เจาะเมกะเทรนด์ E-commerce และโอกาสทางธุรกิจของ “aCommerce” หรือ ACOM

เมื่อก่อนถ้าอยากซื้อสินค้า คุณอาจต้องเดินทางออกจากบ้านไปที่ร้าน และหากต้องการสินค้าหลาย ๆ อย่าง คุณก็ต้องเดินเข้าออกหลาย ๆ ร้าน จนกว่าจะได้สินค้าที่ต้องการ แต่ปัจจุบันนี้ การเดินทางของคุณอยู่แค่เพียงปลายนิ้ว ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม จนทำให้การซื้อขายออนไลน์หรือ E-commerce เป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์ของยุคนี้ก็ว่าได้ 

acommerce

คำถามคือ แล้วธุรกิจอะไรที่ตอบโจทย์ ทั้งกระแส “New Normal” และเป็น “Mega Trends” ที่จะเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว และคว้าโอกาส ในวันที่ทุก ๆ ธุรกิจกำลังปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล?

วันนี้ brand inside จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซครบวงจรรายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเป็นบริษัทที่ให้บริการสนับสนุนธุรกิจอีคอมเมิร์ซอย่างครบวงจร (End-to-end E-commerce Enabler) ให้กับแบรนด์ต่าง ๆ ทั้งระดับประเทศและระดับโล

ที่สำคัญ บริษัทนี้กำลังจะ IPO เข้ามาเป็นหุ้นน้องใหม่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอีกด้วย ซึ่งจะถือเป็นหุ้นที่เป็นเหมือนตัวแทนการเติบโตของอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตัวแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ACOM คือใคร?

บริษัท เอคอมเมิร์ซ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) หรือ ACOM ก่อตั้งขึ้นในปี 2556 จากการเล็งเห็นโอกาสในการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งยังขาดตัวกลางที่เป็นผู้พัฒนาแพลตฟอร์มเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ รวมถึงการเชื่อมต่อแบรนด์และผู้บริโภคให้สามารถทำการซื้อขายในช่องทางออนไลน์ โดยที่ ณ ขณะนั้นโครงสร้างพื้นฐานยังไม่เอื้ออำนวยและรู้จักกันในวงกว้างนัก หรือพูดง่าย ๆ ว่า ถ้าแบรนด์อยากตีตลาดในช่องทางออนไลน์ แต่ไม่มีความรู้ความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีต่าง ๆ ACOM ก็จะเป็นคนกลางที่เชื่อมต่อช่องว่างระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคนั่นเอง 

นับตั้งแต่เริ่มดำเนินกิจการ ACOM ได้เชื่อมต่อแบรนด์ของลูกค้าผู้ใช้บริการกับผู้บริโภคไปแล้วกว่า 12 ล้านราย เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของวงการ E-commerce ในระดับภูมิภาค ภายใต้พันธกิจที่จะช่วยเหลือแบรนด์ ให้สามารถสร้างการมีส่วนร่วม และทำธุรกรรมกับผู้บริโภค ตลอดจนการจัดส่งสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในทุกที่ ทุกเวลา และทุกวิธีการ เพื่อลดความยุ่งยากในการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซและเพิ่มยอดขายสินค้าได้ตามเป้าหมาย

ในช่วงแรกของการเริ่มต้นธุรกิจ ACOM ให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจด้านอีคอมเมิร์ซตามความต้องการของลูกค้าเฉพาะส่วน (Value Added Services) ต่อมาในปี 2560 บริษัทฯ ได้พัฒนาจากการให้บริการรูปแบบเดียว เป็นการให้บริการอย่างครบวงจร (End-to-end Service) ก่อนจะมีการปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่ง โดยเฉพาะการเสริมทีมงานฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี ในปี 2562 

ทำให้ ACOM มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้แบรนด์ของลูกค้าสามารถขายได้ในหลากหลายช่องทางการขายออนไลน์ โดยเชื่อมต่อกับซอฟต์แวร์ทางการเชื่อมต่อ (Application Programing Interfaces หรือ APIs) แล้วกว่า 300 รายการ ซึ่งประกอบด้วยแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ (E-commerce Platform) ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ ผู้ให้บริการรับชำระเงิน แพลตฟอร์มสินค้าคงคลังและลูกค้าสัมพันธ์ และเครื่องมือระบบนิเวศทางธุรกิจอื่น ๆ ที่ให้บริการในรูปแบบต่าง ๆ แก่ผู้ใช้บริการอีคอมเมิร์ซครบวงจรของบริษัทฯ ในพื้นที่ 5 ประเทศ คือ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ และพร้อมขยายไปยังเวียดนามตามสัญญาความร่วมมือกับ DKSH

ปัจจุบัน ACOM ให้บริการด้านอีคอมเมิร์ซแบบครบวงจร ตั้งแต่การให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์ การพัฒนาร้านค้าออนไลน์ ระบบบริหารการจัดการคลังสินค้าและการจัดส่ง ไปจนถึงขั้นตอนการดูแลลูกค้า และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เรียกได้ว่าบริษัทฯ ช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถสร้างธุรกิจอีคอมเมิร์ซได้อย่างครบวงจร ผ่านการสร้างประสบการณ์การซื้อสินค้าแบบไร้รอยต่อในช่องทางต่าง ๆ ที่ยังคงสอดคล้องกับตำแหน่งทางการตลาดของแบรนด์นั้น ๆ โดยสามารถแบ่งบริการและผลิตภัณฑ์ของ ACOM ในปัจจุบันได้เป็น 3 กลุ่ม 

  1. EcommerceIQ แพลตฟอร์มเทคโนโลยีของบริษัทฯ ที่เชื่อมต่อเครือข่ายอีคอมเมิร์ซและประมวลผลข้อมูล ภายใต้แพลตฟอร์มคลาวด์ครบวงจรเพียงแพลตฟอร์มเดียว ใช้ในการจัดการสินค้าและสินค้าคงคลัง ประมวลผลคำสั่งซื้อและการชำระเงิน จัดส่งสินค้าตามคำสั่งซื้อและใช้ประโยชน์จากการวิเคราะห์ข้อมูลและรายงานอย่างมีประสิทธิภาพ  
  2. EcommerceIQ SaaS (Software as a Service) เป็นผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งในแพลตฟอร์ม EcommerceIQ ซึ่งมีคุณสมบัติในการบริการการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงเพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถทำความเข้าใจผู้บริโภค (Client Analytics) และคู่แข่งของตน (Market Insight) 
  3. บริการเสริมตามความต้องการของลูกค้า (Value Added Services) ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจด้านอีคอมเมิร์ซ เช่น การพัฒนาร้านค้าออนไลน์ (Webstore) การจัดการคลังสินค้าบนตลาดซื้อขาย (Marketplaces) เป็นต้น

จากข้อมูลของ EuroMonitor ปัจจุบัน ACOM เป็นผู้ให้บริการสนับสนุนการประกอบธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (End-to-end E-commerce Enabler) รายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อพิจารณาจากยอดขายสินค้ารวม (Gross Merchansise Value หรือ GMV) ในปี 2563 โดยบริษัทฯ มีส่วนแบ่งตลาด 16.5% ซึ่งมากกว่าผู้ประกอบการรายใหญ่อันดับ 2 และ 3 รวมกัน เป็นผลจากจุดเด่นที่สามารถให้บริการได้อย่างครบวงจร ขณะเดียวกันก็สามารถปรับรูปแบบให้เหมาะสมตามความต้องการของผู้ใช้บริการ ซึ่งมีกลุ่มสินค้าที่หลากหลาย ตั้งแต่สินค้าอุปโภคบริโภค แฟชั่น ความงาม ไปจนถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

ความโดดเด่นเหล่านี้ ทำให้ที่ผ่านมา ACOM สามารถเพิ่มยอดขายสินค้าจากต้นทางไปยังปลายทาง (EMV) ของลูกค้า 10 อันดับแรกได้ปีละ 71.7% (ปี 2562-2564) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแบรนด์ที่ใช้บริการกับบริษัทฯ มาหลายปี และยังมีลูกค้าใหม่อีกกว่าร้อยรายที่เข้ามาในช่วงปี 2563-2564 ซึ่งน่าจะเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญที่สามารถเพิ่มการเติบโตให้กับ ACOM ในช่วง 2-3 ปีนับจากนี้

acommerce

สร้างการเติบโต ตามเทรนด์อีคอมเมิร์ซ

ธุรกิจอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดและรวดเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยมีอัตราการเติบโตต่อปีกว่า 54.2% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (เมื่อพิจารณาจากมูลค่ายอดขายรวมของสินค้าทั้งหมดที่ขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ในปี 2559-2563) และคาดว่าจะยังคงเติบโตต่อเนื่องที่ 19.8% (ปี 2563-2568)

ในขณะที่ตลาดผู้ให้บริการสนับสนุนอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีอัตราการเติบโตโดยเฉลี่ยต่อปี 62.4% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2559-2563) และคาดว่าตลาดจะมีการเติบโตต่อไปในอนาคตอีก 5 ปี (2563-2568) ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีถึง 35.7% และจะมีมูลค่าตลาดเป็น 10,740 ล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2568 หรือเติบโตขึ้นเกือบ 5 เท่าจากปัจจุบัน 

จึงเป็นโอกาสทางธุรกิจของผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซอย่าง ACOM ที่จะช่วยเชื่อมต่อระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค และสร้างการเติบโตไปพร้อมกับเทรนด์ดิจิทัลที่กำลังเกิดขึ้นในทุกอุตสาหกรรม  โดยบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการลงทุนพัฒนาแพลตฟอร์มเทคโนโลยี และผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ นับตั้งแต่ปี 2556 ACOM ได้ใช้งบลงทุนแล้วกว่า 850 ล้านบาท เพื่อพัฒนา EcommerceIQ และ EcommerceIQ SaaS ที่เปิดตัวเมื่อปีที่ผ่านมา 

ไม่เพียงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ แต่ ACOM ยังวางแผนขยายฐานลูกค้าผู้ใช้บริการอีคอมเมิร์ซครบวงจรอย่างต่อเนื่อง  โดยจะขยายพื้นที่ให้บริการไปยังประเทศใหม่ ๆ และกลุ่มสินค้าประเภทอื่น ๆ ที่มีศักยภาพการเติบโต สามารถสร้างอัตรากำไรและกระแสเงินสดสูง เช่น กลุ่มของเล่น บ้านและสวน

acommerce

ย้อนกลับไปที่คำถามในตอนต้นของบทความที่ว่า แล้วธุรกิจอะไรที่ตอบโจทย์ทั้งกระแส “New Normal” และเป็น “Mega Trends” ที่จะเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว และคว้าโอกาส ในวันที่ทุก ๆ ธุรกิจกำลังปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล?

คำตอบคงหนีไม่พ้น ธุรกิจผู้ให้บริการธุรกิจอีคอมเมิร์ซ อย่างที่ ACOM กำลังทำ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องโดยตรงในการทำให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซเติบโต จนอาจเรียกได้ว่าเป็นธุรกิจที่อยู่ในเมกะเทรนด์ดังกล่าวอย่างแท้จริง …

References

– ร่างแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวนฉบับเต็มของ บมจ.เอคอมเมิร์ซ กรุ๊ป ซึ่งได้ยื่นต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ที่ www.sec.or.th

www.crunchbase.com/organization/acommerce

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post เจาะเมกะเทรนด์ E-commerce และโอกาสทางธุรกิจของ “aCommerce” หรือ ACOM first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/acom-trend-e-commerce/