อีกด้านของการ Work From Home: สายสัมพันธ์ในออฟฟิศหดหาย คนหมดไฟกันเป็นแถบ

มีงานวิจัยออกมายืนยันจริงๆ ว่า “Work From Home ส่งผลต่อการสื่อสารและการทำงานร่วมกัน” ไม่ใช่แค่รู้สึกไปเอง นี่อาจเป็นหนึ่งเหตุผลว่าทำไมคนถึงหมดไฟในช่วงนี้

หลังจากทำงานทางไกลกันมาเป็นปีๆ คนทำงานคงรู้สึกกันอยู่แล้วว่า Work From Home ทำมนุษยสัมพันธ์ของเราแย่ลง จากเดิมที่การทำงานที่ออฟฟิศเปิดโอกาสให้เราได้เจอผู้คนมากหน้าหลายตา ได้มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานในหลากหลายโอกาส ทั้งพักกลางวัน พักเบรก ตอนแฮงก์เอาต์หลังเลิกงาน หรือแม้แต่ระหว่างการทำงาน 

ทุกวันนี้เราเหลือช่องทางเดียวที่จะได้คุยกันคือวิดีโอคอลเท่านั้น

วิจัยชี้ชัด Work From Home ทำปฎิสัมพันธ์ลดลง

ที่จริงแล้วเราไม่ได้รู้สึกกันไปเอง เพราะมีงานวิจัยออกมายืนยันจริงๆ ว่า “การทำงานทางไกลส่งผลต่อการสื่อสารและการทำงานร่วมกัน” โดยคณะนักวิจัยจาก Microsoft และ สถาบันการศึกษาบริหารธุรกิจแห่งมหาวิทยาลัย California Berkley 

การวิจัยครั้งนี้ทำการศึกษาพฤติกรรมด้านการสื่อสารโดยเก็บข้อมูลทั้งจากข้อความ อีเมล การโทร และการประชุมของพนักงาน Microsoft จำนวนทั้งสิ้น 61,000 คน ตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี 2019 ไปจนถึงเดือนมิถุนายน 2020 โดยที่ Microsoft ออกนโยบายให้พนักงานทำงานจากบ้านเต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม ปี 2020 

ผลการวิจัยก็เป็นไปตามที่เรารู้สึกกันจริงๆ การทำงานไกลกระทบมนุษยสัมพันธ์ทั้งในแง่ของการติดต่อสื่อสารและการทำงานร่วมกัน (Communication & Collaboration)

คุยกันน้อยลง ร่วมงานกับทีมอื่นน้อยลง เข้ากับพนักงานใหม่ยากขึ้น

งานวิจัยชิ้นนี้ชี้ชัดว่าการทำงานทางไกลกระทบมนุษยสัมพันธ์ในหลายแง่มุม เช่น

  • สื่อสารกับผู้คนที่อยู่นอกทีมหรือเพื่อนร่วมงานที่ข้องเกี่ยวกันน้อยลดลง
  • ใช้เวลาทำงานร่วมกันกับทีมอื่นๆ ลดลง 1 ใน 4 
  • ใช้เวลาในการสอบถามข้อมูลจากเพื่อนร่วมงานลดลง
  • ใช้การสื่อสารทางเดียว เช่น อีเมล ข้อความ มากขึ้น
  • ใช้การสื่อสารสองทาง เช่น โทรศัพท์ วิดีโอคอล ลดลง
  • ใช้เวลาในการสร้างความคุ้นเคยกับพนักงานใหม่หรือเพื่อนร่วมงานที่ไม่คุ้นเคยมากกว่าเดิม

แต่ผลด้านบวกของการทำงานทางไกลก็มี เพราะงานศึกษาพบว่าในช่วงของการ Work From Home พนักงานมีแนวโน้มใช้เวลาไปกับการสื่อสารและพัฒนาความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานในทีมเดียวกันมากขึ้น

เมื่อ Work From Home กระทบ ต้องระวังในการวางกลยุทธ์การทำงาน

ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้ก็คือ เงื่อนไขการทำงานแบบใหม่อาจส่งผลเสียพร้อมๆ กับผลดี นี่จึงเป็นหนึ่งเรื่องใหม่ที่ต้องคิดหากต้องการบริหารให้องค์กรมีประสิทธิภาพในการทำงาน

David Holtz ศาสตราจารย์จากสถาบันการศึกษาบริหารธุรกิจแห่งมหาวิทยาลัย California Berkley กล่าวว่า “ผลการศึกษาครั้งนี้มีนัยสำคัญต่อบริษัทต่างๆ ที่กำลังวางแผนกลยุทธ์ด้านการทำงานอยู่ พวกเขาจำเป็นต้องตระหนักว่านโยบายใดๆ ก็ตามของพวกเขา อาจกระทบถึงการติดต่อสื่อสารของทีมและพนักงานแต่ละคน”

จริงๆ แล้วก่อนหน้านี้ เคยมีซีอีโอจากหลายบริษัทดังออกมาแสดงความกังวลถึงผลกระทบของ Work From Home ว่าส่งผลร้ายต่อวัฒนธรรมองค์กร การทำงานร่วมกัน และความสัมพันธ์ระหว่างพนักงาน

Jamie Dimon ซีอีโอของ JPMorgan – ภาพจาก Flickr

Jamie Dimon ซีอีโอของ JPMorgan ที่กล่าวเอาไว้ว่า “มันจะไม่ดีต่อคนทำงานรุ่นใหม่ แถมยังไม่เหมาะกับคนที่พร้อมทำงานหนักแบบทุ่มเท (hustle) และมันก็ไม่ได้ส่งผลดีกับการสร้างสรรค์ไอเดียแต่อย่างใดเลย

ส่วน James Gorman ซีอีโอของ Morgan Stanley ก็ให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า “การทำงานที่ออฟฟิศสำคัญต่อพนักงานโดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในตำแหน่งเริ่มต้นและกำลังเรียนรู้งาน ออฟฟิศคือสถานที่ที่เกิดการสอน เกิดการเรียนรู้งาน และนี่คือวิธีที่พัฒนาคนให้มีเส้นทางการทำงานที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งไม่อาจได้มาด้วยการอยู่กับการนำเสนอบน Zoom เท่านั้น

สำหรับใครที่อยากศึกษาต่อยอดในเรื่องนี้ สามารถเข้าถึงงานวิจัยฉบับเต็มได้ที่นี่: “The effects of remote work on collaboration among information workers”

ที่มา – Business Insider, Berkley Haas

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post อีกด้านของการ Work From Home: สายสัมพันธ์ในออฟฟิศหดหาย คนหมดไฟกันเป็นแถบ first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/work-from-home-affect-communication-collaboration/