รีวิว Fitbit Versa 3 ที่มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ เน้นตรวจสุขภาพและ GPS ในตัว

Fitbit Versa 3 สมาร์ทวอทช์ที่มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ที่อัพเกรดขึ้นเพื่อช่วยในการติดตามสุขภาพและสายฟิตเนส มาพร้อมกับระบบ GPS ในตัวเครื่อง และ Active Zone Minute ช่วยตรวจวัดชีพจรและระดับความเข้มข้นในการออกกำลังกายคงความ Body และ Health Fit ตรวจวัดอ๊อกซิเจนในเลือด และยังมี Sleeping Score ตัวตรวจจับการนอนเชิงลึกเข้าถึงพฤติกรรมการนอนในแต่ละคืนแบบเรียลไทม์ ดีไซน์สวยเรียบหรู ในราคา 9,190 บาท

 

 

ถ้าจะหาสมาร์ทวอทช์ไว้สำหรับวัดค่าการออกกำลังกายที่ไม่ดูเป็นสายสปอร์ตจนเกินไป ขนาดพอเหมาะ น้ำหนักเบา และดูจะเข้าได้กับทุกชุดสวมใส่ เจ้าตัว Versa 3 ของ Fitbit ต้องเป็นหนึ่งในตัวเลือกนั้นแน่นอน หน้าจอ AMOLED ตัวเรือนที่ดูเรียบหรูเหมือนนาฬิกาสมาร์ทวอท์ชทั่วไป แต่อัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ต่อยอดมาจากตัว Versa 2 เน้นการใช้งานที่สะดวกสบายมากขึ้น มีการออกแบบตัวเรือนและสายชาร์จให้ดูสวยน่าใช้กว่าเดิม

แกะกล่อง Fitbit Versa 3

มาดูกันว่าในกล่องมีอะไรมาให้บ้าง

  • Fitbit Versa 3
  • สายเปลี่ยนแบบยาวสีเดียวกัน
  • สายชาร์จ USB แบบมีหัวชาร์จ
  • คู่มือการใช้งาน

ตัวเรือนที่ดูเรียบหรู แต่งตัวง่ายกับทุกชุด หน้าจอ AMOLED สว่างสดใสแม้อยู่กลางแดด

ตัวสายถอดออกจากตัวเครื่องง่าย กดสลักก็สามารถถอดเปลี่ยนสายได้ค่ะ

ตัวเครื่องกันน้ำ กันเหงื่อ กันน้ำได้ลึก 50 เมตร เราสามารถใส่เล่นกีฬาทางน้ำได้

การใช้งาน

  • ปัดขึ้นจะเป็นการแสดงค่าการเดิน การขึ้นบันได การเบิร์นแคลลอรี่ และ Active Zone Minute
  • ปัดลงแสดงการแจ้งเตือน
  • ปัดขวาจะเป็นทางลัดการตั้งค่าแสงสว่าง  ปรับเสียง เปิด/ปิด Sleep Mode
  • ปัดซ้ายจะเป็นหน้าเมนูต่างๆ รวมถึงการตั้งค่าด้วย

หน้าแอปของ Fitbit 

หน้าแอป Fitbit ตัวแอปพลิเคชั่นของฟิตบิทที่รวบรวมทุกอย่างมาไว้ในนี้ ไม่ว่าจะเป็นการดูสถิติต่างๆ การนอน การออกกำลังกาย ตรวจสอบความคืบหน้ารวมถึงเป็นคอมมูนิตี้ที่แชร์การออกกำลังกายกับคนอื่นๆ ที่ใช้ฟิตบิทเหมือนกันด้วย เราจะดูและตรวจสอบทุกจากหน้าแอปนี้ค่ะ


หลังการเชื่อมต่อและตั้งค่าการใช้งาน ในหน้าโปรไฟล์จะแสดงให้เห็นการใช้งาน การแสดงผลค่าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการก้าวว่าวันนี้เราเดินไปเท่าไหร่ ขึ้นบันไดกี่ขั้น ระยะทางการเดิน การเผาผลาญแคลอรี่ ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ การนอน การดื่มน้ำ สถานะแบตเตอรี่ Community การแบ่งปันข้อมมูลข่าวสาร รวมถึงช่องทางติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ Covid-19 ด้วย



และยังสามารถเข้าถึงแอปและหน้าปัดกว่าอีก 1,000 รายการ โดยเราสามารถเลือกฟังเพลงจากพันธมิตรทางดนตรีอย่าง Deezer, Pandora และ Spotify เพื่อความสนุกสนานในการออกกำลังกาย การออกแบบมีความทันสมัยคล้ายคลึงกับ Fitbit Sense เพื่อความสะดวกสบายและความรวดเร็วในการใช้งาน

Clock Faces หน้าจอให้เลือกใช้มากมายหลายรูปแบบ ในแบบ Alway-On Display , หน้าจอที่ออกแบบโดย Fitbit เอง และรูปแบบอื่นๆ ทั้งแบบเสียเงินและฟรี ซึ่งมีให้เลือกเยอะมาก รวมถึงหน้าจอตามเทศกาลที่กำลังจะมาถึงอีกด้วย และหน้าจอ Sp02 Signature หน้าจอสำหรับตรวจวัดอ๊อกซิเจนในเลือดโดยเฉพาะ

เพิ่มเติมฟีเจอร์ด้านสุขภาพ การออกกำลังกายและความสะดวกสบายในการใช้งาน ระบบ GPS บนเครื่อง แผนผังความเข้มข้นในการออกกำลังกาย เทคโนโลยี PurePulse 2.0 ระบบวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ตรวจสอบอัตราการเต้นของหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง  และการเตือนให้ขยับร่างกาย


และสำหรับสาวๆ ยังสามารถใช้ในการติดตามรอบเดือนได้ด้วย การติดตามสุขภาพของประจำเดือนทำให้เรารับรู้และเข้าในการผิดปกติของการมีรอบเดือน รวมถึงคำนวนวันไข่ตกให้อีกด้วย ซึ่งเหมาะแก่การปั้มทารก รวมถึงผู้ที่ชอบการสดแบบไม่ใส่ถุง หลีกเลี่ยงการเป็นคุณแม่ยังสาว สำหรับคนที่ยังไม่พร้อมได้อีกด้วย

 

GPS ในตัว ตัวนี้มี GPS ในตัวแล้วจะช่วยวัดระยะทางการทำกิจกรรมกลางแจ้ง ไม่ว่าจะเป็นการก้าวเดิน วิ่ง หรือขี่จักรยาน  ยังระบุได้ด้วยว่าเราทำกิจกรรมอย่างหนักหน่วงในโซนไหน

Active Zone Minutes ที่จะให้คุณสามารถทำตามเป้าหมายด้านสุขภาพของคุณได้อย่างง่ายดายเสียยิ่งกว่าการวัดก้าวในแต่ละวัน นอกจากนี้

มาพร้อมลำโพงและไมโครโฟนในตัว สำหรับการรับส่งข้อความและการรับโทรศัพท์ หรือแม้แต่การส่งสายไปที่วอยซ์เมลและปรับระดับเสียงได้จากข้อมือ นอกจากนี้ยังสามารถใช้งานคำสั่งเสียงจาก Google Assistant และ  Amazon Alexa Built-in ที่มีมาในเครื่อง

ตั้งเตือนการออกกำลังกาย มีการแจ้งเตือนเมื่อเรานั่งนานเกินไปให้ลุกขึ้นมาขยับร่างกายบ้าง เป็นการเตือนให้เราเดินอย่างน้อย 250 ก้าวต่อชั่วโมงต่อวัน ดีสำหรับคนที่ทำงานนั่งโต๊ะนานเกินไป ยิ่งเป็นช่วงเว้นระยะห่างทางสังคม วันไหนที่ต้องทำงานอยู่กับบ้านไม่ได้ออกไปเจอใครข้างนอก เจ้าสมาร์ทวอชจะเตือนให้เราลุกเดินไปไหนมาไหนบ้าง ..นั่งนานจนรากเริ่มงอกแล้วหล่ะ มันไม่ดีต่อสุขภาพ



การทำสมาธิ มีโหมดที่จะช่วยให้เรา Relax โดยการช่วยกำหนดการหายใจเข้าออก โดยการหายใจตามคำแนะนำ หายใจลึกๆ โดยที่เราสามารถกำหนดเวลาตั้งแต่ 2 ถึง 10 นาที เป็นไกด์ในการช่วยกำหนดลมหายใจเข้าออกด้วยวงกลม วงกลมขยายและหดเข้าเป็นการกำหนดลมหายใจผ่อนเข้าออก และตัวนาฬิกาจะสั่นเป็นจังหวะไปพร้อมกันด้วย เป็นการช่วยปรับอัตราการเต้นของหัวใจ


Sleeping Score ระบบช่วยตรวจวัดการนอนและข้อมูลเชิงลึก บ่งบอกระดับการนอนแต่ละระดับทั้ง หลับลึก หลับไม่สนิท และช่วงหลับฝัน มีการให้คะแนนการนอน ทำให้ผู้ใช้สามารถประเมินคุณภาพการนอนได้แบบเรียลไทม์ทุกเช้าหลังตื่นนอน

นอกจากนี้ยังเช็กสภาพอากาศ การเพิ่มตารางช็อปปิ้งหรือการล้างมือ หรือแม้แต่ควบคุมอุปกรณ์อัจฉริยะภายในบ้านได้จากการออกคำสั่งตรงจากนาฬิกา นอกจากนี้ยังสามารถใช้บริการ Fitbit Pay™ เพื่อการใช้จ่ายที่ปลอดภัยและหลีกเลี่ยงการสัมผัส

ระบบชาร์จโฉมใหม่ แบบแม็กเนคติกเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานแบตเตอร์รี่ได้ยาวนานถึง 6 วัน ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ถ้าช่วงไหนไม่ได้ใช้งานแอปหนัก อยู่ได้เกินอาทิตย์เลยค่ะ เรียกว่าแบตฯ อึดมากทีเดียว หรือชาร์จ 12 นาที ใช้งานได้ 1 วันเต็ม

จุดเด่น Fitbit Versa 3

  • วางจำหน่าย ราคา 9,190 บาท
  • สมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ สุดพรีเมี่ยม ที่อัพเกรดขึ้นเพื่อช่วยในการติดตามสุขภาพและสายฟิตเนส
  • มีระบบติดตั้งระบบ GPS บนเครื่อง
  • เทคโนโลยี PurePulse 2.0 ระบบวัดอัตราการเต้นของหัวใจ
  • Sleeping Score ระบบช่วยตรวจวัดการนอนและข้อมูลเชิงลึก บ่งบอกระดับการนอนแต่ละระดับทั้ง หลับลึก หลับไม่สนิท และช่วงหลับฝัน ทำให้ผู้ใช้สามารถประเมินคุณภาพการนอนได้แบบเรียลไทม์ทุกเช้าหลังตื่นนอน
  • ฟังก์ชั่น Active Zone Minute ตัวช่วยตรวจจับชีพจรและระดับความเข้มข้นในการออกกำลังกาย
  • ระบบชาร์จโฉมใหม่ แบบแม็กเนคติกที่สามารถใช้ได้ทั้งรุ่น Versa 3 และ Sense เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานแบตเตอร์รี่ได้ยาวนานถึง 6 วัน

สรุปความน่าใช้ หลังจากที่อยู่กับสมาร์ทวอทช์ Versa 3 มานานเกือบครึ่งเดือน ในฐานะผู้ที่ไม่ได้เสพติดการออกกำลังกาย ยังสัมผัสได้ว่าคนที่ชอบออกกำลังกายต้องชอบแน่ๆ ด้วยฟังก์ชั่นที่เอื้อประโยชน์ให้กับคนออกกำลังกาย เพราะมีฟีเจอร์สำคัญครบ

และสายไม่ได้เน้นออกกำลังกายหล่ะ ..แน่นอนว่าการมีสมาร์ทวอทช์มันดีต่อสุขภาพไม่ทางตรงก็ทางอ้อมอยู่แล้ว  เพราะการเก็บสถิติการใช้งานทำให้เรารู้ว่าเราละเลยการดูแลตัวเองมากแค่ไหน อีกทั้งการเตือนในรูปแบบต่างๆ ยังจะช่วยให้เราไม่ลืม เช่นการเตือนให้ขยับร่างกาย การเตือนดื่มน้ำ ตรวจวัดอ๊อกซิเจนในเลือด และการดูตารางการนอนว่าเพียงพอต่อวันหรือไม่

ราคาและการวางจำหน่าย

Fitbit Versa 3 วางจำน่ายในราคาในราคา 9,190 บาท พร้อมจำหน่ายอุปกรณ์เสริมหลายรูปแบบ รวมถึงสายถักจากไนลอนรีไซเคิล (REPREVE®) นอกจากนี้ยังมีสายแบบถักสานจาก Pendleton® และ Victor Glemaud สำหรับสายถักเชฟรอน โดยราคาเริ่มต้นที่ 1,190 บาท นอกจากนี้ยังมีบริการ Fitbit Premium ที่จะช่วยอัพเกรดการใช้งานให้เพิ่มขึ้นไปอีก



Fitbit Premium ให้คุณได้มากขึ้นจากอุปกรณ์ฟิตบิทของคุณ ฟิตบิทมีให้ทดลองใช้ตัวพรีเมี่ยมฟรี 3 เดือนด้วย มาดูกันว่ามีอะไรมากับตัวพรีเมี่ยมบ้างในราคาอยู่ที่ 300 บาทต่อเดือน หรือ 2,500 บาทต่อปี

  • Fitbit Premium ยกระดับประสบการณ์ฟิตบิทเมื่อจับคู่กับอุปกรณ์ของฟิตบิท ปลดล็อคการวิเคราะห์ข้อมูล และข้อมูลเชิงลึกเฉพาะบุคคลที่เป็นการเชื่อมต่อกิจกรรมต่างๆ ของคุณ รวมไปถึงการนอนและจังหวะการเต้นหัวใจ Fitbit Premium นำเสนอเครื่องมือด้านการนอนหลับขั้นสูง คลิปการออกกำลังกายมากกว่าร้อยรายการจากสตูดิโอชื่อดัง เช่น Aaptiv barre3  Daily Burn Down Dogobé  Physique 57 POPSUGAR และ Yoga Studio โดย Gaiam เช่นเดียวกับเทรนเนอร์และอินฟลูเอนเซอร์ที่มีชื่อเสียง อย่าง Aaptiv  Aura  Breethe และ Ten Percent Happier รวมถึงเกมและความท้าทายต่าง ๆ ที่จะสร้างแรงบันดาลใจ แนะนำกิจกรรม การนอนหลับและโภชนาการ ตลอดจนรายงานสุขภาพเพื่อร่วมแบ่งปันในทีม Fitbit Premium ยังคงต่อยอดการบริการข้อเสนอต่างๆ และขยายการเข้าถึง ด้วยผู้ใช้บริการแบบพรีเมียมกว่า 500,000 รายทั่วโลก หลังเปิดบริการเพียงหนึ่งปี พรีเมียมจะมีการขยายบริการไปยังภาษาดัตช์ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมัน ภาษาอิตาเลียน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาสเปน และภาษาสวีดิชภายในปลายเดือนกันยายน ซึ่งจะเพิ่มศักยภาพให้ผู้ใช้ฟิตบิทโลกได้รับประโยชน์มากขึ้นจากการให้บริการ
  • Fitbit Premium เปิดให้บริการโดยราคาอยู่ที่ 300 บาทต่อเดือน หรือ 2,500 บาทต่อปี สำหรับผู้ใช้ Fitbit Premium นอกจากนี้ยังสามารถใช้บริการได้ในประเทศสิงคโปร์ สามารถเยี่ยมชมได้ผ่าน Fitbit app หรือ Fitbit.com

 

 

ข่าว: รีวิว Fitbit Versa 3 ที่มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ เน้นตรวจสุขภาพและ GPS ในตัว มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/11/12/review-fitbit-versa-3.html