เปิดตัว realme UI 3.0 บน Android 12 มีฟีเจอร์อะไรใหม่บ้าง ?

realme UI 3.0 บนพื้นฐาน Android 12 เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว มากับ Fluid Space Design ยกเครื่องดีไซน์ใหม่เกือบทุกส่วน ระบบทำงานได้อย่างราบรื่นและบริโภคพลังงานน้อยลงด้วย AI Smooth Engine ปรับปรุงฟีเจอร์ต่าง ๆ ให้ใช้งานได้ดียิ่งกว่าเดิม พร้อมทั้งยกระดับด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว

ไอคอนที่ดูคุ้นเคย แต่เพิ่มรายละเอียดและมิติลงไป

ไอคอนใน realme UI 3.0 ยังใช้เค้าโครงหลังจากของเดิมใน realme UI 2.0 เพื่อรักษาเอาไว้ซึ่งความรู้สึกคุ้นเคยของผู้ใช้งาน แต่จะมีการออกแบบใหม่ให้ดูมีมิติมากขึ้น โดยการปรับเลเยอร์ของบางองค์ประกอบรองด้านหน้าให้มีลักษณะกึ่งโปร่งแสงมองทะลุไปยังองค์ประกอบหลักด้านหลังได้ พร้อมทั้งใส่รายละเอียดและเงาเข้าไปเพื่อให้ดูสมจริงกว่าเก่า

อินเตอร์เฟซของระบบ โล่ง โปร่ง สบายตา

อินเทอร์เฟซของระบบมีการลดความหนาแน่นของข้อมูลลง  เน้นให้เห็นถึงเนื้อหาที่สำคัญโดยใช้ตัวอักษรขนาดใหญ่ ส่วนเนื้อหารองลงมาจะมีคอนทราสต์ที่ต่ำและฟอนต์ขนาดเล็กกว่า สัญลักษณ์ของเมนูแต่ละรายการจะถูกจับไปใส่ในไอคอนรูปวงกลมสีสันฉูดฉาดแตกต่างกันออกไป realme กล่าวว่า การออกแบบลักษณะนี้ช่วยให้เข้าถึงผู้ใช้งานกลุ่มวัยรุ่นได้มากกว่าเดิม

ปรับปรุงฟีเจอร์ที่มีอยู่แล้วให้ดีกว่าเดิม

นอกเหนือจากเรื่องดีไซน์แล้ว realme 3.0 ได้มุ่งเน้นไปที่ฟีเจอร์ที่สามารถใช้งานได้อย่างจริง ๆ จัง ๆ มากขึ้น โดยการปรับปรุง 3 ฟีเจอร์หลัก ได้แก่ Personalization, Fluid Experience และ Secure Privacy

Personalization

  • เพิ่มฟีเจอร์ Global Theme Color ให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกธีมสีของระบบได้อย่างอิสระ
  • หน้าจอ AOD ปรับแต่งได้หลากหลาย รองรับ Omoji และมีคุณสมบัติแปลงภาพใด ๆ ให้เป็นเอาต์ไลน์โดยอัตโนมัติ อีกทั้งยังเพิ่ม realmeow ที่เป็นมาสคอตของแบรนด์เข้าไปให้เลือกใช้งานกันได้ด้วย

Fluid Experience

  • AI Smooth Engine – เพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมของระบบ ลดการใช้หน่วยความจำได้มากถึง 30% เปิดแอปไวขึ้น 13% และกินแบตน้อยลง 12%
  • Animation Smooth Engine – อะนิเมชันของระบบและท่าทางสัมผัสจะแสดงผลด้วยความแบบไดนามิกที่กำหนดโดยเอนจินเบื้องหลัง ให้ความรู้สึกในการโต้ตอบที่เป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ไม่แสดงผลด้วยความเร็วทื่อ ๆ เป็นเส้นตรงเท่า ๆ กันทุกการกระทำเหมือนที่ผ่านมา

Secure Privacy

  • Private Pic Share – สามารถแชร์ภาพหรือวิดีโอโดยไม่ติดเมตาเดตาของไฟล์ไปด้วย หรือที่เรียกว่า Exif ซึ่งจะครอบคลุมทั้งข้อมูลด้านพิกัด เวลา อุปกรณ์ และเซตติงต่าง ๆ
  • Approximate Loction – อนุญาตให้แอปที่กำหนดเข้าถึงฟังก์ชันการระบุตำแหน่งได้แค่หยาบ ๆ เพื่อความเป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับแอปบางตัวที่ไม่ได้อาศัยพิกัดที่แม่นยำในการทำงาน เช่น แอปสภาพอากาศ
  • App Permissions Recording – เพิ่มหน้าแดชบอร์ดความเป็นส่วนตัว สามารถดูย้อนหลังได้ว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมามีแอปตัวใดร้องขอสิทธิ์การเข้าถึงอะไรและเมื่อไหร่บ้าง

สำหรับมือถือรุ่นแรกที่จะได้ทดลองใช้งาน realme UI 3.0 เวอร์ชัน beta บน Android 12 คือ realme GT โดยบริษัทฯ จะเริ่มปล่อยเฟิร์มแวร์ออกมาให้อัปเดตกันภายในเดือนตุลาคมนี้ แต่ยังไม่ได้ระบุวันที่ชัดเจนครับ

 

ที่มา : realme

from:https://droidsans.com/realme-ui-3-0-android-12/