ปกป้องพนักงานขององค์กรที่ทำงานแบบ Hybrid Work ด้วย Cisco SecureX จาก AIS Business

การปกป้องพนักงานและผู้บริหารของธุรกิจองค์กรที่ต้องทำงานจากที่บ้านหรือจากที่ใดก็ตาม ให้มีความมั่นคงปลอดภัยนั้นได้กลายเป็นความท้าทายที่ธุรกิจทุกแห่งต้องเผชิญ

Cisco และ AIS Business พร้อมช่วยธุรกิจองค์กรไทยตอบโจทย์เหล่านี้ ด้วยโซลูชัน Cisco SecureX ที่สามารถผสานรวมข้อมูลด้านความมั่นคงปลอดภัยจากโซลูชันที่หลากหลายของ Cisco เอาไว้ในหนึ่งเดียว เพื่อให้การวิเคราะห์และรับมือกับภัยคุกคามที่ผู้ใช้งานภายในองค์กรกำลังเผชิญอยู่สามารถเกิดขึ้นได้ในแบบ Real-Time และตอบสนองได้อย่างทันท่วงที

 

Cisco SecureX: ผสานหลากข้อมูลจากระบบ Cisco Secure ปกป้องพนักงานขององค์กรได้จากทุกที่ทุกเวลา

Cisco SecureX คือระบบ Extended Detection and Response (XDR) จาก Cisco ที่ถูกออกแบบมาให้เป็นตัวกลางในการเชื่อมผสานข้อมูลและการจัดการด้านภัยคุกคามที่เกิดขึ้นภายในองค์กรด้วยการนำข้อมูลจากโซลูชันด้านความมั่นคงปลอดภัยที่หลากหลายใน Cisco Secure มาทำการตรวจสอบและวิเคราะห์ร่วมกัน พร้อมเครื่องมือสำหรับผู้ดูแลระบบด้านความมั่นคงปลอดภัยสำหรับใช้ในการตอบสนองต่อเหตุการณ์ภัยคุกคามหรือการโจมตีแต่ละครั้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยจุดเด่นดังต่อไปนี้

  • เสริมความคุ้มค่าให้กับการลงทุนด้าน Security ขององค์กร โดยองค์กรใดๆ ที่ใช้งานโซลูชัน Cisco Secure ซึ่งรองรับ Cisco SecureX อยู่ก็สามารถเปิดใช้งาน Cisco SecureX ได้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
  • ลดเวลาที่ใช้ในการวิเคราะห์และรับมือกับภัยคุกคามอย่างได้ผล รวมถึงตรวจสอบควบคุมนโยบายด้านความมั่นคงปลอดภัยได้จากศูนย์กลาง
  • ทำงานร่วมกันระหว่างทีม SecOps, ITOps และ NetOps ได้อย่าง่ายดาย เพื่อแก้ไขปัญหาด้าน Security ร่วมกัน
  • หน้าจอ UI ที่ออกแบบมาให้สามารถนำข้อมูลสถานะในการรับมือกับภัยคุกคามหรือเหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยติดตามผู้ดูแลระบบไปได้เสมอ ไม่ว่าจะทำการตรวจสอบหรือดูข้อมูลใดอยู่
  • การทำ Threat Response โดยการผสานรวมข้อมูลจากโซลูชันต่างๆ ของ Cisco เข้ากับระบบ TALOS – Global Threat Intelligence เพื่อวิเคราะห์ร่วมกัน
  • ระบบจัดการ Workflow ในการรับมือกับภัยคุกคามในแบบ Low-Code/No-Code
  • ระบบ Device Insights สำหรับตรวจสอบข้อมูลของ Endpoint และ IoT ทั้งหมดในองค์กรได้จากศูนย์กลาง
  • ระบบ Dashboard สำหรับรวบรวมข้อมูลและสถิติด้านความมั่นคงปลอดภัยและภัยคุกคาม

สำหรับโซลูชันของ Cisco Secure ที่รองรับ Cisco SecureX สามารถใช้งานได้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และสามารถช่วยปกป้องผู้ใช้งานที่ทำงานแบบ Hybrid Work นั้นก็ได้แก่

 

 

1. Cisco Secure Endpoint

Cisco Secure Endpoint ที่ทำหน้าที่ปกป้องอุปกรณ์ของผู้ใช้งานจากภัยคุกคามต่างๆ นั้น เมื่อถูกนำมาใช้งานร่วมกับ Cisco SecureX แล้วก็จะทำหน้าที่เป็น Sensor ในการตรวจจับไฟล์หรือการเชื่อมต่อเครือข่ายที่มีความเสี่ยงหรืออาจก่ออันตรายได้ อีกทั้งยังสามารถใช้ในการตอบสนองต่อภัยคุกคามหรือเหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยภายในเครื่องของผู้ใช้งานได้โดยอัตโนมัติ ทำให้การปกป้องผู้ใช้งานถูกยกระดับให้สูงยิ่งขึ้นกว่าเดิมไม่ว่าผู้ใช้งานจะทำงานจากที่ใดก็ตาม

 

2. Cisco Secure Malware Analytics

Cisco Secure Malware Analytics คือระบบวิเคราะห์ภัยคุกคาม Malware จาก Cisco เพื่อให้ผู้ดูแลระบบได้รับทราบถึงข้อมูลเชิงลึกที่เกี่ยวข้องกับ Malware ที่ถูกตรวจพบ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลด้านระบบเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการโจมตี การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในระบบ หรือสิ่งผิดปกติอื่นๆ ก็ตาม

 

3. Cisco Secure Email

Cisco Secure Email คือโซลูชันสำหรับตรวจจับและยับยั้งภัยคุกคามที่แฝงมากับอีเมล์ขององค์กร โดยเมื่อใช้งานร่วมกับ Cisco SecureX แล้วก็จะทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถวิเคราะห์การโจมตีได้ดียิ่งขึ้นทั้งในแง่ของวิธีการรูปแบบ ความสัมพันธ์ และยังสามารถประเมินความเสี่ยงในการแพร่กระจายของการโจมตีได้อย่างทันท่วงที พร้อมทำการรับมือและตอบสนองด้วยเครื่องมืออื่นๆ ที่มีการใช้งานอยู่ได้อย่างอัตโนมัติ

 

4. Cisco Umbrella

Cisco Umbrella คือบริการ Cloud Security Service ที่รวมความสามารถทั้งการทำ DNS-layer Security, Secure Web Gateway, Cloud-Delivered Firewall, Cloud Access Security Broker และ Interactive Threat Intel เอาไว้ในหนึ่งเดียว  ซึ่งสามารถทำงานร่วมกับ Cisco SecureX ได้ด้วยการนำข้อมูล Global Threat Intelligence จากฐานข้อมูลด้าน Domain Reputation และ Local Security ของแต่ละอุปกรณ์มาวิเคราะห์และรายงานร่วมกัน รวมถึงทำการบล็อค Domain ที่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้งานได้ในการคลิกเพียงแค่สองครั้ง และยังสามารถสร้าง Automated Workflow เพื่อรับมือกับภัยคุกคามด้วย Cisco Umbrella ได้อีกด้วย

 

5. Cisco Secure Firewall

Cisco Secure Firewall จะนำข้อมูลด้าน IP Address, URL และ Domain มาผสานรวมเข้ากับระบบ Cisco SecureX และสามารถถูกใช้เป็นเครื่องมือในการรับมือกับภัยคุกคามด้วยการตอบสนองโดยการสร้าง Firewall Policy เพื่อยับยั้งภัยคุกคามได้ในระดับ IP Address โดยอัตโนมัติ

 

6. Cisco Secure Access by Duo

Cisco Secure Access by Duo คือโซลูชันสำหรับการทำ Secure Access Management ในแบบ Zero Trust Network Access (ZTNA) ผ่าน Cloud ที่มีความสามารถทั้งการทำ Multi-Factor Authentication (MFA) การทำ Device Trust เพื่อตรวจสอบความน่าเชื่อถือและความมั่นคงปลอดภัยของอุปกรณ์พร้อมทำการแก้ไข การทำ Adaptive Policy เพื่อกำหนดสิทธิ์ให้ผู้ใช้งานและอุปกรณ์ให้แตกต่างกันไปตามบทบาทและระดับความมั่นคงปลอดภัย ทำให้ Cisco Duo นี้กลายเป็นหัวใจสำคัญในการตอบสนองต่อภัยคุกคามต่างๆ โดยอัตโนมัติที่ระดับ Endpoint ได้โดย Cisco SecureX

จะเห็นได้ว่า Cisco SecureX จะสามารถช่วยยกระดับการปกป้องผู้ใช้งานและอุปกรณ์ต่างๆ ในแบบอัตโนมัติได้เป็นอย่างดี และด้วยความสามารถที่หลากหลายจากแต่ละโซลูชันภายใต้ Cisco Secure ก็ทำให้ธุรกิจองค์กรสามารถต่อยอดและเพิ่มความคุ้มค่าให้กับการลงทุนทางด้าน Cybersecurity ได้อย่างต่อเนื่อง

 

สนใจโซลูชัน SASE ติดต่อ AIS Business ได้ทันที

AIS Business และ CSL พาร์ทเนอร์ Cisco ที่ช่วยตอบโจทย์ทุกเรื่อง ICT & Digital ที่คุณมั่นใจ

“Your Trusted Smart Digital Partner”

ปรึกษาและวางแผนพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อรองรับการทำงานและต่อยอดธุรกิจได้ที่

Email : cybersecure@ais.co.th
Web : https://www.csl.co.th
Web : https://business.ais.co.th/solution/security.html

 

สนใจทดลองใช้งาน Cisco Umbrella ฟรี โดยติดต่อทีมงาน AIS Business หรือขอคำปรึกษา ออกแบบระบบ และทดสอบการใช้งานโซลูชัน Cisco Umbrella โดยทีมงานวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเพื่อสร้างระบบ SASE ของคุณได้ที่ https://forms.office.com/r/ZhSNqQwsxX หรือ Scan QR Code

 

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชัน Cisco Hybrid Work ได้ที่ https://www.cisco.com/c/th_th/solutions/hybrid-work/technology-solutions.html?ccid=cc002463#~solutions

from:https://www.techtalkthai.com/protect-hybrid-work-with-cisco-securex-by-ais-business/

AIS ก้าวสู่ปีที่ 32 ร่วมยกระดับประเทศครั้งแรก ด้วยประสบการณ์ Metaverse จาก AIS 5G

AIS ก้าวสู่ปีที่ 32 ร่วมยกระดับประเทศครั้งแรก ด้วยประสบ […] More

from:https://www.iphonemod.net/ais5g-1st-metaverse-performanance.html

AIS ก้าวสู่ปีที่ 32 ร่วมยกระดับประเทศครั้งแรก ด้วยประสบการณ์ Metaverse จาก AIS 5G

AIS เปิดตัว Metaverse จาก AIS 5G บน V-Avenue.co พร้อมให้สัมผัสประสบการณ์สุดล้ำระดับโลกได้แล้วที่ Avatar Park พร้อมสิทธิพิเศษร่วมกับธนาคารกรุงไทยและเซ็นทรัล รีเทล ใช้ AIS Point แลกส่วนลดได้กว่า 400,000 ร้านค้าทั่วประเทศ

ais

นอกจากนี้ AIS ยังเตรียมพาลูกค้าลงสนามกับ THE MATCH Bangkok Century Cup 2022 ศึกแดงเดือดนัดประวัติศาสตร์ในไทยที่จัดมาแบบสุดพิเศษเพื่อลูกค้า AIS เท่านั้น โดยสื่อสารจัดเต็มผ่านรายการพิเศษ “AIS5GVERSE” ทั้ง On Air และ Online พาลูกค้าและคนไทย เปิดประสบการณ์ดิจิทัลจากโลกจริงและโลกเสมือนเทียบชั้นระดับโลก ด้วยโชว์สุดพิเศษจาก AIS Family แบม แบม Got 7 และ TEAM AIS 5G ไม่ว่าจะเป็น วิน เมธวิน ,แอลลี่, บิวกิ้น, เจเจ, นนน, โอม, พีพี, ต้าเหนิง, ทรินิตี้ และ 4EVE รวมถึง Metaverse Human คนแรกอย่าง น้องไอ ไอรีน

สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIS กล่าวว่า “ก้าวสู่ปีที่ 32 ของการให้บริการคนไทย AIS ได้ทุ่มเทสร้างโครงข่าย Digital จากเทคโนโลยี 5G ที่มีคลื่นมากที่สุดให้แก่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง และมุ่งมั่นในการอยู่เคียงข้าง สนับสนุนการใช้ชีวิตของทุกคน และภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งกว่า 2 ปีที่เผชิญวิกฤตการ Covid-19 และดิจิทัลได้กลายมาเป็นเครื่องมือสำคัญในทุกๆด้าน วันนี้ในโอกาสที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า พนักงาน AIS กว่า 13,000 คนจึงขอส่งมอบคำขอบคุณในความไว้วางใจที่มีให้มาโดยตลอด พร้อมยืนยันที่จะพัฒนาบริการดิจิทัลที่ดีที่สุดตลอดไป”

ais

ท่ามกลางบริบทที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จึงเป็นหน้าที่ในการปรับตัวเพื่อให้สามารถส่งมอบบริการที่ตอบโจทย์ทุก generation อยู่เสมอ ดังนั้น AIS จึงประกาศก้าวสู่การเป็น Cognitive Telco หรือ องค์กรโทรคมนาคมอัจฉริยะ ในอีก 3 ปีข้างหน้า ใน 3 องค์ประกอบ คือ

  1. สร้างการมีส่วนร่วม (Interactive) กับลูกค้าตลอดเวลา
  2. สามารถสร้างรูปแบบบริการเฉพาะบุคคลแบบ Personalization ของลูกค้าได้อย่างตรงใจ
  3. รวดเร็วและตอบสนองในระดับ Real Time เพื่อให้เท่าทันทุกความต้องการของลูกค้า

ทั้งนี้จะต้องมีการวางโครงสร้างพื้นฐานรวมถึงระบบ IT ให้เป็นเครือข่ายอัจฉริยะผ่านการใช้ AI, Data Analytic ในระดับสูง ดังเช่นในวันนี้ที่เราเป็นผู้ให้บริการรายแรกและรายเดียว ที่เริ่มเข้าสู่โลก Metaverse ก่อนใคร จากการที่ได้ทำงานร่วมกับ Metaverse Human อย่างน้องไอ ไอรีน ตั้งแต่ปี 2564 ที่ผ่านมา และครั้งนี้ได้นำ Metaverse มาประยุกต์และผสมผสานทั้งในการส่งมอบประสบการณ์ผ่าน V-Avenue.Co บน Avatar Park ที่เริ่มเปิดให้ลูกค้าเข้ามาสร้างตัวตนและสัมผัสกับโลก Metaverse ได้แล้ว ก่อนที่จะมีการจัดกิจกรรมใน Metaverse Community เร็วๆนี้ และการนำเสนอผ่าน Performance ของ AIS Family จาก แบม แบม GOT 7 และ น้องไอ ไอรีน ที่เราเชื่อว่า จะเป็นทั้งการส่งมอบประสบการณ์ และ การสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ที่อยู่ใน Ecosystem ให้มองเห็นโอกาสที่จะใช้ Metaverse มาประยุกต์ในการทำธุรกิจ อันจะเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรม Digital ในประเทศให้เดินได้อย่างเท่าทันกับสากลนั่นเอง

ais

แนวคิดของ AIS นั้นยังคงมุ่งเน้นไปที่คุณภาพที่ดีที่สุดและสร้างประโยชน์อย่างยั่งยืนให้แก่ Stakeholder ทุกกลุ่ม รวมถึงการนำนวัตกรรมที่จะสร้างโอกาสให้แก่อุตสาหกรรมต่างๆและประเทศไทย อย่าง Metaverse มาริเริ่มก่อนอย่างเป็นรูปธรรมเป็นรายแรก ส่วนยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจจะมุ่งเน้นใน 3 กลุ่ม คือ

  1. Mobile 5G ที่เป็นธุรกิจหลัก พร้อมเสริมศักยภาพด้วยการเป็นโครงข่ายอัจฉริยะ AI, Data Analytic
  2. AIS Fibre และ Enterprise Business ที่ถือเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนใหม่ที่ใช้นวัตกรรมพร้อมจุดแข็งของพาร์ทเนอร์สร้างความแข็งแกร่งใน Ecosystem ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  3. New Digital Service ที่จะเริ่มเห็นความคืบหน้าในครึ่งปีแรกนี้ อาทิ AISCB ที่ให้บริการ Digital Lending

ais

ทั้งนี้ ได้เตรียมขวัญพิเศษ จับรางวัลมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท ที่มอบให้ลูกค้าทั้งลูกค้า AIS และ AIS Fibre พลังความสุขจาก AIS Point ที่มอบให้กับลูกค้าซึ่งสามารถใช้เป็นส่วนลดเงินสดได้อย่างไม่จำกัดที่ร้านค้าใกล้บ้านที่เข้าร่วมโครงการร้านค้าถุงเงินของธนาคารกรุงไทยกว่า 400,000 ร้านค้าทั่วประเทศ

การผนึกกำลังร่วมกับ เซ็นทรัล รีเทล ให้ลูกค้าใช้ AIS Points แลกรับคูปองสำหรับซื้อสินค้าในเครือเซ็นทรัล ครอบคลุมสาขาทั่วประเทศไทยตลอดทั้งปี คอนเสิร์ตแบบจัดเต็มสำหรับลูกค้า AIS เท่านั้น กับ TEAM AIS5G Faniverse Concert 26 มิถุนายน 2565 นี้ เตรียมถ่ายทอดสดรายการ THE MATCH Bangkok Century Cup 2022  ศึกแดงเดือด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ ลิเวอร์พูล นัดประวัติศาสตร์ในไทยที่จัดมาแบบสุดพิเศษเอาใจแฟนบอลผ่านทาง AIS Play แบบ 360 องศา และในโรงภาพยนตร์ SF เพื่อให้ลูกค้า AIS เท่านั้น ได้รับชมแบบเต็มอรรถรส

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post AIS ก้าวสู่ปีที่ 32 ร่วมยกระดับประเทศครั้งแรก ด้วยประสบการณ์ Metaverse จาก AIS 5G first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/ais-5g-metaverse/

REVIEW | รีวิว Samsung Galaxy A23 / Galaxy A13 สองพี่น้องสีพาสเทล สเปคคุ้มราคาดี

มือถือสเปคคุ้มค่าอย่าง Galaxy A ที่ทยอยเปิดตัวในบ้านเรามาด้วยราคาที่ไม่ถึงหมื่นบาท โดย Galaxy A13 อยู่ที่ 6,499 บาท ส่วน Galaxy A23 อยู่ที่ 7,999 บาท ซึ่งทั้งคู่เรียกว่าจัดสเปคมาให้ได้แบบที่สามารถใช้งานทั่วไปได้สบาย ๆ ไม่มีสะดุด ไม่ว่าจะเล่นเกม ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ แถมยังมีแบตเตอรี่อึด ๆ ที่อยู่ได้ข้ามวันข้ามคืนสบาย ๆ อีกด้วย…ส่วนการใช้งานจริงจะเป็นยังไงบ้าง เข้ามาดูกันได้เลยจ้า

หน้าจอชัด ตัวเครื่องดีไซน์พาสเทลแสนละมุน

หน้าจอของทั้งคู่ใช้พาเนลชนิดเดียวกันคือ TFT LCD ขนาด 6.6 นิ้ว ความละเอียด FHD+ ครอบด้วยกระจก Gorilla Glass 5 และใช้ดีไซน์แบบ Notch หยดน้ำ (V-Cut) ทั้งคู่ แต่เรื่องรีเฟรชเรทของ Galaxy A23 จะลื่นกว่าหน่อย เพราะจัดมาให้ที่ 90Hz ในขณะที่ Galaxy A13 อยู่ที่ 60Hz

ตัวเครื่องด้านหลังของทั้งคู่เกือบจะเหมือนกันด้วยตำแหน่งการวางกล้องทั้ง 4 ตัว แต่สำหรับ Galaxy A23 จะมีโมดูลกล้องนูนขึ้นมาจากตัวเครื่องเล็กน้อย

Galaxy A23 (ส้ม) / Galaxy A13 (ฟ้า)

นอกจากนี้ทั้ง 2 รุ่น ยังมีตัวเลือกสีให้เหมือนกันอีกต่างหาก โดยสีที่เด่นสุดคือสีฟ้า และสีส้ม ที่หากว่าได้เห็นของจริงแล้วสาว ๆ น่าจะชอบเลยล่ะ เพราะสีมันออกแนวพาสเทลดูละมุนน่าถือสุด ๆ หรือหากว่าใครต้องการสีมาตรฐานก็มีสีดำให้เลือกด้วยนะ

แต่เนื่องจากฝาหลังมีพื้นผิวแบบมันวาวถ้าไม่ได้ใส่เคสไว้ เวลาใช้ไปซักพักมันก็จะเป็นรอยนิ้วมือติดให้เห็น ๆ กันเลย ต้องคอยเช็ดเอาบ่อย ๆ (พอใช้งานจริงก็คงหาเคสมาใส่กันอยู่แล้วล่ะเนอะ)

สเปคลื่นเล่นเกมสบาย

สเปค Galaxy A23

  • หน้าจอ TFT LCD ขนาด 6.6 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (1080 x 2408) รีเฟรชเรท 90Hz
  • CPU : Octa-core (2.4GHz + 1.9GHz)
  • RAM : 6GB
  • ความจุ : 128GB รองรับ microSD card
  • กล้องหลัง 4 ตัว
    – กล้องหลักความละเอียด 50MP (f/1.8, PDAF)
    – กล้อง Ultrawide ความละเอียด 5MP (f/2.2)
    – กล้อง Macro ความละเอียด 2MP (f/2.4)
    – กล้องจับความลึก 2MP (f/2.4)
  • กล้องหน้า : 8MP (f/2.2)
  • เซนเซอร์สแกนนิ้วมือด้านข้าง
  • ระบบเสียง : Dolby Atmos (ต้องใช้กับหูฟังหรือลำโพงบลูทูธ), มีรูหูฟัง 3.5 มม.
  • แบตเตอรี่ 5000 mAh รองรับชาร์จไว 25W
  • ระบบ Android 12 ครอบด้วย One UI 4.1
  • ขนาด / น้ำหนัก : 165.4 x 76.9 x 8.44 มม. / 195 กรัม

Galaxy A23 มีสเปคที่สามารถใช้งานทั่วไปในปัจจุบันได้แบบสบาย ๆ ไม่มีสะดุดด้วยชิป Snapdragon 680 และ RAM 6GB จะดูหนัง HD จะเปิด Chrome หลาย Tab ก็ไม่มีปัญหา และที่สำคัญคือมันเล่นเกมกราฟิก 3D ฮิตๆ ในตอนนี้ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น PUBG สามารถปรับกราฟิกสูงได้เลย (อาจมีสะดุดเสียจังหวะนิดหน่อยเวลาเจอศัตรูมาเยอะ แนะนำว่าปรับ Default เล่นเอาเพื่อความชัวร์)

ROV ปรับกราฟิกได้เกือบสุดทุกอย่าง สามารถเล่นได้ลื่น ๆ ตอนนัวกันเฟรมเรทตกลงมาที่ราว 50fps กลาง ๆ เท่านั้นเอง หรือแม้แต่ Genshin Impact ก็ยังไหว แต่แนะนำว่าควรเล่นตามที่มันปรับ Default มาให้ หรือปรับให้ต่ำลงมาอีกเพื่อความลื่นไหลครับ

สเปค Galaxy A13

  • หน้าจอ TFT LCD ขนาด 6.6 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (1080 x 2408) รีเฟรชเรท 60Hz
  • CPU : Exynos 850
  • RAM : 4GB
  • ความจุ : 128GB รองรับ microSD card
  • กล้องหลัง 4 ตัว
    – กล้องหลักความละเอียด 50MP (f/1.8, PDAF)
    – กล้อง Ultrawide ความละเอียด 5MP (f/2.2)
    – กล้อง Macro ความละเอียด 2MP (f/2.4)
    – กล้องจับความลึก 2MP (f/2.4)
  • กล้องหน้า : 8MP (f/2.2)
  • เซนเซอร์สแกนนิ้วมือด้านข้าง
  • ระบบเสียง : Dolby Atmos (ต้องใช้กับหูฟังหรือลำโพงบลูทูธ), มีรูหูฟัง 3.5 มม.
  • แบตเตอรี่ 5000 mAh รองรับชาร์จไว 15W
  • ระบบ Android 12 ครอบด้วย One UI 4.1
  • ขนาด / น้ำหนัก : 165.1 x 76.4 x 8.8 มม. / 195 กรัม

Galaxy A13 ที่มีสเปคต่ำลงมาอีกหน่อยด้วยชิป Exynos 850 และ RAM ขนาด 4GB แต่ก็ยังสามารถเล่นเกมได้สบาย ๆ เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ROV ที่เปิดโหมดเฟรมเรทสูงได้ ตอนนัวกันมีร่วงลงมาที่ 40-50fps บ้าง

PUBG ก็เล่นได้ไม่มีปัญหาตามที่ระบบตั้งค่า Default มาให้ แต่ที่เจอคือมีอาการสะอึกอยู่แค่ครั้งสองครั้งจากทั้งเกมตอนที่มีศัตรูบุกมาฉะกัน 4-5 คน คือถ้าจะให้ไหลลื่นชัวร์ ๆ ก็ปรับลงกราฟิกลงมาจาก Default ซักหน่อยครับ ส่วนเกมกราฟิกโหด Genshin Impact อันนี้ตัวเครื่องไม่รองรับ เพราะใน Google Play Store ไม่มีให้โหลดสำหรับรุ่นนี้จ้า

กล้องหลัง 50MP

สเปคกล้องหลังและกล้องหน้าของทั้ง Galaxy A13 และ Galaxy A23 จัดสเปคมาให้เกือบเหมือนกันทั้งหมด ด้วยกล้องหลังจำนวน 4 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียด 50MP + กล้อง Ultrawide ความละเอียด 5MP + กล้อง Macro ความละเอียด 2MP + กล้องจับความลึก 2MP แต่รุ่น Galaxy A23 จะได้เปรียบกว่าตรงที่ใส่ระบบกันสั่น OIS มาให้ด้วย แต่จากที่ทดสอบแล้วยังรู้สึกว่าถ่ายวิดีโอไม่ค่อยนิ่งเท่าไหร่ น่าจะเน้นเอาไว้ใช้กับการโฟกัสเวลาถ่ายภาพนิ่งมากกว่า

 ภาพจากกล้อง Samsung Galaxy A23
















 ภาพจากกล้อง Samsung Galaxy A13
















 

คลิปรีวิว Samsung Galaxy A23 และ Galaxy A13

พวกรายละเอียดตัวเครื่อง การใช้งาน และการเล่นเกม รวมถึงการถ่ายวิดีโอจะเป็นยังไง ลองดูเพิ่มเติมในคลิปได้ครับ

แบตเตอรี่ 5000 mAh ที่อึดสุด ๆ 

แบตเตอรี่ของทั้งคู่อัดมาให้เท่ากันที่ 5000 mAh จากการทดสอบใช้งานจริงใส่ซิมเปิด 4G เล่นเน็ตนอกบ้านบ้าง (ส่วนใหญ่ใช้ WiFi อยู่ในบ้าน) ดู YouTube บ้าง ถ่ายวิดีโอนิด ถ่ายรูปหน่อย เล่นเกมซักครึ่ง ชม. บอกเลยว่าเหลือพอใช้อีกวันได้แบบไม่ต้องชาร์จเลย

ทดสอบให้หนักกว่านี้อีกด้วยการดู YouTube ผ่าน WiFi ยาว ๆ เป็นเวลา 8 ชม. เปิดความสว่างหน้าจอและลำโพงไว้ประมาณ 60% พบว่าทั้งคู่เหลือแบตเตอรี่อยู่ที่ราว ๆ 40% เลยทีเดียว บอกเลยว่านั่งดูซีรีส์กันจนตาบวมตาแฉะ แบตเตอรี่ก็ยังเหลือใช้ได้อีกยาว ๆ จ้า


Galaxy A23 / A13

สรุป

Galaxy A23

ข้อดี

  • หน้าจอคมชัด ลื่นไหล 90Hz
  • เล่นเกมกราฟิก 3D ได้สบาย (อยู่ที่การตั้งค่า)
  • เล่น Genshin Impact ได้
  • กล้องหลังความละเอียดสูง 50MP ถ่ายรูปได้ดีในสภาวะแสงปกติ
  • มีโหมดถ่ายกลางคืนค่อนข้างดี สำหรับมือถือระดับนี้
  • มีกันสั่น OIS
  • ใส่ microSD Card ได้
  • แบตเตอรี่อึดมาก

ข้อสังเกต

  • ฝาหลังเป็นรอยนิ้วมือง่าย
  • ระบบกันสั่น OIS ถ่ายวิดีโอแล้วยังไม่ค่อยเนียนเท่าไหร่
  • กล้องโหมด Pro ตั้งค่าได้แค่ ISO, EV, WB

 

Galaxy A13

ข้อดี

  • เล่นเกมกราฟิก 3D ทั่วไปได้
  • กล้องหลังความละเอียดสูง 50MP ถ่ายรูปได้ดีในสภาวะแสงปกติ
  • กล้องหน้าถ่ายโหมด Portrait ได้
  • ใส่ microSD Card ได้
  • แบตอึดเลย

ข้อสังเกต

  • ฝาหลังเป็นรอยนิ้วมือง่าย
  • ไม่มีโหมดถ่ายกลางคืน
  • กล้องโหมด Pro ตั้งค่าได้แค่ ISO, EV, WB
  • ไม่รองรับ Genshin Impact และ PUBG New State

Samsung Galaxy A23 วางจำหน่ายในประเทศไทยแล้วโดยมีราคาอยู่ที่ 7,999 บาท ส่วน Galaxy A13 มีราคาอยู่ที่ 6,499 บาท ใครที่สนใจมือถือดีไซน์สวยสีละมุนพร้อมสเปคที่ใช้งานได้แบบครอบคลุมก็ไปทดลองเล่นกันได้ตามศูนย์หรือร้านค้าตัวแทนจำหน่ายเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจได้เลยจ้า

from:https://droidsans.com/samsung-galaxy-a13-galaxy-a23-review/

Cisco SASE Architecture: ทำงานแบบ Hybrid Work อย่างมั่นคงปลอดภัยได้จากทุกที่ทุกเวลา โดย AIS Business

เมื่อการทำงานแบบ Remote และ Hybrid ได้กลายเป็นแนวทางมาตรฐานในการทำงานของธุรกิจองค์กรในยุคปัจจุบัน การวางสถาปัตยกรรมระบบเครือข่ายและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบการทำงานที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงนี้จึงกลายเป็นสิ่งที่จำเป็น

ในบทความนี้ เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับ Cisco SASE Architecture ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่ตอบโจทย์การทำงานในแบบ Smart Hybrid Work จาก Cisco เพื่อให้ทุกการทำงานบนโลกดิจิทัลเป็นไปได้อย่างชาญฉลาด มั่นคงปลอดภัย และดูแลรักษาได้ง่ายในระยะยาว

 

สถาปัตยกรรม Cisco SASE Architecture คืออะไร?

ในการทำงานได้จากทุกที่ทุกเวลานั้น หมายความว่าไม่ว่าผู้ใช้งานหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องในการทำงานจะอยู่ที่ใด การเข้าถึงเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายภายในองค์กรและการเชื่อมต่อใช้งานบริการ Cloud สำหรับธุรกิจนั้นจะต้องเกิดขึ้นได้โดยมีประสิทธิภาพที่ดี มีประสบการณ์ที่ดี และมีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยอยู่เสมอ

Credit: Cisco

 

Cisco SASE Architecture ได้เข้ามาตอบโจทย์ดังกล่าวนี้ตามแนวคิด SASE ที่ Gartner ได้นำเสนอเอาไว้ถึงแนวทางใหม่ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยให้กับผู้ใช้งานขององค์กรผ่านระบบ Security ที่อยู่บน Cloud ซึ่งถูกเรียกว่าระบบ Secure Internet Gateway (SIG) ที่ประกอบไปด้วย DNS Security, Secure Web Gateway (SWG), Firewall as a Service (FWaaS) และ Cloud Security Broker (CASB) โดยทาง Cisco ได้พัฒนาต่อยอดจากแนวคิดพื้นฐานของ Gartner ด้วยการเสริมเทคโนโลยีจาก Cisco เข้าไปเพิ่มเติม

Credit: Cisco

 

ภายใน Cisco SASE Architecture นี้จะผสานทั้งการใช้ Network as a Service (NaaS) และ Security as a Service (SECaaS) เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้ธุรกิจองค์กรสามารถออกแบบการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายทั้งจากภายในและภายนอกองค์กรได้อย่างเหมาะสม ในขณะที่ยังคงปกป้องผู้ใช้งานและควบคุมด้านความมั่นคงปลอดภัยได้อยู่เสมอไม่ว่าผู้ใช้งานจะทำการเชื่อมต่อใช้งานจากที่ใด ไปยังปลายทางใดๆ ไม่ว่าจะเป็นบริการ Cloud หรือ Business Application ที่อยู่ภายในระบบเครือข่ายหรือ Data Center ขององค์กรก็ตาม อีกทั้งยังสามารถจำกัดการเข้าถึงทรัพยากรทางด้าน IT หรือระบบ Cloud และ Application ต่างๆ ได้ตามสิทธิ์ของผู้ใช้งานหรืออุปกรณ์ได้อย่างเหมาะสมอีกด้วย

ในมุมมองของผู้ดูแลระบบ IT นั้นก็จะมีมุมมองที่แตกต่างไปจากเดิม โดยทุกๆ การเชื่อมต่อไม่ว่าจะจากภายในหรือภายนอกองค์กรนั้นก็จะสามารถถูกตรวจสอบติดตามและแก้ไขปัญหาได้ทั้งหมดจากศูนย์กลาง ทำให้การเข้าถึงและใช้งานทรัพยากรทางด้าน IT ทั้งหมดในองค์กรสามารถถูกมองรวมกันเป็นสิ่งที่เรียกว่า Branch of One หรือการที่ทุกๆ การเชื่อมต่อถูกนับเสมือนเป็นการเชื่อมต่อจากหนึ่งสาขานั่นเอง

แนวทางนี้ทำให้ธุรกิจองค์กรสามารถเริ่มต้นใช้สถาปัตยกรรม SASE ทั้งหมดได้อย่างง่ายดายในรูปแบบ as a Service และเลือกใช้เฉพาะเทคโนโลยีหรือความสามารถที่ต้องการได้อย่างอิสระ

 

องค์ประกอบของ Cisco SASE Architecture

Cisco SASE Architecture นั้นจะแบ่งองค์ประกอบออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ Connect, Control และ Converge

Credit: Cisco

 

1. Connect การเชื่อมต่อเครือข่ายจากทุกที่ทุกเวลา

Cisco SASE Architecture จะแบ่งการเชื่อมต่อเครือข่ายออกเป็น 3 กลุ่มด้วยกัน ดังนี้

  • Branch ภายในแต่ละสาขาจะมีการใช้ SD-WAN เพื่อเชื่อมต่อแต่ละสาขาเข้าด้วยกัน ในขณะที่ยังคงสามารถทำการเชื่อมต่อออกไปยัง Internet โดยตรงหรือ Direct Internet Access (DIA) ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อระหว่างสาขาหรือออกไปยัง Internet ก็ตาม ทุกการเชื่อมต่อก็จะได้รับการปกป้องโดย SASE ทั้งหมด
    Credit: Cisco
  • Roaming User สำหรับผู้ใช้งานรายบุคคล การเชื่อมต่อที่จะเกิดขึ้นนั้นจะเกิดขึ้นได้ผ่าน VPN as a Service มายังสาขาขององค์กร การเข้าใช้งานระบบต่างๆ ในแบบ VPN-less พร้อมการควบคุมในแบบ Zero Trust และการเชื่อมต่อแบบ DIA ตรงไปยังบริการต่างๆ ที่ต้องการ โดยการปกป้องจาก SASE ก็จะยังคงเกิดขึ้นได้สำหรับผู้ใช้งานทุกคนจากทุกอุปกรณ์เช่นกัน แต่ระดับของการปกป้องอาจต่างกันไปจากปัจจัยของการควบคุมอุปกรณ์ของผู้ใช้งานว่าจะมีการติดตั้ง Software เพื่อควบคุมมากน้อยเพียงใด
    Credit: Cisco
  • Home Office สำหรับกรณีของการทำงานแบบ Home Office ที่มีการนำอุปกรณ์ที่หลากหลายไปติดตั้งที่บ้านของพนักงานหรือผู้บริหารเพื่อใช้ทำงานได้เสมือนกับการมาทำงานที่บริษัทจริงๆ ก็จะมีการเชื่อมต่อระหว่างที่บ้านไปยังสาขาผ่าน VPN as a Service รวมถึงการตั้งค่าเชิงลึกภายในระบบเครือข่ายเพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ดี และยังรองรับการเชื่อมต่อแบบ DIA เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดโดยมี SASE คอยปกป้องได้เช่นกัน
Credit: Cisco

 

2. Control การควบคุมการใช้งานเครือข่ายจากทุกที่ทุกเวลา

การควบคุมด้านความมั่นคงปลอดภัยภายใน SASE นั้นจะครอบคลุมครบทุกประเด็นเหมือนการควบคุมอุปกรณ์ภายในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นการปกป้องผู้ใช้งานด้วยประสบการณ์ที่ดี การบังคับใช้นโยบายได้จากทุกที่เหมือนกันไม่ว่าจะเกิดการเชื่อมต่อในช่องทางใด การอัพเดตระบบเพื่อปกป้องผู้ใช้งานจากภัยคุกคามใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง การกำหนดสิทธิ์ตามบทบาทและระดับของความมั่นคงปลอดภัยของผู้ใช้งานและอุปกรณ์ ไปจนถึงการควบคุมนโยบายเหล่านี้ทั้งหมดได้จากศูนย์กลางด้วยเทคโนโลยีดังต่อไปนี้

Credit: Cisco

 

  • DNS Security
  • Secure Web Gateway (SWG)
  • Cloud Delivered Firewall (CDFW)
  • Cloud Access Security Broker (CASB)
  • Zero Trust Network Access (ZTNA)

 

ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีเหล่านี้เข้าด้วยกัน ทำให้ผู้ดูแลระบบ IT สามารถออกแบบ Flow ในการปกป้องผู้ใช้งานแต่ละคนสำหรับการเชื่อมต่อไปยังแต่ละ SaaS Application ที่ใช้งาน การเชื่อมต่อ Internet การเข้าถึง Private Cloud ขององค์กร การใช้งาน Public Cloud และการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ IoT ให้แตกต่างกันได้ตามบทบาทและความเหมาะสม

 

3. Converge การบริหารจัดการแบบรวมศูนย์ผ่าน Cloud

การบริหารจัดการระบบ SASE ที่ประกอบไปด้วย NaaS และ SECaaS ที่หลากหลายนี้จะต้องเกิดขึ้นได้จากศูนย์กลาง โดยระบบทั้งหมดจะต้องทำงานร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์เพื่อให้การดูแลรักษา, บริหารจัดการ, แก้ไขปัญหา และการจัดการแบบอัตโนมัติเกิดขึ้นได้เสมือนระบบทั้งหมดนี้เป็นบริการ Cloud เดียวกัน

Credit: Cisco

 

นอกจากนี้ประเด็นด้านการทำ Compliance และ Audit เองก็มีความสำคัญเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่ามกลางยุคสมัยแห่ง Hybrid Work ที่ประเด็นด้านข้อกฎหมายและการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลกำลังเป็นโจทย์ใหญ่ของทุกธุรกิจองค์กร

สิ่งหนึ่งที่ Cisco ให้ความสำคัญมากนั้นก็คือการที่ระบบทั้งหมดควรจะต้องเป็นระบบที่มาจากผู้พัฒนาเพียงรายเดียว เพื่อลดความซับซ้อนในการบริหารจัดการให้เหลือน้อยที่สุด และลดจำนวนของส่วนประกอบย่อยภายในระบบลง เพื่อให้ง่ายต่อการทำงาน

 

โซลูชัน SASE จาก Cisco สำหรับตอบโจทย์การทำงานแบบ Hybrid Work ได้อย่างมั่นคงปลอดภัยจากทุกที่ทุกเวลา

สำหรับโซลูชัน SASE จาก Cisco เองนั้นก็ประกอบไปด้วยโซลูชันย่อยที่หลากหลาย ซึ่งธุรกิจองค์กรสามารถเลือกใช้เป็นส่วนๆ เพื่อปกป้องผู้ใช้งานในแต่ละแง่มุมก่อนก็ได้ หรือจะเลือกใช้สถาปัตยกรรม Cisco SASE Architecture อย่างเต็มตัวและใช้เทคโนโลยีทั้งหมดร่วมกันเลยก็ได้เช่นกัน โดยโซลูชันที่โดดเด่นและสามารถตอบโจทย์ธุรกิจองค์กรไทยส่วนใหญ่ได้เป็นอย่างดี มีดังนี้

Credit: Cisco

 

1. Cisco AnyConnect

Cisco AnyConnect คือระบบ Secure VPN Access เพื่อให้การเชื่อมต่อ VPN ของผู้ใช้งานเป็นไปได้อย่างมั่นคงปลอดภัยและง่ายดาย โดยผู้ดูแลระบบ IT สามารถตรวจสอบติดตามการใช้งาน VPN ของผู้ใช้งานได้ และยังสามารถทำการตรวจสอบด้านความมั่นคงปลอดภัยของอุปกรณ์พร้อมแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเพื่อให้อุปกรณ์ที่พนักงานใช้ทำงานนั้นมีความมั่นคงปลอดภัยในระดับที่เหมาะสมได้อีกด้วย

 

2. Cisco Secure Access by Duo

Cisco Secure Access by Duo คือโซลูชันสำหรับการทำ Secure Access Management ในแบบ Zero Trust Network Access (ZTNA) ผ่าน Cloud ที่มีความสามารถทั้งการทำ Multi-Factor Authentication (MFA) การทำ Device Trust ในการตรวจสอบความน่าเชื่อถือและความมั่นคงปลอดภัยของอุปกรณ์พร้อมทำการแก้ไข การทำ Adaptive Policy กำหนดสิทธิ์ให้ผู้ใช้งานและอุปกรณ์ให้แตกต่างกันไปตามบทบาทและระดับความมั่นคงปลอดภัย ไปจนถึงการต่อยอดสู่ภาพของการทำ Single Sign-On เพื่อเข้าถึงและใช้งานทุก Business Application หรือ Cloud ได้อย่างง่ายดายและมั่นใจ

 

3. Cisco Umbrella

Cisco Umbrella คือบริการ Cloud Security Service ที่รวมความสามารถทั้งการทำ DNS-layer Security, Secure Web Gateway, Cloud-Delivered Firewall, Cloud Access Security Broker และ Interactive Threat Intel เอาไว้ในหนึ่งเดียว เพื่อปกป้องทั้งอุปกรณ์ของผู้ใช้งานและระบบ SD-WAN ได้จากทุกที่ทุกเวลา ผ่านเทคโนโลยีที่หลากหลายบน Cloud เหล่านี้

 

4. Cisco Secure Email

Cisco Secure Email หรือที่รู้จักกันในชื่อเดิมว่า Email Security คือโซลูชันสำหรับตรวจสอบและยับยั้งภัยคุกคามที่อาจแฝงมากับ Email ขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นระบบ Email ที่องค์กรติดตั้งใช้งานเองหรือบริการ Email จากผู้ให้บริการ Cloud รายใดๆ ก็ตาม สำหรับลดความเสี่ยงที่ผู้ใช้งานจะถูกโจมตีจาก Phishing, Malware, Ransomware และอื่นๆ ผ่านทาง Email

 

5. Cisco Secure Endpoint

Cisco Secure Endpoint หรือที่รู้จักกันในชื่อเดิมว่า AMP Endpoint คือระบบ Endpoint Detection & Response สำหรับรับมือกับภัยคุกคามที่มีความซับซ้อนสูงได้ด้วยการบริหารจัดการผ่าน Cloud ด้วยการรองรับการทำ EDR ภายในตัว และสามารถผสานระบบร่วมกับ Cisco SecureX เพื่อทำ XDR ได้อย่างเต็มรูปแบบ

 

AIS Cyber Secure พร้อมช่วยปกป้องทุกการทำงานแบบ Hybrid Work

จากการเพิ่มขึ้นของภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มีความรุนแรงและซับซ้อนขึ้นอย่างมากรวมถึงการประกาศร่าง พระราชบัญญัติ การรักษาความปลอดภัยมั่นคงไซเบอร์ พ.ศ. 2562 และพระราชบัญญัติข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ทำให้ทุกอุตสาหกรรมจำเป็นต้องตื่นตัวกับการจัดระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อป้องกัน การถูกโจมตีทางไซเบอร์ และเพื่อให้รองรับตามกฎหมาย

Credit: AIS Business

AIS Cyber Secure พร้อมเป็นตัวช่วยให้กับลูกค้าองค์กรด้วยประสบการณ์ในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้ากว่า 42 ล้านราย และยังเป็น partner กับผู้ให้บริการด้าน ความปลอดภัย ทางไซเบอร์ระดับโลกอย่าง Trustwave นอกจากนี้ AIS ยังเป็นผู้ให้ บริการครบวงจรทั้งเน็ตเวิร์คแบบมีสาย และไร้สาย คลาวด์ IoT และบริการเพื่อป้องกัน ภัยทางไซเบอร์อีกหลากหลาย จึงสามารถรับประกันความปลอดภัยทางไซเบอร์ได้ในทุกจุดของระบบ IT ด้วยบริการดังต่อไปนี้

  • Network Security ปกป้องระบบเครือข่ายให้ปลอดภัยจากการคุกคาม เพื่อให้ธุรกิจสามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างไม่มีสะดุด
  • Cloud Security ปกป้องการใช้งาน Cloud ทั้งในแบบ Private, Public หรือ Hybrid ด้วยพันธมิตรผู้ให้บริการ ระดับโลก
  • Security for Application เพิ่มความปลอดภัยให้การใช้ Application ต่างๆ ได้อย่างมั่นใจ รวมถึงการบริหารจัดการและ ตรวจสอบข้อมูลการใช้งานของพนักงานในองค์กร
  • Endpoint Security เพิ่มความมั่นใจในการใช้งานอุปกรณ์ของคุณ ด้วยบริการ ที่จะช่วยตรวจสอบและป้องกันภัยคุกคามต่างๆรวมถึง บริการที่จะช่วยกำหนดนโยบายการใช้งานและตรวจสอบ แอพพลิเคชั่นต่างๆ ได้
  • Regulatory Compliance บริการที่ช่วยให้การทำตามกฎหมายไซเบอร์ต่างๆ เป็นไปได้อย่างถูกต้องและยังช่วยในการเสริมประสิทธิภาพการทำงานให้แก่องค์กรไปด้วยในตัว
  • Managed Security Services ลดภาระการบริหารจัดการด้าน Security ภายในองค์กร ด้วยการดูแลอย่างมืออาชีพ จากทีมงานผู้เชี่ยวชาญตลอด 24 ชม.

 

สนใจโซลูชัน SASE ติดต่อ AIS Business ได้ทันที

AIS Business และ CSL พาร์ทเนอร์ Cisco ที่ช่วยตอบโจทย์ทุกเรื่อง ICT & Digital ที่คุณมั่นใจ

“Your Trusted Smart Digital Partner”

ปรึกษาและวางแผนพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อรองรับการทำงานและต่อยอดธุรกิจได้ที่

Email : cybersecure@ais.co.th
Web : https://www.csl.co.th
Web : https://business.ais.co.th/solution/security.html

สนใจทดลองใช้งาน Cisco Umbrella ฟรี โดยติดต่อทีมงาน AIS Business หรือขอคำปรึกษา ออกแบบระบบ และทดสอบการใช้งานโซลูชัน Cisco Umbrella โดยทีมงานวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเพื่อสร้างระบบ SASE ของคุณได้ที่ https://forms.office.com/r/ZhSNqQwsxX หรือ Scan QR Code

 

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชัน Cisco Hybrid Work ได้ที่ https://www.cisco.com/c/th_th/solutions/hybrid-work/technology-solutions.html?ccid=cc002463#~solutions

 

from:https://www.techtalkthai.com/cisco-sase-architecture-for-hybrid-work-by-ais-business/

ดูซีรีย์เกาหลี Again My Life EP.8 ซับไทย ตอนล่าสุดมาแล้ว [VIU]

Again My Life EP.8 : ภารกิจขุดให้ถึงเบื้องลึกเบื้องหลังของการทุจริตและอาชญากรรมในคิมซานของฮีอูดำเนินต่อไป ในที่สุดเขาก็เปิดเผยกับซอกกยูว่าเขาตั้งใจที่จะพาทุกคนในสำนักงานคิมซานไปที่โซลด้วยความสำเร็จของคดีนี้ ในขณะเดียวกัน ฮีอูก็ได้เจอกับเพื่อน ๆ สมัยมหาวิทยาลัยอีกครั้ง หลังจากปิดคดีที่คิมซานได้สำเร็จ ฮีอูก็ได้กลับไปยังสำนักงานอัยการกลางประจำกรุงโซล ในขณะที่ฮีอูพยายามเข้าใกล้โจแทซอบและวงในของเขา อิลฮยอนก็เริ่มที่จะเผยธาตุแท้ออกมา ติดตามชม Again My Life EP.8 ซับไทย ได้จากลิงก์ด้านล่างนี้ โดยตอนใหม่จะออกมาถึงวันศุกร์-เสาร์ เวลา 21:10 น.

ดู Again My Life EP.8 [VIU] >> คลิกที่นี่

ดูตอนอื่นๆ ย้อนหลัง

from:https://www.9tana.com/node/again-my-life-ep8/

ดูละคร หุบพญาเสือ EP.11 ตอนที่ 11 ล่าสุด (30 เมษายน 2565) ช่อง 7

เรื่องย่อ หุบพญาเสือ EP.11 : ชุมโจร เสือไพร (รพีภัทร เอกพันธ์กุล) แตก เพราะพ่อเลี้ยงบัญชา (ภูธฤทธิ์ พรหมบันดาล) พาคนบุกถล่ม แต่ตาบุญ (ปราโมทย์ มีนา) ตาของมะลิ (สุพิชฌาย์ ศรีสวัสดิ์) ช่วยเสือไพรเอาไว้ได้ นักรบผา (เอก รังสิโรจน์) เข้าใจผิดจึงต่อสู้กับเสือไพร ด้าน ยอด(ชนะพล สัตยา) ช่วยปลดวิญญาณผีออกจากตัว ไพลิน (พัชร์สิตา อธิอนันตศักดิ์) จนได้พบกับเสือไพร และมะลิอีกครั้ง โดยกลุ่มของเสือไพร ติดตาม หุบพญาเสือ ตอนที่ 11 ได้จากลิงก์ด้านล่าง

ดู หุบพญาเสือ EP.11 ย้อนหลัง (Bugaboo) >> คลิกที่นี่

ดูตอนอื่นๆ ย้อนหลัง

เรื่องเกี่ยวข้องกัน ที่คุณอาจจะสนใจก็ได้ ?

from:https://www.9tana.com/node/ch7-hoob-praya-ep11/

ดู คุณหมีปาฏิหาริย์ EP.15 ตอนล่าสุด ช่อง 3 และย้อนหลัง CH3Plus

เรื่องย่อ คุณหมีปาฏิหาริย์ EP.15 เต้าหู้ ตกอยู่ในอันตราย!!! เป็นตายเท่ากัน แสน ย้าย ตาธาร มารักษาที่กรุงเทพฯ ในขณะที่ตำรวจสืบคดีเข้าใกล้ตัวคนร้ายมากขึ้นทุกที ทำเอา แก้วชิงดวง แห่ง TRD คู่กรณีของตาธารร้อนใจ อยากจบคดีให้เร็วที่สุด เช่นเดียวกับ สัจจารีย์ ไม่ไว้ใจ เต้าหู้ ที่ทำตัวรู้มากเข้ามาแส่กับเรื่องคดี งานนี้เจ้าหมีจึงตกอยู่ในอันตรายโดยไม่รู้ตัว ติดตามชม คุณหมีปาฏิหาริย์ ตอนที่ 15 ได้จากลิงก์ด้านล่าง

  • ดู คุณหมีปาฏิหาริย์ สดๆ เวลา 20:30 น. วันศุกร์-อาทิตย์ >> คลิกที่นี่

  • ดูย้อนหลัง คุณหมีปาฏิหาริย์ EP.15 (CH3Plus) >> คลิกที่นี่

ดูตอนอื่นๆ ย้อนหลัง

 

เรื่องเกี่ยวข้องกัน ที่คุณอาจจะสนใจก็ได้ ?

from:https://www.9tana.com/node/khhun-mee-miracle-ep15/

กูเกิลสร้างฟอนต์ Noto Emoji อีโมจิสีขาวดำ ใช้ได้กับพื้นหลังทุกสี

กูเกิลเปิดตัวฟอนต์ใหม่ Noto Emoji ฟอนต์อีโมจิสีขาวดำโดยเฉพาะ เป็นทางเลือกใหม่นอกเหนือจาก Noto Emoji Color ที่เป็นอีโมจิแบบสี

กูเกิลบอกว่าตั้งใจทำ Noto Emoji เป็นสีขาวดำโมโนโครม อ่านง่าย นำไปใช้ต่อได้ง่ายทั้งบนพื้นหลังสีอ่อนเข้ม (light/dark mode ตามสมัยนิยม) แถมเปลี่ยนฟอนต์เป็นสีพื้นสีอื่นได้สะดวกด้วย

การแปลงสัญลักษณ์อีโมจิจาก Noto Emoji Color มีทั้งการใช้รูปเดิมแบบตรงๆ และการเปลี่ยนรูปถ้าจำเป็นต้องทำ เช่น ธงชาติที่แยกแยะด้วยสีขาวดำไม่ได้ เปลี่ยนมาใช้ธงที่มีตัวอักษรย่อชื่อประเทศแทน นอกจากนี้ ไอคอนใบหน้า blob ที่เคยใช้ในอีโมจิของกูเกิลมายาวนาน (ตัวใน thumbnail ของ Blognone) ก็นำกลับมาแล้วอีกครั้งด้วย

No Description

No Description

No Description

ที่มา – Google

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/128255

ซีรีย์เกาหลี Shooting Stars ซับไทย EP.3 มาแล้ว [VIU]

เรื่องย่อ Shooting Stars EP.3 : รูปภาพของอันบยอลกับแทซองที่คบกันสมัยมหาวิทยาลัยถูกเปิดเผยท่ามกลางความสงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งสอง และข่าวลือเกี่ยวกับทั้งคู่ก็แพร่ออกไป ขณะเดียวกัน แบบสอบถามความเครียดก็ถูกแจกจ่ายไปยังคนทั้งบริษัท และระหว่างงานแจกลายเซ็นของแทซอง ฮันบยอลก็ต้องตกใจกับผลของแบบสอบถามที่ชี้ว่าแทซองมีความเครียดสูง ตอนนั้นเอง แทซองกำลังจะสะดุดล้ม แล้วฮันบยอลก็พุ่งตัวไปหาเขาทันที ติดตาม Shooting Stars ซับไทย EP.3 ได้จากลิงค์ด้านล่าง

ดู Shooting Stars ซับไทย EP.3 [VIU] >> คลิก

ดูตอนอื่นๆ ย้อนหลัง

from:https://www.9tana.com/node/shooting-stars-ep-3/