รีวิว Lenovo ThinkBook 13s G2 สเปก Core i5/i7 Gen 11 จอ 13.3″ IPS 2K ทำงานมืออาชีพพร้อมความบันเทิง จบครบในเครื่องเดียว

Lenovo ThinkBook 13s Gen 2 รุ่นใหม่สเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 Tiger Lake มี AI ช่วยประมวลผลในตัว จัดว่าเป็นส่วนหนึ่งของ ThinkBook Series คอมพิวเตอร์ซับแบรนด์จาก Lenovo สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางในปี 2021 ที่มาพร้อมดีไซน์บางเฉียบ เพิ่มความคล่องตัวในทุกการใช้งานบนระบบปฏิบัติการ Windows 10 Pro

เติมเต็มศักยภาพการทำงานให้ธุรกิจสู่ยุคแห่งอนาคต โดย Lenovo ThinkBook 13s เป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอขนาด 13.3″ พาเนล IPS ความละเอียด 2K ที่มีความบางเฉียบเน้นพกพาสะดวก เบาเพียง 1.26 กิโลกรัม บางที่ 14.9 มิลลิเมตรรองรับทั้งการทำงานระดับมืออาชีพ รวมไปถึงความบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบในเครื่องเดียวกัน

Lenovo ThinkBook 13s

Lenovo ThinkBook 13s รุ่นใหม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงจากรุ่นก่อนหน้าในส่วนฝาหลังที่ดูแล้วมีความทันสมัย เน้นออกแบบให้ตรงต่อรูปแบบการใช้งานของธุรกิจ SMB / SME ซึ่งให้ความสำคัญไม่เพียงเฉพาะดีไซน์ที่สวยงามพร้อมฟีเจอร์ที่เหนือชั้นกว่าในราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมมีบริการหลังการขายและการรับประกันที่ดีเยี่ยม

สำหรับสเปกภายในเป็นชิปประมวลผล Core i5-1135G7 / Core i7-1165G7 เทคโนโลยี 10 นาโนเมตร SuperFin ผสานการทำงานร่วมกับการ์ดจอออนชิป Iris Xe Graphic ที่รอบรับการทำงานหรือเล่นเกม 3 มิติพอได้ มาพร้อมกับแรมขนาด 16GB LPDDR4X และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB สนนราคาเริ่มต้นเพียง 25,940 บาทเท่านั้นเอง

VDO Review

Coming Soon

NBS Verdict

Lenovo ThinkBook 13s Gen 2 เป็นโน๊ตบุ๊คสายพกพาบางเบาอีกรุ่นที่ทำออกมาได้อย่างลงตัว ได้แพลตฟอร์ม Intel EVO ที่ทรงพลัง ให้ประสบการณ์ใช้งานที่ยอดเยี่ยม ทั้งในด้านของความกะทัดรัดของตัวเครื่อง ที่มีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊คยุคก่อนๆ น้ำหนักเพียง 1 กิโลกรัมนิด ๆ อีกทั้งการใช้งานคีย์บอร์ดก็น่าประทับใจ นับได้ว่าเป็นจุดเด่นของ Lenovo ที่ทำมาได้ดีโดยตลอด ถอดแบบมาจาก ThinkPad เลยก็ว่าได้ ส่วนเรื่องดีไซน์การออกแบบที่ทันสมัยสวยงามเหมาะกับคนรุ่นใหม่ๆ ที่ถอดแบบมานาก IdeaPad ก็ทำมาได้อย่างลงตัวสวยงาม 

Lenovo ThinkBook 13s

ส่วนประสิทธิภาพการทำงานของ Lenovo ThinkBook 13s ก็ยังครบครันทั้งแง่ของชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 ทั้ง i5 / i7 รวมถึงแรม 16GB และ SSD M.2 NVMe PCIe ในเครื่องความจุ 512GB หน้าจอ 13.3″ คุณภาพสูงพาเนล IPS ความละเอียด 2560 x 1600 พิกเซล มาพร้อมเทคโนโลยีที่สมจริงอย่าง Dolby Vision และเทคโนโลยีภาพไดนามิกสูง (HDR) ที่เข้ามาช่วยเพิ่มความคมชัดและแสดงเม็ดสีแม่นยำ พร้อมรายละเอียดที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ที่ทำให้โน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ตอบโจทย์ทั้งการทำงานจริงจัง หรือการใช้งานเพื่อความบันเทิง ตอบโจทย์ได้หมด

Lenovo ThinkBook 13s

นอกจากนี้ Lenovo ThinkBook 13s ยังมาพร้อมฟีเจอร์ ThinkShutter ม่านชัตเตอร์ปิดเลนส์กล้องที่ทำให้เรามั่นใจว่ากล้องจะเห็นในเวลาที่เราต้องการใช้งานเท่านั้น และยังมี Finger Print ระบบแสกนลายนิ้วมือเป็นอุปกรณ์ที่จะผนวกรวมเข้ากับปุ่มเปิดปิด ไว้ใช้งาน Windows Hello ผ่านทางระบบปฏิบัติการ Windows 10 ที่ใช้งานได้ทันที ไม่ต้องกรอกรหัสผ่านเพื่อความปลอดภัยทุกครั้ง เรียกได้ว่าเป็น Notebook สายทำงานมืออาชีพอีกหนึ่งรุ่นที่น่าซื้อมาใช้งานอย่างแท้จริง 

จุดเด่น Lenovo ThinkBook 13s

  • มีดีไซน์ที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ตามสไตล์ ThinkBook มีความหรูหรา พรีเมียม
  • วัสดุทำจากอลูมิเนียมอัลลอยด์ตลอดทั้งตัวเครื่องที่มีความแข็งแรง งานประกอบดูแน่นหนา
  • น้ำหนักเบา ขอบจอบาง พกพาสะดวกเหมาะสำหรับคนที่ชอบนำไปใช้งานนอกสถานที่บ่อยๆ
  • ตัวเครื่องทนทานต่ออุณหภูมิสูงและการสั่นสะเทือน คีย์บอร์ดทนน้ำ
  • ชิปประมวลผลประสิทธิภาพแรงจาก Intel Core i Gen 11ใช้งานลื่นไหล ทั้งทำงานและบันเทิง
  • ได้สเปกหน่วยความจำแรม 16GB LPDDR4X พร้อม SSD M.2 NVMe PCIe ความเร็วสูงสุด
  • หน้าจอความละเอียด 2560 x 1600 พิกเซล พาเนล IPS สีสันสวยงาม มีฟีเจอร์ Dolby Vision
  • มาพร้อมสแกนลายนิ้วมือ ใช้งานผ่านทาง Windows Hello
  • ThinkShutter ฝาปิดกล้องเพิ่มความปลอดภัยด้านความเป็นส่วนตัวให้กับผู้ใช้งาน
  • แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ยาวนานกว่า 9:35 ชั่วโมง 
  • รองรับ Rapid Charge  ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ถึง 80% ภายใน 1 ชั่วโมง
  • ลำโพง HARMAN ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Dolby Atmos ให้เสียงที่ดีมาก
  • มีระบบปฏิบัติการ Windows 10 ติดตั้งมาให้ทันที
  • ซอฟต์แวร์ Lenovo Vantage ใช้งานได้จริง

ข้อสังเกต Lenovo ThinkBook 13s

  • ไม่มีมีอแดปเตอร์แปลงเป็นพอร์ตอื่นๆ มาให้ในบันเดิลด้วย
  • มีรุ่นที่จำหน่ายตามหน้าร้านทั่วไปตอนนี้ จะได้ประกันเป็น 1 ปีปกติ

Specification

โดย Lenovo ThinkBook 13s ที่เราได้รับมารีวิวในครั้งนี้ จะเป็นรุ่นราคา 30,000 บาท มาพร้อมชิปประมวลผล Intel Core i5-1135G7 ที่เป็นชิป 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.40 GHz สามารถเร่งความเร็วสูงสุดได้เป็น 4.20 GHz  การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics สำหรับการใช้งานทั่วไปรวมไปถึงงาน 3 มิติ ซึ่งนับว่าเป็นการ์ดจอออนชิปที่เทียบเคียงการ์ดจอแยกได้เลย

ทำงานร่วมกับหน่วยความจำแรมขนาด 16GB LPDDR4X Bus 4266MHz แบบ Dual Channel ส่วนพื้นที่เก็บข้อมูลก็ใช้เป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ทำให้สเปคโดยรวมนั้นลงตัวมาก ๆ สำหรับการใช้งานพื้นฐาน เล่นอินเตอร์เน็ตเว็บไซต์ ทำเอกสาร ดูหนัง ฟังเพลง หรืองานมืออาชีพสำหรับภาพธุรกิจ เน้นพกพาไปใช้งานนอกสถานที่

Lenovo ThinkBook 13s

อีกส่วนที่น่าสนใจก็คือหน้าจอ โดย Lenovo ThinkBook 13s ใช้หน้าจอขนาด 13.3″ ความละเอียดระดับ WQXGA (2560 x 1600) อัตราส่วน 16:10 ซึ่งมีความละเอียดที่มากกว่าสัดส่วนที่มากกว่าจอทั่วๆ ไป ขอบจอบางเฉียบ พาเนลจอแบบ IPS ที่ให้มุมมองกว้างถึง 178 องศา ซึ่งจัดว่าเป็นสเปคจอที่เหมาะสำหรับการใช้งานแทบทุกรูปแบบ มาพร้อม Windows 10 Pro และซอฟต์แวร์จากทาง Lenovo Vantage ที่ช่วยในการจัดการปรับแต่ง

พอร์ตเชื่อมต่อก็มาพร้อมพอร์ตจำเป็นค่อนข้างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 Type-A ที่เป็นมาตรฐาน จำนวน 2 พอร์ต ที่สำคัญได้พอร์ตชาร์จไฟเป็นมาตรฐาน Thunderbolt 4 ด้วย ส่วนช่องเสียบหูฟัง 3.5 ม.ม. และ HDMI ยังมีมาให้ การเชื่อมต่อไร้สายจะเป็นมาตรฐาน Wi-Fo 6 AX (2×2) และ Bluetooth 5.0 นอกจากนี้ยังมี Finger Print สำหรับใช้งานร่วมกับฟังก์ชัน Windows Hello เพื่อล็อกอินโดยใช้การสแกนนิ้วอีกด้วย  สำหรับประกันเป็น 1 ปี ตามมาตรฐาน Lenovo

Lenovo ThinkBook 13s G2 ITL (i5) ราคา 25,940 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i5-1135G7
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 8GB LPDDR4X 4266 MHz 
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Pro (64 Bit)

Lenovo ThinkBook 13s G2 ITL (i7) ราคา 30,000 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : Intel Core i7-1165G7
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • RAM : 8GB LPDDR4X 4266 MHz 
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD
  • STORAGE : 512GB SSD PCIe M.2
  • OS : Windows 10 Pro (64 Bit)

Hardware / Design

ดีไซน์การออกแบบโดยรวมของ Lenovo ThinkBook 13s นั้นจะดูเล็กกว่าโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 13.3″ แบบสมัยก่อนอยู่พอสมควร เนื่องด้วยขอบจอที่บางกว่าปกติ ทำให้ตัวเครื่องดูเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพา พร้อมได้หน้าจอความละเอียดสูง ที่มากกว่า Full HD ส่งผลให้ Lenovo Notebook รุ่นนี้เป็นอีกหนึ่ง Ultrabook ปี 2021 ที่น่าใช้งานสุดๆ ด้วยน้ำหนักเพียง 1.26 กิโลกรัม กับความบางของตัวเครื่องเพียง 14.9 มิลลิเมตรเท่านั้น สำหรับหน้าจอสามารถกางได้ถึง 180 องศาเลยทีเดียว

Lenovo ThinkBook 13s

ด้วยดีไซน์ออกมาได้ขอบหน้าจอบางแบบเพียง 5 ม.ม. ส่วนของตัวเครื่องทั้งหมดจะใช้เป็นอลูมิเนียมเป็นส่วนประกอบ ทำให้ได้ข้อดีมาก็คือทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบา พร้อมสีสันสีเงิน Mineral Grey ส่งผลให้ภาพลักษณ์โดยรวมของตัวเครื่องดูหรูหราให้อารมณ์พรีเมียมสุดๆ พร้อมให้ลุคทันสมัยแต่แฝงไว้ด้วยความเรียบหรูเป็นทางการ ภายในติดตั้งด้วยวัสดุและเทคโนโลยีที่ให้ความปลอดภัยและประสิทธิภาพการใช้งานระดับองค์กรตามแบบฉบับเครื่องคอมพิวเตอร์ตระกูล Think อย่างรุ่นพี่ ThinkPad ด้วย 

Lenovo ThinkBook 13s

ตัวเครื่องมีการออกแบบโดยรวมให้ดูทันสมัยและเรียบง่าย โลโก้ Lenovo จะมีอยู่ 2 จุดเท่านั้น คือ มุมบนฝาหลังด้านซ้าย ส่วนฝาหลังจะโดดเด่นด้วยการทำพื้นที่แบบ 2 โซน พร้อมโลโก้ ThinkBook ขนาดใหญ่ที่ขอบตัวเครื่องด้านขวา ตามมาด้วยการใส่รายละเอียดในการทำให้ตัวเครื่องมีลักษณะงานประกอบทั้งหมดแทบจะเป็นชิ้นเดียวกัน แบบ Unibody ส่งให้เวลาที่เราจับถือหรือใช้งานจะรู้สึกว่าแน่นหนา ซึ่งจากการใช้งานจริงพื้นผิวบางนี้เป็บรอยนิ้วมือค่อนข้างยาก ฉะนั้นหายห่วงเรื่องความสะอาดได้เลย หรือถ้าจะเช็ดก็ง่ายดาย

Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 37

อีกหนึ่งจุดเด่นของ Lenovo ThinkBook 13s เป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาที่ทรงประสิทธิภาพในการทำงานทั่วไปเน้นการพกพา แบบที่หารุ่นเปรียบเทียบได้ยาก ที่สำคัญ Lenovo ThinkBook 13s นั้นผ่านการทดสอบคุณภาพและความน่าเชื่อถือหลายอย่าง อาทิ การป้องกันน้ำหกเข้าสู่เครื่อง 60 มิลลิลิตร การทนต่ออุณหภูมิสูงและการสั่นสะเทือน และทดสอบบานพับโลหะผสมที่ใช้เทคโนโลยี Powdere-Metal ด้วยการเปิด-ปิดกว่า 25,000 รอบ ทั้งยังและเคลือบด้วยโลหะอินเดียมและสแตนเนียมเพื่อเพิ่มความทนทานต่อการกัดกร่อน และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรับสัญญาณ Wi-Fi

Lenovo ThinkBook 13s

นอกเหนือจากนี้ Lenovo Notebook รุ่นนี้ยังมีการออกแบบภายในโดยใช้พัดลมระบายความร้อนแบบ 1 ตัว ในการท่ายเทความร้อนออกไปจากช่องทางใต้หน้าจอ โดยดูดลมเย็นจากใต้ตัวเครื่องพร้อมทั้งช่องคีย์บอร์ด ทำให้การทำงานแบบเต็มประสิทธิภาพก็ยังถ่ายเทความร้อนได้อย่างรวดเร็วน่าประทับใจ ในการใช้งานไปแทบจะไม่รู้สึกถึงความร้อนภายใน ส่วนใต้ตัวเครื่องก็มาพร้อมงานประกอบเรียบร้อยมาตรฐานโน๊ตบุ๊ค Lenovo ระดับสูง เรียกได้ว่าเป็นการต่อยอดจากรุ่นก่อนหน้าในหลายๆ ส่วนด้วย 

Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 39

แม้หน้าตาโดยรวมจะเหมือนกับโน๊ตบุ๊คปกติทั่วไป แต่แตกต่างด้วยฟังก์ชั่น Windows Modern Standby ที่มากับ ThinkBook 13s ช่วยให้เครื่องเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อเช็คอีเมล์, รับสายผ่าน Skype และอัพเดทแอพพลิเคชั่น Windows ทำได้ง่ายแม้ในขณะที่หน้าจอเครื่องปิดพับปิดอยู่  ฟังก์ชั่น Smart Power On ช่วยให้เครื่องพร้อมใช้งานจากโหมดแสตนบายได้อย่างรวดเร็วเพียงแค่กดปุ่มหรือสั่งงานผ่านเสียง พร้อมเพิ่มเฟิร์มแวร์ TPM 2.0 เพื่อใช้การใช้งาน Windows 10 security และ User Data Encryption ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 9
Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 8
Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 20
Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 21
Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 28
Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 48
Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 58
Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 60
Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 62

Keyboard / Touchpad

คีย์บอร์ดนั้นตัวปุ่มเป็นสีเดียวกับตัวเครื่องพร้อมตัวอักษรโปร่งแสง มีการออกแบบมาให้ปุ่มมีความโค้งรับกับนิ้วมือได้พอดีสไตล์ Lenovo ทำให้สามารถพิมพ์ได้ง่ายขึ้น กับมาตรฐานคีย์บอร์ด 4 แถวขนาด Full Size อีกทั้งด้านการใช้งานในการพิมพ์ ก็ยังเด้งตอบสนองได้เป็นอย่างดีทั้งขนาดแป้นพิมพ์ที่รับกันนิ้วและช่องว่างระหว่างแป้นที่ทำให้มีความแม่นยำในการกดในส่วนของไฟ LED Backlit ก็สามารถใช้งานได้ดีทีเดียว ส่วนปุ่มเปิดเครื่องจะไปอยู่ที่มุมขวาบนพร้อมไฟส่องสว่างแสดงสถานะ

Lenovo ThinkBook 13s

ทัชแพดมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับขนาดตัวเครื่อง ส่วนดีไซน์นั้นก็ใช้เป็นแบบไม่มีปุ่มแยกออกมาเช่นเดียวกับโน๊ตบุ๊คปัจจุบันหลายๆ รุ่น การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ที่สำคัญการเข้าใช้งานผ่านทาง Windows Hello ของ Windows 10 ยังสามารถทำได้ด้วยระบบสแกนลายนิ้วมือจากปุ่ม Power (มีไฟ LED สีขาว) ที่เป็นปุ่มเดียวกับ Finger Print แน่นอนว่าทำให้เราไม่ต้องกรอกรหัสแบบเดิมๆ อีกต่อไป แถมยังปลอดภัยและรวดเร็วด้วย ซึ่งจากการใช้งานจริงแล้ว ถือว่าทำได้ดีได้ไวมากๆ ไม่ต่างจากสมาร์ทโฟนในตลาดปัจจุบันเลย

Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 16
Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 17
Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 18

Screen / Speaker

หน้าจอของ Lenovo ThinkBook 13s เป็นแบบด้านขนาด 13.3″ ความละเอียด WQXGA ที่ 2560 x 1600 พิกเซล พาเนล IPS ที่ให้มุมมองกว้างถึง 178 องศา ที่ให้ภาพคมชัด สวยงามทุกมุมมอง เมื่อประกอบกับขอบจอที่บางเฉียบ กว่า 97% เป็นหน้าจอแสดงผล ล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยีที่สมจริงอย่าง Dolby Vision และเทคโนโลยีภาพไดนามิกสูง (HDR) ที่เข้ามาช่วยเพิ่มความคมชัดและแสดงเม็ดสีแม่นยำ พร้อมรายละเอียดที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ทำให้การทำงานต่างๆ เปิดหน้าเว็บ การชมภาพยนตร์ ซีรีส์ รวมถึงการเล่นเกมดูเต็มอารมณ์มากยิ่งขึ้น ส่วนขอบจอด้านบนจะเป็นตำแหน่งของกล้องหน้าและไมโครโฟน 2 ตัวที่ซ่อนเอาไว้อย่างเรียบเนียน พร้อมระบบ 

Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 4

อีกทั้งใส่ยางขอบจอมาตลอดแนวของจอเลย ต่างจากโน๊ตบุ๊คอื่นๆ ที่มักจะติดตั้งมาเป็นจุดๆ ในบางตำแหน่งเท่านั้น ซึ่งยางนี้จะมีประโยชน์ก็ในการซับแรงกระแทกที่เกิดในเวลาที่จอพับอยู่ได้ และที่ถึงแม้ขอบจอจะบางแต่ก็ยังติดตั้งกล้องเว็บแคมไปอยู่บริเวณขอบจอด้านบนของหน้าจอได้ ที่สำคัญยังมาพร้อมฟีเจอร์ ThinkShutter ม่านชัตเตอร์ปิดเลนส์กล้องที่ทำให้เรามั่นใจว่ากล้องจะเห็นในเวลาที่เราต้องการใช้งานเท่านั้น การใช้งานก็ง่ายมากๆ ด้วยการใช้นิ้วเลื่อนเปิดหรือปิดการใช้งานเท่านั้น

Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 5
Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 6
Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 23

ให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 97% และ AdobeRGB ที่ 74% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันอยู่ในระดับที่น่าประทับใจมาก ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 300 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตรฐานความสว่างของหน้าจอในโน๊ตบุ๊คทั่วไป คือ พอสู้แสงกลางแจ้งได้สบายๆ เหมาะกับการใช้งานนอกสถานที่ รวมไปถึงการทำงานภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นมืออาชีพมากๆ ก็ทำได้ดีเช่นกัน ยิ่งได้เรื่องความละเอียดหน้าจอที่สูงกว่า Full HD ด้วย ยิ่งตอบโจทย์ได้ยอดเยี่ยม

s1 12
s2 12
s3 12

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าช่องมุมขวาบนของจอเป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ที่สุด แต่สำหรับช่องแถวล่างช่องกลางนจะมีแสงสว่างที่ลดลงแค่ระดับ 15%ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนน 4 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว ผ่านทางอุปกรณ์ Spyder5Elite

Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 9

ด้านของลำโพงสเตอรีโอใช้เป็นแบรนด์คุณภาพอย่าง HARMAN พร้อมมีเทคโนโลยี Dolby Atmos ให้เสียงที่ดีมาก และสามารถจำลองเสียง 360 องศาได้ โดยถูกติดตั้งบริเวณด้านล่างซ้ายขวาขอบตัวเครื่อง ในเรื่องของความดังของเสียงเรียกว่าทำออกมาได้อย่างน่าประทับใจทีเดียว ส่วนในเรื่องคุณภาพเสียงนั้น ถือว่าดีกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปแบบรู้สึกได้ ซึ่งเพียงพอกับการใช้งานดูหนังฟังเพลงแบบสบายๆ แล้ว ส่วนใครจะเอาไปต่อกับหูฟังหรือลำโพงเพิ่ม ก็สามารถทำได้หากว่าต้องการคุณภาพเสียงที่ดีมากยิ่งขึ้นไปอีก

Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 50
Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 51
Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 52

Connector / Thin And Weight

พอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่อง Lenovo ThinkBook 13s นี้จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาที่มีการกระชับพื้นที่มากๆ แต่ยังมีพอร์ตการเชื่อมต่อที่ครบครันอยู่ ไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 Type-A จำนวน 2 พอร์ต (รองรับการชาร์จไฟ) ที่ติดตั้งอยู่ทางด้านซ้าย พร้อมติดตั้งพอร์ต Thunderbolt 4 จำนวน 1 พอร์ต ที่เป็น Full Function ที่ประกอบไปด้วย USB 3.2 / DisplayPort / PD รองรับการชาร์จไฟในตัวอีกด้วย และ HDMI ไว้เชื่อมต่อแสดงผลหน้าจอภายนอก พร้อมช่องต่อหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มิลลิเมตร

Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 39

ขนาดของตัวเครื่องและสายชาร์จ เมื่อเทียบกับขนาดของโน๊ตบุ๊ค 13.3″ ทั่วไปถือได้ว่ามีมิติที่เล็กกว่าพอสมควร ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องเปล่านั้น อยู่ที่ 1.26 กิโลกรัม และเมื่อรวมกับตัวก้อนอแด็ปเตอร์เข้าไปด้วย ก็จะมีหนักราวๆ 1.5 กิโลกรัมเท่านั้น ก็จัดว่ามีน้ำหนักที่มีความเบามากๆ เลย แน่นอนว่าตอบสนองในเรื่องของการพกพาไปนอกสถานที่ได้อย่างเต็มรูปแบบ สมกับเป็นโน๊ตบุ๊คเน้นประสิทธิภาพในยุคปัจจุบันทีเดียว

Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 40
Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 34
Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 63

Performance / Software  

Lenovo ThinkBook 13s สเปก Core i Gen 11 เมื่อตรวจสอบข้อมูลของชิปประมวลผลด้วยโปรแกรม CPU-Z ก็พบว่าข้อมูลขึ้นมาครบถ้วนเลยครับ โดยเลือกใช้ชิป Intel Core i5-1135G7 ที่มี 4 คอร์ 8 เธรดสำหรับการประมวลผล ความเร็วที่ 2.40 – 4.20 GHz มีค่า TDP ในการปลดปล่อยความร้อนสูงสุดแค่ 12W – 28W เท่านั้น ซึ่งจัดว่าต่ำมากสำหรับชิป Core i5 ในโน๊ตบุ๊ค ทำให้ตัวเครื่องโดยรวมไม่ร้อนจนเกินไป ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากการใช้สถาปัตยกรรมการผลิตที่ระดับ 10 นาโนเมตร อย่าง Tiger Lake เทคโนโลยีสุดล้ำ SuperFin

ที่ต้องบอกว่าสร้างมาตรฐานประสิทธิภาพที่มากกว่าชิปประมวลผลรุ่นก่อนๆ แรงเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปมากๆ หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลจริงจังก็รองรับได้อย่างสบายๆ ส่วนแรมได้ขนาด 16GB LPDDR4X แบบฝังเมนบอร์ดทำให้ไม่สามารถอัพเกรดได้ เป็นมาตรฐาน 4266MHz ตามเทคโนโลยีของ Intel Core i Gen 11 ที่ผ่านการปรับแต่งให้เหนือชั้น  พร้อมให้ที่เก็บข้อมูล SSD M.2 NVMe PCIe ความเร็วสูงสุด ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 แบบลื่นไหลอย่างที่สุด ในทุกๆ การทำงาน

c1 13.   c2 13

การ์ดจอเป็นแบบออนบอร์ดรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Intel Iris Xe Graphics ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับที่ก้าวกระโดดกว่ารุ่นก่อนๆ อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3  มิติก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นหรือระดับสูง รองรับการทำงานกับหน้าจอความละเอียดสูงอย่าง 4K / 8K ได้แบบไม่มีปัญหา

เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเพิ่มพลังการสร้างสรรค์คอนเทนต์ มองหาความบันเทิง หรือการเล่นเกมเปี่ยมอรรถรส  ประสิทธิภาพที่เรียกได้ว่าใกล้เคียงกับการ์ดจอแยกเลยทีเดียว ซึ่งสามารถเล่นเกม 3 มิติ พอได้บ้าง อย่างไรก็ตามในการใช้งานจริงๆ จะแรงแค่ไหนขึ้นอยู่กับระบบระบายความร้อนด้วย เดี๋ยวไปดูผลทดสอบกันอีกที 

g1 12.   g2 10

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH R15 / R20 ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 คะแนนก็อยู่ในระดับสูงสุดๆ ที่น่าประทับใจสมกับเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลรุ่นก่อนๆ ก็ทำได้ดีกว่าแบบชัดเจนทีเดียว รวมไปถึงตัวการ์ดจอเองก็มีประสิทธิภาพสูงเช่นเดิม เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอระดับบน ที่เน้นการทำงานเป็นหลัก

cine15 11.   cine20 13

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 512GB แบบ M.2 NVMe PCIe ระดับความเร็วสูงสุดในตลาด แน่นอนว่าเร็วกว่า SSD M.2 SATA 3 หรือ SSD M.2 NVMe PCIe แบบทั่วไป ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 4933 MB/s และเขียนที่ 2966 MB/s เป็นระดับความเร็วในการเขียนอ่านทำงานโดยรวมที่น่าประทับใจ จัดว่าเป็น SSD M.2 NVMe ระดับบนอย่างแท้จริง

ssd 13  

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 4,580 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ  จากการที่เป็นโน๊ตบุ๊คใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 อย่าง i5-1135G7 ที่แม้ไม่มีการ์ดจอแยก แต่ด้วยชิปประมวลผลที่มีการ์ดจอออนบอร์ดตัวแรงอย่าง Iris Xe Graphics พร้อม AI เทคโนโลยี 10 นาโนเมตร SuperFin ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน๊ตบุ๊คในสเปกใกล้เคียงกันกับ Gaming Notebook หลายๆ รุ่นเลยทีเดียว

pc10 10

ทดสอบเกมเพื่อดูเฟรมเรมในการเล่นเกม โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 3 เกมออนไลน์ เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยค่อนข้างลื่นไหล น่าประทับใจทีเดียว เมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊คที่ไม่ได้เน้นเล่นเกมมาก ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย จากการที่สเปกภายในเป็นชิปประมวลผล Intel Core i5-1135G7 การ์ดจอออนชิป Iris Xe Graphicss ได้ดีเยี่ยม ประกอบกับใช้แรม 16GB LPDDR4X Bus 4266MHz รวมไปถึง SSD ระดับสูงก็ส่งผลช่วยด้วย

game test 4

สำหรับเกมออนไลน์อย่าง DOTA 2 ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมด ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่เฉลี่ยที่ 44 แต่ฉากตะลุมบอนกันก็เฟรมเรทลดลงไปที่ 18 (อยากลื่นกว่านี้ก็ปรับกลางๆ ได้) และในส่วนของเกม Overwatch ที่ปรับ Low ทดสอบแล้วจะมีเฟรมเรทเฉลี่ยอยู่ที่ 107 ซึ่งต่ำสุดอยู่ที่ 81 รวมไปถึงเกมกินสเปกอย่าง PUBG เฟรมเรทก็ทำออกมาได้ลื่นไหลพอตัว เรียกได้ว่าแรงกว่ารุ่นก่อนที่มีการ์ดจอแยกเยอะเลย

lenovo

ที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ Lenovo Vantage ก็เรียกได้ว่าเป็นซอฟแวร์ที่มีประโยชน์มาก ช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดการและควบคุมในหลายๆ ส่วนของเครื่องได้ เรียกได้ว่าค่อนข้างละเอียดมากทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นอัพเดทไดร์เวอร์ล่าสุด การเปิดปิดอุปกรณ์ต่างๆ ภายในเครื่อง ตั้งค่าทัชแพด การเชื่อมต่อไร้สาย แบตเตอรี่ กล้องเว็บแคม ระบบเสียง และ Fingerprint ที่ต้องบอกว่าซอฟต์แวร์ต่างๆ นั้นไม่ได้ติดตั้งมาให้หนักเครื่องเปล่าๆ แต่สามารถใช้งานได้จริง และใช้งานได้ดีอีกด้วย

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ของ Lenovo ThinkBook 13s เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน๊ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบัน ตัวแบตเตอรี่มีขนาด ประมาณ 4,500 mAh สามารถทำงานต่อเนื่องยาวนานประมาณ 9:35 ชั่วโมงต่อเนื่องในการใช้งานแบบดู YouTube ผ่าน Wi-Fi ถือได้ว่าเป็น Ultrabook หน้าจอ 13.3″ อีกรุ่นหนึ่งเลยที่มีแบตเตอรี่ที่ใช้ได้ยาวนานในระดับนึง ในการใช้งานจริงก็ถือว่าน่าประทับใจแล้ว พกพาไปใช้งานนอกสถานที่ทั้งวันได้เลย ที่สำคัญมีเทคโนโลยีรองรับระบบชาร์จเร็ว (Rapid Charge) ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ถึง 80% ภายในระยะเวลา 1 ชั่วโมง ด้วยอแดปเตอร์ขนาด 65Watt

batt1 1 

ผลการตรวจสอบอุณหภูมิขณะเครื่องทำงานปกติ มีเปิดโปรแกรมทำงานอยู่ด้วยบางส่วน โดยทดสอบเมื่ออยู่ในห้องแอร์อุณหภูมิประมาณ 26 องศา พบว่าความร้อนของ CPU จะอยู่ในช่วง 30 – 50 องศา ซึ่งจัดว่าอยู่ในระดับปกติของโน๊ตบุ๊คบางเบาที่ใช้ชิป Core i5 ส่วนถ้าเป็นอุณหภูมิหลังจากทดสอบงานประมวลผลหนักๆ แล้ว จะเห็นว่าอุณหภูมิสูงสุดของ CPU นั้นไปสูงสุดที่ 94 องศาเซลเซียส ซึ่งความร้อนที่แผ่ออกมานั้นก็ไม่ได้รบกวนการทำงานแต่อย่างใด รวมไปถึงถ้าไม่ใช้งานหนัก ตัวเครื่องเองก็ระบายความร้อนออกไปได้อย่างรวดเร็วดี

temp2 3

Conclusion / Award

เรียกได้ว่ามีความน่าสนใจจริงๆ สำหรับโน๊ตบุ๊คอีกหนึ่งรุ่นที่ทุกๆ คนให้ความสนใจอย่าง Lenovo ThinkBook 13s Gen 2 ที่ต่อยอดความสำเร็จจากซี่รีส์ ThinkPad และ Ideapad ได้เป็นอย่างดี มาพร้อมความสมบูรณ์แบบพร้อมเปลี่ยนเป็นซีรีส์เป็น ThinkBook ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดีไซน์การออกแบบ ภาพลักษณ์ วัสดุ งานประกอบ รวมไปถึงสเปคประสิทธิภาพและประสบการณ์ใช้งาน สมกับเป็น Ultrabook ระดับสูงของทาง Lenovo ที่ทุกคนต่างให้ความนิยม ที่สำคัญคือความเชื่อใจในระดับการทำงานมืออาชีพ

Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 45

รวมถึงตัวเครื่องยังผ่านการทดสอบคุณภาพและความน่าเชื่อถือหลายอย่าง อาทิ การป้องกันน้ำหกเข้าสู่เครื่อง 60 มิลลิลิตร การทนต่ออุณหภูมิสูงและการสั่นสะเทือน และทดสอบบานพับโลหะผสมที่ใช้เทคโนโลยี Powdere-Metal ด้วยการเปิด-ปิดกว่า 25,000 รอบ ทั้งยังและเคลือบด้วยโลหะอินเดียมและสแตนเนียมเพื่อเพิ่มความทนทานต่อการกัดกร่อน และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรับสัญญาณ Wi-Fi เรียกได้ว่ามีความพิเศษเหนือชั้นกว่ากลุ่มโน้ตบุ๊คในตลาดทั่วไป 

กับราคาเริ่มต้นที่ 25,490 บาท ถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ชูเรื่องของนวัตกรรมของทาง Lenovo ในกลุ่มของ Notebook สายทำงานที่คุ้มค่าอีกหนึ่งรุ่น พร้อมกันนั้นยังได้ในส่วนของแพลตฟอร์ม Intel EVO ที่ตอกย้ำเรื่องของประสิทธิภาพโดยรวมในทุกๆ ด้าน ซึ่งส่วนตัวเองก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีที่ได้สัมผัสและรีวิวโน๊ตบุ๊คแบบนี้เหมือนกัน อีกทั้งถือว่าเป็น Notebook อีกรุ่นที่สามารถเทียบเคียงกับ MacBook Air M1 ได้เลยด้วย

Lenovo ThinkPad 13s Core i Gen 11 Review 24

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับโน๊ตบุ๊คในกลุ่มเครื่องบางเบา ขนาดหน้าจอ 13.3″ ซึ่ง Lenovo ThinkBook 13s Gen 2 ได้รับรางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Design

ดีไซน์โดยรวมของ Lenovo ThinkBook 13s มีความโดดเด่นเรื่องสีสัน รวมถึงหน้าจอขอบบางแบบบางพิเศษ ที่ทำให้สามารถใช้งานจอขนาด 13.3 นิ้วภายในตัวเครื่องที่มีขนาดเล็กกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปที่ใช้จอขนาดเดียวกัน อีกทั้งความบางเบาคือจุดเด่น ด้วยตัวเครื่องที่มีขนาดเล็กกระทัดรัดมากๆ บางแค่ 15.9 มิลลิเมตร เบาเพียง 1.4 กิโลกรัม ทำให้เป็นโน๊ตบุ๊คที่เหมาะมาก ๆ สำหรับการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ และนอกจากความบางเบา ยังมีความแข็งแกร่งอีกด้วย จากการใช้วัสดุอลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่อง

NBS award 7 Design

Best Mobility

ปัจจัยสำคัญของด้าน Mobility ก็คือขนาดที่กะทัดรัด พร้อมตัวเครื่องที่มีความแข็งแรงทนทาน แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นาน และการเชื่อมต่อแบบไร้สายที่ครอบคลุม ซึ่ง Lenovo ThinkBook 13s ตอบโจทย์ทั้งสามด้านได้อย่างครบถ้วนครับ กับตัวเครื่องบางเบา และการเชื่อมต่อแบบไร้สายที่รองรับทั้ง Wi-Fi 6 AX (2×2) รวมถึง Bluetooth 5 ส่วนแบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนานประมาณ 9:35 ชั่วโมง แทบไม่ต้องพกอแดปเตอร์กันเลยทีเดียว หรือจะชาร์จไฟกลับก็สามารถทำได้รวดเร็ว และรองรับ USB PD ด้วย 

NBS award 4 Mobility

Best Performance

Lenovo ThinkBook 13s มีสเปคที่ครบครันและทรงพลังที่สุดรุ่นนึง ทั้งชิบประมวลผล Intel Core i Gen 11 Tiger Lake การ์ดจอออนชิป Intel Iris Xe Graphics ที่ทรงพลังมาก พร้อมแรมตัวเครื่องที่ให้มา 16GB และ SSD M.2 ความเร็วสูงสุด ความจุ 512GB  และให้การเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วสูงรองรับการทำงานต่างๆ พร้อมๆ กันได้หลายๆ งาน รวมถึงเล่นเกมได้อย่างลื่นไหล รวมไปถึงหน้าจอ IPS เกรดสูง ที่ความละเอียด 2560 x 1600 แสดงผลภาพดีมาก ทั้งทำงานหรือเล่นเกมก็สมบูรณ์แบบ รองรับการทำงานต่างๆ พร้อมๆ กันได้หลายๆ งาน

award new performance

from:https://notebookspec.com/web/573401-review-lenovo-thinkbook-13s-core-i5-i7

ดูบอลสด เวสต์แฮม พบ ลิเวอร์พูล คืนนี้ ช่อง TPF HD 1

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกคืนวันอาทิตย์ ของหงส์แดงลิเวอร์พูล ที่ยังเก็บชัยชนะไม่ได้มา 6 เกมติดต่อกัน วันนี้มีคิวบุกไปเยือน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ถึงถิ่นที่ลอนดอน หวังเก็บ 3 คะแนนเต็มเพื่อเรียกความมั่นใจกลับมา ติดตามชมถ่ายทอดสด เวสต์แฮมพบลิเวอร์พูล คืนนี้ ช่อง TPF HD 1 หรือผ่านทางแอป True ID

รายชื่อ 11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

เวสต์แฮม : ลูคัส ฟาเบียนสกี้, วลาดิเมียร์ ชูฟาล, เคร็ก ดอว์สัน, แองเจโล่ อ็อกบอนน่า, แอรอน เครสเวลล์, เดแคลน ไรซ์, โธมัส ซูเซ็ก, จาร์รอด โบเวน, ซาอิด เบนราห์ม่า, ปาโบล ฟอร์นัลส์, มิคาอิล อันโตนิโอ

ลิเวอร์พูล : อลีสซง เบคเกอร์, เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์, แนท ฟิลลิปส์, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, เคอร์ติส โจนส์, ติอาโก้ อัลคันตาร่า, จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่, ซาดิโอ มาเน่

from:https://www.9tana.com/node/epl-2021-westham-liverpool/

แอพเทรดหุ้น Robinhood ชี้แจง ระงับซื้อหุ้น GameStop ไม่ได้จำกัดสิทธิ แต่เพราะเงินสดไม่พอ

เป็นประเด็นต่อเนื่องมาทั้งสัปดาห์กับการซื้อหุ้น GameStop และหุ้นอื่นๆ ของนักลงทุนรายย่อย โดยมีแอพเทรดหุ้น Robinhood เป็นสมรภูมิหลัก จนทำให้ Robinhood ต้องจำกัดการซื้อหุ้นบริษัทเหล่านี้ชั่วคราว จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก

ล่าสุด Robinhood ออกมาชี้แจงและตอบคำถามในประเด็นขัดแย้งต่างๆ แล้ว โดยเริ่มจากอธิบายกระบวนการทำงานเบื้องหลังของ Robinhood ที่มีสถานะเป็นนายหน้า (broker) ของนักลงทุนรายย่อยก่อน

กระบวนการซื้อหรือขายหุ้นผ่าน Robinhood จะต้องใช้เวลา 2 วัน (T+2) ในการโอนหุ้นไปยังผู้ซื้อ และโอนเงินไปยังผู้ขาย โดยผ่านหน่วยงานที่เรียกว่า clearinghouse ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ ซึ่งต้องถูกกำกับดูแลโดย SEC (ก.ล.ต. สหรัฐ)

การเคลียร์รายการโอนหุ้นจะเกิดขึ้นตอน 10.00 น. ของทุกวัน โดย clearinghouse จะประเมินมูลค่าหลักทรัพย์ของนายหน้า (broker) แต่ละบริษัท ว่าลูกค้าของนายหน้ารายนั้นซื้อหรือขายหุ้นในปริมาณเท่าไร จากนั้นจะคำนวณปริมาณเงินที่นายหน้าต้องจ่าย (หากยอดซื้อรวมมากกว่ายอดขายรวม) หรือรับคืนมา (หากยอดซื้อรวมน้อยกว่ายอดขายรวม) โดยมีสูตรคำนวณที่ค่อนข้างซับซ้อน

No Description

สิ่งที่เกิดขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมาคือ ลูกค้าของ Robinhood กว้านซื้อหุ้นในปริมาณมากเป็นพิเศษ ทำให้ clearinghouse กำหนดให้ Robinhood ต้องจ่ายเงินค่าหุ้นมากกว่าเดิมถึง 10 เท่า ผลคือ Robinhood มีเงินไม่พอ เป็นเหตุให้บริษัทต้องระงับการซื้อหุ้นชั่วคราว (แต่ยอมให้ขายออกได้ เพราะช่วยลดปริมาณเงินที่ Robinhood ต้องจ่าย)

Robinhood บอกว่าไม่ได้ตั้งใจจำกัดการซื้อหุ้นของนักลงทุนรายย่อย และยืนยันว่าจะอยู่ข้างนักลงทุนเสมอ

ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน มีข่าวว่า Robinhood ระดมทุนเพิ่มอีก 1 พันล้านดอลลาร์ และขอเปิดวงกู้เงินฉุกเฉินอีก 500 ล้านดอลลาร์ เพื่อการันตีว่ามีเงินสดมากพอในการดำเนินงานต่อไปได้ โดย Vlad Tenev ซีอีโอของ Robinhood ยืนยันว่าเปิดวงเงินกู้เอาไว้เผื่อเฉยๆ ตัวบริษัทเองไม่ได้มีปัญหาการเงิน

ที่มา – Robinhood, CNBC

from:https://www.blognone.com/node/120925

รีวิว Razer KISHI จอยเสริม iPhone เพื่อคนรักการเล่นเกม

สำหรับคนรักการเล่นเกมบน iPhone เป็นชีวิตจิตใจ ผมขอแนะนำ Razer KISHI ที่เป็นอุปกรณ์เสริมรุ่นล่าสุดจากทาง Razer ที่มาเสริมให้การเล่นเกมสะดวก และสนุกมากขึ้น แต่จะเป็นอย่างไร น่าใจขนาดไหนไปชมกัน

Razer Kishi

Razer Kishi เป็นสินค้าใหม่เพิ่งเปิดตัวของ Razer ในงาน CES 2020 เมื่อต้นปี ซึ่งถือว่าเป็นจอยเกมอีกตัวหนึ่งที่น่าสนใจมาก ๆ ตัวของมันถูกออกแบบมาให้รองรับมือถือหลายหลายรุ่น และสามารถใช้งานร่วมกันได้ทั้ง Android และ iPhone แถมราคาเปิดตัวยังถือว่ามาแบบเบา ๆ เมื่อเทียบกับชื่อของแบรนด์ที่การันตีการใช้งานว่าทำได้อย่างลื่นไหลอย่าง Razer แล้วก็ถือคุ้มค่ากว่าการใช้งานจอยราคาถูกตัวอื่นในตลาดด้วยนั่นเอง

โดยรุ่นที่ทีมงานได้มาทดสอบจะเป็นเวอร์ชั่น iPhone ที่พอร์ตเชื่อมต่อเป็นแบบ lightning ซึ่งก็ยังมีรุ่นที่เป็นพอร์ต USB-C สำหรับ Android อีกด้วย โดยรูปแบบของ Razer Kishi  จะเป็นจอยเกมที่เชื่อมต่อเพื่อเพิ่มปุ่มสำหรับการเล่นเกมในรูปแบบของจอย Nintendo Switch หรือ PS4 ที่ช่วยให้การเล่นเกมสะดวกมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องสัมผัสที่จอภาพ ช่วยให้จับถนัดมือกว่า พร้อมปุ่มควบคุมทั้งหมด 11 ปุ่ม และ 2 อนาล็อก รวมไปถึงปุ่ม L/R บริเวณนิ้วชี้ รวมมีทั้งหมดมี 15 ตำแหน่ง

SPECS Razer Kishi 

Connectivity Lightning
Charging No charging required
Battery Life None
Clickable Thumbstick Yes
 
Thumbstick Sensitivty Adjustment None
Multi-Function Buttons 3
Mecha-Tactile action buttons None
Trigger Stops None
Supported phone dimensions
  • iPhone 12, 12 Pro, 12 Pro Max
  • iPhone 11, 11 Pro, 11 Pro Max
  • iPhone X, XR, XS, XS Max
  • iPhone 6+, 6s+, 7+, 8+
Sizes
  • Length x Width x Height (collapsed)
  • 3.71″ x 5.28″ x 1.47″
  • 94.3mm x 134.1mm x 37.3mm
Weight 0.36 lbs / 163 g
Mobile app Yes

Razer KISHI 005

Razer KISHI 004 Razer KISHI 006

กล่องของ Razer Kishi  เป็นเอกลักษณ์ด้วยโทนเขียวขาว โชว์หน้าตา พร้อมระบุรุ่นที่รองรับ โดยยังจะคงเป็น iPhone 11 Series อยู่ แต่ก็สามารถใช้งานร่วมกับ iPhone 12 รุ่นใหม่ได้ด้วย

Razer KISHI 007

Razer KISHI 004 Razer KISHI 007 

โดยอุปกรณืในกล่องจะมีคู่มือ สติกเกอร์ ตัวจอย Razer Kishi  และขอบยางสำหรับปลี่ยนเพื่อใช้งานกับ iPhone X Series

Razer KISHI 008

Razer KISHI 009 Razer KISHI 010

บนแผงควบคุมของ Razer Kishi ผู้ใช้งานจะพบกับปุ่มควบคุมทั้งหมด 11 ปุ่ม และ 2 อนาล็อก รวมไปถึงปุ่ม L/R บริเวณนิ้วชี้ รวมมีทั้งหมดมี 15 ตำแหน่งสำหรับใช้ควบคุมเกม โดยการออกแบบหลังนั้นก็ล้อมาจากเครื่องเกมอันดับต้น ๆ อย่าง Nintendo Switch นั่นเอง ภายใต้ปุ่มกดต่าง ๆ Razer ก็ใส่สวิทซ์ที่เป็น Mechanical ของตัวเองลงไปให้สัมผัสเวลากดไม่ต่างกับ Raiju

Razer KISHI 011

ตรงกลางจะเป็นช่องว่างสำหรับติดตั้ง iPhone โดยจะมีพอร์ตเชื่อมต่อเป็น lightning ชัดเจน

Razer KISHI 012

ด้านหลังจะเป็นฝาปิดที่สามารถดึงสลักด้านบนล่างเพื่อดึงจอยประกอบเข้ากับ iPhone ได้

Razer KISHI 029

Razer KISHI 014 Razer KISHI 028

การติดตั้งก็ไม่ยุ่งยากครับ แต่ดึงสลักด้านหลัง ดึงออกมา จากนั้นก็สอด iPhone เข้าไป เชื่อมต่อกับพอร์ต lightning ก็พร้อมใช้งานแล้ว

Razer KISHI 027

กรณีไฟแบตเตอรี่ไม่พอร์ตก็สามารถเชื่อมต่อสายตรงนี้เพื่อชาร์ตไปพร้อมกับเล่นได้เลย แต่ตัวจอยจะไม่มีแบตเตอรี่สำรองนะครับ เป็นเพียงทางผ่านของสายชาร์ตเฉยๆ

Razer KISHI 024

Razer KISHI 025 Razer KISHI 026

ทดสอบเชื่อมต่อกับ iPhone 11 ขนาดกำลังดีไม่เล้กหรือใหญ่เกินไป โดยเจ้าจอย Razer Kishi นี้รองรับถึง iPhone 11 Pro เลยทีเดียว

Razer KISHI 018

Razer KISHI 020 Razer KISHI 021

การใช้งานปุ่มต่างๆถือว่าลงตัว กดได้นัดมือเลยทีเดียวครับ

Razor อะไรหรอ 210127 1 1

Razor อะไรหรอ 210127 0 1 Razor อะไรหรอ 210127 6

ทดสอบใช้งานร่วมกับ iPhone 11 Pro Max ก็สามารถเชื่อมต่อได้ ขนาดจอใหญ่เล่นเกมได้สะใจดีทีเดียว

Razer KISHI 022

Razer KISHI 015 Razer KISHI 017

Razer Kishi รองรับมาตรฐาน MFI (Made For iPhone) ทำให้เกมที่อยู่ใน Apple Store และเป็นเกมที่ประกาศรองรับการใช้งานกับจอยคอนโทรเลอร์อย่างถูกต้อง เราจะใช้งานได้แน่นอนครับ โดยเฉพาะเกมใน Apple Arcade เรียกว่ามีเป็นร้อยๆ ที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานกับจอยเกมและตัวระบบยังออกแบบให้ปุ่มไข่ปลา (ด้านข้างปุ่ม D-PAD ฝั่งซ้าย) เป็นปุ่มเรียกใช้งานฟังก์ชั่นบันทึกวีดีโอหน้าจอแบบด่วยเอาไว้ให้ด้วยครับ อบากบันทึกการใช้งานขณะเล่นเกม ก็สามารถกดเรียกใช้ฟังก์ชั่นได้เลย

ทีมงานทดสอบกับหลายเกมดังใน Apple Arcade ก็สามารถเชื่อมต่อและใช้งานได้ทันที แต่จะมีช่วงเวลาดีเลนิดนึงไม่ใช่ต่อปุ๋ป ติดปั๊ปเลยทันที แต่เมื่อเชื่อมต่อแล้ว ก็สามารถใช้งานปุ่ม Razer Kishi ในการสั่งงานเกมได้ทันที โดยมีนูต่างๆในเกมจะปรับเปลี่ยนตามปุ่มต่างๆ ทำให้ไม่ต้องมาตั่งค่าเองให้วุ่นวาย

ประสบการณ์ใช้งานบอกเลยว่าทำให้เล่นเกมได้อย่างสนุกขึ้นเยอะ โดยเฉพาะพวกเกมแนวเดินหน้าฟัน หรือพวก FPS บางเกม อีกทั้งเอฟเฟกในเกมที่ทำให้เครื่องสั่นก็ทำให้รู้สึกเหมือน Razer Kishi สั่นไปไปด้วย การเชื่อมต่อก็แสนสะดวกและง่าย ไม่ต้องตั้งค่าอะไร ตัวจอยเองก้ไม่ได้กินแบตเตอรี่ตัว iPhone มากนัก ส่วนหนึ่งน่าจะเพราะแค่ต่อเพื่อสั่งงานไม่ได้มีเอฟเฟกอะไรพิเศษเพิ่มเข้ามา

แต่ถ้ามีจุดขัดใจบ้างก็คงจะเป็นการเชื่อมต่อที่ต้องใช้เวลาสักพักไม่เฉพาะการใช้งานครั้งแรก แต่ทุกครั้งที่เข้าเกม กว่าจอยจะใช้งานได้อาจจะต้องใช้เวลาราว 4-5 วินาทีเลยทีเดียว อีกทั้งต้องถอดเคส iPhone ออกทุกครั้งที่ต้องการใช้งาน ทำให้อาจจะไม่ได้รับความสะดวกในการใช้งานแต่ละครั้งเท่าไร แต่ก็แลกมากกับการจับที่มั่นคงเพราะออกแบบมาพอดีกับตัวเครื่อง แข็งแรงและแน่นหนาเลยทีเดียว

Razer KISHI 002

Razer Kishi เหมาะกับท่านที่อยากเปลี่ยน iPhone เดิมๆเป็นเครื่องเล่นเกมพกพา สำหรับท่านที่ต้องการเล่นเกมให้สนุกยิ่งขึ้น สะดวกยิ่งขึ้น  พร้อมรองรับเกมใน Apple Arcade ทำให้ไม่ต้องปรับตั้งค่าใดๆ แค่เชื่อมต่อ ตัวจอยก้พร้อมใช้งานได้แล้ว
 
Razer Kishi มาในราคา 2,790 บาท ไม่ถูกไม่แพง ถ้าเทียบกับวัสดุและการเชื่อมต่อที่ง่ายดาย
 
 
จุดเด่น

  • วัสดุดี แข็งแรง เชื่อมต่อได้แน่นหนา
  • มาตรฐาน MFI ทำงานร่วมกับ iPhone ได้แน่นอน
  • ชาร์ตพร้อมใช้ได้เลย ด้วยพอร์ตชาร์ตแยก
  • ปุ่มเยอะมาก รองรับทุกคำสั่งงาน

ข้อสังเกต

  • ไม่มีแบตในตัว ใช้แบบไร้สายไม่ได้
  • ต้องถอดเคสเวลาใช้งาน

 

 

 

 

 

from:https://notebookspec.com/web/555079-review-razer-kishi-iphone

ผลการศึกษาชี้ เงินซื้อความสุขได้ ถ้ามากพอ เพราะเงินช่วยเพิ่มทางเลือกให้ชีวิตมากขึ้น

หลายคนคงรู้กันอยู่แล้วว่าเงินซื้อความสุขได้ แต่ผลการศึกษานี้ช่วยเป็นเครื่องพิสูจน์และยืนยันได้ว่ามีการศึกษามาแล้ว พบว่า ความคิดที่ว่าเงินซื้อความสุขไม่ได้เป็นคำพูดที่พร่ำสอนกันมาตั้งแต่ยังเด็กยังเล็กนั้น เอาเข้าจริงแล้วอาจเป็นแค่เพียงมายาคติ เพราะความเป็นจริงแล้วเงินสามารถซื้อความสุขได้ รายได้ที่สูงขึ้นช่วยพัฒนาความเป็นอยู่ของผู้คนให้ดีขึ้น รายได้ที่มากขึ้นส่งผลให้ผู้คนมีความสุขมากขึ้นเช่นกัน 

ความร่ำรวย เงิน money
ภากจาก shutterstock

The Hill หยิบงานวิจัยชิ้นใหม่จาก PNAS มาเล่าว่า ในช่วงชีวิตหนึ่งของคนเรามักจะมีใครบางคนมาพร่ำพูดให้ฟังอยู่เสมอว่า เราไม่สามารถซื้อความสุขได้ แต่งานศึกษาชิ้นล่าสุดบอกให้เรารู้ว่าไม่จริงเสมอไป เราอาจมีความสุขเพิ่มขึ้น เมื่อเรามีเงินเพิ่มขึ้น 

เรื่องนี้ Matthew Killingsworth (แมธธิว คิลลิงวอร์ธ) นักวิจัยอาวุโสจาก Penn’s Wharton School ผู้เขียนงานศึกษาชิ้นนี้ระบุว่า เมื่อสำรวจดูรายได้หลากหลายระดับแล้ว พบว่า ความสุขเพิ่มขึ้นสัมพันธ์กับรายได้ที่เพิ่มขึ้น เมื่อคุณมีเงินเพิ่มขึ้น คุณก็มีทางเลือกในการใช้ชีวิตมากขึ้น คุณจะเห็นตัวอย่างชัดเจนในช่วงที่เกิดโรคระบาด ผู้คนใช้ชีวิตแบบมีเงินใช้เดือนชนเดือน ใครที่สูญเสียงานจากโรคระบาดก็อาจจะต้องการงานทำงานที่ทำให้เขาพ้นจากปัญหาเหล่านี้ไปได้ แม้ว่าจะเป็นงานที่ไม่ชอบก็ตาม แต่ก็ทนทำงานนั้นๆ ไปเพื่อที่จะหางานที่เหมาะสมกว่าหรืองานที่ดีกว่าได้

คำถามที่ยังต้องถกเถียงกันต่อจากนี้ก็คือ เราจะนิยามความสุขอย่างไร ผลสำรวจตั้งคำถามว่า ตอนนี้คุณรู้สึกอย่างไรบ้างเพื่อวัดความพอใจในชีวิต รวมถึงการสำรวจความรู้สึกโดยแบ่งออกเป็น 12 ชนิด ความรู้สึกเชิงบวกคือ รู้สึกมั่นใจ รู้สึกดี รู้สึกมีแรงบันดาลใจ รู้สึกสนใจ และรู้สึกภูมิใจ ขณะที่ความรู้สึกเชิงลบคือ ความเกรงกลัว ความโกรธ ความรู้สึกแย่ ความเบื่อ ความเศร้า ความเครียด และความหงุดหงิด เหล่านี้ช่วยเป็นมาตรวัดความเป็นอยู่ที่ดีที่สะท้อนถึงความพอใจในชีวิตได้ 

คำตอบที่พบมันสะท้อนให้เห็นว่าผู้คนส่วนมากพิจารณาเรื่องเงินเป็นดั่งมาตรวัดความพึงพอใจในชีวิตและสะท้อนความสุขเมื่อคุณมีทุกอย่างที่คุณต้องการและมีความสุขในการใช้ชีวิต

เงิน ความร่ำรวย money rich
Photo by Alexander Mils on Unsplash

คิลลิงวอร์ธเก็บข้อมูลจากผู้คนกว่า 33,391 คน อายุระหว่าง 18-65 ปีในสหรัฐอเมริกาเป็นการรายงานถึงประสบการณ์ถึงความสุข ความเป็นอยู่ที่ดี 1,725,994 ชิ้น เขาก็พบว่า เงินมีอิทธิพลต่อการสร้างความสุข ดังนั้น คำกล่าวที่ว่าเงินซื้อความสุขไม่ได้อาจไม่ใช่ความจริงเสมอไป 

ที่มา – The Hill, Medical Express, PNAS

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post ผลการศึกษาชี้ เงินซื้อความสุขได้ ถ้ามากพอ เพราะเงินช่วยเพิ่มทางเลือกให้ชีวิตมากขึ้น first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/new-study-suggests-money-can-buy-happiness/

10 หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐที่น่าจับตามองปี 2021 ยักษ์ใหญ่น่าสนใจบางตัว แต่ต้องระวังเรื่องมูลค่าที่อาจแพงไป

Brand Inside รวบรวมหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่น่าสนใจในปี 2021 โดยมองว่าเทรนด์การทำงานจากที่บ้านยังมีต่อไป รวมถึงการทำ Digital Transformation ขององค์กรทั่วโลก การเปลี่ยนพฤติกรรมของมนุษย์จากวิกฤติ COVID-19 ยังทำให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังเติบโตต่อได้ แม้จะมีมูลค่าแพง

iPhone Application ไอโฟน
ภาพจาก Shutterstock

ในช่วงปี 2020 ที่ผ่านมาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังให้ผลตอบแทนที่ดี ไม่ว่าจะเป็นทั้งในตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา หรือแม้แต่ประเทศจีน จากปัจจัยสำคัญคือการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่เปลี่ยนพฤติกรรมของมนุษย์ให้หันมาใช้เทคโนโลยีไม่ว่าจะเป็นการทำงาน จับจ่ายใช้สอย สร้างความบันเทิง ฯลฯ แม้ว่าหลังการแพร่ระบาดแล้วพฤติกรรมของมนุษย์ก็อาจเปลี่ยนไปตลอดกาลจากการเข้ามาของเทคโนโลยี

สำหรับบทความนี้ Brand Inside จะพาไปรู้จักกับหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี 10 ตัวที่ยังน่าจับตามองต่อในปีนี้ ยังมีหุ้นกลุ่มที่ยังน่าสนใจ แม้ว่าหลายๆ ตัวจะมีราคาแพงก็ตาม

กลุ่มรักษาความปลอดภัยระบบไอที

เหตุการณ์สำคัญที่การรักษาความปลอดภัยระบบไอทีนั้นมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากปี 2020 ที่ผ่านมามีเหตุการณ์ซอฟต์แวร์ของ FireEye และ SolarWinds มีช่องโหว่ระดับร้ายแรง คาดว่าเกิดจากฝีมือของแฮ็กเกอร์ความเชี่ยวชาญสูง ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังภาคเอกชน ภาครัฐของหลายๆ ประเทศ คาดว่าผู้เสียหายจำนวนอาจถึงหลักหลายแสนองค์กรทั่วโลก

นอกจากนี้ในปี 2020 ยังรวมถึงเหตุการณ์ที่ข้อมูลผู้ใช้งานขององค์กรต่างๆ หลุดออกมาหลายต่อหลายครั้ง ทำให้หลายองค์กรเองเริ่มให้ความสำคัญของเรื่องความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

Wedbush บริษัทหลักทรัพย์ในสหรัฐมองว่าค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษาความปลอดภัยระบบไอทีในปี 2021 จะเพิ่มขึ้นมากถึง 20% มากกว่าปี 2020 ที่อยู่ราวๆ 15% และจะเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ผู้บริหารระดับสูงที่ดูแลด้านเทคโนโลยีของบริษัทต่างๆ มีมุมมองว่าการรักษาความปลอดภัยนั้นเป็นเรื่องสำคัญเพิ่มมากขึ้นหลังจากนี้

สำหรับหุ้นที่น่าติดตามได้แก่

  • CrowdStrike ผู้ให้บริการโซลูชันด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะการใช้ระบบ Cloud ตรวจจับความผิดปกติ
  • Palo Alto Networks จุดเด่นของบริษัท คือระบบ Firewall ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดรายหนึ่งของตลาดไอที
  • Check Point Software ผู้ให้บริการระบบรักษาความปลอดภัยรายใหญ่ มีการออกคำแนะนำและเตือนภัยเรื่องความปลอดภัยเสมอ

กลุ่มผู้ให้บริการ CDN

ปัจจุบันการใช้งานอินเตอร์เน็ตทั่วโลกเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะจากการทำงานรวมถึงการเสพความบันเทิงภายในบ้าน ทำให้ผู้ให้บริการหลายๆ รายต้องหาระบบเพื่อรองรับจำนวนของผู้ใช้งานเพิ่มมากขึ้น จากเรื่องของการทำงาน หรือแม้แต่การเข้าชมเว็บไซต์ต่างๆ ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า CDN หรือ Content Delivery Network เพื่อที่จะลดภาระของเซิฟเวอร์หลักของผู้ให้บริการ และทำให้ผู้ใช้สามารถใช้บริการราบรื่นมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่นผู้ใช้บริการ CDN เหล่านี้ เช่น BBC, Bloomberg รวมถึง New York Times จนถึงบริการของ Disney+

ปัจจุบันผู้ให้บริการ CDN นั้นมีหลากหลายราย แต่สำหรับรายที่น่าสนใจคือ

  • Akamai ผู้ให้บริการ CDN รายใหญ่ของโลก มีลูกค้าระดับองค์กรใหญ่ๆ ใช้งาน เช่น Apple เป็นต้น
  • Fastly ผู้ให้บริการ CDN ที่องค์กรหรือแม้แต่สื่อระดับโลกเลือกใช้ เช่น Nikkei หรือ BBC ฯลฯ
  • Cloudflare ผู้ให้บริการ CDN ที่แตกต่างจากเจ้าอื่นที่มีบริการแบบฟรี และยังมีบริการป้องกันความปลอดภัยให้กับลูกค้า

ในปีที่ผ่านมาหุ้นกลุ่มนี้ถือว่าให้ผลตอบแทนอย่างมหาศาลบางตัวให้ผลตอบแทนเกิน 400% แต่ในปี 2021 ก็ยังถือว่ากลุ่มผู้ให้บริการ CDN เป็นหุ้นที่ยังน่าสนใจและมีรายได้ที่คาดว่าจะเติบโตได้อีก รวมถึงความเสี่ยงเชิงบวกที่อาจมีการควบรวมกิจการได้อีก

อย่างไรก็ดีเนื่องจากหุ้นกลุ่มนี้มีการแข่งขันที่สูง และมีผู้เล่นใหม่ๆ สามารถเข้ามาในตลาด รวมถึงบริษัทเทคโนโลยีใหญ่ๆ เองก็มีการพัฒนาระบบ CDN นี้ให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น Amazon หรือ Google หรือการพัฒนาระบบ CDN ใช้งานเองเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายแบบ Netflix ทำให้เป็นความเสี่ยงที่ลูกค้ารายใหญ่อาจหายไปได้

Cloudflare คลาวด์แฟลร์
Cloudflare หนึ่งในผู้ให้บริการ CDN รายใหญ่ที่ผลตอบแทนในปี 2020 โดดเด่น – ภาพจาก Shutterstock

ผู้เล่นรายใหญ่ก็ยังน่าสนใจ

แม้ว่าหุ้นกลุ่ม FAANMG ที่ประกอบไปด้วย Facebook Apple Amazon Netflix Microsoft และ Alphabet (บริษัทแม่ของ Google) ในปี 2020 จะทำผลงานได้ดี แต่บริษัทใหญ่เหล่านี้ยังน่าจะสร้างผลตอบแทนให้กับนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง จากจุดแข็งของผลิตภัณฑ์ที่ออกสู่ตลาดและคู่แข่งไม่สามารถที่จะตีตื้นกับผลิตภัณฑ์ของบริษัทเหล่านี้ได้

แต่สำหรับความเสี่ยงหุ้นบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่นี้คือหน่วยงานกำกับดูแลของประเทศต่างๆ ที่เริ่มแสดงความไม่พอใจมากยิ่งขึ้น จากความมีบทบาทในชีวิตประจำวัน กรณีการผูกขาดด้านแพลตฟอร์มจนอาจทำให้มีการแยกบริษัท ข้อมูลส่วนบุคคล จนถึงเรื่องของภาษีที่รัฐบาลของหลายๆ ประเทศนั้นต้องการที่จะเก็บภาษีเพิ่มเติม

หุ้นที่น่าจับตามองในปี 2021

  • Facebook สิ่งที่น่าจับตามองคือหน่วยงานกำกับดูแลที่พยายามจะแยกธุรกิจของบริษัทออกมา รวมถึงการเปิดศึกกับผู้เล่นรายอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Apple (และ Apple ก็โต้กลับด้วย)
  • Microsoft จากยุทธศาสตร์ใหม่ๆ ในปี 2020 รวมถึงรายได้จากกลุ่ม Cloud และบริการอื่นๆ ที่มากขึ้น ทำให้หลังจากนี้บริษัทจะทำรายได้เติบโตได้มากแค่ไหน
  • Apple กับการพัฒนาชิปของตัวเองหลังจากปล่อย Macbook ออกมาและผลตอบรับไปในทางบวก หลังจากนี้จะสร้างอัตรากำไรได้มากแค่ไหนรวมถึงอนาคตของสินค้ากลุ่ม Mac แต่เรื่องที่น่าเป็นห่วงคือบริการ Services ต่างๆ ที่บริษัทได้ปล่อยออกมาในปี 2020 จะสร้างลูกค้าได้มากแค่ไหน

เรื่องอื่นๆ

ในบทวิเคราะห์ของ RBC Capital Markets ได้สำรวจลูกค้ากลุ่มสถาบัน 56% ในช่วงเดือนธันวาคมของปี 2020 ที่ผ่านมา โดยมองว่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีนั้นมีราคาแพง ซึ่งมากกว่าในปี 2019 ที่ลูกค้าจำนวน 37% มุมมองว่าหุ้นกลุ่มนี้มีราคาแพง แต่นักลงทุนเหล่านี้ 47% มองว่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจะให้ผลตอบแทนโดดเด่นมากในปี 2021 นี้ในปีที่ผ่านมาหุ้นที่ลูกค้า RBC ให้สนใจนั้นให้ผลตอบแทนมากถึง 91%

หุ้นหรือกลุ่มอุตสาหกรรมไอทีที่น่าสนใจอื่นๆ

  • บทวิเคราะห์ของ Morgan Stanley ชี้โมเดลธุรกิจของ Adobe นั้นเป็นโมเดลที่ยั่งยืนในระยะยาว จากการเปลี่ยนผ่านธุรกิจจากการขายซอฟต์แวร์ครั้งเดียว มาทำเป็นโมเดล Subscription และยังทำให้บริษัทอื่นๆ หันมาใช้กลยุทธ์นี้มากขึ้น
  • ในบทวิเคราะห์ของ Piper Sandler มองว่าการทำ Digital Transformation จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ให้บริการ Cloud จะได้รับประโยชน์อย่างมาก รวมถึงบริษัทที่เกี่ยวข้อง เช่น Intuit หรือ Snowflake
  • กลุ่มผู้ให้บริการรับชำระเงินยังมีความน่าสนใจ ในบทวิเคราะห์ของ Morgan Stanley มองว่าผู้บริโภคเองจะเริ่มหันมาใช้บริการกระเป๋าเงินดิจิทัลมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มวัยรุ่นอายุ 18-24 ปีที่มีการเติบโตถึง 42% ในผลสำรวจของ Morgan Stanley เองยังมองว่า PayPal และ Apple คือแบรนด์ที่ลูกค้าชื่นชอบ
  • บริษัทอื่นๆ ในบทวิเคราะห์หุ้นกลุ่มไอทีจากหลากหลายสถาบันการเงินมอง เช่น
    • Twilio ผู้ให้บริการ API การติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์และ SMS
    • Shopify แพลตฟอร์มสำหรับใช้ในการสร้างร้านค้าออนไลน์
    • AirBNB แพลตฟอร์มเช่าบ้านชื่อดัง ในบทวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองถึงการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post 10 หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐที่น่าจับตามองปี 2021 ยักษ์ใหญ่น่าสนใจบางตัว แต่ต้องระวังเรื่องมูลค่าที่อาจแพงไป first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/10-us-tech-stocks-to-watch-this-year-but-some-of-them-may-high-valuations-31-jan-2021/

ผู้สร้างอัปเดตความคืบหน้าของ เกม Final Fantasy 7 Remake Part 2

Computer Entertainment Developers Conference (CEDEC) ได้สัมภาษณ์ผู้สร้างเกม  Final Fantasy VII Remake แบบออนไลน์ผ่าน  Twitter aitaikimochi  และได้เปิดไฮไลท์บางอย่าง ในการสัมภาษณ์นักพัฒนาได้พูดคุยเกี่ยวกับโครงสร้างเนื้อเรื่องของเกมและยังพูดคุยเกี่ยวกับแนวทางของ Final Fantasy VII Remake Part 2

โปรดิวเวอร์ Final Fantasy VII Remake อย่างคุณ Naoki Hamaguchi และ Producer Yoshinori Kitase ได้ออกมาบอกว่าส่วนตัวแล้วเขาอยากสร้างเกมเหมือนภาพยนตร์ CGI Final Fantasy VII: Advent Children มาโดยตลอด จากนั้น Hamaguchi ได้หารือเกี่ยวกับการจัดทีมระหว่างนักพัฒนาการจัดการและพนักงานคนอื่น ๆ

โดยคุณ Hamaguchi ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้าง Final Fantasy VII Remake ที่ขับเคลื่อนด้วยเรื่องราว เขาอธิบายอย่างละเอียดว่าเกมนี้ไม่จำเป็นต้องมีโลกที่กว้างเพราะเกมเน้นไปที่การเล่าเรื่อง และคุณ Hamaguchi กล่าวว่าผู้กำกับ Tetsuya Nomura มีความเฉพาะเจาะจงมากเกี่ยวกับการออกแบบตัวละครในเกม และการพากย์เสียง

เกี่ยวกับการพัฒนาในภาคต่อ Final Fantasy 7 Remake Part 2 คุณ Hamaguchi ได้เปิดเผยว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจของทีมงานภายสร้าง แม้ว่าทีมงานในการรีเมคจะเป็นแฟนของเกมต้นฉบับ แต่ทีมงานต้องการใส่สิ่งใหม่ ๆ เข้าไปในเกม โดยในภาคต่อจะเปิดให้ผู้เล่นได้สัมผัสกับโลกภายนอกของเมือง มิดการ์ โดยคุณ Kitase จะมีสิ่งที่ทำให้ผู้เล่นประหลาดใจแน่นอน

เกม Final Fantasy VII Remake ตอนแรก วางจำหน่ายแล้วบน PlayStation 4 และตอนที่ 2 กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนา

ข่าว: ผู้สร้างอัปเดตความคืบหน้าของ เกม Final Fantasy 7 Remake Part 2 มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2021/02/01/final-fantasy-7-remake-part-2-update.html

อดีตผู้บริหาร Xbox เผยเรื่องเคยเสนอซื้อนินเทนโด จริง ๆ ไม่มีอะไรมาก แค่ลองคุยดู

Robbie Bach อดีตหัวหน้าฝ่าย Xbox ของไมโครซอฟท์ ให้สัมภาษณ์พิเศษทาง Twitch ซึ่งการสัมภาษณ์มี Jack Tretton อดีตผู้บริหาร Sony และ Reggie Fils-Aimé อดีตผู้บริหารนินเทนโดร่วมด้วย โดยเขาได้พูดถึงข่าวที่มีออกมาก่อนหน้านี้ ว่าไมโครซอฟท์เคยพยายามซื้อกิจการนินเทนโด แต่ไม่สำเร็จ โดยเขาบอกว่าไม่ได้มีอะไรขนาดนั้น

Bach บอกว่าในช่วงแรกที่ของไอเดีย Xbox นั้น ไมโครซอฟท์เลือกจะหาพาร์ทเนอร์มาช่วยเพื่อไม่ให้ยุ่งยากมากไป จึงได้ไปหารือทั้งกับบรรดาผู้ผลิตพีซี, Sega และนินเทนโด ซึ่งสำหรับนินเทนโดนั้นบริษัทตั้งอยู่อีกฝั่งถนนของสำนักงาน Xbox การไปพูดคุยเลยไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เป็นแค่การลองดูทุกวิธีการมากกว่า การที่นินเทนโดปฏิเสธข้อเสนอก็ไม่ผิดไปจากที่คาด

เดิมทีไมโครซอฟท์มองว่าการต้องทำฮาร์ดแวร์เองเป็นเรื่องใหญ่มาก จึงเก็บไว้เป็นทางเลือกสุดท้าย แต่ Bach ก็เผยว่ามีบริษัทซอฟต์แวร์เกม อย่างเช่น EA เชียร์ให้ไมโครซอฟท์ทำคอนโซลทางเลือกที่ 3 ออกมา เมื่อหาพาร์ทเนอร์ฮาร์ดแวร์ไม่ได้ กอปรกับมีบริษัทเกมเชียร์ให้ทำ ไมโครซอฟท์จึงเลือกทำคอนโซลของตนเองนั่นเอง

ที่มา: Nintendo Life

Nintendo

from:https://www.blognone.com/node/120924

Windows 10 สามารถรันแอป Android หลายแอปพร้อมกันได้แล้ว

ปีที่ผ่านมา โปรแกรม Your Phone บน Windows 10 ได้อัปเดตให้สามารถรันแอปพลิเคชันของ Android บนสมาร์ตโฟน Samsung Galaxy บางรุ่นได้แล้ว ซึ่งล่าสุดนั้น Microsoft ได้เพิ่มประสิทธิภาพของ Your Phone ให้มากขึ้นกว่าเดิม

หลังจากติดตั้งอัปเดตใหม่ ผู้ใช้สมาร์ตโฟน Samsung Galaxy รุ่นที่สามารถใช้งานโปรแกรม Your Phone ได้นั้นจะสามารถรันแอปพลิเคชัน Android หลายแอปได้พร้อมกันบน Windows 10 ได้ ส่วนผู้ใช้งานที่ไม่ได้ใช้สมาร์ตโฟนของ Samsung จะรองรับการใช้งานรูปแบบนี้เช่นเดียวกันผ่าน Project Latte ซึ่งรองรับการไซด์โหลด APK ด้วย

สำหรับการใช้งาน Your Phone พร้อมฟังก์ชันใหม่นี้นั้น ผู้ใช้งานจะต้องติดตั้ง Windows 10 เวอร์ชันอัปเดตประจำเดือนพฤษภาคม 2020 พร้อมกับแอปพลิเคชัน Your Phone เวอร์ชัน 1.20102.132

สมาร์ตโฟน Samsung ที่รองรับการใช้งาน

  • Samsung Galaxy Fold

  • Samsung Galaxy Note20 5G

  • Samsung Galaxy Note20 Ultra 5G
  • Samsung Galaxy S20
  • Samsung Galaxy S20+
  • Samsung Galaxy S20 FE
  • Samsung Galaxy S20 Ultra
  • Samsung Galaxy XCover Pro
  • Samsung Galaxy Z Flip
  • Samsung Galaxy Z Flip 5G
  • Samsung Galaxy Z Fold2 5G
  • Samsung Galaxy S10e

  • Samsung Galaxy A8s
  • Samsung Galaxy A30s
  • Samsung Galaxy A31
  • Samsung Galaxy A40
  • Samsung Galaxy A41
  • Samsung Galaxy A42 5G
  • Samsung Galaxy A50
  • Samsung Galaxy A50s
  • Samsung Galaxy A51
  • Samsung Galaxy A51 5G
  • Samsung Galaxy A60
  • Samsung Galaxy A70
  • Samsung Galaxy A70s
  • Samsung Galaxy A71
  • Samsung Galaxy A71 5G
  • Samsung Galaxy A80
  • Samsung Galaxy A90s
  • Samsung Galaxy A90 5G
  • Samsung Galaxy Note9
  • Samsung Galaxy Note10
  • Samsung Galaxy Note10+
  • Samsung Galaxy Note10 Lite
  • Samsung Galaxy S9
  • Samsung Galaxy S9+
  • Samsung Galaxy S10
  • Samsung Galaxy S10+
  • Samsung Galaxy S10 Lite

ข่าว: Windows 10 สามารถรันแอป Android หลายแอปพร้อมกันได้แล้ว มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2021/01/31/windows-10-can-now-stream-multiple-android-apps.html

เผยสเปก Asus ROG Phone 5 สมาร์ตโฟนเกมมิ่งตัวแรงรุ่นใหม่!

สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดของ Asus ROG Phone 5 ได้ผ่านการรับรอง TENAA หรือหน่วยงานที่เหมือนกับ กสทช. ของประเทศไทย แต่เป็นของประเทศจีน พร้อมกับมีสเปกบางส่วนเผยออกมาให้ได้ทราบกันแล้วด้วย

Asus ROG Phone 5 มีเลขโมเดลที่ปรากฏบนเอกสารของ TENAA คือ I005DA จะใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 888 และแบตเตอรีขนาดใหญ่ 6,000 mAh แบ่งเป็นแบตเตอรีขนาด 3,000 mAh สองก้อน คาดว่าจะรองรับชาร์จไว โดยเอกสารระบุว่าจะรองรับชาร์จไวได้สูงสุดถึง 65W

ด้านหลังของเครื่องมีกล้องทั้งหมด 3 ตัว มีกล้องหลักความละเอียด 64MP ส่วนกล้องตัวอื่น ๆ ยังไม่ได้บอกแน่ชัดว่าจะเป็นกล้องอะไรและมีความละเอียดเท่าไหร่บ้าง และที่น่าสนใจคือ Asus ROG Phone 5 จะมีจอที่ด้านหลังของเครื่อง เอาไว้แสดงการแจ้งเตือนต่าง ๆ ได้อีกด้วย

สำหรับหน้าจอนั้นมีขนาด 6.78 นิ้ว เป็นจอ AMOLED ที่มีสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอให้ด้วย ส่วนความละเอียดยังไม่ได้ระบุแน่ชัดว่าจะเป็น FHD+ หรือ QHD+ แต่มีรีเฟรชเรตหน้าจอสูงถึง 144Hz

 

ข่าว: เผยสเปก Asus ROG Phone 5 สมาร์ตโฟนเกมมิ่งตัวแรงรุ่นใหม่! มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2021/01/31/asus-rog-phone-5-leaked-from-tenaa.html