ทำธุรกิจอย่างมั่นใจ ปลอดภัย กับเครื่องแพลตฟอร์ม Intel vPro® เจนเนอเรชัน 12

การเลือกเครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานทำธุรกิจในยุคดิจิทัลปัจจุบัน เรื่องความมั่นคงปลอดภัย (Security) ของเครื่องพีซีหรือโน้ตบุ๊กนั้นได้เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญนอกเหนือจากเรื่องของประสิทธิภาพ ที่จะทำให้การทำงานเป็นไปได้อย่างราบรื่นและมั่นใจ ส่งผลให้หลายองค์กรจำเป็นต้องสั่งซื้อซอฟต์แวร์ความมั่นคงปลอดภัยต่าง ๆ มาติดตั้งให้กับเครื่องพนักงานมากมาย เพื่อช่วยป้องกันในอีกระดับชั้นหนึ่ง

ถ้าหากองค์กรต้องการจะเสริมความมั่นใจให้มากขึ้นกว่าเดิมในอีกขั้น ทีมงาน TechTalk Thai ขอแนะนำให้ใช้งาน “แพลตฟอร์ม Intel vPro” ไปด้วยเลย โดยวันนี้ได้พัฒนามาถึงเจนเนอเรชัน 12 แล้ว ซึ่งได้มีฟีเจอร์ใหม่ ๆ เพิ่มเติมจากเจนเนอเรชัน 11 มาพอสมควร ที่จะสามารถตอบโจทย์องค์กรในทุกการใช้งาน ใช้ทำธุรกิจได้อย่างมั่นใจมากขึ้นแน่นอน

มั่นคงปลอดภัยสูงสุดจาก Intel vPro

สำหรับแพลตฟอร์ม Intel vPro ที่ใช้โปรเซสเซอร์ 12th Gen Intel® Core™ นี้ ได้มีการอัปเกรดฟีเจอร์ใหม่ ๆ ในเรื่อง Security เข้ามามากมาย ตัวอย่างเช่น

  • การป้องกันระดับ Application Layer และต่ำกว่า OS ที่ทำให้พื้นที่การโจมตี (Attack Surface) ลดน้อยลงไปกว่าเดิม ทำให้เครื่องมีความมั่นคงปลอดภัยที่จะทำให้การเจาะเข้าระบบในเครื่องที่ใช้แพลตฟอร์ม Intel vPro ทำได้ยากขึ้นกว่าเดิม
  • Threat Detection Technology (TDT) เทคโนโลยีตรวจจับ Threat ที่ช่วยตรวจสอบตลอดเวลาว่า Process ใดมีโอกาสเป็น Threat กับเครื่องบ้าง โดยเทคโนโลยีสร้างด้วยระบบ AI หรือ Machine Learning ที่จะเรียนรู้อย่างต่อเนื่องที่จะช่วยป้องกัน Threat ในอนาคตได้ด้วย ทั้งนี้ เทคโนโลยี TDT จะไม่ได้ใช้ Workload ของเครื่อง แต่จะเป็นการใช้ GPU ที่ว่างในการทำงาน จึงทำให้เครื่องสามารถใช้ทำงานได้ปกติโดยที่ TDT ยังคงตรวจสอบให้อยู่ตลอดเวลา
  • Silicon-based Security Capabilities for OS Virtualization ที่ปกป้องได้มากกว่าเดิม ไม่ว่าองค์กรจะเลือกทำ Virtualization ในรูปแบบลักษณะใดก็ตาม ด้วยการป้องกันที่ต่ำกว่าระดับ OS จึงทำให้ป้องกันการโจมตีได้มากขึ้นกว่าเดิม

ดังนั้น สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานแพลตฟอร์ม Intel vPro ที่ใช้โปรเซสเซอร์ 12th Gen Intel® Core™ นั้น บอกได้ว่ามั่นใจในเรื่องความมั่นคงปลอดภัยได้เลย เพราะว่าเครื่องนั้นทาง Intel จะมีการใส่ระบบรักษาความปลอดภัยระดับสูงสุดในตลาดจาก Intel เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าท่านจะเลือกใช้งานแบรนด์ใด ๆ ก็ตาม

ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน เสริมทุก Productivity 

สำหรับแพลตฟอร์ม Intel vPro 12th Generation ใหม่ล่าสุดนี้ ประสิทธิภาพเมื่อทดสอบกับ Workload ของการทำงานทำธุรกิจในชีวิตประจำวันเรียกว่า “กินขาด” ไม่ว่าจะเทียบกับ Intel vPro ในเจนเนอเรชัน 11 หรือว่าแบรนด์อื่น ๆ ก็ตาม การใช้งาน Excel หรือว่า Power BI การประชุมออนไลน์ผ่าน Zoom หรือว่าทดสอบประสิทธิภาพบนเครื่องมือต่าง ๆ เช่น SYSmark25, CrossMark หรือ WebXPRT 4 ก็ได้ผลเร็วกว่าทั้งหมด

นอกจากนี้ แพลตฟอร์ม Intel vPro ยังสนับสนุนการใช้ทำงาน Collaboration กับทีม หรือการประชุมออนไลน์ได้ดีขึ้นกว่าเดิม เพราะแพลตฟอร์มคือตัวการันตีว่าถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่ได้ติดป้าย Intel vPro นั้นคือเครื่องมือที่ใช้ทำงานเชิงธุรกิจได้ดีอย่างแน่นอน เช่น การมีระบบตัดเสียงพื้นหลัง (ฺBackground) ด้วยระบบ AI การปรับแต่งสีวีดีโอให้มีความคมชัดขึ้นกว่าเครื่องทั่ว ๆ ไป เป็นต้น รวมทั้งการมี Intel Wi-Fi 6E ที่จะทำให้การเชื่อมต่อกับโลกอินเทอร์เน็ตได้อย่างไหลลื่น จนทำให้สามารถทำงานที่ไหนเวลาใดก็ได้ (Anywhere Anytime) 

ดังนั้น ไม่ว่าจะต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการทำงานเอกสาร Office ทำงาน Content ตัดแต่งภาพ ตัดต่อวีดีโอ หรือว่าประชุมออนไลน์ทางไกล ฟีเจอร์มากมายในแพลตฟอร์ม Intel vPro ที่ใช้โปรเซสเซอร์ 12th Gen Intel® Core™ นี้จะสนับสนุนให้การทำงานทำธุรกิจของท่านด้วยประสิทธิภาพสูงสุด ทำให้ท่านได้ Productivity สูงสุดอย่างแน่นอน

จัดการเครื่องภายในองค์กรจำนวนมหาศาล ได้ในทุกสถานการณ์

ในภาคธุรกิจไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่ เชื่อว่าต้องมีปัญหาในการบริหารจัดการเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานภายในองค์กรกันไม่มากก็น้อย เพราะทั้งเรื่องจำนวนเครื่องอาจจะหลัก 20 – 30 เครื่องหรือว่ามากถึงระดับ 10,000 เครื่อง เรื่องเวลาว่างของคนทำงานกับเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเครื่อง ที่ต้องดูแลการอัปเดตซอฟต์แวร์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด การสนับสนุน (Support) แก้ไขปัญหาการใช้งานเครื่อง การบำรุงรักษาอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน เป็นต้น ทั้งหมดนี้ มีความยากในการบริหารจัดการอย่างแน่นอน

หากแต่แพลตฟอร์ม Intel vPro นี้ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสนับสนุนภาคธุรกิจโดยแท้จริง เพราะภายในแพลตฟอร์ม จะมีชุดเครื่องมือซอฟต์แวร์บริหารจัดการแบบสมัยใหม่ (ด้วยเทคโนโลยี Intel Active Management Technology : Intel AMT) และ Intel Endpoint Management Assistant : Intel EMA) ให้มาใช้งานได้ “ฟรี” (สามารถดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ได้ที่นี่) ที่ทำให้องค์กรสามารถ “บริหารจัดการทุกเครื่องได้ในทุกสถานการณ์” 

ไม่ว่าผู้ใช้เครื่องจะเดินทางไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ จะต่อสาย LAN หรือ Wi-Fi ถ้าหากเครื่องที่ใช้แพลตฟอร์ม Intel vPro มีปัญหาใด ๆ หากเครื่องยังออนไลน์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้อยู่ ทางเจ้าหน้าที่แผนกไอทีหรือผู้ดูแลเครื่องขององค์กรจะสามารถรีโมทเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาได้ตลอดเวลา ซึ่งถ้าหากเครื่องนั้นใช้เป็น Intel vPro Enterprise รุ่นที่ดีที่สุดในภาคธุรกิจ แม้เครื่องจะดับหรือปิดอยู่ หน้าจอ Blue Screen ก็ตาม เจ้าหน้าที่ก็ยังสามารถรีโมทเข้ามาจัดการ หรือ Update Patch ได้เลยทีเดียว

ดังนั้น หากองค์กรมีเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนมากที่ต้องจัดการ แนะนำว่าควรใช้แพลตฟอร์ม Intel vPro เป็นอย่างยิ่ง โดยทีมงานขอยกตัวอย่าง Use Case ที่ใช้งานจริงที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงในบทสัมภาษณ์การยกระดับศูนย์ไอทีที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ด้วยการใช้งานแพลตฟอร์ม Intel vPro ที่ทำให้“เจ้าหน้าที่ 1 คนดูแลคอมพิวเตอร์ได้ 700 เครื่อง” ลดภาระและเวลาในการทำงานของเจ้าหน้าที่ลงไปได้อย่างมหาศาล ที่น่าจะทำให้เห็นภาพถึงประโยชน์ในการเลือกใช้งานแพลตฟอร์ม Intel vPro ชัดเจนขึ้นอย่างแน่นอน

ใช้งานแพลตฟอร์ม Intel vPro ทั้ง 4 รุ่นได้แล้ววันนี้

มาถึงจุดนี้ จะเห็นได้ชัดเจนเลยว่าแพลตฟอร์ม Intel vPro นั้นถูกออกแบบมา “เพื่อตอบโจทย์ในภาคธุรกิจโดยแท้จริง” ทั้งเรื่องความมั่นคงปลอดภัยในระดับที่เหนือกว่ารุ่นปกติ เรื่องประสิทธิภาพเครื่องและอุปกรณ์ที่รองรับในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และเรื่องซอฟต์แวร์บริหารจัดการเครื่องได้จำนวนมหาศาล ทั้งหมดนี้ เชื่อว่าแพลตฟอร์ม Intel vPro จะช่วยต่อยอดให้องค์กรทั้งขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่ สามารถเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นใจแน่นอน

สำหรับแพลตฟอร์ม Intel vPro ที่ใช้โปรเซสเซอร์ 12th Gen Intel® Core™ ในปัจจุบันจะมีทั้งหมด 4 รุ่น ได้แก่

  • Intel vPro Enterprise รุ่นที่ดีที่สุดของฝั่งภาคธุรกิจ (Commercial) โดยจุดเด่นคือความมั่นคงปลอดภัยระดับสูงสุดโดยจะมีการเข้ารหัสหน่วยความจำ (Memory Encryption) และหากแม้เครื่องจะปิดอยู่หรือ Blue Screen ก็สามารถให้เจ้าหน้าที่รีโมทมาช่วยแก้ไขปัญหาได้ตลอดเวลา รุ่นนี้จะเหมาะกับองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องดูแลเครื่องระดับหลักร้อยเครื่องขึ้นไป
  • Intel vPro Essentials รุ่น Intel vPro ระดับเริ่มต้นที่ตัดฟีเจอร์บางอย่างออกไปจาก Intel vPro Enterprise เช่น รองรับการรีโมทแบบมาตรฐานเท่านั้น โดยเครื่องปลายทางจะต้องออนไลน์อยู่จึงรีโมทเข้าไปแก้ไขปัญหาได้ เป็นต้น รุ่นนี้จึงเหมาะกับองค์กรขนาดเล็กถึงกลาง อาจจะมีเครื่องที่ต้องบริหารจัดการประมาณ 20-50 เครื่อง เป็นต้น
  • Intel vPro – An Intel Evo Design รุ่นที่ผสมผสานฟีเจอร์ของ Intel vPro Enterprise กับ Intel Evo Design ที่จะเน้นความบางเบาแต่ประสิทธิภาพสูงระดับพรีเมียม บางเบาแต่เครื่องแรง ชาร์จไวแต่อยู่ได้นาน แต่รุ่นนี้อาจจะมีเฉพาะโน้ตบุ๊กเท่านั้น ณ ตอนนี้
  • Intel vPro Enterprise for Chrome เป็นรุ่นที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ โดยออกมาเพื่อรองรับอุปกรณ์อย่าง Chromebook หรือ Chrome OS สำหรับองค์กรที่ใช้งานอุปกรณ์ดังกล่าวได้ด้วยนั่นเอง

หากองค์กรหรือหน่วยงานใดสนใจใช้งานแพลตฟอร์ม Intel vPro แต่ชื่นชอบแบรนด์อุปกรณ์ใดเป็นพิเศษ บอกได้เลยว่าไม่ต้องห่วง เพราะทาง Intel ได้ทำงานร่วมกับแบรนด์ผู้ผลิตแทบทุกแบรนด์ชั้นนำของโลก ซึ่งท่านสามารถติดต่อตัวแทนจำหน่ายแล้วแจ้งว่ามีความต้องการใช้แพลตฟอร์ม Intel vPro จากนั้นก็เลือกปรับแต่ง (Customize) สเปคเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต้องการใช้งานได้ทันที ดังนั้น หากองค์กรกำลังเลือกซื้อเครื่องพีซีหรือโน้ตบุ๊กอยู่ อยากให้ท่านลองมองหาหรือสอบถามถึงแพลตฟอร์ม Intel vPro ที่ใช้โปรเซสเซอร์ 12th Gen Intel® Core™ ได้แล้ววันนี้ 

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ natrapa.khunnathamdee@intel.com บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด

from:https://www.techtalkthai.com/to-drive-business-confidently-safely-with-intel-vpro-12th-gen-intel-core/