7 โน๊ตบุ๊คเล่นเกม 2022 งบ 30000 บาท สเปคแรงคุ้มอัพแรมก็จบ เล่นเกมได้เพลินๆ แน่นอน

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม 2022 งบ 30000 บาทตอนนี้หาเครื่องแรงมาเล่นเกม AAA ได้สบายๆ ชอบแบรนด์ไหนซื้อแบรนด์นั้นได้เลย

gaming laptop cover

เมื่อการ์ดจอหรือซีพียูสำหรับประกอบเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คยังแพงอยู่ เชื่อว่าหลายคนที่คิดจะผันตัวมาเป็นสายเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คงจะมองหาโน๊ตบุ๊คเล่นเกม 2022 งบ 30000 บาท เอาไว้เล่นเกมใหม่ๆ อยู่อย่างแน่นอน เพราะความง่ายที่จ่ายครั้งเดียวได้คอมพิวเตอร์ที่ใช้งานได้เลย แค่เปิดเครื่องแล้วต่ออุปกรณ์เสริมไม่ว่าจะเมาส์, คีย์บอร์ดหรือหน้าจอแยกก็เล่นเกมได้ทันที อาจจะอัพเกรดเพิ่มแรมอีกนิดหรือเปลี่ยน SSD แบบ M.2 NVMe ในเครื่องสักหน่อยให้มีความจุเยอะขึ้นเป็น 1TB เท่านี้ก็ได้เล่นเกมอย่างสนุกสนานแล้ว

Advertisementavw

แต่เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คในงบประมาณช่วง 3 หมื่นบาทนี้จะยังมีหลายๆ สเปคใช้การ์ดจอรุ่นเก่าอยู่และยังมีแรมแค่ 8GB ซึ่งยังพออัพเกรดเป็น 16GB ได้ แต่ในกลุ่มราคาระดับนี้จะได้แต่รุ่นที่ติดตั้งการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1650 เสียเป็นส่วนใหญ่ และอาจจะมีบางรุ่นได้ NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แล้ว 

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม 2022 งบ 30000 บาท

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าเกมเมอร์หลายๆ คนที่เห็นชื่อการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 1650 ก็อาจจะคิดสงสัยกันว่าการ์ดจอรุ่นเก่าตัวนี้ที่ขายกันมาหลายปีจะยังเล่นเกมในปี 2022 ไหวหรือไม่ ก็ตอบได้เลยว่าเล่นได้ไหลลื่นอย่างแน่นอน

จากวิดีโอก็จะเห็นว่าการ์ดจอรุ่นเก่าตัวนี้แม้จะนำมาติดตั้งในเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คขายมาต่อเนื่องหลายปีแล้วก็ตาม แต่ต้องถือว่าประสิทธิภาพตอนเล่นเกมก็ยังทำได้ดีไม่แพ้การ์ดจอซีรี่ส์ GeForce RTX 30 Series อย่างแน่นอน และถ้าใครหาโน๊ตบุ๊คเล่นเกม 2022 งบ 30000 บาทไปทำงานกราฟฟิคตัดต่อคลิปหรือแต่งภาพก็ถือว่าเป็นระดับราคาที่ไม่แพงและสมเหตุสมผลดีอีกด้วย

7 โน๊ตบุ๊คเล่นเกม 2022 งบ 30000 บาท รุ่นรองแต่ยังแรง เล่นเกมดีทำงานก็ลื่นนะ

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม 2022 งบ 30000 บาททั้ง 7 รุ่นที่เลือกมาแนะนำในบทความนี้ จะเป็นรุ่นที่ยังหาซื้อได้ตามร้านขายคอมพิวเตอร์ชั้นนำหลายๆ แห่งหรือจะรอไปซื้อในงาน COMMART เพื่อให้ได้ราคาและของแถมมพิเศษก็น่าสนใจทั้งคู่ โดยรุ่นที่เลือกมาแนะนำจะมีดังนี้

  1. ASUS TUF Gaming F15 FX506LH (21,990 บาท)
  2. Lenovo Legion 5 15ARH05 (27,500 บาท)
  3. HP Victus Gaming 16 (28,690 บาท)
  4. Acer Nitro 5 AN515 (29,900 บาท)
  5. ASUS TUF Gaming Dash F15 FX516PE (29,990 บาท)
  6. MSI GF75 Thin 10SC-079TH (29,900 บาท)
  7. DELL Inspiron G5SE (29,990 บาท)
1. ASUS TUF Gaming F15 FX506LH (21,990 บาท)

TUF Gaming F15 Bonfire c

เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเครื่องแรกที่แนะนำให้เกมเมอร์หรือคนทำงานตัดต่อหาซื้อมาใช้งานจะแนะนำเป็น ASUS TUF Gaming F15 FX506LH ที่สเปคเรียกว่าแรงไว้ใจได้ รองรับการอัพเกรดเพิ่มแรมในภายหลังรวมทั้งดีไซน์ตัวเครื่องยังสวยงามแข็งแรงอีกด้วย ซึ่งถ้าใครสนใจสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่

รุ่นที่เลือกมาแนะนำติดตั้งซีพียู Intel Core i5-10300H แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.5-4.5 GHz จับคู่กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6 มี SSD แบบ M.2 NVMe 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home มาให้กับแรม 8GB DDR4 บัส 2933 MHz ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มีพอร์ต USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 และน้ำหนักเครื่องที่ 2.3 กิโลกรัม ซึ่งระดับราคานี้กับสเปคที่ได้ถือว่าคุ้มค่าทีเดียวและอาจจะเอางบประมาณ 30,000 บาทที่ตั้งเอาไว้ไปเพิ่มแรมเป็น 16GB ก็ทำได้สบายๆ อย่างแน่นอน

สเปคของ ASUS TUF Gaming F15 FX506LH
  • CPU : Intel Core i5-10300H แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.5-4.5 GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 2933 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • OS : Windows 10 Home
  • Weight : 2.3 กิโลกรัม
  • Price : 21,990 บาท (BaNANA)
2. Lenovo Legion 5 15ARH05 (27,500 บาท)

Legion 5 f

ด้าน Lenovo Legion 5 15ARH05 เครื่องนี้ก็จัดเป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกม 2022 งบ 30000 บาทที่น่าสนใจเช่นกัน เนื่องจากรุ่นนี้เป็นบอดี้แบบใหม่แล้ว และสเปคถือว่าแรงตอบโจทย์เกมเมอร์ที่อยากได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คไว้เล่นเกมหรือทำงานและราคาไม่แพงเกินไป นอกจากนี้จุดเด่นของ Legion 5 คือเรื่องระบบระบายความร้อนที่ดีและอัพเกรดสะดวก ซึ่งถ้าใครสนใจสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่

สเปครุ่นนี้ใช้ซีพียู AMD Ryzen 5 4600H มี 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.0-4.0 GHz จับคู่การ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6 มี SSD แบบ M.2 NVMe 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home มาให้ มีแรม 8GB DDR4 บัส 3200 MHz หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz ติดตั้งพอร์ต USB-A 3.2 x 4, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0 และตัวเครื่องหนักเพียง 2.3 กิโลกรัมเท่านั้น ถ้าใครหาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเล่นเกม 2022 งบ 30000 บาทสเปคดีเอาไว้ใช้สักเครื่อง แนะนำให้ดู Lenovo Legion 5 เครื่องนี้เอาไว้ด้วยจะคุ้มค่าอย่างแน่นอน

สเปคของ Lenovo Legion 5 15ARH05
  • CPU : AMD Ryzen 5 4600H มี 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.0-4.0 GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS, Refresh Rate 144 Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 4, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • OS : Windows 10 Home
  • Weight : 2.3 กิโลกรัม
  • Price : 27,500 บาท (Advice)
3. HP Victus Gaming 16 (28,690 บาท)

Hp Victus 16 f

HP Victus Gaming 16 ต้องถือว่าเป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกม 2022 งบ 30000 บาทที่หน้าตาเรียบร้อยพกไปทำงานในออฟฟิศก็ดูไม่หวือหวาเกินไป แต่สเปคจัดเต็มให้ทำงานกราฟฟิคหรือเล่นเกมก็ลื่นแน่นอน แค่อัพเกรดแรมเป็น 16GB ก็เพียงพอแล้ว

สเปคของเครื่องนี้ติดตั้งซีพียู AMD Ryzen 5 5600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2 GHz ติดตั้งการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6 มี SSD แบบ M.2 NVMe 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home มาให้กับแรม 8GB DDR4 บัส 3200 MHz ส่วนหน้าจอมีขนาด 16.1 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz มีพอร์ต USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ด้วย ส่วนน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 2.46 กิโลกรัม ซึ่งอาจจะหนักสักหน่อย แต่โดยรวมต้องถือว่าเครื่องนี้เป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกม 2022 งบ 30000 บาทที่สเปคน่าสนใจมาก

สเปคของ HP Victus Gaming 16
  • CPU : AMD Ryzen 5 5600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2 GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 16.1 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS, Refresh Rate 144 Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • OS : Windows 10 Home
  • Weight : 2.46 กิโลกรัม
  • Price : 28,600 บาท (Advice)
4. Acer Nitro 5 AN515 (29,900 บาท)

Nitro 5 AN515 56 f

Acer Nitro 5 AN515 เครื่องนี้ก็เป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกม 2022 งบ 30000 บาทสำหรับคนที่ชื่นชอบซีพียู Intel ประสิทธิภาพสูงสักหน่อย และข้อดีของ Acer Nitro 5 คือเรื่องระบบระบายความร้อนที่ทำงานได้เป็นอย่างดี ยิ่งถ้าใครเล่นเกมที่ใช้พลังซีพียูเป็นหลักก็น่าซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ไปใช้มาก

ซีพียูของเครื่องนี้ติดตั้งซีพียู Intel Core i5-11400H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7-4.5 GHz กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6 มี SSD แบบ M.2 NVMe 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home มาให้และมีแรม 8GB DDR4 บัส 3200 MHz ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz มีพอร์ต USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1 รองรับ Killer Ethernet E2600, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ด้วย ส่วนน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 2.2 กิโลกรัม ซึ่งเกมเมอร์คนไหนที่หาโน๊ตบุ๊คเล่นเกม 2022 งบ 30000 บาท ที่พอร์ต LAN ประสิทธิภาพสูงเล่นเกมลื่นค่า Ping ต่ำ แนะนำให้ดูเครื่องนี้เอาไว้ได้เลย

สเปคของ Acer Nitro 5 AN515
  • CPU : Intel Core i5-11400H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7-4.5 GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS, Refresh Rate 144 Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1 รองรับ Killer Ethernet E2600, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • OS : Windows 10 Home
  • Weight : 2.2 กิโลกรัม
  • Price : 29,900 บาท (Advice)
5. ASUS TUF Gaming Dash F15 FX516PE (29,990 บาท)

20210128 175714 c

ส่วนโน๊ตบุ๊คเล่นเกม 2022 งบ 30000 บาท สเปคแรงหน้าตาเรียบหรูดูดี เล่นเกมได้ไหลลื่นทำงานก็ดีทั้งคู่ แนะนำเป็น ASUS TUF Gaming Dash F15 FX516PE ซึ่งแรงและแบตเตอรี่ใช้งานต่อเนื่องได้นาน 11 ชั่วโมงไม่แพ้โน๊ตบุ๊คบางเบาหลายๆ รุ่นเลย ถ้าใครสนใจสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่

รุ่นที่เลือกมาแนะนำในบทความโน๊ตบุ๊คเล่นเกม 2022 งบ 30000 บาทเครื่องนี้จะเป็นตัวเริ่มต้นสเปค Intel Core i5-11300H แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 3.1-4.4 GHz จับคู่การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6 มี SSD แบบ M.2 NVMe 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home มาให้และแรมออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200 MHz แต่อัพเกรดเพิ่มแรมได้อีกช่อง ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz มีพอร์ต USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1 รองรับ Thunderbolt, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ส่วนน้ำหนักเครื่องเพียง 2 กิโลกรัมเท่านั้น จัดว่าสเปคแรงไม่พอยังพกง่ายและพอร์ตให้มาครบ เอาใจคนทำงานอย่างเต็มที่อีกด้วย

สเปคของ ASUS TUF Gaming Dash F15 FX516PE
  • CPU : Intel Core i5-11300H แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 3.1-4.4 GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti แรม 4GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : ออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS, Refresh Rate 144 Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1 รองรับ Thunderbolt, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • OS : Windows 10 Home
  • Weight : 2 กิโลกรัม
  • Price : 29,990 บาท (Advice)
6. MSI GF75 Thin 10SC-079TH (29,900 บาท)

20200709 112850 c

ด้าน MSI GF75 Thin 10SC-079TH เครื่องนี้จะเป็นเครื่องจอใหญ่สำหรับคนหาโน๊ตบุ๊คเล่นเกม 2022 งบ 30000 บาทเอาไว้ทำงานและเล่นเกมได้ด้วย และถึงหน้าจอจะใหญ่ขนาด 17.3 นิ้ว แต่เครื่องก็เบาแค่ 2.2 กิโลกรัมเท่านั้น จัดว่าเครื่องใหญ่แต่ไม่หนักเกินไปอย่างแน่นอน

สเปคของเครื่องนี้ติดตั้ง Intel Core i5-10500H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.5-4.5 GHz ติดตั้งการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4 GB GDDR6 มี SSD แบบ M.2 NVMe 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home มาให้พร้อมใช้งาน มีแรม 8GB DDR4 บัส 2666 MHz หน้าจอมีขนาด 17.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz มีพอร์ต USB-A 3.1 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ด้วย ถ้าใครเป็นแฟนคลับ MSI แล้วหาโน๊ตบุ๊คเล่นเกม 2022 งบ 30000 บาทอยู่ก็เลือกเครื่องนี้ไปเล่นเกมได้เลย

สเปคของ MSI GF75 Thin 10SC-079TH
  • CPU : Intel Core i5-10500H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.5-4.5 GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4 GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 2666 MHz
  • Display : 17.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz
  • Ports : USB-A 3.1 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • OS : Windows 10 Home
  • Weight : 2.2 กิโลกรัม
  • Price : 29,900 บาท (Advice)
7. DELL Inspiron G5SE (29,990 บาท)

Inspiron G5 black c

นอกจากโน๊ตบุ๊คสายทำงานแล้ว Dell ก็มีโน๊ตบุ๊คเล่นเกม 2022 งบ 30000 บาทรุ่น DELL Inspiron G5SE เป็นตัวเลือกให้เกมเมอร์ได้ซื้อไปเล่นเกมและทำงานได้ด้วย โดยสเปคเครื่องนี้จะเป็น AMD ล้วนทั้งซีพียูและการ์ดจอ และสเปคเรียกว่าแรงหายห่วงในงบ 30000 บาทแน่นอน ผู้สนใจสามารถอ่านรีวิวโดยละเอียดได้ที่นี่

ซีพียูที่ติดตั้งมาในเครื่องเป็น AMD Ryzen 9 4900H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.4 GHz ใช้การ์ดจอ AMD Radeon RX 5600M แรม 6GB GDDR6 มี SSD แบบ M.2 NVMe 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home มี Microsoft Office Home & Student 2019 ติดตั้งมาให้ มีแรม 16GB DDR4 บัส 2933 MHz หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 120 Hz มีพอร์ต USB 2.0 x 2, USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.1 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.1 น้ำหนักเครื่อง 2.5 กิโลกรัม ถือเป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกม 2022 งบ 30000 บาทที่โปรแกรมครบทั้งทำงานและเล่นเกมไม่ต้องอัพเกรดเครื่องก็เล่นเกมได้สบายๆ

สเปคของ DELL Inspiron G5SE
  • CPU : AMD Ryzen 9 4900H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-4.4 GHz
  • GPU : AMD Radeon RX 5600M แรม 6GB GDDR6
  • SSD : M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 2933 MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 120 Hz
  • Ports : USB 2.0 x 2, USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.1 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio Combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.1
  • OS : Windows 10 Home, Microsoft Office Home & Student 2019
  • Weight : 2.5 กิโลกรัม
  • Price : 29,990 บาท (BaNANA)

สรุปสเปค 7 โน๊ตบุ๊คเล่นเกม 2022 งบ 30000 บาท ทำงานลื่นเล่นเกมเพลิน น่าซื้อไว้ใช้งาน

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม 2022 งบ 30000 บาททั้ง 7 รุ่นที่นำเสนอให้เกมเมอร์หรือคนทำงานได้เลือกซื้อไปเล่นเกมและทำงานได้ด้วย โดยสรุปสเปคได้ดังนี้

โน๊ตบุ๊คเล่นเกม 2022 งบ 30000 บาท ซีพียู, การ์ดจอ SSD, RAM หน้าจอ, ระบบปฏิบัติการ การเชื่อมต่อ ราคา
ASUS TUF GAMING F15 Intel Core
i5-10300H

NVIDIA GeForce GTX 1650

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4 บัส 2933 MHz

15.6″ FHD IPS

Windows 10 Home

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

21,990 บาท
Lenovo Legion 5 AMD Ryzen 5 4600H

NVIDIA GeForce GTX 1650

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4 บัส 3200 MHz

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144 Hz

Windows 10 Home

USB-A 3.2 x 4

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

27,500 บาท
HP Victus Gaming 16 AMD Ryzen 5 5600H

NVIDIA GeForce GTX 1650

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4 บัส 3200 MHz

16.1″ FHD IPS

Refresh Rate 144 Hz

Windows 10 Home

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

28,600 บาท
Acer Nitro 5 AN515 Intel Core
i5-11400H

NVIDIA GeForce GTX 1650

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4 บัส 3200 MHz

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144 Hz

Windows 10 Home

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1 รองรับ Killer Ethernet E2600

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

29,900 บาท
ASUS TUF Gaming Dash F15 Intel Core
i5-11300H

NVIDIA GeForce RTX 3050 Ti

M.2 NVMe
512GB

ออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200 MHz

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144 Hz

Windows 10 Home

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1 รองรับ Thunderbolt

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

29,990 บาท
MSI GF75 Thin Intel Core
i5-10500H

NVIDIA GeForce GTX 1650

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4 บัส 2666 MHz

17.3″ FHD IPS

Refresh Rate 144 Hz

Windows 10 Home

USB-A 3.1 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

29,900 บาท
DELL Inspiron G5SE AMD Ryzen 9 4900H

AMD Radeon RX 5600M

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4 บัส 2933 MHz

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 120 Hz

Windows 10 Home

Microsoft Office Home & Student 2019

USB 2.0 x 2

USB-A 3.2 x 1

USB-C 3.1 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio Combo x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.1

29,990 บาท

สำหรับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คทั้ง 7 รุ่นที่เลือกมาแนะนำนั้นจะเป็นรุ่นที่ยังมีสินค้าเวียนอยู่ในตลาด หาซื้อได้ง่ายระดับหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากในระยะนี้สินค้าจะขาดตลาดเป็นระยะๆ ซึ่งถ้าใครยังพอหาซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเหล่านี้มาทำงานหรือเล่นเกมได้และมีงบประมาณเพียงพอก็ซื้อมาใช้ได้เลย และสเปคระดับนี้ก็สามารถใช้ทำงานและเล่นเกมไปได้อีกอย่างน้อยก็ 2-3 ปีอย่างแน่นอน


บทความที่เกี่ยวข้อง

alien cover

notebook cover

infinix inbook x2 cover

from:https://notebookspec.com/web/636512-7-gaming-laptop-under-30000-baht

ซีรีย์เกาหลี Ghost Doctor EP.9 ซับไทย มาแล้ว [VIU]

ซีรีย์เกาหลี Ghost Doctor EP.9 : ยองมินตื่นเต้นที่สามารถช่วยชีวิตคนได้อีกครั้ง ขณะเดียวกัน ซึงทักก็ถามยองมินว่าความรู้สึกที่ได้ช่วยชีวิตคนคนหนึ่งไว้ด้วยตัวเองมันเป็นยังไง อีกด้านหนึ่ง ใครบางคนที่พิเศษสำหรับยองมินเข้ามาที่โรงพยาบาล ไม่ใช่ในฐานะแขก แต่ในฐานะคนไข้ ยองมินยอมเปิดใจเล่าความลับเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อ 12 ปีก่อนให้ซึงทักฟัง ในขณะเดียวกันซึงทักก็เล่าเรื่องในฝั่งของเขา เกี่ยวกับการผ่าตัดภาวะบีบรัดหัวใจของยองมินเพื่อยุติข้อตกลงระหว่างพวกเขาทั้งคู่ แต่หลังจากได้ยินเรื่องราวของยองมิน ซึงทักก็ตัดสินใจพิจารณาสถานการณ์ในตอนนี้อีกครั้ง ในคืนนั้น ประธานจางก็ได้ตัดสินใจหลังจากคนขี่มอเตอไซค์ได้สติอีกครั้ง ติดตามดู Ghost Doctor EP.9 ซับไทย ทุกวันอังคาร – พุธ เวลา 07:00 น. จากลิงก์ด้านล่างนี้

ดู ซีรีย์เกาหลี Ghost Doctor EP.9 [VIU] >> คลิกที่นี่

ดู Ghost Doctor ตอนอื่นๆ ย้อนหลัง

from:https://www.9tana.com/node/ghost-doctor-ep-9/

Review | รีวิว Samsung Galaxy S21 FE รอนานไปนิด แต่ไม่ผิดหวัง

รอกันนาน คนถามหาเพียบกับ Galaxy S21 FE ที่กว่าจะได้วางขายก็ข้ามปี แต่ก็เรียกว่าเป็นรุ่นรับปีใหม่ที่จัดเต็มสุดๆ ในเรื่องของสเปค การใช้งาน และประสิทธิภาพ คุ้มค่ากับการรอคอยเลยทีเดียว แถม Samsung จัด Android 12 และ One UI 4.0 เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด พร้อมใช้ ไม่ต้องรออัปเดทเลยด้วย

ดีไซน์ Galaxy S21 FE สวยเรียบง่าย

Samsung เลือกใข้ดีไซน์ของ Galaxy S21 เป็นต้นแบบให้กับรุ่น FE ไม่ว่าจะเป็นบอดี้ เฟรมโลหะ แต่จะทีความแตกต่างที่ฝาหลังนั้้นคราวนี้เป็น Glasstiq หรือ Polycarbonate ที่ขัดผิวเรียบด้าน ให้ความรู้สึกนุ่มมือเวลาสัมผัส ส่วนบริเวณกล้องก็เลือกใช้วัสดุแบบเดียวกันครอบทั้งฝาหลัง โทนสีจะมาในแนวพาสเทล อย่างสีเขียว Olive ในรีวิวนี้ แล้วก็สีม่วง Lavender อีก 2 สีที่วางจำหน่ายคือสีขาวและดำ ซึ่งเป็นสีคลาสสิก

ขนาดและน้ำหนักตัวเครื่องเรียกว่าพอเหมาะพอดี เป็นไซส์ที่ไม่เล็กไม่ใหญ่ และที่ชอบมากกว่ารุ่นที่แล้วก็คือเรื่องของเฟรมที่มันไม่เป็นคราบมันหรือหนืดๆ ผิวได้ความเย็นเหมือนโลหะ และความเงาด้านแบบขัดทราย คือคนที่ชอบใช้เครื่องเปล่าไม่ใส่เคสจะได้ฟีลลิ่งในการจับถือดีมากๆ

ตำแหน่งของปุ่มพาวเวอร์และปุ่มปรับเสียงกำลังพอดีกับการใช้งาน ถาดซิมและพอร์ต Type C อยู๋ด้านล่างตัวเครื่องทั้งคู่ ส่วนรูเข็มจิ้มถาดซิมพอมาวางใกล้ช่องไมโครโฟน ผมว่าอาจมีคนเผลอเสียบผิดเสียบถูกกันบ้าง

งานประกอบเนี้ยบไม่เสียชื่อ Galaxy S กระจกหน้าจอนั้นได้ความแข็งแรงของ Gorilla Glass Victus มาการันตีตวามทนทานต่อริ้วรอย  Galaxy S21 FE นั้นมาพร้อมกับหน้าจอแบนที่น่าจะถูกใจหลายๆ คน โดยเฉพาะสายเกม เพราะไม่ต้องระวังอุ้งมือจะไปโดนขอบโค้งๆ ของจอภาพ

จากสเปคบางคนอาจจะสงสัยทำไมจอเล็กกว่า S20 FE แต่พอเอามาเทียบจริงๆ แล้วตัวหน้าจอ Samsung S21 FE กลับดูเหมือนใหญ่กว่า ส่วนนึงก็มาจากขอบจอที่บางลงมากๆ มีพื้นที่ขอบดำโดยรอยน้อยลง ดูเต็มตาและดูสวยขึ้นเยอะ

 

เล่นเกมสบาย จัดเต็มได้ด้วยชิปเรือธง

สีสันหน้าจอสวยงามตามสไตล์ Samsung แถมรอบนี้ได้พาเนลระดับ AMOLED 2X มาใช้งานเลยด้วย อัตรารีเฟรชเรทสูงสุด 120Hz ลื่นๆ ยิ่งมาบน Android 12 กับ One UI 4.0 ยิ่งเนียนตาเลย จากหลายๆ คนที่เจอปัญหาระบบสัมผัสหน้าจอ ของ S20 FE ไป ที่แก้ทัชกันหลายรอบ คราวนี้ Samsung ไม่ยอมให้เกิดปัญหาซ้ำซ้อนแล้ว ฮ่าๆ (คือถ้ายังจะมีอีก งานนี้คงโดนล้อกันไปยาวๆ แน่ๆ กับซีรี่ส์นี้)

เล่น ROV ต่อเนื่อง 4 เกมติด มีอัดหน้าจอไปบางช่วง เฟรมเรตอยู่ราวๆ 59-61 อุณหภูมิเครื่องไม่รู้สึกว่าร้อน มีอุ่นบางๆ  และทัชยังดีอยู่ แม้อุณหภูมิจะสูงขึ้น แม้แต่เกมโหดๆ อย่าง Genshin Impact ก็ไม่ใช่ปัญหา ส่วนของอุณหภูมิเครื่องอาจจะเพิ่มขึ้นมากกว่านิดหน่อย แต่เรื่องของทัชสกรีนก็ยังดีอยู่ จากในคลิปด้านบนที่เราได้ทดสอบเรื่องของการเล่นเกมบน Samsung Galaxy S21 FE ด้วย สามารถไปชมกันได้ ว่าหากเทียบกับรุ่นที่แล้วนั้นแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน

มีหลายคอมเม้นท์ที่พูดถึงเรื่องการวัดอุณหภูมิ ว่าทำไม CPU กับ แบตเตอรี่ถึงไม่เท่ากัน นั่นเพราะภายในตัวเครื่องมันมีแหล่งกำเนิดความร้อนเยอะแยะมากมายครับ ทั้งชิป , RAM , กล้อง, เสาสัญญาณ, แบตเตอรี่ และยังมีอีกหลายจุด ซึ่งแต่ละจุดก็จะมีเซนเซอร์ตรวจสอบอุณหภูมิของตัวเองอยู่ด้วย

ส่วนการวัดด้วยเครื่องยิงเลเซอร์นั้น จะวัดอุณหภูมิที่พื้นผิวเป็นหลัก คือยิงจอก็วัดจอ ยิงหลังเครื่องก็วัดฝาหลัง ยิงข้างๆ ก็วัดที่ตัวเฟรม ไม่ใช่การวัดอุณหภูมิภายใน แตกต่างจากพวก Thermal Gun ที่เห็นเป็นสีแดงๆ ส้มๆ แบบนั้นคือจะวัดอุณหภูมิภายในตัวเครื่องไปด้วย

 

กล้องครบ กลางวันสวย กลางคืนสว่าง

กล้อง Samsung Galaxy S21 FE นั้นได้ฟีเจอร์และฟังก์ชั่นมาครบๆ เท่ากับรุ่นหลัก รวมถึงเรื่องของเซนเซอร์ที่มีให้เลือกใช้ครบทุกระยะ

มุมกว้าง Ultrawide 12MP , ระยะ Wide มาตรฐาน 12MP รวมถึง Telephoto 8MP ที่ระยะซูม Optical 3x




ภาพถ่ายที่ได้จากทั้ง 3 กล้องแม้จะเป็นเซนเซอร์คนละตัวกัน แต่ความคงเส้นคงวาของสีสัน อุณหภูมิแสงนั้นดี เรียกว่าปรับจูนมาเรียบร้อย ส่วนระยะซูมไกลสุดนั้นจะอยู่ที่ 30 เท่า ซึ่งจะเป็น Digital Zoom หลังจากระยะ 3x ไปนะครับ




กล้องทุกตัวยังรองรับการถ่ายในทุกสภาพแสง เพราะทาง Samsung ใส่ฟีเจอร์ Night Mode มาให้กับกล้องทั้ง 4 ตัว (รวมกล้องหน้าด้วย)

แต่จากที่ลองมา เราไม่จะเป็นต้องเปิด Night Mode ทุกครั้งเวลาถ่ายภาพในที่แสงน้อยก็ได้ เพราะระบบ AI ใน Scene Optimizer มันจะตรวจจับอัตโนมัติอยู่แล้ว เรียกว่าเวลารีบๆ หรือโมเม้นต์ด่วนๆ หยิบขึ้นมาถ่ายก็ยังได้ภาพสว่างสวยงาม




ความแตกต่างหลักๆ ที่เห็นระหว่าง Auto กับโหมด Night นั้น ถ้าเป็นกล้องหลักคือน้อยมากๆ ถ้าบริเวณนั้นยังพอมีแสง เพราะรูรับแสงกว้างอยู่แล้ว และได้ AI มาเสริม แต่สำหรับเลนส์ Tele กับ Ultrawide ที่ค่ารูรับแสงแคบกว่านั้น การเปิด Night Mode จะเก็บเอาดีเทลหรือรายละเอียดกลับมาได้อีกเพียบ ทั้งในส่วนสว่าง และส่วนที่มืดด้วย

ตัวอย่างภาพถ่ายจาก Galaxy S21 FE

สีสันและคอนทราสต์ของภาพจากกล้อง Samsung นั้นมีจุดเด่นในเรื่องของความสดในสีสันและรายละเอียดอยู่แล้ว ไม่ว่าจะสภาพแสงไหนๆ ถ่ายแบบ outdoor  / indoor ก็เอาอยู่



























โดยรวมๆ ภาพจากกล้องหลักนั้นทำได้ดีทุกสภาพแสงเลย ส่วนกล้อง Ultrawide นั้นคุณภาพจะด้อยลงมาหน่อยในช่วงแสงน้อย พอแก้ไขได้ด้วยการเปิด Night Mode ส่วนกล้องซูม Telephoto นั้นทำได้ดีถ้าแสงพอและอยู่ในระยะซูม 3x – 5x แต่หากดันไปนอกระยะคือเกิน 10 เท่า เหมือน software ของ Samsung จะเร่ง sharpness เยอะไปนิด



กล้องวิดีโอฟีเจอร์ลูกเล่นเพียบ

การถ่ายวิดีโอที่สามารถสลับไปมาได้ทุกกล้อง รวมถึงกล้องหน้าในการอัดคลิปครั้งเดียวนั้น ตอนนี้ก็ยังดูเหมือนว่า Samsung ยังคงกินนิ่มในเรื่องนี้อยู่ คือสลับไปมาได้เร็ว หรือจะเปิดกล้องคู่ถ่ายพร้อมกันไปเลยก็ได้ อีกอย่างนึงคือเรื่องของการบันทึกเสียงระหว่างถ่ายวิดีโอ ที่หากปล่อยอัดปกติก็จะเก็บ ambient sound เข้ามา หากเราพูดไปด้วย เสียงรอบๆ ก็จะโดนลดทอนความดังลงไป เรียกว่าอยู่ข้างถนนเสียงเราก็ยังคงชัดเจนในคลิป ลองดูตัวอย่างจากในคลิปรีวิวได้เลยครับ

นอกจากนั้นเรายังสามารถใช้ไมค์ของหูฟัง Bluetooth อย่างพวก Galaxy Buds ในการบันทึกวิดีโอได้ด้วย เผื่อใครต้องการเสียงที่เงียบขึ้น โดยเข้าไปเลือกในการตั้งค่าของโหมด Pro Video

 

ทำงานได้รอบด้าน Multitask และ Samsung DeX

Samsung S21 FE กับโหมด DeX นั้นใครที่ไม่ได้ใช้ก็อาจจะรู้สึกเฉยๆ แต่สำหรับคนที่ได้ลองจนติดแล้ว มันก็กลายเป็นของที่ขาดไม่ได้ไปเลย คือมีบางคนที่ถามเลยว่ารุ่นไหนรองรับ DeX บ้าง เพราะมันไม่ได้แค่ช่วยทดแทนการใช้งานธรรมดา แต่กับปัจจุบันที่บางทีทุกสิ่งอย่างมันอยู่บนมือถือ การจะดึงภาพดึงไฟล์ออกมาเปิดบนจอใหญ่ มี UI แบบ คอมพ์ให้ใช้มันก็สะดวกดี

ส่วนการเชื่อมต่อ Link to Windows ที่เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับ Windows PC นั้นก็เป็นอีกทางเลือกนึงที่ Samsung และ Microsoft ร่วมกันพัฒนาขึ้นมา และเราก็สามารถเรียกดูข้อมูลต่างๆ หรือเปิดหน้าจอมือถือบน PC ได้ โดยที่ไม่ต้องละมือหรือสายตาจากคอมพ์เราเลย

 

สเปค SAMSUNG GALAXY S21 FE

  • หน้าจอ Dynamic AMOLED 2X ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ รีเฟรชเรท 120Hz ค่า Touch Sampling Rate 240Hz
  • ชิปเซ็ต Exynos 2100
  • RAM 8GB
  • ความจุ 128GB / 256GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว
    • Wide: 12MP, f/1.8, Dual Pixel AF, OIS
    • Ultra-Wide: 12MP, f/2.2, มุมกว้าง 123 องศา
    • Telephoto: 8MP, f/2.4,
  • กล้องหน้าความละเอียด 32MP, f/2.2 มุมกว้าง 81 องศา
  • เครือข่าย: 2G GSM,3G WCDMA,4G LTE FDD,4G LTE TDD,4G 4×4 MIMO band,5G Sub6 FDD,5G Sub6 TDD, 5G 4×4 MIMO band
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอแบบ Optical
  • มาตรฐานทนน้ำทนฝุ่น IP68
  • แบตเตอรี่ 4500 mAh รองรับชาร์จไวแบบมีสาย 25W และไร้สาย 15W
  • น้ำหนัก 177 กรัม
  • ระบบปฏิบัติการ Android 12

Samsung S21 FE คุ้มค่ากับการรอคอยไหม

บอกตามตรงว่า Galaxy S21 FE นั้นวางขายช้าไปหน่อย ส่วนนึงก็น่าจะเป็นเพราะปัญหาชิปเซ็ตขาดตลาดนั่นแหละ ไม่งั้นมันคงมาสานต่อจังหวะและเวลาของรุ่นก่อนหน้าได้เหมาะพอดี (แต่บางคนก็บอกว่าจังหวะดี เพราะได้ Android 12 มาเลย) เพราะสเปคที่จัดมาให้นั้นครบจริงๆ และราคาที่เปิดมาถือว่าดีงาม ไหนจะเรื่องของฟีเจอร์ต่างๆ ทั้งเรื่องของการใช้งานที่ใส่มาครบๆ เรียกว่า Samsung เป็นค่ายที่ดึงเอาความสามารถของตัวเครื่องออกมาใช้ได้ครบทุกเม็ด อย่างการใช้งาน Multitasking หรือ DeX Mode ที่เอาส่วนของ Hardware ที่แรงเหลือๆ มาทำอะไรได้มากกว่าแค่บนสมาร์ทโฟนนั่นเอง

แน่นอนว่าราคากับค่าตัวนั้นถือว่าคุ้ม รวมถึงเก็บปัญหาและอาการจากรุ่นก่อนหน้ามาได้ครบ สอบผ่านเป็นน้องเล็กของตระกูล S ได้อย่างเต็มภาคภูมิครับ

from:https://droidsans.com/review-samsung-galaxy-s21-fe-good-update/

ASUS เสริมทัพตลาดโน้ตบุ๊กกลุ่มธุรกิจระดับพรีเมียม เปิดตัว ExpertBook B3 Flip / B5 OLED และ B7 Flip รุ่นล่าสุดที่ออกแบบเพื่อคนทำงาน พร้อมแนะนำคอมพิวเตอร์ All-in-One ใหม่ ExpertCenter A5 / E5 AiO

เอซุส (ประเทศไทย) จำกัด เดินเครื่องบุกตลาดโน้ตบุ๊กพรีเมียมกลุ่มคอมเมอร์เชียล นำเสนอโน้ตบุ๊กรุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คนทำงานมากยิ่งขึ้น ได้แก่ ASUS ExpertBook B3 Flip ตัวเครื่องกะทัดรัด ขนาด 13.3 นิ้ว พับได้ 360 องศา และปากกาสไตลัส, ASUS ExpertBook B5 OLED Series น้ำหนักเบาเริ่มต้นเพียง 1.2 กก. พกพาสะดวก พร้อมหน้าจอ ASUS OLED ให้สีสันสวยงาม และ ASUS ExpertBook B7 Flip ที่มาพร้อมอัตราส่วนหน้าจอพิเศษ16:10 และฟีเจอร์พิเศษ ASUS Private View*  (สำหรับรุ่น Core i7) ช่วยปกป้องความเป็นส่วนตัวในการใช้งาน เป็นตัวเลือกให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์การทำงานแต่ละคน พร้อมเปิดตัวคอมพิวเตอร์ All-in-One ใหม่ ExpertCenter E5 AiO (E5202) และ ExpertCenter A5 AiO (A5402) ที่มาพร้อม ASUS VeriView* หรือหน้าจอที่สองติดตั้งบริเวณด้านหลังตัวเครื่อง  ออกแบบมาเพื่อการใช้งานบนโลกธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นงานรีเซ็ปชั่นโรงแรม, เคาน์เตอร์จ่ายเงิน หรือเคาน์เตอร์ให้บริการลูกค้า เป็นต้น เปิดมิติใหม่โลกการทำงานระหว่างผู้ให้และผู้รับบริการ สามารถใช้เพื่อการโฆษณา, สแกนคิวอาร์โค้ด เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการให้ข้อมูลออนไลน์แก่ลูกค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

Commercial Launch Q1 2022 01

Advertisementavw

มร.ชาร์ลส์ ลิว ผู้จัดการผลิตภัณฑ์กลุ่มโน้ตบุ๊กธุรกิจ บริษัท เอซุส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว หลายไตรมาสที่ผ่านมา เอซุสประสบความสำเร็จในด้านการนำผลิตภัณฑ์ที่ล้ำสมัย พร้อมเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาสู่ตลาดประเทศไทย ส่วนแบ่งทางการตลาดโน้ตบุ๊กสำหรับองค์กร (Commercial) เติบโตขึ้นมาอยู่ที่ 7% จากก้าวแรกเมื่อสองปีครึ่งที่ผ่านมา นับเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่เรายังต้องการเพิ่มสัดส่วนการเติบโตของตลาดคอมเมอร์เชียลในไทย และส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า พร้อมมุ่งมั่นที่จะลงทุนในประเทศไทยพร้อมนำเสนอบริการหลังการขายมาตรฐานระดับองค์กร เพื่อเป็นผู้นำตลาด ในฐานะเจ้าแห่งนวัตกรรมและเป็นที่ไว้วางใจในวงการไอที

Charles Liu photo scaled

เราได้เพิ่มผลิตภัณฑ์สำหรับการทำงานในองค์กรธุรกิจ อย่าง ExpertBook B7 Flip, ExpertBook B5 OLED, ExpertBook B3 Flip เข้าสู่ครอบครัว ExpertBook ด้วยดีไซน์ที่ตอบโจทย์การใช้งานของแต่ละกลุ่ม ทั้งกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMB) และกลุ่มองค์กรธุรกิจ

ASUS ExpertBook จะเดินหน้าส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดสำหรับการใช้งานในแต่ละสภาพแวดล้อม และพร้อมรองรับการทำงานของธุรกิจที่หลากหลาย การเปิดตัวสมาชิกใหม่ในตระกูล ExpertBook ที่มาพร้อมบริการหลังการขายสำหรับองค์กร เรามีความมั่นใจที่จะส่งมอบบริการที่ดียิ่งขึ้นแก่ลูกค้าของเรา พร้อมสนับสนุนลูกค้าทุกท่านด้วยผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรมไอที

ASUS ExpertBook B7 Flip (B7402F)

โน้ตบุ๊กขนาดหน้าจอสัมผัส 14 นิ้ว FHD อัตราส่วนพิเศษ 16:10 เพิ่มเนื้อที่การทำงาน กางบานพับได้ 360 องศา พร้อมปากกา ASUS Pen ช่วยให้ทำงานสร้างสรรค์ได้อย่างอิสระมากยิ่งขึ้น ทั้งในโหมดพับหน้าจอใช้งานเป็นแท๊ปเล็ต (Tablet Mode), การใช้งานทั่วไปแบบโน้ตบุ๊ก (Notebook Mode), ตั้งพับเป็นสามเหลี่ยม สำหรับดูหนังหรือเล่นเกมส์ (Tent Mode) หรือใช้งานแบบพลิกคีย์บอร์ดไปอยู่ด้านหลังจอ ใช้งานเพื่อความบันเทิง (Stand Mode) พร้อมนำเสนอเทคโนโลยี NFC ที่ช่วยในการถ่ายโอนข้อมูลกับโทรศัพท์มือถือหรือแท็ปเล็ตและรองรับการจ่ายเงินแบบอิเล็กโทรนิกส์สำหรับองค์กร โดยเซ็นเซอร์ NFC จะติดตั้งอยู่บริเวณทัชแพด พร้อมแนะนำฟีเจอร์พิเศษ ‘ASUS Private View’ (สำหรับรุ่น Core i7) ที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยอีกขั้นของการใช้งาน ปกป้องข้อมูลสำคัญจากบุคคลรอบข้าง พร้อมถนอมสายตาผู้ใช้ นอกจากนี้ยังมาพร้อมไฟ LED บริเวณฝาเครื่อง แสดงสถานะการใช้งาน โดยไฟจะสว่างเมื่อผู้ใช้งานติดการประชุมหรือเรียนออนไลน์ เพิ่มความเป็นส่วนตัวระหว่างการทำงานยิ่งขึ้น มาพร้อมเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนรอบข้าง AI Noise Canceling เหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ต้องเน้นการทำงานที่บ้านและทำงานทางไกลมากขึ้น โดยจะตัดเสียงรบกวนรอบข้างของผู้ใช้ ช่วยให้ปลายคู่สนทนาได้ยินเสียงชัดเจน พร้อมกับการลดเสียงรบกวนรอบข้างของคู่สนทนา ช่วยยกระดับประสบการณ์วีดีโอคอลให้ดียิ่งขึ้น

ExpertBook B7 Flip ยังขึ้นชื่อด้านความแข็งแรงทนทาน ผ่านการทดสอบ MIL-STD 810H US military standard ทั้งการตก กระแทก อุณหภูมิที่สูง และความชื้นกว่า ผู้ใช้สามารถอุ่นใจได้ว่า ExpertBook B7 Flip มีความทนทานต่อการใช้งานในแต่ละวัน

ExpertBook B7 Flip มาพร้อมโปรเซสเซอร์สูงสุด Intel® Core™ i7 พร้อมรองรับ RAM สูงสุด 32 GB, กราฟิก Intel® Iris Xᵉ เพื่อประสิทธิภาพที่รวดเร็วรอบด้าน และยังรองรับ PCle® SSD สูงสุด 2 TB จัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ได้ พร้อม Intel WiFi 6 สำหรับการถ่ายโอนไฟล์ขนาดใหญ่ที่เร็วยิ่งขึ้น

    KV B5302C

 ASUS ExpertBook B5 OLED Series

วางจำหน่ายสองรุ่นด้วยกัน ได้แก่ ExpertBook B5 OLED (B5302C) โน้ตบุ๊กมาตรฐาน หน้าจอขนาด 13.3 นิ้ว กางได้ 180 องศา และรุ่น ExpertBook B5 Flip OLED (B5302F) หน้าจอสัมผัสขนาด 13.3 นิ้ว พับหน้าจอได้ 360 องศา ใช้งานได้สะดวกด้วยปากกาสไตลัสที่มาพร้อมกับเครื่อง รองรับแรงกดถึง 4096 ระดับ ทั้งสองรุ่นยังมาพร้อมหน้าจอแสดงผล FHD OLED ให้สีสันสดใส ภาพชัดสมจริง ด้วยขอบเขตสี DCI-P 3 100% หน้าจอยังมีการเคลือบป้องกันแสงสะท้อนเพื่อการทำงานที่สบายตาแม้ในที่มีแสงจ้า ได้รับการรับรอง VESA Display HDR™ True Black สำหรับสีดำลึก และช่วงไดนามิกสีที่กว้างขึ้น และช่วยปกป้องสายตาจากแสงสีฟ้า ผ่านการรับรองจากสถาบันชั้นนำ TÜV Rheinland พกพาได้สะดวก น้ำหนักเบาเริ่มต้นเพียง 1.2 กก. ใช้งานแบตเตอรี่ได้นานสูงสุด 14 ชั่วโมง รองรับ Dual-SSD RAID และผ่านมาตรฐานจาก Intel EVO พร้อมประสิทธิภาพการทำงานระดับสูงด้วยโปรเซสเซอร์สูงสุด 11th Gen Intel Core i7, กราฟิก Iris Xᵉ และ Intel WiFi 6 พร้อมอุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบ SSD 2 ตัว ให้ความจุสูงสุด 2 TB (Raid 0) รองรับเทคโนโลยี RAID เพื่อการทำงานที่เร็วยิ่งขึ้น

ผู้ใช้งานยังอุ่นใจกับการรักษาความปลอดภัยระดับองค์กร ตั้งแต่เรื่องฮาร์ดแวร์ อาทิ ปุ่มเลื่อนเปิด ปิดกล้อง, ระบบสแกนลายนิ้วมือที่ติดตั้งไว้บริเวณปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง, Trusted Platform Module 2.0 (TPM) การเข้ารหัสข้อมูลก่อนบันทึกลงพื้นที่จัดเก็บของเครื่อง และ Kensington Lock ช่องรองรับอุปกรณ์เสริม เพื่อป้องกันการโจรกรรมตัวเครื่อง ไปจนถึงเรื่องการรักษาความปลอดภัยข้อมูลตัวตน

นอกจากนี้ ExpertBook B5 OLED Series ยังผ่านมาตรฐานการทดสอบความทนทาน MIL-STD 810H US military พร้อมมอบประสบการณ์ใช้งานเหนือระดับแก่ผู้ใช้ด้วยเทคโนโลยี AI Noise Canceling ให้ประสบการณ์การวีดีโอคอลที่ดีที่สุด พร้อมด้วยไฟ LED แสดงสถานะการใช้งาน ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวเมื่อต้องประชุมออนไลน์

KV B3402F

ASUS ExpertBook B3 Flip (B3402F)

โน้ตบุ๊กขนาดหน้าจอ 14 นิ้ว ตัวเครื่องพับได้ 360 องศา ทำงานได้หลากหลายสไตล์ มาพร้อมปากกาสไตลัส เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน ทั้งยังมีช่องเก็บปากกาในตัวเครื่อง หมดกังวลเรื่องการสูญหาย ชาร์จไฟได้รวดเร็ว เพียง 15 วินาที สามารถใช้งานปากกาสไตลัสได้นานกว่า 45 นาที

ExpertBook B3 Flip ยังรองรับการเชื่อมต่อ 4G LTE (สำหรับรุ่น Core i7) เพิ่มความคล่องตัวในการทำงานทุกสถานที่ พร้อมด้วยการเชื่อมต่อ WiFi 6 เพิ่มความเร็วในการเชื่อมต่อ ประชุมธุรกิจได้อย่างราบรื่นไม่มีสะดุด มาพร้อมโปรเซสเซอร์สูงสุด Intel Core i7, กราฟิก Iris Xᵉ และหน่วยเก็บข้อมูลแบบ Dual SSD เพื่อการทำงานและจัดเก็บข้อมูลที่รวดเร็ว

ExpertBook B3 Flip ยังมาพร้อมกับความทนทาน ผ่านการทดสอบทางการทหาร, การรักษาความปลอดภัยระดับองค์กร และเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนรอบข้าง AI Noise Canceling เพื่อการประชุมวีดีโอคอลแบบมืออาชีพ

 ASUS ExpertBook B3 Flip, ExpertBook B5 OLED Series และ ExpertBook B7 Flip วางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปในราคาเริ่มต้นที่ 26,900 บาท มาพร้อมโปรแกรมบริการหลังการขาย ASUS Exclusive Care ครอบคลุมการบริการซ่อมถึงที่ (on-site service) 3 ปี, ประกันระหว่างประเทศ 57 ประเทศทั่วโลก และประกันอุบัติเหตุ (Perfect Warranty) 1 ปีเต็ม Windows 11 Pro หรือ Windows 11 Home ล่าสุด  ที่มาพร้อม Microsoft Office Home and Student 2021 ติดตั้งพร้อมใช้งานตลอดอายุเครื่อง

KV E5202

ExpertCenter A5/ E5 AiO (A5402 / E5202)

ExpertCenter A5 AiO (A5402) เครื่องคอมพิวเตอร์ออลอินวัน ออกแบบมาสำหรับการทำธุรกิจในโลกยุคใหม่ ชูนวัตกรรมล่าสุดหน้าจอ ASUS VeriView* หรือหน้าจอที่สองติดตั้งบริเวณด้านหลังตัวเครื่อง เปิดประสบการณ์ใหม่ระหว่างผู้ให้และผู้รับบริการ รองรับแอปพลิเคชั่นทางธุรกิจที่หลากหลาย อาทิ ธุรกิจโรงแรมที่ลูกค้าสามารถตรวจสอบข้อมูลความถูกต้องได้ทันทีเมื่อทำการเช็คอินห้องพัก หรือแสดงรายการอาหารและเครื่องดื่มสำหรับร้านอาหาร ทั้งยังสามารถใช้เพื่อการโฆษณาโปรโมชั่น หรือข่าวสารต่างๆ แก่ลูกค้าได้โดยสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ExpertCenter A5 และ E5 AiO ยังมาพร้อมโปรเซสเซอร์สูงสุด 11th Gen Intel Core i5 มั่นใจทุกการใช้งาน พร้อมการเชื่อมต่อความเร็วสูง WiFi 6E เพื่อการทำงานแบบไร้สายที่รวดเร็วและการเชื่อมต่อที่มีเสถียรภาพ, หน่วยความจำอัปเกรดได้สูงสุด 32 GB DDR4,  พื้นที่จัดเก็บข้อมูลแบบ SSD อัปเกรดได้ สูงสุด 2TB พร้อมระบบความปลอดภัยและระบบรักษาความเป็นส่วนตัวมาตรฐานองค์กร อาทิ ชิป Trusted Platform Module (TPM) 2.0 ที่ติดตั้งมา ป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล พร้อมด้วยตัวล๊อก Kensington ปกป้องตัวเครื่องจากการโจรกรรม

KV A5402

ExpertCenter AiO พร้อมวางจำหน่ายสองรุ่น ได้แก่ ExpertCenter A5 AiO 24 (A5402) หน้าจอขนาด 23.8 นิ้ว และ ExpertCenter E5 AiO 22 (E5202) ขนาดหน้าจอ 21.5 นิ้ว ในราคาเริ่มต้นที่ 19,550 บาท มาพร้อมโปรแกรมบริการหลังการขาย ครอบคลุมการบริการซ่อมถึงที่ (on-site service) 3 ปี และประกันอุบัติเหตุ (Perfect Warranty) 1 ปีเต็ม Windows 11 Pro หรือ Windows 11 Home  ล่าสุด ที่มาพร้อม Microsoft Office Home and Student 2021 ติดตั้งพร้อมใช้งานตลอดอายุเครื่อง

*ASUS VeriView มีเฉพาะในรุ่นที่กำหนด ExpertCenter A5 AiO (A5402WHAT-BA003WS) เท่านั้น

รายละเอียดเพิ่มเติม

  • B3402FEA-EC0544WS: 14″ FHD Flip (1920 x 1080) 16:9 Glossy display / Intel® Core™ i3-1115G4 Processor 3.0 GHz / 4G DDR4 on board / 256GB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 SSD / Stylus / Windows 11 Home / Office Home and Student 2021 included ราคา 26,900 บาท
  • B3402FEA-EC0544WS: 14″ FHD Flip (1920 x 1080) 16:9 Glossy display / Intel® Core™ i5-1135G7 Processor 2.4 GHz / Intel® Iris Xᵉ Graphics / 8G DDR4 on board / 512GB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 SSD / Stylus / Windows 11 Home / Office Home and Student 2021 included ราคา 30,900 บาท
  • B3402FEA-EC0961WS: 14″ FHD Flip (1920 x 1080) 16:9 Glossy display / Intel® Core™ i7-1165G7 Processor 2.8 GHz / Intel® Iris Xᵉ Graphics / 8G DDR4 on board / 512GB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 SSD / 4G LTE support / Stylus / Windows 11 Home / Office Home and Student 2021 included ราคา 35,900 บาท
  • B5302CEA-KG0565WS: 3″ OLED FHD (1920 x 1080) 16:9 Glossy display / EVO Platform / Intel® Core™ i5-1135G7 Processor 2.4 GHz / Intel® Iris Xᵉ Graphics / 8G DDR4 on board / 512GB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 SSD / Windows 11 Home / Office Home and Student 2021 included ราคา 29,900 บาท
  • B5302CEA-KG0601X: 3″ OLED FHD (1920 x 1080) 16:9 Glossy display / EVO Platform / Intel® Core™ i5-1135G7 Processor 2.4 GHz / Intel® Iris Xᵉ Graphics / 8G DDR4 on board / 512GB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 SSD / Windows 11 Pro / 1-month trial for new Microsoft 365 customers ราคา 34,900 บาท
  • B5302FEA-LF0774WS: 3″ OLED FHD Flip (1920 x 1080) 16:9 Anti-glare display / EVO Platform / Intel® Core™ i5-1135G7 Processor 2.4 GHz / Intel® Iris Xᵉ Graphics / 8G DDR4 on board / 512GB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 SSD / Stylus / Windows 11 Home / Office Home and Student 2021 included ราคา 32,900 บาท
  • B5302FEA-LF0775X: 3″ OLED FHD Flip (1920 x 1080) 16:9 Anti-glare display / EVO Platform / Intel® Core™ i5-1135G7 Processor 2.4 GHz / Intel® Iris Xᵉ Graphics / 8G DDR4 on board / 512GB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 SSD / Stylus / Windows 11 Pro / 1-month trial for new Microsoft 365 customers ราคา 37,900 บาท
  • B5302FEA-LF0776WS: 3″ OLED FHD Flip (1920 x 1080) 16:9 Anti-glare display / EVO Platform / Intel® Core™ i7-1165G7 Processor 2.8 GHz / Intel® Iris Xᵉ Graphics / 16G DDR4 on board / 512GB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 SSD / Stylus / Windows 11 Home / Office Home and Student 2021 included ราคา 39,900 บาท
  • B7402FEA-L90347WS: 14″ WQXGA Flip (2560 x 1600) 16:10 Anti-glare display / Intel® Core™ i5-1155G7 Processor 2.5 GHz / Intel® Iris Xᵉ Graphics / 16GB DDR4 SO-DIMM / 512GB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 Performance SSD / NFC / Stylus / Windows 11 Home / Office Home and Student 2021 included ราคา 40,900 บาท
  • B7402FEA-LA0349WS: 14″ WQXGA Flip (2560 x 1600) 16:10 Integrated privacy screen Anti-glare display / Intel® Core™ i7-1195G7 Processor 2.9 GHz / Intel® Iris Xᵉ Graphics / 16GB DDR4 SO-DIMM / 1TB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 Performance SSD / NFC / Stylus / Windows 11 Home / Office Home and Student 2021 included ราคา 49,900 บาท (พร้อมจำหน่ายประมาณเดือนมีนาคม)
  • B7402FEA-LA0350X: 14″ WQXGA Flip (2560 x 1600) 16:10 Integrated privacy screen Anti-glare display / Intel® Core™ i7-1195G7 Processor 2.9 GHz / Intel® Iris Xᵉ Graphics / 16GB DDR4 SO-DIMM / 1TB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 Performance SSD / NFC / Stylus / Windows 11 Pro / 1-month trial for new Microsoft 365 customers ราคา 54,900 บาท (พร้อมจำหน่ายประมาณเดือนมีนาคม)
  • E5202WHAK-BA040M: 5″ FHD (1920 x 1080) 16:9 / Intel® Core™ i3-11100B Processor 3.6Ghz/ Intel® HM570 Chipset / 4GB DDR4 SO-DIMM / 256GB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 SSD / Wired keyboard / Wired optical mouse ราคา 19,550 บาท
  • E5202WHAK-BA056M: 5″ FHD (1920 x 1080) 16:9 / Intel® Core™ i3-11100B Processor 3.6Ghz/ Intel® HM570 Chipset / 8GB DDR4 SO-DIMM / 256GB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 SSD / Wired keyboard / Wired optical mouse ราคา 20,825 บาท
  • E5202WHAK-BA042M: 5″ FHD (1920 x 1080) 16:9 / Intel® Core™ i5-11500B Processor 3.3Ghz/ Intel® HM570 Chipset / 8GB DDR4 SO-DIMM / 256GB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 SSD / Wired keyboard / Wired optical mouse ราคา 24,161 บาท
  • A5402WHAK-BA013WS: 8″ FHD (1920 x 1080) 16:9 / Intel® Core™ i5-11500B Processor 3.3Ghz/ Intel® HM570 Chipset / 16GB DDR4 SO-DIMM / 512GB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 SSD / Windows 11 Home / Office Home and Student 2021 included / Wired keyboard / Wired optical mouse ราคา 28,990 บาท
  • A5402WHAT-BA003WS: 8″ FHD (1920 x 1080) 16:9 Touch screen + VeriView / Intel® Core™ i5-11500B Processor 3.3Ghz/ Intel® HM570 Chipset / 16GB DDR4 SO-DIMM / 512GB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 SSD / Windows 11 Home / Office Home and Student 2021 included / Wired keyboard / Wired optical mouse ราคา 31,990 บาท

ติดตามข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่:

Expertbook-B7-Flip-B7402F : https://th.asus.click/LIZOgv

ExpertBook-B5-OLED-B5302C : https://th.asus.click/1oLcBL

ExpertBook-B5-Flip-OLED-B5302F : https://th.asus.click/pYeM3Y

ExpertBook-B3-Flip-B3402 : https://th.asus.click/Qh0gEN

ExpertCenter-E5-AiO-22-E5202 : https://th.asus.click/hB99u8

ExpertCenter-E5AiO-24A5402 : https://th.asus.click/tXIHxj

ผลิตภัณฑ์ของ ASUS วางจำหน่ายผ่านตัวแทนชั้นนำทั่วประเทศ: https://bit.ly/3puQ8j4

ASUS Official Store บน Shopee: https://bit.ly/2UEpBCb

ASUS Official Store บน Lazada: https://bit.ly/2UBBmcJ

ASUS Official Store บน JD: https://bit.ly/3fi1S5b

แผนกลูกค้าองค์กรติดต่อ : https://bit.ly/3po8HFl

####

from:https://notebookspec.com/web/636640-asus-expertbook-2022

รีวิว ASUS ExpertBook B5 OLED จอพับได้ 360 มีปากกา สเปก Intel EVO ลื่นไหล แบต 10 ชั่วโมง ฟีเจอร์ความปลอดภัยแน่นๆ

ASUS ExpertBook B5 OLED (B5302F) สเปก Intel Core i Gen 11 (Tiger Lake) การันตีด้วยแพลตฟอร์ม Intel EVO เรียกได้ว่าเป็นการแตกย่อยของไลน์ ASUS ExpertBook Series จากที่ผ่านมาทาง ASUS ได้นำเสนอโน๊ตบุ๊คระดับมืออาชีพเน้นใช้งานแบบพกพาไปทำงานนอกสถานที่ ที่เบาสุดๆ เพียง 1.3 กิโลกรัม ทั้งด้วยสเปคประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมและมีแบตเตอรรี่ที่ใช้งานได้อย่างยาวนาน ล่าสุดสำหรับสายทำงานและจริงจังยิ่งกว่า เน้นการทำงานแบบองค์กรที่ต้องการความน่าเชื่อถือพร้อมความปลอดภัยรอบด้าน อย่าง IR Camera / Fingerprint และ TPM 2.0 

ASUS ExpertBook B5 OLED

Advertisementavw

กับการที่เป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 13.3″ พับหน้าจอทัชสกรีนได้ 360 องศา มีปากกา ความละเอียด Full HD พาเนล OLED รองรับ HDR ที่ขอบเขตสี sRGB 100% จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คประเภท 2-in-1 Notebook ที่ใช้วัสดุเป็นโลหะเกรดสูงอย่างแม็กนีเซียมอัลลอยด์ที่ทั้งเบาและแข็งแรงพรีเมียม ทั้งยังผ่านการทดสอบความทนทาน MIL-STD 810H Military Standard มาตรฐานกองทัพ อีกทั้งพอร์ตการเชื่อมต่อก็ครบครันทั้ง Wi-Fi 6 AX + Thunderbolt 4 ประกันก็ดีเยี่ยมเพราะเป็นแบบ On-site Service ระยะเวลา 3 ปี (และ Global Warranty 3 ปี) มีประกันอุบัติเหตุใน 1 ปีแรกด้วย

VDO Review

NBS Verdict

สำหรับ ASUS ExpertBook B5 OLED ถูกออกแบบมาเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานระดับมือาชีพหน้าจอ 13.3″ ซึ่งเป็นประเภท 2-in-1 Notebook ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพพร้อมความบางเบาเพื่อคนทำงานแบบองค์กร ที่สำคัญคือได้ความบางเบาขั้นสุด อีกทั้งได้ความครบถ้วนในทุกๆ ทาง เน้นความทนทาน ปลอดภัย ไว้ใจได้ มาพร้อมกับประสิทธิภาพที่สูงเหมาะกับการทำงานทั่วไป หรือหนักๆ

ด้วยการเลือกใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 อย่าง Core i5-1135G7 การ์ดจออนชิปดีที่สุดอย่าง Iris Xe Graphics และสเปกอื่นๆ จัดเต็ม ส่งผลให้ได้แพลตฟอร์ม Intel EVO ที่การันตีเรื่องความเสถียรภาพ การเชื่อมต่อที่ดีที่สุด และประสบการณ์ใช้งานโดยรวม โดดเด่นเหนือชั้นกว่าเรื่องความปลอดภัยต่างๆ ทั้งจากฮาร์ดแวร์ภายในระดับ BIOS และภายนอก

ASUS ExpertBook B5 OLED Review

อย่างกล้องเว็บแคมจะมีฟีเจอร์ของ Privacy Shield มาให้ รวมไปถึงมี IR Camera และสแกนลายนิ้วอีกด้วย แบตเตอรี่ยาวนานสุดๆ ที่ประมาณ 10 ชั่วโมงขึ้นไปจากการทดสอบจริง สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก ทั้งจากรูปลักษณ์และใช้งานจริง สมราคาค่าตัว 4x,xxx บาท

โดยเน้นเข้ามาบุกตลาดระหว่างองค์กร, ธุรกิจขนาดกลาง หรือคนที่ต้องการความแตกต่าง ชูจุดแข็งเรื่องดีไซน์เครื่องที่ได้ความบางเบา แข็งแรงทนทาน และประสิทธิภาพการทำงานขั้นสูง หรือถ้าคนทั่วไปอยากได้โน๊ตบุ๊คบางเบามาตรฐานสูงก็สามารถหาซื้อมาใช้งานเช่นเดียวกัน 

ASUS ExpertBook B5 OLED

อีกทั้งได้การรับประกัน On-site Serice ซ่อมฟรีถึงบ้าน ระยะ 3 ปี ที่สำคัญเป็นแบบทั่วโลก อีกทั้งมีประกันอุบัติเหตุในปีแรก อย่าง ASUS Premium Care ด้วย เรียกได้ว่ามีความน่าสนใจจริงๆ สำหรับโน๊ตบุ๊คอีกหนึ่งรุ่นที่ทุกๆ คนให้ความสนใจ ที่ต่อยอดความสำเร็จของโน๊ตบุ๊คตระกูลสายธุรกิจระดับมืออาชีพได้เป็นอย่างดีมาพร้อมความสมบูรณ์แบบ ในเรื่องบริการหลังการขาย

ตอบโจทย์องค์กรขนาดใหญ่ หรือว่า SME / SMB ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดีไซน์การออกแบบ ภาพลักษณ์ วัสดุ งานประกอบ รวมไปถึงสเปคประสิทธิภาพและประสบการณ์ใช้งาน ที่ถูกกว่าตลาดสำหรับการเป็น Commercial Notebook ให้แตกต่างจาก ZenBook Seires โดยยังมี ExpertBook รุ่นอื่นๆ อีก ในราคาที่ย่อมเยาว์กว่า รวมไปถึงรุ่นที่สูงกว่าอย่าง ExpertBook B7 / ExpertBook B9

ASUS ExpertBook B5 OLED

ปิดท้ายด้วยข้อสังเกตเล็กน้อย คือ การแกะอัพเกรดทำได้ไม่ยาก แต่สามารถอัพได้เพียงหน่วยความจำ RAM เท่านั้น ถ้าเทียบแต่สเปก จะเห็นว่ามีราคาที่สูงกว่าโน๊ตบุ๊คในตลาดรุ่นอื่นๆ ประมาณนึง เน้นการควบคุมความร้อนของชิปประมวลผล เลือกที่จะลดความเร็วลงมา เพื่อไม่ให้ร้อนเกินไป แน่นอนว่าตัวงานเองต้องไม่เน้นใช้งานเกี่ยวกับ 3 มิติ เพราะเป็นโน๊ตบุ๊ครุ่นการ์ดจอออนชิป อีกทั้งเพื่อการใช้งานให้สถียรที่สุด 

ASUS ExpertBook B5 OLED

จุดเด่น ASUS ExpertBook B5 OLED

  • ตัวเครื่องทั้งมดใช้วัสดุแมกนีเซียมอัลลอย (Magnesium Alloy) ซึ่งดีกว่าโลหะทั่วไป
  • เป็น 2-in-1 Notebook หน้าจอ 13.3″ แต่มีขนาดตัวเครื่องเล็ก พกพาไปใช้งานได้สะดวก 
  • มีความเบาที่ 1.3 กิโลกรัม ซึ่งนับว่าเบามากๆ และบางเพียง 17.9 มิลลิเมตรเท่านั้น
  • ดีไซน์พิเศษบานพับ ErgoLift Hinge ช่วยให้ใช้งานดีขึ้น ในหลายๆ ส่วน
  • หน้าจอมีความละเอียดสูงระดับ Full HD พาเนล OLED ขอบเขตสี 100% sRGB
  • ขอบจอบางเฉียบด้วย เทคโนโลยี Nano Edge บางพิเศษกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไป
  • ใช้งานจริงลื่นไหลแบบสุดๆ ด้วย Core i5-1135G7 + RAM 8GB + SSD 512GB
  • รองรับการอัปเกรด RAM แบบ SO-DIM อีก 1 ตัวทันที และรองรับอัปเกรด SSD M.2 อีก 1 ตัว
  • ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน MIL-STD-810H ทนทานต่อการใช้งาน
  • มาพร้อม IR Camera / Fingerprint ใช้งานผ่านทาง Windows Hello
  • ไมโครโฟนมีระบบตัดเสียงรบกวน AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการประชุมวิดีโอ
  • ฟีเจอร์ NumberPad 2.0 ช่วยการใช้งานแป้นตัวเลข ซึ่งสามารถเปิดใช้งานได้ง่าย 
  • มี Windows 11 Home ใช้งานทันที มีซอฟต์แวร์ MyASUS / Business Manager ช่วยจัดการ
  • ระบบคามปลอดภัยระดับองค์กรครบเครื่อง สไตล์ Commercial Notebook
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานประมาณ 10  ชั่วโมง พร้อมมีฟีเจอร์ชาร์จไฟกลับเร็ว
  • ยังมีการติดตั้ง USB-A มาให้ใช้งานอยู่ แม้เครื่องจะบางเบาสุดๆ ก็ตาม 
  • ประกันเป็น On-site Service ทั่วโลกระยะเวลา 3 ปี พร้อมประกันอุบัติเหตุใน 1 ปีแรก
  • ได้อุปกรณ์บันเดิลมากมาย อาทิ สายแปลง LAN / เมาส์ไร้สาย
  • ราคาคุ้มค่า ประสิทธิภาพดี ฟีเจอร์เพียบ ใช้งานจริงได้ เมื่อเทียบแบรนด์อื่นๆ

ข้อสังเกต ASUS ExpertBook B5 OLED

  • การแกะอัพเกรดทำได้ไม่ยาก แต่สามารถอัพได้เพียงหน่วยความจำ RAM เท่านั้น 
  • ถ้าเทียบแต่สเปก จะเห็นว่ามีราคาที่สูงกว่าโน๊ตบุ๊คในตลาดรุ่นอื่นๆ ประมาณนึง
  • เน้นการควบคุมความร้อนของชิปประมวลผล เลือกที่จะลดความเร็วลงมา เพื่อไม่ให้ร้อนเกินไป
  • ความเร็วของ SSD M.2 น้อยกว่ารุ่นทั่วไป ถ้าได้สเปกที่เร็วกว่านี้น่าจะดีกว่า 

Specification

สเปกของ ASUS ExpertBook B5 OLED ขณะที่รีวิวอยู่มีเพียงสเปกเดียว กับราคา 4x,xxx บาท ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i5-1135G7 ซึ่งด้านประสิทธิภาพด้วยอย่างการใช้ชิปประมวลผล ทำงานแบบ 4 คอร์ 8 เธร์ด ที่ความเร็ว 2.40 GHz – 4.20 GHz สถาปัตยกรรม Tiger Lake มาพร้อมกับเทคโนโลยีการผลิตที่ 11 nm SuperFin ที่แรงขึ้นมากพร้อมด้วย AI ช่วยทำงานบางอย่างในตัว เพิ่มเติมด้วยแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน ส่วนการ์ดจอเป็น Intel Iris Xe Graphics ที่เพียงพอกับใช้งานพื้นฐานแน่นอน รวมไปถึงงาน 3 มิติ หรือเล่นเกมออนไลน์ก็ดีกว่ารุ่นก่อนหน้านั้นทั้งหมด 

โดยมาพร้อมขนาดหน้าจอ 13.3″แบบด้าน ทัชสกรีนได้ ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล พาเนล OLED ที่ดีที่สุด แรมก็ติดตั้งมาให้ขนาด 16GB LPDDR4x Bus 4266MHz ซึ่งรองรับกับการใช้งานทั่วไปได้สบาย พร้อมได้ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 AX และ Bluetooth 5.2 ด้วย นอกจากนี้ในส่วนของกล้องด้านหน้ารองรับการใช้งาน VDO Call พร้อมไมค์ 2 ตัว (support noise cancellation) อีกทั้งมี Fingerprint / IR Camera ที่ใช้งานร่วมกับ Windows Hello รวมถึงติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 11 Home ลิขสิทธิ์

ASUS ExpertBook B5 OLED

การรับประกันมีระยะ 3 ปี แบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน อีกทั้งมีบริการอื่นๆ อีก ไม่ว่าจะเป็น ดูแลตลอด 24 ชั่วโมงเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ได้อย่างไม่ยุ่งยาก และมีประกันอุบัติเหตุในปีแรกอย่าง ASUS Premium Care ในส่วนของบันเดิลเองก็มีความพิเศษ แน่นอนว่าต้องมีปากกาสไตลัส พร้อมได้ตัวแปลง Micro HDMI to LAN RJ45 มาให้ใช้งานได้ทันที โดดเด่นด้วยอแดปเตอร์ชาร์จไฟ ที่เป็นมาตรฐาน USB-C แบบ USB PD ปิดท้ายด้วยเมาส์ไร้สายอีก 1 ตัว (แต่แอบเสียดายที่เป็นแบบ USB Receiver)

ASUS ExpertBook B5 OLED ราคา 4x,xxx บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-1165G7 (4C/8T : 2.80 – 4.70 GHz)
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 16GB LPDDR4X 4266 MHz 
  • DISPLAY: 14″ Full HD IPS 60Hz
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 1TB
  • OS : Windows 11 Pro (64 Bit)
  • Warranty : 3 Years On-site Service + 1 Year Perfect Warranty

ASUS ExpertBook B5 OLED

Hardware / Design

ดีไซน์การออกแบบโดยรวมของ ASUS ExpertBook B5 OLED เหนือชั้นด้วยหน้าจอระดับมืออาชีพจากเทคโนโลยี OLED หน้าจอยังได้รับรองตามมาตรฐาน PANTONE Validated สำหรับความเป็นที่สุดในเรื่องความแม่นยำของสี พร้อมรองรับ HDR ที่จัดเต็มไปด้วยสเปกและฟีเจอร์อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 (Tiger Lake) ที่จะเน้นความแรงลื่น สเปกใหม่สุดๆ ตัวเครื่องดูเล็กกว่าโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 13.3″ แบบปกติทั่วไป หรือแม้แต่ประเภท 2-in-1 Notebook ด้วยกัน เนื่องด้วยมีขอบจอที่บางมากแบบ Nano Edge ทำให้ตัวเครื่องดูเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพา  

ASUS ExpertBook B5 OLED

น้ำหนักเบาสุดๆ เพียง 1.3 กิโลกรัมเท่านั้น ส่วนความบางเท่ากันที่ 17.9 มิลลิเมตรเท่านั้น เรียกได้ว่ามิติตัวเครื่องมีความกระทัดรัดเหมาะต่อการพกพา ด้วยดีไซน์ของขอบจอที่บางเฉียบ ที่สำคัญบานพับระหว่างจอภาพและด้วยฟีเจอร์ ErgoLift ทำหน้าที่เสมือนฐานรองรับ ทำให้คีย์บอร์ดทำมุม 5 องศากับระนาบทำให้การพิมพ์ง่ายและสบายยิ่งขึ้น ช่วยลดอาการปวดข้อมือ ปวดตามลำตัว และคอ ที่เกิดจากการพิมพ์เป็นระยะเวลานานไปได้เลย นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความใส่ใจที่เน้นว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่เน้นการใช้งานระดับมืออาชีพ แน่นอนว่ากางหน้าจอได้ 360 องศาอยู่แล้ว พร้อมความทนทานที่ 50,000 ครั้ง 

ASUS ExpertBook B5 OLED

ตัวเครื่องส่วนของตัวเครื่องด้านในใช้วัสดุที่ดีเยี่ยมอย่างแมกนีเซียมอัลลอย (Magnesium Alloy) ซึ่งดีกว่าโลหะทั่วไป ส่วนฝาหลังและใต้ตัวเครื่องได้เลือกใช้เป็นอลูมิเนียม ทำให้มีทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบาในการใช้งาน ส่งผลให้เวลาที่เราเอามือมาวางบนคีย์บอร์ดจะรู้สึกว่าเป็นอะไรที่เหนือชั้นกว่าวัสดุทั่วๆ ไป ที่สำคัญผิวสัมผัสยังเป็นรอยนิ้วมือค่อนข้างยาก ตรงนี้มีความเหนือชั้นกว่าโน๊ตบุ๊ครุ่นใกล้เคียงกันแบบรู้สึกได้ทันที พร้อมใช้สีสันสีดำที่ไปในทางโทนน้ำเงินเล็กน้อยอย่าง Star Black พื้นผิวไม่เรียบ ให้ความรู้สึกเป็นหมู่ดาวในท้องฟ้ายามค่ำคืน ส่วนด้านข้างตัวเครื่องนอกจากมีปุ่ม Power แล้วจะมีปุ่ม Volume ด้วย

ASUS ExpertBook B5 OLED

อีกทั้งเรื่องความทนทานยังมีความโดดเด่นด้วยเกรดมาตรฐานที่ใช้ในกองทัพสหรัฐอเมริกา MIL–STD 810H US Military Standard  และผ่านการทดสอบความแข็งแรงตามมาตรฐานของ ASUS เพื่อความมั่นใจเต็มเปี่ยมในทุกสภาพแวดล้อม อาทิ ตกกระแทก สั่นสะเทือน อุณหภูมิสูงต่ำ ฝุ่นและละอองน้ำ สมกับเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานจริงจัง เหนือชั้นกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปชัดเจน ผ่านกระบวนการขึ้นรูปด้วยเครื่องจักร CNC ที่ประณีตและสวยงามในหนึ่งเดียว พร้อมด้านในใส่อุปกรณ์รองรับการกระแทกอีกชั้นด้วย เรียกได้ว่ามีความเชื่อมั่นที่สูงกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปในตลาดแน่นอน

ASUS ExpertBook B5 OLED

ASUS ExpertBook B5 OLED เป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานที่ครบเครื่องในทุกๆ ด้าน มีสเปกที่ดี แรงลื่น จัดเต็มด้วยฟีเจอร์ต่างๆ รวมถึงใส่ใจในการออกแบบทุกรายละเอียดจริงๆ ตอบโจทย์คนที่จริงจังด้านการทำงานระดับมืออาชีพ ด้วยความพิเศษอย่างไฟ LED สีส้มที่ฝาหลัง แสดงสถานะว่าห้ามรบกวนเพราะกำลังประชุม VDO Conference อยู่ (เลือกเปิดปิดได้) นับได้ว่าเป็น 2-in-1 Notebook พร้อมมีปากกาสไตลัสในตัว ตอบโจทย์การใช้งานได้รอบด้าน ตอบสนองการพกพาไปใช้งานทุกที่ทุกเวลาอย่างที่สุด สามารถใส่ในกระเป๋าถือ หรือกระเป๋าเป้สะพายหลังได้ง่าย เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่เดินทางอยู่ตลอดเวลา 

ASUS ExpertBook B5 OLED Review 32
ASUS ExpertBook B5 OLED Review 28
ASUS ExpertBook B5 OLED Review 33
ASUS ExpertBook B5 OLED Review 37
ASUS ExpertBook B5 OLED Review 62
ASUS ExpertBook B5 OLED Review 39

Keyboard / Touchpad

ตัวแป้นคีย์บอร์ด ASUS ExpertBook B5 OLED นั้นตัวปุ่มเป็นพลาสติกสีดำด้านที่สกรีนตัวอักษรสีขาว มีการออกแบบมาให้ปุ่มมีขนาดใหญ่พอดีกับนิ้วมือ ทำให้สามารถพิมพ์ได้ง่ายขึ้น ในส่วนการสัมผัสให้การสัมผัสที่กำลังดี คีย์บอร์ดมีระยะห่างกำลังดีที่ 1.5 มิลลิเมตร แป้นคีย์บอร์ดให้สัมผัสปลายนิ้วที่นุ่มนวลพร้อมกับระยะกดที่เหมาะสม มีไฟส่องสว่าง Backlit สีขาว ที่สามารถปิดหรือเปิดได้ ปุ่มเปิดเครื่องจะไปอยู่ที่ขอบตัวเครื่องด้านข้าง อีกทั้งแป้นพิมพ์ที่กันน้ำหกสามารถปกป้องตัวเองจากอุบัติเหตุเล็กน้อย 

ASUS ExpertBook B5 OLED

ตัวทัชแพดมีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับขนาดตัวเครื่อง ดีไซน์ออกมาแบบไม่มีปุ่มแยกเป็นชิ้นเดียวทั้งคลิกซ้ายคลิกขวา การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจในประสบการณ์ใช้งานที่ดี พร้อมการสัมผัสเลื่อนนิ้วไปมาจะที่ลื่นไหลไม่ติดขัด ส่วนตัวซอฟต์แวร์ที่ให้มาสามารถควบคุมจัดการได้ดี ใช้งานแบบมัลติทัชตอบสนองได้ดีสมควร เรียกได้ว่าใช้งานได้เยี่ยมยอดกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปแบบชัดเจน และด้วยฟีเจอร์ ErgoLift แป้นพิมพ์จะยกตัวเพื่อทำมุมที่เหมาะสมกับการพิมพ์โดยอัตโนมัติทันทีที่เราเปิดฝาหน้าจอ

ASUS ExpertBook B5 OLED Review 10
ASUS ExpertBook B5 OLED Review 14
ASUS ExpertBook B5 OLED Review 11

 

รวมไปถึงมีฟีเจอร์ NumberPad 2.0 ซึ่งสามารถเปิดใช้งานได้ด้วยการแตะไอคอนตรงมุมขวาบนของทัชแพดค้างไว้ 1 วินาที เส้นไฟสำหรับแบ่งพื้นที่ของแต่ละปุ่มก็จะปรากฏขึ้นมาให้ใช้งานเป็น Numpad ได้ทันที ซึ่งแม้ว่าจะมีปุ่มขึ้นมาแล้ว ผู้ใช้ก็ยังสามารถใช้ทัชแพดในการเลื่อนเคอร์เซอร์ได้อยู่ แต่หากมีการจิ้มลงบนพื้นที่ของแต่ละปุ่มเพื่อคลิกซ้าย ก็จะเปรียบเสมือนการกดปุ่มตัวเลขด้วย (ลดแสงไฟได้ด้วยโลโก้มุมขวาบน) จัดได้ว่าเป็นฟีเจอร์ที่หาไม่ได้ในโน๊ตบุ๊คแบรนด์อื่นๆ ปิดท้ายด้วยฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือ Fingerprint ไว้ใช้งานร่วมกับ Windwos Hello เพื่อเข้าใช้งาน Windows 11 Home อีกด้วย

ASUS ExpertBook B5 OLED Review 13
ASUS ExpertBook B5 OLED Review 12
ASUS ExpertBook B5 OLED Review 41

 

Screen / Speaker

หน้าจอ ASUS ExpertBook B5 OLED ซึ่งรุ่นนี้เป็นขนาด 13.3″ เป็นพื้นผิวแบบด้านช่วยลดแสงสะท้อนได้ดี พร้อมขอบบางทั้ง 4 ด้าน ให้ความละเอียด Full HD ที่สัดส่วน 16:9 พาเนล OLED ที่แต่ละพิกเซลสามารถเปล่งแสงเองได้ ที่ให้มุมมองกว้างถึง 178 องศา ที่ให้ภาพคมชัด สวยงามทุกมุมมอง เมื่อประกอบกับขอบจอที่บางเฉียบ ทำให้ไม่ว่าจะการใช้งานทั่วไป การเปิดหน้าเว็บ การชมภาพยนตร์ ซีรีส์ รวมถึงการเล่นเกมดูเต็มอารมณ์มากยิ่งขึ้น ส่วนขอบจอด้านบนจะเป็นตำแหน่งของกล้องหน้า รวมถึงยังมีหลอดไฟ LED สำหรับแสดงสถานะว่ากล้องทำงานอยู่ 

ASUS ExpertBook B5 OLED

รวมไปถึงยังรองรับการแสดงผล HDR ที่ดีกว่าหน้าจอแบบเดิมๆ ที่ได้การรับรองคุณภาพโดย Pantone Validated ซึ่งเป็นระบบสีที่น่าเชื่อถือที่สุดในโลก เป็นมาตรฐานที่ใช้อย่างแพร่หลายทั้งด้านงานออกแบบ, สถาปัตยกรรมและอีกมากมาย ได้ความสบายตา หลับสบาย ด้วยจอถนอมสายตา ที่ช่วยตัดแสงสีฟ้าถึง 70% จอ OLED ผ่านการรับรองคุณสมบัติเพื่อการถนอมสายตา จากสถาบันชั้นนำ TÜV Rheinland-certified รวมๆ แล้วต้องยอมรับว่าทาง ASUS Vivobook รุ่นนี้นั้นใส่ใจในเทคโนโลยีด้านการแสดงผลจริงๆ 

ASUS ExpertBook B5 OLED Review 26
ASUS ExpertBook B5 OLED Review 27
ASUS ExpertBook B5 OLED Review 76

โดดเด่นด้วยฟีเจอร์ Webcam Shield เพียงเลื่อนเว็บแคมเก็บเข้าที่ เพื่อหยุดการทำงานของเว็บแคมได้แล้ว อีกทั้งแม้ขอบหน้าจอจะบางแต่ก็ยังติดตั้ง Webcam และไมโครโฟนแบบ 2 ตัว มีระบบตัดเสียงรบกวน เทคโนโลยี ASUS AI Noise-Canceling Audio เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการประชุมแบบวิดีโอ (Video Conference) เหนือชั้นกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไป พร้อมด้วย IR Camera ไว้ใช้งานร่วมกับ Windows Hello ด้วย ส่งผลให้เราสามารถใช้งานได้สะดวกสบาย ไม่ต้องกรอกรหัสแบบเดิมๆ อีกต่อไป รวมถึงมีความปลอดภัยด้วย เรียกได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่ให้ประสบการณ์ที่ดีที่สุดรุ่นหนึ่ง

 

s4

ทดสอบหน้าจอด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ ซึ่งผลการทดสอบให้ขอบเขตความกว้างของสีสัน Gamut เทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB 100%, AdobeRGB 99%, P3 9/% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันระดับที่ดีเยี่ยมเหนือชั้นกว่าโน๊ตบุ๊คทั้งหมดในตลาด โดยให้ความแม่นยำและเที่ยงตรง ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 400 nit ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตรฐานความสว่างของหน้าจอในโน๊ตบุ๊คทั่วไป คือ สู้แสงกลางแจ้งได้แบบเหนือชั้น รวมไปถึงการทำงานภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นมืออาชีพ

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าช่องมุมซ้ายบนเป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ 500 nit แต่สำหรับช่องหลายช่องจะมีแสงสว่างที่ลดลงระดับ 1 – 3 % ที่ถือว่าน้อยมาก ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ และค่า Delta-E อยู่ที่ 0.84 เท่านั้น ปิดท้ายด้วยคะแนน 4.0 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว สามารถทำได้ดีระดับสตูดิโอ 

s1
s2
s3

ตัวลำโพงเป็นแบบสเตอริโอเลือกแบบ 2W x 2 ตัวให้เสียงที่ดีกว่ารุ่นบางเบาทั่วไปในระดับหนึ่ง ที่ถึงแม้จะมีความบางความเบาของตัวเครื่องอย่างที่สุด แต่ก็ได้คุณภาพทั้งเสียงเบสที่มีน้ำหนัก ไม่ใช่ใส่แต่เสียงกลาง เสียงแหลมออกมาอย่างเดียว โดยตัวลำโพงจะอยู่บริเวณใต้ตัวเครื่องซ้ายและขวาลักษณะยิงลงพื้น ทำให้เสียงที่ค่อนข้างดังพอสมควร แยกรายละเอียดได้ซ้ายขวาได้ดี โดยรวมถือในส่วนของลำโพงถือว่าทำออกได้ดีทั้งในคุณภาพเสียงที่ได้และเสียงดังฟังชัดเพียงพอจะออกไปในนอกสถานที่ได้แบบสบายๆ

ASUS ExpertBook B5 OLED Review 48
ASUS ExpertBook B5 OLED Review 50
ASUS ExpertBook B5 OLED Review 51

Connector / Thin And Weight

ในส่วนของรอบๆ ตัวเครื่อง ASUS ExpertBook B5 OLED ติดตั้งพอร์ตถือว่าให้มาพอตัว ด้วยการติดตั้งพอร์ต Thunderbolt 4 มาให้จำนวน 2 พอร์ตด้วยสำหรับการรองรับอุปกรณ์ใหม่ๆ และการเชื่อมต่อกับอแดปเตอร์ที่เป็น USB-C โดยสนับสนุนการใช้งานแบบ Full Function ทั้งโอนถ่ายข้อมูลสูงสุด 40Gbps / ต่อหน้าจอแยก DisplayPort ที่ 4K/8K / ชาร์จไฟ Power Delivery รวมไปถึงยังมีพอร์ต USB 3.2 Type-A และ HDMI แม้ตัวเครื่องจะบางเฉียบ แน่นอนว่ายังมี ไมค์และหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตรก็ยังมีอยู่เช่นเดิม พร้อมพอร์ต micro HDMI ที่ใช้งานร่วมกับอแดปเตอร์เพื่อใช้งาน LAN RJ45 ด้วย

ASUS ExpertBook B5 OLED

น้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 1.3 กิโลกรัม และตัวอแดปเตอร์ที่ชาร์จเองก็มีขนาดเล็กจ่ายไฟที่ 65W หัวแบบ USB-C กะทัดรัด ชาร์จอุปกรณ์ได้หลากหลาย มีเทคโนโลยีการชาร์จเร็วสามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 0-60% ได้ภายในเวลาเพียง 39 นาที ผ่านการชาร์จด้วยอะแดปเตอร์ USB-C ขนาด 65Watt ที่ให้มา หรือจะซื้อของแบรนด์อื่นๆ ที่ได้มาตรฐาน มาใช้งานร่วมกันก็ได้ แน่นอนว่าชาร์จผ่าน Power Bank ที่เป็นมาตรฐาน PD ได้เช่นกัน ซึ่งเมื่อรวมเข้าไปด้วยกันแล้วน่าจะมีหนักราวๆ 1.6 กิโลกรัม ถือว่ามีน้ำหนักที่มีความเบามากๆ เลยทีเดียว เพราะปกติแล้วโน๊ตบุ๊ค 13.3″ ที่พับหน้าจอไปมาได้ จะมีน้ำหนักอยู่เกือบๆ 2 กิโลกรัม

ASUS ExpertBook B5 OLED Review 45
ASUS ExpertBook B5 OLED Review 42
ASUS ExpertBook B5 OLED Review 43
ASUS ExpertBook B5 OLED Review 56
ASUS ExpertBook B5 OLED Review 8
ASUS ExpertBook B5 OLED Review 7

Multi-Mode

อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่า ASUS ExpertBook B5 OLED ตอบสนองได้อย่างหลากหลายจากการที่เป็น 2-in-1 Notebook ที่ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี พร้อมปากกา ASUS Active Pen ที่รองรับแรงกดถึง 4096 ระดับ (10 – 30 กรัม) และด้วยการพับใช้งานถึง 4 รูปแบบด้วยกันไม่ว่าจะเป็น Notebook / Stand / Tent / Tablet ที่ทีมงานของเรานั้นนำไปใช้งานอะไรบ้าง และรูปลักษณ์เมื่อเปลี่ยนไปใช้โหมดต่างๆ นั้น จะมีลักษณะเป็นอย่างไร

ASUS ExpertBook B5 OLED Review 2

Notebook Mode เป็นรูปแบบธรรมดาทั่วไปเหมือนกับโน๊ตบุ๊คปกติ เน้นสำหรับการใช้งานทั่วไป เล่นอินเตอร์เน็ต รวมไปถึงงานเอกสารต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้คีย์บอร์ดและทัชแพดในการควบคุมเหมือนโน๊ตบุ๊คปกติ

Stand Mode เน้นใช้งานที่ระบบจอสัมผัสของตัวเครื่องอย่างเดียวและวางไว้บนพื้นที่ราบ โดยรูปแบบการใช้งานนี้จะเน้นไปทางการใช้งานแอพพลิเคชั่นของ Windows เอง หรือเน้นไปทางการดู YouTube หรือชมภาพยนตร์เป็นหลัก 

Tent Mode ค่อนข้างจะคล้ายกับ Stand Mode ก่อนหน้านี้ แต่จะอยู่ในรูปทรงตั้งเครื่องเอาไว้เป็นลักษณะสามเหลี่ยม ใช้ในการวิวดูข้อมูลการแสดงผลหน้าจอเป็นหลัก อีกทั้งยังสามารถจับพาดหรือเกาะกับสิ่งของรอบๆ ได้ 

Tablet Mode ด้วยการพับหน้าจอกลับแบบ 360 องศา จนฝาหลังและฐานใต้เครื่องมาติดกัน เราก็จะได้แท็บเล็ตที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows ซึ่งเรามีความคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เหมาะสำหรับการเอาไว้เล่นเกมหรือดู E-Book อย่างที่แท็บเล็ตอื่นๆ ทั่วไปในตลาดสามารถทำได้

ASUS ExpertBook B5 OLED Review 61

สำหรับ ASUS ExpertBook B5 OLED วางใจได้เลยเรื่องความทนทาน เพราะมีการออกแบบบานพับที่สามารถเปิดปิดหรือปรับระดับได้อย่างลื่นไหลได้เหมือนใหม่ทุกครั้ง แข็งแรงสามารถหมุนเปิดปิดได้สูงสุด 50,000 ครั้ง อย่างไม่มีปัญหาแน่นอน รวมไปถึง 2-in-1 Notebook รุ่นนี้ยังมีที่เก็บปากกา ASUS Active Pen แบบพิเศษที่เป็นลักษณะแม่เหล็กที่ขอบตัวเครื่องด้านบน (ตัวปากกาจะเป็นทรงแท่งกลมแต่จะมีด้านนึงแบน) ช่วยทำให้เวลาเราถือใช้งานไปไหนมาไหนตัวปากกาก็จะติดไปด้วย แต่ยังไงก็ต้องเรื่องระวังหลุดหายด้วย 

Inside / Upgrade

การแกะเครื่องนั้นสามารถทำได้ไม่ยากแต่ก็ไม่ง่ายเสียทีเดียว เพราะงานประกอบค่อนข้างแน่นหนาทีเดียวจากการที่ฝาหลังเป็นโลหะแข็งแรงทนทาน ให้ความยืดหยุ่นพอสมควร อาศัยไขควงรูปดาวขนาดเล็กก็สามารถไขได้แล้ว  ซึ่งหลังจากถอดน็อตทุกตัวเสร็จหมดแล้ว เราสามารถใช้มือค่อยๆ แกะออกที่ละส่วนได้เลย เมื่อเปิดถึงภายในเครื่องแล้วจะเห็นการวางรูปแบบของฮาร์ดแวร์เครื่องนี้ทำได้ดูดีสมกับเป็นโน๊ตบุ๊คระดับมืออาชีพ โดยตามภาพจะเป็นสเปกที่มีแบตเตอรี่ความจุ 4-Cell 66Wh ที่จะเห็นว่าค่อนข้างเต็มพื้นที่ฮาร์ดแวร์ภายในเลยทีเดียว

ASUS ExpertBook B5 OLED

เรื่องระบายความร้อนตัวเครื่องมี Heat Pipe จำนวน 1 เส้น วางพาดชิปประมวลผล ส่วนพัดลมเครื่องนี้ก็มีมาให้ 1 ตัว โดยลมร้อนเป่าออกทางด้านข้างตัวเครื่อง นอกจากนั้นแรมที่ติดตั้งมาขนาด 8GB จะเป็นแบบฝังบอร์ด พร้อมสามารถอัปเกรดได้ภายหลังอีก 1 แถว โดยจะเห็นถึง SSD M.2 NVMe PCIe จำนวน 2 สล็อต โดยเครื่องที่นำมารีวิวนั้นจะใส่เต็มมาแล้ว 1 สล็อต และว่างอยู่ 1 สล็อตทำให้สามารถอัพเกรด SSD ได้ภายหลังอีก 1 ตัวทันทีนั่นเอง รายละเอียดอื่นๆ เราจะเห็นถึงเสาสัญญาณ Wi-Fi แบบ 2 เสาที่ขอบด้านเครื่องด้านหน้าอีกด้วย 

ASUS ExpertBook B5 OLED Review 66
ASUS ExpertBook B5 OLED Review 64
ASUS ExpertBook B5 OLED Review 71

Performance / Software

ASUS ExpertBook B5 OLED เมื่อตรวจสอบข้อมูลของชิปประมวลผลด้วยโปรแกรม CPU-Z ก็พบว่าข้อมูลขึ้นมาครบถ้วนเลยครับ โดยเลือกใช้ชิป Intel Core i5-1135G7 ที่มี 4 คอร์ 8 เธรดสำหรับการประมวลผล ความเร็วที่ 2.40 – 4.20 GHz มีค่า TDP ในการปลดปล่อยความร้อนสูงสุดแค่ 12W –-28W เท่านั้น ซึ่งจัดว่าต่ำมากสำหรับชิป Core i5 ในโน๊ตบุ๊ค ทำให้ตัวเครื่องโดยรวมไม่ร้อนจนเกินไป ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากการใช้สถาปัตยกรรมการผลิตที่ระดับ 10 นาโนเมตร อย่าง Tiger Lake เทคโนโลยีสุดล้ำ SuperFin Willow Cove

ที่ต้องบอกว่าสร้างมาตรฐานประสิทธิภาพที่มากกว่าชิปประมวลผลรุ่นก่อนๆ แรงเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปมากๆ หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลจริงจังก็รองรับได้อย่างสบายๆ ส่วนแรมได้ขนาด 8GB แบบฝังบอร์ด เป็นมาตรฐาน LPDDR4X 4266 MHz ตามเทคโนโลยีของ Intel Core i Gen 11 ที่ผ่านการปรับแต่งให้เหนือชั้น  พร้อมให้ที่เก็บข้อมูล SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 11 แบบลื่นไหลอย่างที่สุด ในทุกๆ การทำงาน

c1.   c2

การ์ดจอเป็นแบบออนบอร์ดรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Intel Iris Xe Graphics ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับที่ก้าวกระโดดกว่ารุ่นก่อนๆ อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3  มิติก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นหรือระดับสูง รองรับการทำงานกับหน้าจอความละเอียดสูงอย่าง 4K / 8K ได้แบบไม่มีปัญหา เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเพิ่มพลังการสร้างสรรค์คอนเทนต์ มองหาความบันเทิง หรือการเล่นเกมเปี่ยมอรรถรส  ประสิทธิภาพที่เรียกได้ว่าใกล้เคียงกับการ์ดจอแยกเลยทีเดียว ซึ่งสามารถเล่นเกม 3 มิติ พอได้บ้าง เดี๋ยวไปดูผลทดสอบกันอีกที

g1.   g2

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH 15 / 20 ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลที่เป็นรหัส U รุ่นก่อนหน้าแล้ว ก็ทำได้ดีกว่าพอสมควร รวมไปถึงตัวการ์ดจอออนชิปเองก็มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ ไม่น่าเป็นห่วงนัก รวมไปถึงตัวการ์ดจอเองก็มีประสิทธิภาพสูงเช่นเดิม เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอที่อัพเกรดใหม่ที่เน้นการทำงาน 3 มิติที่ดียิ่งขึ้น

ci15.   ci20

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD M.2 ก็ทำผลทดสอบเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 512GB แบบ M.2 NVMe PCIe ระดับกลางๆ แน่นอนว่าเร็วกว่า SSD M.2 SATA 3 แบบทั่วไป ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 2214 MB/s และเขียนที่ 1379 MB/s เป็นระดับความเร็วในการเขียนอ่านทำงานโดยรวมที่น่าประทับแล้ว แต่ถ้าได้เป็น SSD M.2 NVMe PCIe ระดับสูงน่าจะดีกว่า

ssd 1

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 4,445 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ  จากการที่เป็นโน๊ตบุ๊คใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 + Iris Xe Graphics ทำให้รองรับการใช้งานที่หลากหลายและเปิดโปรแกรมได้มากมายอีกด้วย จากการที่ติดตั้งแรมมาขนาด 8GB

pc10

ทดสอบเกมได้คะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 2 เกมออนไลน์ เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยค่อนข้างลื่นไหล น่าประทับใจทีเดียว เมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊คที่ไม่ได้เน้นเล่นเกมมาก ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย สำหรับเกมออนไลน์ ยอดนิยม 2 แนวอย่าง DOTA 2 ปรับ Low / PUBG ปรับ Very Low ที่ความละเอียด Full HD  

game test

เริ่มจาก DOTA 2 ก็จัดการทดสอบแบบปรับ Low ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอันเฟรมเรทที่เฉลี่ยที่ 45 แต่ฉากที่ยูนิตเยอะๆ กันก็เฟรมเรทลดลงไปที่ 22 และในส่วนของเกม PUBG ที่ปรับ Very Low ทดสอบแล้วจะมีเฟรมเรทเฉลี่ยอยู่ที่ 16 ซึ่งต่ำสุดอยู่ที่ 10 เฟรมเรท ก็ทำประสิทธิภาพออกมาได้แบบที่ไม่ควรนำไปเล่นเกมอะไรมากมาย แต่ถ้าเป็นเกมเก่าๆ 2 มิติก็ถือว่าพอได้ อย่างไรก็ตามด้วยตัวเครื่องที่บางเบาสุดๆ ทำให้เป็นข้อจำกัดชัดเจนในการเล่นเกม

asus

นอกจากนี้ยังมีในส่วนของซอต์ฟแวร์ที่จะเป็นตัวช่วยในการใช้งานของเราอีกด้วยอย่าง MyASUS (โดยเปิดเครื่องมาเจอเลยพร้อมมี Hotkey ให้กดใช้งาน) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสเปกภายใน หรือเช็คสถานะการทำงานส่วนต่างๆ ของเครื่อง รวมไปถึงยังสามารถ ตรวจเช็คสถานะเครื่องกับข้อมูลแคชต่างๆ ก็ทำการลบทิ้งได้ตรงนี้เลย หรือเช็คอัพเดทซอฟ์ตแวร์และไดร์เวอร์ต่างๆ ของเครื่องก็สามารถทำผ่านตรงนี้ได้เช่นกัน

รวมไปถึงโหมดพัดลมและโปรไฟล์สีการแสดงผล นอกจากนี้ยังพิเศษด้วย ฟังก์ชั่น “Link to MyASUS” เป็นฟังก์ชันในซอฟต์แวร์ MyASUS เวอร์ชันล่าสุด โดยสามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือกับ ASUS ExpertBook B5 OLED ได้อย่างไร้รอยต่อ สามารถถ่ายโอนไฟล์ URL การแจ้งเตือน อ่าน รับ และส่งข้อความบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งหมดได้บนโน๊ตบุ๊คได้เลย

a1
a2

โดดเด่นด้วย Trusted Platform Module 2.0 (TPM 2.0) เพิ่มความปลอดภัยสูงสุดด้วยการเข้ารหัสข้อมูลต่างๆ ก่อนบันทึกลงพื้นที่จัดเก็บของเครื่อง ผ่านการใช้งาน ASUS Business Manager ชุดโปรแกรมอรรถประโยชน์ เพื่อการบำรุงรักษาตัวเครื่อง และซอฟต์แวร์ภายในได้อย่างมี ประสิทธิภาพ สามารถบริหารจัดการตัวเครื่องแบบรวมศูนย์ รวมทั้งสนับสนุนการควบคุมจากระยะไกล อีกทั้งยังสามารถควบคุมพอร์ต USB แบบเบ็ดเสร็จ โดยการตั้งค่าหรือล็อกอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับ USB เพื่อความปลอดภัยเมื่อเชื่อมต่อกับตัวเครื่องอย่างที่ทำไม่ได้ในรุ่นทั่วๆ ไปนั่นเอง

Battery / Heat / Noise

ทดสอบการใช้งานแบตเตอรี่ ASUS ExpertBook B5 OLED ซึ่งเป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน๊ตบุ๊คหลายรุ่น ที่ 4-Cell 66Wh (4335 mAh) สามารถใช้งานจริงต่อเนื่องยาวนานได้ประมาณ 10 ชั่วโมงทีเดียว ผ่านการทดสอบดู Youtube ทาง Microsoft Edge และในการใช้งานแบบปกติ (ดูภาพยนตร์และเล่นอินเตอร์เน็ต) และคาดว่าจะระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่จะเปลี่ยนแปลงตามการใช้งานของแต่ละคน โดยอาจจะขึ้นอยู่กับหลายๆ ตัวแปร แน่นอนว่าในการทดสอบครั้งนี้ก็ได้ปรับเป็น Power Saver Mode 

batt

อุณหภูมิปกติของเครื่องจะอยู่ที่ 40 – 60 องศาเซลเซียส แต่พอรีดประสิทธิภาพเต็มที่จะเห็นว่าชิปประมวลผลจะร้อนที่สุดที่ 100 องศาเซลเซียส นับว่าระบบระบายความร้อนของเครื่องนี้ทำออกมาได้ดีแล้วล่ะ เทียบกับโน๊ตบุ๊คสายทำงานสเปกแรงๆ หลายๆ รุ่น นับว่าพัดลมตัวเดียวถือว่าน่าประทับใจในระดับนึงเพราะร้อนไม่เกิน 96 องศาเซลเซียส (เพราะถ้าเกินระบบจะลดความเร็วชิปประมวลผลลงมา) ซึ่งนั่นน่าจะเป็นเพราะชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 ที่ 10 นาโนเมตร ที่ดีขึ้นกว่า Gen ก่อนๆ โดยรวมแล้วก็สามารถใช้งานแบบไร้กังวล ประสิทธิภาพดีไม่มีอาการหน่วงเลย

temp2

Conclusion / Award

ASUS ExpertBook B5 OLED มีความน่าสนใจจริงๆ สำหรับ 2-in-1 Notebook ยุคใหม่ สายทำงานระดับมืออาชีพหน้าจอ 13.3″ สเปก Core Gen 11 แพลตฟอร์ต Intel EVO จัดเต็มอีกหนึ่งรุ่นในทุกๆ มิติ  โดยเป็นการต่อยอดความสำเร็จตระกูล ASUS กลุ่มเน้นใช้งานองค์กรหรือภาคธุรกิจ ได้เป็นอย่างดีมาพร้อมความสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดีไซน์การออกแบบ ภาพลักษณ์ วัสดุ งานประกอบ รวมไปถึงสเปคประสิทธิภาพและประสบการณ์ใช้งาน สมกับเป็นโน๊ตบุ๊ค Commercial ประเภท 2-in-1 พับหน้าจอได้ 360 องศา ของทาง ASUS บางเบาที่สุดรุ่นหนึ่ง รวมถึงหน้าจอก็มีดีไซน์ที่บางเฉียบเป็นพาเนล OLED คุณภาพสูง ที่ความละเอียด Full HD แบบจอด้านเรียบเนียนตา รองรับทัชกรีนเต็มรูปแบบ

ASUS ExpertBook B5 OLED Review 15

การออกแบบดีไซน์ของ ASUS ExpertBook B5 OLED ที่ดูแล้วเรียบหรูและใช้วัสดุคุณภาพดีตลอดทั้งตัวเครื่อง งานประกอบก็เรียบร้อย มิติตัวเครื่องก็เล็กกระชับบางเบา พกพาสะดวก แบตใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 10 ชั่วโมง โดดเด่นด้วย ErgoLift ที่ยกตัวเครื่อง เน้นภาพลักษณ์ที่ดูภูมิฐาน แต่ว่าได้ประสิทธิภาพขั้นสูง รองรับทุกๆ การใช้งาน (ที่ไม่ใช่งาน 3 มิติ) โดดเด่นด้วยฟีเจอร์ NumberPad 2.0 ที่เปลี่ยนทัชแพดเป็นแป้นตัวเลขได้อีกด้วย ซึ่งถ้าใครใช้งานบ่อยๆ อย่างงานสาย Finance น่าจะชื่นชอบกัน  เน้นการพกพาไปใช้งานนนอกสถานที่เป็นหลัก แบบแทบไม่ต้องพกพาอแดปเตอร์เลย หรือจะชาร์จไฟจริงๆ ก็รองรับเป็น USB PD ซึ่งตัวอแดปเตอร์ติดเครื่องเองก็ชาร์จไฟได้ทั้ง มือถือ และ Gadget อื่นๆ ได้ทั้งหมด 

ASUS ExpertBook B5 OLED Review 58

พร้อมติดตั้งกล้องเว็บแคมและมีไมค์ดิจิตอลในตัวแบบ 2 ตัว ที่มีฟีเจอร์การลดเสียงรบกวน ซึ่งน่าจะตอบโจทย์คนใช้งาน VDO Call ตามบริษัทองค์กรต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญมีกล้องอินฟราเรด IR Camera และ Fingerprint ที่สามารถใช้งานร่วมกับ Windows Hello เรียกได้ว่าให้ประสบการณ์ใช้งานที่เหนือชั้นมากกว่าโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ชัดเจน ในเรื่องของความสะดวกและปลอดภัย อีกทั้งความทนทานก็จัดเต็มเพราะตัวเครื่องด้วยเกรดมาตรฐานที่ใช้ในกองทัพสหรัฐอเมริกา เพื่อความมั่นใจเต็มเปี่ยมในทุกสภาพแวดล้อม อย่างที่โน๊ตบุ๊คที่เน้นการพกพาบางเบาควรจะมีทุกรุ่น ส่วนเรื่องของความปลอดภัยอื่นๆ แบบใช้งานในองค์กรก็ครบเครื่องครบครัน ตามสไตล์โน๊ตบุ๊คระดับมืออาชีพเน้นใช้งานในองค์กร

ASUS ExpertBook B5 OLED Review 40

 ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Webcam Shield เพียงเลื่อนเว็บแคมเก็บเข้าที่ เพื่อหยุดการทำงานของเว็บแคม และ Trusted Platform Module 2.0 (TPM 2.0) เก็บรหัสผ่านและการเข้ารหัสเพื่อเพิ่มความปลอดภัยสูงสุด รวมถึงตั้งค่าควบคุมพอร์ตต่างๆ ในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกได้อีกด้วย การรับประกันก็เหนือชั้นกว่าตามมาตรฐานของ ASUS ทั่วไปอีกด้วย เพราะได้การรับประกันเป็นแบบ On-site Serice ซ่อมฟรีถึงบ้าน ยาวนานถึง 3 ปี ที่สำคัญเป็นแบบทั่วโลก รวมไปถึงในปีแรกแค่เราลงทะเบียนก็จะได้ประกันอุบัติเหตุในปีแรก อย่าง ASUS Premium Care แล้ว (ต้องซื้อและเปิดใช้งานภายใน 90 วันนับจากวันที่ซื้อผลิตภัณฑ์)

ASUS ExpertBook B5 OLED Review 38

 ทั้งหมดนี้ถือว่าได้มีจุดเด่นที่ชัดเจน ทำให้เราได้ตัดสินใจเลือกซื้อได้ง่ายยิ่งขึ้นจริงๆ โดย ASUS ExpertBook B5 OLED เน้นเข้ามาบุกตลาดระหว่างองค์กร, ธุรกิจขนาดกลาง และกลุ่มครีเอเตอร์มืออาชีพ ชูจุดแข็งเรื่องดีไซน์เครื่อง ความบางเบา และประสิทธิภาพการทำงานขั้นสูง หรือถ้าคนทั่วไปอยากได้โน๊ตบุ๊คบางเบามาตรฐานสูงก็สามารถหาซื้อมาใช้งานเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังมี ASUS ExpertBook รุ่นอื่นๆ อีก ทั้งขนาดหน้าจอ 13.3″ / 14″ / 15.6″ ที่ราคาถูกกว่า ใครสนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/2Lvdm9j

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน๊ตบุ๊ค 2-in-1 ขนาดหน้าจอ 13.3 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง ASUS ExpertBook B5 OLED (B5302F) ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Mobility

ปัจจัยสำคัญของด้านของพกพา เพราะเบาสุดที่ 1.3 กิโลกรัม อีกทั้งมีขนาดมิติตัวเครื่องที่เล็กกะทัดรัดมากๆ แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานกว่า 10 ชั่วโมง อีกทั้งชาร์จไฟผ่านทาง USB-PD ได้ และการเชื่อมต่อแบบไร้สายที่ครอบคลุม ซึ่งตอบโจทย์ทั้งสามด้านได้อย่างครบถ้วนครับ กับตัวเครื่องบางเบา ทำให้เป็นโน๊ตบุ๊คแบบ 2-in-1 ที่เหมาะมาก ๆ สำหรับการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ มีความแข็งแกร่งอีกด้วย จากการใช้วัสดุที่ผ่านการทดสอบความทนทานตามมาตรฐานระดับกองทัพ เพื่อความมั่นใจเต็มเปี่ยมในทุกสภาพแวดล้อม สมกับเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานจริงจัง  ดังนั้นจึงหายห่วงเรื่องความทนทานได้เลย 

NBS award 4 Mobility  

Best Design

ดีไซน์โดยรวมมีความโดดเด่นเรื่องสีสัน Star Black สีดำพื้นผิวแบบด้านมีพื้นผิวไม่เรียบ ให้ความรู้สึกดวงดาวเต็มท้องฟ้าในยามค่ำคืน รวมถึงหน้าจอขอบบางแบบ NanoEdge ที่ทำให้สามารถใช้งานจอขนาด 13.3″ ภายในตัวเครื่องที่มีขนาดเล็กกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปที่ใช้จอขนาดเดียวกัน ให้มิติที่เล็กกระชับลงกว่าเดิม  ไปจนถึงบานพับ ErgoLift ที่ช่วยเสริมประสบการณ์การใช้งานได้เป็นอย่างดี เพิ่มสีสันให้กับรายละเอียดรอบนอกเครื่องแบบโค้งมน ดูแล้วเรียบหรูตามสไตล์คนเน้นทำงานระดับมือาชีพหรือองค์กร และที่สุดก็คือวัสดุที่เหนือชั้นกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปชัดเจนอย่าง “แมกนีเซียมอัลลอย” (Magnesium Alloy) 

NBS award 7 Design

Best Performance

จัดเต็มด้วยฟีเจอร์จริงๆ ระดับสูงที่ถือว่าเป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาราคา 4x,xxx บาท ที่แรงลื่นน่าใช้งาน ที่มาพร้อมสเปคอย่างชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 สถาปัตยกรรม Tiger Lake รวมถึงมีแรม 8GB LPDDR4x Bus 4266MHz และฮาร์ดดิสก์แบบ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ซึ่งมี IR Camera , Fingerprint และฟีเจอร์ความปลอดภัยอื่นๆ ระดับมืออาชีพ ซึ่งหาไม่ได้ในโน๊ตบุ๊คตามท้องตลาดทั่วไปแน่นอน ช่วยให้ประสบการณ์ใช้งานที่ดีเยี่ยม เป็นโน๊ตบุ๊ค 2-in-1 ที่น่าสนใจที่สุดรุ่นนึง เหมาะกับการใช้งานทั่วไปเน้นหลากหลาย ดีไซน์ก็พรีเมียม เรียกได้ว่าหาได้ยากสำหรับโน๊ตบุ๊คบางเบาแบบนี้

award new performance

 

from:https://notebookspec.com/web/632406-review-asus-expertbook-b5-oled-intel

ASUS เสริมทัพตลาดโน้ตบุ๊กกลุ่มธุรกิจระดับพรีเมียม เปิดตัว ExpertBook B3 Flip / B5 OLED และ B7 Flip รุ่นล่าสุดที่ออกแบบเพื่อคนทำงาน พร้อมแนะนำคอมพิวเตอร์ All-in-One ใหม่ ExpertCenter A5 / E5 AiO

เอซุส (ประเทศไทย) จำกัด เดินเครื่องบุกตลาดโน้ตบุ๊กพรีเมียมกลุ่มคอมเมอร์เชียล นำเสนอโน้ตบุ๊กรุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คนทำงานมากยิ่งขึ้น ได้แก่ ASUS ExpertBook B3 Flip ตัวเครื่องกะทัดรัด ขนาด 13.3 นิ้ว พับได้ 360 องศา และปากกาสไตลัส, ASUS ExpertBook B5 OLED Series น้ำหนักเบาเริ่มต้นเพียง 1.2 กก. พกพาสะดวก พร้อมหน้าจอ ASUS OLED ให้สีสันสวยงาม และ ASUS ExpertBook B7 Flip ที่มาพร้อมอัตราส่วนหน้าจอพิเศษ16:10 และฟีเจอร์พิเศษ ASUS Private View*  (สำหรับรุ่น Core i7) ช่วยปกป้องความเป็นส่วนตัวในการใช้งาน เป็นตัวเลือกให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์การทำงานแต่ละคน พร้อมเปิดตัวคอมพิวเตอร์ All-in-One ใหม่ ExpertCenter E5 AiO (E5202) และ ExpertCenter A5 AiO (A5402) ที่มาพร้อม ASUS VeriView* หรือหน้าจอที่สองติดตั้งบริเวณด้านหลังตัวเครื่อง  ออกแบบมาเพื่อการใช้งานบนโลกธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นงานรีเซ็ปชั่นโรงแรม, เคาน์เตอร์จ่ายเงิน หรือเคาน์เตอร์ให้บริการลูกค้า เป็นต้น เปิดมิติใหม่โลกการทำงานระหว่างผู้ให้และผู้รับบริการ สามารถใช้เพื่อการโฆษณา, สแกนคิวอาร์โค้ด เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการให้ข้อมูลออนไลน์แก่ลูกค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

Commercial Launch Q1 2022 01

Advertisementavw

มร.ชาร์ลส์ ลิว ผู้จัดการผลิตภัณฑ์กลุ่มโน้ตบุ๊กธุรกิจ บริษัท เอซุส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว หลายไตรมาสที่ผ่านมา เอซุสประสบความสำเร็จในด้านการนำผลิตภัณฑ์ที่ล้ำสมัย พร้อมเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาสู่ตลาดประเทศไทย ส่วนแบ่งทางการตลาดโน้ตบุ๊กสำหรับองค์กร (Commercial) เติบโตขึ้นมาอยู่ที่ 7% จากก้าวแรกเมื่อสองปีครึ่งที่ผ่านมา นับเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่เรายังต้องการเพิ่มสัดส่วนการเติบโตของตลาดคอมเมอร์เชียลในไทย และส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า พร้อมมุ่งมั่นที่จะลงทุนในประเทศไทยพร้อมนำเสนอบริการหลังการขายมาตรฐานระดับองค์กร เพื่อเป็นผู้นำตลาด ในฐานะเจ้าแห่งนวัตกรรมและเป็นที่ไว้วางใจในวงการไอที

Charles Liu photo scaled

เราได้เพิ่มผลิตภัณฑ์สำหรับการทำงานในองค์กรธุรกิจ อย่าง ExpertBook B7 Flip, ExpertBook B5 OLED, ExpertBook B3 Flip เข้าสู่ครอบครัว ExpertBook ด้วยดีไซน์ที่ตอบโจทย์การใช้งานของแต่ละกลุ่ม ทั้งกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMB) และกลุ่มองค์กรธุรกิจ

ASUS ExpertBook จะเดินหน้าส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดสำหรับการใช้งานในแต่ละสภาพแวดล้อม และพร้อมรองรับการทำงานของธุรกิจที่หลากหลาย การเปิดตัวสมาชิกใหม่ในตระกูล ExpertBook ที่มาพร้อมบริการหลังการขายสำหรับองค์กร เรามีความมั่นใจที่จะส่งมอบบริการที่ดียิ่งขึ้นแก่ลูกค้าของเรา พร้อมสนับสนุนลูกค้าทุกท่านด้วยผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรมไอที

ASUS ExpertBook B7 Flip (B7402F)

โน้ตบุ๊กขนาดหน้าจอสัมผัส 14 นิ้ว FHD อัตราส่วนพิเศษ 16:10 เพิ่มเนื้อที่การทำงาน กางบานพับได้ 360 องศา พร้อมปากกา ASUS Pen ช่วยให้ทำงานสร้างสรรค์ได้อย่างอิสระมากยิ่งขึ้น ทั้งในโหมดพับหน้าจอใช้งานเป็นแท๊ปเล็ต (Tablet Mode), การใช้งานทั่วไปแบบโน้ตบุ๊ก (Notebook Mode), ตั้งพับเป็นสามเหลี่ยม สำหรับดูหนังหรือเล่นเกมส์ (Tent Mode) หรือใช้งานแบบพลิกคีย์บอร์ดไปอยู่ด้านหลังจอ ใช้งานเพื่อความบันเทิง (Stand Mode) พร้อมนำเสนอเทคโนโลยี NFC ที่ช่วยในการถ่ายโอนข้อมูลกับโทรศัพท์มือถือหรือแท็ปเล็ตและรองรับการจ่ายเงินแบบอิเล็กโทรนิกส์สำหรับองค์กร โดยเซ็นเซอร์ NFC จะติดตั้งอยู่บริเวณทัชแพด พร้อมแนะนำฟีเจอร์พิเศษ ‘ASUS Private View’ (สำหรับรุ่น Core i7) ที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยอีกขั้นของการใช้งาน ปกป้องข้อมูลสำคัญจากบุคคลรอบข้าง พร้อมถนอมสายตาผู้ใช้ นอกจากนี้ยังมาพร้อมไฟ LED บริเวณฝาเครื่อง แสดงสถานะการใช้งาน โดยไฟจะสว่างเมื่อผู้ใช้งานติดการประชุมหรือเรียนออนไลน์ เพิ่มความเป็นส่วนตัวระหว่างการทำงานยิ่งขึ้น มาพร้อมเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนรอบข้าง AI Noise Canceling เหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ต้องเน้นการทำงานที่บ้านและทำงานทางไกลมากขึ้น โดยจะตัดเสียงรบกวนรอบข้างของผู้ใช้ ช่วยให้ปลายคู่สนทนาได้ยินเสียงชัดเจน พร้อมกับการลดเสียงรบกวนรอบข้างของคู่สนทนา ช่วยยกระดับประสบการณ์วีดีโอคอลให้ดียิ่งขึ้น

ExpertBook B7 Flip ยังขึ้นชื่อด้านความแข็งแรงทนทาน ผ่านการทดสอบ MIL-STD 810H US military standard ทั้งการตก กระแทก อุณหภูมิที่สูง และความชื้นกว่า ผู้ใช้สามารถอุ่นใจได้ว่า ExpertBook B7 Flip มีความทนทานต่อการใช้งานในแต่ละวัน

ExpertBook B7 Flip มาพร้อมโปรเซสเซอร์สูงสุด Intel® Core™ i7 พร้อมรองรับ RAM สูงสุด 32 GB, กราฟิก Intel® Iris Xᵉ เพื่อประสิทธิภาพที่รวดเร็วรอบด้าน และยังรองรับ PCle® SSD สูงสุด 2 TB จัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ได้ พร้อม Intel WiFi 6 สำหรับการถ่ายโอนไฟล์ขนาดใหญ่ที่เร็วยิ่งขึ้น

    KV B5302C

 ASUS ExpertBook B5 OLED Series

วางจำหน่ายสองรุ่นด้วยกัน ได้แก่ ExpertBook B5 OLED (B5302C) โน้ตบุ๊กมาตรฐาน หน้าจอขนาด 13.3 นิ้ว กางได้ 180 องศา และรุ่น ExpertBook B5 Flip OLED (B5302F) หน้าจอสัมผัสขนาด 13.3 นิ้ว พับหน้าจอได้ 360 องศา ใช้งานได้สะดวกด้วยปากกาสไตลัสที่มาพร้อมกับเครื่อง รองรับแรงกดถึง 4096 ระดับ ทั้งสองรุ่นยังมาพร้อมหน้าจอแสดงผล FHD OLED ให้สีสันสดใส ภาพชัดสมจริง ด้วยขอบเขตสี DCI-P 3 100% หน้าจอยังมีการเคลือบป้องกันแสงสะท้อนเพื่อการทำงานที่สบายตาแม้ในที่มีแสงจ้า ได้รับการรับรอง VESA Display HDR™ True Black สำหรับสีดำลึก และช่วงไดนามิกสีที่กว้างขึ้น และช่วยปกป้องสายตาจากแสงสีฟ้า ผ่านการรับรองจากสถาบันชั้นนำ TÜV Rheinland พกพาได้สะดวก น้ำหนักเบาเริ่มต้นเพียง 1.2 กก. ใช้งานแบตเตอรี่ได้นานสูงสุด 14 ชั่วโมง รองรับ Dual-SSD RAID และผ่านมาตรฐานจาก Intel EVO พร้อมประสิทธิภาพการทำงานระดับสูงด้วยโปรเซสเซอร์สูงสุด 11th Gen Intel Core i7, กราฟิก Iris Xᵉ และ Intel WiFi 6 พร้อมอุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบ SSD 2 ตัว ให้ความจุสูงสุด 2 TB (Raid 0) รองรับเทคโนโลยี RAID เพื่อการทำงานที่เร็วยิ่งขึ้น

ผู้ใช้งานยังอุ่นใจกับการรักษาความปลอดภัยระดับองค์กร ตั้งแต่เรื่องฮาร์ดแวร์ อาทิ ปุ่มเลื่อนเปิด ปิดกล้อง, ระบบสแกนลายนิ้วมือที่ติดตั้งไว้บริเวณปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง, Trusted Platform Module 2.0 (TPM) การเข้ารหัสข้อมูลก่อนบันทึกลงพื้นที่จัดเก็บของเครื่อง และ Kensington Lock ช่องรองรับอุปกรณ์เสริม เพื่อป้องกันการโจรกรรมตัวเครื่อง ไปจนถึงเรื่องการรักษาความปลอดภัยข้อมูลตัวตน

นอกจากนี้ ExpertBook B5 OLED Series ยังผ่านมาตรฐานการทดสอบความทนทาน MIL-STD 810H US military พร้อมมอบประสบการณ์ใช้งานเหนือระดับแก่ผู้ใช้ด้วยเทคโนโลยี AI Noise Canceling ให้ประสบการณ์การวีดีโอคอลที่ดีที่สุด พร้อมด้วยไฟ LED แสดงสถานะการใช้งาน ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวเมื่อต้องประชุมออนไลน์

KV B3402F

ASUS ExpertBook B3 Flip (B3402F)

โน้ตบุ๊กขนาดหน้าจอ 14 นิ้ว ตัวเครื่องพับได้ 360 องศา ทำงานได้หลากหลายสไตล์ มาพร้อมปากกาสไตลัส เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน ทั้งยังมีช่องเก็บปากกาในตัวเครื่อง หมดกังวลเรื่องการสูญหาย ชาร์จไฟได้รวดเร็ว เพียง 15 วินาที สามารถใช้งานปากกาสไตลัสได้นานกว่า 45 นาที

ExpertBook B3 Flip ยังรองรับการเชื่อมต่อ 4G LTE (สำหรับรุ่น Core i7) เพิ่มความคล่องตัวในการทำงานทุกสถานที่ พร้อมด้วยการเชื่อมต่อ WiFi 6 เพิ่มความเร็วในการเชื่อมต่อ ประชุมธุรกิจได้อย่างราบรื่นไม่มีสะดุด มาพร้อมโปรเซสเซอร์สูงสุด Intel Core i7, กราฟิก Iris Xᵉ และหน่วยเก็บข้อมูลแบบ Dual SSD เพื่อการทำงานและจัดเก็บข้อมูลที่รวดเร็ว

ExpertBook B3 Flip ยังมาพร้อมกับความทนทาน ผ่านการทดสอบทางการทหาร, การรักษาความปลอดภัยระดับองค์กร และเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนรอบข้าง AI Noise Canceling เพื่อการประชุมวีดีโอคอลแบบมืออาชีพ

 ASUS ExpertBook B3 Flip, ExpertBook B5 OLED Series และ ExpertBook B7 Flip วางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปในราคาเริ่มต้นที่ 26,900 บาท มาพร้อมโปรแกรมบริการหลังการขาย ASUS Exclusive Care ครอบคลุมการบริการซ่อมถึงที่ (on-site service) 3 ปี, ประกันระหว่างประเทศ 57 ประเทศทั่วโลก และประกันอุบัติเหตุ (Perfect Warranty) 1 ปีเต็ม Windows 11 Pro หรือ Windows 11 Home ล่าสุด  ที่มาพร้อม Microsoft Office Home and Student 2021 ติดตั้งพร้อมใช้งานตลอดอายุเครื่อง

KV E5202

ExpertCenter A5/ E5 AiO (A5402 / E5202)

ExpertCenter A5 AiO (A5402) เครื่องคอมพิวเตอร์ออลอินวัน ออกแบบมาสำหรับการทำธุรกิจในโลกยุคใหม่ ชูนวัตกรรมล่าสุดหน้าจอ ASUS VeriView* หรือหน้าจอที่สองติดตั้งบริเวณด้านหลังตัวเครื่อง เปิดประสบการณ์ใหม่ระหว่างผู้ให้และผู้รับบริการ รองรับแอปพลิเคชั่นทางธุรกิจที่หลากหลาย อาทิ ธุรกิจโรงแรมที่ลูกค้าสามารถตรวจสอบข้อมูลความถูกต้องได้ทันทีเมื่อทำการเช็คอินห้องพัก หรือแสดงรายการอาหารและเครื่องดื่มสำหรับร้านอาหาร ทั้งยังสามารถใช้เพื่อการโฆษณาโปรโมชั่น หรือข่าวสารต่างๆ แก่ลูกค้าได้โดยสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ExpertCenter A5 และ E5 AiO ยังมาพร้อมโปรเซสเซอร์สูงสุด 11th Gen Intel Core i5 มั่นใจทุกการใช้งาน พร้อมการเชื่อมต่อความเร็วสูง WiFi 6E เพื่อการทำงานแบบไร้สายที่รวดเร็วและการเชื่อมต่อที่มีเสถียรภาพ, หน่วยความจำอัปเกรดได้สูงสุด 32 GB DDR4,  พื้นที่จัดเก็บข้อมูลแบบ SSD อัปเกรดได้ สูงสุด 2TB พร้อมระบบความปลอดภัยและระบบรักษาความเป็นส่วนตัวมาตรฐานองค์กร อาทิ ชิป Trusted Platform Module (TPM) 2.0 ที่ติดตั้งมา ป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล พร้อมด้วยตัวล๊อก Kensington ปกป้องตัวเครื่องจากการโจรกรรม

KV A5402

ExpertCenter AiO พร้อมวางจำหน่ายสองรุ่น ได้แก่ ExpertCenter A5 AiO 24 (A5402) หน้าจอขนาด 23.8 นิ้ว และ ExpertCenter E5 AiO 22 (E5202) ขนาดหน้าจอ 21.5 นิ้ว ในราคาเริ่มต้นที่ 19,550 บาท มาพร้อมโปรแกรมบริการหลังการขาย ครอบคลุมการบริการซ่อมถึงที่ (on-site service) 3 ปี และประกันอุบัติเหตุ (Perfect Warranty) 1 ปีเต็ม Windows 11 Pro หรือ Windows 11 Home  ล่าสุด ที่มาพร้อม Microsoft Office Home and Student 2021 ติดตั้งพร้อมใช้งานตลอดอายุเครื่อง

*ASUS VeriView มีเฉพาะในรุ่นที่กำหนด ExpertCenter A5 AiO (A5402WHAT-BA003WS) เท่านั้น

รายละเอียดเพิ่มเติม

  • B3402FEA-EC0544WS: 14″ FHD Flip (1920 x 1080) 16:9 Glossy display / Intel® Core™ i3-1115G4 Processor 3.0 GHz / 4G DDR4 on board / 256GB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 SSD / Stylus / Windows 11 Home / Office Home and Student 2021 included ราคา 26,900 บาท
  • B3402FEA-EC0544WS: 14″ FHD Flip (1920 x 1080) 16:9 Glossy display / Intel® Core™ i5-1135G7 Processor 2.4 GHz / Intel® Iris Xᵉ Graphics / 8G DDR4 on board / 512GB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 SSD / Stylus / Windows 11 Home / Office Home and Student 2021 included ราคา 30,900 บาท
  • B3402FEA-EC0961WS: 14″ FHD Flip (1920 x 1080) 16:9 Glossy display / Intel® Core™ i7-1165G7 Processor 2.8 GHz / Intel® Iris Xᵉ Graphics / 8G DDR4 on board / 512GB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 SSD / 4G LTE support / Stylus / Windows 11 Home / Office Home and Student 2021 included ราคา 35,900 บาท
  • B5302CEA-KG0565WS: 3″ OLED FHD (1920 x 1080) 16:9 Glossy display / EVO Platform / Intel® Core™ i5-1135G7 Processor 2.4 GHz / Intel® Iris Xᵉ Graphics / 8G DDR4 on board / 512GB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 SSD / Windows 11 Home / Office Home and Student 2021 included ราคา 29,900 บาท
  • B5302CEA-KG0601X: 3″ OLED FHD (1920 x 1080) 16:9 Glossy display / EVO Platform / Intel® Core™ i5-1135G7 Processor 2.4 GHz / Intel® Iris Xᵉ Graphics / 8G DDR4 on board / 512GB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 SSD / Windows 11 Pro / 1-month trial for new Microsoft 365 customers ราคา 34,900 บาท
  • B5302FEA-LF0774WS: 3″ OLED FHD Flip (1920 x 1080) 16:9 Anti-glare display / EVO Platform / Intel® Core™ i5-1135G7 Processor 2.4 GHz / Intel® Iris Xᵉ Graphics / 8G DDR4 on board / 512GB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 SSD / Stylus / Windows 11 Home / Office Home and Student 2021 included ราคา 32,900 บาท
  • B5302FEA-LF0775X: 3″ OLED FHD Flip (1920 x 1080) 16:9 Anti-glare display / EVO Platform / Intel® Core™ i5-1135G7 Processor 2.4 GHz / Intel® Iris Xᵉ Graphics / 8G DDR4 on board / 512GB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 SSD / Stylus / Windows 11 Pro / 1-month trial for new Microsoft 365 customers ราคา 37,900 บาท
  • B5302FEA-LF0776WS: 3″ OLED FHD Flip (1920 x 1080) 16:9 Anti-glare display / EVO Platform / Intel® Core™ i7-1165G7 Processor 2.8 GHz / Intel® Iris Xᵉ Graphics / 16G DDR4 on board / 512GB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 SSD / Stylus / Windows 11 Home / Office Home and Student 2021 included ราคา 39,900 บาท
  • B7402FEA-L90347WS: 14″ WQXGA Flip (2560 x 1600) 16:10 Anti-glare display / Intel® Core™ i5-1155G7 Processor 2.5 GHz / Intel® Iris Xᵉ Graphics / 16GB DDR4 SO-DIMM / 512GB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 Performance SSD / NFC / Stylus / Windows 11 Home / Office Home and Student 2021 included ราคา 40,900 บาท
  • B7402FEA-LA0349WS: 14″ WQXGA Flip (2560 x 1600) 16:10 Integrated privacy screen Anti-glare display / Intel® Core™ i7-1195G7 Processor 2.9 GHz / Intel® Iris Xᵉ Graphics / 16GB DDR4 SO-DIMM / 1TB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 Performance SSD / NFC / Stylus / Windows 11 Home / Office Home and Student 2021 included ราคา 49,900 บาท (พร้อมจำหน่ายประมาณเดือนมีนาคม)
  • B7402FEA-LA0350X: 14″ WQXGA Flip (2560 x 1600) 16:10 Integrated privacy screen Anti-glare display / Intel® Core™ i7-1195G7 Processor 2.9 GHz / Intel® Iris Xᵉ Graphics / 16GB DDR4 SO-DIMM / 1TB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 Performance SSD / NFC / Stylus / Windows 11 Pro / 1-month trial for new Microsoft 365 customers ราคา 54,900 บาท (พร้อมจำหน่ายประมาณเดือนมีนาคม)
  • E5202WHAK-BA040M: 5″ FHD (1920 x 1080) 16:9 / Intel® Core™ i3-11100B Processor 3.6Ghz/ Intel® HM570 Chipset / 4GB DDR4 SO-DIMM / 256GB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 SSD / Wired keyboard / Wired optical mouse ราคา 19,550 บาท
  • E5202WHAK-BA056M: 5″ FHD (1920 x 1080) 16:9 / Intel® Core™ i3-11100B Processor 3.6Ghz/ Intel® HM570 Chipset / 8GB DDR4 SO-DIMM / 256GB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 SSD / Wired keyboard / Wired optical mouse ราคา 20,825 บาท
  • E5202WHAK-BA042M: 5″ FHD (1920 x 1080) 16:9 / Intel® Core™ i5-11500B Processor 3.3Ghz/ Intel® HM570 Chipset / 8GB DDR4 SO-DIMM / 256GB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 SSD / Wired keyboard / Wired optical mouse ราคา 24,161 บาท
  • A5402WHAK-BA013WS: 8″ FHD (1920 x 1080) 16:9 / Intel® Core™ i5-11500B Processor 3.3Ghz/ Intel® HM570 Chipset / 16GB DDR4 SO-DIMM / 512GB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 SSD / Windows 11 Home / Office Home and Student 2021 included / Wired keyboard / Wired optical mouse ราคา 28,990 บาท
  • A5402WHAT-BA003WS: 8″ FHD (1920 x 1080) 16:9 Touch screen + VeriView / Intel® Core™ i5-11500B Processor 3.3Ghz/ Intel® HM570 Chipset / 16GB DDR4 SO-DIMM / 512GB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 SSD / Windows 11 Home / Office Home and Student 2021 included / Wired keyboard / Wired optical mouse ราคา 31,990 บาท

ติดตามข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่:

Expertbook-B7-Flip-B7402F : https://th.asus.click/LIZOgv

ExpertBook-B5-OLED-B5302C : https://th.asus.click/1oLcBL

ExpertBook-B5-Flip-OLED-B5302F : https://th.asus.click/pYeM3Y

ExpertBook-B3-Flip-B3402 : https://th.asus.click/Qh0gEN

ExpertCenter-E5-AiO-22-E5202 : https://th.asus.click/hB99u8

ExpertCenter-E5AiO-24A5402 : https://th.asus.click/tXIHxj

ผลิตภัณฑ์ของ ASUS วางจำหน่ายผ่านตัวแทนชั้นนำทั่วประเทศ: https://bit.ly/3puQ8j4

ASUS Official Store บน Shopee: https://bit.ly/2UEpBCb

ASUS Official Store บน Lazada: https://bit.ly/2UBBmcJ

ASUS Official Store บน JD: https://bit.ly/3fi1S5b

แผนกลูกค้าองค์กรติดต่อ : https://bit.ly/3po8HFl

####

from:https://notebookspec.com/web/636640-asus-%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b9%8a%e0%b8%81%e0%b8%81

ผลสำรวจชี้ คนรุ่นใหม่ในฮ่องกงเครียด สุขภาพจิตแย่ แต่ไม่ขอความช่วยเหลือเพื่อรักษา

ผลสำรวจคนรุ่นใหม่ชาวฮ่องกงจาก KELY Support Group พบว่า กว่า 60% ของคนรุ่นใหม่ในฮ่องกง เมื่อพวกเขาเครียดหรือมีอารมณ์เชิงลบแต่ก็ไม่แสวงหาความช่วยเหลือ โดยเฉพาะช่วงโควิดระบาดที่ทำให้พวกเขาต้องเผชิญแรงกดดันค่อนข้างมาก

Hong Kong

เรื่องนี้ KELY ซึ่งเป็นมูลนิธิในฮ่องกงที่มุ่งให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดีของคนหนุ่มสาว สำรวจข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,300 คน อายุระหว่าง 14-24 ปี ช่วงเดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา โดยเปิดเผยผลการสำรวจเมื่อวันศุกรืที่ผ่านมา พบว่าคนรุ่นใหม่กว่าครึ่งรู้สึกเครียดเกี่ยวกับศักยภาพทางด้านวิชาการ การศึกษาในอนาคต และการพัฒนาทางอาชีพ โดยกว่า 60% เลือกที่จะไม่แสวงหาการรักษาที่จะทำให้สุขภาพจิตดีขึ้น ขณะที่อีก 34% เลือกที่จะขอความช่วยเหลือ นอกจากนี้ยังมีอัตราน้อยกว่า 1 ใน 5 ที่จะหันเข้าหานักจิตวิทยาหรือผู้เชี่ยวชาญในการช่วยขจัดปัญหาดังกล่าว

KELY ระบุว่า การหยุดเรียนในช่วงโควิดที่ยาวนานยืดเยื้อ ทำให้คนหนุ่มสาวรู้สึกกดันมากขึ้น แต่พวกเขาไม่รู้ว่าจะจัดการความเครียดอย่างไร นอกจากนี้ คนหนุ่มสาวเหล่านี้ยังรู้สึกติดลบกับความเจ็บป่วยทางจิตใจ ทำให้พวกเขารู้สึกแย่ ถ้าต้องขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์

ทั้งนี้ ผลสำรวจยังพบว่า กลุ่มคนหนุ่มสาวราว 32% ที่ต้องการความช่วยเหลือทางสุขภาพจิต คือกลุ่มคนที่รู้สึกมีปัญหากับการจัดการแรงกดดัน การทำสมาธิและการป้องกันไม่ให้ตัวเองติดสุราอย่างหนัก เนื่องจาก กลุ่มคนหนุ่มสาวที่ไม่รู้วิธีที่จะจัดการกับอารมณ์ที่ติดลบของตัวเองรวมถึงความเครียดที่มีนั้น ส่งผลให้พวกเขาอาจจะแก้ปัญหาโดยการใช้ยาเสพติดและดื่มแอลกอฮอล์หนักขึ้น

Hong Kong

ก่อนหน้านี้ก็มีผลสำรวจในปี 2020 พบว่า กลุ่มคนราว 27% จากกลุ่มตัวอย่าง 152 คนพบว่า พวกเขาใช้แอลกอฮอล์หรือยาเสพติด เมื่อพวกเขาต้องติดอยู่กับบ้านเพราะโรคระบาด ทางผู้จัดการโครงการกลุ่มก็คาดหวังว่า คนหนุ่มสาวควรจะได้เรียนรู้ว่า ที่ไหนที่พวกเขาจะสามารถขอความช่วยเหลือได้ หรือไม่ก็แนะนำให้เพื่อนของพวกเขาไปทิศทางที่ถูกต้อง เขายังเรียกร้องอีกว่า รัฐบาลควรจะบรรจุเรื่องนี้ลงไปในหลักสูตรการศึกษาสำหรับเด็กนักเรียน ให้พวกเขาได้เรียนรู้เรื่องการจัดการอารมณ์

อย่างไรก็ดี ทางโครงการได้ปล่อยแพลตฟอร์มออกมาในช่วงต้นปี 2021 เพื่อเป็นโครงการนำร่องในการให้ความช่วยเหลือผู้คนในการจัดการความเครียดไปจนถึงการส่งต่อไปยังผู้ที่ให้คำปรึกษาได้ แพลตฟอร์มดังกล่าวช่วยเหลือเด็กนักเรียนไปแล้ว 34 คน และกำลังจะเปิดให้ใช้บริการได้หลังตรุษจีนนี้

ที่มา – SCMP

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post ผลสำรวจชี้ คนรุ่นใหม่ในฮ่องกงเครียด สุขภาพจิตแย่ แต่ไม่ขอความช่วยเหลือเพื่อรักษา first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/young-people-in-hong-kong-mental-health-decline-after-covid-outbreak/

Telenor บริษัทแม่ dtac ประกาศร่วมมือ AWS ขยายบริการ 5G ในอุตสาหกรรม

Telenor ประกาศความร่วมมือกับ AWS เตรียมให้บริการในกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม เช่น ภาคการผลิต, ซัพพลายเชน, ลอจิสติกส์, และยานยนต์ เพื่อให้บริการ 5G และคลาวด์แบบ Edge

ประกาศระบุเพียงกว้างๆ โดยไม่ได้บอกว่าจะให้บริการใดโดยตรง แต่ที่ผ่านมา AWS มีบริการที่ต้องอาศัยเครือข่าย 5G และเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือให้บริการจำนวนมาก เช่น บริการ AWS Private 5G ที่แบ่งช่องสัญญาณ 5G มาให้บริการกับธุรกิจต่างๆ เป็นช่องสัญญาณส่วนตัว, บริการ AWS Wavelength ที่เปิดให้ลูกค้าสามารถเช่าเซิร์ฟเวอร์ตามเสาสัญญาณ 5G มาใช้งาน เพื่อนำเซิร์ฟเวอร์ให้เข้าใกล้ลูกข่าย

ตัว Telenor เองมีบริษัทให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่อยู่หลายประเทศ ได้แก่ นอร์เวย์, สวีเดน, เดนมาร์ค, ฟินแลนด์, ไทย, มาเลเซีย, ปากีสถาน, เมียนมาร์, และบังคลาเทศ ครั้งนี้ก็น่าจะมีลุ้นว่าบริการของ AWS ที่ต้องอาศัยเครือข่าย 5G จะมาเปิดในไทย เพราะ dtac เองก็เคยทดสอบเครือข่าย 5G ส่วนตัวสำหรับลูกค้าไปก่อนแล้ว และที่ผ่านมาก็เคยทำตลาด AWS Snow มาก่อน

ที่มา – Telenor

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/126945

BOE อวดมอนิเตอร์รุ่นต้นแบบ อัตรารีเฟรช 500Hz สูงที่สุดในโลก

BOE ประกาศศักดา ผลิตมอนิเตอร์ 27 นิ้ว ความละเอียด Full HD พร้อมอัตรารีเฟรช 500Hz ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของโลกโดยใช้เทคโนโลยีออกไซด์เซมิคอนดักเตอร์ ทำให้สามารถก้าวข้ามกำแพง 360Hz ณ ปัจจุบันลงไปได้ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้นำทีวีจอยักษ์ 110 ความละเอียด 8K อัตรารีเฟรช 120Hz มาเผยโฉมพร้อมกันด้วย

BOE เคลมว่า นอกเหนือจากรีเฟรชเรตที่สูงลิบลิ่วแล้ว ตัวมอนิเจอร์ยังมีระบบจัดการพลังงานที่ดี ไม่กินไฟ ส่วนคุณสมบัติอื่น ๆ ที่เปิดเผยออกมาเล็กน้อย คือ ความลึกสีระดับ 8-bit แสดงผลได้ 16.7 ล้านสี ระยะเวลาตอบสนอง G-t-G อยู่ที่ 1 มิลลิวินาที และรองรับ eDP ที่ 8 เลน

อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่ยังเป็นผลิตภัณฑ์รุ่นต้นแบบเท่านั้น ยังไม่รู้ว่า BOE จะมีการผลิตออกมาจำหน่ายจริง ๆ หรือไม่และเมื่อไหร่นะครับ

 

ที่มา : SINA

from:https://droidsans.com/boe-prototype-monitor-500hz/

ดีแทค กำไรสุทธิปี 64 ปิด 3,356 ล้านบาท ลดลง 34.3% ไม่เปิดเผยถึงผลกระทบข่าวควบรวม ทรู

บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค รายงานผลประกอบการปี 2564 มีรายได้รวม 81,320 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.2% กำไรสุทธิ 3,356 ล้านบาท ลดลง 34.3% ส่วนผู้ใช้อยู่ที่ 19.56 ล้านเลขหมาย เพิ่มขึ้น 3.7%

ดีแทค

ดีแทค กำไรลด แต่ผู้ใช้เพิ่มเล็กน้อย

รายงานข่าวแจ้งว่า ปี 2564 ดีแทค มีจำนวนผู้ใช้บริการทั้งหมด 19.5 ล้านเลขหมาย เพิ่มขึ้น 3.7% แบ่งเป็นรายเดือน 6.1 ล้านเลขหมาย และเติมเงิน 13.3 ล้านเลขหมาย มีลูกค้าใหม่ทั้งหมด 7.04 แสนเลขหมาย เพราะนักท่องเที่ยว และแรงงานต่างชาติกลับเข้ามาในไทย แต่ยังชดเชยปี 2563 ที่มียอดผู้ใช้หายไป 1.7 ล้านเลขหมายไม่ได้

ขณะเดียวกัน รายได้ต่อเลขหมายต่อเดือน หรือ ARPU ยังปรับตัวลดลง โดยรายเดือนอยู่ที่ 509 บาท/ราย/เดือน ลดลง 4.3% ส่วนเติมเงินอยู่ที่ 127 บาท/ราย/เดือน ลดลง 3.5% ทำให้เฉลี่ยภาพรวม ARPU อยู่ที่ 250 บาท/ราย/เดือน ลดลง 3.5% เพราะโควิด-19 ระบาด ทำให้ลูกค้าระมัดระวังในการใช้จ่าย รวมถึงการแข่งขันที่ดุเดือด

รายได้รวมของ ดีแทค ปี 2564 อยู่ที่ 81,320 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.2% กำไรสุทธิ 3,356 ล้านบาท ลดลง 34.3% โดยที่รายได้เพิ่มขึ้นมาจากการผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ ทำให้ภาคธุรกิจกลับมาให้บริการอีกครั้ง ส่วนกำไรสุทธิที่ลดลง มาจากการตัดจำหน่ายใบอนุญาตใช้คลื่น 700 MHz

ส่วนแผนในปี 2565 ดีแทค ยืนยันว่า ให้บริการอย่างต่อเนื่อง และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด ผ่านการลงทุนกว่า 12,000-14,000 ล้านบาท แต่ในเอกสารรายงานผลการวิเคราะห์การดำเนินงาน ไม่มีการแจ้งถึงผลกระทบจากข่าวควบรวม ทรู แต่อย่างใด

สรุป

จากผลประกอบการนี้ ดีแทค ยังมีการเติบโต และรักษาฐานลูกค้าของตัวเองเอาไว้ได้ แม้ก่อนหน้านี้จะโดนกลยุทธ์การตลาดของคู่แข่งดึงลูกค้าไปจำนวนหนึ่ง รวมถึงมีข่าวควบรวมกับ ทรู จนสร้างผลกระทบเรื่องความเชื่อมั่นกับลูกค้า ดังนั้นคงต้องดูต่อไปว่า การสัญญาลงทุน 12,000-14,000 ล้านบาท จะมีหน้าตาออกมาเป็นอย่างไร

อ้างอิง // dtac

อ่านข่าวเกี่ยวกับ ดีแทค และอุตสาหกรรมโทรคมนาคม เพิ่มเติมได้ที่นี่

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post ดีแทค กำไรสุทธิปี 64 ปิด 3,356 ล้านบาท ลดลง 34.3% ไม่เปิดเผยถึงผลกระทบข่าวควบรวม ทรู first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/dtac-2021-report/