ธนาคารไทยเริ่มเปิดบริการแลกเปลี่ยนข้อมูลบัญชีระหว่างธนาคาร

ธนาคารไทย 6 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารเกียรตินาคินภัทร, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารกสิกรไทย, และธนาคารกรุงไทย เริ่มเปิดให้บริการ dStatement ที่เป็นบริการแลกเปลี่ยนข้อมูลบัญชีเงินฝาก (bank statement) ระหว่างธนาคารโดยไม่ต้องออกจดหมายรับรองเช่นเดิม

บริการนี้เปิดตัวมาตั้งปีที่แล้ว โดยระบุว่าการขอสินเชื่อนั้นมีการทำธุรกรรมปีละ 10 ล้านรายการ และต้องไปขอข้อมูลจดหมายรับรองเป็นกระดาษจากธนาคารต่างๆ การขอข้อมูลข้ามธนาคารได้โดยตรงทำให้ลดต้นทุนและความยุ่งยากลง

ช่วงเปิดตัวบริการนี้เดิมมีธนาคารเข้าร่วม 10 แห่ง แต่ก็เปิดบริการจริงไม่พร้อมกันทั้งหมด และแต่ละธนาคารยังเปิดตัวบริการฝั่งรับและส่งข้อมูลไม่พร้อมกัน การใช้งานช่วงแรกจึงอาจจะค่อนข้างจำกัด ในกรณีที่ธนาคารที่เรามีบัญชีหลักยังไม่เปิดบริการส่งข้อมูล หรือธนาคารที่เราต้องการยื่นกู้ยังไม่เปิดบริการรับข้อมูล แต่ภายในกลางปีนี้ ธนาคารทั้ง 10 แห่งก็จะเปิดบริการได้ทั้งสองขา และยังมีธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ให้บริการส่งข้อมูลช่วงกลางปี

ที่มา – Bank of Thailand

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/126838

พม่าเตรียมประกาศกฎหมายอินเทอร์เน็ตใหม่ เปิดทางดักฟัง ใช้ VPN หลบการบล็อคเว็บเป็นความผิด

พม่าเตรียมประกาศกฎหมายความมั่นคงไซเบอร์ฉบับใหม่ โดยเน้นความมั่นคงของรัฐบาลทหารปัจจุบันอยู่หลายส่วน

กฎหมายใหม่นี้จะให้อำนาจรัฐบาลเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้อินเทอร์เน็ต, แบนเนื้อหาได้ค่อนข้างกว้าง, เปิดทางให้ดักฟักการสื่อสาร, และจำคุกผู้วิจารณ์รัฐบาลหรือแม้แต่พนักงานของบริษัทที่ไม่ให้ความร่วมมือ อีกส่วนหนึ่งคือการเพิ่มโทษจำคุกผู้ที่ใช้บริการ VPN เพื่อหลบเลี่ยงการบล็อคเว็บ

ปีที่แล้ว Telenor เคยออกมายอมรับว่าถอนตัวออกจากพม่าเพราะรัฐบาลบีบให้ติดตั้งอุปกรณ์ดักฟัง การปรับกฎหมายครั้งนี้ก็เป็นการประกาศแนวทางนี้ออกมาชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษรจากเดิมที่เป็นคำสั่งลับของรัฐบาล

การควบคุมอินเทอร์เน็ตนับเป็นเป้าหมายสำคัญของกองทัพพม่าหลังเข้ายึดอำนาจ โดยกองทัพตัดอินเทอร์เน็ตหลายครั้ง ขณะบริษัทเทคโนโลยีทั้ง เฟซบุ๊ก, กูเกิล, และ TikTok พากันแบนบัญชีชวนเชื่อรัฐบาลทหาร

ที่มา – The Irrawaddy

No Description

ภาพโดย jarmoluk

from:https://www.blognone.com/node/126837

Beats Fit Pro หูฟังตัดเสียงรบกวน ANC สั่งซื้อได้แล้วที่ Apple Store Online ราคา 7,300 บาท

24 ม.ค. 65, Beats Fit Pro หูฟังไร้สาย ตัดเสียงรบกวน ANC […] More

from:https://www.iphonemod.net/beats-fit-pro-available-apple-store-online.html

เคาะแล้ว! สินค้าควบคุมปี 65 พร้อมมาตรการแก้ปัญหาเนื้อหมูราคาแพง

ครม. เห็นชอบกำหนดสินค้าควบคุมปี 2565 จำนวน 5 รายการตามมติคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการโดยแบ่งเป็นรายการสินค้าควบคุมเดิมปี 2564 จำนวน 4 รายการคือ

  1. หน้ากากอนามัย
  2. ใยสังเคราะห์ Polypropylene (Spunbond) เพื่อใช้สำหรับผลิตหน้ากากอนามัย
  3. ผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบเพื่อสุขอนามัยสำหรับมือ
  4. เศษกระดาษและกระดาษที่นำกลับมาใช้ได้อีก
  5. ไก่ เนื้อไก่ เนื่องจากราคาไก่ปรับตัวสูงขึ้น (เป็นรายการสินค้าควบคุมใหม่)

solution-pork-price-raise

ปัจจุบัน กระทรวงพาณิชย์ประกาศรายการสินค้าและบริการควบคุมแล้วรวมครั้งนี้จะเป็นจำนวนทั้งสิ้น 56 รายการ จากเดิม 51 รายการ เช่น ไข่ไก่ หมูและเนื้อหมู แชมพู ผงซักฟอก ข้าวสาร กระเทียม อาหารกึ่งสำเร็จรูป เครื่องแบบนักเรียน ค่ารักษาพยาบาล เป็นต้น

ผู้เลี้ยงไก่และโรงชำแหละรวมทั้งโรงงานผลิตอาหารสัตว์ตามเกณฑ์ที่กำหนด ต้องแจ้งข้อมูลรัฐ โดยคณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กำหนดให้ผู้ประกอบการ ผู้ค้าและฟาร์มเลี้ยงไก่ต้องปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ ดังนี้

  • ผู้เลี้ยงไก่ที่มีปริมาณการเลี้ยงตั้งแต่ 100,000 ตัวขึ้นไป และโรงชำแหละไก่ที่มีกำลังการผลิตมากกว่า 4,000 ตัวต่อวัน ต้องแจ้งปริมาณ สต็อก และต้นทุนราคาจำหน่ายทุกเดือน
  • โรงงานผลิตอาหารสัตว์ ที่มีอยู่ 55 โรง ต้องแจ้งต้นทุนราคาจำหน่าย ปริมาณการผลิต และสต็อก
  • การปรับราคาสินค้าจะต้องได้รับอนุญาตจากกรมการค้าภายในก่อน

มาตรการแก้ปัญหาเนื้อหมูราคาแพง

  1. งดส่งออกสุกรมีชีวิตเป็นเวลา 3 เดือน
  2. ช่วยเหลือราคาอาหารสัตว์แก่เกษตรกร
  3. สถาบันการเงินจัดสินเชื่อพิเศษเพื่อให้เกษตรกรกลับมาเลี้ยงใหม่
  4. ตรึงราคาจำหน่ายที่เหมาะสม สอดคล้องกับต้นทุน
  5. เพิ่มกำลังการผลิตแม่สุกรทดแทน
  6. ส่งเสริมการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
  7. เร่งศึกษาวิจัยและสารกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรคระบาด
  8. ยกระดับมาตรฐานฟาร์มเกษตรกรเพื่อป้องกันโรคระบาด
  9. ส่งเสริมให้ปรับปรุงเป็นฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรค
pig หมู
Photo by Lucia Macedo on Unsplash

จากข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมกันเข้าตรวจสต๊อกเนื้อสุกร หากพบการกักตุนหรือฉวยโอกาสขึ้นราคา จะถูกดำเนินคดีขั้นสูงสุด กรณีตรวจพบว่า มีการรายงานตัวเลขการครอบครองเนื้อสุกรไม่ตรงกับที่แจ้งพาณิชย์จังหวัด จะเข้าข่ายกักตุนหรือไม่นั้น เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบอย่างละเอียด

ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 กำหนดว่า กรณีที่ไม่แจ้งปริมาณสต๊อกถือว่ามีความผิด

  • มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี
  • ปรับไม่เกิน 20,000 บาท และ
  • ปรับอีกวันละ 2,000 บาทตลอดระยะเวลาฝ่าฝืน

กรณีแจ้งข้อมูลเป็นเท็จ จะมีความผิดอีก หากพบว่ากักตุนที่หมายถึงปฏิเสธการจำหน่าย ทั้งที่มีสินค้าและมีผู้ขอซื้อสินค้าเข้ามาแต่ไม่จำหน่าย

  • มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี
  • ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

หากพบเห็นผู้กระทำผิดหรือสงสัยว่าเป็นการกระทำผิด สามารถแจ้งสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสายด่วนกรมปศุสัตว์ 063-225-6888 เพื่อให้จ้าหน้าที่ตรวจสอบและดำเนินการทันที

ที่มา – รัฐบาลไทย (1), (2)

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post เคาะแล้ว! สินค้าควบคุมปี 65 พร้อมมาตรการแก้ปัญหาเนื้อหมูราคาแพง first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/restricted-goods-and-solutions-for-pork-price-raise/

Bitkub สนับสนุนทีมชาติไทยและไทยลีก เตรียมทำ NFT ให้แฟนบอลไทยสะสม

หลัง Bitkub เปิดตัวเป็นผู้สนับสนุนทีมชาติไทยและไทยลีกเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา วันนี้ Bitkub ได้มอบเงิน 30 ล้านบาท และของสะสม NFT ชิ้นแรกของวงการฟุตบอลไทย ให้กับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และบริษัทไทยลีก จำกัด เพื่อเริ่มต้นการเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการแล้ว ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน โดยจะสนับสนุนการแข่งขันฟุตบอลไทยลีกประจำฤดูกาล 2564-2565 และฤดูกาล 2565-2566

นอกจากนี้ Bitkub ยังร่วมกับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เตรียมจัดกิจกรรม ทั้งออฟไลน์ และออนไลน์ โดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน ให้แฟนฟุตบอลชาวไทยได้สะสมสินทรัพย์ดิจิทัล NFT ในรูปแบบของสะสมดิจิทัลต่างๆ เช่น ภาพโมเมนต์ความประทับใจ ภาพนักฟุตบอลของนักกีฬาทีมชาติไทย, และสโมสรต่างๆ ในไทยลีก รวมไปถึงของสะสมอื่นๆ เร็วๆ นี้

No Descriptionภาพ Bitkub

ที่มา – Khaosod, Bitkub

from:https://www.blognone.com/node/126836

ซีรีย์เกาหลี Our Beloved Summer EP.15 ซับไทย มาแล้ว

เรื่องย่อ ซีรีย์เกาหลี Our Beloved Summer EP.15 : หลังจากขอคำแนะนำเรื่องการเดตจากเพื่อนร่วมงาน ยอนซูก็ทำตัวผิดแผกไปจากเดิมในเวลาที่อยู่กับอุง ขณะเดียวกันจีอุงก็ปลีกตัวจากตัวคนรอบข้างเพื่อใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ยอนซูต้องตอบคำถามที่ยากจะตอบจากอุง ขณะที่อีซลอีเจอเรื่องเซอร์ไพรส์ในบาร์ที่ทำให้เธออยากบ่ายหน้าหนี คูอึนโฮก็บังเอิญแวะมาพอดี ติดตามชม Our Beloved Summer EP.15 ซับไทย ได้ทุกวันจันทร์ – อังคาร จากลิงก์ ด้านล่าง

ดู ซีรีย์เกาหลี Our Beloved Summer EP.15 ซับไทย (Netflix) >> คลิกที่นี่

(ลิงก์ตอนใหม่มาในเวลา 21:30 น.)

ดู Our Beloved Summer ตอนอื่นๆ ย้อนหลัง

from:https://www.9tana.com/node/our-beloved-summer-ep-15/

ผู้ใช้ iPhone 13 บางคน พบปัญหาหน้าจอเป็นสีชมพู Apple บอกเป็นบั๊ก iOS

มีรายงานปัญหาจากผู้ใช้ iPhone 13 บางคน ซึ่งได้โพสต์ในฟอรัมของเว็บแอปเปิล โดยพบว่าเมื่อใช้งานไป หน้าจอก็กลายเป็นสีชมพู ไม่สามารถใช้งานต่อได้หากไม่รีสตาร์ทเครื่อง ซึ่งเกิดขึ้นแบบสุ่ม

ผู้ใช้งานบางคนบอกว่าได้แจ้งปัญหานี้ไปที่แอปเปิล ซึ่งก็ได้เปลี่ยนเป็น iPhone เครื่องใหม่แทน แต่บางรายก็ไม่ได้เปลี่ยนเครื่อง โดยแอปเปิลให้คำตอบว่าเป็นบั๊กซอฟต์แวร์

ทั้งนี้แอปเปิลแนะนำผู้ใช้งานที่แจ้งปัญหา ให้แบ็กอัพข้อมูล แล้วลง iOS 15.3 ซึ่งตอนนี้เป็นสถานะเบต้าเพื่อแก้ปัญหา จึงอาจบอกได้ว่านี่ไม่ใช่ปัญหาของฮาร์ดแวร์ อย่างไรก็ตามแอปเปิลไม่ได้ระบุว่า iOS 15.3 มีการแก้ไขปัญหานี้ใน log ซึ่งก็ต้องรอดูต่อไปว่ายังมีผู้ใช้ที่เจอปัญหาอีกหรือไม่

ที่มา: 9to5Mac

alt="iPhone 13 Pink Screen"

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/126835

[รีวิว] Dell Latitude 7320 Detachable: Laptop รุ่นพรีเมี่ยมที่เป็นได้ทั้ง Notebook และ Tablet พร้อมปากกาในตัว

เครื่อง Notebook ในแบบ Detachable ที่สามารถใช้งานเป็น Notebook หรือถอดมาใช้เฉพาะจอเป็นแบบ Tablet นั้น ถือเป็นหนึ่งใน Form Factor ที่ได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ จากตลาดในระดับของผู้บริหารและพนักงานฝ่ายขาย เนื่องจากการมีทั้ง Notebook และ Tablet เอาไว้ใช้งานได้ในหลากหลายอิริยาบถ โดยที่อุปกรณ์ยังคงมีทั้ง Software และ Data ที่จำเป็นต่อการทำงานอย่างครบถ้วนไม่ต้องกังวลเรื่องการย้ายข้อมูลไปมานั้นก็ถือเป็นปัจจัยที่ทำให้การทำงานเป็นไปได้อย่างคล่องตัว

ในครั้งนี้ทีมงาน TechTalkThai ได้รับเครื่อง Dell Latitude 7320 Detachable มาทดลองใช้งาน ซึ่งก็ต้องใช้เวลาทดสอบกันนานพอสมควรเพราะตัวเครื่องมีประสบการณ์การใช้งานให้ได้ทดลองใช้หลายแง่มุม ทั้งการใช้แบบ Notebook, การใช้แบบ Tablet และการใช้งานด้วยปากกาบน Windows 10 ทางทีมงานเราจึงขอสรุปประสบการณ์การใช้ Dell Latitude 7320 Detachable ในครั้งนี้เอาไว้ในบทความนี้เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านกันนะครับ

Dell Latitude 7320 Detachable: ข้อมูลเชิงเทคนิค

Latitude 7320 Detachable นี้ถือเป็น Laptop รุ่นพรีเมี่ยมรุ่นหนึ่งในตระกูล Dell Latitude ที่มีครบถ้วนทั้งประสิทธิภาพ, รูปลักษณ์ที่เรียบหรู, ความยืดหยุ่นในการใช้งานได้หลากหลาย ไปจนถึงการรองรับเทคโนโลยีชั้นนำมากมายไม่ว่าจะเป็น AI อย่าง Dell Optimizer เอง หรือการที่ Dell รับประกันว่าตัวเครื่องรุ่นนี้ที่ปัจจุบันติดตั้งมาพร้อมกับ Windows 10 Pro จะสามารถรองรับ Windows 11 ได้ในอนาคต

แน่นอนว่าจุดเด่นของ Latitude รุ่นนี้ก็เหมือนดังที่ระบุในชื่อรุ่น ซึ่งก็คือการที่เครื่องรุ่นนี้เป็น Laptop แบบ Detachable ที่สามารถถอดจอออกจาก Keyboard และใช้งานในแบบ Tablet ได้นั่นเอง ซึ่งถึงแม้แนวคิดนี้จะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ Dell ก็พัฒนาเครื่องในรุ่น Detachable นี้ให้ดีขึ้นอยู่อย่างต่อเนื่อง

Credit: Dell Technologies

Latitude 7320 Detachable รุ่นล่าสุดนี้มาพร้อมกับน้ำหนักเริ่มต้นเพียง 0.789 กรัมเท่านั้น ซึ่งถือว่าค่อนข้างเบาสำหรับ Notebook และหนักเล็กน้อยสำหรับ Tablet แต่หากพิจารณาว่าเครื่องนี้มีหน้าจอขนาด 13 นิ้วแบบ FHD+ 1920 x 1280 ให้ใช้งานแล้ว น้ำหนักเท่านี้ก็ถือว่าสมเหตุสมผล

หน่วยประมวลผลของเครื่องรุ่นนี้จะใช้ 11th Generation Intel® Core™ i9 processor เป็นหลัก โดยสามารถเลือกได้ทั้ง i3/i5/i7 ให้มีประสิทธิภาพรองรับต่อความต้องการได้ โดยหากใช้รุ่น i3 จะได้ Intel® UHD Graphics มาใช้งาน แต่หากใช้รุ่นที่เหลือจะได้ Intel® Iris® Xe Graphics มาใช้งานแทน ส่วน Memory นั้นสามารถเลือกได้ระหว่าง 4/8/16GB และ PCIe NVMe SSD สามารถเลือกได้ที่ 128/256/512GB หรือ 1TB

ทางด้านการเชื่อมต่อ ตัวเครื่องมาพร้อมกับ WiFi 6, Bluetooth 5.1 โดยมีออปชันเสริมสำหรับติดตั้ง microSIM เพื่อเชื่อมต่อ 4G พร้อมพอร์ต 2x Thunderbolt™ 4 with Power Delivery and DisplayPort (USB Type-C™) และ 1x Universal audio jack ให้ใช้งาน พร้อมกล้อง 1080p @ 30 fps และลำโพงให้ใช้ประชุมงานได้ในตัว

Credit: Dell Technologies

1. Wedge-shaped Lock Slot | 2. Thunderbolt™ 4 with Power Delivery and DisplayPort (USB Type-C™) | 3. Speaker | 4. Volume control | 5. Universal Audio jack | 6. Rear camera | 7. Micro SIM Card Slot (optional) | 8. Thunderbolt™ 4 with Power Delivery and DisplayPort (USB Type-C™)

ตัวเครื่องจะมาพร้อมกับ Keyboard ที่ทำหน้าที่เป็นฝาปิดหน้าจอเครื่องไปด้วยในตัว และปากกา Active Pen สำหรับใช้สัมผัสหน้าจอ ที่สามารถเก็บเอาไว้ใน Keyboard ได้ ทำให้ในการใช้งานจริงปากกาจะไม่หลุดร่วงหายไปง่ายๆ อย่างแน่นอน

การซื้อประกันของเครื่องนี้สามารถทำได้ที่ 3-5 ปีตามมาตรฐานของเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับธุรกิจ

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Dell Latitude 7320 Detachable สามารถศึกษาข้อมูลได้ที่ https://www.dell.com/th/business/p/latitude-13-7320-detachable-laptop/pd

Credit: Dell Technologies

แกะกล่องลองใช้ของจริง

ความรู้สึกแรกที่ได้แกะ Dell Latitude 7320 Detachable เครื่องนี้มาใช้คือค่อนข้างตื่นเต้นพอสมควร เพราะภายในกล่องมีทั้ง Keyboard และปากกา Active Pen ให้มาลองประกอบเข้าด้วยกัน ซึ่งแค่ตอนที่ลองประกอบก็รู้สึกสนุกแล้ว

สัมผัสของเครื่องนี้ที่รู้สึกได้จากการจับครั้งแรกคือเรียบหรูทนทาน ด้วยการใช้ Aluminium แบบที่เป็นลายเส้นขนแปรงให้รู้สึกมีสัมผัสเล็กๆ น้อยๆ แต่ยังคงมีความเย็นและลื่นอยู่ ในขณะที่การประกอบเองก็แข็งแรงดี ซึ่งตัวเครื่องนี้ก็ผ่านการทดสอบความทนทานตามมาตรฐาน MIL-STD เหมือน Latitude รุ่นอื่นๆ ด้วยเช่นกัน

บริเวณด้านหลังของเครื่องสามารถเปิดออกมาเป็นขาตั้งได้ ทำให้ไม่ว่าจะใช้งานในแบบ Laptop หรือแบบ Tablet ก็สามารถวางกับโต๊ะได้เหมือนกัน ส่วน Keyboard นั้นก็สามารถประกอบเข้ากับตัวจอได้อย่างง่ายดาย ในขณะที่ช่องใส่ปากกาตรงด้านบนของ Keyboard นั้นก็ถูกออกแบบมาให้พอดีกับตัวปากกา และยึดกันด้วยแรงแม่เหล็กทำให้ชาร์จได้สะดวกมากๆ

บริเวณด้านข้างของเครื่องนอกจากจะเป็นพอร์ตต่างๆ แล้ว ก็ยังมีปุ่มเปิดปิดเครื่อง และปุ่มเพิ่ม/ลดเสียงเหมือน Tablet ในขณะที่ด้านหน้าเครื่องนั้นก็จะมีกล้องหน้าสำหรับใช้ประชุมงาน และด้านหลังเครื่องก็จะมีกล้องอีกชุดสำหรับเอาไว้ถ่ายภาพหรือวิดีโอได้

ในการใช้งานช่วงแรกเริ่ม ทางทีมงานทดสอบการใช้งานด้วย Keyboard ก่อน ซึ่งก็ไม่ต่างจากการใช้งาน Notebook ทั่วๆ ไปนัก แต่จะสะดวกขึ้นเล็กน้อยเพราะเราสามารถเลือกใช้ Touch Pad หรือการสัมผัสหน้าจอก็ได้ ทำให้ในบางกรณีการสัมผัสหน้าจอก็อาจจะเร็วกว่า และในบางกรณีการใช้ Touch Pad ก็จะสะดวกกว่า

ส่วนการใช้งานในแบบ Tablet เองนั้นก็ถือว่าน่าสนใจเช่นกัน เพราะการใช้ Windows 10 จะทำให้เราสามารถใช้ Tablet โดยเปิดหลายๆ Application มาทำงานพร้อมๆ กันได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ Tablet อื่นๆ มักจะทำไม่ได้หรือทำได้ไม่ดีนัก ส่วนการสัมผัสหน้าจอด้วยนิ้วนั้นตัว Latitude เองก็ตอบสนองได้แบบทันทีไม่มีหน่วงแต่อย่างใด

จุดที่เป็นปัญหาในช่วงแรกเล็กน้อยก็คือเรื่องของการใช้ Soft Keyboard เพื่อพิมพ์ตัวอักษรต่างๆ ในระหว่างใช้งาน ซึ่งต้องมีการไปปรับแต่งค่าใน Settings ก่อนเล็กน้อยเพื่อให้ Soft Keyboard ปรากฎออกมาเสมอๆ ในเวลาที่เราใช้งานเครื่องในแบบ Tablet แต่เมื่อตั้งค่าเสร็จเรียบร้อยก็สามารถใช้งานได้ราบรื่นดี

สุดท้ายคือการทดลองใช้งานด้วยปากกา ซึ่งก็ช่วยได้ค่อนข้างมากทีเดียวเพราะการสัมผัสจะแม่นยำขึ้น ใช้แรงน้อยลง และเหมาะกับการใช้งานแบบวาง Tablet บนโต๊ะหรือขาตั้งได้ทั้งคู่ ตรงนี้ก็เป็นประสบการณ์ที่สนุกดีครับ

ทั้งนี้ด้วยขนาดและน้ำหนักของตัวเครื่อง หากจะใช้ในแบบ Tablet เวลาถือการถือใช้แบบแนวตั้งจะสะดวกกว่า และสนุกกว่า Tablet ทั่วไปเล็กน้อยเพราะจอที่มีความสูงนี้ทำให้เราเห็นข้อมูลได้เยอะมากกว่าปกติ ในขณะที่หากตั้งกับโต๊ะ ด้วยขาตั้งที่อยู่หลังเครื่องนั้นก็จะบังคับให้เราใช้งานแบบแนวนอนอยู่แล้ว ซึ่งก็เหมาะสมกับการใช้งานจริงดี

ในแง่ของประสิทธิภาพ Dell Latitude 7320 Detachable เครื่องนี้มาพร้อมกับสเป็คที่แรงเกือบจะสุดแล้ว ด้วยสเป็คของเครื่องทดสอบดังนี้

  • CPU: 11th Generation Intel® Core™ i7-1180G7 (12 MB Cache, 4 Core, 8 Threads, 1.30 GHz to 4.60 GHz, 12 W)
  • RAM: 16GB
  • Disk: PCIe NVMe 512GB
  • Graphics: Intel® Iris® Xe Graphics
  • OS: Windows 10 Pro

เรียกได้ว่าตอนใช้งานจริงไม่มีจังหวะหน่วงเกิดขึ้นเลย แต่อาจมีบางครั้งบ้างที่ CPU ทำงานหนักจนเครื่องมีเสียงระบายความร้อนบ้าง ซึ่งก็เป็นปกติของ Laptop แต่เป็นสิ่งที่ไม่เจอใน Tablet ทั่วๆ ไป ส่วนการดูคลิปความละเอียดสูงระดับ 4K นั้นก็สามารถทำได้สบายๆ และในการทำงานแบบ Multitasking นี้ ประสบการณ์ก็ไม่ต่างจาก PC แรงๆ เลยด้วยสเป็คระดับนี้

ส่วนการอัปเดต Windows ก็สามารถทำได้ปกติ ใช้เวลาน้อยเพราะเครื่องค่อนข้างเร็วครับ

จุดที่คิดว่าเป็นประเด็นใหญ่ของการใช้ Dell Latitude 7320 Detachable นี้ก็คือการเรียนรู้และปรับพฤติกรรมความคุ้นชินครับ เพราะพอเราสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับเครื่องได้หลายวิธี และแต่ละ Application เองนั้นก็เหมาะกับการใช้งานในรูปแบบต่างๆ กันไป บางครั้งการสัมผัสหน้าจอโดยตรงซึ่งเป็นสิ่งที่เรามักไม่ได้ทำในการใช้ Windows ก็อาจทำให้ทำงานเร็วขึ้นได้ ในขณะที่การใช้ปากกาเองนั้นก็ต้องฝึกใช้ให้คล่องมือและเขียนได้ลายมือสวยๆ อยู่เหมือนกันครับ

ในการใช้งานเชิงธุรกิจ Dell Latitude 7320 Detachable นี้จะเหมาะกับกรณีดังต่อไปนี้

  • ผู้บริหาร สามารถใช้ Dell Latitude 7320 Detachable นี้เป็นได้ทั้ง Laptop และ Tablet ที่มีข้อมูลธุรกิจครบถ้วนในตัว ไม่ต้องโอนย้ายข้อมูลไปมา
  • พนักงานฝ่ายขาย ที่ต้องใช้หน้าจอพูดคุยกับลูกค้าและป้อนข้อมูลร่วมกันอย่างเช่นตัวแทนประกัน ก็จะสามารถลดจำนวนอุปกรณ์ที่ต้องพกพาไปในการปิดการขายได้มากทีเดียว

สรุปข้อดีข้อเสีย

ข้อดี

  • ใช้งานได้ทั้งแบบ Notebook และ Tablet ในเครื่องเดียวบนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ถือเป็นประสบการณ์ที่สนุกดี
  • สเป็คเครื่องค่อนข้างแรง ทำงานได้เร็ว รองรับการใช้งานได้หลาย Workload มากๆ และทำงานแบบ Multitasking ได้ค่อนข้างดี
  • หน้าจอขนาด 13 นิ้วทำให้เป็น Notebook ที่มีขนาดเล็กและ Tablet ที่มีขนาดใหญ่ในเครื่องเดียวกัน
  • Keyboard ที่เป็นฝาปิดให้ประสบการณ์การพิมพ์ที่ค่อนข้างดี ในขณะที่การเก็บปากกาได้บน Keyboard พร้อมกับชาร์จไฟไปได้ในตัวด้วยนี้ก็ถือว่าสะดวกไม่น้อยเลย
  • ตัวปากกาใช้งานได้ค่อนข้างดี ลดความเมื่อยในหลายอิริยาบถตอนใช้งานแบบ Tablet ได้มากทีเดียว
  • วัสดุค่อนข้างดีทั้งตัวเครื่องและฝาปิดเครื่อง ไม่ว่าจะใช้งานในรูปแบบไหนก็รู้สึกพรีเมี่ยม

ข้อเสีย

  • น้ำหนักถือว่าเบาสำหรับการเป็น Notebook แต่ยังหนักอยู่สำหรับการเป็น Tablet ซึ่งหากมองที่ประสิทธิภาพของเครื่องที่ให้มาก็ถือว่ารับได้ และการใช้งานร่วมกับปากกาส่วนใหญ่ก็ใช้แบบตั้งโต๊ะเป็นหลักมากกว่า
  • การใช้งานในแบบ Tablet นั้นยังมีส่วนที่แตกต่างจากค่ายอื่นๆ พอสมควร ทำให้ต้องปรับพฤติกรรมและความคุ้นเคยอยู่บ้าง
  • ต้องปรับแต่ง Windows 10 ให้ใช้งานด้วยปากกาได้คล่องๆ อยู่ระยะหนึ่ง เพราะยังไม่คุ้นชินกับการใช้ปากกาและการเปลี่ยนภาษาในระหว่างใช้ปากกาเท่าไหร่ แต่พอใช้จนเข้าใจแล้วก็ไม่มีปัญหาอะไร ประมาณ 1-2 วันก็สามารถคุ้นเคยได้

สนใจติดต่อ Dell Technologies ได้ทันที

ผู้ที่สนใจ Dell Latitude หรืออุปกรณ์ PC, Laptop รุ่นอื่นๆ สำหรับทำงาน สามารถติดต่อทีมงาน Dell Technologies ได้ทันทีที่อีเมล DellTechnologies@kkudos.com หรือโทร 090-949-0823 (วศิน)

from:https://www.techtalkthai.com/dell-latitude-7320-detachable-laptop-review/

[Guest Post] เส้นทางสู่ระบบคลาวด์ของธุรกิจจัดจําหน่ายในเครือเอสซีจี

กระแสในโลกธุรกิจทุกวันนี้ ต่างพูดถึงการปรับตัวและความยืดหยุ่นในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างมาก ซึ่งส่งผลให้ธุรกิจต้องพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและปรับเปลี่ยนได้เสมอ แต่การจะปรับระบบ IT ใน องค์กรนั้น เป็นเรื่องที่ท้าทาย และถือเป็นเรื่องที่สําคัญเพราะต้องพิจารณาตั้งแต่เรื่องโครงสร้างของระบบไปจนถึงการใช้งานของผู้ใช้งาน

คําว่า “คลาวด์เฟิร์ส” ดูจะเริ่มคุ้นเคยกันมากขึ้น แต่การจะนําระบบต่างๆ ย้ายขึ้นไปอยู่บนคลาวด์ จะต้องทําอะไรบ้าง เทคโนโลยีคลาวด์จะช่วยให้การจัดการทรัพยากรดีขึ้น รวมถึงทําให้องค์กรมีศักยภาพในการยืดหยุ่นได้ดีขึ้นจริงหรือไม่ มาดูเบื้องลึกขององค์กรใหญ่อย่าง “เอสซีจี ดีสทริบิวชั่น” ธุรกิจด้านการจัดจําหน่ายในเครือเอสซีจี ที่ได้ปรับระบบในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมาว่าจะประสบความสําเร็จและต้องผ่านอุปสรรค อย่างไรบ้าง ?

ความท้าทายของก้าวแรกในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เครือเอสซีจี เริ่มธุรกิจจัดจําหน่ายโดยก่อตั้งเอสซีจี ดีสทริบิวชั่น ตั้งแต่พ.ศ. 2505 ปัจจุบันให้บริการครอบคลุมถึงการขนส่ง กระจายสินค้า และคลังสินค้า โดยในเดือนกันยายน 2562 ซึ่งเป็นช่วงก่อนโควิด-19 เพียงไม่กี่เดือน เอสซีจี ดีสทริบิวชั่นได้เริ่มอัปเกรดระบบบริหารจัดการทรัพยากรภายในองค์กร (ระบบ ERP Enterprise Resource Planning) ซึ่งปัจจุบันเลือกใช้ระบบ SAP โดยตัดสินใจพัฒนาระบบใน SAP เวอร์ชันใหม่ นั้นคือ SAP S/4 HANA ที่สามารถรองรับกระบวนการทํางานที่ซับซ้อน สามารถจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ได้ดีขึ้น โดยใช้เวลา 11 เดือนในการพัฒนาและย้ายระบบ SAP ไปบนคลาวด์ ถือเป็นกิจการด้านการจัดจําหน่ายแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จัดการย้ายระบบ SAP ที่ใหญ่และซับซ้อนในลักษณะนี้ไปบนกูเกิลคลาวด์ได้สําเร็จ

วิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ของการก้าวสู่ระบบคลาวด์

แองเจิล ลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไอทีวัน (Angel Lim, IT One CEO) 

 

แองเจิล ลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไอทีวัน (Angel Lim, IT One CEO) เผยและเสริมว่า “นอกจากนี้ ยังมีโครงการอื่นๆ อีก 11 โครงการที่จําเป็นต้องดําเนินไปพร้อมกันกับการพัฒนาบนระบบ SAP S/4 HANA ใหม่ของเอสซีจี ดีสทริบิวชั่น และยังจะต้องทํางานเชื่อมโยงกับระบบงาน SAP S/4 HANA ใหม่ของเอสซีจี ดีสทริบิวชั่นให้ได้อีกด้วย ซึ่งจําเป็นต้องมีการวางแผนงานให้สามารถทํางานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากเอสซีจี ดีสทริ บิวชั่น เอง เป็นผู้จําหน่ายและกระจายสินค้าและบริการใน 2 ช่องทางด้วยกัน ได้แก่ การขายและกระจายสินค้า ผ่านตัวแทนจําหน่ายที่ได้รับอนุญาต และการขายปลีกให้กับผู้บริโภคปลายทาง จึงจําเป็นต้องคํานึงถึงระบบงาน ที่รองรับช่องทางการทําธุรกรรมการขายเหล่านี้อีกด้วย”

การคัดเลือกพันธมิตรที่ดีที่สุด

การปรับระบบและโยกย้ายระบบที่มีขนาดใหญ่ จําเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากหลายฝ่ายทั้งภายในและ ภายนอกองค์กร ซึ่งเอสซีจีฯ ได้เลือกบริษัท ไอทีวัน จํากัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการด้านไอทีโซลูชัน ที่เกิดจาก การร่วมทุนระหว่างเอสซีจีและเอคเซนเชอร์ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาชั้นนําระดับโลกเข้ามาสนับสนุน โดยไอทีวัน ทําหน้าที่วิเคราะห์ ออกแบบ พัฒนาและโยกย้ายระบบที่ซับซ้อนนี้ให้กับเอสซีจี ดีสทริบิวชั่น โดยได้วิเคราะห์ ผลกระทบและออกแบบการเชื่อมโยงกับระบบงาน SAP ที่มีอยู่เดิมของกลุ่มธุรกิจต่างๆ มีการพัฒนาและ ทดสอบระบบร่วมกับผู้ใช้งาน วางแผนการติดตั้งและการนําระบบไปใช้งานจริง (deployment)

แพลตฟอร์มที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการ

ในการพิจารณาว่าจะนํา SAP S/4 HANA ไปไว้บนแพลตฟอร์มใดนั้น เอสซีจี ดีสทริบิวชั่นได้เลือกใช้กูเกิลคลาวด์ จากความมั่นใจในเสถียรภาพ ความยืดหยุ่นและระบบรักษาความปลอดภัยในเชิงลึก รวมถึงการได้รับบริการ สนับสนุนที่ดีจากกูเกิล
 
ดังนั้นจึงเกิดการทํางานร่วมกันระหว่าง เอสซีจี ดีสทริบิวชั่น กูเกิล เอคเซนเชอร์และไอทีวัน ในการวางรากฐาน โครงสร้างของระบบคลาวด์ การกําหนดค่าของเครือข่าย และการรักษาความปลอดภัยของระบบ ซึ่งการที่กูเกิล คลาวด์เป็นระบบโอเพนซอร์ซจึงเปิดโอกาสให้สามารถปรับปรุงหรือต่อยอดได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งระบบมีความ ปลอดภัยสูงขึ้นในขณะที่ต้นทุนค่าใช้จ่ายลดลง
 
ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาระบบ คณะทํางานต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 การตัดสินใจใช้ เทคโนโลยีคลาวด์จึงนับว่าเอื้อต่อการทํางานในสถานการณ์เช่นนั้นอย่างลงตัว สนับสนุนให้ทีมพัฒนาสามารถ ทํางานได้จากทุกสถานที่ นอกจากนี้ ทีมพัฒนาสามารถลดความซับซ้อนของการออกแบบการเชื่อมต่อระบบงาน ให้ง่ายขึ้น สามารถทํางานเชื่อมต่อกันได้อย่างราบรื่น ส่งผลให้การเชื่อมต่อกับระบบงานย่อย 47 ระบบประสบ ผลสําเร็จ โดยใช้เวลาในการหยุดระบบเพื่อย้ายระบบไปยังคลาวด์และสามารถกลับมาใช้งานได้ภายใน 12 ชั่วโมง ซึ่งลดลงจากปกติที่ต้องใช้เวลามากถึง 24 ชั่วโมง สําหรับการย้ายระบบที่มีความซับซ้อนเช่นนี้

พร้อมแล้วสําหรับก้าวต่อไป ..

 

โครงการนี้ใช้เวลาเพียง 11 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน 2562 ถึงสิงหาคม 2563 โดยได้รับผลตอบรับจาก ลูกค้าของเอสซีจี ดีสทริบิวชั่น ทั้งในเครือและนอกเครือกลุ่มเอสซีจีเป็นอย่างดี “ผลที่เห็นได้ชัดหลังจากนําระบบ SAP S/4 HANA มาใช้ คือ มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ต้นทุนลดลง และให้บริการลูกค้าได้ดีขึ้น” แองเจิลเผย“

หากจะถามว่า ทําไมต้องคลาวด์ คิดว่าเส้นทางแห่งงานที่เป็นความท้าทายในครั้งนี้ เป็นอีกบทพิสูจน์หนึ่งที่แสดง ให้เห็นว่า การใช้คลาวด์วางแผน ทดสอบ โยกย้าย ปรับหรือลดขนาดแอปพลิเคชัน ไปจนถึงช่วยให้การทํางานของทีมงานมีความยืดหยุ่นในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ช่วยให้งานสามารถดําเนินไปตามแผนงานที่วางไว้ได้ ที่สําคัญคือ ช่วยให้การบริการลูกค้า เปิดโอกาสการต่อยอดเป็นนวัตกรรมและธุรกิจรูปแบบใหม่ได้อีก ที่สุดแล้วคือ จะช่วยตอบสนองได้ทันต่อความต้องการของธุรกิจในอนาคต การที่บริษัทไอทีวันและเอคเซนเชอร์ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่นํามาซึ่งความสําเร็จที่น่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง” แองเจิลกล่าวในตอนท้าย

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-it-one-scg-distribution-cloud/

ร้านบน Amazon ญี่ปุ่น ขายกล่องสุ่มการ์ดจอ สูงสุด RTX 3090 จ่ายแค่ 100-125 ดอลลาร์

ร้านค้าบนเว็บไซต์ Amazon.co.jp มีรายการลิสต์ขายกล่องสุ่มการ์ดจอ ราคาตั้งแต่ 100-125 ดอลลาร์ หรือ 3,300 ถึง 4,200 บาท มีทั้งตระกูล GeForce RTX 3000 สูงสุด RTX 3090 หรือตระกูล Radeon RX 6000 รุ่นสูงสุด RX 6900 XT ไล่ลงไปจนถึงตระกูล GTX 900 / RX 300 และรุ่นอื่นๆ ซึ่งแม้จะคืนสินค้าและขอคืนเงินไม่ได้ แต่กล่องสุ่มการ์ดจอเหล่านี้ก็ขายหมดอย่างรวดเร็ว

กล่องสุ่มมี 4 ระดับคือ “GOOD BOX” ที่ระบุว่ามีการ์ดจอ RTX 3090, RTX 3080 Ti, RTX 3070 Ti, RTX 3060 Ti, RX 6900 XT, RX 6800, RX 6700 XT, RX 6600 XT อยู่ด้วย โดยจะเป็นการ์ดจอใหม่ แต่รุ่นอื่นที่เหลือจะมีทั้งการ์ดจอใช้แล้ว และการ์ดจอใหม่ปนกัน

ระดับต่อๆ มาคือ “High Quality” ที่มีคำอธิบายซึ่งดูน่าสงสัยสุดๆ เขียนไว้ว่า การ์ดจอทุกใบเป็นของจริงและคุ้มเงินแน่นอน ไม่ต้องห่วงหรอก อีกระดับคือ “100% Winning” ที่มีคำอธิบายว่า กล่องสุ่มนี้มีโอกาสชนะ 100% เปิดแล้วเจอเซอไพรส์ และได้ของแบบสุ่มที่มูลค่าเท่ากับเงินที่จ่ายหรือมากกว่าแน่นอน และสุดท้ายระดับ “Box” เฉยๆ ที่คำอธิบายระบุว่า สินค้าในกล่องจะถูกสุ่ม ถ้าอยากรู้ก็ต้องปลดล็อกกล่องเอาเอง พร้อมบอกว่านี่เป็นเกมคนกล้า ถ้าชอบก็สั่งเลย

No Description

รูปประกอบในหน้าร้าน ลงรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ % ของการได้การ์ดจอแต่ละรุ่น โดยผู้ซื้อมีโอกาส 2% ที่จะได้ GeForce 30 Series (น่าจะหมายถึง RTX 3000 ไม่ใช่ GTX 300) หรือ Radeon RX 6000, 4% ที่จะได้ GeForce 20 (RTX 2000) หรือ Radeon RX 5000, 8% ที่จะได้ GeForce 10 (GTX 1000) หรือ ตระกูล Radeon RX 300, 16% ที่จะได้ GTX 900 หรือ Radeon RX 300 และ 70% ที่จะได้การ์ดจอซีรีส์อื่น ซึ่งไม่ได้ระบุว่าซีรีส์ไหน มีรุ่นใดบ้าง

No Description

รายการการขายนี้มีจุดน่าสงสัยเยอะไปหมด รวมถึงยังไม่มีลูกค้ามารีวิวเลย ยังไม่แน่ชัดว่าคนที่ซื้อกล่องสุ่มการ์ดจอนี้ จะได้การ์ดจอจริงหรือไม่ และเป็นการ์ดจอคุณภาพแบบไหน แม้ว่าจะขายออกไปจนหมดแล้วก็ตาม คงต้องรอติดตามกันต่อไป และคงต้องใช้ความระมัดระวังในการสั่งซื้อกล่องสุ่มรูปแบบนี้ แม้การ์ดจอจะหายากแค่ไหนก็ตาม

ที่มา – Wccftech

from:https://www.blognone.com/node/126834