นๆ เช่น ประกันและกองทุน เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าผู้ใช้งาน

โดยจะให้ความสำคัญกับการให้บริการที่เข้าถึงง่าย และการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อบริหารจัดการความเสี่ยง ซึ่งในช่วงแรกของการให้บริการ ลูกค้าจะสามารถทำธุรกรรมโอนเงินผ่าน LINE การขอสินเชื่อส่วนบุคคลของบริษัท ได้ง่ายอนุมัติรวดเร็วผ่านช่องทาง LINE BK

กลยุทธ์ตลาดของ LINE BK 

โจทย์ สื่อสารเรื่องการเงินให้ง่ายที่สุด ง่ายพอๆ กับการส่งเมสเสจแชท เป้าหมายในปีแรก มีผู้เข้ามาใช้บริการเป็นหลักล้านคนก่อน

  • ช่วงแรกเป็นรูปแบบการให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการสามารถทำธุรกรรมการเงินได้ง่าย และเข้าถึงได้ง่ายก่อน
  • LINE BK สร้างการรับรู้การใช้งานลูกค้าสามารถตรวจสอบบัญชีการใช้งานฝาก – ถอนเงิน เพื่อเช็คพฤติกรรมการใช้ของตนเอง
  • ขยายฐานลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการรายย่อย ไม่ได้เป็นมนุษย์เงินเดือน แต่ต้องการขอสินเชื่อ
  • สร้างความปลอดภัย เพื่อทำให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการมีความเชื่อมั่น

LINE BK มุ่งเป้าหมายในการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์และการให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลผ่านช่องดิจิทัล ตลอดจนปั้นบริการทางการเงินบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เพื่อสร้างประสบการณ์แบบใหม่ๆ ให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินที่ใช้งาน

KBank รับมือ Disruption

ฟินเทค หรือเทคโนโลยีทางการเงินที่เข้ามามีบทบาทเปลี่ยนโลกธุรกิจทางการเงิน KBank จึงต้องรับมือกับการดิสรัปชั่นที่เข้ามาในอุตสาหกรรมการเงิน สิ่งที่กสิกรจะได้จาก LINE BK 

  • ลดต้นทุนการเปิดสาขาใหม่ให้บริการ 30-50%
  • ลดต้นทุนการขยายเครื่องเอทีเอ็มให้บริการ 10%
  • เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ที่เพิ่มขึ้น
  • รับมือกับดิสรัปชั่นของฟินเทค

LINE สร้างแต้มต่ออีโคซิสเต็ม

  • การร่วมทุนจัดตั้งบริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด LINE สร้างอีโคซิสเต็มแพลตฟอร์ม Social Platform ให้ครบยิ่งขึ้น ทั้งการแชทไปสู่การทำธุรกรรมการเงิน หรือกระทั่งดูหนังฟังเพลง
  • เชื่อมโยงกับ LINE Pay ซึ่งเป็นเปรียบเหมือนกระเป๋าการชำระเงิน การมี LINE BK ทำให้ LINE เป็นช่องทางการให้บริการการเงินครบวงจรยิ่งขึ้น

สำหรับการจัดตั้งธุรกิจใหม่ของ LINE ที่จับมือกับธนาคารหรือผู้ให้บริการทางการเงิน เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินแก่ลูกค้าของ LINE ซึ่งรูปแบบและแบรนด์ LINE BK นี้มีการดำเนินในประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น ไต้หวัน อินโดนีเซีย

ส่วนประเทศไทยมีการดำเนินงานด้วย บริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด ในช่วงปลายปี 2561 ที่ผ่านมา บริษัทได้ดำเนินการเตรียมความพร้อมด้านการบริหารงาน การวางโครงสร้างระบบ IT infrastrure ที่มีประสิทธิภาพและระบบความปลอดภัย การพัฒนาผลิตภัณฑ์บริการ ตลอดจนมีการสรรหาทีมงานมืออาชีพมาร่วมทำงาน 30 คน

สรุป

LINE BK เป็นการร่วมทุนกันระหว่าง LINE กับ ธนาคารกสิกรไทย ถือว่า WIN WIN ทั้งคู่เพราะกสิกรได้ใช้แพลตฟอร์มของไลน์เพื่อเปิดบริการธุรกรรมการเงินที่เข้าถึงกลุ่มคนได้ง่ายมากขึ้น จากฐานลูกค้าที่ใช้ LINE ถึง 44 ล้านราย ในส่วนของ LINE เป็นการเสริมสร้างระบบนิเวศน์ให้ครบ ทั้งแชท ดูหนัง ฟังเพลง การซื้อสินค้ามาสู่ธุรกรรมการเงิน ฝาก ถอน ขอสินเชื่อ

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/kasikronline/

AIS โอเปอเรเตอร์เดียวในไทย ผงาดคว้ารางวัลแบรนด์ที่โดดเด่นประจำปีแห่งเอเชีย ในงาน 2019 Asia’s CEO Summit & Award Ceremony

 

AIS โดยนางศิวลี บูรณสงคราม หัวหน้าแผนกงานบริหารแบรนด์ รับรางวัล Outstanding Brand รางวัลองค์กรที่โดดเด่นประจำปี ในงานประกาศรางวัล  2019 Asia’s CEO Summit & Award Ceremony ในฐานะองค์กรที่มีความโดดเด่นเป็นที่น่าจับตามองในกลุ่มธุรกิจในประเทศต่างๆ ทั่วเอเชีย จัดขึ้นโดยอินฟลูเอ็นเชี่ยล แบรนด์ ประเทศสิงคโปร์ องค์กรวิจัยด้านการตลาดที่ความเชี่ยวชาญในการสร้างแบรนด์สินค้าทั่วเอเชียมากว่า 20 ปี ร่วมกับนิโอ ทาร์เก็ต บริษัทที่ปรึกษาด้านการสื่อสารการสร้างชื่อเสียงและการสื่อสารแบบครบวงจร 

 

AIS

โดยพิจารณาจากผลการดำเนินธุรกิจที่มีศักยภาพด้านการเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงระยะเวลา 2ปี ที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงขีดความสามารถทางด้านการตลาดและความแข็งแกร่งของแบรนด์ที่สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียทุกส่วน 

ตลอดจนส่งเสิมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร ทั้งในระดับประเทศและภูมิภาคเอเชียมากยิ่งขึ้น  โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นผู้มอบรางวัล ณ โรงแรมชาเทรียม ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ

งานประกาศรางวัล Asia’s CEO Summit & Award Ceremony เป็นงานมอบรางวัลให้แก่สุดยอดแบรนด์ชั้นนำแห่งเอเชีย ซึ่งได้จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ นับจากครั้งแรกในปี 2013 เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริหารระดับสูง นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ตลอดจนผู้ทรงอิทธิพลในอุตสาหกรรมต่างๆ จากทั่วเอเชีย ได้มาพบปะพูดคุย สนับสนุนให้เกิดการสร้างเครือข่ายในระดับบุคคล และเกิดเป็นความร่วมมือกันระหว่างองค์กร เพื่อต่อยอดแบรนด์เอเชียสู่เวทีโลก

โดยในปีนี้ ได้รับเกียรติจากผู้บริหาร นักธุรกิจ และตัวแทนจากแบรนด์ต่างๆ ร่วมงานกว่า 300 ราย จาก ประเทศ ได้แก่ ประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย จีน เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และไทย

 

from:http://mobileocta.com/ais-stands-out-as-the-asian-outstanding-brand-of-the-year-award/