มาทำความรู้จัก SSD คืออะไร พร้อมเทคนิคการเลือกซื้อ

สำหรับหน่วยเก็บความจำของคอมพิวเตอร์หรือว่าโน๊ตบุ๊คนั้นอย่าง SSD หรือชื่อเต็ม ๆ ว่า Solid State Drive นั้นถือว่าเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์สำคัญสำหรับการจัดเก็บข้อมูลต่าง ๆ ภายในเครื่องไม่ว่าจะเป็น ไฟล์เอกสาร ไฟล์ภาพ ไฟล์หนัง หรือแม้แต่ไฟล์เกม การจะจัดเก็บและทำให้การโปรแกรมต่าง ๆ ของเครื่องคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊คนั้นลื่นไหล มีความรวดเร็วก็มาจาก SSD ทั้งนั้น ดังนั้นเราจะมาทำความรู้จักกับเจ้า SSD ให้มากขึ้น พร้อมกับเทคนิคการเลือกซื้อ SSD เพื่อให้ได้ตัวที่ถูกใจของคุณที่สุดครับ จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย

[Advertorial] บทความนี้ได้รับการสนับสนุนและจัดเตรียมโดย Mercular ประเทศไทย

SSD (Solid State Drive) คืออะไร

SSD หรือ Solid State Drive เป็นอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลภายในคอมพิวเตอร์ ซึ่งถือว่าเป็นตัวที่มีความสำคัญสำหรับโน๊ตบุ๊คหรือคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะอย่าง PC เอง เพราะทั้งสองสิ่งนี้ต่างก็ต้องการพื้นที่สำหรับจัดเก็บข้อมูลต่าง ๆ  ไม่ว่าจะเป็น ไฟล์งาน ไฟล์เพลง ไฟล์หนัง ไฟล์เกม รวมไปถึงระบบปฏิบัติการต่าง ๆ อีกด้วย ซึ่งตัว SSD นี้ใช้การจัดเก็บข้อมูลแบบซิปวงจรรวม การอ่านข้อมูลและดึงข้อมูลทำได้โดยวงจรอิเล็กทรอนิกส์ 

ที่มา Canva

ประเภทของ SSD (Solid State Drive)

หลายคนนั้นอาจจะสงสัยว่า SSD นั้นมีประเภทด้วยอย่างนั้นเหรอ ซึ่งคำตอบก็คือ มีครับ โดยประเภทของ SSD นั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทด้วยกัน มีดังต่อไปนี้

1. SSD Sata 2.5 นิ้ว 

ประเภทแรกคือ SSD Sata 2.5 นิ้ว เป็นตัวที่ใช้งานกันอย่างแพร่หลาย และสามารถหาซื้อได้อย่างง่ายดายเนื่องจากมีจำหน่ายตามร้านค้าทั่วไป โดยเริ่มใช้งานตั้งแต่ความจุ 120GB ขึ้นไป SSD ประเภทนี้จะมีขนาด 2.5 นิ้ว สามารถใช้ได้กับทั้งคอมพิวเตอร์และโน๊ตบุ๊ค

2. SSD mSATA 

ประเภทที่สองอย่าง SSD mSATA เป็น SSD ที่ได้รับการออกแบบแลพดีไซน์มาให้มีขนาดเล็กกว่า SSD Sata ใช้พลังงานน้อยเหมาะสำหรับอุปกรณ์พกพาที่มีขนาดเล็กอย่างแท็บเล็ต หากนำประเภทนี้ไปใส่ในคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊ค อาจจะดึงประสิทธิภาพออกได้ไม่ถึงสเปกที่เครื่องต้องการ

3. SSD M.2 SATA 

SSD M.2 SATA ประเภทที่สามของ SSD เป็นตัวที่ได้รับการออกแบบมาเป็นแผงวงจรและมีวิธีทำการเชื่อมต่อรูปแบบใหม่ เพื่อเพิ่มความสะดวกกว่าเดิมและกินพื้นที่น้อยลง จัดว่าเป็นตัว SSD ที่ถูกสร้างออกมาให้ทำการแก้ปัญหาขนาดของ Sata 2.5 ที่กินพื้นที่เมนบอร์ดพอสมควรเลยครับ 

4. SSD M.2 NVMe

ประเภทสุดท้ายนี้เป็น SSD รุ่นที่พัฒนามาจาก M.2 SATA ซึ่งได้มีการปรับเปลี่ยนการเชื่อมต่อแบบ SATA เป็น PCI-e NVMe ที่ทำให้ตัว SSD นั้นสามารถส่งข้อมูลโดยตรงไปยัง CPU ได่โดยตรง ดังนั้นประสิทธิภาพของตัวเครื่องคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊คก็จะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวเลยล่ะครับ

ที่มา Canva

เมื่อเรารู้แล้วว่า SSD นั้นมีประเภทอะไรบ้าง เพื่อที่เราจะได้เลือกใช้งานได้อย่างถูกใจ ต่อมาก็ถึงเทคนิคการเลือกซื้อกันแล้วครับ ใครที่อยากได้ SSD ที่แสดงประสิทธิภาพออกมาอย่างอย่างยอดเยี่ยมนั้น จะต้องเลือกดูในส่วนไหนบ้าง ไปดูกันเลย

เลือกจากพอร์ตเชื่อมต่อ

สำหรับเทคนิคแรกที่ควรรู้นั้นได้แก่ พอร์ตเชื่อมต่อที่มี ซึ่งเมนบอร์ดรุ่นใหม่หรือแบรนด์ชั้นนำอย่าง Gigabyte ได้ถูกออกแบบมาให้รับการเชื่อมต่อแบบ PCI-e NVMe ได้หมด หรือจะต่อสาย SATA ก็ทำได้ไม่มีปัญหา แต่ในส่วนของพอร์ตแบบเก่าอย่าง SATA 2.5 นิ้ว หรือ M.2 SATA นั้นก็ยังมีให้ใช้งานอยู่ตามคอมพิวเตอร์และโน๊ตบุ๊ครุ่นเก่า ๆ อยู่ เพราะฉะนั้นการเลือกดูพอร์ตการเชื่อมต่อก็ต้องดูให้ดีระหว่างแบบเก่าแบบใหม่ดังนี้

พอร์ตแบบใหม่และเป็นที่นิยมในปัจจุบันอย่าง PCI-e NVMe M.2 สามารถทำความเร็วอ่านเขียนได้ถึงระดับ 5,000 MB/s ใน PCIe 4.0 ซึ่งทำให้การเปิดเครื่องไว และยังทำการเปิดโปรแกรมได้รวดเร็ว เมนบอร์ดส่วนใหญ่ในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊คต่างก็รองรับ 

ต่อมาอย่างพอร์ต SATA M.2 นั้นจะมีรูปทรงเป็นการ์ดเหมือน PCI-e NVMe แต่สามารถแยกความแตกต่างได้ที่ขาสล๊อต และชิปควบคุม มีการรันที่ช้ากว่า PCI-e NVMe ประมาณ 500 MB/s ข้อดีของแบบนี้ก็คือไม่ต้องต่อสายหรือสำรองไฟก็สามารถใช้งานได้ทันที

สำหรับพอร์ตรุ่นเก่าอย่าง SATA III 2.5 นิ้ว เป็นพอร์ตที่ต้องใช้สายในการเชื่อมต่อ ซึ่งแบบนี้นั้นตัวเมนบอร์ดของคอมพิวเตอร์และโน๊ตบุ๊คต่างก็รองรับเกือบทุกตัว เนื่องจากเมนบอร์ดส่วนใหญ่จะมีช่องต่อสาย SATA มาให้เป็นปกติอยู่แล้ว ทำให้สามารถใช้งานได้ตามปกติ

ที่มา Canva

ตรวจสอบขนาดของความจุ

สำหรับสิ่งที่สำคัญของ SSD นั้นก็เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่ามันก็ต้องเป็นความจุที่เราจะได้จาก SSD ซึ่งความจุนั้นก็มีแตกต่างกันไปตามแต่ละตัว จะมีขนาดความจุแบบไหนกันบ้างนั้นไปลองดูกันเลยครับ

128GB

ความจุขนาดน้อยที่สุดของ SSD ซึ่งเป็นขนาดที่เพียงพอสำหรับคนที่อยากได้ SSD ไปทำงานในเรื่องของเอกสาร หรือบันทึกการประชุมในวาระสำคัญ ซึ่งใครที่ทำงานเกี่ยวกับเอกสารนั้น ขนาดนี้ก็เพียงพอ แต่หากใช้ไปนาน ๆ นั้นก็อาจจะเก็บเอกสารที่มาถี่ ๆ ได้ไม่เพียงพอเท่าไหร่นัก 

256GB

สำหรับความจุนี้นั้นจัดว่าเป็นความจุที่เหมาะสมทั้งการใช้งานทั่วไป และโปรแกรมต่าง ๆ รวมถึงเกมระดับทั่วไปด้วย แต่ว่าหากอยากจะเล่นเกมระดับ AAA ตัวนี้นั้นไม่เพียงพออย่างแน่นอนครับ 

512GB

SSD ที่เป็นที่นิยมอย่างสูงเพราะสามารถใช้งานได้อย่างหลาก และเนื้อที่ความจุก็พอดิบพอดีในเรื่องการใช้งานต่าง ๆ อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการนำไปใช้งานในกราฟิกหนัก ๆ หรืองานต่าง ๆ ที่ต้องใช้โปรแกรมหลากหลาย หรือจะเอาไปลงเกมระดับธรรมดาจนถึงระดับ AAA ก็ทำได้อย่างง่ายดาย พร้อมทั้งเล่นได้อย่างลื่นไหลได้เป็นอย่างดีด้วยครับ

1TB

ถือว่าเป็นความจุของ SSD แบบจัดหนักจัดเต็ม เพราะด้วยขนาดที่เยอะขนาดนี้ ทำให้การลงเกมระดับ AAA ได้อย่างสบาย หรือวัยทำงานจะนำไปลงโปรแกรม เก็บไฟล์งานก็ได้มากมาย และสายผ่อนคลายที่ชอบเก็บไฟล์หนังและเพลงเอาไว้ในคอมหรือโน๊ตบุ๊ค ก็สามารถเก็บหนังหรือเพลงโปรดได้อย่างมากมาย หรือจะเก็บความทรงจำในช่วงต่าง ๆ อย่างรูปภาพได้อีกเป็นพัน ๆ รูป จึงเรียกได้เลยว่านี่คือจัดหนักจัดเต็มที่แท้ทรู

2TB ขึ้นไป

เก่งมาจากไหนก็แพ้ให้กับเธอ สำหรับ SSD ที่มาพร้อมกับความจุของเนื้อที่ที่สูงถึง 2TB ขึ้นไป นอกจากความจุที่มากมายมหาศาลแล้ว ยังสามารถทำให้การรันโปรแกรมต่าง ๆ นั้นรวดเร็วราวกับแสง จะใช้ทำงานด้านไหนก็สบาย จะเล่นเกมในระดับ AAA ที่จัดกราฟิกมาหนัก ๆ ก็สบาย เรียกว่ายิ่งความจุสูงก็ยิ่งใช้งานได้เป็นอย่างดีเลยครับ

ที่มา Canva

เงินหรืองบที่ถืออยู่ในมือ

สำหรับส่วนทุกท้ายที่ต้องถือว่าเป็นจุดสำคัญอย่างยิ่งยวดหรืออาจจะเป็นจุดสำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้นั่นก็คือ เงินทุน ที่เราถืออยู่ในมือนั่นเองครับ ซึ่งจะแบ่งเป็นเรทราคาแบบไหนบ้างไปดูกันเลยครับ

งบ 1,000 – 2,000 บาท

สำหรับราคาแรกนั้นเป็นของคนที่ตั้งมั่นในความประหยัด หรือว่าใช้งานคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊ค แค่อยากจะอัปเกรดคอมของตนเองให้แรงขึ้นเฉย ๆ งบจึงไม่จำเป็นต้องจ่ายหนักอะไรมากมายนัก เตรียมเงินเอาไว้ไม่เกิน 2,000 บาท ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว เนื่องจาก SSD ความจุ 128-512GB นั้นก็สามารถลงวินโดวส์ และโปรแกรมพื้นฐานต่าง ๆ รวมถึงนำไปเล่นเกมได้ตั้งแต่ระดับทั่วไปจนถึงเกมระดับ AAA ที่กราฟิกไม่หนักมากได้แล้ว เนื่องจาก SSD แบบ SATA และ PCI-e NVMe ที่มีความจุระดับ 256 – 512GB โดยเฉพาะ SSD แบบ SATA ที่ให้ความจุ 512 GB ในราคาไม่เกิน 2,000 บาท ก็พร้อมตอบสนองแก่ผู้ใช้ที่เน้นพื้นที่เก็บข้อมูล ส่วนใครก็ตามที่ชื่นชอบความรวดเร็วในการรันโปรแกรม SSD PCIe NVMe ความจุที่ราว 256GB นั้นก็พร้อมที่จะมอบความเร็วระดับ 1500 MB/s ขึ้นไปให้แก่ทุกคนเช่นกันครับ

งบ 2,001 – 4,000 บาท

ในส่วนจำนวนงบต่อมาที่ไม่เกิน 4,000 บาทนั้น สามารถเลือกซื้อ SSD ได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น ใครก็ตามที่ชื่นชอบในเรื่องของความจุ การซื้อ SSD ที่ให้ความจุขนาด 1TB นั้นสามารถซื้อได้อย่างง่ายดาย ซึ่งทางฝั่ง SATA นั้นมีตัวเลือกให้ลองเลือกอย่างมากมาย หรือใครก็ตามที่เป็นสายความเร็ว ที่ชอบความลื่นไหลและรันโปรแกรมได้อย่างรวดเร็วก็ต้องมุ่งไปเลือก SSD แบบ PCI-e NVMe ซึ่งจะมอบความเร็วสูงระดับ 3500 MB/s ในความจุเนื้อที่ 512GB นอกจากเร็วแรงแล้วยังมีพื้นที่ความจำที่มากขึ้นให้แก่คอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊คของคุณอีกด้วย

งบ 4,001-9,999 บาท

ด้วยราคาที่ถือว่าค่อนข้างสูงนี้นั้น จึงสามารถหาซื้อ SSD PCI-e NVMe ความจุระดับ 1TB ได้อย่างสบาย ทำให้คอมพิวเตอร์และโน๊ตบุ๊คมีความแรงและความจุที่มากเป็นพิเศษ หรือใครที่ชอบความจุแบบจัดหนักจัดเต็มในระดับ 2TB ก็สามารถมองหา SSD ทั้งแบบ SATA และ PCI-e NVMe มาใช้งานกันก็ได้ครับ เพราะจำนวนเงินที่มีไว้ขนาดนี้ สามารถเลือกได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น

งบ 10,000 บาท ขึ้นไป

และกับงบจำนวนที่มากมายขนาดนี้ การจะตามหา SSD ความจุที่มากถึง 2 – TB ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เครื่องคอมพิวเตอร์และโน๊ตบุ๊คของคุณนั้นจะทั้งแรงและเร็ว รวมถึงจัดเก็บข้อมูลไฟล์ต่าง ๆ ได้อย่างมากมาย ใครที่มีงบพอในระดับ ก็จัดกันมาเลย คุ้มค่าอย่างแน่นอนครับ 

เป็นยังไงกันบ้างครับกับการทำความรู้จัก SSD หรือ Solid State Drive ที่เอาไว้จัดเก็บข้อมูลของคอมพิวเตอร์และโน๊ตบุ๊ค พร้อมทั้งเทคนิคเลือกซื้อเพื่อให้ได้มาซึ่ง SSD ที่ถูกใจและมีประสิทธิภาพมากที่สุดสำหรับทุกคน ขอบอกเลยว่าถ้าได้ตัวที่ถูกใจแล้ว สายเกมนั้นจะต้องยิ้มกว้างอย่างแน่นอน ที่โน๊ตบุ๊คเกมมิ่งแบรนด์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น โน๊ตบุ๊ค Lenovo หรือ โน๊ตบุ๊ค MSI ที่โดดเด่นเรื่องของการเล่นเกม พอทำการรวมเข้ากับ SSD ที่คุณเลือกมากับมือ เกมโปรดของคุณจะแสดงประสิทธิภาพออกมาได้อย่างมากขึ้นเป็นที่ถูกใจอย่างแน่นอนครับ

from:https://thehaptic.co/2022/06/20357/