จุดประกายนวัตกรรมไอทีในองค์กรได้เต็มขั้น ด้วยเซิร์ฟเวอร์อัจฉริยะ Next-Gen Dell EMC PowerEdge Server

เรากำลังเดินเข้าสู่ยุคแห่งการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงเพื่อให้สอดรับกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะการแข่งขันและเศรษฐกิจเช่นปัจจุบัน องค์กรจำเป็นต้องหาโซลูชั่นเพื่อเข้ามาบริหารจัดการระบบไอทีและเสริมศักยภาพทางธุรกิจให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

เดลล์ เทคโนโลยีส์ ผู้นำระดับโลกด้านไอทีอินฟราสตรัคเจอร์ ได้พัฒนาโซลูชั่นเซิร์ฟเวอร์ PowerEdge มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน และล่าสุดก็ยังตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่นี้ด้วยนิยาม Ignite Your Innovation Engine เป็นการจุดประกายการสร้างสรรค์ด้านนวัตกรรมไอทีที่ล้ำสมัยและตอบสนองโจทย์การทำงานขององค์กรธุรกิจในปัจจุบัน

การที่ผู้ดูแลระบบไอทีจะสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมไอทีใหม่ๆ ได้นั้น พวกเขาจำเป็นต้องมีเวลาในการคิดและออกแบบ ซึ่งเวลาปกติที่ทำงานอยู่นั่นก็ต้องหมดไปกับการจัดการปัญหาด้านไอทีขององค์กรอยู่แล้ว ทำให้พวกเขาไม่มีเวลาเหลือพอที่จะคิดค้นหรืออกแบบนวัตกรรมให้กับองค์กรได้ นั่นจึงเป็นที่มาของการออกแบบ Next-Generation Dell EMC PowerEdge รุ่นใหม่ ที่มาช่วยทำให้ผู้ดูแลระบบไอทีมีเวลามากขึ้นกว่าเดิม สำหรับการออกแบบของเซิร์ฟเวอร์ PowerEdge รุ่นใหม่จากเดลล์ มีองค์ประกอบด้วยกัน 3 ประการหลักๆ ด้วยกันคือ

– นวัตกรรม (Innovate) โซลูชั่นจากเดลล์ จะช่วยให้คุณสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์จากความสามารถในระดับสูงอย่างกรณีเช่นเทคโนโลยีด้าน AI รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลที่ทำให้คุณสามารถคาดการณ์และมองเห็นข้อมูลต่างๆ ที่เกิดขึ้นจาก Edge ไปยังแก่นของระบบรวมไปจนถึงบนคลาวด์ ด้วยการบริหารจัดการที่ง่ายและให้ความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง

– การปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา (Adapt) สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของการออกแบบเซิร์ฟเวอร์ของเดลล์ ก็คือการเข้าใจถึงรูปแบบของการปรับเปลี่ยนได้อย่างตลอดเวลา ดังนั้นเซิร์ฟเวอร์ PowerEdge รุ่นใหม่นี้พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงได้ตามความต้องการที่จะเกิดขึ้นในอนาคตขององค์กรได้อย่างอัตโนมัติ

– การขยายตัวได้ดี (Grow) นับเป็นมุมมองสำคัญอีกประการของเดลล์ ในการออกแบบระบบรุ่นใหม่นี้ เนื่องจากการขยายตัวของธุรกิจที่ดี จำเป็นต้องอาศัยโครงสร้างที่บริหารัจดการและสร้างความปลอดภัยให้กับองค์กรได้อย่างเชื่อมั่น จัดการความซับซ้อนของของระบบไอทีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการรองรับกับเวิร์กโหลดขององค์กรที่เพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว เป็นการสนองในเรื่องของการขยายตัวทางธุรกิจได้ดีมากขึ้น


เสริมศักยภาพให้กับไอที อินฟราสตรัคเจอร์
ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมยุคใหม่

แนวคิดการออกแบบทั้งสามประการข้างต้น เปลี่ยนมาเป็นระบบเซิร์ฟเวอร์ที่ทรงพลัง Next-Generation Dell EMC PowerEdge Server โดยล่าสุดเดลล์ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่นี้ออกมาถึง 17 รุ่น ประกอบด้วยรุ่นที่ใช้เทคโนโลยีจากค่ายอินเทลและเอเอ็มดี มาด้วยพื้นฐานการออกแบบที่ทรงพลัง ด้วยคุณลักษณะที่สำคัญ 3 องค์ประกอบ โดยเริ่มจาก

1. Adaptive compute
องค์ประกอบนี้จะให้ความสำคัญกับการที่เดลล์ได้นำเอาเทคโนโลยีล่าสุดมาผสานและติดตั้งลงในเซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่ และหากมีเวิร์กโหลดใหม่เข้ามา เซิร์ฟเวอร์รุ่นนี้จะมีความพร้อมช่วยในการปรับระบบและให้รองรับกับเวิร์กโหลดดังกล่าวได้เป็นอย่างดี การันตีด้วยการทดสอบประสิทธิภาพการทำงานที่ดีมากขึ้น ตัวอย่างเช่น Dell PowerEdge R7525 ที่ใช้โปรเซสเซอร์ AMD EPYC 7763 เมื่อเชื่อมต่อกับสตอเรจ PowerMax ทำให้สามารถสร้าง VM ได้มากขึ้นถึง 15% หรือไม่ว่าจะเป็นในรุ่น PowerEdge R6515 ที่ใช้โปรเซสเซอร์ AMD EPYC สามารถรันงานประเภท บิ๊กดาต้า, ดาต้าเบส Hadoop ได้เร็วถึง 60%

จุดเด่นที่เป็นนวัตกรรมล้ำสมัยของขององค์ประกอบนี้ประกอบด้วยคุณสมบัติต่างๆ ของเซิร์ฟเวอร์ ที่จะมุ่งเน้นไปที่อุปกรณ์ภายในตัวเครื่อง

– ระบบระบายความร้อน (Multi Vector Cooling) เป็นการออกแบบที่ช่วยในการระบายความร้อนระบบได้ดีขึ้น โดยพัดลมจะมีการวางตำแหน่งไว้เป็นโซนใกล้กับอุปกรณ์ต่างๆ หากเซิร์ฟเวอร์มีความร้อนที่สูงขึ้นจากอุปกรณ์ใดๆ ตัวระบบจะทำการปรับเปลี่ยนพัดลม ให้ทำงานสอดรับกับอุณหภูมิที่สูงขึ้นด้วย และหากความร้อนกลับมาปกติ ตัวพัดลมก็จะถูกปรับให้ลงมาทำงานปกติเช่นกัน

– การใช้ของเหลวเพื่อลดความร้อน (Direct Liquid Cooling) เทคโนโลยีด้าน HPC ส่วนใหญ่จะเน้นใช้กำลังประมวลผลสูง และอุปกรณ์เสริมต่างๆ ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดความร้อนที่สูง ทางเดลล์จึงได้พัฒนาระบบของเหลวผ่านอุปกรณ์ เช่น CPU เพื่อช่วยลดความร้อนลง

– เทคโนโลยี Dell Leak Sense จะทำร่วมกับเทคโนโลยี Direct Liquid Cooling ในการช่วยตรวจสอบของเหลวที่วิ่งผ่านอุปกรณ์ต่างๆ ในกรณีมีการรั่วไหลก็จะแจ้งเตือนผู้ดูแลระบบ หรือ สามารถรันคำสั่งเพื่อหยุดระบบ ลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับอุปกรณ์ได้ทันที

– ระบบพาวเวอร์ซัพพลาย ของ Dell PowerEdge Server รุ่นใหม่ จะถูกออกแบบให้มีการทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้น

– เทคโนโลยีด้าน Acceleration โดยทางเดลล์มีเทคโนโลยีการประมวลผลให้องค์กรเลือก ไม่ว่าจะเป็นค่ายของ Nvidia หรือ AMD ครบถ้วน

 

2. Autonomous compute infrastructure
องค์ประกอบนี้จะให้ความสำคัญในการทำงานแบบอัตโนมัติ ลดเวลาในการจัดการและเวลาในการที่ต้องดูแลระบบให้น้อยลง และไม่จำเป็นต้องมีคนมาคอยดูแลอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้ผู้ดูแลระบบไอทีสามารถที่จะนำเอาเวลาที่เหลือไปพัฒนาต่อยอดและสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ได้ และ PowerEdge รุ่นใหม่สามารถช่วยลดระยะเวลาในการบริหารจัดการเรื่องดังกล่าวไปได้สูงถึง 85% เมื่อเทียบกับขั้นตอนทำงานในอดีต

องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ Dell EMC PowerEdge Server สามารถทำงานได้อย่างอัตโนมัตินั้นประกอบด้วยตัวฟีเจอร์อัจฉริยะ integrated Dell Remote Access Controller หรือ iDRAC ปัจจุบันเป็นเวอร์ชั่นที่ 9 ติดตั้งมาให้ ทำงานร่วมกับส่วนของซอฟต์แวร์ที่ชื่อว่า OpenManage ที่มีรายละเอียดในการทำงานแยกย่อย เช่น ช่วยในการประสานงานกับระบบอื่นๆ เช่น VMware vCenter, Microsoft Windows Admin Center, Red Hat Ansible ฯลฯ ช่วยในการจัดการเก็บกับการอัปเดตแพ็ตช์ ไดรเวอร์ เฟิร์มแวร์ต่างๆ ได้อย่างอัตโนมัติ ช่วยในการบริหารจัดการระบบผ่านอุปกรณ์ต่างๆ ขณะแอดมินที่ทำงานในดาต้าเซ็นเตอร์ หรือจากระยะไกลผ่านทางโมบายล์ดีไวซ์ ได้อย่างสะดวกสบาย เป็นต้น

3. Proactive Resilience
องค์กรประกอบนี้ เป็นการให้ความสำคัญกับเรื่องของความปลอดภัยเป็นหลัก เดลล์ให้คำมั่นในการส่งมอบสินค้าแก่ลูกค้าไว้ว่า ของที่มีการผลิตและส่งมอบให้ลูกค้า จะไม่มีการถอดหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนในระหว่างทางการส่งมอบโดยเรียกกันว่า Supply Chain Assurance อีกทั้งแพลตฟอร์มในผลิตภัณฑ์ของเดลล์จะมีความปลอดภัย รวมถึงระบบในการจัดการที่เป็นออโตเมชั่น ตลอดจนเครื่องมือในการทำการกู้คืนระบบมาพร้อมสรรพ

จุดเด่นในองค์ประกอบนี้ก็คือความแข็งแกร่งในส่วนต่างๆ อาทิ การป้องกัน (Protect) ไม่อนุญาตให้มีการบูตเครื่องหรือมีการรีเซตระบบ มีการตรวจสอบ (Detect) ตัวระบบจะมีการเก็บล็อกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ ตลอดจนสามารถที่จะทำการกู้ระบบกลับ (Recovery) ทั้งในส่วนของไบออส หรือโอเอส ก็ทำได้เช่นเดียวกัน

พร้อมสรรพด้วยโมเดลต่างๆ
ครอบคลุมทุกการใช้งาน

Dell EMC PowerEdge Server ที่เปิดตัวในช่วงแรกเป็นรุ่นที่ใช้ขุมพลังจาก AMD ในตระกูล EPYC ในเจเนอเรชั่นที่ 3 ที่มีความสามารถสูงสามารถจัดการระบบเรื่องของ Virtualization สามารถจัดการในส่วนของ VDI ที่ทำได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งอย่างเช่นในรุ่น XE8545 ที่มีความสามารถขั้นสูงโดยใช้ GPU ในรุ่น DGX A100s (เป็น GPU ระดับไฮเอนด์) ที่รองรับการทำงานกับเทคโนโลยีเน้นการประมวลผลอย่าง HPC หรืองานด้านการวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า เป็นต้น

Dell EMC PowerEdge Server ของเดลล์นั้น ออกแบบมาให้มีโมเดลที่ครอบคลุมทุกการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นรุ่นที่รองรับการใช้งานประเภท HPC, AI ที่ต้องการใช้พลังประมวลผลของ GPU ก็อย่างเช่น PowerEdge XE8545 เป็นต้น ถัดมาเป็นรุ่นที่รองรับการใช้านประเภท Edge และ Telco ก็มีให้เลือกเช่น PowerEdge XR11 และ XR12

ถัดมาถ้าเป็นกลุ่มองค์กรแบบเมนสตรีมก็จะมีเซิร์ฟเวอร์ PowerEdge แบบ 1U และ 2U อย่างในรุ่น PowerEdge R7525, PowerEdge R7515, PowerEdge R6525 หรือแบบโมดูล่าร์ PowerEdge MX 750C หรือจะเป็นเซิร์ฟเวอร์ที่ออกแบบมาเพื่องานเฉพาะอย่างกรณีใช้งานแบบคลาวด์ก็มีให้เลือกเช่น PowerEdge C6525 เป็นต้น

สำหรับผู้ที่สนใจโซลูชัน Next-Gen Dell EMC PowerEdge Server สามารถ Chidchanok.uthaigorn@dell.com โทร 090-949-0823 (วศิน) หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่ www.dell.com

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/dell-poweredge-ignite-your-innovation-engine/