ซีอีโอ Spotify ประกาศพร้อมเทกโอเวอร์ Arsenal หากโกรเอนเกยอมขาย, แฟนบอลเชียร์ให้ซื้อเลย ! ปมดราม่า ESL

ดาเนียล เอ็ก (Daniel Ek) ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้ดำรงตำแหน่งซีอีโอคนปัจจุบันของ Spotify แพลตฟอร์มมิวสิกตรีมมิงชื่อดัง ออกมาประกาศผ่านบัญชีทวิตเตอร์ของตัวเองว่า เป็นแฟนตัวยงของ “ไอ้ปืนใหญ่ – อาร์เซนอล” มาตั้งแต่จำความได้ หากเคเอสอี (Kroenke Sports & Entertainment : KSE) ยอมขายสโมสร ตัวเขาก็พร้อมโดดเข้าร่วมวงเจรจาด้วยทันที[1]

มีประเด็นจากการก่อตั้งยูโรเปียนซูเปอร์ลีก

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีประเด็นดราม่าร้อนแรงในแวดวงลูกหนัง เกี่ยวกับโปรเจกต์จัดตั้งยูโรเปียนซูเปอร์ลีก (European Super League : ESL) ของ 12 สโมสรฟุตบอลระดับแนวหน้าในทวีปยุโรป เพื่อแข่งขันกับแชมเปียนส์ลีกของยูฟา โดยมีเรอัลมาริดเป็นหัวเรือใหญ่ และโฟลเรนติโน เปเรซ นั่งตำแหน่งประธาน แน่นอน…อาร์เซนอลเป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วม

แม้ว่า สุดท้ายโปกเจกต์นี้จะล้มพับไปแล้ว เพราะโดนเสียงวิจารณ์ในเชิงลบอย่างหนักหน่วงจากทั้งเหล่าแฟนบอล บรรดานักเตะทั้งอดีตและปัจจุบัน ตลอดจนถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหลาย จนประธานสโมสรฟุตบอลต่าง ๆ ต้องทยอยกันออกมาขอโทษแฟนบอล

…แต่ดูเหมือนเรื่องนี้ไม่จบเพียงแค่คำขอโทษ เพราะผลจากการตัดสินใจเข้าร่วมยูโรเปียนซูเปอร์ลีกได้สร้างความขุ่นเคืองให้แฟน ๆ ไปแล้ว ในฝั่งของอาร์เซนอลนั้น “เดอะกูนเนอร์” ได้นัดรวมตัวกันเป็นจำนวนหลายพันคนหน้าสนามเอมิเรตส์สเตเดียม เพื่อออกมาขับไล่สแตน โกรเอนเก และกดดันให้ขายสโมสรทิ้งไปเสีย[2]

ตามรายงานจากสื่อต่างประเทศเปิดเผยว่า ปัจจุบันสโมสรฟุตบอลอาร์เซนอลมีมูลค่าประมาณ 2.8 พันล้านเหรียญ[3] ยังคงติดท็อป 10 อยู่ถึงแม้ผลงานในช่วงหลังจะไม่สู้ดีนักก็ตาม ส่วนมหาเศรษฐีชาวสวีเดนอย่างดาเนียล เอ็ก มีทรัพย์สินประมาณ 4.7 พันล้านเหรียญ[4]

แฟนบอลเห็นดีเห็นงามกับเอ็ก เชียร์ให้ซื้อเลย

ภายหลังการประกาศความสนใจของดาเนียล เอ็ก ที่มีต่ออาร์เซน่อล แฟนบอลเป็นจำนวนมากชอบอกชอบใจ แห่มาคอมเมนต์ทั้งจริงจังและตลกโปกฮา เช่น “ดี ! มาซื้อพวกเราเลย”, “เดี๋ยวจะช่วยสนับสนุนโดยการซื้อแพ็กเกจพรีเมียม”, “ถ้าซื้อไปแล้วจะมีโปรฯ ให้แฟนปืนใช้แพ็กเกจพรีเมียมฟรีมั้ย ?”, “ถ้าเทกโอเวอร์จริง สัญญาว่าจะจ่ายเงินซื้อแพ็กเกจพรีเมียมเลย” เป็นต้น[5]

ศิลปินไม่ปลื้มด้วย… ปมปัญหาเรื่องส่วนแบ่งรายได้

อย่างไรก็ตาม ฝั่งศิลปินและแฟนเพลงบางส่วนไม่ปลื้มกับดาเนียล เอ็ก เท่าไหร่นัก เช่น ทิม เบอร์เจส ได้ออกมาตอบโต้ว่า “ช่วยจัดการปัญหาคาราคาซังกับศิลปินก่อนที่จะกระโดดไปวงการลูกหนังก่อนได้ไหม ?” ส่วนจอห์น สเปียรส์ กล่าวว่า “วงการฟุตบอลไม่ควรให้โอกาสดาเนียล เอ็ก ลำพังแค่ความเสียหายที่ก่อเอาไว้กับอุตสาหกรรมเพลงก็มากพอแล้ว”

ทั้งนี้ Spotify ถูกวิพากษ์วิจารณ์มาตลอดหลายปีว่า ให้ค่าตอบแทนแก่ศิลปินได้ไม่สมน้ำสมเนื้อเท่าไหร่นัก เป็นที่มาของการรีสวีตของทิม เบอร์เจส และจอห์น สเปียรส์ นั่นเอง

ทางด้านแฟนเพลงก็ออกมาแซวทำนองว่า “เทกโอเวอร์ไปแล้วจะจ่ายค่าเหนื่อยนักเตะให้น้อยแบบเดียวกบที่จ่ายให้ศิลปินหรือเปล่า ?” โดยในปี 2563 ที่ผ่านมา Spotify จ่ายส่วนแบ่งให้ศิลปินเป็นเงิน 0.00437 เหรียญต่อการตรีมเพลง 1 ครั้ง[5]

อ้างอิง

  1. Daniel Ek (@eldsjal)
  2. Sky Sports
  3. Forbes
  4. Forbes
  5. NME

from:https://droidsans.com/spotify-ceo-interest-takeover-arsenal/