OpenSea แจ้งเตือนผู้ใช้ให้ระวังฟิชชิ่งเมล หลังพบข้อมูลอีเมลแอดเดรสหลุดจำนวนมาก

OpenSea แพลตฟอร์ม NFT ได้แจ้งเตือนผู้ใช้กรณีข้อมูลหลุดเกี่ยวกับอีเมลซึ่งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงเรื่องฟิชชิ่งได้

OpenSea ระบุว่า พนักงานที่ Customer.io ผู้ให้บริการอีเมลที่ทำสัญญากับ OpenSea ใช้สิทธิ์การเข้าถึงของพนักงานเพื่อดาวน์โหลดและแชร์อีเมลแอดเดรสของผู้ใช้งาน OpenSea รวมถึงผู้สมัครสมาชิกรับข่าวสาร และนำข้อมูลนี้ไปส่งให้บุคคลภายนอกที่ไม่ได้รับอนุญาต

สำหรับสเกลการหลุดครั้งนี้ OpenSea ไม่ได้ระบุเป็นตัวเลขที่ชัดเจน แต่ทางบริษัทระบุไว้ว่า “ถ้าคุณเคยแชร์อีเมลให้ OpenSea ในอดีต ให้สันนิษฐานได้เลยว่าได้รับผลกระทบไปด้วย” ซึ่งอนุมานได้ว่าข้อมูลหลุดครั้งนี้น่าจะใหญ่มาก และทางบริษัทกำลังร่วมมือกับ Customer.io เพื่อตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าว และจะรายงานไปยังเจ้าพนักงานตามกฎหมาย

การหลุดครั้งนี้อาจเป็นสาเหตุของอีเมลฟิชชิ่งได้ในอนาคต ดังนั้น OpenSea จึงแจ้งเตือนผู้ใช้ว่าอย่าดาวน์โหลดอะไรจากอีเมล, หมั่นเช็คโดเมนเสมอ, ตรวจสอบ URL ในทุกเพจที่อยู่ในอีเมล, อย่าแชร์หรือยืนยันรหัสผ่านหรือ secret ที่ใช้งานกับ wallet ใด ๆ และอย่า sign ธุรกรรมใด ๆ ผ่านทางอีเมล

ที่มา – TechCrunch, OpenSea

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/129185

ก.ล.ต. สั่ง Bitkub แก้ไขการเลือกเหรียญ KUB มาขายบน Bitkub Exchange แบบผิดเกณฑ์

คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีมติให้ Bitkub แก้ไขและอนุมัติการนำเหรียญ KUB ของตัวเองเข้ามาซื้อขายในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลของตัวเอง (Bitkub Exchange) ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ 1 กรกฎาคม 2565

ประเด็นนี้เริ่มมาจากวันที่ 5 พฤษภาคม 2564 Bitkub อนุมัติเหรียญ KUB เข้ามาให้บริการซื้อขายในศูนย์ซื้อขายของ Bitkub เอง โดยที่เหรียญ KUB มีคุณสมบัติไม่ถึงเกณฑ์ที่จะได้รับอนุมัติเข้ามาซื้อขายตามหลักเกณฑ์การคัดเลือกสินทรัพย์ดิจิทัล (Listing Rule) ของ Bitkub ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต.

จากการตรวจสอบของ ก.ล.ต. พบว่า Bitkub ให้คะแนนการคัดเลือกเหรียญ KUB ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่เคยได้รับการอนุมัติไว้ โดยเฉพาะการให้คะแนนในเรื่องมาตรฐานเทคโนโลยีของโปรเจคในระดับที่ “สูงกว่ามาตรฐานและไม่เคยมีมาก่อน” แต่ไม่ปรากฏหลักฐานและเอกสารที่แสดงให้เห็นว่า เหรียญ KUB มีเทคโนโลยีดังกล่าวอยู่จริง นอกจากนี้ Bitkub ยังให้คะแนนในหัวข้อการระดมทุนและหัวข้อส่วนลด Pre-ICO Sale ที่ไม่สอดคล้องกับลักษณะของเหรียญ KUB ด้วย

คำสั่งนี้ถือเป็นคำสั่งที่สองของ ก.ล.ต. ต่อ Bitkub ที่ออกมาในวันนี้ (30 มิ.ย.) โดยเมื่อช่วงเย็น มีคำสั่งลงโทษปรับทางแพ่งต่อ Bitkub และ Satang Pro ในประเด็นเรื่องการปั๊มปริมาณซื้อขายเหรียญ

ที่มา – ก.ล.ต.

No Description

from:https://www.blognone.com/node/129184

Paypal กลับมาให้บริการในไทยอีกครั้ง แต่ผู้ใช้งานต้องยืนยันตัวตนผ่าน NDID เท่านั้น

ข่าวดีสำหรับคนที่ต้องใช้จ่ายและรับเงินระหว่างประเทศ เมื่อ Paypal เตรียมกลับมาเปิดบริการในไทยอีกครั้ง หลังจากที่ปิดรับสมัครผู้ใช้ใหม่ไปเมื่อเดือนสิงหาคม 2564 และปิดบริการชั่วคราวตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา

โดยผู้ใช้งานจะต้องลงทะเบียนยืนยันตัวตนผ่านแพลตฟอร์ม National Digital ID (NDID) หรือการยืนยันตัวตนของผู้ใช้บริการดิจิทัล ซึ่งจำเป็นต้องใช้บัตรประชาชน และสามารถทำผ่านแอปพลิเคชันของแต่ละธนาคารได้ หรือไปดำเนินการที่สาขาของธนาคารก็ได้เช่นกัน

โดย Paypal ระบุว่าหากไม่ดำเนินการลงทะเบียน NDID ผู้ใช้งานจะไม่สามารถโอนย้ายบัญชีผู้ใช้มายัง Paypal ประเทศไทย และในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ ทางบริษัทจะเริ่มขอข้อมูลบางส่วนเพื่อยืนยันตัวตนและคำยินยอมจากผู้ใช้ ซึ่งจะเริ่มโอนย้ายบัญชีมายัง Paypal ประเทศไทยในเดือนตุลาคมนี้

ทั้งนี้ เว็ปไซต์ของ Paypal ระบุว่า ประเภทบัญชีที่จะโอนย้ายมายัง Paypal ประเทศไทยได้ จะต้องเป็นบัญชีรูปแบบ ‘ผู้บริโภค ผู้รับจ้างอิสระ (ฟรีแลนซ์) หรือผู้ขายทั่วไป’ และ ‘ผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจ’ ที่เปิดบัญชีก่อนวันที่ 7 มีนาคม 2564 เท่านั้น 

from:https://www.thumbsup.in.th/paypal-reopen-in-thailand?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=paypal-reopen-in-thailand

ดูละคร บุพเพร้อยร้าย EP.11 ตอนที่ 11 ล่าสุด วันที่ 30 มิ.ย. 65

เรื่องย่อ บุพเพร้อยร้าย EP.11 : หลังจากที่ปลอมตัวเป็นเชฟไปสืบข้อมูลจากทาง สินชัย มุกมณี และ ชินกฤต รีบมาบอกความจริง ธาม โดยสัญญาว่าจะทำข่าวให้บริษัทของเขาเสียหายน้อยที่สุด นีรพัธ กังวลมากเมื่อทนายหนุ่มและเจ้าของบริษัทบอกว่ามีคนกลางคอยติดต่อเด็กในสังกัดให้เสี่ยค้ามนุษย์ ซึ่งแน่ใจว่าคนกลางคือคนในบริษัท เธอจึงรีบปรึกษาสินชัยว่าจะเอาอย่างไรต่อ ติดตามชม บุพเพร้อยร้าย ตอนที่ 11 ได้จากลิงก์ด้านล่าง

ดู บุพเพร้อยร้าย EP.11 (CH3Plus) >> คลิกที่นี่

ดู บุพเพร้อยร้าย ตอนอื่นๆ ย้อนหลัง

from:https://www.9tana.com/node/bub-pea-roi-rai-ep11/

เดลล์ เทคโนโลยีส์ เผยนวัตกรรมซอฟต์แวร์สตอเรจใหม่ ผุด 3 โซลูชั่นสตอเรจขั้นสูง

เดลล์ เทคโนโลยีส์ ประกาศการเพิ่มความสามารถของซอฟต์แวร์ในสายผลิตภัณฑ์สตอเรจชั้นนำของอุตสาหกรรมทั้งหมด เพิ่มประสิทธิภาพของระบบอัจฉริยะ ระบบอัตโนมัติ ความสามารถในการตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์และการกู้คืนระบบให้กลับมาดำเนินการได้ตามปกติ ตลอดจนเพิ่มความยืดหยุ่นของมัลติ-คลาวด์

“องค์กรต่างๆ ทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทยต่างมองมาที่เดลล์เพื่อความช่วยเหลือในการที่จะช่วยให้พวกเขาสามารถดำเนินการได้เร็วขึ้นในขณะที่ช่วยเปลี่ยนข้อมูลที่องค์กรมีอยู่ในมือให้กลายเป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขัน” นพดล ปัญญาธิปัตย์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย เดลล์ เทคโนโลยีส์ กล่าว “เราได้พัฒนาและส่งมอบนวัตกรรมซอฟต์แวร์ครั้งสำคัญครอบคลุมสายผลิตภัณฑ์ทั้งหมดเพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้ข้อมูลและทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด”

แนะนำนวัตกรรมด้านสตอเรจใหม่
ล่าสุดเดลล์ ได้แนะนำนวัตกรรมสตอเรจ อาทิ Dell PowerStore สถาปัตยกรรมใหม่ที่รวดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของเดลล์ จะเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเวิร์กโหลดแบบผสมได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ พร้อมความจุเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 66 เปอร์เซ็นต์ ลูกค้าสามารถวางแผนกลยุทธ์ความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP) ได้ดียิ่งขึ้นด้วยการใช้ Metro Replication ที่เป็นความสามารถในซอฟต์แวร์ตัวใหม่ซึ่งกำหนดค่าได้โดยการคลิกเพียงห้าครั้ง

Dell PowerMax mission-critical สตอเรจที่มีความปลอดภัยที่สุดในโลก จะแนะนำความสามารถในการตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่แอดวานซ์มากยิ่งขึ้น รวมถึง cyber vaults หรือห้องนิรภัยทางไซเบอร์สำหรับการใช้งาน (deployment) แบบดั้งเดิมและบนเมนเฟรม ความสามารถของ CloudIQ ด้านแรนซัมแวร์ สามารถช่วยตรวจจับการโจมตีทางไซเบอร์ตั้งแต่เนิ่นๆ

และโครงสร้างพื้นฐานที่กำหนดด้วยซอฟต์แวร์ของ Dell PowerFlex จะรวมเวิร์กโหลดแบบเดิมและแบบใหม่เข้าด้วยกันด้วยบริการ new file services ใหม่ที่อนุญาตให้รวมความสามารถสำหรับทั้ง unified block และไฟล์ให้อยู่บนแพลตฟอร์มเดียวกัน PowerFlex ช่วยลดความซับซ้อนของมัลติคลาวด์และ DevOps ด้วยไฟล์ที่กว้างที่สุดและรองรับ block สำหรับ Kubernetes และแพลตฟอร์มการจัดการคอนเทนเนอร์ที่สำคัญทั้งหมดจาก Amazon Google Microsoft Red Hat SUSE และ VMware

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/dell-storage-news-release/

แบงค์ชาติพบยอดผลิตฮาร์ดดิสก์ไทยตกต่ำ หลังประสบปัญหาชิปขาดแคลน

วันนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีงานแถลงข่าวเศรษฐกิจและการเงินประจำเดือนพฤษภาคม โดยภาพรวมเป็นการติดตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยหลังจากเหตุ COVID-19 ที่การส่งออกฟื้นตัวต่อเนื่อง แต่ในแถลงมีประเด็นชิปขาดแคลน ทำให้ดัชนีการผลิตสำหรับฮาร์ดิสก์ในประเทศไทยตกต่ำลงอย่างหนัก

นอกจากประเด็นการผลิตฮาร์ดดิสก์ ทางธนาคารแห่งประเทศไทยก็ยังติดตามสถิติจาก Google Mobility ที่แสดงความพื้นตัวของเศรษฐกิจ มีการเดินทางมากขึ้น

ประเด็นชิ้นส่วนขาดแคลนเป็นประเด็นที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่าต้องติดตามสถาณการณ์ ไปพร้อมๆ กับปัญหาเงินเฟ้อ และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและบริการ

ที่มา – Facebook: Bank of Thailand

No Description

from:https://www.blognone.com/node/129183

ธนาคารกรุงศรีฯ เข้าซื้อกิจการบริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน)

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ประกาศวันนี้ว่า ธนาคารได้มีมติรับทราบการบรรลุข้อตกลงในการเข้าซื้อกิจการโดยการซื้อหุ้นในอัตรา 99.1% ของบริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) (CNS) จาก Nomura Asia Investment (Singapore) Pte. Ltd. (NAIS) และมีความตั้งใจจะรับซื้อหุ้นของ CNS ในอัตรา 0.9% ที่เหลือจากผู้ถือหุ้นรายย่อยของ CNS โดยมีมูลค่าการลงทุนรวมของธุรกรรมสูงสุดประมาณ 155.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 5,501 ล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐเท่ากับ 35.416 บาท ณ 27 มิถุนายน 2565)

Krungsri-Nomura

ธุรกรรมดังกล่าวต้องได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นของธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารแห่งประเทศไทย และ/หรือหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง คาดว่า จะแล้วเสร็จภายในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ การเข้าซื้อกิจการของ CNS ครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของกรุงศรีในการสร้างการเติบโตของธุรกิจหลักทรัพย์ของกรุงศรีและเสริมความแข็งแกร่งให้กับกรุงศรีในฐานะพันธมิตรที่ลูกค้าไว้วางใจ

ด้านเซอิจิโระ อาคิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าว เรามีความยินดีที่จะประกาศว่ากรุงศรีได้บรรลุข้อตกลงเข้าซื้อกิจการโดยซื้อหุ้นในอัตรา 99.1% ของ CNS ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำของไทยจาก NAIS และกรุงศรีจะรับซื้อหุ้นที่เหลือของ CNS จากผู้ถือหุ้นรายย่อยของ CNS ในราคาเดียวกัน ทั้งนี้ ด้วยศักยภาพของ CnS และชื่อเสียงเรื่องของผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลายและครอบคลุม รวมทั้งความเชี่ยวชาญด้านการวจัยที่เป็นที่รู้จัก การทำธุรกรรมในครั้งนี้จึงถือเป็นการขับเคลื่อนเชิงกลยุทธ์ของเราในการสร้างการเติบโตและขยายธุรกิจหลักทรัพย์ของกรุงศรี พร้อมกับเสริมความแข็งแกร่งให้กรุงศรีด้วย

อาคิตะกล่าวว่า เราหวังว่าจะได้ต้อนรับและร่วมงานกับทีมผู้บริหารและพนักงานของ CNS เพื่อสร้างการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน ตลอดจนขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ให้เป็นไปอย่างราบรื่น ขอให้ลูกค้าของ CNS มั่นใจได้ว่าบริการต่างๆ จะยังคงดำเนินต่อไปตามปกติ

CNS ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ในไทย มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน ด้านการบริหารหลักทรัพย์แก่นักลงทุนรายย่อยและสถาบัน โดยเฉพาะในธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ธุรกิจการเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญา ซื้อขายล่วงหน้า ธุรกิจการเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ธุรกิจการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ธุรกิจค้าตราสารหนี้ ธุรกิจการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ และธุรกิจการเป็นตัวแทนสนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุน

ด้านบริษัท Nomura ก็ประกาศเช่นกันว่า บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ประสงค์จะแจ้งให้ทราบว่า Nomura Asia Investment (Singapore) Pte. Ltd. (NAIS) และธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) (BAY) ได้บรรลุข้อตกลงเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน2565 ในการโอนหุ้น จำนวนร้อยละ 99.1 ของหุ้นทั้งหมดของบริษัทที่ถือโดย NAIS ให้แก่ BAY รายละเอียดปรากฏตามข่าวที่ BAY ได้เปิดเผยผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและเว็บไซต์ของ BAY

Click to access krungsri-press-release-krungsri-to-acquire-cns-30062022-th.pdf

ที่มา – กรุงศรี, Nomura

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post ธนาคารกรุงศรีฯ เข้าซื้อกิจการบริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/krungsri-bank-plans-to-acquire-nomura-securities/

อะไรก็แพง JetBrains ขึ้นราคา IDE ยกแผง ยังซื้อราคาเก่าเก็บไว้ได้นาน 3 ปี

ยุคสมัยที่ของแพงทุกหย่อมหญ้า ล่าสุด JetBrains ประกาศขึ้นราคาค่าสมาชิก IDE และเครื่องมือพัฒนาซอฟต์แวร์ของบริษัทยกแผง

JetBrains บอกว่าไม่ขึ้นราคามานาน 7 ปี ตอนนี้จำเป็นต้องขึ้นราคาแล้ว ราคาใหม่จะมีผลวันที่ 1 ตุลาคม 2022 ซึ่งลูกค้าสามารถซื้อแพ็กเกจราคาเก่าสะสมไว้ได้นานถึง 3 ปี (เท่ากับซื้อก่อน 1 ตุลาคม ได้ราคาเดิมไปอีก 3 ปี แต่ต้องจ่ายก้อนใหญ่ตั้งแต่แรกทั้งหมด)

จากการสำรวจราคาบนหน้าเว็บ JetBrains ซอฟต์แวร์ยอดนิยมคือ IntelliJ IDEA รุ่น Ultimate ราคาเก่าคือ 149 ดอลลาร์ต่อปี ราคาใหม่ขึ้นเป็น 169 ดอลลาร์ต่อปี ส่วนแพ็กเกจใหญ่ครบเซ็ตคือ All Products Pack (ได้ IDE ครบทุกตัวของบริษัท) ขึ้นราคาจาก 249 ดอลลาร์ต่อปีเป็น 289 ดอลลาร์ต่อปี

ส่วน IDE ตัวอื่นที่นิยมรองลงมา ก็มีราคาต่างกันไป เช่น PyCharm, GoLand, PhpStorm, RubyMine ขึ้นจาก 89 ดอลลาร์ต่อปีเป็น 99 ดอลลาร์ต่อปี ส่วน Rider (.NET IDE) ขึ้นจาก 139 ดอลลาร์ต่อปีเป็น 149 ดอลลาร์ต่อปี

No Description

ที่มา – JetBrains

from:https://www.blognone.com/node/129182

“กัญชา” ช่วงสูญญากาศ เปิดเสรีทีหลังดังกว่า ช่องว่างทางกฎหมาย “จะให้จับข้อหาอะไรมิทราบ”

ภาพของร้านค้าที่จำหน่ายดอกกัญชา(อบเเห้ง) ต้นกัญชา อาหารเเละเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของใบกัญชา กันอย่างเสรี ปรากฏบนสื่อสังคมออนไลน์ มาตั้งเเต่มีการปลดล็อดให้ “กัญชา” ถูกถอดจากบัญชียาเสพติดประเภท 5 พรบ.ยาเสพติด เเม้ว่าขนาดนี้ มีการนำร่างพระราชบัญญัติ “กัญชากัญชง” เข้าสู่การพิจารณาของสภา ผ่านวาระเเรกไปแล้ว เเละกำลังตั้งกรรมมาธิการก่อนเข้าวาระสองสาม ต่อไป

หลังการปลดล็อก “ต้นกัญชา” มีเฉพาะประกาศของกระทรวงสาธารณสุข 

“ห้ามขายเเละจำหน่ายให้เด็กแก่เยาวชนและห้ามสูบในที่สาธารณะเท่านั้น ส่วนการมีไว้เพื่อปลูก เสพเเละขาย ไม่ผิดกฎหมาย จึงปรากฏภาพที่จำหน่าย “กัญชา” ให้เห็นทั่วไป

กัญชาอบแห้งหลากหลายสายพันธุ์

ทีมงาน Brand Inside ได้พูดคุยกับ อาจารย์ไพศาล ลิ้มสถิตย์ กรรมการบริหารศูนย์กฎหมายสุขภาพและจริยศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อาจารย์ ผู้คร่ำหวอด ด้านกฎหมายสุขภาพของประเทศ ถึงกรณี “ช่องว่างของประกาศกระทรวงสาธารณะสุข” ที่ประกาศปลดล็อคให้ “ต้นกัญชา” ถูกถอดจากบัญชียาเสพติดประเภท 5 พรบ.ยาเสพติด 

หากเทียบการค้า “กัญชา” เสรี ในประเทศไทยกับต่างประเทศ 

อาจารย์ไพศาล มองว่า ในต่างประเทศ ส่วนใหญ่ก็ยอมรับในทางการเเพทย์ ซึ่งการใช้กัญชาในทางการเเพทย์ของประเทศไทยก็เริ่มมาตั้งเเต่ประมาณปี 2562 โดยเป็นไปตามพรบ.ยาเสพติดให้โทษ ปี 2522 ที่มีการเเก้ไขปรับปรุงช่วงนั้น มีเรื่องของตำรับน้ำมันกัญชา ตำรับเเพทย์แผนไทย ตอนหลังประกาศเป็นบัญชียาหลักเเห่งชาติ ก็ถือว่ามีความกก้าวหน้า เมื่อมีการประกาศใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด กัญชาที่ใช้ในทางการเเพทย์ก็ใช้ได้อยู่ เเล้วก็ไม่ได้ไปลบล้างกฎหมายเดิม 

“จริงๆคำว่าปลดล็อกกัญชา ตามนโยบายของรัฐบาล เป็นความเข้าใจผิด คือ รัฐบาลมองว่า กัญชายังเป็นยาเสพติดอยู่ ก็เลยไปปลดออกจากยาเสพติด เพื่อที่จะให้คนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ซึ่งส่วนตัวมองว่าอันตราย” คือตอนที่กัญชายังเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงได้ ในเชิงสันทนาการ  เเต่ว่าอนุญาตให้ใช้ในทางการเเพทย์ได้ ภายใต้การควบคุมดูเเลของเเพทย์ 

ร้านจำหน่ายกัญชาอบเเห้งที่ถนนข้าวสาร

พอไปปลดออกจากยาเสพติดก็ทำให้เกิดปัญหา คือ ทำให้เกิดความวุ่นวาย สับสนในทางกฎหมาย แล้วผลกระทบต่อประชาชน ประชาชนทั่วไปสามารถปลูกได้ โดยใช้วิธีการจดเเจ้ง จะใช้ในทางครัวเรือน ไม่ใช่เเค่ประกอบอาหารอย่างเดียว คือ ถ้าใช้ประกอบอาหารจะใช้ไม่เยอะ มีความเสี่ยงว่าเด็กเเละเยาวชน คนทั่วไปใช้ในเชิงสันทนาการได้ เพราะว่าไม่มีการควบคุม 

ในต่างประเทศอย่างเช่น เเคนนาดา สหรัฐอเมริกา จะเข้มงวดในเรื่องของการปลูกกัญชาในบ้าน คนที่ปลูกในบ้านได้ต้องเป็นผู้ป่วยที่มีความจำเป็นที่ต้องใช้ เเล้วต้องจดทะเบียน มีการเฝ้าระวังไม่ให้บุคคลภายนอกมาเห็นว่าเราปลูกกัญชา เเล้วถ้านำไปจำหน่ายจะมีความผิดต้องโทษอาญา เพราะถือว่า ต้นกัญชาเป็นยาเสพติด” 

ในต่างประเทศบางประเทศไม่อนุญาตให้ใส่สาร THC ในอาหาร เเละไม่ให้โฆษณาผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกัญชา เพราะในต่างประเทศถือว่า “กัญชา” เป็นยาเสพติด ถึงเเม้จะเป็นตัวใบกัญชาก็ตาม จะเน้นใช้ในทางการเเพทย์ เเละศึกษาวิจัย เท่านั้น

ปรากฏภาพให้เห็นมีการจำหน่ายวางขายทั่วไป 

ไม่มีผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ตำรวจไม่มีสิทธิมาจับ เเต่ผิดตามกฎหมายอื่น ยังมีพรบ.ในเรื่องของการคุ้มครองภูมิปัญญาการเเพทย์เเผนไทย ที่ประกาศว่าให้ “กัญชา” เป็นสมุนไพรควบคุม ตามมาตรา 46 เมื่อมีการประกาศว่าให้ “กัญชา” เป็นสมุนไพรควบคุม คนที่จะจำหน่ายสมุนไพรควบคุมได้ต้องขออนุญาต ประเด็นคือ กระทรวงสาธารณะสุข ก็ไม่ยอมอออกมาบอกว่า ผิดกฎหมาย 

อาหารเเละเครื่องดื่มที่จำหน่ายในร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ 

ตอนนี้ไม่ผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติอาหารเเละยา สิ่งที่น่าสนใจคือ ประเด็นพรบ.กัญชากัญชง ที่ออกมา จะครอบคลุมในส่วนผลิตภัณฑ์อาหารเเละเครื่องดื่มด้วยหรือไม่ ก็ต้องติดตาม 

ช่องว่างทางกฎหมายใครก็สามารถเข้าถึง “กัญชา” ได้ 

รัฐบาลต้องเข้มงวดเเละใช้กฎหมายอื่นในการควบคุม อย่างพรบ.ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ที่ระบุว่า คนที่จะจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรได้รวมถึงวัตถุดิบด้วย ต้องขออนุญาตจากองค์การอาหารเเละยา เเละก็จะมีช่องว่าง ที่อ้างได้ว่า ไม่ได้นำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพร เเต่ใช้เพื่อการเสพ นี้คือในระยะสั้น ส่วนในระยะยาว ต้องแก้ไขประกาศกระทรวงสาธารณสุขให้ “ต้นกัญชา” กลับไปเป็น ยาเสพติดประเภท 5 เหมือนเดิม 

สรรพคุณกัญชาใช้บรรเทาอาการ

ตำรวจไม่มีอำนาจในการจับกุม

ประกาศของกระทรวงสาธารณะสุข ที่บอกว่า ห้ามสูบในที่สาธารณะ ควันที่พ้นออกมา ถือเป็นเหตุรำคาญ ตำรวจไม่มีอำนาจไปจับกุมคนที่สูบ เพราะตำรวจไม่มีอำนาจตามกฎหมาย การยาสูบ คนที่มีอำนาจคือ เจ้าพนักงานท้องถิ่น นายกอบจ. นายกอบต. นายกเทศบาล ผู้ว่ากทม. ผู้ว่าเมืองพัทยา คือต้องมีคนมาเเจ้งก่อน และทำหนังสือเตือน ถ้าไม่ยอมทำตามคำสั่ง ถึงมีอำนาจสั่งปรับ หรือ ดำเนินคดีตามกฎหมาย 

ผลกระทบตกอยู่ที่เด็กเเละเยาวชน 

เด็กเเละเยาวชนกินอาหารที่มีส่วนผสมของกัญชา บางทีกินเข้าไปไม่รู้ตัวก็ได้รับผลกระทบ ซึ่งทางคุณหมอก็มีความกังวลในเรื่องนี้ 

ในทางการเเพทย์ใช้ “กัญชา” ควบคุม เข้มงวด 

โรคเเพทย์ปัจจุบันที่ใช้กัญชาเข้ามาบรรเทาอาการ มี 5-6 โรค เป็นไปในกรณีที่ใช้ยาเเพทย์เเผนปัจจุบันไม่ได้ผลเเล้ว เเละต้องอยู่ในความดูเเลของเเพทย์ด้วย เช่น อาการอาเจียนจากเคมีบำบัดในผู้ป่วยมะเร็ง โรคลมชัก 

สรรพคุณของกัญชาใช้บรรเทาอาการ

*ในตอนหน้าทีมงาน Brand Inside ได้ผู้คุยกับอาจารย์นายเเพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาอายุรศาสตร์ ถึงปัญหา ผลกระทบที่มีต่อร่างกายจะได้รับ หากบริโภคกัญชาเกินขนาด*

สรุป 

ทางออกของเรื่องนี้คือ เเก้ไขประกาศกระทรวงสาธารณะสุขให้ “ต้นกัญชา” กลับไปเป็น ยาเสพติด ประเภท 5 เหมือนเดิม ในต่างประเทศรัฐบาลมีเเต่ลดผลกระทบที่เกิดขึ้นจาก “กัญชา” ประเทศไทยทำตรงกันข้าม เเจกต้นกัญชาให้ประชาชน โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมา  

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post “กัญชา” ช่วงสูญญากาศ เปิดเสรีทีหลังดังกว่า ช่องว่างทางกฎหมาย “จะให้จับข้อหาอะไรมิทราบ” first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/marijuana-freedom-thaipeople/

เปิดตัว Raspberry Pi Pico W บอร์ดไมโครคอนโทรลเลอร์พร้อมไวไฟ ราคา 6 ดอลล่าร์

Raspberry Pi เปิดตัวบอร์ดในตระกูล Pico จำนวน 3 รุ่น ประกอบด้วยบอร์ด Pico H, Pico W และ Pico WH ไฮไลท์อยู่ที่รุ่น Pico W บอร์ดไมโครคอนโทรลเลอร์ขนาดเล็กพร้อมไวไฟ 802.11n สำหรับรองรับงานด้าน IoT ต่อยอดความสำเร็จจากบอร์ด Raspberry Pi Pico รุ่นแรกที่สามารถทำยอดขายได้เกือบ 2 ล้านบอร์ดในเวลาเพียง 1 ปีครึ่งนับจากการเปิดตัวในเดือนมกราคม 2021

ตัวบอร์ดยังคงความเข้ากันกับรุ่นเดิมในแง่ของขนาด พอร์ตเชื่อมต่อ และซอฟต์แวร์ บอร์ด Pico W รองรับการเชื่อมต่อเครือข่ายทั้งในภาษา C ผ่าน Pico SDK (ต่อยอดจาก lwIP) และ MicroPython ในด้านของฮาร์ดแวร์ยังคงใช้ชิป RP2040 เหมือนรุ่นเดิม แต่เพิ่มชิป Wireless รุ่น CYW43439 จาก Infineon ซึ่งรองรับการเชื่อมต่อทั้ง WiFi และ Bluetooth Classic และ Low-Energy แต่สำหรับ Bluetooth ยังไม่สามารถใช้งานได้ในวันเปิดตัว แต่อาจเปิดให้ใช้เพิ่มเติมด้วยซอฟต์แวร์ในอนาคต

Raspberry Pi Pico H และ Pico W วางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้ในราคา $5 และ $6 ตามลำดับ (ราคาไทยอ้างอิงจาก Cytron อยู่ที่ 216 และ 260 บาทตามลำดับ) ส่วน Pico WH จะตามมาในเดือนสิงหาคมในราคา $7

ที่มา: Raspberry Pi

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/129181