โควิดพลิกวิกฤต บราเดอร์ปั้นยอดเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทหวังครองแชร์ 30%

บราเดอร์ หวังพลิกวิกฤต COVID-19 เป็นโอกาส ขอปั้นปี 64 ครองส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 2 กลุ่มเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท คาดป้อนผลิตภัณฑ์ลงตลาดได้มากขึ้นจากปีก่อน หลังชะงักจากการผลิตชิ้นส่วนจากคู่ค้า จับกลุ่ม SME นักศึกษา และกลุ่มผู้เริ่มธุรกิจใหม่ ที่มีความต้องการใช้งานเครื่องพิมพ์มากขึ้น

ธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด

ธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด เผยภาพรวมของตลาดกลุ่มเครื่องพิมพ์แบบต่างๆ พบว่าตอนนี้เกือบทั้งหมดของเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทในตลาดเป็นระบบแท็งก์แล้ว โดยสัดส่วนของผู้ใช้งานกลุ่มอิงค์เจ็ทเพิ่มเป็น 60% จึงเห็นได้ว่าเทรนด์ของผู้ใช้งานกลุ่มเลเซอร์ได้ลดลง ด้วยเพราะต้นทุนต่อการพิมพ์เพียง 3 สตางค์ต่อแผ่น และคุณภาพของการพิมพ์ดีขึ้นจากแต่ก่อนมาก

“ปีที่ผ่านมา บราเดอร์ขับเคี่ยวกับคู่แข่งอย่างมาก ครองอันดับ 2 อันดับ 3 สลับไปมาในแต่ละไตรมาส โดยปีที่แล้วเราครองส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทประมาณ 20% จากผลสำรวจของ GfK ซึ่งสถานการณ์ COVID-19 มีผลกระทบต่อยอดจำหน่าย จากปัญหาที่โรงงานบราเดอร์ในฟิลิปปินส์ และเวียดนามไม่สามารถเดินสายการผลิตได้ 100% และพาร์ทชิ้นส่วนในการผลิตได้ขาดตลาด ทำให้ส่งผลกระทบไม่สามารถส่งสินค้าจำหน่ายได้ตามปกติ มี back order จำนวนมาก และในปีนี้คาดว่าจะกลับมาเดินสายการผลิตได้ 100% ส่งผลทำให้ยอดจำหน่ายเราก็เพิ่มขึ้นไปด้วย เราจึงตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งกลุ่มอิงค์เจ็ทเป็น 30%”

เจาะกลุ่ม SME นักศึกษา กลุ่มผู้เริ่มทำธุรกิจ ด้วยอิงก์เจ็ทซีรีย์ใหม่ 6 รุ่น

ธีรวุฒิ เพิ่มเติมข้อมูลว่า ตอนนี้ผู้บริโภคมั่นใจใช้งานเครื่องพิมพ์อิงก์เจ็ทระบบแท็งก์มากขึ้น ด้วยคุณภาพของการพิมพ์ และต้นทุนที่ถูกมาก ต่ำสุดเพียง 3 สตางค์ต่อแผ่นเท่านั้น ผู้บริโภคจึงไม่ลังเลที่จะตัดสินใจซื้อใช้งาน เพราะหากจำกันได้ในยุคที่เครื่องพิมพ์เป็นแบบตลับ ข้อจำกัดคือเรื่องของราคาตลับหมึกที่สูงมาก ก็จะมีการดัดแปลงตลับหมึกต่อเข้าระบบแท็งก์ แต่เมื่อเราได้ทำเครื่องพิมพ์อิงก์เจ็ทระบบแท็งก์เองแล้ว ก็สามารถเพิ่มยอดขายหมึกพิมพ์ขึ้นมาทดแทนในส่วนที่เคยเสียให้กับตลับหมึกเทียบได้ ด้วยราคาที่จับต้องได้ คุณภาพดีกว่า ทำให้ผู้บริโภคไม่มีความจำเป็นต้องไปซื้อหมึกเทียบอีกต่อไป

“ปีนี้เราจึงเปิดตัวเครื่องพิมพ์อิงก์เจ็ทระบบแท็งก์ทั้งหมด 6 รุ่น ปูพรมเจาะ 3 กลุ่มเป้าหมาย ทั้งกลุ่มผู้เริ่มต้นใช้งาน กลุ่มผู้ใช้งานธุรกิจที่ต้องการฟังก์ชั่นเพิ่ม และกลุ่มที่ต้องการเครื่องพิมพ์ที่ครบฟังก์ชั่น ใช้งานในออฟฟิตขนาดใหญ่ เข้าถึงทุกกลุ่มได้ง่าย ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 3,990 บาท และเรายังมองว่ากลุ่ม SME กลุ่มนักศึกษา และกลุ่มผู้เริ่มต้นธุรกิจใหม่จะเป็นแรงผลักดันให้ยอดขายให้โตเพิ่มขึ้น จากการปรับตัวทั้งการเรียนการสอนจากที่บ้าน รวมไปถึงธุรกิจต่างๆ ในช่วงยุค COVID-19 ที่ทำงานจากที่ไหนก็ได้ ทำให้มีความต้องการในการใช้งานเครื่องพิมพ์เพิ่มขึ้น เพิ่มความคล่องตัวมากขึ้น”

สำหรับเครื่องพิมพ์อิงก์เจ็ทระบบแท็งก์ใหม่ทั้ง 6 รุ่น ราคาเริ่มต้นที่ 3,990 – 9,490 บาท โดยมอบโปรโมชั่น เมื่อซื้อเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันอิงค์แท็งก์รุ่นที่ร่วมรายการ (DCP-T220, DCP-T420W, DCP-T520W, DCP-T720DW, DCP-T820DW, MFC-T920DW) จำนวน 1 เครื่อง รับฟรี! กระดาษโฟโต้ Innobella Premium Plus Glossy Photo Paper ขนาด 4”x6” จำนวน 1 แพ็ค มูลค่า 119 บาท ตั้งแต่ 22 มี.ค. – 30 เม.ย. 2564 (หรือจนกว่าของจะหมด)

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post โควิดพลิกวิกฤต บราเดอร์ปั้นยอดเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทหวังครองแชร์ 30% first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/brother-launches-6-models-of-latest-feature-rich-ink-tank-printers/