GET รีแบรนด์ใหม่เป็น Gojek หวังยกระดับแอปเป็นเวิร์ลคลาส

แม้ว่าการให้บริการของ GET ที่เปิดในไทยมาเกือบ 2 ปี จะเริ่มเป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้ใช้งานและดาวน์โหลดไปติดไว้ในเครื่องกว่า 3 ล้านดาวน์โหลด และการเข้ามาอยู่ใต้ร่มของ Gojek ทีมบริหาร GET ก็มั่นใจว่าจะสามารถแข่งขันในตลาดเดลิเวอรี่ที่กำลังดุเดือดอยุ่ในขณะนี้ได้อย่างเต็มขุมกำลัง

ทำความรู้จัก GOJEK

ผู้บริหารของ Gojek ที่กล่าวเปิดงานผ่านระบบคอนเฟอร์เรนซ์ทั้ง เควิน อลูวี และ อันเดร โซลิสต์โย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม ของ Gojek ระบุว่า ในประเทศเวียดนามและสิงคโปร์นั้น มีการเติบโตที่ดีทั้ง 3 ประเทศรวมกันดาวน์โหลดแอปไปแล้วกว่า 170 ล้านดาวน์โหลด พาร์ทเนอร์ขับ ร้านค้าในระบบมีมากถึง 5 แสนร้านค้า พาร์ทเนอร์ร่วมขับ 2 ล้านราย ให้บริการกว่า 215 เมืองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (เวียดนาม สิงคโปร์และไทย)

และได้ตั้งเป้าการเติบโตแบ่งสัดส่วนเป็นภายในประเทศอินโดนีเซียและต่างประเทศอย่างละ 50:50 ส่วนเหตุผลที่ขยายการลงทุนมาไทยนั้น เป็นเพราะเชื่อมั่นในพลังของการทุ่มเทในการทำงานของ SME ผู้ประกอบการและพาร์ทเนอร์ร่วมขับ

นอกจากนี้ เราเล็งเห็นความต้องการของผู้ใช้บริการในไทย ว่าต้องการโซลูชั่นที่ดีกว่าเพื่อลดปัญหาความไม่ราบรื่นในการใช้ชีวิตและโกเจ็กก็มีจุดเด่น 3 ด้านคือ เทคโนโลยี โปรดักส์และเซอร์วิส ที่จะตอบสนองการใช้ชีวิตรวมทั้งเชื่อว่าจะมอบประสบการณ์ที่ดีกว่าภายใต้อีโคซิสเต็มส์ของบริษัท

ทั้งนี้ การให้สิทธิ์ในการบริหารจัดการทุกอย่างแก่ทีมงานชาวไทย เชื่อว่าจะทำให้แคมเปญหรือโปรโมชั่นต่างๆ ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้เป็นอย่างดี

จากนี้ไปทุกอย่างต้องเวิร์ลคลาส

แม้จะเริ่มทดลองตลาดมาก่อนหน้านี้มาประมาณหนึ่งเดือน ทั้งการดาวน์โหลดแอปใหม่ ย้ายข้อมูลการเงินเดิมจาก GET pay เป็น Gopay แต่หลังจากอัดแคมเปญอย่างเต็มที่เชื่อว่าจะเพิ่มการเติบโตทุกอย่างได้เป็น 10 เท่า

ภิญญา นิตยาเกษตรวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ Gojek ประเทศไทย กล่าวว่า การรีแบรนด์ครั้งนี้ ทีมงานประเทศไทยอยากทำให้สำเร็จและลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้น เพื่อที่จะตอบโจทย์ลูกค้าทั้งรายเก่าและใหม่ รวมทั้งเชื่อว่าลูกค้าจะได้รับของดีๆ

ด้วยมิชชั่นของเรา คือ removing life’s daily frictions ไม่ว่าคุณต้องการใช้งานบริการด้านไหนเราก็มีครอบคลุมทุกความต้องการไม่ว่าจะเป็นรับส่งคน ขนส่งสินค้า และรับส่งอาหาร 

ผลสำรวจเรื่องความต้องการของลูกค้า มี 4 เรื่องประกอบด้วย โปรโมชั่น (27%) ใช้งานง่าย (10%) ความเร็วในการเข้าใช้งาน (13%) มีทางเลือกหลากหลาย (35%) นอกจากนี้ การปรับเปลี่ยน UX/UI ใหม่ที่มีสีสันสดใส ความปลอดภัยในเรื่องระบบการเข้าใช้งาน รักษาข้อมูลส่วนบุคคล

ฟีเจอร์เด่นบางส่วนของแอพ Gojek ได้แก่ อินเทอร์เฟซผู้ใช้ที่ใช้งานได้ง่าย ราบรื่น ไม่สะดุด ฟีเจอร์ Dish Likes and Favorites’ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถกดไลก์และบันทึกอาหารจานโปรดไว้เพื่อการสั่งซื้อในอนาคต Consumer-to-Consumer Chat’ เป็นฟีเจอร์การส่งข้อความพูดคุยในแอพ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถแชตและแชร์ร้านค้าหรืออาหารจานโปรดกับเพื่อน ๆ ได้ รวมถึงฟีเจอร์ Invite Friends’ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่เปิดให้ผู้ใช้สามารถแนะนำแอพ Gojek ให้กับเพื่อน ๆ ได้อย่างง่ายดาย

นอกจากนี้ Gojek พร้อมเปิดตัวบริการใหม่ GoFood Pickup’ (โกฟู้ด พิกอัพ) ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถออเดอร์อาหารล่วงหน้า และไปรับอาหารที่สั่งด้วยตัวเองได้สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องรอคิว ทั้งนี้ บริการ GoFood Pickup ยังอยู่ในช่วงทดลองให้บริการ โดยมีร้านอาหารในพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ เข้าร่วมแล้วกว่า 500 แห่ง นอกจากนั้น ผู้ใช้บริการสามารถใช้แอพพลิเคชั่น Gojek ได้แล้ววันนี้ จากทุกประเทศที่ Gojek ดำเนินการ ได้แก่ เวียดนาม อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และประเทศไทย

พาร์ทเนอร์คนขับและพาร์ทเนอร์ร้านอาหารของ Gojek ยังจะได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่ดียิ่งขึ้น ด้วยแอพ GoPartner แอพสำหรับคนขับ Gojek ที่มาพร้อมกับระบบการสมัครเป็นคนขับใหม่ที่สะดวกและง่ายดายกว่าเดิมในแอพเดียว นอกจากนั้น คนขับ Gojek จะสามารถใช้งานได้อย่างราบรื่นไม่มีสะดุดกับอินเทอร์เฟซใหม่ นอกจากนี้ แอพ GoBiz แอพสำหรับพาร์ทเนอร์ร้านอาหาร ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ต่างๆ อาทิ Chat Head Notifications’ แจ้งเตือนออเดอร์ใหม่ให้ร้านอาหารทราบแม้ในขณะที่ปิดแอพอยู่ ศูนย์บริการร้านอาหารที่ปรับปรุงใหม่ ฟีเจอร์ Partner Badge’ และ Super Partner Badge’ ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกหาร้านอาหารพาร์ทเนอร์ที่รับประกันว่าให้บริการที่มีคุณภาพได้ง่ายและสะดวกกว่า

from:https://www.thumbsup.in.th/get-rebranding-gojek?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=get-rebranding-gojek