[Reuters] ออสเตรเลียเตรียมเสนอกฎใหม่คุมโซเชียลมีเดีย ระบุตัวตนคนคอมเม้นท์หมิ่นประมาท

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย Scott Morrison มีแผนเตรียมจะเสนอกฎใหม่ ให้โซเชียลมีเดียอย่าง Facebook และ Twitter เปิดเผยตัวตนของคนคอมเม้นท์หมิ่นประมาท โดยให้ผู้ใช้งานสามารถร้องเรียนแพลตฟอร์มให้ลบคอมเม้นท์หมิ่นประมาทที่ส่งผลกระทบต่อตัวเอง และถ้าแพลตฟอร์มไม่ทำตาม กระบวนการศาลจะสามารถบังคับให้แพลตฟอร์มระบุตัวตนของผู้หมิ่นประมาทในโซเชียลได้

Scott Morrison บอกว่า บนโลกออนไลน์ไม่ควรเป็นพื้นที่ให้พวกหัวรุนแรง ทำร้ายผู้คนโดยไม่เปิดเผยตัวตนได้ นั่นไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นในโลกจริง และไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นบนโลกดิจิทัลเช่นกัน

เท่ากับว่า กฎหมายใหม่ที่เตรียมจะเสนอกันนี้ ทำให้โซเชียลมีเดีย ต้องรับผิดชอบกับการกระทำของผู้คอมเม้นท์หมิ่นประมาท และยังมีคำถามเรื่องความเป็นส่วนตัวด้วย รวมถึงข้อกังวลที่ว่า กฎนี้จะกระทบเสรีภาพในการเห็นต่างทางการเมืองหรือไม่

No Description

ภาพโดย OpenClipart

ที่มา – Engadget

from:https://www.blognone.com/node/126044

Raspberry Pi Trading เตรียมขายหุ้น IPO เข้าตลาดหลักทรัพย์

หนังสือพิมพ์ The Telegraph รายงานข่าวว่า Raspberry Pi Trading บริษัทลูกของ Raspberry Pi จ้างที่ปรึกษาด้านการเงิน เพื่อเตรียมขายหุ้น IPO เข้าตลาดหลักทรัพย์ในช่วงต้นปี 2022

โครงสร้างองค์กรของ Raspberry Pi ประกอบด้วย องค์กรแม่คือมูลนิธิไม่หวังผลกำไร Raspberry Pi Foundation จดทะเบียนในสหราชอาณาจักร ดูแลเรื่องกิจกรรมและการศึกษา กับบริษัทลูก Raspberry Pi Trading ที่ดูแลเรื่องวิศวกรรมและการค้า รายได้จาก Raspberry Pi Trading จะนำส่งกลับมูลนิธิเพื่อไปสนับสนุนกิจกรรมด้านต่างๆ

ก่อนหน้านี้ ตัว Raspberry Pi Trading เพิ่งระดมทุน 45 ล้านปอนด์จากนักลงทุนภายนอก เพื่อนำเงินไปใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ซึ่งการนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ ก็ถือเป็นวิธีหนึ่งในการระดมทุนเพื่อประโยชน์ขององค์กรในระยะยาว

No Description

ที่มา – Tom’s Hardware

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/126043

ภาพพื้นหลัง (Wallpaper) 3 โทน 3 อารมณ์สำหรับ iPhone

มีมาให้ดาวน์โหลดกันอีกแล้วสำหรับภาพพื้นหลังสวย ๆ รอบนี้ […] More

from:https://www.iphonemod.net/iphone-wallpaper-3-mood-29nov21.html

RTX 3050 ซีรีย์เวอร์ชัน Desktop อาจขายไตรมาสที่ 2 ปี 2022 นี้

RTX 3050 และ RTX 3050 Ti เปิดตัวและวางจำหน่ายไปแล้วกับเวอร์ชันบนโน๊ตบุ๊ค ล่าสุดมีข่าวลือออกมาว่าเวอร์ชัน Desktop อาจจะวางจำหน่ายไตรมาสที่ 2 ของปี 2022 นี้

RTX 3050
NVIDIA RTX 3050 และ 3050 Ti อาจวางจำหน่ายช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2022 นี้

สำหรับแฟนๆ NVIDIA ที่ใช้ PC Desktop นั้นอาจจะน้อยใจและแอบอิจฉาผู้ใช้โน๊ตบุ๊คกันไปแล้วเนื่องจากว่าในช่วงที่ผ่านมานั้นทาง NVIDIA เปิดตัวชิปกราฟิกสุดแรงแต่ราคาเบาๆ อย่างกราฟิกการ์ดซีรีย์ RTX 3050 และ RTX 3050 Ti เวอร์ชันโน๊ตบุ๊คมาก่อนแถมมีวางจำหน่ายให้ได้ใช้งานกันอย่างทันที ส่วนผู้ใช้ฝั่ง PC Desktop นั้นก็ได้แต่รอกันต่อไปไม่มีข้อมูลเผยออกมาเลยว่า RTX 3050 ซีรีย์เวอร์ชัน Desktop นั้นจะมีการเปิดตัวและวางจำหน่ายให้ได้ใช้งานกันเมื่อไร

ล่าสุดนั้นคงต้องขอแสดงความยินดีกับผู้ใช้ฝั่ง PC Desktop กันด้วยเมื่อทาง Videocardz ได้มีการโพสข้อมูลออกมาว่าทาง NVIDIA นั้นเตรียมที่จะเปิดตัวและวางจำหน่าย RTX 3050 ซีรีย์ทั้งรุ่นเล็กอย่าง RTX 3050 และรุ่นใหญ่อย่าง RTX 3050 Ti ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2022 ที่จะถึงนี้ งานนี้เรียกได้ว่าถึงแม้จะต้องรอกันอีกยาวสักหน่อยแต่แฟนๆ ของพี่เขียวก็น่าจะทนรอได้อย่างแน่นอน

Advertisementavw

สำหรับสเปคของ RTX 3050 และ RTX 3050 Ti ที่หลุดออกมาก่อนหน้านี้นั้นพบว่าจะใช้งานขิปที่มีชื่อรหัสว่า GA106-150 สำหรับรุุ่น RTX 3050 Ti ส่วน RTX 3050 นั้นจะใช้ชิปที่มีชื่อรหัสว่า GA107-350 โดยตัวการ์ดนั้นจะมาพร้อมกับหน่วยความจำขรนาด 8 GB บนชิปจะมี CUDA cores จำนวนทั้งหมด 3,072 CUDA cores

ในส่วนของประสิทธิภาพของชิปกราฟิดซีรีย์ RTX 3050 นั้นทาง Videocardz ได้ข้อมูลมาว่ามันจะมีประสิทธิภาพพอๆ กับกราฟิกการ์ดที่ใช้ชิปกราฟิก GeForce GTX 1660 ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริงก็จะทำให้ตัวการ์ดนั้นไม่ได้แรงเท่าไรนักไม่สามารถที่จะสู้กราฟิกการ์ดรุ่นพี่อย่าง RTX 2060 12GB หรือแม้กระทั่งกราฟิกการ์ดของคู่แข่งอย่าง Radeon RX 6600 ซีรีย์ได้

หากพิจารณาตามข้อมูลที่ได้รับนั้นพบว่า RTX 3050 และ RTX 3050 Ti นั้นจะสามารถรันเกมแนว e-sports หรือเกมธรรมดาทั่วไปที่ไม่ต้องใช้กราฟิกหนักหน่วงที่ความละเอียดระดับ 1080p ได้ดีเท่านั้น งานนี้จะเป็นเช่นไรต่อไปนั้นก็คงต้องคอยติดตามดูกันต่อไป

หมายเหตุ – ทาง Videocardz ได้ให้ข้อมูลเพื่อเอาอีกไว้ว่าในช่วงต้นปี 2022 นั้นทาง NVIDIA อาจจะมีแผนการเปิดตัวชิปกราฟิกระดับท๊อปรุ่นใหม่อย่าง TX 3090 Ti, RTX 3080 12GB, และ RTX 3070 Ti 16GB ด้วยอีกต่างหากโดยมีการคาดการณ์เอาไว้ว่าอาจจะเป็นในช่วงเดือนมกราคา 2022 นี้

ที่มา : videocardz

from:https://notebookspec.com/web/626289-nvidia-geforce-rtx-3050-series-desktop-variants-could-hit-shelves-sometime-in-q2-2022

N Series กลับมาแล้ว…เผย OPPO ตั้งชื่อสมาร์ทโฟนจอพับรุ่นแรกของตัวเองว่า Find N 5G

ก่อนหน้านี้มีรายงานออกมาเปิดเผยว่า OPPO แบรนด์สมาร์ทโฟนเบอร์สองในบ้านเรา เตรียมเปิดตัวมือถือจอพับรุ่นแรกของบริษัทฯ ภายในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ ล่าสุดตอนนี้มีข้อมูลใหม่ เผยเบาะแสชื่อของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะมาในคราบของ N Series ที่ห่างหายจากวงการไปนาน

Digital Chat Station แหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือแห่งหนี่งของแวดวงสมาร์ทโฟน ได้ออกมาโพสต์ภาพของ OPPO N3 มือถือในซีรีส์ N รุ่นสุดท้ายของ OPPO พร้อมกับบอกใบ้เป็นนัย ๆ ว่า Foldable Phone รุ่นแรกของบริษัทฯ จะใช้ชื่อว่า OPPO Find N 5G 

นอกจากนี้ แหล่งข่าวดังกล่าวยังระบุเพิ่มเติมอีกว่า OPPO Find N 5G มือถือจอพับรุ่นแรกของ OPPO นั้น จะมาพร้อมกับกล้องหน้า Sony IMX 766 ความละเอียดสูงถึง 50MP และโพสต์ที่ว่ายังอ้างอิงถึงจอนอกของ Xiaomi Mi 11 Ultra ทำให้สามารถตีความได้ว่า OPPO Find N 5G นี้ อาจจะมีจอด้านนอกขนาดเล็ก ๆ เหมือนกับ Mi 11 Ultra

สเปค OPPO Find N 5G (อย่างไม่เป็นทางการ)

ลือกันว่าสมาร์ทโฟนจอพับรุ่นแรกจาก OPPO นี้ จะมาพร้อมกับหน้าจอ OLED ขนาด 7.8 – 8 นิ้ว ความละเอียด 2K รีเฟรชเรทสูงสุด 120Hz ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 888 ของ Qualcomm ใช้ GPU เป็น Adreno 660 เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านข้างตัวเครื่อง และแบตเตอรี่ขนาด 4500 mAh รองรับชาร์จไว 65W

วันเปิดตัว OPPO Find N 5G (ยังไม่ยืนยัน)

หากไม่มีอะไรผิดพลาด OPPO Find N 5G ว่าที่สมาร์ทโฟนจอพับรุ่นแรกของทางค่าย น่าจะเดินทางมาเปิดตัวในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งของเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ ส่วนดีไซน์การออกแบบน่าจะมาทรงเดียวกับ Galaxy Z Fold ของ Samsung และต้องรอติดตามต่อไปว่า OPPO จะพ่วงเปิดตัวมือถือจอพับ Calmshell แบบ Galaxy Z Flip ด้วยหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ พวกเขาได้ยื่นจดทะเบียนสิทธิบัตรมือถือจอพับทั้งสอง Form Factor เลย

 

ที่มา: bgr

 

from:https://droidsans.com/oppo-find-n-5g-name-first-foldable-oppo-phone/

บริษัทคลาวด์ Nextcloud ร้อง EU ไมโครซอฟท์พ่วง OneDrive ทำให้แข่งขันไม่เป็นธรรม

บริษัทคลาวด์สตอเรจแบบโฮสต์เอง Nextcloud จากเยอรมนี ร่วมกับกลุ่มบริษัทซอฟต์แวร์สายโอเพนซอร์สจากยุโรป ยื่นคำร้องไปยังคณะกรรมการยุโรป (European Commission) ให้ตรวจสอบไมโครซอฟท์ในข้อหาผูกขาด OneDrive ผ่านการพ่วงไปกับ Windows

Nextcloud ให้บริการระบบแชร์ไฟล์และการสื่อสารภายองค์กร (แชท อีเมล ปฏิทิน) ซึ่งถือเป็นคู่แข่งโดยตรงของ Office 365 จุดต่างคือระบบของ Nextcloud เป็นการโฮสต์บนเซิร์ฟเวอร์ขององค์กรเอง (on premise) ด้วยเหตุผลเรื่องต้นทุน การเข้าถึง ความปลอดภัย

Nextcloud ระบุว่าพฤติกรรมการพ่วง OneDrive หรือ Teams ของไมโครซอฟท์ ทำให้ส่วนแบ่งตลาดของไมโครซอฟท์ในยุโรปเพิ่มสูงถึง 66% ในขณะที่ผู้ให้บริการรายย่อยๆ เหลือส่วนแบ่งเพียง 16% ถือว่าคล้ายกับกรณีผูกขาดเว็บเบราว์เซอร์ในอดีตมาก

Nextcloud และพันธมิตรจึงยื่นคำร้องไปยัง EU ให้สั่งให้ไมโครซอฟท์หยุดพ่วงบริการเหล่านี้ไปกับ Windows เพื่อให้การแข่งขันเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

เมื่อปีที่แล้ว Slack ก็ร้องเรียน EU ในลักษณะเดียวกัน คือพ่วง Teams ไปกับ Office ทำให้คู่แข่งไม่สามารถแข่งขันได้อย่างเป็นธรรม

No Description

ที่มา – Nextcloud

from:https://www.blognone.com/node/126042

รีวิว Lenovo XiaoXin Pad Pro 2021 แท็บเล็ตสเปคแรงที่คุณคู่ควร

Lenovo XiaoXin Pad Pro 2021 เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการ เป็นการจับเอารุ่นเก่ามารีเฟรชใหม่ได้อย่างลงตัว มาพร้อม Qualcomm Snapdragon 870 หน้าจอแบบ OLED 90 Hz และแบตใหญ่มากถึง 8600 mAh จะน่าสนใจมากแค่ไหนไปติดตามกัน

Lenovo Xiaoxin Pad Pro 2021
Lenovo Xiaoxin Pad Pro 2021

Lenovo XiaoXin Pad Pro 2021 ถือว่าเป็นแท๊บเล็ตตัวจี๊ดล่าสุดจากทาง Lenovo ที่มาพร้อมกับชิปเซ็ทระดับท๊อปอย่าง Qualcomm Snapdragon 870 ซึ่งถึงแม้ว่าจะเป็นชิปเซ็ทตัวเก่าที่ถูกเอามาเล่าใหม่อีกครั้งทว่าคงต้องยอมรับจริงๆ ว่าความแรงของมันนั้นก็ยังอยู่ในระดับบนที่ยังคงความแรงไว้เต็มเปี่ยมอยู่ นอกไปจากตัวชิปเซ็ทแล้ว Lenovo XiaoXin Pad Pro 2021 นั้นยังมาพร้อมกับสเปคในส่วนอื่นๆ ที่ต้องบอกว่า Lenovo สามารถที่จะทำเอาตลาดแท็บเล็ตราคาในระดับกลางสะเทือนกันไปทั้งวงการได้จริงๆ

Lenovo XiaoXin Pad Pro 2021 ยังมาพร้อมกับหน้าจอพาเนล OLED ที่ให้ refresh rate มาถึง 90 Hz ภายใต้หน้าจอขนาด 11.5 นิ้วโดยมีความละเอียดอยู่ที่ระดับ 2K+ อัตราส่วนหน้าจออยู่ที่ 16:10 กับความสว่างหน้าจอสูงสุดมากถึง 600 nits (ปกติจะมีความสว่างหน้าจออยู่ที่ประมาณ 420 nits) ตัวเครื่องใช้ระบบปฎิบัติการณ์ Android 11 ครบทับด้วย ZUI 12.5 และพร้อมรองรับการอัปเกรดเป็น Android 12 ได้อีกในอนาคต

Advertisementavw

เรียกได้ว่า Lenovo XiaoXin Pad Pro 2021 นั้นมีความเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งทั้งการใช้งานไม่ว่าจะเป็นด้านการทำงาน, การเรียนหรือจะเป็นการเล่นเกม เรามาดูกันดีกว่าว่า Lenovo XiaoXin Pad Pro 2021 จะมีความน่าสนใจในส่วนต่างๆ เป็นอย่างไรบ้าง



1. สเปคของ Lenovo XiaoXin Pad Pro 2021

DISPLAY ขนาด 11.5 นิ้ว พาเนล OLED มาพร้อม refresh rate 90 Hz ความสว่างปกติอยู่ที่ 420 nits ความสว่างสูงสุดอยู่ที่ 600 nits รองรับมาตรฐาน HDR10 และ Dolby Vision ความละเอียดหน้าจออยู่ที่ระดับ 2K+ หรือ 1600 x 2560 pixels อัตราส่วนหน้าจออยู่ที่ 16:10 ขนาดของหน้าจอคิดเป็นประมาณ 84.6% ของขนาดตัวเครื่อง
Chipset Qualcomm SM8250-AC Snapdragon 870 5G (7 nm)
Octa-core (1×3.2 GHz Kryo 585 & 3×2.42 GHz Kryo 585 & 4×1.80 GHz Kryo 585)
GPU Adreno 650
MEMORY หน่วยความจำขนาด 6 GB
Storage แหล่งเก็บข้อมูลภายในอยู่ที่ 128 GB มาตรฐาน UFS 3.1
รองรับการเพิ่มแหล่งเก็บข้อมูลผ่านทาง microSDXC (dedicated slot)
MAIN CAMERA กล้องหลังจำนวน 2 ตัวประกอบไปด้วย
เซ็นเซอร์หลักความละเอียด 13 MP, (wide), AF
เซ็นเซอร์ ultrawide ความละเอียด 5 MP พร้อมมุมมองการรับภาพกว้างมากสุดอยู่ที่ 120 องศา
มี LED Flash
SELFIE CAMERA กล้องหน้าจำนวน 2 ตัวประกอบไปด้วย
เซ็นเซอร์หลักความละเอียด 8 MP
เซ็นเซอร์ IR TOF 3D สำหรับ depth/biometrics sensor ความละเอียด 8 MP
SOUND System มาพร้อมกับลำโพงทั้งหมด 4 ตัวได้รับการปรับแต่งเสียงโดย JBL
ไม่มีช่องเชื่อมต่อ 3.5 audio jack มาให้
Communication Wi-Fi : Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot
Bluetooth : v 5.2 รอบรับมาตรฐาน A2DP และ LE
USB : USB Type-C 3.1, USB On-The-Go; magnetic connector
GPS : NFC : Radio : SIM : ไม่มีมาให้
Sensors Infrared Face ID, fingerprint (อยู่ทางด้านข้างของตัวเครื่อง), accelerometer, gyro, proximity
BATTERY Li-Po 8600 mAh, non-removable
รองรับการขาร์จเร็วที่กำลังไฟฟ้าสูงสุด 20 W และมาตรฐาน Quick Charge 3.0
BODY ขนาดตัวเครื่อง 264.3 x 171.4 x 5.8 mm
น้ำหนักตัวเครื่อง 485 g
หน้าจอใช้วัสดุเป็นกระจก ส่วนด้านข้างตัวเครื่องและด้านหลังใช้วัสดุเป็นอลูมิเนียม
สีที่วางจำหน่ายมีเฉพาะสีเงินเท่านั้น
Others รองรับการใช้งานร่วมการ Stylus แต่ในชุดจำหน่ายมาตรฐานไม่มีแถมมาให้ด้วย
รองรับการใช้งานร่วมกับคีย์บอร์ดภายนอก

2. หน้าจอและลำโพง

002 Lenovo Xiaoxin Pro tab Review 22

อย่างที่ได้บอกไปในตอนต้น จุดเด่นของ Lenovo XiaoXin Pad Pro 2021 ที่เด็ดที่สุดนั้นคงหนีไม่พ้นการเลือกใช้หน้าจอขนาด 11.5 นิ้ว พาเนลแบบ OLED ความละเอียด 2K+ พร้อม refresh rate ที่ 90 Hz รองรับช่วงกว้างของสีมาตรฐาน DCI-P3 ถึง 100% ซึ่งหาได้ยากมากกับแท็บเล็ตที่มีราคาอยู่ที่ระดับเพียง 15,xxx บาท (กับหน้าจอที่แจ๋มมากขนาดนี้คงต้องมีจ่ายเงินมากกว่า 19,xxx บาทชึ้นไปเท่านั้น) 

003 Lenovo Xiaoxin Pro tab Review 25

เรื่องความถูกต้องของการแสดงสีสันนั้นคงต้องบอกเลยว่า Lenovo XiaoXin Pad Pro 2021 นั้นสามารถทำได้อย่างไร้ปัญหาอย่างไรก็ตามจากการทดสอบการปรับตัวเลือกของการแสดงของสีสันหน้าจอนั้นพบว่าหากใช้ช่วงกว้างของสีแบบ P3 แล้ว ค่า delta E จะมากถึง 4.6 แต่หากปรับโหมดการแสดงสีสันกลับมาเป็นโหมด standard แล้วนั้นค่า delta E ของหน้าจอจะลดลงมาอยู่ที่ 1.3 เท่านั้นโดยที่โหมดนี้นั้นจะรองรับช่วงกว้างของสีแบบ sRGB ที่ 99% กับช่วงกว้างของสีแบบ DCI-P3 ที่ 73%

004 Lenovo Xiaoxin Pro tab Review 20

ด้วยความสว่างของหน้าจอที่มากสุดอยู่สูงถึง 600 nits นั้นทำให้ตัวหน้าจอรองรับมาตรฐานการแสดงสีสันแบบ HDR10 และ Dolby Vision ได้อย่างสบายๆ ดังนั้นสำหรับท่านใดที่มองหาแท็บเล็ตราคาไม่แพงจนเกินไปที่รองรับมาตรฐาน HDR10 และ Dolby Vision ด้วยแล้วนั้นคงต้องบอกว่า Lenovo XiaoXin Pad Pro 2021 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเป็นอย่างมากสำหรับการพิจารณาอย่างแน่นอน

แน่นอนว่าถึงแม้ตัวเครื่องจะมาพร้อมกับหน้าจอที่แจ๋มแมวมากเพียงใด แต่ถ้าหากลำโพงไม่สามารถที่จะรองรับการใช้งานให้แจ๋มตามกันไปด้วยแล้วนั้นหน้าจอที่ดีที่ให้มาก็ต้องเสียเปล่าไป สำหรับ Lenovo XiaoXin Pad Pro 2021 นั้นด้านลำโพงคงต้องบอกว่าดีเป็นอย่างมาก ตัวเครื่องมาพร้อมกับลำโพงที่ปรับแต่งโดย JBL จำนวนถึง 4 ตัว โดยแต่ละตัวนั้นมีกำลังขับเสียงอยู่ที่ 1.5 W ที่เหนือไปกว่านั้นก็คือลำโพงตัวเครื่องยังรองรับมาตรฐานเสียงแบบ Dolby Atmos อีกด้วย หากจะบอกว่ามีอะไรที่น่าเสียดายแล้วนั้นก็คงต้องบอกว่าการที่ตัวเครื่องไม่ได้มาพร้อมกับพอร์ตการเชื่อมต่อแบบ 3.5 audio jack นั้นถือว่าเป็นจุดที่ทำให้ผู้ใช้งานลำบากขึ้น แถมพอร์ต USB Type-C 3.1 นั้นก็ไม่รองรับการใช้งานร่วมกับหูฟังแบบ Type-C อีกด้วย

005 Lenovo Xiaoxin Pro tab Review 01
006 Lenovo Xiaoxin Pro tab Review 02

การที่ตัวเครื่องมาพร้อมกับหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 11.5 นิ้วนั้นไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหาทางด้านการใช้งาน ด้วยการออกแบบที่ทาง Lenovo ทำออกมาได้ดีเป็นอย่างมากทำให้ขนาดของตัวเครื่องนั้นไม่ใหญ่มากจนเกินไปนัก(ถึงแม้ว่าตัวเครื่องจะมีขอบหน้าจอใหญ่อยู่) นอกไปจากนั้นด้วยนำหนักเพียง 485 g ทำให้การใช้งานด้วยการถือไม่ว่าจะเป็นหนึ่งหรือสองมือสามารถที่จะทำได้อย่างสะดวกสบาย

3. การใช้งานด้านการทำงานและการเรียน

007 Lenovo Xiaoxin Pro tab Review 15

เริ่มต้นกับการใช้งานทางด้านการเรียนก่อน โดยต้องบอกเลยว่า Lenovo XiaoXin Pad Pro 2021 นั้นเหมาะกับการใช้งานทางด้านการเรียนสำหรับเด็กๆ หรือแม้กระทั่งวัยมหาลัยมากจริงๆ การที่ตัวเครื่องมาพร้อมกับกล้องด้านหน้าที่มีความละเอียดถึง 8 MP แล้วนั้นทำให้การถ่ายถอดภาพผ่านการเรียนแบบออนไลน์สามารถที่จะเป็นไปได้อย่างดี นอกไปจากนั้นด้วยเซ็นเซอร์ TOF ที่ทาง Lenovo ใส่เพิ่มเข้ามาบน Lenovo XiaoXin Pad Pro 2021 อีกนั้นทำให้ระบบความปลอดภายในการปลดล๊อคตัวเครื่องผ่านทางกล้อง(ถ่ายใบหน้า) ก็เป็นไปได้ด้วยความสะดวกสบาย การที่ตัวกล้องอยู่ตรงกลางทางด้านบนของตัวเครื่องเมื่อทำการวางตัวเครื่องในแนวนอนนั้นทำให้ลักษณะการใช้งานกล้องหน้าของตัวเครื่องคล้ายๆ กันกับการใช้งานกล้องหน้าของโน๊ตบุ๊คซึ่งแน่นอนว่านั่นย่อมก่อให้เกิดความสะดวกสบายในการใช้งานแอปพลิเคชันที่ต้องเปิดกล้องหน้าเป็นอย่างมาก

008 Lenovo Xiaoxin Pro tab Review 16

อย่างไรก็ตามด้วยความที่ตัวเครื่องมาพร้อมกับสเปคสุดโหดซึ่งรองรับการเล่นเกมเป็นอย่างดีแล้วนั้น ผู้ปกครองหลายๆ คนอาจจะไม่ไว้วางใจที่จะให้เด็กๆ อยู่กับตัวเครื่องแค่เพียงลำพัง ทาง Lenovo จึงได้มีการพัฒนาฟีเจอร์สำหรับการเก็บข้อมูลทางด้านสุขภาพของเด็กๆ และช่วยในการโฟกัสทางด้านการเรียนมากขึ้นชื่อ study assistant โดยนอกเหนือไปจากการเก็บข้อมูลสุขภาพทางด้านร่างกายและสุขภาพจิตของเด็กที่ใช้งานแล้วนั้น ฟีเจอร์ดังกล่าวยังสามารถเก็บและประมวลผลข้อมูลสุขภาพทางด้านสายตาไปจนกระทั่งการจำกัดเว็บไซต์เสี่ยง, การต่อต้านการเสพติดระดับฮาร์ดแวร์, การจัดการตารางการเรียนการสอนและการปกป้องด้วยผู้ปกครอง ทว่ามีข้อเสียอยู่อย่างหนึ่งก็คือฟีเจอร์การปกป้องด้วยผู้ปกครองนั้นจะสามารถใช้งานได้เฉพาะในประเทศจีนเท่านั้นเนื่องจากมันรองรับแค่เฉพาะ Social media ของประเทศจีนเท่านั้น

009 Lenovo Xiaoxin Pro tab Review 17

ในแอปพลิเคชัน study assistant นั้นผู้ปกครองสามารถที่จะทำการตรวจสอบเวลาในการใช้งานแอปพลิชันต่างๆ ของเด็กในปกครองได้อย่างแม่นยำ นอกจากนั้นยังสามารถที่จะตั้งค่าจำกัดการใช้งานแอปพลิเคชันในกลุ่มต่างๆ ให้กับเด็กที่อยู่ในปกครองได้ นอกเหนือไปจากนั้นยังสามารถจำกัดการติดตั้งแอปพลิเคชันต่างๆ ที่เด็กในปกครองอาจจะทำการแอบติดตั้งด้วยตัวเองได้อีกด้วยต่างหาก ท้ายที่สุดผู้ปกครองยังสามารถที่จะจำกัดการเข้าถึงเว็บไซต์ต่างๆ ที่ผู้ปกครองเห็นว่าไม่เหมาะสมไม่ให้เด็กในปกครองสามารถที่จะทำการเข้าถึงได้ด้วยตัวเองอีกด้วย

010 Lenovo Xiaoxin Pro tab Review 14

สำหรับการทำงานนั้น Lenovo XiaoXin Pad Pro 2021 ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดีกับการรองรับการใช้งานร่วมกับคีย์บอร์ดและเมาส์ไร้สาย นอกไปจากนั้นแล้วตัวเครื่องยังมาพร้อมกับ PC Mode ที่จะใช้ให้การใช้งานตัวเครื่องระบบปฏิบัติการณ์ Android นั้นการร่างมาเป็นเสมือนกับการใช้งานคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค และด้วยชิปเซ็ทสุดแรงอย่าง Qualcomm Snapdragon 870 กับหน่วยความจำที่มากถึง 6 GB ด้วยแล้วนั้นทำให้ผู้ใช้สามารถที่จะเปิดหน้าต่างแอปพลิเคชันขึ้นมาพร้อมๆ กันได้ถึง 5 แอปพลิเคชันได้อย่างสบายๆ ทว่า PC Mode นั้นก็ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้างตรงที่บางแอปพลิเคชันนั้นอาจจะไม่รองรับการใช้งาน PC Mode นี้ ซึ่งนั่นทำให้การแสดงผลของแอปพลิเคชันเวลาใช้งานอาจจะผิดเพี้ยนไปจากปกติได้

010 01 Lenovo Xiaoxin Pro tab Review 12

และถึงแม้ว่าชุดวางจำหน่ายมาตรฐานของตัวเครื่องจะไม่แถมปากกา Stylus มาให้ ทว่าตัวเครื่อง Lenovo XiaoXin Pad Pro 2021 นั้นก็ยังรองรับการใช้งานร่วมกับปากกา Stylus ด้วยอยู่โดยที่ตัวหน้าจอนั้นจะรองรับกหารใช้งานร่วมกับปากกา Stylus ที่มีแรงกดสูงมากถึง 4096 ระดับเลยทีเดียว นั่นหมายความว่าในการใช้งานปากกา Stylus นั้นจะเป็นไปอย่างถูกต้องแม่นยำ


4. การเล่นเกม

011 Lenovo Xiaoxin Pro tab Review 06

ด้วยชิปเซ็ทที่ Qualcomm Snapdragon 870 ที่ Lenovo XiaoXin Pad Pro 2021 เลิกใช้นั้น ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ชิปเซ็ทรุ่นใหม่ล่าสุดของปี 2021 ทว่ามันก็ยังถือว่าเป็นชิปเซ็ทที่มีความแรงเป็นอย่างมากอยู่ ทำให้การใช้งาน Lenovo XiaoXin Pad Pro 2021 เล่นเกมนั้นยังทำให้ผู้ใช้รู้สึกสนุกได้อยู่ กับการทดสอบด้วยเกม PUBG Mobile นั้นพบว่าตัวเครื่องสามารถที่จะทำเฟรมเรทไปได้เฉลี่ยที่ราวๆ 90 FPS โดยเปิดกราฟิก HDR ไปด้วย

012 Lenovo Xiaoxin Pro tab Review 08

เมื่อทดสอบเล่นเกม Nimian legend ที่ความละเอียดระกดับ 1080p นั้นพบว่าตัวเครื่องสามารถที่จะขับเฟรมเรทได้มากถึง 55.2 FPS นอกไปจากนั้นแล้วการทดสอบกับเกม Genshin Impact ที่ความละเอียดระดับ 720p ซึ่งเป็นความละเอียดมาสุดตามมาตรฐานที่ผู้พัฒนาเกมกำหนดมาให้สำหรับการใช้งานบน Android นั้น พบว่าตัวเครื่องสามารถที่จะขับเฟรมเรทไปได้เฉลี่ย 56.8 FPS โดยถึงแม้ว่าจะยังรวดเร็วอยู่ แต่แต่กับความละเอียดที่ระดับ 720p เมื่อนำมาแสดงผลกับหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 11.5 นิ้วนั้นทำให้เมื่อดูแล้วพบว่าภาพที่ได้ไม่ค่อยคมชัดมากเท่าไรนัก

013 Lenovo Xiaoxin Pro tab Review 05
014 Lenovo Xiaoxin Pro tab Review 04

ด้วยความที่ Lenovo XiaoXin Pad Pro 2021 นั้นรองรับการใช้งาน PC Mode และรองรับการใช้งานกับอุปการเชื่อมต่อไร้สายอย่างเมาส์และคีย์บอร์ดด้วยนั้น ทำให้บางเกมสามารถที่จะทมำการเล่นเสมือนกับการเล่นบนเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านทางเมาส์และคีย์บอร์ดได้อีกด้วยต่างหาก ทว่าเกมที่จะสามารถใช้เล่นทาง PC Mode ได้นั้นก็มีไม่มากเท่าไรนัก ตัวอย่างของเกมที่ได้รับการทดสอบการเล่นบน PC Mode แล้วผ่านฉลุกก็อย่างเช่น PUBG Mobile และ Genshin Impact เป็นต้น


5. อายุการใช้งานแบตเตอรี่

015 Lenovo Xiaoxin Pro tab Review 26

Lenovo XiaoXin Pad Pro 2021 มาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 8,600 mAh อีกทั้งยังรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วมาตรฐาน Quick Charge 3 ด้วย โดยจากการทดสอบชาร์จแบตเตอรี่จาก 0% ไป 100% นั้นพบว่าจะใช้เวลาในการชาร์จอยู่ที่ราวๆ 3 ชั่วโมง สำหรับในการทดสอบการใช้งานแบบหนักหน่วงต่อเนื่องนั้นพบว่าตัวเครื่องสามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 5 ชั่วโมงด้วยกัน(สดสอบด้วยการเล่นเกมต่อเนื่อง)


6. สรุป

016 lenovo xiaoxin pad pro 2021 1 400x400 1

จุดเด่น

  • มาพร้อมหน้าจอขนาด 11.5 นิ้วและใช้พาเนลแบบ OLED
  • ใช้ชิปเซ็ทระดับบนที่รองรับการใช้งานต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว
  • แหล่งเก็บข้อมูลภายในที่ใช้เป็นแบบ UFS 3.1 ซึ่งมีความเร็วในการอ่านและเขียนข้อมูลอย่างรวดเร็ว
  • รองรับการใช้งาน Stylus
  • กล้องหน้าและหลังได้รับการออกแบบมาให้ใช้งานอย่างเหมาะสมกับการใช้งานทั้งด้านการเรียนออนไลน์และทำงาน
  • แบตเตอรี่มาพร้อมกับความจุขนาดใหญ่
  • มี PC Mode

จุดด้อย

  • ไม่รองรับการใช้งาน SIM Card
  • ไม่ให้พอร์ตการเชื่อมต่อ 3.5 audio jack มาให้
  • ระบบกล้องไม่รองรับการปรับแต่งใดๆ มากเท่าไรนัก
  • ไม่แถม Stylus มาให้ในชุดจำหน่ายมาตรฐาน
  • กระจกหน้าจอที่ใช้ไม่ใช่กระจกหน้าจอแบบกันรอยในตัว
  • ไม่รองรับการกันน้ำกันฝุ่น

สำหรับ Lenovo XiaoXin Pad Pro 2021 นั้นต้องบอกเลยว่าได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าจะมีบางส่วนที่ขาดๆ หายๆ ไปบ้าง ทว่าเมื่อเทียบสิ่งที่ได้รับกับราคาที่ต้องจ่ายไปที่ราวๆ 15,xxx บาทแล้วนั้นคงต้องยอมรับว่า Lenovo XiaoXin Pad Pro 2021 นั้นเป็นแท็บเล็ตระดับกลางที่เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกหนึ่งที่คุ้มค่าเป็นอย่างมาก(ในไทยสามารถหาซื้อได้แล้วผ่านแอปพลิเคชันจำหน่ายสินค้าออนไลน์ชื่อดัง) 

ตัวเครื่องยังมาพร้อมกับระบบสแกนลายนิ้วมือโดยจุดที่ใช้สำหรับสแกนนั้นจะอยู่ที่ตรงปุ่มเปิดปิดตัวเครื่อง ณ จุดนี้นั้นต้องถือว่ารองรับการใช้งานได้เป็นอย่างดี นอกไปจากนั้นแล้วตัวเครื่องยังรองรับการสแกนใบหน้าเพื่อปลดล๊อคได้ด้วยอีกต่างหาก ถ้าจะถามถึงคู่แข่งในระดับเดียวกันแล้วนั้นคงหนีไม่พ้น Xiaomi Mi Pad 5 Pro ซึ่งจะมีสเปคใกล้เคียงกัน แต่ก็จะมีจุดด้อยกว่าตรงที่ Xiaomi Mi Pad 5 Pro นั้นไม่รองระบการเพิ่มแหล่งเก็บข้อมูลผ่านทาง microSD Card (แต่ว่ารองรับการใช้งาน SIM Card โดยรองรับการเชื่อมต่อเครือข่ายแบบ 5G ด้วย) งานนี้นั้นคงต้องเลือกเอาแล้วว่าจะเน้นการใช้งานทางด้านไหนมากกว่ากัน

ที่มา : gizmochina, versus

from:https://notebookspec.com/web/626269-lenovo-xiaoxin-pad-pro-2021-review

การล็อกอินแบบสองขั้นตอนและแบบไม่ใช้รหัสผ่านใน Synology DSM 7.0

ปัญหารหัสผ่านรั่วไหล หรือรหัสผ่านไม่ปลอดภัยเพียงพอเป็นปัญหาของบริการออนไลน์จำนวนมาก ในบริการออนไลน์จากผู้ให้บริการรายใหญ่ๆ มักมีความสามารถในการดูแลบริการ ไล่บล็อคไอพีของบอตที่ยิงรหัสผ่าน แต่กับเซิร์ฟเวอร์ขนาดเล็กที่ใช้งานในบ้านหรือในธุรกิจขนาดเล็กนั้นหากตั้งเซิร์ฟเวอร์ออกอินเทอร์เน็ตก็มักจะไม่มีเจ้าหน้าที่หรือระบบมอนิเตอร์มาตรวจสอบการล็อกอินผิดปกติจริงจัง ส่งผลให้มีความเสี่ยงถูกยิงรหัสผ่านจนคนร้ายยึดเครื่องได้โดยง่าย

ผู้ผลิต NAS ทั้ง Synology และ QNAP เพิ่มฟีเจอร์จนกลายเป็นเซิร์ฟเวอร์สำหรับธุรกิจขนาดเล็กในช่วงหลัง ก็ปรับความปลอดภัยรหัสผ่านกันต่อเนื่อง ทั้งสองบริษัทแนะนำให้ผู้ใช้ปิดการใช้งานบัญชี admin ซึ่งเป็นบัญชีเริ่มต้น เพื่อลดความเสี่ยงการถูกยิงรหัสผ่านแบบเดียวกับ Ubuntu ที่บังคับใช้สร้างผู้ใช้ใหม่ทันที ไม่ให้ใช้งานบัญชี root ไปจนถึงการบล็อคไอพีอัตโนมัติเมื่อไอพีใดๆ ยิงรหัสผ่านผิดเกินกำหนด

ใน Synology DSM 7.0 ที่ออกมาปีนี้มีการปรับปรุงความปลอดภัยรหัสผ่านครั้งใหญ่ จากเดิม DSM รองรับการล็อกอินสองขั้นตอนเฉพาะแบบ TOTP ที่ต้องกรอกเลข 6 ตัวจากแอปเช่น Google Authenticator หรือ Microsoft Authenticator เท่านั้น ในเวอร์ชั่นใหม่รองรับการล็อกอินขั้นตอนที่สองอีกสองแบบ ได้แก่

  • Approve Sign-in: การล็อกอินผ่านแอป Synology Secure SignIn แบบเดียวกับที่ไมโครซอฟท์ใช้แอป Microsoft Authenticator เวลาผู้ใช้ต้องการล็อกอินบัญชีไมโครซอฟท์ ตัวแอปจะแสดงข้อความแจ้งเตือนให้เรายืนยันว่าเป็นผู้ล็อกอินเองจริงๆ
  • Hardware Security Key: สามารถใช้กุญแจ FIDO แบบ USB สำหรับล็อกอินได้

การออกแบบใหม่ครั้งนี้ดูเหมือนว่าทาง Synology จะมองว่าการล็อกอินทั้งสองแบบมีความปลอดภัยสูงกว่ารหัสผ่านอยู่แล้ว จึงเปิดให้ใช้รูปแบบการยืนยันตัวตนทั้งสองแบบแทนรหัสผ่านได้เลย แต่การล็อกอินแบบไร้รหัสผ่านนั้นที่จริงแล้วก็ยังใช้รหัสผ่านได้อยู่ แต่เพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้ที่จะไม่ต้องจำรหัสผ่านเท่านั้น

การเปิดตัวเลือกการล็อกอินเริ่มจากหน้า Personal จากบัญชีผู้ใช้เอง เลือกแท็บ Account ตัวเลือกจะอยู่ด้านล่างสุด

No Description

เมื่อเลือกล็อกอินแบบสองขั้นตอน (2-Factor Authentication) จะมีหน้าต่างขึ้นมากให้เลือกกระบวนการล็อกอินที่ต้องการ จากสามตัวเลือก

No Description

สำหรับตัวเลือก Approve sign-in และ Hardware security key นั้นผมแนะนำให้เปิดใช้งาน Dynamic DNS และ HTTPS ซึ่งใน DSM นั้นคอนฟิกคล้ายกับในเราท์เตอร์ SRM เพื่อให้ใช้แอป Secure SignIn โดยตรวจสอบการเข้ารหัสกับตัว NAS ได้ หรือหากเป็นกุญแจ FIDO นั้นจำเป็นต้องตรวจสอบโดเมนของเว็บที่เรากำลังล็อกอินอยู่แล้ว

No Description

เมื่อเลือกตัวเลือก Approve sign-in ระบบจะถามรหัสผ่านอีกครั้ง และให้ติดตั้งแอป (รองรับทั้ง iOS และ Android) จากนั้นจะแสดงหน้าให้สแกน QR จากแอป Synology Secure SignIn เมื่อสแกนเสร็จแล้ว ระบบจะให้ตั้งค่า TOTP ทันที ซึ่งสามารถใช้งานบนแอปของ Synology เองหรือแอป TOTP อื่นๆ เช่น Google Authenticator หรือ Microsoft Authenticator ก็ได้

การออกแบบระบบยืนยันตัวตนของ DSM นั้นมองว่าอีเมลเป็นเงื่อนไขสุดท้ายในกรณีที่ผู้ใช้ทำโทรศัพท์หาย ทำให้ไม่สามารถล็อกอินผ่านแอปหรือใส่เลข TOTP ได้ การกู้บัญชีจึงต้องเซ็ตอัพให้ NAS ส่งอีเมลได้ด้วย ที่น่าแปลกใจคือ DSM 7.0 ไม่มีตัวเลือก OTP สำหรับการกู้คืนระบบ ที่ปกติแล้วบริการออนไลน์อย่างกูเกิลหรือเฟซบุ๊ก จะให้รหัสผ่านไว้ 8-12 ชุด เพื่อใช้งานได้ครั้งเดียวในกรณีที่ไม่มีโทรศัพท์อยู่กับตัว

No Description

หลังจากเซ็ตอัพการล็อกอินขั้นตอนที่สองเรียบร้อยแล้ว เราสามารถกลับเข้ามาจัดการอุปกรณ์สำหรับการล็อกอินขั้นที่สองได้ โดยเพิ่มอุปกรณ์ได้ในกรณีที่เรามีโทรศัพท์หลายเครื่อง สำหรับการล็อกอินด้วยกุญแจ USB นั้นก็สามารถเลือกภายหลังได้เช่นกัน

No Description

หลังจากนั้นเมื่อผู้ใช้ต้องการล็อกอินเข้าไปยัง DSM ก็จะได้รับข้อความแจ้งเตือนในโทรศัพท์ และสามารถกดยืนยันการล็อกอินได้ทันที

จะเห็นว่า DSM 7.0 นั้นรองรับตัวเลือกสำหรับการล็อกอินค่อนข้างมาก นับว่าใกล้เคียงกับบริการออนไลน์รายใหญ่ๆ อย่างไรก็ดี การใช้ระบบล็อกอินเหล่านี้มีข้อจำกัดอยู่บ้าง เช่น

  • การล็อกอินด้วย แอป Secure SignIn ต้องผูก NAS เข้ากับบัญชี Synology Account เสมอ ไม่เช่นนั้นจะใช้งานไม่ได้ (ตัว NAS ยิง notification เข้าแอปผ่านเซิร์ฟเวอร์ของ Synology)
  • หาก NAS เข้าถึงจากอินเทอร์เน็ตไม่ได้ จะไม่สามารถกดยืนยันการล็อกอินได้ หากโทรศัพท์ไม่ได้อยู่บนเน็ตเวิร์คเดียวกัน แม้จะเห็น notification และหน้าจอถามการยืนยันล็อกอินก็ตาม
  • การใช้กุญแจ FIDO ต้องตั้งโดเมนและใช้ HTTPS เท่านั้น
  • แอปต่างๆ ของ Synology เอง เช่น Drive หรือ Photos Mobile ยังรองรับเฉพาะ TOTP เท่านั้น ทาง Synology ระบุว่ากำลังพัฒนาแอปให้รองรับกุญแจ FIDO เพิ่มเติมในอนาคต

แม้จะจำกัดอยู่บ้าง แต่การที่ Synology DSM รองรับมาตรฐานยืนยันตัวตนผู้ใช้ในรูปแบบใหม่ๆ ก็แสดงให้เห็นว่าการยืนยันตัวตนในอนาคตมีแนวโน้มจะใช้การยืนยันตัวตนสองขั้นตอนไปจนถึงการยืนยันตัวตนแบบไม่ใช้รหัสผ่านอีกเลย สำหรับผู้ใช้งาน NAS เป็นการภายใน ในตอนนี้มาตรการเหล่านี้อาจจะยังไม่จำเป็นนัก แต่สำหรับหลายคนที่เปิด NAS ออกสู่อินเทอร์เน็ตผมเชื่อว่าในอนาคตก็น่าจะได้ใช้งานกันเป็นปกติ

from:https://www.blognone.com/node/126041

ไมโครซอฟท์เริ่มปล่อย Microsoft Store ของ Windows 11 ให้ผู้ใช้ Windows 10

หลังจากที่ไมโครซอฟท์ได้ประกาศปล่อย Microsoft Store เวอร์ชันใหม่ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในฟีเจอร์เด่นของ Windows 11 ให้ระบบปฏิบัติการรุ่นก่อนอย่าง Windows 10 ได้ใช้งานด้วย โดยได้ทดสอบกับผู้ใช้กลุ่ม Windows Insider มาได้ระยะหนึ่ง

ล่าสุดเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน Rudy Huyn หัวหน้าทีมสถาปัตยกรรม Microsoft Store ก็ได้ทวีตระบุว่าเริ่มทยอยปล่อย Microsoft Store เวอร์ชันใหม่ให้ Windows 10 โดยทั่วไปแล้ว และจะไปถึงมือผู้ใช้ทุกคนในเร็วๆ นี้

สำหรับประโยชน์ของ Microsoft Store เวอร์ชันใหม่นอกเหนือการปรับดีไซน์ใหม่และปรับปรุงประสิทธิภาพแล้ว ตัวสโตร์ยังเปิดกว้างและรองรับแอพได้หลากหลายกว่าเมื่อก่อนมาก

โดยเฉพาะแอพแบบ Win32 ทำให้แอพเดสก์ทอปเดิมหลายตัวนำไปขึ้นสโตร์ได้แล้ว ซึ่งนั่นก็รวมทั้ง Adobe Reader DC, Discord, LibreOffice, TeamViewer, Zoom, VLC เบราว์เซอร์จากเจ้าอื่นๆ อย่าง Firefox, Opera ไปจนถึง code editor ยอดนิยมอย่าง Visual Studio Code ด้วย

อย่างไรก็ดี การติดตั้งและรันแอพ Android จากสโตร์นั้นยังเป็นความสามารถที่มีให้ใช้เฉพาะบน Windows 11 ครับ

ที่มา – Windows Central

alt="ภาพ Microsoft Store เวอร์ชันใหม่บน Windows 10"

from:https://www.blognone.com/node/126040

หน่วยงานอินเดียเตือน Starlink ยังให้บริการในประเทศไม่ได้ จนกว่าจะขอใบอนุญาต

หน่วยงานด้านสื่อสารโทรคมนาคมของอินเดีย ได้ออกประกาศเตือน ให้หลีกเลี่ยงการสมัครใช้บริการอินเทอร์เน็ตดาวเทียม Starlink ที่มีการโฆษณาว่าเตรียมให้บริการในอินเดีย และให้ลงชื่อเพื่อจองรับอุปกรณ์ก่อน

เหตุผลที่ทางการออกประกาศเช่นนี้ก็ไม่เกินคาดเดา นั่นคือ Starlink ยังไม่ได้ขอใบอนุญาตให้บริการภายในประเทศให้ถูกต้องตามกฎหมาย

สำนักข่าว Reuters ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า Starlink ได้ยื่นขอจดทะเบียนธุรกิจในอินเดียตั้งแต่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตอนนี้มีผู้สั่งจองอุปกรณ์รับสัญญาณอินเทอร์เน็ตแล้วกว่า 5,000 ราย ตามแผนงานของบริษัท ต้องการมีอุปกรณ์ 2 แสนชุดในอินเดีย ภายในปี 2022 โดยจะเน้นไปในพื้นที่ห่างไกล

ที่มา: The Verge

Starlink

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/126039