[Guest Post] ทำความรู้จัก Speed Live CDN by iNEXT BROADBAND

Content Delivery Network หรือ CDN คือ ระบบเครือข่ายขนาดใหญ่ของเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่วางกระจายตัวอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลก โดยเซิร์ฟเวอร์เหล่านี้จะเชื่อมต่อกันผ่านทางอินเทอร์เน็ต เพื่อทำการส่งข้อมูลไปให้ถึงผู้รับปลายทางได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ข้อมูลที่ส่งผ่าน CDN ในโลกอินเทอร์เน็ตนั้น มีหลากหลายรูปแบบ เช่น ข้อความ, รูปภาพ, วิดีโอ, ไฟล์มัลติมีเดียต่างๆ โดยข้อมูลเหล่านี้จะมีการจัดเก็บไว้บนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ต่าง ๆ เมื่อมีผู้ใช้งานร้องขอข้อมูล เซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ใกล้กับผู้ใช้ที่สุดก็จะทำการตอบรับคำร้องขอและทำการส่งข้อมูลแทนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ต้นทางที่อยู่ไกลออกไป ซึ่งวิธีดังกล่าวนี้จะช่วยร่นระยะเวลาในการส่งข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์ต้นทาง โดยเฉลี่ยแล้วจะเร็วมากขึ้นถึง 50%

ทำไมถึงต้องใช้ CDN?  

การสร้างเว็บไซต์ขึ้นมาเว็บไซต์หนึ่ง เพื่อให้รองรับผู้ใช้งานทั้งภายในประเทศและจากต่างประเทศ อาจเกิดเหตุการณ์ที่มีปริมาณผู้ใช้งานมากขึ้น รวมถึงการเดินทางของข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์ต้นทางไปถึงผู้ใช้งานปลายทางซึ่งใช้เวลานาน ทำให้ผู้ใช้งานพบเจอกับประสบการณ์การใช้งานที่ไม่ดี หน้าเว็บไซต์โหลดช้า รวมไปถึงคอนเทนต์ต่างๆ อย่างเช่น รูปภาพหรือวิดีโอ ก็จะช้าไปด้วย

ซึ่งในการส่งข้อมูลชุดหนึ่งไปยังผู้ใช้งาน จะมีการเดินทางของข้อมูลผ่าน Nodes ต่าง ๆ จากต้นทางไปยังผู้ร้องขอข้อมูล ยิ่งผู้ใช้งานอยู่ไกลมากเท่าไร ก็ต้องรอการเดินทางของข้อมูลนานขึ้นเท่านั้น   จึงส่งผลให้หน้าเว็บหรือข้อมูลที่จำเป็นต่าง ๆ แสดงผลได้ช้า และเมื่อรอหน้าเว็บดาวน์โหลดเป็นเวลานานก็จะพบว่า 44% ของผู้ใช้จะทำการรีเฟรชใหม่, 35% จะออกจากเว็บไซต์แล้วค่อยเข้ามาใหม่ภายหลัง, 13% ออกจากเว็บไซต์และไม่กลับมาอีก และ 8% รอจนกว่าจะโหลดเสร็จ

แน่นอนว่าการทำเว็บไซต์ขึ้นมาเว็บไซต์นึง ก็มีความต้องการให้มีผู้ใช้งานเข้ามาเว็บไซต์มากขึ้น หากเกิดประสบการณ์การใช้งานที่ไม่ดี อาจจะทำให้ไม่อยากกลับมาใช้งานอีก หลายๆ ท่านคงไม่มีใครอยากให้เกิดปัญหานี้แน่ เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาดังกล่าว จึงต้องการระบบ CDN เข้ามาช่วยเหลือ

และการที่มีเครื่องเซิร์ฟเวอร์ของระบบ CDN กระจายตัวอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ จะช่วยลดระยะทางระหว่างผู้ใช้งานกับเซิร์ฟเวอร์ลง ทำให้การส่งข้อมูลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ HTML, JavaScript, CSS ที่เป็นโครงสร้างของเว็บไซต์ รวมไปถึง รูปภาพ, วิดีโอ หรือไฟล์เสียง ก็จะทำได้อย่างรวดเร็วขึ้นนั่นเอง

CDN มีประโยชน์อย่างไร?

  1. CDN ช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าถึงคอนเทนท์บนหน้าเว็บไซต์ได้เร็วขึ้น
    การใช้งาน CDN กับเว็บไซต์ ทำให้มีเครื่องเซิร์ฟเวอร์อยู่ใกล้กับผู้ใช้งานในแต่ละพื้นที่มากขึ้น ทำให้ระยะทางและเวลาในการรับส่งข้อมูลนั้นเร็วขึ้น ส่งผลให้ผู้ที่เข้ามาใช้งานเว็บไซต์โหลดและเข้าถึงคอนเทนท์ต่าง ๆ ได้รวดเร็วขึ้น เมื่อโหลดหน้าเว็บได้เร็ว ประสบการณ์การใช้งานก็ดีขึ้น ผู้ใช้งานก็ไม่ออกจากเว็บไซต์
  2. CDN ช่วยลดปริมาณ Bandwidth และประหยัดค่าใช้จ่ายในการขยาย Server
    การใช้งาน CDN สามารถช่วยลดปริมาณ Bandwidth ที่ใช้เชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์หลักได้ เพราะในระบบ CDN นั้นมีการทำ Caching ข้อมูลเอาไว้และจัดส่งไปให้กับผู้ใช้ได้ทันที  โดยไม่ต้องติดต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์หลักทุกครั้ง ตรงนี้ก็จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในส่วนของ Bandwidth ไปได้ รวมถึงการลดปริมาณ Traffic ของเซิร์ฟเวอร์หลักลง ช่วยให้โอกาสเสียหรือล่มน้อยลงด้วย อีกทั้ง CDN ยังช่วยในเรื่องการบริหารค่าใช้จ่ายให้กับเจ้าของเว็บไซต์ได้อีกด้วย ทั้งในด้านการใช้งาน Bandwidth ทรัพยากรต่าง ๆ ของเซิร์ฟเวอร์  รวมถึงเจ้าหน้าที่เทคนิคที่ต้องคอยดูแลเซิร์ฟเวอร์และระบบเครือข่าย เพื่อให้สามารถรองรับปริมาณผู้ใช้งานที่มีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงเวลาได้
  3. CDN ช่วยป้องกันการโจมตี DDos
    การใช้งาน CDN ยังสามารถช่วยทำให้เซิร์ฟเวอร์หลักมีความปลอดภัยมากขึ้น ช่วยลดและป้องกันการโจมตีแบบ DDoS ได้ เพราะถ้าหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน การโจมตีจะถูกกระจายไปตาม CDN Node ต่าง ๆ แทนที่จะเป็นการโจมตีไปที่เซิร์ฟเวอร์หลักโดยตรง

Speed Live CDN by iNEXT BROADBAND ผู้ให้บริการระบบ CDN ที่มีเซิร์ฟเวอร์กระจายอยู่ในทุกเครือข่ายของผู้ให้บริการบรอดแบรนด์และโทรศัพท์มือถือในประเทศไทย เพื่อรองรับผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตในทุกรูปแบบ 

 

Teo Hong Silom Group (by THS Soft) เป็นพาร์ทเนอร์ร่วมกับ iNEXT BROADBAND ในการให้บริการ Speed Live CDN ที่มีเซิร์ฟเวอร์รองรับมากกว่า 200 จุดทุกทวีปทั่วโลก และมีในประเทศไทยมากถึง 7 จุดทั้งในเครือข่ายของผู้ให้บริการ บรอดแบรนด์ และผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ ที่จะเข้ามาช่วยส่งข้อมูลจากฝั่งเว็บไซต์ผู้ให้บริการไปยังฝั่งผู้ใช้งานที่อยู่แต่ละภูมิภาคได้อย่างรวดเร็วและราบรื่น ช่วยแก้ปัญหารอโหลดหน้าเว็บนานได้เป็นอย่างดี 

บริการเสริมของ Speed Live CDN

นอกจากการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเว็บไซต์แล้ว Speed Live CDN by iNEXT BROADBAND ยังให้บริการด้าน VoD (Video on Demand) Transcode และ Live VDO Streaming อีกด้วย

Speed Live CDN จะทำหน้าที่ตั้งแต่การ Transcoder เพื่อเตรียมเนื้อหาที่จะจัดส่ง โดยเฉพาะไฟล์วีดิโอจะมีการปรับเปลี่ยนความละเอียดให้เหมาะสมกับอุปกรณ์ปลายทางที่ ใช้ในการรับชม เหมาะกับเว็บไซต์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการ AR/VR, Live event, On Demand Videos หรือที่มีการรับส่งไฟล์ใหญ่ ๆ รวมถึง Mobile Application ที่ใช้ในการดู content ต่าง ๆ ทาง Speed Live CDN ก็มีโซลูชันที่รองรับและเหมาะสมเป็นอย่างดี เพื่อให้เข้าถึงผู้ใช้ได้อย่างรวดเร็ว และวิดีโอก็ยังมีคุณภาพที่ดีและชัดเจน 

และ ยังรองรับ Adaptive Bit-Rates (ABR) ที่เหมาะสำหรับเว็บไซต์ให้บริการวิดีโอสตรีมมิ่งเพื่อส่งวิดีโอไปยังผู้ใช้ตามคุณภาพการเชื่อมต่อของผู้ใช้จากอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อลด Bandwidth ที่มักจะถูกใช้งานโดยไม่จำเป็น รวมถึงฝั่งของผู้ใช้ก็สามารถรับชมได้ทันทีไม่ต้องรอนาน

การคิดค่าบริการแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ แบบ Pay per use และ แบบแพคเกจรายเดือน

  1. Pay per use การคิดค่าใช้จ่ายตามจำนวน Byte หรือจำนวนชั่วโมงที่ใช้งานจริง จึงหมดปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายที่แพงหรือจ่ายโดยไม่จำเป็น
  1. แพคเกจรายเดือน การคิดค่าใช้จ่ายในรูปแบบแพคเกจที่รวมบริการอื่น ๆ เข้าไว้ด้วยกัน อาทิ การทำ Transcoder สำหรับบริการ VoD และ Live Streaming ยิ่งใช้บริการมาก อัตราค่าบริการยิ่งถูกลง

หรือสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของลูกค้า พร้อมกันนี้ยังมีทีมเทคนิคมืออาชีพที่เป็นคนไทยคอยช่วยดูแลลูกค้าแบบ 24×7 ทั้งในส่วนของการให้คำปรึกษาในการออกแบบระบบ การทดสอบ และการบริการหลังการขาย

สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
บริษัท ทีเอชเอส ซอฟท์ จำกัด
เบอร์โทร: 02-635-0162
Email: info@thssoft.com

 

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-thssoft-speed-live-cdn-by-inext-broadband/