นักวิเคราะห์ชี้ Netflix อาจต้องเปลี่ยนมาปล่อยซีรีส์ทีละตอน เพื่อดึงให้สมาชิกอยู่นานๆ

การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดสตรีมมิ่ง ทำให้เจ้าตลาดอย่าง Netflix ต้องปรับกลยุทธ์ที่เคยใช้ได้ผลมายาวนานหลายอย่าง เช่น การมีแพ็กเกจราคาถูกลง แลกกับการมีโฆษณา, หันมาทำตลาดเกม และอาจทำคอนเทนต์ถ่ายทอดสด

ล่าสุดนักวิเคราะห์คาดว่าอีกนโยบายที่ต้องเปลี่ยนคือ การออกฉายซีรีส์รวดเดียวทั้งซีซัน เพื่อให้ผู้ชมดูได้ต่อเนื่อง (binge watch) ซึ่งสวนทางกับค่ายหนังอื่นๆ ที่ออกซีรีส์ใหม่สัปดาห์ละ 1 ตอน เพื่อดึงให้ผู้ชมจ่ายค่าสมาชิกไปนานที่สุดเท่าที่ทำได้

Robert Thompson อาจารย์ด้านสื่อและวัฒนธรรมสมัยใหม่จากมหาวิทยาลัย Syracuse ชี้ว่าเดิมทีนั้น Netflix ใช้ยุทธศาสตร์ปล่อยซีรีส์ออกมาทีเดียวทั้งซีซัน เพื่อให้คนพูดถึงมากๆ และตัวซีรีส์เป็นที่รู้จักในวงกว้าง แนวทางนี้ประสบความสำเร็จในยุคนั้น แต่สถานการณ์ในตลาดสตรีมมิ่งก็เปลี่ยนไปมากแล้ว ทุกวันนี้ Netflix ขาดซีรีส์เก่าๆ ที่คนรักและกลับมาดูซ้ำบ่อยๆ อย่าง The Office หรือ Friends ที่โดนต้นสังกัดดึงกลับไปแพลตฟอร์มตัวเองหมดแล้ว ส่วนซีรีส์ออริจินัลของ Netflix เองก็ยังไม่ได้มีความนิยมถึงขนาดนั้น

No Description

สถานการณ์ยอดสมาชิกของ Netflix ที่ลดลง อาจทำให้ Netflix ต้องเลิกนโยบายนี้ เพราะผู้ชมที่สนใจซีรีส์บางเรื่องอาจสมัครสมาชิกเพียง 1 เดือน ชมซีรีส์ทั้งซีซันแบบ binge watch แล้วยกเลิกสมาชิกไปแทน ในขณะที่คู่แข่งอย่าง Disney+ เลือกใช้วิธีปล่อยซีรีส์ทีละตอน และวางแผนการปล่อยซีรีส์ Star Wars สลับกับ Marvel ไปตลอดทั้งปีเพื่อรักษายอดสมาชิกให้ยังอยู่กับแพลตฟอร์ม

ท่าทีของ Netflix เองก็เริ่มปรับตัวเข้าหาแนวทางนี้บ้างแล้ว เช่น ซีรีส์ Ozark หรือ Stranger Things ซีซันล่าสุดก็ใช้วิธีปล่อยทีละครึ่ง (splitting season) แทนการปล่อยทุกตอนมาพร้อมกัน เรื่องนี้ Ted Sarandos ซีอีโอร่วมของ Netflix อธิบายว่าสาเหตุเริ่มมาจาก COVID ทำให้ถ่ายทำจนจบทั้งซีซันไม่ได้ จึงต้องถ่ายแล้วปล่อยทีละครึ่งซีซัน แต่ลองแล้วก็พบว่าผู้ชมก็ชอบแนวทางนี้เหมือนกัน

ที่มา – CNBC

from:https://www.blognone.com/node/129048