Bloomberg เผย เดโม Cyberpunk 2077 ตอนปี 2018 ไม่ใช่เกมจริงๆ สตูดิโอโต้เป็นเรื่องปกติ

Bloomberg เผยแพร่บทความที่รวมข้อมูลเบื้องหลังการพัฒนา Cyberpunk 2077 จากการสัมภาษณ์พนักงานและอดีตพนักงาน CD Projekt Red กว่า 20 คน (เกือบทุกคนไม่เปิดเผยตัวตน) บทสรุปหลายข้อสวนทางกับที่ Martin Iwinski ซีอีโอของ CD Projekt ออกมาขอโทษแฟนๆ ก่อนหน้านี้ ที่บอกว่าไม่พบบั๊กสำคัญในระหว่างการทดสอบเกม แต่ข้อมูลของ Bloomberg บอกว่าทีมงานพบบั๊กเกือบหมด แค่ไม่มีเวลาเพียงพอสำหรับแก้บั๊กเท่านั้นเอง

ในภาพใหญ่แล้ว Cyberpunk 2077 ยังเปลี่ยนรูปแบบเกมจาก The Witcher ที่ทีมพัฒนามีประสบการณ์คุ้นเคย เช่น เปลี่ยนมุมมองเกมมาเป็น first-person, เปลี่ยนสไตล์ภาพจากแฟนตาซีมาเป็นโลกอนาคต ทำให้ CD Projekt Red ต้องสร้างเทคโนโลยีใหม่ จ้างคนใหม่ พัฒนาเทคนิคใหม่ ฯลฯ พอเป็นของใหม่ทำให้เจอปัญหาระหว่างทางเยอะ แถมยังต้องทำงานใหญ่ขึ้นด้วยกรอบเวลาเดียวกับที่ทำ The Witcher ด้วย

ในประเด็นเรื่องเวลา เกม Cyberpunk 2077 เปิดตัวในปี 2012 ทำให้รู้สึกว่าใช้เวลาทำนาน แต่ Bloomberg ชี้ว่ากระบวนการพัฒนาเริ่มจริงๆ ช่วยปลายปี 2016 หลัง Adam Badowski หัวหน้าสตูดิโอของ CD Projekt Red เข้ามารับผิดชอบโครงการแทน ทำให้เกมเพลย์และเนื้อเรื่องต้องเปลี่ยนใหม่ และยังส่งผลให้ทีมงานเก่าที่ขัดแย้งกับ Badowski ด้านแนวทางพัฒนาเกมต้องลาออกไป

No Description

พนักงานของ CD Projekt Red ยังเล่าถึงการทำงานเกินเวลา (crunch time) ที่บางครั้งอาจต้องทำวันละ 13 ชั่วโมง การที่โครงการ Cyberpunk ใหญ่ขึ้น มีพนักงานระดับ 500 คน (ไม่รวมสตูดิโอภายนอก) ทำให้ CD Projekt มีปัญหาเรื่องการบริหารจัดการ เพราะยุค The Witcher 3 ใช้พนักงานราว 240 คนเท่านั้น บริษัทยังนำตัวเองไปเทียบกับเกมระดับ GTA V หรือ RDR2 ที่ต้องใช้คนทำหลักหลายพัน แต่ต้องทำเกมด้วยจำนวนคนที่น้อยกว่ามาก

ประเด็นสำคัญในบทความ Bloomberg ระบุว่า CD Projekt Red โชว์คลิปเดโมเกมเพลย์ยาว 48 นาทีในงาน E3 2018 ซึ่งเรียกเสียงฮือฮาให้แฟนๆ อย่างมาก แต่แท้จริงแล้วเดโมนี้ “ปลอม” ขึ้นมาเพราะเกมยังไม่สามารถเล่นได้จริงๆ ในตอนนั้น นี่จึงเป็นคำอธิบายว่าทำไมฟีเจอร์บางอย่างที่โชว์ในเดโม ถึงไม่มีในตัวเกมฉบับเต็ม และพนักงาน CD Projekt ยังรู้สึกว่าเสียดายเวลาหลายเดือนไปสร้างเดโม แทนที่จะเอาเวลาไปพัฒนาเกมจริงๆ

สถานการณ์ยิ่งแย่เข้าไปอีกเมื่อ ผู้บริหารประกาศในงาน E3 2019 ว่าเกมจะออกเดือนเมษายน 2020 แม้แฟนๆ จะตื่นเต้นเพราะมี Keanu Reeves มาร่วมแสดงในเกม แต่พนักงานกลับเครียดเพราะรู้ว่าเป็นกำหนดการที่เป็นไปไม่ได้ และสถานะของเกมตอนนั้นน่าจะเสร็จในปี 2022 ด้วยซ้ำไป

Adam Badowski หัวหน้าสตูดิโอของ CD Projekt Red และผู้กำกับของเกมนี้ ตอบโต้บทความนี้ผ่านทวิตเตอร์ในบางประเด็น โดยเขาบอกว่า Bloomberg สัมภาษณ์พนักงานเพียง 20 คน คงไม่สะท้อนข้อมูลทั้งหมดของโครงการ ส่วนประเด็นเรื่องเดโมปลอม เขาชี้ว่าเป็นเรื่องปกติของเกมที่โชว์ในงานที่ตัดบางส่วนของเกมมาให้ดูก่อน แน่นอนว่าเดโมไม่เหมือนกับเกมจริง ฟีเจอร์บางอย่างอาจไม่เวิร์คในทางปฏิบัติ และถูกถอดไปในภายหลัง แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเดโมนี้เป็นของปลอมทั้งหมด เขามั่นใจว่าเกมจริงๆ ดีกว่าที่เห็นในเดโมมาก

ส่วนประเด็นเรื่องบั๊กบนคอนโซลเจนเก่า Badowski ยอมรับว่ามีปัญหาจริงๆ และทีมงานกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อแก้บั๊กบนทุกแพลตฟอร์มด้วย ซึ่งในมุมมองของเขาแล้ว ตัวเกมไม่ถึงขั้น “หายนะ” (disastrous) แบบที่สื่อเรียกกัน ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้คะแนนรีวิว 9/10 หรือ 10/10 จากสื่อเกมชั้นนำทั่วโลก

ด้าน Jason Schreier ผู้เขียนบทความนี้ใน Bloomberg ตอบกลับว่า CD Projekt ไม่ยอมตอบคำถามหลายอย่างที่เขาถามไป และไม่อนุญาตให้ Badowski ให้สัมภาษณ์ในบทความนี้ จึงน่าสนใจว่าทำไม Badowski ถึงมาตอบผ่านทวิตเตอร์ทีหลัง และเขาก็ไม่ได้ตอบในประเด็นสำคัญๆ อย่างเรื่อง crunch time หรือกำหนดเวลาที่เป็นไปไม่ได้จริงในทางปฏิบัติ

ที่มา – Bloomberg, IGN

from:https://www.blognone.com/node/120649