รีวิว: TP-Link Omada EAP610 – Wi-Fi 6 Access Point สำหรับธุรกิจ SMB ที่ราคาถูกที่สุด

ทีมงาน TechTalkThai ได้มีโอกาสทดลองใช้งาน Omada EAP610 ซึ่งเป็น Access Point มาตรฐาน Wi-Fi 6 รุ่นใหม่ล่าสุดจาก TP-Link ที่ถูกออกแบบมาสำหรับใช้งานในองค์กรธุรกิจ โดยรองรับจำนวนผู้ใช้ได้มากถึง 250 เครื่องพร้อมกัน และมีความเร็วรวมสูงสุดถึง 1775 Mbps พร้อมรองรับการใช้งานแบบ Mesh และสามารถบริหารจัดการได้ผ่าน Cloud 100% ที่สำคัญ คือ เป็น Wi-Fi 6 Access Point สำหรับองค์กรที่ราคาถูกที่สุด ณ ตอนที่เขียนบทความรีวิวนี้

โปรโมชันพิเศษ!! ซื้อ TP-Link Omada EAP610 Wi-Fi 6 Access Point วันนี้ในราคาเพียง 3,990 บาทเท่านั้น ดูรายละเอียเพิ่มเติมได้ที่ https://www.tp-link.com/th/promotion/eap/

รู้จัก TP-Link Omada EAP610 กันก่อน

Access Point ที่รองรับเทคโนโลยี Wi-Fi 6 หรือ 802.11AX เริ่มปรากฏให้เห็นช่วงต้นปี 2019 ด้วยความเร็วและการใช้งานในพื้นที่หนาแน่นที่เหนือกว่า Wi-Fi 5 ทั้งยังรองรับทั้ง 2 ย่านความถี่ (2.4 และ 5 GHz) ทำให้องค์กรธุรกิจต่างจับตามมองเทคโนโลยีดังกล่าวอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกนั้น Wi-Fi 6 Access Point มีราคาสูงมาก เฉพาะตัวเครื่องอาจสูงถึง 30,000 บาท ทำให้มีเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่นำไปใช้บ้างประปราย แต่ปัจจุบัน Wi-Fi 6 Access Point ราคาลดลงเป็นอย่างมากและกลายเป็นที่แพร่หลาย แม้แต่ Home Office และธุรกิจ SMB ต่างสามารถจัดซื้อมาใช้งานได้ไม่ยากนัก

Omada EAP610 เป็น Access Point มาตรฐาน Wi-Fi 6 รุ่นใหม่ของ TP-Link ที่ถูกออกแบบมาสำหรับธุรกิจ SMB โดยเฉพาะ และมีราคาถูกที่สุดในตลาด ณ เวลา (ที่เขียนบทความ) นี้ แม้กระนั้น Omada EAP610 ก็มาพร้อมกับฟีเจอร์ Wi-Fi ครบครันสำหรับองค์กร รองรับการเชื่อมต่อไร้สายแบบ Dual Band มาตรฐาน AX1800 บริหารจัดการได้ง่านผ่าน Cloud (Web UI หรือ Mobile App) โดยไม่ต้องอาศัยทักษะด้าน IT มากนัก ทั้งยังมีระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหนือกว่า

คุณสมบัติเด่นของ Omada EAP610 ได้แก่

  • Wi-Fi 6 แบบ Dual Band มาตรฐาน AX1800 – มีอัตราการรับส่งข้อมูลสูงสุด 1201 Mbps บนย่านความถี่ 5 GHz และ 574 Mbps บนย่านความถี่ 2.4 GHz
  • เชื่อมต่ออัจฉริยะ – เลือกช่องสัญญาณและปรับแต่งกำลังส่งอย่างชาญฉลาด เพื่อลดสัญญาณรบกวนและเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อให้ถึงขีดสุด
  • รองรับการใช้งานหนาแน่น – Access Point 1 เครื่องสามารถรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้พร้อมกันมากกว่า 250 เครื่อง
  • Roaming อย่างไร้รอยต่อ – Video Streams และ Voice Calls ได้อย่างราบรื่นแม้จะเคลื่อนที่จะ Access Point หนึ่งไปยังอีก Access Point หนึ่ง
  • Omada Mesh – รองรับสถาปัตยกรรมแบบ Mesh ทลายข้อจำกัดด้านการลากสายเคเบิลเชื่อมต่ออุปกรณ์ พร้อมคุณสมบัติ Self-healing
  • บริหารจัดการจากศูนย์กลางผ่าน Cloud – Web UI หรือ Mobile App
  • Secure Guest Network – เชื่อมต่อลูกค้าหรือผู้ใช้ชั่วคราวอย่างมั่นคงปลอดภัย ผ่าน SMS, Facebook Wi-Fi หรือ Voucher

รายละเอียดเพิ่มเติม: https://www.tp-link.com/th/business-networking/omada-sdn-access-point/eap610/

แกะกล่อง TP-Link Omada EAP610

Omada EAP610 เป็น Access Point ทรงจานกลมสำหรับติดเพดานหรือผนัง วัสดุทำมาจากพลาสติกสีขาว มีโลโก้ TP-Link สีเทาตรงกลางดูทันสมัย น้ำหนักเบาเพียง 720 กรัม และมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 24.3 ซม. สูง 6.4 ซม. ภายในกล่องมาพร้อมกับ Power Adaptor, Installation Guide และ Ceiling/Wall Mounting Kits สำหรับติดเพดานหรือผนังได้ทันทีโดยไม่ต้องซื้อเพิ่ม

Omada EAP610 ใช้เสาส่งสัญญาณแบบภายใน (Built-in Antenna) โดยมีกำลังขยาย (Gain) 5 dBi บนย่านความถี่ 5 GHz และ 4 dBi บนย่านความถี่ 2.4 GHz ด้านบนของ Access Point มี LED 1 ดวงสำหรับแสดงสถานะของอุปกรณ์ ได้แก่ สว่าง – ทำงานปกติ, มืด – ทำงานผิดปกติ/เครื่องปิดอยู่/ตั้งค่าปิดไฟสถานะไว้ และกระพริบ – กำลังเริ่มทำงาน/กำลังอัปเกรด/กำลังรีเซ็ต/ฟีเจอร์ Locate กำลังทำงานเพื่อแสดงตัว Access Point ที่กำลังค้นหาอยู่

ด้านล่างของ Access Point เป็นช่องระบายความร้อนรอบเครื่องและฐานสำหรับติด Ceiling/Wall Mounting Kits มีพอร์ต RJ-45 1 พอร์ต ความเร็ว 1 GbE และรองรับมาตรฐาน 802.3at (POE+) นอกจากนี้ยังมีปุ่ม Reset กรณีที่ต้องการย้อนกลับไปใช้การตั้งค่าเริ่มต้นจากโรงงาน (Factory Reset) โดยกดปุ่มค้าง 5 วินาทีจนไฟแสดงสถานะกระพริบถี่ๆ แล้วจึงปล่อยปุ่ม

เริ่มต้นใช้งานครั้งแรก – ติดตั้ง SDN Controller และเชื่อมต่อ Cloud SDN

Omada EAP610 รองรับการใช้งานได้ 2 แบบ คือ โหมด Standalone สำหรับ Home Office ที่ใช้ Access Point จำนวนไม่มากนัก และโหมด Controller สำหรับธุรกิจ SMB หรือองค์กรขนาดใหญ่ที่ติดตั้ง Access Point เป็นจำนวนมากและต้องการบริหารจัดการจากศูนย์กลาง โดยเลือกได้ว่าจะบริหารจัดการผ่าน Hardware Controller หรือ Software Controller

สำหรับรีวิวนี้ จะเป็นการใช้ Omada EAP610 ในโหมด Software Controller ซึ่งสามารถดาวน์โหลดซอฟต์แวร์สำหรับบริหารจัดการมาใช้ได้ฟรี และต่อยอดไปบริหารจัดการผ่าน Cloud SDN ได้ วิธีการนี้เป็น Use Case หลักที่ธุรกิจ SMB ใช้กันโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อ Hardware Controller เพิ่มเติม

Omada SDN Controller สามารถดาวน์โหลดได้จาก https://www.tp-link.com/th/support/download/omada-software-controller/ โดยรองรับเฉพาะระบบปฏิบัติการ Windows การติดตั้งสามารถทำได้ง่าย เพียงแค่รันไฟล์และทำตาม Wizard ไปเรื่อยๆ ได้แก่

  • ตั้งชื่อ Controller, เลือกประเทศ และโซนเวลา
  • เลือกประเภทของการใช้งาน เช่น โรงแรม ร้านอาหาร ออฟฟิศ โรงงาน หอพัก สถานศึกษา โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า และอื่นๆ ซึ่ง Omada SDN Controller จะแนะนำวิธีตั้งค่าเบื้องต้นที่เหมาะสมที่สุดตามประเภทการใช้งานที่เราเลือกในขั้นถัดๆ ไป
  • ตั้งค่าอุปกรณ์ Access Point โดย Omada SDN Controller จะทำการค้นหา Access Point ในระบบเครือข่ายให้โดยอัตโนมัติ
  • ตั้งค่า Wi-Fi
  • ตั้งค่า Username/Password สำหรับเข้าบริหารจัดการ Omada SDN Controller

ระหว่างตั้งค่าตาม Wizard สามารถเลือกได้ว่าจะต่อยอดไปบริหารจัดการผ่าน Cloud SDN ด้วยหรือไม่ โดยเปิดใช้งานปุ่ม Cloud Access และผูก TP-Link ID เข้ากับ Omada SDN Controller (กรณีที่ยังไม่มี TP-Link ID สามารถสมัครฟรีได้ที่ https://omada.tplinkcloud.com/)

หลังจากตั้งค่าตาม Wizard เสร็จเรียบร้อยแล้ว สามารถเลือกล็อกอินเพื่อเข้าบริหารจัดการ Controller และ Access Point ทั้งหมดได้ผ่าน Omada SDN Controller หรือ Cloud SDN ดังนี้

กรณีที่เข้าบริหารจัดการผ่าน Cloud SDN เมื่อล็อกอินเข้ามาแล้ว จะแสดงหน้าอุปกรณ์ของ TP-Link ทั้งหมดที่ลงทะเบียนใช้งานผ่าน Cloud SDN ไว้ ให้เลือก Omada Controller ที่ต้องการ แล้วกดไอคอน Launch (รูปบ้านด้านขวามือ) เพื่อเข้าไปบริหารจัดการอุปกรณ์ ซึ่งหน้าอินเทอร์เฟซของ Omada SDN Controller และ Cloud SDN จะเหมือนกันทุกประการ ทำให้ไม่จำเป็นต้องเรียนรู้การใช้งานใดๆ เพิ่มเติม

นอกจากนี้ TP-Link ยังให้บริการ TP-Link Omada ซึ่งเป็น Mobile App สำหรับ iOS และ Android เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการบริหารจัดการระบบ Wi-Fi ขององค์กรจากที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้อีกด้วย โดยใช้ล็อกอินเดียวกับ Cloud SDN เพื่อเข้าใช้งาน

สำหรับการตั้งค่า Wi-Fi ผ่านทาง Wizard นี้ จะเป็นการตั้งค่าเบื้องต้นแบบเร็วๆ ง่ายๆ ซึ่งเหมาะสำหรับใช้งานที่บ้านหรือ Home Office สำหรับธุรกิจที่ต้องการเชื่อมต่อกับ AD/LDAP ผ่าน RADIUS Server และตั้งค่าความมั่นคงปลอดภัยอย่างละเอียด สามารถกระทำได้ภายหลัง

เพิ่ม Access Point เข้าสู่  Omada Cloud SDN

Omada EAP610 ที่เชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายครั้งแรก จะได้รับหมายเลข IP จาก DHCP Server และจะถูกค้นพบโดย Omada SDN Controller/Cloud SDN โดยอัตโนมัติ ซึ่งจะแสดงผลบนหน้า Device โดยมีสถานะ PENDING

ให้กดไอคอน Adopt (เครื่องหมายถูก) ด้านขวามือเพื่อเพิ่ม Access Point เข้าสู่ Cloud SDN จากนั้น Access Point จะถูกตั้งค่าเริ่มต้น (Provisioning) ตามค่าที่เรากำหนดไว้บน Omada Controller ซึ่งอาจใช้เวลาประมาณ 3 – 5 นาที หลังจากตั้งค่าเรียบร้อย Access Point จะแสดงสถานะ CONNECTED

โดยเริ่มต้นแล้ว ชื่อ Access Point จะเป็นหมายเลข MAC ของอุปกรณ์ สามารถแก้ไขชื่อได้ด้วยการเลือก Access Point นั้นๆ แล้วเลือก Config จากนั้นแก้ไขชื่อ แล้วกดปุ่ม Apply

ที่กล่าวมานี้คือคุณสมบัติ Zero-touch Provisioning ซึ่งเป็นจุดเด่นของการบริหารจัดการ Omada EAP610 ผ่าน Cloud SDN เพียงแค่เชื่อมต่อ Access Point เข้ากับระบบเครือข่ายขององค์กร Omada Controller จะทำการค้นหา Access Point ใหม่โดยอัตโนมัติแล้วส่งข้อมูลมายัง Cloud SDN เพื่อเริ่มตั้งค่าการใช้งานได้ทันที ลดภาระการส่งวิศวกรเข้าไปตั้งค่าอุปกรณ์ที่ไซต์งาน เหมาะสำหรับองค์กรที่มีสำนักงานสาขาเล็กๆ เป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ Omada Cloud SDN ยังมีการแยกข้อมูลการจัดการเครือข่ายออกจากข้อมูลผู้ใช้อย่างเด็ดขาด ข้อมูลผู้ใช้จะไม่ถูกส่งมายังระบบ Cloud จึงรับประกันการปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ได้อย่างแน่นอน

ตั้งค่า Wi-Fi สำหรับพนักงานและผู้ใช้ชั่วคราว (Guest)

ในขั้นตอนการติดตั้ง Omada SDN Controller สามารถเลือกตั้งค่า Wi-Fi แบบง่ายๆ ได้ ในกรณีที่ต้องการตั้งค่า Wi-Fi แบบซับซ้อน สามารถเลือกเมนู Settings (ไอคอนรูปเฟืองด้านซ้ายล่าง) แล้วเลือก Wireless Networks โดยเบื้องต้นแล้ว Access Point ทุกเครื่องจะถูกจัดให้อยู่ใน WLAN Group ชื่อ “Default” เราสามารถสร้าง WLAN Group ใหม่เพื่อตั้งค่า Wireless Networks ที่แตกต่างกันตามสถานการณ์ (เช่น ตามพื้นที่หรือตามแผนก) แล้วบังคับใช้กับ Access Point แต่ละเครื่องได้ตามความต้องการ

Omada Controller และ Omada EAP610 รองรับการใช้งานทั้งย่านความถี่ 2.4 GHz และ 5 GHz สามารถเลือกการพิสูจน์ตัวตนได้ทั้งแบบ WPA-Personal (Pre-shared Key) หรือ WPA-Enterprise (802.1X)

Omada EAP610 รองรับ SSID สูงสุด 8 SSIDs บนแต่ละย่านความถี่ รวม 16 SSIDs โดยสามารถแยก SSID สำหรับพนักงาน, ผู้ใช้ชั่วคราว (Guest), อุปกรณ์​ Voice & Video และอุปกรณ์ IoT ได้ตามวิธีการพิสูจน์ตัวตนและระดับการรักษาความมั่นคงปลอดภัย รวมไปถึงกำหนด Rate Limit สำหรับ Upload และ Downloadได้อีกด้วย

นอกจากนี้ Omada EAP610 ยังรองรับฟีเจอร์ Facebook Wi-Fi กล่าวคือ องค์กรสามารถเชื่อมต่อเครือข่าย Wi-Fi ของตนเข้ากับ Facebook Page ได้ เมื่อผู้ใช้ เช่น ลูกค้า เชื่อมต่อกับ Wi-Fi ดังกล่าว จะถูกส่งไปหน้า Facebook Page ขององค์กรทันที ผู้ใช้ต้อง Check in หรือกรอก Wi-Fi Code เพื่อลงทะเบียนก่อนถึงจะเริ่มใช้งาน Wi-Fi ได้ ด้วยการเข้าใช้ Wi-Fi ผ่าน Facebook นี้ ช่วยให้องค์กรสามารถปรับแต่งหน้า Facebook เพื่อแสดงโปรโมชันหรือโฆษณาต่างๆ ทั้งยังเพิ่มปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าผ่านทางการ Check in อีกด้วย

ทดสอบความเร็วในการใช้งาน

แน่นอนว่าหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อ Access Point คือ ความเร็วในการรับส่งข้อมูล Omada EAP610 เป็น Access Point มาตรฐาน Wi-Fi 6 แบบ Dual Band รองรับคุณสมบัติ MU-MIMO (2×2:2) ซึ่งช่วยให้สามารถรับส่งข้อมูลไปยังอุปกรณ์ปลายทางได้หลายเครื่องพร้อมกัน ทั้งยังรองรับ OFDMA ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิในการรับส่งข้อมูลให้เร็วขึ้นกว่ามาตรฐาน Wi-Fi 5 อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี Beam-forming สำหรับปรับเสาส่งสัญญาณอย่างชาญฉลาด โดยเน้นการกระจายสัญญาณไปยังจุดที่อุปกรณ์ปลายทางอยู่และลดจุดอับของสัญญาณให้เหลือน้อยที่สุด

Omada EAP610 มีอัตราการรับส่งข้อมูลสูงสุด 1201 Mbps บนย่านความถี่ 5 GHz และ 574 Mbps บนย่านความถี่ 2.4 GHz รองรับอุปกรณ์เชื่อมต่อได้มากกว่า 250 เครื่อง

เปรียบเทียบความเร็วในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ระหว่างเชื่อมต่อ Wi-Fi ผ่าน AIS Fiber Modem โดยตรง และเชื่อมต่อ Wi-Fi ผ่าน Omada EAP610 (ซึ่งเชื่อมต่อกับ AIS Fiber Modem ผ่านสาย CAT6) พบว่าความเร็วในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่าน Omada EAP610 สูงกว่าเล็กน้อยและมี Jitter ที่น้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด

ทดสอบความเร็วการเชื่อมต่อ Wi-Fi ย่านความถี่ 5 GHz ผ่าน Omada EAP610 โดยใช้ Intel Wi-Fi 6 AX200 และ iPhone 11 ซึ่งรองรับมาตรฐาน Wi-Fi 6 แบบ MIMO 2×2 ด้วยระยะทาง 1, 5, 10, 15 และ 20 เมตร

Omada EAP610 นอกจากจะสามารถเลือกช่องสัญญาณและปรับแต่งกำลังส่งเพื่อลดสัญญาณรบกวนโดยอัตโนมัติแล้ว ยังมีคุณสมบัติ Band Steering ซึ่งช่วยเปลี่ยนอุปกรณ์ที่รองรับย่านความถี่ 5 GHz ไปเชื่อมต่อ Access Point ผ่านย่านความถี่ดังกล่าวซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าได้อีกด้วย ทำให้มั่นใจว่าอุปกรณ์ปลายทางทุกเครื่องจะได้รับประสบการณ์เชื่อมต่อ Wi-Fi ที่ดีที่สุด

ลดการใช้สายเคเบิล ด้วย Omada Mesh Wi-Fi

เมื่อใช้งาน Omada EAP610 ผ่าน Omada SDN Controller หรือ Cloud SDN จะรองรับการวางระบบเครือข่ายแบบ Mesh กล่าวคือ แทนที่จะเชื่อมต่อ Omada EAP610 เข้ากับระบบเครือข่ายผ่านสายเคเบิล Omada EAP610 จะใช้สัญญาณ Wi-Fi ย่านความถี่ 2.4 GHz ในการเชื่อมต่อระหว่างกัน ในขณะที่ย่านความถี่ 5 GHz จะยังคงให้บริการแก่ผู้ใช้ตามปกติ การวางเครือข่ายแบบ Mesh นี้ช่วยทลายข้อจำกัดการติดตั้ง Access Point ในจุดที่ไม่สามารถเดินสายเคเบิลไปถึงได้ หรือเดินสายได้ยาก ในกรณีที่ Access Point เครื่องใดเครื่องหนึ่งมีปัญหา คุณสมบัติ Self-healing ของ Omada EAP610 จะทำการปรับหาเส้นทางใหม่โดยอัตโนมัติ เพื่อให้การเชื่อมต่อของผู้ใช้ไม่มีสะดุด

โดยสรุปแล้ว Omada EAP610 จัดว่าเป็น Access Point มาตรฐาน Wi-Fi 6 ที่คุ้มค่ากับราคามาก ในราคาโปรโมชัน 4,000 บาทมีทอนแต่ได้ฟีเจอร์ด้าน Wi-Fi ที่ครบครันไม่แพ้ Access Point ที่ใช้งานในองค์กรขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกช่องสัญญาณ ปรับแต่งเสาอากาศและกำลังส่งอย่างอัตโนมัติเพื่อให้กระจายสัญญาณได้ดีที่สุด การพิสูจน์ตัวตนที่หลากหลายทั้ง Pre-shared Key, 802.1X, Web Portal และ Facebook Wi-Fi รวมไปถึงการวางสถาปัตยกรรมแบบ Mesh ที่สำคัญคือสามารถใช้งานได้แบบ Standalone และ Controller ซึ่งสามารถดาวน์โหลดซอฟต์แวร์สำหรับบริหารจัดการมาใช้งานได้ฟรี รวมไปถึงต่อยอดไปบริหารจัดการผ่าน Cloud หรือ Mobile App ได้ ทำให้สะดวกต่อการติดตามและเฝ้าระวังได้จากทุกที่ทุกเวลา เหมาะสำหรับการใช้งานทั้งโรงแรม ร้านอาหาร ออฟฟิศ โรงงาน หอพัก สถานศึกษา โรงพยาบาล และห้างสรรพสินค้า

ผู้ที่สนใจโซลูชัน Wi-Fi ของ TP-Link สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

from:https://www.techtalkthai.com/review-tp-link-omada-eap610-wi-fi-6-access-point/