10 เมาส์เกมมิ่งรุ่นเด็ดสาย FPS, MOBA กดไลค์ เริ่ม 1,490 บาท

หลังจากแนะนำคีย์บอร์ดเกมมิ่งไปในบทความที่แล้ว เกมเมอร์อย่างเราก็ต้องมีเมาส์เกมมิ่งดี ๆ ที่ออกแบบมาให้เข้ากับเกมที่เล่นเป็นประจำ ก็จะช่วยให้เราเล่นเกมได้สนุกและดียิ่งขึ้นอีกด้วย ซึ่งในปัจจุบันนี้เราจะเห็นบริษัทผลิตเมาส์ประเภทนี้ออกมาอย่างต่อเนื่องและแต่ละรุ่นจากแต่ละค่ายก็จะดีไซน์มาให้เข้ากับเกมแต่ละแนว ไม่ว่าจะเป็นเมาส์ที่ดีไซน์เรียบง่ายมีปีกข้างสำหรับรองนิ้วโป้งมือของเรา, ดีไซน์พื้นฐานแต่ตัวบอดี้ดูสวยแปลกตาหรือแม้แต่เมาส์ที่มีปุ่มมาโครฝังเอาไว้เพื่อให้เล่นเกมแนว MOBA ได้สะดวกและออกสกิลได้เร็วยิ่งขึ้นก็มีให้เลือกซื้อเช่นกัน

ดังนั้นถ้าใครกำลังคิดว่าจะหาซื้อเมาส์เกมมิ่งตัวใหม่มาเล่นเกมสักตัวแล้วกำลังสงสัยอยู่ว่าจะเลือกซื้อรุ่นไหนมาใช้เล่นเกมจะเหมาะกับเราที่สุดนั้น บทความนี้มีวิธีการเลือกให้เข้ากับสไตล์ของเรามาฝากกัน จะได้เลือกซื้อแล้วตอบโจทย์ที่สุดโดยไม่ต้องคิดมากมานั่งเสียดายเงินภายหลังอีกด้วย

เมาส์เกมมิ่ง

ก่อนจะซื้อ ดูก่อนว่าเล่นเกมแนวไหนเป็นหลัก?

เพราะเป็นเมาส์เล่นเกม ดังนั้นคำถามแรกที่ต้องตอบก่อน คือ “เราเล่นเกมแนวไหนเป็นหลัก” ซึ่งหลาย ๆ คนน่าจะรู้อยู่แก่ใจกันแล้วว่าหลังจากกลับมาถึงบ้านเปิดคอมพิวเตอร์ที่บ้านแล้วเราคลิกเปิดเกมอะไรขึ้นมาเล่นเป็นเกมแรกและเกมอื่น ๆ ที่เราสลับไปเล่นนั้นเป็นเกมอะไรบ้างก็จะพอเห็นภาพเมาส์ใหม่ของเราได้คร่าว ๆ แล้ว

อย่างไรก็ตามก่อนจะมาเลือกเมาส์เกมมิ่งนั้น ผู้เขียนขอแนะนำให้ย้อนกลับไปอ่านบทความก่อนหน้านี้ 2 บทความด้วยกัน คือ บทความเมาส์ไร้สายหลักร้อยเพื่อให้รู้สไตล์การจับเมาส์ว่าปกติเราจับเมาส์แบบไหน และบทความเมาส์เกมมิ่งไร้สายเพื่อความเข้าใจสเปคในหน้ากระดาษของเมาส์รุ่นนั้น ๆ ว่าเป็นอย่างไร จะได้เข้าใจรายละเอียดส่วนต่าง ๆ ของเมาส์มากขึ้น นั่นเพราะเมาส์เกมมิ่งนั้นไม่ใช่แค่เรื่อง DPI สูงก็จบ

ส่วนประเภทของเมาส์เกมมิ่งนั้นถ้าแบ่งแล้วจะมี 4 แบบ หลัก ๆ ได้แก่

fps mouse gaming

1. เมาส์สาย FPS – สำหรับเกมเมอร์เกม FPS เน้นเรื่องเดินหน้ายิงเป็นหลักมักเป็นกลุ่มใช้เมาส์ติดปุ่มเสริมไม่เยอะมากนักซึ่งหน้าตาก็จะไม่หวือหวาคล้าย ๆ กับเมาส์ทั่วไป เพราะหลัก ๆ จะใช้งานเพียงไม่กี่ปุ่มเท่านั้น ได้แก่คลิกซ้าย, ขวา เป็นหลักเท่านั้น แต่บางคนอาจจะหาเมาส์ที่มีปุ่มมาโครติดอยู่บนเมาส์สัก 1-2 ปุ่ม เพื่อกดคำสั่งเปลี่ยนการเล็งจากการเล็งแบบข้ามหัวไหล่เป็นศูนย์เล็งเหล็กในเกม FPS แบบมุมมองบุคคลที่ 3 เป็นต้น

Screenshot 2021 03 27 151648

แต่เราจะรู้ได้ทันทีว่าเมาส์นี้เน้นเกมเมอร์สาย FPS ถ้าเรามองที่ขอบข้างของเมาส์จะมีปุ่มพิเศษรูปเป้าเล็งปืนที่มักเรียกกันว่า “Sniper Button” ที่ผู้ผลิตติดตั้งมาให้เพื่อลดค่า DPI แบบฉับพลัน โดยใช้วิธีกดค้างไว้แล้วค่า DPI จะต่ำลงทันที ทำให้กระสุนนัดสำคัญเข้าเป้าได้ชัวร์ยิ่งขึ้น แต่ปุ่มนี้อาจจะไม่มีก็ไม่เป็นไรแต่มือก็ต้องนิ่งจริงเช่นกัน

ส่วนวิธีการจับถือว่าเหมาะกับทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็น Fingertip, Claw หรือแม้แต่ Palm ก็ได้

moba mouse buttons

2. เมาส์สาย MOBA, MMO – เพราะเกมสาย MMO, MOBA ทั้งหลายมีสกิลต้องกดมากมายแล้วจะมาไล่กดบนคีย์บอร์ดก็อาจจะไม่สะดวกเท่าไหร่ ดังนั้นเมาส์สาย MOBA กลุ่มนี้เช่น Razer Naga Series หรือ Corsair Scimitar จะมีปุ่มติดตั้งเอาไว้บนตัวเมาส์แล้วตั้งค่ากำหนดเป็นปุ่มหรือคำสั่งต่าง ๆ ได้เลยเพื่อประหยัดเวลาไม่ต้องเอื้อมมือไปกดสกิลให้เสียเวลามาก ถ้าใครชื่นชอบการเล่นเกมกลุ่มนี้ขอแนะนำให้เลือกเมาส์ประเภทนี้ไว้ใช้งานได้เลย และเมาส์เกมมิ่งสาย MOBA ตัวนี้ยังมีเวอร์ชั่นสำหรับคนถนัดมือซ้ายเช่น Razer Naga Left-Handed Edition ให้เลือกซื้ออีกด้วย

ส่วนวิธีการจับนั้นจับได้ทั้ง Palm, Fingertip และ Claw เพราะตัวเมาส์มีขนาดใหญ่ แต่แนะนำคือเป็น Palm หรือ Claw เพื่อให้อุ้งมือเอาไว้คุมทิศทางการลากเมาส์แล้วเอานิ้วเอื้อมไปกดปุ่มมาโครได้ด้วย

razer atheris

3. เมาส์สายพกพาเกมมิ่ง – เกมเมอร์ที่อยากได้เมาส์แบบพกพาง่ายเอาใส่กระเป๋าไปเล่นเกมตอนไปทำธุระที่ต่างจังหวัดไม่ได้อยู่หน้าคอมพิวเตอร์ หรือมีเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คแล้วหาเมาส์ตัวเล็กไม่เปลืองพื้นที่เท่าไหร่ก็อาจจะหาเมาส์ไร้สายหรือเมาส์เกมมิ่งตัวเล็กเช่น Razer Atheris มาใช้งาน โดยดีไซน์แล้ว เมาส์ประเภทนี้จะเป็นดีไซน์เรียบง่ายและมีปุ่มหลัก ๆ มาครบ แต่ปุ่มเสริมพิเศษอย่างชุดปุ่มมาโครหรือปุ่ม Sniper Button จะไม่มีติดตั้งมาบนตัวเมาส์เพราะพื้นที่ติดตั้งชิ้นส่วนภายในมีจำกัดนั่นเอง ส่วนวิธีการจับจะเหมาะกับ Fingertip เป็นหลัก แต่จะเป็น Claw ก็ได้หากมือไม่ใหญ่มากนัก

ambodextrous gaming mouse

4. เมาส์สายจับได้สองมือ (Ambidextrous) – เป็นเมาส์ดีไซน์สมมาตรจับถนัดทั้งสองมือ ซึ่งเมาส์ดีไซน์นี้เข้ากับเกมเมอร์ถนัดซ้ายหรือขวาก็ได้และมีปุ่มหลัก ๆ ติดตั้งมาครบ เหมือนเมาส์ทำงานทั่วไปที่ติดตั้งเซนเซอร์ประสิทธิภาพสูงขึ้นมาให้ในเมาส์เพื่อให้เล่นเกมได้สนุกยิ่งขึ้นนั่นเอง แต่เพราะปุ่มบนเมาส์จะมีเท่ากับเมาส์กลุ่ม FPS ดังนั้นเวลาเล่นเกมแนว MOBA ก็จำเป็นต้องใช้มือกดสกิลบนแผงคีย์บอร์ดเหมือนเดิมนั่นเอง ส่วนวิธีสังเกตคือเวลาจับเมาส์ขึ้นมาแล้วหันดูจากด้านข้างทั้งซ้ายและขวาจะดีไซน์สมมาตรกัน

เมาส์เกมมิ่งรุ่นเด็ดน่าซื้อมาประจำเกมมิ่งพีซี

  1. Razer Naga X (2,590 บาท)
  2. Razer Naga Left-Handed Edition (99.99 ดอลลาร์ ราว 3,115 บาท)
  3. SteelSeries Rival 710 (3,190 บาท)
  4. Cooler Master MM711 Retro (1,490 บาท)
  5. Logitech G502 LIGHTSPEED (5,999 บาท)
  6. Logitech G502 HERO (2,999 บาท)
  7. Corsair Scimitar RGB Elite (2,990 บาท)
  8. Corsair M65 RGB Elite (1,990 บาท)
  9. HyperX Pulsefire Raid (1,490 บาท)
  10. HyperX Pulsefire FPS Pro (1,490 บาท)
1. Razer Naga X (2,590 บาท)

naga x resized

Razer Naga X เป็นเมาส์เกมมิ่งสำหรับสาย MOBA, MMORPG รุ่นใหม่ในตระกูลนี้ที่ขายกันมาอย่างยาวนาน ซึ่งถ้าใครเล่นเกมแนวนี้เป็นหลักก็แนะนำให้เลือกตัวนี้ไปใช้เพราะว่าตัวเมาส์จะมีปุ่มมาโครที่ข้างตัวเมาส์อยู่ 12 ปุ่ม รวมปุ่มหลักทั้งหมดแล้วจะเป็น 18 ปุ่ม และปรับแต่งได้ที่โปรแกรม Razer Synapse 3 ที่โหลดมาติดตั้งได้ฟรี รองรับ Razer Hypershift ที่เปลี่ยนโปรไฟล์การใช้งานของเมาส์แล้วสลับส่งคำสั่งเข้าเครื่องได้ทันที

naga 2 resized

ซึ่งปุ่มที่ 10-12 จะเป็นคำสั่งแยกพิเศษสำหรับเกม MMORPG อย่าง World of Warcraft และ Final Fantasy XIV ด้วย ดีไซน์ของตัวเมาส์จะเป็นแบบ Ergonomic เอื้อผู้ใช้มือขวาและสวิตช์ตรงปุ่มคลิกซ้ายขวาเป็นปุ่ม Optical Switch เฉพาะที่ทาง Razer พัฒนาขึ้นมาเอง โดยใช้แสงอินฟาเรดจับการทำงาน ตอบสนองได้เร็วมากเพียง 0.2 วินาทีเท่านั้น อายุการใช้งานอยู่ราว 70 ล้านครั้งด้วยกัน

สเปคของเมาส์จะมึค่า DPI สูงสุด 18,000 DPI ความเร็ว 450 IPS (Inch Per Second) ซึ่งตอบสนองได้เร็วมาก น้ำหนัก 85 กรัม ซึ่งถือว่าไม่หนักไม่เบาเกินไป ใช้เซนเซอร์ Razer 5G Advanced Optical sensor ตอบสนองได้แม่นยำและรวดเร็วเพื่อให้เกมเมอร์ใช้งานได้สนุกยิ่งขึ้น ส่วนอัตราเร่งตอนเราขยับเมาส์อยู่ที่ 40G

สเปคของ Razer Naga X

  • ค่า DPI สูงสุดที่ 18,000 DPI
  • ความเร็ว 450 IPS อัตราเร่ง 40G
  • เซนเซอร์ Razer 5G Advanced Optical sensor
  • มีปุ่มมาโครเฉพาะ 12 ปุ่ม
  • ตั้งค่าเมาส์ได้ด้วยโปรแกรม Razer Synapse 3
  • น้ำหนักเมาส์ 85 กรัม
  • สไตล์เกมที่เหมาะ : MOBA, MMO
  • ราคา 2,590 บาท (JIB)
2. Razer Naga Left-Handed Edition (99.99 ดอลลาร์ ราว 3,115 บาท)

naga left hand resized

สำหรับ Razer Naga Left-Handed Edition นั้นเรียกว่าสเปคทั้งหมดนั้นเหมือน Razer Naga X ทุกอย่าง แต่จุดแตกต่างคือดีไซน์ตัวเมาส์ออกแบบมาเป็น Ergonomic Left-Handed เพื่อเกมเมอร์สายมือซ้ายโดยเฉพาะเพื่อเฉลิมฉลองวันคนมือซ้ายที่เป็นวันสากลของโลก เพราะปุ่มมาโครจะเปลี่ยนจากฝั่งซ้ายมือไปขวามือแทน ทำให้เกมเมอร์มือซ้ายเล่นเกมได้สะดวกยิ่งกว่าเดิม แต่สิ่งน่าเสียดายคือเมาส์เวอร์ชั่นนี้ไม่มีขายในประเทศไทย แต่อาจจะหาซื้อผ่านร้านค้านำเข้าสินค้าจากต่างประเทศแทน

สเปคของ Razer Naga Left-Handed Edition

  • ค่า DPI สูงสุดที่ 18,000 DPI
  • ความเร็ว 450 IPS อัตราเร่ง 40G
  • เซนเซอร์ Razer 5G Advanced Optical sensor
  • มีปุ่มมาโครเฉพาะ 12 ปุ่ม และดีไซน์มาเพื่อคนจับเมาส์มือซ้ายโดยเฉพาะ
  • ตั้งค่าเมาส์ได้ด้วยโปรแกรม Razer Synapse 3
  • น้ำหนักเมาส์ 85 กรัม
  • สไตล์เกมที่เหมาะ : MOBA, MMO
  • ราคา 99.99 ดอลลาร์ หรือราว 3,115 บาท
3. SteelSeries Rival 710 (3,190 บาท)

rival 710 small

SteelSeries Rival 710 จัดเป็นเมาส์ดีไซน์ Ergonomic สำหรับเกมเมอร์มือขวา เหมาะกับเกมแนว FPS เป็นหลัก แต่ฟีเจอร์เด่นนั้นเป็นเรื่องลูกเล่นของเมาส์ที่ขอบหน้าซ้ายมือของเมาส์เป็นจอ OLED ที่โหลดแพทเทิร์นเอาไปแสดงผลไว้ที่ตัวเมาส์ได้และแสดงค่าแจ้งเตือนในเกมต่าง ๆ ขึ้นมาตรงหน้าจอโดยทำงานร่วมกับเกมต่าง ๆ ด้วย รวมทั้งตัวเมาส์จะมีระบบสั่นตามสถานการณ์คล้ายกับจอย DualShock ของ PlayStation ให้เกมเมอร์รู้สึกอินไปกับสถานการณ์ในเกม นอกจากนี้ตัวเมาส์ยังสามารถถอดเปลี่ยนสายเมาส์ให้เป็นแบบสั้นหรือยาวก็ได้โดยมีสายเมาส์แถมมาให้ในกล่อง

สเปคเมาส์จะมีค่า DPI อยู่ที่ 100-12,000 DPI ความเร็ว 350+ IPS ถ้าใช้บนแผ่นรองเมาส์ SteelSeries QcK อัตราเร่ง 50G ส่วน Polling Rate 1000 Hz ใช้เซนเซอร์ SteelSeries TrueMove 3 ซึ่งตอบสนองได้เร็วและแม่นยำแบบอัตราส่วนขยับ 1:1 สวิตช์คลิกเมาส์เป็น SteelSeries Switch กดได้ 60 ล้านครั้ง ส่วนบอดี้ของเมาส์เป็นพลาสติก Soft Touch สีดำ มีปุ่ม 7 ปุ่มด้วยกัน จึงเหมาะกับเกมหลาย ๆ แต่ออกเป็นเกมแนว FPS เป็นหลัก ปรับแต่งตัวเมาส์ด้วยโปรแกรม SteelSeries Engine 3 ซึ่งดาวน์โหลดมาใช้งานได้ฟรีอีกด้วย

สเปคของ SteelSeries Rival 710

  • ค่า DPI ตั้งแต่ 100-12,000 DPI
  • ความเร็ว 350+ IPS อัตราเร่ง 50G
  • เซนเซอร์ SteelSeries TrueMove 3
  • มีหน้าจอ OLED แสดงค่าต่าง ๆ ในเกม, เมาส์สามารถสั่นได้ตามสถานการณ์ในเกม, ตัวเมาส์สามารถถอดเปลี่ยนสายได้ทั้งแบบสั้นและยาว
  • ตั้งค่าเมาส์ได้ด้วยโปรแกรม SteelSeries Engine 3
  • น้ำหนัก 135 กรัม
  • สไตล์เกมที่เหมาะ : FPS
  • ราคา 3,190 บาท (BaNANA)
4. Cooler Master MM711 Retro (1,490 บาท)

cm mm711

Cooler Master MM711 Retro จัดว่าเป็นเมาส์ที่ดูเรียบ ๆ เน้นผู้ใช้มือขวาก็ตามแต่ดีไซน์แปลกตาเพราะตัวเมาส์มีการเจาะโครงพลาสติกเอาไว้ด้วย เลยลดน้ำหนักลงไปเหลือ 60 กรัมเท่านั้น ทำให้ตัวเมาส์เบาเป็นพิเศษ ลากเมาส์ได้เร็วและไม่เมื่อยแม้จะเอาไปเล่นเกม FPS ต่อเนื่องนาน ๆ ก็ไม่ล้าง่าย ๆ และถึงจะเจาะตัวโครงเอาไว้แต่ก็กันน้ำได้ระดับหนึ่งทีเดียว

สเปคเมาส์จะปรับค่า DPI ได้ 7 ระดับตั้งแต่ 400-16,000 DPI ทีเดียว ความเร็ว 400 IPS และอัตราเร่ง 50G ซึ่งถือว่าเร็วและเหมาะกับเกมสาย FPS มาก ส่วนค่า Polling Rate 1000 Hz สวิตช์ปุ่มคลิกซ้ายขวาเป็น OMRON สามารถกดได้ 20 ล้านครั้ง ส่วนเซนเซอร์ใช้ PixArt PMW3389 คุณภาพสูงซึ่งเมาส์เกมมิ่งหลายรุ่นเลือกมาใช้กัน ส่วนโปรแกรมสำหรับปรับแต่งการทำงานของเมาส์ใช้ Cooler Master MasterPlus+ ปรับแต่งการทำงานได้เลย

สเปคของ Cooler Master MM711 Retro

  • ค่า DPI ตั้งแต่ 400-16,000 DPI
  • ความเร็ว 400 IPS อัตราเร่ง 50G
  • เซนเซอร์ PixArt PMW3389
  • เมาส์น้ำหนักเบาเป็นพิเศษ
  • ตั้งค่าเมาส์ได้ด้วยโปรแกรม Cooler Master MasterPlus+
  • น้ำหนัก 60 กรัม
  • สไตล์เกมที่เหมาะ : FPS
  • ราคา 1,490 บาท (Advice)
5. Logitech G502 LIGHTSPEED (5,999 บาท)

g502

Logitech G502 LIGHTSPEED นั้นเป็นเมาส์เกมมิ่งแบบไฮบริดรุ่นที่ไม่ควรพลาด เพราะว่าตัวเมาส์สลับโหมดไปมาระหว่างเล่นแบบมีหรือไร้สายด้วย USB Wireless “LIGHTSPEED” ก็ได้ แถมถ้าใช้โปรแกรม Logitech G-Hub แล้วยังปรับแต่งปุ่มมาโครบนตัวเมาส์ได้ถึง 11 ปุ่มทีเดียว เรียกว่าราคาอาจจะสูงเกินหน้าชาวบ้านไปบ้างแต่ก็มีโปรโมชั่นลดราคามาให้ลูกค้าเป็นระยะ ๆ เช่นกัน ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเป็นเมาส์ที่คุ้มจะลงทุนมากเพราะไปได้ทุกสายทั้ง FPS, MMO, MOBA และตรงขอบข้างซ้ายมือมีปุ่ม Sniper Button ติดตั้งเอาไว้ปรับค่า DPI ลงมาได้ด้วย

สเปคเมาส์จะมีค่า DPI ตั้งแต่ 100-25,600 DPI ซึ่งสูงเป็นสองเท่าของเมาส์เกมมิ่งตัวอื่น ๆ เพราะเซนเซอร์ HERO 25K ของ Logitech ความเร็ว 400 IPS อัตราเร่ง 40G ค่า Polling rate อยู่ที่ 1,000 Hz ทั้งแบบมีสายหรือไร้สาย ในเมาส์ติดตั้งแบตเตอรี่ LI-PO เอาไว้ เวลาเล่นเกมไร้สายถ้าเปิดแสง LIGHTSYNC RGB ทั้ง 2 โซน จะเล่นต่อเนื่องได้ 48 ชม. ปิดแสงไฟจะขยับไป 60 ชม. และชาร์จไว 5 นาทีด้วยสายเมาส์จะกลับมาเล่นได้ 2.5 ชั่วโมง ตัวเมาส์หนัก 114 กรัม ซึ่งถ้าเบาเกินไปสามารถใส่ตะกั่วถ่วงน้ำหนักเพิ่มได้ด้วยโดยแถมมาในกล่องรวม 16 กรัม

สเปคของ Logitech G502 LIGHTSPEED

  • ค่า DPI ตั้งแต่ 100-25,600 DPI
  • ความเร็ว 400 IPS อัตราเร่ง 40G
  • เซนเซอร์ HERO 25K
  • เมาส์เล่นแบบมีสายหรือไร้สายก็ได้, ตั้งค่ามาโครบนตัวเมาส์ได้มากสุด 11 ปุ่ม, มีปุ่ม Sniper Button เพื่อเกมแนว FPS โดยเฉพาะ, ใส่ตะกั่วถ่วงน้ำหนักเมาส์ได้ถ้าเบาไป
  • ตั้งค่าเมาส์ได้ด้วยโปรแกรม Logitech G-Hub
  • น้ำหนัก 114 กรัม ใส่ตะกั่วถ่วงได้อีก 16 กรัม
  • สไตล์เกมที่เหมาะ : FPS, MOBA, MMO
  • ราคา 5,999 บาท (ร้านค้าออนไลน์ของ Logitech)
6. Logitech G502 HERO (2,999 บาท)

เมาส์เกมมิ่ง

ถ้า G502 LIGHTSPEED ราคาแพงเกินไปและจะเอาเมาส์ตัวนี้ติดไว้กับเกมมิ่งพีซีที่โต๊ะในบ้านเท่านั้นก็พอ ก็อาจจะลดมาซื้อแค่ตัว G502 HERO ตัวนี้แทนก็ได้เช่นกัน โดยตัวเมาส์เรียกว่าสเปคเหมือนกันแทบทั้งหมด จะแตกต่างกันที่เมาส์นี้จะเล่นแบบไร้สายไม่ได้เพราะไม่รองรับ USB Wireless “LIGHTSPEED” และน้ำหนักจะมากขึ้นจาก 114 กรัมเป็น 121 กรัมและเพิ่มตัวถ่วงน้ำหนักได้มากสัด 18 กรัม ซึ่งมากกว่าตัวที่แล้ว 2 กรัมด้วยกัน กรณีเมาส์เบาเกินไปแล้วคุมไม่เข้ามือนั่นเอง และตอนนี้ถ้าใครเป็นแฟนเกม League of Legends ก็สามารถซื้อตัว G502 HERO ดีไซน์เกม LoL นี้ไปเล่นได้เลยเช่นกัน

สเปคของ Logitech G502 HERO

  • ค่า DPI ตั้งแต่ 100-25,600 DPI
  • ความเร็ว 400 IPS อัตราเร่ง 40G
  • เซนเซอร์ HERO 25K
  • ตั้งค่ามาโครบนตัวเมาส์ได้มากสุด 11 ปุ่ม, มีปุ่ม Sniper Button เพื่อเกมแนว FPS โดยเฉพาะ, ใส่ตะกั่วถ่วงน้ำหนักเมาส์ได้ถ้าเบาไป
  • ตั้งค่าเมาส์ได้ด้วยโปรแกรม Logitech G-Hub
  • น้ำหนัก 121 กรัม ใส่ตะกั่วถ่วงได้อีก 18 กรัม
  • สไตล์เกมที่เหมาะ : FPS, MOBA, MMO
  • ราคา 2,999 บาท (ร้านค้าออนไลน์ของ Logitech)
7. Corsair Scimitar RGB Elite (2,990 บาท)

scimitar

Corsair Scimitar RGB Elite เป็นเมาส์คู่แข่งของ Razer Naga X โดยตรงเพราะเป็นเมาส์สำหรับเกมแนว MOBA, MMO ที่ตั้งค่ามาโครได้ 17 ปุ่มทีเดียว นอกจากนี้จุดเด่นคือแผงปุ่มมาโคร 12 ปุ่มด้านซ้ายของตัวเมาส์สามารถขยับให้เข้ากับมือของเราได้ ให้แม่โป้งเอื้อมถึงและกดปุ่มที่ตั้งไว้ได้เร็วยิ่งขึ้น ส่วนดีไซน์จะออกใหญ่และอ้วนอยู่บ้างจึงเหมาะกับการจับแบบ Palm เป็นหลัก

สเปคของเมาส์เป็นเมาส์มือขวาโดยเฉพาะ ตั้งค่า DPI ได้สูงสุด 18,000 DPI มีค่า Polling rate สูงสุด 1000 Hz ด้วยกัน ตั้งค่าการทำงานของปุ่มมาโครและค่า DPI ของเมาส์ได้โดยโปรแกรม Corsair iCUE เซนเซอร์ของเมาส์เป็น PixArt PMW3391 ส่วนปุ่มคลิกเมาส์ซ้ายขวาเป็นสวิตช์ Omron รองรับการกดได้ 50 ล้านครั้ง น้ำหนักเมาส์ที่ 122 กรัม

สเปคของ Corsair Scimitar RGB Elite

  • ค่า DPI สูงสุด 18,000 DPI
  • เซนเซอร์ PixArt PMW3391
  • ตั้งค่ามาโครบนตัวเมาส์ได้มากสุด 17 ปุ่ม และแผงปุ่มมาโครข้างเมาส์เลื่อนได้
  • ตั้งค่าเมาส์ได้ด้วยโปรแกรม Corsair iCUE
  • น้ำหนัก 122 กรัม 
  • สไตล์เกมที่เหมาะ : MOBA, MMO
  • ราคา 2,990 บาท (GUMP)
8. Corsair M65 RGB Elite (1,990 บาท)

m65

Corsair M65 RGB Elite นั้นเป็นรุ่นที่เน้นเกมเมอร์สาย FPS โดยตรงเพราะมีปุ่ม Sniper Button ติดตั้งมาบนตัวเมาส์เลย แต่ก็ตั้งมาโครให้เมาส์ได้ 8 ปุ่มทีเดียว ซึ่งถ้าเกมเมอร์สาย FPS ที่ชอบสลับปืนไปมาก็สามารถตั้งค่ากับเมาส์นี้ได้ระดับหนึ่งทีเดียว หรือจะเอาไปประยุกต์กับการกดมาโครในเกม MMO, MOBA ก็พอได้เช่นกันด้วยโปรแกรม Corsair iCUE ที่โหลดมาติดตั้งใช้งานได้ฟรี นอกจากนี้ถ้าเราไขตัวเมาส์ด้านล่างออกก็สามารถถอดตุ้มถ่วงน้ำหนักที่ติดอยู่ใต้ฐานเมาส์เพิ่มลดน้ำหนักเมาส์ได้ด้วย

สเปคของเมาส์มีค่า DPI สูงสุด 18,000 DPI มีน้ำหนักเบาสุด 97 กรัมเมื่อถอดตุ้มถ่วงน้ำหนักทิ้งหมด ค่า Polling rate 1,000 Hz ใช้เซนเซอร์ PixArt PMW3391 และสวิตช์ Omron ซึ่งสามารถกดได้ 50 ล้านครั้ง

สเปคของ Corsair M65 RGB Elite

  • ค่า DPI สูงสุด 18,000 DPI
  • เซนเซอร์ PixArt PMW3391
  • ตั้งค่ามาโครบนตัวเมาส์ได้มากสุด 8 ปุ่ม และมีปุ่ม Sniper Button ด้วย
  • ตั้งค่าเมาส์ได้ด้วยโปรแกรม Corsair iCUE
  • น้ำหนักเบาสุด 97 กรัม 
  • สไตล์เกมที่เหมาะ : FPS
  • ราคา 1,990 บาท (JIB)
9. HyperX Pulsefire Raid (1,490 บาท)

pulsfire raid small

HyperX Pulsefire Raid เองก็เป็นเมาส์เกมมิ่งอีกรุ่นที่น่าสนใจเพราะความแข็งแรงและสเปคที่ดีไม่แพ้เกมมิ่งเมาส์ตัวอื่นเช่นกัน เพราะว่าตัวเมาส์สามารถตั้งค่ามาโครได้ 11 ปุ่ม ด้วยโปรแกรม HyperX NGENUITY กลายเป็นเมาส์ที่เล่นเกมได้ทุกแนวไม่ว่าจะ FPS, MMO, MOBA เลยทีเดียว ดังนั้นถ้าใครเล่นเกมหลากหลายแนวก็น่าเลือกซื้อแบรนด์นี้ไปใช้งานเช่นกัน โดยออกแบบมาเป็นเมาส์ Ergonomic เพื่อคนจับมือขวาโดยเฉพาะ

สเปคของเมาส์สามารถตั้งค่า DPI ได้สูงสุด 16,000 DPI มีความเร็ว 450 IPS อัตราเร่งสูงสุด 50G และ Polling rate 1,000 Hz ซึ่งถือว่าเร็วกำลังดีรุ่นหนึ่งทีเดียว เซนเซอร์เป็น PixArt 3389 คุณภาพสูง ส่วนสวิตช์ที่ปุ่มคลิกเมาส์ซ้ายขวาจะเป็นของ Omron กดได้ 20 ล้านครั้งและออกแบบให้เกมเมอร์สามารถคลิกตรงโคนปุ่มก็ทำงาน ไม่ต้องเอื้อมนิ้วไปกดถึงปลายปุ่มก็ได้ ส่วนน้ำหนักเมาส์เพียง 95 กรัมเท่านั้น

สเปคของ HyperX Pulsefire Raid

  • ค่า DPI สูงสุด 16,000 DPI
  • ความเร็ว 450 IPS อัตราเร่งสูงสุด 50G
  • เซนเซอร์ PixArt PMW3389
  • ตั้งค่ามาโครบนตัวเมาส์ได้มากสุด 11 ปุ่ม, กดคลิกโคนปุ่มได้
  • ตั้งค่าเมาส์ได้ด้วยโปรแกรม HyperX NGENUITY
  • น้ำหนักเบาสุด 95 กรัม 
  • สไตล์เกมที่เหมาะ : FPS, MMO, MOBA
  • ราคา 1,490 บาท (JIB)
10. HyperX Pulsefire FPS Pro (1,490 บาท)

pulsefire fps pro small

ซีรี่ส์ Pulsfire ก็มีรุ่นสำหรับเกมแนว FPS โดยเฉพาะเช่นกันในรุ่น HyperX PulseFire FPS Pro โดยตัวเมาส์นั้นจะแชร์สเปคร่วมกับตัว Pulsefire Raid ด้วย แต่ลดปุ่มมาโครลงไปเหลือเพียง 6 ปุ่มเท่าที่จำเป็นต้องใช้เท่านั้น ซึ่งเกมเมอร์ก็สามารถเอาไปปรับแต่งการทำงานของเมาส์ได้ด้วย HyperX NGENUITY ให้แสดงผลได้ดีไม่แพ้กัน ส่วนตัวเมาส์จะออกแบบให้เข้ากับมือขวาโดยเฉพาะ จึงจับได้สบายมือทีเดียว

สเปคของ HyperX Pulsefire FPS Pro

  • ค่า DPI สูงสุด 16,000 DPI
  • ความเร็ว 450 IPS อัตราเร่งสูงสุด 50G
  • เซนเซอร์ PixArt PMW3389
  • ตั้งค่ามาโครบนตัวเมาส์ได้มากสุด 6 ปุ่ม, กดคลิกโคนปุ่มได้
  • ตั้งค่าเมาส์ได้ด้วยโปรแกรม HyperX NGENUITY
  • น้ำหนักเบาสุด 95 กรัม 
  • สไตล์เกมที่เหมาะ : FPS
  • ราคา 1,490 บาท (JIB)

สรุป – เลือกเมาส์เกมมิ่งตัวไหนดี

จะเห็นว่าเมาส์เกมมิ่งแต่ละตัวก็จะมีจุดเด่น, ดีไซน์และฟีเจอร์เด่นแตกต่างกันไปตามเกมที่เราชอบเล่น ซึ่งถ้าดูตามตารางสเปคแล้วก็จะเห็นว่าแต่ละรุ่นจะมีจุดเด่นแตกต่างกันไป

รุ่น / สเปค DPI เซนเซอร์ ความ
เร็วและอัตราเร่ง
โปร
แกรม
ตั้งค่าเมาส์
แนวเกมที่เหมาะกับเมาส์ ฟีเจอร์เฉพาะ ราคา
Razer
Naga X
สูงสุด 18,000 DPI Razer 5G Advanced Optical sensor

450 IPS

อัตราเร่ง 40G

Razer Synapse 3 MOBA

MMO

มีปุ่มมาโครตั้งค่าได้
12 ปุ่ม
2,590 บาท
Razer
Naga Left-Handed Edition
สูงสุด
18,000
DPI
Razer 5G Advanced Optical sensor

450 IPS

อัตราเร่ง 40G

Razer Synapse 3 MOBA

MMO

มีปุ่มมาโครตั้งค่าได้
12 ปุ่ม

ดีไซน์มาเพื่อคนจับเมาส์มือซ้าย

ราว 3,115 บาท
Steel
Series Rival 710
100

12,000 DPI
Steel
Series TrueMove 3
350+ IPS

อัตราเร่ง 50G

SteelSeries Engine 3 FPS จอ OLED

เมาส์สั่นได้

ถอดเปลี่ยนสายสั้นยาวได้

3,190 บาท
Cooler Master MM711 Retro 400

16,000 DPI
PixArt PMW3389 400 IPS

อัตราเร่ง 50G

Cooler Master MasterPlus+ FPS เมาส์เบาเป็นพิเศษ 1,490 บาท
Logitech G502 LIGHTSPEED 100

25,600 DPI
HERO 25K 400 IPS

อัตราเร่ง 40G

Logitech
G-Hub
FPS

MOBA

MMO

เล่นแบบมีหรือไร้สาย

ตั้งมาโครได้ 11 ปุ่ม

Sniper Button

ใส่ตะกั่วถ่วงน้ำหนักได้

5,999 บาท
Logitech G502 HERO 100

25,600 DPI
HERO 25K 400 IPS

อัตราเร่ง 40G

Logitech
G-Hub
FPS

MOBA

MMO

ตั้งมาโครได้ 11 ปุ่ม

Sniper Button

ใส่ตะกั่วถ่วงน้ำหนักได้

2,999 บาท
Corsair Scimitar RGB Elite สูงสุด 18,000 DPI PixArt PMW3391 Corsair iCUE MOBA

MMO

ตั้งมาโครได้ 11 ปุ่ม

แผงมาโครข้างเมาส์เลื่อนได้

2,990 บาท
Corsair M65 RGB Elite สูงสุด 18,000 DPI PixArt PMW3391 Corsair iCUE FPS ตั้งมาโครได้ 8 ปุ่ม

Sniper Button

1,990 บาท
HyperX Pulsefire Raid สูงสุด 16,000 DPI PixArt PMW3389 450 IPS

อัตราเร่งสูงสุด 50G

HyperX NGENUITY FPS

MOBA

MMO

ตั้งมาโครได้ 11 ปุ่ม

กดคลิกโคนปุ่มได้

1,490 บาท
HyperX Pulsefire Raid สูงสุด 16,000 DPI PixArt PMW3389 450 IPS

อัตราเร่งสูงสุด 50G

HyperX NGENUITY FPS ตั้งมาโครได้ 6 ปุ่ม

กดคลิกโคนปุ่มได้

1,490 บาท

อย่างไรก็ตามเมาส์เกมมิ่งแต่ละตัวก็มีจุดเด่นแตกต่างกันไป ซึ่งจะเอาสเปคหน้ากระดาษมาเทียบกันก็อาจจะแค่พอเทียบได้ระดับหนึ่ง แต่ใจความที่แท้จริงคือประสิทธิภาพตอนเอาไปเล่นเกมนั่นเองว่าเมาส์ตัวไหนจะเข้ามือและราคาตอบโจทย์เราที่สุดนั่นเอง อย่างไรก็ตามเมาส์แต่ละตัวก็จะมีดีไซน์แตกต่างกันไป ผู้เขียนก็ขอแนะนำให้ลองไปจับตัวจริงตามงานอีเวนต์ขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ใหญ่ ๆ เช่น COMMART หรือร้านคอมพิวเตอร์เสียก่อนแล้วค่อยตัดสินใจซื้อจะดีที่สุด เพราะมือของเราและเมาส์แต่ละตัวก็ดีไซน์แตกต่างกันไป ดังนั้นถ้าจับเมาส์ตัวไหนแล้วเข้ามือเราที่สุดค่อยตัดสินใจซื้อก็ได้ จะได้ไม่ต้องเสียเงินและได้เมาส์ที่ถูกใจเราที่สุดนั่นเอง

from:https://notebookspec.com/web/585708-10-gaming-mouse-you-should-buy-to-play