อะโดบี เผยโฉมนวัตกรรมใหม่บน Adobe Experience Cloud และ Adobe Experience Platform

อะโดบี เปิดตัวนวัตกรรมใหม่บน Adobe Experience Cloud พร้อมด้วยแอปพลิเคชันระดับองค์กรใหม่ล่าสุด Adobe Journey Optimizer และ Adobe Customer Journey Analytics, Next-Gen Real-time Customer Data Platform (CDP) และ Marketing System of Record ที่บูรณาการเข้ากับ Workfront และฟีเจอร์ใหม่ๆ บน Adobe Experience Platform ที่รองรับการปรับแต่งแบบเฉพาะบุคคลแบบเรียลไทม์ได้อย่างครอบคลุม (Personalization at scale)

อานิล ชากราวาร์ที รองประธานบริหารและผู้จัดการทั่วไปฝ่ายธุรกิจประสบการณ์ดิจิทัลและการปฏิบัติการภาคสนามทั่วโลกของอะโดบี กล่าวว่า “สถานการณ์การแพร่ระบาดตอกย้ำให้เห็นถึงความจำเป็นที่แบรนด์ต่างๆ จะต้องมุ่งเน้นการจัดการประสบการณ์ลูกค้าอย่างชัดเจน Adobe Experience Cloud พร้อมด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เปิดตัวในวันนี้จะช่วยให้องค์กรธุรกิจมีความเข้าใจและใกล้ชิดกับลูกค้ามากขึ้น และสามารถนำเสนอประสบการณ์ดิจิทัลที่ดีที่สุดภายในเวลาอันรวดเร็วและครอบคลุม”

นวัตกรรมใหม่ใน Adobe Experience Cloud

Adobe Experience Cloud ซึ่งถูกใช้งานโดย 75% ของบริษัทชั้นนำระดับโลกที่ติดอันดับ Fortune 100 ทำหน้าที่ขับเคลื่อนการจัดการประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experience Management – CXM) สำหรับบริษัทที่ทำธุรกิจแบบ B2B และ B2C โดยมุ่งเน้นการจัดการ customer journey ข้อมูลเชิงลึกและกลุ่มเป้าหมาย คอนเทนต์และการปรับแต่งแบบเฉพาะบุคคล เวิร์กโฟลว์ด้านการค้าและการตลาด  นวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะช่วยให้องค์กรธุรกิจเร่งการปรับเปลี่ยนสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) ดังนี้

  • New Adobe Journey Optimizer
    ผู้บริโภคต้องการติดต่อสื่อสารกับแบรนด์ในแบบเฉพาะบุคคลและสอดคล้องกับความต้องการของพวกเขาในทุกขั้นของ journey แต่แบรนด์ต่างๆ ยังคงประสบปัญหาการนำเสนอประสบการณ์ที่ลูกค้าต้องการในแบบเรียลไทม์ และไม่ครอบคลุม แอปพลิเคชันใหม่ Adobe Journey Optimizer ซึ่งสร้างขึ้นบน Adobe Experience Platform เป็นแอปพลิเคชันระดับองค์กรในอุตสาหกรรมเพียงหนึ่งเดียว ที่จะช่วยให้นักการตลาดสามารถปรับแต่ง customer journey ที่ครอบคลุมทุกช่องทางทั้งแบบ Outbound และ Inbound
  • Next Generation Adobe Real-time
    เนื่องจากผู้บริโภคให้ความสนใจมากขึ้นเกี่ยวกับชนิดของข้อมูลที่พวกเขาต้องการแชร์ ขณะที่ข้อมูลคุกกี้ในเบราว์เซอร์ก็กำลังจะหายไป ดังนั้นข้อมูลที่องค์กรเก็บรวบรวมโดยตรง (First-Party Data) จึงกลายเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับนักการตลาดในการสร้างความสัมพันธ์ที่ไว้วางใจได้ร่วมกับลูกค้า  Next Generation Adobe Real-time CDP ของอะโดบี เป็นแอปพลิเคชันระดับองค์กรเพียงหนึ่งเดียวที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการ engagement กับลูกค้าโดยอาศัยข้อมูลที่องค์กรเก็บรวบรวมโดยตรง (First-Party Data) โดยวันนี้มีการเปิดตัว Adobe Real-time CDP รุ่น B2B ซึ่งช่วยให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงโปรไฟล์บัญชีลูกค้าองค์กร และโปรไฟล์บัญชีลูกค้าบุคคลโดยการทำงานแบบอัจฉริยะ เพื่อช่วยให้บริษัทที่ทำธุรกิจแบบ B2B สามารถคิดและดำเนินการได้เหมือนบริษัทที่ทำธุรกิจ B2C ได้

  • New Customer Journey Analytics
    องค์กรที่ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องใช้แนวทางที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เพื่อรู้จักและทำความเข้าใจลูกค้ามากขึ้น รวมถึงปรับแต่ง engagement อย่างต่อเนื่องเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีกว่าในอดีต
    Customer Journey Analytics เป็นแอปพลิเคชันระดับองค์กรที่ช่วยให้แบรนด์ต่างๆ สามารถผนวกรวมและกำหนดมาตรฐานสำหรับข้อมูลลูกค้าแบบออนไลน์และออฟไลน์ ช่วยให้ทุกคน (นอกเหนือจาก Data Scientists) สามารถเชื่อมโยงข้อมูลดังกล่าว แสดงผลผ่านมุมมองรอบด้านได้อย่างง่ายดาย และเข้าใจ customer journey ทั้งหมดเพื่อสามารถกำหนดกลยุทธ์การตลาดได้ดีขึ้น 
  • New Marketing System of Record
    โซลูชั่นการจัดการงานจะต้องช่วยให้บริษัทดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยการรวมศูนย์การทำงานไว้ในแอปพลิเคชันเดียว เพื่อให้ทีมงานจากฝ่ายต่างๆ สามารถติดต่อ ประสานงาน และทำงานได้จากทุกที่  หลังจากที่อะโดบีได้เข้าซื้อกิจการของ Workfront ล่าสุดอะโดบีได้เปิดพรีวิว
    Marketing System of Record ที่เป็นแหล่งข้อมูลหนึ่งเดียวในการเชื่อมต่อและจัดการงานต่างๆ ในทุกขั้นตอน Marketing Lifecycle ตั้งแต่การกำหนดกลยุทธ์และการวางแผน ไปจนถึงการดำเนินการและการประเมินผล 
  • นวัตกรรมใน New Adobe Experience Manager
    นวัตกรรมใหม่ๆ ใน
    Adobe Experience Manager ช่วยให้แบรนด์ต่างๆ สามารถสร้าง จัดการ และปรับแต่งคอนเทนต์ได้อย่างฉับไวเพื่อสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง โดยนวัตกรรมที่ว่านี้ได้แก่ Headless Content Management System (CMS) ซึ่งนำเสนอคอนเทนต์ที่น่าสนใจในรูปแบบของข้อมูลบน API และใช้เทคโนโลยี AI ในการทำคอนเทนต์อัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมี Adobe Experience Manager Assets Essentials ซึ่งเป็นฟีเจอร์การจัดการแอสเซ็ทมาตรฐานในทุกแอปพลิเคชันบน Adobe Experience Cloud และสามารถตั้งค่าได้อย่างสมบูรณ์เพื่อการเข้าถึงคอนเทนต์ที่ดีที่สุด 
  • ความสามารถใหม่ๆ ของ Adobe Commerce
    บริษัทต่างๆ ต้องพึ่งพาดิจิทัลคอมเมิร์ซเพิ่มมากขึ้น เพราะเป็นช่องทางหลักในการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ  ฟีเจอร์แนะนำสินค้าใน
    Adobe Commerce ซึ่งขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Adobe Sensei จะช่วยให้ลูกค้าได้พบสินค้าที่สอดรับกับความต้องการ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Live Search ที่แสดงผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องภายในเวลาอันรวดเร็ว และสามารถค้นหาสินค้าบนเว็บไซต์ของผู้ค้า พร้อมกันนี้ อะโดบีได้ร่วมมือกับ FedEx ช่วยให้ผู้ค้าบนแพลตฟอร์ม Adobe Commerce สามารถผนวกรวมหน้าร้านของตนเองเข้ากับ ShopRunner เพื่อนำเสนอสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้แก่ผู้บริโภค เช่น บริการจัดส่งฟรีภายในสองวัน การชำระเงิน การส่งคืนสินค้าอย่างง่ายดาย และการเข้าถึงข้อมูลโลจิสติกส์หลังการซื้อของ FedEx 
  • บริการใหม่ Adobe Experience Platform Collection Enterprise
    บริษัทต่างๆ จำเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลพฤติกรรมของผู้บริโภคแบบเรียลไทม์เพื่อทำการตัดสินใจที่จะส่งผลกระทบต่อ real-time experiences อย่างครอบคลุม การเก็บรวบรวมข้อมูลพฤติกรรมลูกค้านับเป็นงานที่ยุ่งยาก ทั้งยังจัดการได้ยาก และแนวทางแบบเดิมๆ ก็มักจะทำให้แอปพลิเคชันทำงานได้แย่ลง และส่งผลเสียต่อประสบการณ์ของลูกค้า  บริการใหม่ Collection Enterprise ช่วยให้บริษัทต่างๆ สามารถใช้เครือข่าย Edge ประสิทธิภาพสูงของอะโดบีซึ่งครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลก เพื่อรวบรวมข้อมูลและส่งข้อมูลนั้นไปที่ใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชันหรือแพลตฟอร์มของอะโดบี หรือระบบอื่นใดก็ตาม  และยังมี SDK สำหรับการเก็บรวบรวมข้อมูล ซึ่งจะช่วยให้แอปพลิเคชันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.adobe.com

from:https://www.thumbsup.in.th/adobe-experience-cloud?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=adobe-experience-cloud