สรุปเทรนด์ Network Cabling ปี 2022: เตรียมอัปเกรดจาก 10GbE สู่ 400GbE และรองรับอุปกรณ์ IoT จำนวนมหาศาลได้อย่างยั่งยืน

ในงานสัมมนา CommScope Connected ซึ่งเป็นงาน Thailand Partner Conference ครั้งใหญ่ที่จัดขึ้นเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา ทาง CommScope ได้ออกมาสรุปถึงเทรนด์ด้านการเดินสายสื่อสารสำหรับการวางระบบเครือข่ายในภาคธุรกิจองค์กร 10 ปีต่อจากนี้ ที่จะมุ่งเน้นถึงประเด็นด้านความยั่งยืนทั้งในเชิงเทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และการลงทุนเป็นหลัก
 

ภายในบทความนี้ ทีมงาน TechTalkThai จึงขอหยิบยกนำประเด็นที่น่าสนใจจากงานสัมมนาครั้งนี้มาสรุปให้ทุกท่านได้อ่านกันดังนี้ครับ

Data Center Networking Trends 2022: เดินสาย Fiber รองรับการอัปเกรดความเร็วจาก 10GbE สู่ 400GbE โดยไม่ต้องเดินสายใหม่ในอนาคต
 
ด้วย Workload ใหม่ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นทั้งบนระบบ Cloud, 5G, IoT, AI, MR/AR/VR, e-Commerce, Video และ Social Network ทำให้ปริมาณของ Traffic ที่เกิดขึ้นในฝั่ง Data Center นั้นเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงเวลาสั้นๆ อีกทั้งกระแสของการทำ Digital Transformation ที่เริ่มต้นมาตั้งแต่หลายปีก่อน ก็ทำให้ธุรกิจองค์กรต้องเร่งปรับตัวเปิดรับต่อเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
 
การเติบโตของปริมาณ Traffic นี้เองได้กลายเป็นตัวเร่งให้การพัฒนามาตรฐานความเร็วในการรับส่งข้อมูลในระดับที่สูงขึ้นได้รับความสำคัญ ตั้งแต่มาตรฐาน 400Gbps ที่เปิดตัวมาตั้งแต่ช่วงปี 2017, 800Gbps ในปี 2021 และมาตรฐานในอนาคตอย่าง 1.6Tbps หรือ 3.2Tbps ที่คาดว่าจะเปิดตัวในตัวในปี 2023 และ 2025 ตามลำดับ โดยจากการคาดการณ์นั้นเชื่อว่าในปี 2030 ก็มีแนวโน้มที่เราจะได้เห็นมาตรฐานระบบเครือข่ายที่ความเร็ว 12.8Tbps กันเลยทีเดียว
 

ส่วนในแง่ของการนำมาตรฐานเหล่านี้ไปใช้งาน จากการศึกษาของ 650 Group เมื่อปี 2021 ที่ผ่านมา ก็พบว่าในอดีตก่อนหน้าปี 2020 มาตรฐานหลักยังคงเป็นความเร็วในช่วง 10 – 40 Gbps แต่ในช่วงปี 2020-2022 นี้ มาตรฐานความเร็ว 100Gbps ก็ได้กลายเป็นมาตรฐานหลักที่ธุรกิจองค์กรใช้งานกันแทน ส่วนในอนาคตหลังจากปี 2022 เป็นต้นไป ถึงแม้การใช้งานมาตรฐาน 100Gbps จะยังคงมีอยู่ แต่ความเร็วที่ระดับ 25Gbps, 400Gbps และ 800Gbps ขึ้นไปจะเติบโตมากยิ่งขึ้นอย่างชัดเจน

นอกเหนือจากประเด็นด้านความเร็วของระบบเครือข่ายแล้ว ประเด็นด้านการใช้พลังงานเองก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะที่ผ่านมาอัตราส่วนการใช้พลังงานของระบบเครือข่ายภายใน Data Center นั้นนับเป็น 30% ของการใช้พลังงานทั้งหมดเลยทีเดียว แต่จุดที่น่าสนใจก็สัดส่วนระหว่างความเร็วที่ได้กับพลังงานที่ใช้นั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้นเรื่อยๆ โดยหากนับจากช่วงปี 2010 ที่เรายังใช้ความเร็ว 1Gbps บน Switch ที่ชิปประสิทธิภาพ 640Gbps เทียบกับในปี 2022 ที่ความเร็วเพิ่มมาเป็นระดับ 100 – 400Gbps บน Switch ที่ประสิทธิภาพ 51.2Tbps แล้ว จะเห็นได้ว่าที่ความเร็วเพิ่มขึ้นในระดับ 80 เท่า ปริมาณการใช้พลังงานกลับเพิ่มขึ้นเพียงราวๆ 22 เท่าเท่านั้น ดังนั้นการเลือกลงทุนในเทคโนโลยีระบบเครือข่ายด้วยความเร็วที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งที่จะช่วยเสริมความคุ้มค่าในการใช้พลังงานได้เป็นอย่างดี

ด้วยข้อมูลสถิติดังกล่าวนี้ แนวโน้มในอนาคตจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การอัปเกรดระบบเครือข่ายไปสู่สายที่มีความเร็วสูงขึ้นเท่านั้น แต่การออกแบบหรือเลือกใช้งานอุปกรณ์ Switch จึงเปลี่ยนไปด้วย จากเดิมที่เราเคยต้องใช้ Switch หลายชุดมาทำงานร่วมกันแบบ Leaf-Spine เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพและปริมาณ Port ที่ต้องการ ก็มาสู่การใช้ Switch ชุดเดียวที่มี 400GbE Port แทน ทำให้สามารถลดได้ทั้งจำนวนการเดินสาย, พลังงานที่ต้องใช้, จำนวนอุปกรณ์ที่ต้องลงทุน และยังลดความซับซ้อนในระบบเครือข่ายลงไปอีกด้วย
 
CommScope Propel: วางระบบเครือข่าย Data Center เผื่ออนาคตอีก 10 ปีอย่างคุ้มค่าสูงสุด
 
จากแนวโน้มดังกล่าวข้างต้น CommScope ในฐานะของผู้นำด้านระบบ Network Infrastructure ระดับโลก จึงได้นำเสนอโซลูชัน CommScope Propel ที่ได้นำเสนอแนวคิดในการเลือกใช้มาตรฐานและอุปกรณ์สำหรับวางระบบ Cabling ภายใน Data Center ให้มีความยั่งยืน รองรับความเร็วของระบบเครือข่ายได้ตั้งแต่ 10GbE และสามารถอัปเกรดไปถึง 400GbE ได้โดยที่ไม่ต้องเดินสายใหม่
 
ประการแรกก็คือการเลือกสาย Fiber และ Connector ให้รองรับจำนวน Core ที่พอดีกัน และยังอัปเกรดต่อเนื่องในอนาคตได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อที่ทุกการลงทุนนั้นได้เกิดความสูญเปล่าภายในระบบน้อยที่สุด เช่น หากมีแผนที่จะใช้ 400GBase-SR8, 800GBase-DR8 หรือ 800GBase-SR8 ก็สามารถใช้ Connector แบบ MPO16 ก็จะคุ้มค่ากว่าการใช้ MPO24 ในขณะที่หากมีแผนสำหรับ 400GBase-DR4 หรือ 400GBase-SR4.2  ก็อาจเลือกใช้ Connector แบบ MPO8, 4xSN หรือ 4xMDC ก็จะคุ้มค่าที่สุด และยังสามารถอัปเกรดไปสู่ 800G ในอนาคตได้
 
ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการมีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานด้านมาตรฐานแต่ละแบบ และสามารถวางแผนระยะยาวในเชิงกลยุทธ์เพื่อให้สามารถใช้อุปกรณ์เดิมและรองรับการอัปเกรดจากความเร็วในระดับปัจจุบันไปถึงอนาคตได้ ก็จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวของธุรกิจลงได้เป็นอย่างดี ซึ่งถึงแม้เรื่องนี้จะมีความซับซ้อนและมีรายละเอียดค่อนข้างมาก แต่ทีมงาน CommScope ในประเทศไทยก็พร้อมที่จะเป็นที่ปรึกษาช่วยวางแผนออกแบบการลงทุนในระบบ Fiber ของธุรกิจให้ทั้งหมด เพื่อที่ผู้ดูแลระบบ IT และ IT Manager เองจะได้สามารถวางแผนลงทุนได้อย่างมั่นใจ
 
ประการถัดมาที่น่าสนใจนั้นก็คือการเลือกใช้หัว Connector ในแบบ Angled Physical Contact (APC) ที่ค่า Return Loss ที่ดีกว่าแบบ UPC ทั้งบนสาย Singlemode และ Multimode เพื่อให้รองรับความเร็วที่สูงขึ้นได้ในอนาคต ก็จะเป็นอีกทางเลือกให้กับการวางแผนออกแบบระบบได้ อีกทั้งยังมี VSFF Connector ใหม่สำหรับสาย Breakout แบ่ง 400G ออกเป็น 100GbE หรือ 200GbE นั้น การใช้หัว Connector แบบ SN และ MDC ก็เป็นทางเลือกใหม่ในการวางระบบสายสำหรับการเชื่อมต่อ Switch แบบ Leaf-Spine ที่ดี ทั้งด้วยขนาดที่เล็กลง, ความง่ายในการติดตั้งใช้งาน และความเสถียรที่สูงขึ้น

เพื่อให้การวางแผนออกแบบ ไปจนถึงการติดตั้งใช้งานและการบริหารจัดการระบบ Cabling เพื่อรองรับอนาคตในอีก 10 ปีหลังจากนี้มีความยืดหยุ่นและง่ายดาย ทาง CommScope จึงมี Component ที่หลากหลายในโซลูชัน Propel ให้เลือกใช้งาน ดังนี้

  • Panel สามารถเลือกใช้ได้ทั้งขนาด 1U, 2U และ 4U ในแบบ Sliding รองรับ 72 Duplex LC/MPO ต่อ 1RU และ 288 SN ต่อ 1RU
  • Blade ในแต่ละ Panel จะมีการแบ่งพื้นที่โดยมีลักษณะเป็น Blade ที่สามารถติดตั้ง Fiber Module ได้ตามต้องการ ทำให้การออกแบบมีความยืดหยุ่นตามรูปแบบการใช้งานได้
  • Module/Cassette มีให้เลือกใช้ได้ทั้งแบบ 8/12/16/24 Fiber Module ที่รองรับ Connector ได้ทั้ง MPO, LC และ SN ตามต้องการ โดยสามารถติดตั้งได้ทั้งข้างหน้าและข้างหลัง รวมถึงใช้ Method B Enhanced Polarity ที่สนับสนุน OS2, OM4 และ OM5 ในระดับ Ultra-Low Loss
  • Adapter Pack มี 4 ขนาดเหมือน Module/Cassette เลือกใช้ตาม Connector แบบที่ต้องการจาก MPO, LC และ SN
  • Cable Assembly เลือกใช้ได้ทั้ง MPO8, MPO12, MPO16, MPO24, SN, และ LC
รายละเอียดหนึ่งที่ CommScope ให้ความใส่ใจนั้นก็คือการมี QR Code ที่สามารถแสดง Serial Number ได้ในอุปกรณ์ทุกชิ้น ดังนั้นในการติดตั้ง ก็สามารถทำการตรวจสอบชนิด, การใช้งาน และประสิทธิภาพได้ทันที หรือถ้าหากอุปกรณ์ชิ้นใดมีปัญหา ผู้ดูแลระบบก็สามารถทำการตรวจสอบ Serial Number ที่หน้างานและทำการแจ้งรับซ่อมหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ได้อย่างง่ายดาย
 
 
Campus Networking Trends 2022: เดินสาย Category 6A รองรับทั้งความเร็วที่สูงขึ้น และระบบ IoT ที่กำลังเติบโต
 
การมาของ Smart Building ที่กำลังกลายเป็นที่แพร่หลายในฐานะของแนวคิดการนำอุปกรณ์ IoT และ Network จำนวนมากมาใช้งานภายในอาคารเพื่อให้ผู้ที่ใช้งานหรืออาศัยภายในอาคารสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีต่างๆ สำหรับยกระดับคุณภาพชีวิตและการทำงานได้ ส่งผลให้ประเด็นด้านการเดินสาย Ethernet ภายในอาคารกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ภาคธุรกิจองค์กรต้องคำนึงถึงเพื่อที่จะไม่ต้องเดินสายใหม่บ่อยๆ ในอนาคต
 
จากข้อมูลของ BSRIA ระบุว่าการลงทุนด้านระบบสาย Copper Cabling ทั่วโลกนั้น จะเห็นได้ชัดว่าตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา การใช้งานสายแบบ Category 5e และ Category 6 นั้นกำลังค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ ในขณะที่การใช้สายแบบ Category 6A กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ Category 7, 7A และ 8 นั้นยังมีสัดส่วนการใช้งานที่น้อยมาก
สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะด้วยการออกแบบมาตรฐานของ Category 6A ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงมากๆ ทั้งในเชิงของเทคโนโลยี, การใช้งาน และการลงทุน โดยหากวิเคราะห์แยกรายมาตรฐานแล้วจะมีเหตุผลดังนี้
 
  • Cat 5e เป็นมาตรฐานที่กำลังจะเลิกใช้งาน โดยมีสัดส่วนการใช้งานอยู่ที่ 11.4% มี Bandwidth 100MHz ด้วยความเร็วสูงสุดที่รองรับได้เพียง 1Gbps ในระยะทาง 100 เมตรเท่านั้น ใช้หัวเชื่อมต่อ RJ-45
  • Cat 6 ยังคงเป็นมาตรฐานที่ยังมีการใช้งานอยู่ โดยมีสัดส่วนการใช้งานอยู่ที่ 49.1% มี Bandwidth 250MHz โดยสามารถรองรับความเร็ว 1Gbps ได้ที่ระยะ 100 เมตร และ 10Gbps ได้ที่ระยะ 37 เมตร ใช้หัวเชื่อมต่อ RJ-45
  • Cat 6A เป็นมาตรฐานที่กำลังเติบโต โดยมีสัดส่วนการใช้งานอยู่ที่ 36.2% มี Bandwidth 500MHz โดยสามารถรองรับความเร็ว 1Gbps ไปจนถึง 10Gbps ได้ที่ระยะ 100 เมตร ใช้หัวเชื่อมต่อ RJ-45
  • Cat 7 เป็นมาตรฐานที่ยังไม่มีการใช้งานมากนัก โดยมีสัดส่วนการใช้งานอยู่ที่ 2.6% มี Bandwidth 600MHz โดยสามารถรองรับความเร็ว 1Gbps ไปจนถึง 10Gbps ได้ที่ระยะ 100 เมตร ใช้หัวเชื่อมต่อ GG-45/Tera
  • Cat 7A เป็นมาตรฐานที่ยังไม่มีการใช้งานมากนัก โดยมีสัดส่วนการใช้งานอยู่ที่ 0.5% มี Bandwidth 1000MHz โดยสามารถรองรับความเร็ว 1Gbps ไปจนถึง 10Gbps ได้ที่ระยะ 100 เมตร และความเร็ว 40Gbps ได้ที่ระยะ 50 เมตร ใช้หัวเชื่อมต่อ GG-45/Tera
  • Cat 8 เป็นมาตรฐานที่ยังไม่มีการใช้งานมากนัก โดยมีสัดส่วนการใช้งานอยู่ที่ 0.2% มี Bandwidth 2000MHz โดยสามารถรองรับความเร็ว 1Gbps ไปจนถึง 10Gbps ได้ที่ระยะ 100 เมตร และความเร็ว 40Gbps ได้ที่ระยะ 30-36 เมตร ใช้หัวเชื่อมต่อ RJ-45/GG-45/Tera
จะเห็นได้ว่าแม้จะมีมาตรฐานใหม่อย่าง Cat 7, Cat 7A ออกมา แต่ด้วยการรองรับหัวเชื่อมต่อแบบ GG-45/Tera ที่ยังไม่แพร่หลาย ก็ทำให้มาตรฐานทั้งสองนี้ไม่ได้ถูกใช้งานเท่าที่ควร ส่วนสาย Cat 8 เองถึงแม้จะกลับมารองรับ RJ-45 ได้ แต่ด้วยตลาดปัจจุบันที่ความเร็วระดับ 10Gbps ในการเชื่อมต่อระดับ Campus ยังถือว่าเพียงพอ และความเร็ว 40Gbps นั้นใช้ Fiber ตอบโจทย์ได้ยืดหยุ่นกว่า ก็ทำให้การใช้งาน Cat 8 ไม่ได้รับความนิยมเช่นกัน ภาพรวมตลาดส่วนใหญ่ Cat 6A จึงยังตอบโจทย์ได้อย่างครอบคลุม คุ้มค่า และยังคงเป็นมาตรฐานที่ธุรกิจองค์กรทั่วโลกเลือกใช้งานเป็นหลักกันต่อไป
 
สาย Category 6A นี้กลายเป็นหัวใจสำคัญสำหรับธุรกิจองค์กรที่ต้องการจะอัปเกรดระบบ Wi-Fi มาสู่มาตรฐาน Wi-Fi 6 หรือ 802.11ax ที่มีความเร็วสูงสุด 6.77Gbps อีกทั้งยังรองรับการใช้งาน Power over Ethernet หรือ PoE ได้ ทำให้ในช่วงที่ผ่านมามีการลงทุนเดินสายใหม่เป็น Category 6A กันมากขึ้นทั่วโลก
 
CommScope Cat6A Solution: เลือกใช้งานได้ทั้งสาย Unshielded และ Shielded
 
เพื่อรองรับการเชื่อมต่อเครือข่ายได้ในทุกสถานการณ์ ทาง CommScope จึงมีทั้งโซลูชัน CommScope SYSTIMAX ซึ่งเป็นโซลูชันสาย Cat6A แบบ Unshielded สำหรับใช้ทั่วไป และโซลูชัน CommScope NETCONNECT ซึ่งเป็นโซลูชันสาย Cat6A แบบ Shielded สำหรับใช้ในพื้นที่ที่มีสัญญาณรบกวนหรือการใช้ไฟฟ้ามากเป็นพิเศษ โดยมีทั้งสายขนาด 23AWG, 24AWG และ Patch Cord แบบ 28AWG ให้เลือกใช้งาน
ร่วมอบรมปูพื้นฐานและอัปเดตความรู้ด้านระบบ Cabling ได้ฟรีกับ CommScope
 
สำหรับผู้ดูแลระบบ IT มือใหม่ หรือผู้ที่มีประสบการณ์อยู่แล้ว สามารถทำการเรียนรู้และอัปเดตความรู้เทคโนโลยีด้าน Cabling ได้ฟรีๆ ทันทีกับ CommScope ได้ในช่องทางออนไลน์ดังนี้
 
  • CommScope Technical Family (CTF): ติดตาม Webinar ที่อัปเดตเทคโนโลยีล่าสุดด้านระบบ Cabling  https://www.commscope.com/ctf
  • CommScope Training: คอร์สออนไลน์สอนพื้นฐานด้านเทคโนโลยี Cabling และ Wireless ครอบคลุมครบทุกประเด็นสำคัญ https://www.commscopetraining.com/
สนใจโซลูชันระบบ Fiber และ Copper Cable ติดต่อทีมงาน CommScope ได้ทันที
 
สำหรับผู้ที่สนใจโซลูชันระบบ Fiber และ Copper Cable สามารถติดต่อทีมงาน Commscope ได้ทันทีที่คุณสุรีพร หงษ์คุณากร อีเมลล์ Sureeporn.Ho@commscope.com โทร 02-059-7555

from:https://www.techtalkthai.com/trend-network-cabling-2022-year-upgrade-from-10gbe-to-400gbe-support-iot-end-to-end/