Discord ออกรายงานความโปร่งใส เผยจำนวนบัญชีและเซิร์ฟเวอร์ที่ถูกลบช่วงครึ่งหลังของปี 2020

Discord ออกรายงานความโปร่งใสประจำครึ่งหลังของปี 2020 โดยเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการสั่งปิดบัญชีหรือเซิร์ฟเวอร์ รวมถึงรายงานคำขอข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐที่ได้รับมาตลอดช่วงครึ่งหลังของปีนี้

ในรายงานของ Discord ระบุว่า ในเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ทางบริษัทมีผู้ใช้แอคทีฟ 140 ล้านคน เพิ่มจาก 100 ล้านคนในเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ซึ่งจำนวนผู้ใช้ที่เพิ่มขึ้นนี้ ทางแพลตฟอร์มก็ได้รับรายงานการฝ่าฝืนนโยบายของชุมชนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่ง Discord Trust & Safety ได้รับรายงานกว่า 355,633 ครั้งในรอบ 6 เดือนนี้ เพิ่มขึ้นกว่า 50% เมื่อเทียบกับช่วงต้นปี

สำหรับรายงานที่ได้รับมากที่สุดของ Discord จะเป็นเรื่องการคุกคาม 37.3% ซึ่ง Discord ระบุว่าเมื่อได้รับยืนยันแล้วว่ามีความผิดจริง ทางแพลตฟอร์มจะเริ่มทำตั้งแต่แจ้งเตือนหรือลบบัญชีหรือเซิร์ฟเวอร์, แบนบัญชีชั่วคราว, สั่งลบคอนเทนต์จากแพลตฟอร์ม เป็นต้น

Discord ระบุว่าแพลตฟอร์มได้สั่งลบบัญชีไปแล้วกว่า 3 ล้านบัญชีที่มีพฤติกรรมสแปม และเพิ่มการป้องกันไม่ให้สแปมมาลงทะเบียน ดังนั้นจำนวนสแปมจริง ๆ มีมากกว่านี้แต่ถูกบล็อคตั้งแต่ขั้นตอนการสมัครแล้ว

ส่วนที่ไม่ใช่สแปม Discord ระบุว่าได้สั่งลบไปทั้งหมด 266,075 บัญชี โดยผิดเงื่อนไขข้อใช้บัญชีหาประโยชน์ (Exploitative Content) มาเป็นอันดับแรก ตามมาด้วยการละเมิดทางเพศเด็ก และคอนเทนต์ความรุนแรง

ส่วนการสั่งปิดเซิร์ฟเวอร์ Discord Trust & Safety ได้สั่งปิดเซิร์ฟเวอร์ไปแล้ว 27,410 เซิร์ฟเวอร์ที่ทำผิดกฎ ส่วนใหญ่จะเป็นข้อหาเรื่องอาชญากรรมทางไซเบอร์และการใช้หาประโยชน์ (Exploitative Content) ซึ่งส่วนนี้เพิ่มขึ้นกว่า 140% เมื่อเทียบกับครึ่งแรกของปี

นอกจากการสั่งลบแล้ว ยังมีผู้ใช้งานโดนคำเตือนกว่า 28,170 ครั้ง และเซิร์ฟเวอร์อีก 3,999 ครั้ง ซึ่ง Discord ระบุว่าการเตือนจะทำเฉพาะเมื่อพบพฤติกรรมที่ยังไม่รุนแรงที่เมื่อทำซ้ำ ๆ อาจโดนสั่งลบได้ แต่ถ้าพบพฤติกรรมรุนแรง ทาง Discord จะสั่งปิดทันที

นอกจากนี้ Discord ยังเปิดเผยการขอข้อมูลด้วย โดยระบุว่าทางบริษัทได้รับการขอข้อมูลจากภาครัฐกว่า 3,662 ครั้ง ซึ่งทางบริษัทระบุว่ามีทั้งหมด 3,401 ครั้งที่เป็นการขอแบบชอบด้วยกฎหมาย โดยมีการออกคำขอและเซ็นโดยผู้มีอำนาจตามกฎหมาย และให้ข้อมูลเพียงพอสำหรับ Discord ที่จะระบุไปถึงผู้ใช้งาน

หากใครสนใจรายงานฉบับเต็มของ Discord สามารถอ่านได้จากที่มาของข่าว

ที่มา – Discord

No Description

from:https://www.blognone.com/node/122056