10 เหตุผลที่ทำไม Clubhouse ถึงกลายเป็นแอพสุดปังในช่วงเวลาเพียงข้ามคืน

เรียกได้ว่าดังและปังในเวลาอันรวดเร็วจริง ๆ สำหรับแอพพลิเคชันใหม่มาแรง แซงทางโค้ง อย่าง Clubhouse ที่กำลังเป็นที่พูดถึงอยู่ในขณะนี้ ทีมงาน Notebookspec จึงพามาทำความรู้จัก พร้อมเหตุผลที่ทำให้แอพพลิเคชันนี้ ได้รับความนิยม รวมไปถึงการดาวน์โหลด หน้าตา และการใช้งานในเบื้องต้นของแอพพลิเคชันนี้ด้วย

Clubhouse

Clubhouse คืออะไร

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกันก่อนเลยว่าแอพพลิเคชันนี้คืออะไรกันแน่ Clubhouse ถือเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียรูปแบบใหม่ ที่ได้เปิดตัวเมื่อช่วงปี 2020 ที่ผ่านมานี้เอง โดยนักพัฒนาซอฟต์แวร์ Alpha Exploration Co. ตัวแอพมีการใช้งานเป็นรูปแบบการสนทนา และการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันของผู้ใช้งาน ผ่านทาง เสียง เป็นหลัก ภายใต้คอนเซ็ปต์ง่าย ๆ ในการเป็นพื้นที่สำหรับการพบปะเพื่อนใหม่ ๆ หรือผู้คนจากรอบโลก สำหรับห้องสนทนานั้นก็จะแบ่งคนออกเป็น 3 สถานะด้วยกัน นั่นก็คือ ผู้ดูแล (Moderator),ผู้พูด (Speaker) และผู้ฟัง (Audience)

ผู้ใช้งานสามารถที่จะฟังการสนทนา การสัมภาษณ์ และการพูดคุยระหว่างบุคคลที่มีความสนใจในด้านเดียวกัน อารมณ์เหมือนเรากำลังฟัง Podcast แบบ Live นั่นเอง ซึ่งหัวข้อที่นำมาพูดนั้นก็มีมากมายหลากหลาย แบ่งไปตามแต่ที่เราจะสนใจ ตัวแอพได้เป็นมีความพยายามเป็นส่วนหนึ่งที่จะผลักดันความเป็นตัวของตัวเอง ของผู้คนในสังคม ให้เราได้แสดงความคิดเห็น หรือรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น โดยที่เราไม่จำเป็นต้นรู้จักหรือเห็นหน้าตากันก็ตาม ซึ่งวิธีแบบนี้ก็ช่วยให้ใครหลายคนมีความมั่นใจขึ้นมาบ้าง แถมการพูดนั้นก็เป็นสิ่งที่มนุษย์อย่างเราใช้ในการสื่อสารกันอยู่แล้ว นั่นจึงทำให้ยิ่งง่ายที่จะแสดงความคิดเห็นออกมามากขึ้นไปอีก


เหตุผลที่ทำให้ Clubhouse กลายเป็นแอพสุดปังในช่วงเวลาข้ามคืน

เมื่อเรารู้แล้วว่าแอพพลิเคชันนี้คืออะไร เป็นแนวไหน ก็จะไม่พูดถึงเหตุผลที่ทำให้ตัวแอพได้ความความนิยม เป็นที่พูดถึงกันอย่างกว้างขวางภายในระยะเวลาเพียงไม่นานคงไม่ได้ เราจึงจะพามาดูว่าเหตุผลอะไรที่ทำให้แอพพลิเคชันคลับเฮาส์นี้ ได้ความความนิยม และปังในชั่วข้ามคืน

1. เจาะกลุ่มชุมชนผู้ใช้งานแบบเฉพาะกลุ่ม

ความน่าสนใจของคลับเฮาส์นั้น เริ่มต้นด้วยความเฉพาะกลุ่ม เฉพาะทาง ส่งผลให้ในระยะยาวนั้นตัวแอพนั้นค่อนข้างได้รับความสนใจและความนิยมในแบบที่ยั่งยืน ทั้งตัวแอพพลิเคชัน มีรูปแบบที่ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกเหมือนการจัดงาน Event หรืองานสัมนาแบบจำลอง ทำให้ผู้คนสามารถเข้ามาตั้งประเด็นและพูดคุยกันได้เรื่องที่ตัวเองสนใจ ทำให้ตัวแอพยิ่งได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น

การส่งเสริมที่อยู่ภายใต้คอนเซปต์ การสนทนาผ่านเสียงนั้น ถือว่าตอบโจทย์มาก ๆ โดยเฉพาะกลับกลุ่มคนที่ไม่ถนัดการสื่อสารที่ต้องอาศัย Eye Contact หรือการเขียนที่ต้องเรียบเรียงออกมาเป็นถ้อยคำที่สละสลวยและมีข้อจำกัดในด้านของภาษา หลายครั้งการพิมพ์คุยกันนั้นก็นำมาซึ่งการเข้าใจผิดทางความหมาย การที่เราได้พูด ได้ใช้เสียง ทำให้การสื่อสารส่งออกไปได้ตรงเป้าหมายมากขึ้น เพิ่มโอกาสให้ทั้งผู้ส่งสารและผู้รับสารประสบความสำเร็จในการสื่อสารมากกว่าเดิม

2. แพลตฟอร์มที่เป็นสากล มีคนดังเข้าร่วมมากมาย

ความน่าสนใจหนึ่งของตัวแอพพลิเคชันที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้เลย ก็คือความเป็นสากลของตัวแอพ ที่นอกจากเราจะใช้งานในประเทศของตัวเองได้แล้ว เรายังสามารถเข้าร่วมห้องที่เป็นของต่างประเทศได้ด้วย นั่นจึงทำให้ตัวแอพมีความเป็นสากล ซึ่งในแต่ละกลุ่ม แต่ละความสนใจนั้นก็จะมีผู้ที่มีความรู้ มีความคิด ที่น่าสนใจอยู่ในนั้น ทำให้ผู้ใช้งานได้รับประโยชน์ เรียกได้ว่าเป็นแหล่งรวมไอเดียดี ๆ อีกแหล่งหนึ่งเลยก็ว่าได้ แถมการเข้าไปฟังภาษาต่างประเทศ ยกตัวอย่างเช่น ภาษาอังกฤษนั้น ก็เสมือนว่าเราได้ฝึกทักษะทางด้านภาษา ในด้านการฟังไปด้วยในตัว

3. กลุ่มคนที่เข้าร่วม เป็นผู้มีอิทธิพลด้านความคิด

เมื่อกล่าวถึงความเป็นสากลของตัวแอพพลิเคชันไปแล้ว ความน่าสนใจที่นอกจากมีความหลากหลายทางด้านภาษาแล้ว ตัวแอพยังเป็นแหล่งที่รวมเอาผู้มีอิทธิพลทางความคิดมาอยู่ในแอพด้วย ไม่ว่าจะเป็น ผู้บริหารธุรกิจ กลุ่มคนทำงาน ผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ หลากหลายอาชีพ หลากหลายมุมมอง ทำให้ผู้ที่เข้าร่วมห้องนั้นก็ได้รับความรู้และแนวคิดดี ๆ มามากมาย แถมการที่เราจะเข้าร่วมห้องสนทนาได้นั้น เราต้องได้รับการเชิญเสียก่อน นั่นยิ่งส่งผลให้เรารู้สึกมีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของตัวแอพ หรือห้องสนทนานั้น ๆ อีกด้วย

4. Elon Musk!

ถ้าจะไม่กล่าวถึงก็คงไม่ได้ กับ Elon Musk นักธุรกิจและนักลงทุนชาวอเมริกัน-แอฟริกาใต้ ผู้บริหารและและสถาปนิกผลิตภัณฑ์ของ Tesla motors ที่ตอนนี้เรียกได้ว่าเป็นผู้ปลุกกระแสนิยมในด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจได้ดีเลยทีเดียว ซึ่งการที่เขาได้มีการโพสต์ข้อความทางทวิตเตอร์ ที่ทั้งกล่าวถึงคลับเฮาส์ หรือการที่เขาพูดถึง  ‘แผนการใช้ชีวิตบนดาวอังคาร’ ในห้องสนทนานั้น ทำให้เกิดเป็นกระแสที่ทำให้ผู้คนที่ติดตามเขาได้ให้ความสนใจกับตัวแอพพลิเคชันนี้เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้นอกจาก Elon Musk แล้ว ก็ยังมี Vlad Tenev ผู้ก่อตั้ง Robinhood แอพพลิเคชันสำหรับการลงทุนชื่อดังด้วย ยิ่งส่งผลให้ผู้คนหันไปให้ความสนใจกับคลับเฮาส์เป็นอย่างมาก

5. การสนทนาที่น่าสนใจ

ในส่วนของหัวข้อที่ใช้ในการสนทนาในแอพพลิเคชันคลับเฮาส์นั้น ล้วนแต่เป็นหัวข้อที่มีความน่าสนใจทั้งสิ้น ตามที่ได้กล่าวไปแล้วว่าผู้ใช้งานแอพพลิเคชันขณะนี้มีผู้ที่มีอิทธิพลทางด้านความคิดอยู่เป็นจำนวนมาก นั่นจึงเป็นเหตุผลให้หัวข้อที่นำมาพูดคุยกันมีความน่าสนใจ ซึ่งถ้าหากเป็นสถานการณ์ปกติทั่วไป การที่เราจะได้ฟังการพูดคุยของกลุ่มคนเหล่านี้ ก็คงต้องไปตามงานสัมนา หรือเสวนาต่าง ๆ ที่ทั้งฟรีและเสียค่าใช้จ่าย แต่ตอนนี้สามารถฟังได้ผ่านทางตัวแอพ ในส่วนของหัวข้อที่น่าสนใจก็ได้แก่ KOL & Live commerce style, Thai-China Business matter เป็นต้น

6. ประเด็นการพูดคุยด้านสังคมที่น่าติดตาม

นอกจากความน่าสนใจของหัวข้อการเสวนาที่มีอิทธิพลทางความคิด ในด้านของความรู้ ประสบการณ์ต่าง ๆ แล้ว ในด้านสังคมก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กันเลย ตัวแอพพลิเคชันคลับเฮาส์ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ในการแสดงออกทางด้านการเมือง การแลกเปลี่ยนด้านความคิด ที่ได้รับความนิยมมากในจีนและไต้หวัน (ปัจจุบันรัฐบาลจีนได้ทำการแบนแอพพลิเคชันนี้ในจีนไปแล้ว) ในการที่ใช้สำหรับพูดคุยในประเด็นที่อ่อนไหวของทั้งสองประเทศ ส่งผลให้ความต้องการเป็นสมาชิกของคลับเฮาส์มีความต้องการเพิ่มขึ้นมาอย่างมาก

7. ความปลอดภัย

สำหรับความปลอดภัยในการใช้งานนั้น ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ตัวแอพได้รับความนิยมด้วย เนื่องจากเป็นโซเชียลมีเดียที่ใช้ เสียง เป็นสื่อกลางในการสนทนา ดังนั้นทำให้ใครหลายคนมีความกังวลว่าจะถูกบันทึก ซึ่งทางผู้พัฒนาได้ออกแบบความปลอดภัยมารองรับในส่วนนี้เรียบร้อยแล้ว คือ บทสนทนาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในห้องสนทนานั้น จะไม่ได้รับการบันทึกไว้ และเราไม่สามรถบันทึกการสนทนาได้ด้วย (ตามกฎของแอพ) นอกจากนี้ก็ยังไม่สามารถที่จะแชรหน้าจอได้ ตอบโจทย์เป็นอย่างมากในด้านความเป็นส่วนตัว

8. ความ Exclusive ของแพลตฟอร์ม

อีกสิ่งที่คิดว่ามีผลทำให้เกิดความน่าสนใจก็คือ มันทำให้เป็นสิ่งหายาก เพราะว่าดาวน์โหลดได้เฉพาะ App Store รองรับการทำงานได้บน iOS ได้เท่านั้น ซึ่งตอนนี้ผู้ใช้ Android ก็ยังไม่สามารถใช้งานได้ (แต่อาจจะมีการพัฒนาต่อไปเนื่องจากความนิยมที่เพิ่มขึ้นหรือไม่คงต้องรอติดตาม)

คอนเทนท์ของ Clubhouse ที่ว่าเป็นเสียง แต่ไม่ใช่ เสียงที่บันทึกไว้อย่าง พอดแคสท์ แต่เป็น “รายการสด” สดเท่านั้น ฟังย้อนหลังไม่ได้ ทำให้มันสดใหม่ ทำให้มันดู มีคุณค่าแบบว่า ถ้าพลาดไม่ได้ฟังแล้ว จะมาฟังย้อนหลังไม่ได้นะ สวนทางกับกระแส on demand ที่ถ้าเป็นแพลทฟอร์มทีวี เราบอกว่าไม่ดี แต่พอเป็นรายการสดที่เป็นเสียง กลับได้รับความสนใจ มีความต้องการซะอย่างนั้น น่าสนใจจริงๆ และการที่ไม่มีการบันทึกให้ฟังย้อนหลัง ทำให้ ผู้จัดรายการที่เป็นผู้พูด ไม่ต้องกลัวจะพูดผิด เพราะมันไม่สามารถฟังย้อนหลังได้ ทำให้ลดความประหม่าในการแชร์ ในการเล่า (ความเข้าใจร่วมของคนที่นี่คือ ไม่บันทึกเสียงกันนะครับ)

9. เครื่องมือโซเชียลใหม่

Clubhouse ถือเป็นสื่อโซเชียมีเดียใหม่ที่อาจบุกเบิกช่องทางของธุรกิจได้ในอนาคต โดยเฉพาะกับเหล่า influencers, ดารา, นักการตลาด, เทรนเนอร์, ครู ฯลฯ ที่มีความต้องการที่จะแชร์เรื่องราว ประสบการณ์ ความรู้ ความคิด ในรูปแบบที่เป็นลักษณะของ Talk show, การจัดงานเสวนา หรือ อบรม ที่ให้ผู้คนจากทั่วโลกสามารถเข้าถึงได้ เป็นโอกาสที่ดีโดยเฉพาะกับกลุ่มคนสายการผลิตคอนเทนต์ที่จะเปิดพื้นที่ในการสร้างสรรค์งานคอนเทนต์ของตน ซึ่งก็ดูจะเป็นการปูทางที่ดี ที่ในอนาคตอาจจะเป็นการสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง ทั้งจากแบรนด์ เอเจนซี หรือบริษัทต่าง ๆ ที่เริ่มเห็นโอกาสการทำการตลาด หรือการโฆษณาผ่านทางแพลตฟอร์มนี้

10. Free Speech

ความเป็น Free Speech หรือการมีอิสระทางการพูด นี้เอง ที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ตัวแอพได้รับความนิยม เพราะไม่ว่าใครก็มีสิทธิเสรีในการเปิดประเด็นพูดคุย ถกเถียง แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความคิดเห็น ในเรื่องที่ตนเองสนใจได้อย่างอิสระ ซึ่งในอีกแง่หนึ่งนั้น ก็มีการตั้งคำถามเกิดขึ้นเช่นกันว่า ทางผู้พัฒนาจะมีวิธีการจัดการ หรือคัดกรอง ความเป็นอิสระในการพูดนี้อย่างไร เพราะบางประเด็นก็อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งหรือเป็นประเด็นที่อ่อนไหว ในส่วนนี้ก็เป็นประเด็นที่เราต้องติดตามกันต่อไปในอนาคต


การดาวน์โหลดแอพพลิเคชัน

Clubhouse
Cr: joinclubhouse

สืบเนื่องด้วยทางผู้พัฒนาเองนั้น มีความต้องการให้ตัวแอพพลิเคชันมีความค่อยเป็นค่อยไปในการขยายตัว และเพื่อรักษาคุณภาพของตัวแอพ ทั้งในขณะนี้ตัวแอพเองก็ยังไม่ได้เป็นเวอร์ชันที่สมบูรณ์ ทำให้การดาวน์โหลดแอพพลิเคชันมาใช้งานนั้น ยังค่อนข้างจำกัด ทั้งผู้ใช้งานที่ต้องอาศัยการ Invite จากบุคคลอื่น และระบบปฏิบัติการที่ตัวแอพรองรับ

การดาวน์โหลดแอพพลิเคชันนี้ ในขณะนี้ยังไม่ได้เปิดอย่างเต็มรูปแบบ สามารถดาวน์โหลดได้ในสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ iOS เท่านั้น ในส่วนของผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ Android นั้น อาจจะต้องรอไปก่อน

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดแอพพลิเคชันได้ที่ : Clubhouse


วิธีใช้งานเบื้องต้น

clubhouse 4.1
Cr: Phiraya Ardwichai

มาพูดเรื่องระบบการทำงานหลัก ที่น่าสนใจกันบ้าง จากการทดลองใช้ พบว่าระบบของแอพคลับเฮาส์ให้ความสำคัญกับ “การติดตาม” (follow) ของเรา กับผู้ใช้คนอื่น ๆ มาก ห้องรายการทอล์คโชว์ ที่เราจะเห็น จะปรากฏขึ้นมา ก็จะดูจากว่า เรามีความสัมพันธ์กับผู้สร้าง หรือผู้ที่พูด (speaker) ในห้องนั้นๆ แค่ไหน หลักการง่ายๆ ถ้าเราอยากจะเห็นห้องทอล์คโชว์เยอะ ๆ ก็ทำการ กดติดตาม ผู้ใช้คนอื่นๆ ทั้งคนที่เรารู้จัก หรือเพื่อนใหม่ ๆ ที่เราสนใจ ไม่ว่าจะเป็น influencers, นักการตลาด หรือ ผู้บริหารชาวต่างประเทศ ก็จะทำให้เราเห็นอะไร ๆ มากขึ้น

เริ่มใช้งาน Clubhouse

  1. ต้องใช้ iPhone 6s ขึ้นไปที่ติดตั้ง iOS 13 และใหม่กว่าได้ ส่วน Android ยังไม่รองรับ ณ ตอนนี้
  2. ต้องมีเบอร์มือถือสำหรับการลงทะเบียนเพื่อสมัครบัญชี
  3. ดาวน์โหลดแอพ Clubhouse
  4. ติดตั้งและทำตามขั้นตอนให้เรียบร้อย

ถ้าเบอร์โทรของเรามีเพื่อนส่งบัตรเชิญ (Invite) มาแล้ว เราจะสามารถเข้าไปใช้งานได้ทันที แต่ถ้าใครยังไม่ได้ถูกรับเชิญจะยังไม่สามารถเข้าใช้งานได้ ถ้ามีเพื่อนที่รู้จักก็สามารถให้เบอร์โทรไปเพื่อส่งบัตรเชิญมาให้ได้

เข้า Clubhouse แล้วทำอะไรได้บ้าง?

โหมดผู้ฟัง

สามารถเป็นผู้ฟัง โดยเข้าไปค้นหาและเข้าฟังในห้องที่ถูกสร้างไว้แล้วได้ พอเข้าไปนั่งฟังสามารถกดไอคอนรูปมือเหมือนการยกมือ เพื่อให้ผู้ดูแลห้องรู้ว่าเราอยากจะพูด เมื่อถูกเชิญให้พูดแล้วเราจะสามารถพูดในห้องนั้นได้ โดยที่ผู้ที่เข้าฟังทั้งหมดจะได้ยินที่เราพูด

โหมดผู้สร้างห้อง

สามารถสร้องห้องเพื่อตั้งประเด็นในการพูดคุยได้ ห้องที่เราสร้างเลือกได้ว่าเป็นห้องแบบเปิด, แบบกลุ่มที่ติดตามหรือแบบส่วนตัว

หลังเปิดห้องแล้วเราสามารถเชิญคนเข้ามาฟังได้หรือจะสร้างห้องล่วงหน้าก็ได้เพื่อบอกให้รู้ว่าจะการพูดในช่วงเวลานั้น ๆ,  เราสามารถอนุญาตให้คนยกมือเข้ามาเป็นแขกในการพูดในห้องได้, สามารถผลักผู้รับที่ไม่ต้องการออกจากห้องได้

ในส่วนของวิธีการใช้งานเบื้องต้นนั้น เริ่มต้นด้วยการสมัครที่จะมีวิธีการสมัคร ให้ลงทะเบียน ชื่อ-สกุล เบอร์โทรศัพท์ และสร้าง Username ก่อน จากนั้นรอให้ผู้ที่มีบัญชีอยู่แล้ว Invite ผ่านเบอร์โทรศัพท์และ SMS  ถึงจะมีสิทธิเข้าร่วมได้อย่างสมบูรณ์ โดย 1 บัญชีสามารถเชิญได้ 2 ครั้ง

เมื่อได้รับการ Invite แล้วก็สามารถเข้าร่วม follow ในคลับต่างๆ ได้ โดยที่ถ้าวันไหนมีสมาชิกในคลับได้ทำการเปิดห้อง ก็จะมีโนติแจ้งเตือนมาให้ทราบนั่นเอง

จะขอเข้า Clubhouse invited ได้อย่างไร?

clubhouse

การขอเข้า Clubhouse invited อย่างที่บอกในตอนแรกก็คือ ถ้าหากไม่มี invited ก็เหมือนโหลดมาอย่างว่างเปล่า ไม่มีอะไรให้ทำเลยนอกจากการลงทะเบียนจอง Username เอาไว้ เพื่อรอให้คนที่มีแอปฯ นี้อยู่แล้ว เชิญชวนเราเข้าไปให้ใช้งาน และมีอยู่แค่วิธีเดียวที่จะเข้าไปเล่นได้ ก็คือต้องได้ Clubhouse invited เท่านั้น ซึ่งผู้ที่ได้รับการชวนให้เข้าไปเล่นในแอปฯ นี้แล้ว ก็จะได้การชวนหรือ invited เพียง User ละ 2 คน แต่ก็ไม่ได้หมดหวังขนาดนั้น เพราะถ้าหากเราได้โหลดแอปฯ มาแล้ว และได้เข้าไปลงชื่อเพื่อขอ Username ไว้บนแอปฯ เรียบร้อย และถ้าหากมีเพื่อนที่ใช้งานแอพ นี้อยู่ (ต้องอยู่ในรายชื่อในมือถือด้วย) ระบบก็จะขึ้นเตือนเพื่อนของเราบนแอปฯ ว่ามีเพื่อนที่มาสมัครใช้งานอยู่ ซึ่งตรงนี้เพื่อนเราสามารถกดให้เราเข้าไปได้เลยเช่นกัน และเป็นคนละส่วนกับการเข้าด้วย invited ด้วย จึงไม่ต้องไปหา invited หรือไปซื้อต่อ (ช่วงนี้กำลังขายกันแพงมาก) เพียงมีเพื่อนที่เล่นอยู่ ก็จะสามารถขอเข้าไปได้ด้วยเหมือนกัน และเมื่อเราเข้าไปได้แล้ว เราจะใช้วิธีนี้ในการกดให้เพื่อนที่อยู่ใน Contact List และสมัครการใช้งานเข้ามาเพิ่มได้ด้วยเช่นกัน ก็ถือว่าไม่ได้ยากขนาดนั้น แต่ถ้าไม่มีเพื่อนที่เล่นอยู่หรือใช้ Android ก็หมดสิทธิเลยในตอนนี้


ฟีเจอร์ที่น่าสนใจ มีอะไรบ้าง?

clubhouse

ฟีเจอร์หลักของแอพคลับเฮาส์ จะมีอยู่ 2 แบบก็คือ การเป็นผู้สร้างห้องและพูดด้วยตัวเอง ซึ่งตรงนี้เราจะเป็นคนคุมทุกอย่าง ตั้งแต่การเปิดให้คนอื่นเข้าร่วม เปลี่ยนจากคนฟังให้มาเป็นผู้สนทนาในห้องได้ หรือจะให้ฟังอย่างเดียว ไม่ปล่อยให้ใครพูดเลย ก็สามารถทำได้เช่นกัน พูดง่ายๆ ก็คือเหมือนเป็นหัวหน้าห้องสัมมนา ที่เป็นผู้พูด (เรื่องอะไรก็ได้) และมีผู้ฟัง ซึ่งการจะอนุญาตให้ผู้ฟังตอบโต้กับเราได้ ก็ต้องผ่านการอนุญาตจากเราทั้งหมด

clubhouse

กับอีกแบบนึงก็คือการเป็นผู้ฟัง ซึ่งอันนี้ถ้าเราไม่ได้เป็นคนที่ชอบพูด หรือเป็นคนที่คิดว่าชอบฟังอยู่แล้ว ก็จะเหมาะมากๆ การเป็นผู้ฟังของเรานี้ก็คือ เราจะเข้าไปที่ห้องไหนก็ได้ที่เราติดตามคนๆ นั้นอยู่ และเค้ากำลังพูด (หรือตั้งเวลานัดหมายว่าจะพูดอะไรตอนไหน) เราจะไม่สามารถพูดโต้ตอบอะไรได้เลย แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เราอยากจะพูดโต้ตอบ ก็เพียงกดปุ่มยกมือ เพื่อขอให้เจ้าของห้อง หรือผู้พูดได้รู้ว่าเราอยากจะสนทนาด้วย ถ้าเจ้าของห้องกดรับเราก็จะพูดได้ แต่ถ้าไม่ได้กดอนุญาตให้พูด ก็ต้องฟังต่อไป แต่ถ้าหากว่าฟังต่อไปนานๆ แล้วไม่อยากฟังต่อ ก็เพียงแค่กดปุ่มมุมซ้ายล่าง Leave quietly เพื่อออกจากห้องไปเลยทันที

มาดูในส่วนของการสร้างห้องกันบ้าง ในโปรไฟล์ของเรานั้นจะมีชื่อ Username และรายละเอียดต่างๆ ของเราอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการที่มีผู้ติดตาม หรือเราไปติดตามคนอื่น ซึ่งการที่มีผู้ติดตามอยู่ ก็หมายความว่าเมื่อเราสร้างห้อง คนที่ติดตามอยู่ก็จะมี Notification เตือนขึ้นมาว่า เรากำลังจะพูดเรื่องอะไรบางเรื่อง และถ้าคนที่กดติดตามเกิดสนใจอยากฟัง เค้าก็จะเข้ามาฟังได้ แต่การสร้างห้องของเราก็จะแบ่งกันได้อีก 3 แบบก็คือ Open ที่ให้ใครเข้ามาก็ได้ในห้องที่เราสร้าง Social คือเข้ามาได้เฉพาะคนที่ติดตามเท่านั้น และสุดท้ายคือ Closed ที่ต้องถูกเชิญเข้ามาในห้องที่เราสร้าง ถึงจะเข้ามาฟังได้ และเมื่อใดที่เราพูดจนเมื่อยปากแล้ว หรือหมดเรื่องที่จะพูด ก็เพียงแค่กด End room ห้องก็จะถูกปิดลง และไม่มีการบันทึกอะไรไว้เลย นอกจากนี้การเปิดห้อง ก็สามารถเปิดแบบ Club ที่จะแบ่งเป็นหมวดตามความสนใจได้ด้วยเช่นกัน


สรุป

กล่าวได้ว่า คลับเฮาส์ อาจถือเป็นวิวัฒนาการครั้งต่อไปของรูปแบบโซเชียลมีเดียและคอนเทนต์ ที่ก่อนหน้านี้ ‘Podcast’ ดูเหมือนจะมาแรง แต่ ณ ตอนนี้ ความเชื่อดังกล่าวก็อาจสั่นคลอนลงไปแล้วก็ได้ เมื่อคลับเฮาส์ เริ่มเข้ามาทำคะแนนความนิยมจากผู้ใช้งานได้เป็นจำนวนมากเช่นนี้ ทั้งนี้ทั้งนั้น เราอาจต้องรอการพัฒนาของแอพอย่างเต็มรูปแบบที่จะครอบคลุมรองรับหลากหลายอุปกรณ์มากยิ่งขึ้น รองรับผู้ใช้งานที่หลากหลายขึ้น ประกอบกับทิศทางของตัวแอพด้วยว่าความนิยมนี้จะไปอยู่ถึงจุดไหน


อ่านบทความเพิ่มเติม/บทความที่เกี่ยวข้อง

from:https://notebookspec.com/web/576930-why-clubhouse-is-so-popular