PlayerUnknown เผยข้อมูลเกมที่กำลังสร้าง Prologue และ Artemis โลกโอเพนเวิลด์ขนาดใหญ่มาก

หลัง Brendan Greene ผู้สร้าง PUBG ลาออกจาก Krafton ออกมาเปิดบริษัท PlayerUnknown Productions ของตัวเอง เขาก็ออกมาเล่าแล้วว่ากำลังทำเกมอะไรอยู่

Greene โพสต์คลิปในทวิตเตอร์ เล่าว่าเขาสนใจทำเกมแนวโอเพนเวิลด์ที่โลกภายในเกมใหญ่จริงๆ สมจริง ซึ่งไม่มีทางที่มนุษย์จะสามารถสร้างเนื้อหาใส่เข้าไปในโลกใหญ่ขนาดนี้ได้ครบ ทางออกจึงเป็นการใช้อัลกอริทึมสร้างเนื้อหาขึ้นมา (แนวทางคล้ายๆ กับเกม No Man’s Sky ที่เป็น procedurally generated – ผู้เขียน) โดยเกมต้นแบบของเขาชื่อว่า Prologue ซึ่งในคลิปเดโมแสดงแค่ป่าดงดิบที่มีรายละเอียดสมจริงเท่านั้น

หลังจากนั้น Greene ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ VentureBeat ลงรายละเอียดเพิ่มเติมว่า Prologue เป็นแค่เดโมทางเทคโนโลยีทดสอบความเป็นไปได้เท่านั้น (ตามชื่อ Prologue) เกมจริงๆ ของเขาตอนนี้มีโค้ดเนมว่า Project Artemis จะมีขนาดของโลกในเกมที่ใหญ่กว่า Prologue มาก

Greene บอกว่า Prologue เป็นเกมเล่นคนเดียว มีโลกในเกมขนาด 64×64 ตารางกิโลเมตร ผู้เล่นท่องไปมาในป่าเพียงลำพัง มันเป็นเดโมที่ใช้ทดสอบความเป็นไปได้ของเทคโนโลยีการสร้างโลกในเกมที่เขาอยากสร้าง ส่วนเป้าหมายระยะยาวของเขาคือ Project Artemis ที่ฝันใหญ่ในระดับอยากสร้างโลกทั้งใบขึ้นมาจริงๆ ทุกอย่างเกิดขึ้นในโลกเดียวกันนี้

Greene เล่าว่า Artemis เป็นเป้าหมายที่ผู้สร้างเกมฝันถึงมาหลายสิบปี แต่ยังไม่สามารถทำมันขึ้นมาได้จริงๆ เพราะเทคโนโลยียังไม่พร้อม ความท้าทายของ Artemis ครึ่งหนึ่งจะอยู่ที่เทคโนโลยี machine learning ที่ใช้สร้างโลกขนาดใหญ่ที่มนุษย์สร้างไม่ไหว อีกครึ่งหนึ่งจะเป็นการเติมเนื้อหาลงในโลกนี้ให้น่าสนใจและคาดเดาไม่ได้ (emergent) ไม่มีสคริปต์ล่วงหน้า และการล็อกอินเข้าเกมแต่ละครั้งอาจได้ผลลัพธ์ต่างกัน

Greene บอกว่าเขาสนใจเรื่องขนาดของโลกในเกมมานานแล้ว ตั้งแต่สมัยเขาเริ่มเล่นเกม DayZ (ก่อนมาทำม็อดแนว Battle Royale ในภายหลัง) เขาเดินไปสุดขอบแผนที่แล้วเกิดคำถามว่าทำไมแผนที่ต้องสุดแค่ตรงนี้ เขาเปรียบเทียบเกม Rust ว่ามีแผนที่ขนาดใหญ่จริง แต่ยังใหญ่ไม่พอ เพราะในเซิร์ฟเวอร์ที่คนเยอะๆ ก็ต้องสร้างฐานใกล้ๆ กันอยู่ดี เขาอยากได้โลกที่กว้างมากๆ ฐานห่างกันหลายกิโลเมตร

เขายังพูดถึงโลกของเกม Red Dead Redemption ว่าใหญ่ดีมาก แต่เป็นโลกที่สร้างเตรียมไว้แล้วล่วงหน้า หากผู้เล่นฆ่าหมีทุกตัวในพื้นที่นั้น แล้วกลับมาใหม่ก็จะเจอหมีใหม่อีกรอบ เขาต้องการสร้างโลกที่ฆ่าหมีเยอะๆ แล้วเกิดผลกระทบอื่น เช่น ประชากรกวางในเกมเพิ่มจำนวนขึ้นแทน ปรากฏการณ์แบบนี้คือ “emergent” ที่เขามองว่าเป็นคีย์เวิร์ดหลักของสิ่งที่กำลังพัฒนาอยู่

ภาพตัวอย่างจากเกม Prologue

No Description

ตอนนี้สตูดิโอ PlayerUnknown Productions มีพนักงานประมาณ 25 คน และได้เงินลงทุนจำนวนหนึ่งแล้ว ซึ่งส่วนหนึ่งมาจาก Krafton แต่ไม่เปิดเผยตัวเลข ทีมงานต้องสร้างเอนจินเกมขึ้นมาใหม่ทั้งหมด โดยใช้ชื่อว่า Entity Component System (ECS)

การแยกตัวจาก Krafton เป็นไปด้วยดี โดย Greene ได้ชื่อ PlayerUnknown ส่วน Krafton ได้ชื่อ PUBG จึงเป็นเหตุว่าทำไม PUBG ถึงต้องเปลี่ยนชื่อเกมเล็กน้อย

ที่มา – VentureBeat

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/124602