สรุปสิ่งที่คาดหวังจากงานวันที่ 15 กันยาของ Apple มีอะไรบ้าง Apple Watch Series 6 และ iPad Air ใหม่ แต่น่าจะไร้เงา iPhone

Apple เตรียมจัดงานใหญ่ในรูปแบบออนไลน์ ในวันอังคารที่ 15 กันยายนนี้ งานในปีนี้เราอาจจะได้เห็นการเปิดตัวระบบและอุปกรณ์มากมายของ Apple แต่อาจจะไร้เพียง iPhone

เรารวมข่าวลือข่าวหลุดข่าวลวงมาทั้งหมดว่า เหตุการณ์ในวันที่ 15 กันยายนของ Apple ซึ่งมีสโลแกนงานว่า “Time Flies” จะมีอะไรกันบ้าง ก่อนอื่นเราเชื่อว่างานนี้ Apple จะมุ่งเน้นไปที่ Apple Watch Series 6 และ iPads รุ่นใหม่ เป็นสำคัญ สำหรับ iPhone นั้นน่าจะมีงานที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่สองในเดือนตุลาคมเพื่อประกาศ iPhone โดยเฉพาะ

เราได้รวบรวมทุกสิ่งที่เรารู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ Apple ที่มีโอกาศจะเห็นในงานวันมะรืนนี้เพื่อให้คุณรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

Apple One

Apple ได้เริ่มจดทะเบียนชื่อโดเมน “Apple One” จะเข้ามาเป็นชุดบริการที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถสมัครใช้บริการต่างๆ ของ Apple ในแพ็คเกจเดียวแบบลดราคาได้ แพ็คเกจเหล่านี้อาจรวมถึง Apple Music , Apple TV +, Apple Arcade , iCloud และ Apple News+ และ Apple ยังมีข่าวลือว่าจะเปิดตัวบริการสมัครสมาชิกเกี่ยวกับฟิตเนสด้วยเช่นกัน หาก Apple เปิดตัว Apple One ในงานวันอังคารนี้ ก็จะแนะนำบริการฟิตเนสใหม่นี้ด้วยเช่นกันครับ และอาจรวมอยู่ในชุดรวมของ Apple One โดยจะเป็นคลาสฟิตเนสเสมือนจริงและการออกกำลังกายผ่านแอพที่ออกแบบเพื่อ ‌iPhone‌, iPad และ ‌Apple TV‌

Apple Watch Series 6

Apple จะออกรุ่นใหม่สำหรับ Apple Watch ในทุกปี และคาดว่า Apple Watch Series 6 ในปีนี้ยังการออกแบบเช่นเดียวกับ Apple Watch Series 5 โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงการออกแบบภายนอก แต่น่าจะเพิ่มความสามารถเกี่ยวกับเซนเซอร์และซอฟท์แวร์การทำงานใหม่ๆ เข้ามาแทน

มีชิปที่จะปรับปรุงประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ได้นานขึ้น แบตเตอรี่ของ Series 6 จะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นเล็กน้อยเป็น 303.8mAh (จาก 296mAh ในซีรีส์ 5) ดังนั้นอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่เพิ่มขึ้นจึงน่าจะมาจากการปรับปรุงประสิทธิภาพระบบซะมากกว่า และมีคุณสมบัติการกันน้ำที่ดีขึ้น และการรับส่งสัญญาณไร้สายที่ดีขึ้นสำหรับ WiFi และเซลลูลาร์

ตอนนี้ข่าวลือถึงคุณสมบัติที่ใหญ่ที่สุดที่เราจะเห็นในซีรีส์ 6 คืออัลกรอริทึมการตรวจออกซิเจนในเลือดได้ครับ

ออกซิเจนในเลือดปกติของคนจะอยู่ระหว่าง 95 ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ และเมื่อระดับออกซิเจนในเลือดลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ อาจบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงที่ต้องได้รับการรักษาพยาบาลทันที

ตามโค๊ด Apple Watch ที่ถูกพบใน iOS 14 จะมีการแจ้งเตือนเมื่อตรวจพบระดับออกซิเจนในเลือดลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ที่เหมาะสมของเจ้าของ และ Apple Watch จะสามารถติดต่อออกเพื่อขอรับความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว คุณลักษณะนี้เป็นที่สนใจมากขึ้นหลังการแพร่ระบาดของไวรัส เพราะมันสามารถทำให้ระดับออกซิเจนลดลงได้นั้นเอง

นอกเหนือจากตรวจจับระดับออกซิเจนในเลือดแล้ว ยังมีข่าวลือเกี่ยวกับความสามารถด้านสุขภาพจิต ที่จะทำให้ Apple Watch Series 6 ตรวจจับอาการตกใจ! หรือความเครียดในระดับสูงได้ จากนั้นนาฬิกาจะจัดเตรียมแบบฝึกซ้อมการหายใจเพื่อช่วยให้ผู้สวมใส่สงบลง

หากข่าวลือมีความถูกต้องคุณลักษณะดังกล่าวอาจจะต้องเป็นการวิเคราะห์รวมทั้งระดับออกซิเจนในเลือด, อัตราการเต้นของหัวใจ, อัตราการหายใจและข้อมูลอื่น ๆ เพื่อกำหนดระดับความเครียด

นอกเหนือจาก Apple Watch Series 6 แล้วเราจะเห็น Apple Watch ราคาประหยัดรุ่นใหม่ซึ่งจะทมาแทนที่ Series 3 อีกด้วย โดยมีการระบุว่า Apple Watch รุ่นใหม่ราคาประหยัด จะเป็นการนำตัว Series 4 ในตัวเลือกขนาด 40 และ 44 มม. ที่มีการเอาคุณสมบัติบางอย่างออกเช่น ECG เพื่อให้มีราคาที่เหมาะสมยิ่งขึ้น

iPad Air


ข่าวเกี่ยวกับ iPad‌ Air รุ่นต่อไปเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นนะครับ เพราะดูเหมือนว่านี่อาจเป็นอุปกรณ์ Apple เครื่องแรกที่จะมี Touch ID อยู่นอกตำแหน่งปุ่มโฮมแบบที่เคยมีมา

กล่าวกันว่า ‌iPad‌ Air ตัวใหม่ จะมีการใช้หน้าจอเหมือนกับ iPad Pro โดยมีขนาดหน้าจอ 10.8 ถึง 11 นิ้ว และยังมีที่สแกนลายนิ้วมืออยู่บนเครื่อง แต่แทนที่จะมีขอบเครื่องเพื่อวางปุ่มโฮมเพื่อสแกนนิ้ว ‌iPad‌ Air รุ่นใหม่ จะมีฟีเจอร์ Touch ID‌ ในตำแหน่งอื่น แต่เรายังไม่แน่ใจว่าจะอยู่ใต้จอแสดงผลหรือติดตั้งไว้ที่ปุ่มด้านข้างของเครื่อง

อาจจะเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ถูกย้ายไปใช้พอร์ต USB-C แทนพอร์ต Lightning ซึ่ง Apple อาจปล่อย Magic Keyboard ที่ใช้ Smart Connector ออกมาควบคู่กันด้วย พร้อมลำโพงสเตอริโอสี่ตัวรอบเครื่อง และใช้ชิปประมวลผลเป็น A14

iPhone 12 Series (ถ้ามีการเปิดตัว)


งานวันที่ 15 กันยายนของ Apple คาดว่าจะมุ่งเน้นไปที่ iPad และ Apple Watch มากกว่า ‌iPhone‌ แต่ทุกอย่างแตกต่างไปในปีนี้เนื่องจากวิกฤตไวรัส ฉะนั้นเราก็ขอเผื่อไว้สักหน่อย ว่าถ้า iPhone ถูกเปิดตัวในงาน จะมีข้อมูลอะไรบ้างที่น่าสนใจ

Apple จะเปิดตัว iPhone ทั้งหมดสี่รุ่นในปี 2020 ไม่ว่าจะเปิดตัวในเดือนไหนก็ตาม แต่จะมีอย่างน้อยๆ สี่รุ่นด้วยกัน โดยจะมี iPhones ราคาประหยัดสองรุ่น และรุ่น Pro ราคาแพงอีกสองรุ่น iPhone ราคาถูกจะมีขนาดจอ 5.4 และ 6.1 นิ้ว ส่วนรุ่น Pro ราคาแพงกว่าจะมีขนาดจอ 6.1 และ 6.7 นิ้ว

คาดว่า iPhone ทั้งสี่จะมีจอแสดงผลแบบ edge-to-edge แต่ยังมีรอยบากด้านบนด้วยการวางระบบ Face ID โดยในปีนี้ทั้งสี่รุ่นจะใช้จอแสดงผล OLED ทั้งหมดไม่มีการใช้จอ LCD เป็นตัวเลือกอีกต่อไป และมีข่าวลือเกี่ยวกับรอยบากที่มีขนาดโดยรวมเล็กลง

รุ่น Pro น่าจะใช้จอแสดงผลแบบ ProMotion 120Hz แต่ข่าวลือยังไม่ชัด เพราะมีประเด็นว่า Apple ยังไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องการใช้งานที่เกิดจากอัตราการรีเฟรชที่สูงขึ้นได้ อาจจะมีโอกาสที่ต้องรอหน้าจอ 120Hz ของ Apple ต่อไปอีกสักหน่อย

การออกแบบที่ย้อนไปใช้แนวทางเก่าสมัยดั้งเดิม แทนที่จะเป็นขอบโค้งมนแต่คราวนี้จะเป็นกรอบเหลี่ยมขอบแบนคล้ายกับ ‌iPhone‌ 4 ตามภาพโครงเครื่องที่หลุดออกมา

รุ่น Pro จะใช้โครงสเตนเลสสตีล ในขณะที่รุ่นล่างสุดจะมีกรอบอลูมิเนียมและทั้งสี่รุ่น จะใช้กระจกเป็นวัสดุหลักทั้งด้านหน้าและด้านหลังตัวเครื่อง

มีสีน้ำเงินกรมท่า Navy blue ที่มีข่าวลือว่าจะเข้ามาแทนที่สีเขียว Midnight greenในรุ่น Pro และ iPhone รุ่นราคาถูกจะมีตัวเลือกสีใหม่ๆ ออกมาด้วยเช่กนัน

ในตัว iPhones ตัวท็อปจะมีการใช้กล้องสามตัวและในรุ่น Pro จะมีเซนเซอร์ LiDAR Scanner ที่อยู่ใน iPad Pro‌ มาใส่ให้ด้วย ส่วนรุ่นเล็กกว่าจะใช้กล้องคู่สองเลนส์เหมือนกล้องของ iPhone 11

การตั้งค่ากล้องสามเลนส์อาจมาพร้อมกับเลนส์เทเลโฟโต้ที่ได้รับการปรับปรุงพร้อมซูมออปติคอล 3 เท่าและ Smart HDR ที่ได้รับการปรับปรุงเพื่อประสิทธิภาพที่ดีขึ้นในที่แสงน้อย ระบบป้องกันภาพสั่นไหวที่ดีขึ้นอาจมาถึงเลนส์มุมกว้างพิเศษและโหมดกล้องใหม่อาจทำให้รุ่น Pro ถ่ายวิดีโอ 4K ที่ 120 และ 240 เฟรมต่อวินาที

iPhone ปี 2020 ทั้งหมดจะมีชิปโมเด็ม 5G แต่จะแยกเป็นการรองรับ 5G สองประเภท ซึ่งดูเหมือนว่ารุ่น ‌iPhone 12‌ Pro จะเป็นรุ่นเดียวที่รองรับ 5G แบบ mmWave ซึ่งเป็นความถี่ช่วงสั้นแต่มีความเร็วสูง ในการใช้งานจริงเมื่อมีการให้บริการ จะใช้ในเขตเมืองหรือแหล่งชุมชน มีความคล้ายการให้บริการแบบ WI-Fi Hotspot นั้นเองครับ ในขณะที่ 5G แบบ Sub-6 จะช้ากว่า mmWave แต่ระยะขอบเขตไกล เป็นคลื่นที่ใช้งานกันทั่วไปรวมถึงในบ้านเราขณะนี้ครับ สำหรับความแตกต่างของ 5G ทั้งสองประเภท สามารถศึกษาได้เพิ่มเติมได้ที่หน้าเว็บคำศัพท์ 5G ของเราครับ

Apple จะเลือกใช้ชิป A14 ที่เป็นมาตรฐานงานผลิตระดับขนาด 5 นาโนเมตร ที่เร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น และส่งผลกับอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้น สำหรับขนาด RAM รุ่น Pro จะได้รับ RAM 6GB ในขณะที่รุ่น ‌iPhone 12‌ ปกติอาจมี RAM 4GB

เนื่องจากชิปโมเด็ม 5G มีราคาแพง Apple จึงต้องการลดต้นทุน เลยมีข่าวลือว่า ‌iPhone 12‌ จะไม่มีอะแดปเตอร์ชาร์จ และไม่มี EarPods มาให้ในกล่อง แต่ Apple จะเสนออะแดปเตอร์แรงไฟ 20W ที่สามารถซื้อพ่วงไปได้ในราคาพิเศษต่างหาก

AirTags

‌AirTags‌ จะเป็นอุปกรณ์ขนาดเล็ก มีความสามารถในการติดตามตำแหน่งและการเชื่อมต่อผ่านสัญญาณบลูทูธ ซึ่งออกแบบไว้สำหรับนำไปติดกับสิ่งของต่างๆ เช่นกุญแจ กระเป๋าสตางค์ หรือกล้อง และสิ่งใดก็ได้ที่มีค่าและสูญหายได้ง่าย

ด้วย ‌AirTags‌ สิ่งเหล่านี้จะสามารถติดตามหาตำแหน่งได้จากแอป Find My สิ่งที่สูญหายจะปรากฏบนแผนที่ เหมือนกับ iPhone, iPads และ Macs นั้นเองครับ

แต่ข่าวว่า AirTags จะมีกำหนดเปิดตัวพร้อมกับ iPhone รุ่นใหม่ ฉะนั้นถ้าในวันที่ 15 ไม่มี iPhone ก็คาดว่าจะไม่มี Airtag เช่นกัน

จริงๆแล้ว ยังไม่มีใครรู้ว่า ‌AirTags‌ จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร  ภาพที่พบในเว็บไซด์เป็นภาพสมมติ มันอาจเป็นแท็กแบบวงกลมขนาดเล็กพร้อมบลูทูธในตัว และรองรับสัญญารอัลตร้าไวด์แบนด์ เนื่องจาก iPhone จะมีชิป U1 ที่สามารถติดตามตำแหน่งได้ดีกว่าและแม่นยำมากกว่าบลูทูธเพียงอย่างเดียว

‌และ AirTags‌ อาจมีแบตเตอรี่แบบชาร์จได้ในตัว ที่ใช้งานได้กับชุดชาร์จแบบ Apple Watch หรือใช้ถ่านแบน CR2032 ที่ถอดเปลี่ยนได้

iOS 13 เปิดตัวความสามารถที่ช่วยให้ผลิตภัณฑ์ของ Apple สามารถสื่อสารระหว่างกันได้ แม้จะออฟไลน์แต่ก็ยังสามารถส่ง Ping หากันจาก iPhone เครื่องหนึ่งสู่ iPhone อีกเครื่องหนึ่ง แม้ว่าจะไม่มีการเชื่อมต่อเซลลูลาร์หรือ WiFi ก็ตาม ฟีเจอร์เดียวกันนี้คาดว่าจะนำไปใส่ใน ‌AirTags‌ และจะช่วยให้ iPhone หลายล้านเครื่องทั่วโลกสามารถติดตามสิ่งของที่สูญหายได้ ทำให้ระบบติดตามของ Apple มีความสามารถเหนือกว่าอุปกรณ์ติดตามตัวอื่นๆ ในตลาดนั้นเอง

AirPods Studio


Apple กำลังพัฒนาหูฟังแบบครอบหูระดับไฮเอนด์ ที่อาจเรียกว่า ” AirPods Studio ” โดยหูฟังรุ่นใหม่นี้น่าจะเปิดตัวในงานใดสักงานหนึ่งก่อนสิ้นปี 2020

AirPods สตูดิโอจะเป็นสินค้าชิ้นที่สาม ในกลุ่ม Apple AirPods โดยจะเป็นหูฟังแบบฟลูไซด์ที่มีฟีเจอร์ Active Noise Cancelling ลดเสียงรบกวนรอบข้าง ความสามารถอื่นๆ ก็อาจมีการปรับอีควอไลเซอร์ได้ผ่านอุปกรณ์ iOS หรือ Mac และการตรวจจับการสวมใส่ได้ ว่าสวมใส่ศีรษะหรือลำคอ

Bloomberg มีข้อมูลที่เขาเชื่อว่า Apple กำลังพัฒนา AirPods Studio‌ ออกมาถึงสองรูปแบบด้วยกัน รุ่นหนึ่งเป็นรุ่นพรีเมียมระดับสูง และอีกรุ่นหนึ่งเน้นการออกกำลังกาย เด่นที่ทำจากวัสดุระบายอากาศได้ดีและน้ำหนักเบา

ทั้งสองรุ่นคาดว่าจะใช้ที่ครอบหูแบบแม่เหล็ก และแผ่นรองแถบคาดศีรษะที่สามารถถอดเปลี่ยนได้เพื่อการปรับแต่งสีสันและรูปลักษณ์คล้ายกับสายนาฬิกาของ Apple Watch นั้นเองครับ

เราไม่รู้ว่า ‌AirPods Studio‌ จะมีราคาเท่าไหร่ แต่ข่าวลือว่าหูฟังรุ่นใหม่ตัวนี้จะมีราคาประมาณ $ 349 หรือประมาณ 10,500 บาท ถ้าออกมาจริงขายดีแน่นอนเพราะว่าเป็นสินค้า Apple ที่เด่นซะเหลือเกิน

HomePod รุ่นราคาย่อมเยา


HomePod ตัวดั้งเดิมของ Apple ยังมียอดขายที่ไม่ได้ดีมากมาย แม้จะมีการลดราคาลงมาแล้วก็ตาม เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ภายในบ้านที่มีราคาสูงเมื่อเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์คู่แข่ง เช่น Amazon Echo หรือ Google Home ดังนั้น Apple จึงพัฒนารุ่นที่เล็กลงมา เพื่อการกำหนดราคาให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และจะเปิดตัวได้ในปีนี้

เราไม่มีข้อมูลมากนักเกี่ยวกับ ‌HomePod รุ่นใหม่ที่เล็กกว่าและถูกกว่า แต่คาดว่าจะมีรูปแบบเหมือน HomePod ตัวปกติเพียงแค่ย่อขนาดลงมา และ Apple ลดราคาจำหน่ายลงได้กว่าครึ่ง .

Wireless Charging Mat

อุปกรณ์การชาร์จไร้สายขนาดเล็ก พกพาง่าย มีความเบาและบางกว่าตัว  Airpower  ซึ่งเราก็หวังว่าเจ้าตัวนี้จะไม่ทำให้เราต้องรอนานเหมือน AirPowerซึ่ งข่าวลือบอกว่ามันพัฒนาได้ลำบาก เพราะล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาความร้อนสูงเกินไป และมีสัญญาณรบกวน

Apple Silicon Mac เครื่องแรก

ในเดือนมิถุนายน Apple ได้ประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับชิป Apple Silicon ที่จะใช้ Arm เทคโนโลยี แทนชิป Intel โดยออกแบบมาสำหรับอุปกรณ์ Macs โดยเฉพาะ ซึ่งจะคล้ายกับชิปซีรีย์ A-series ที่ใช้ในอุปกรณ์ iOS

และ Apple กำลังวางแผนที่จะเปลี่ยนกลุ่มผลิตภัณฑ์ Mac ทั้งหมดให้เป็นฮาร์ดแวร์ที่ใช้ ‌Apple Silicon‌ ต่อไปในอนาคตด้วย การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะเริ่มในปี 2020 นี้ และ Apple ก็ได้สัญญาว่าจะเปิดตัว Mac ที่ใช้ Arm เครื่องแรกก่อนสิ้นปี

แม้เรายังไม่แน่ใจว่า Mac เครื่องใดจะเป็นรุ่นแรกที่ได้ใช้ชิป ‌Apple Silicon‌ แต่มีข่าวลือว่ามันจะเป็น MacBook Pro รุ่น 14 นิ้วตัวใหม่ ที่มาเพื่อแทนที่ MacBook Pro ขนาด 13.3 นิ้ว, MacBook Air ตัวใหม่ และ iMac ขนาด 24 นิ้ว และยังมีแม้กระทั่งข่าวลือเกี่ยวกับ Macbook ขนาดย่อม จอ 12 นิ้ว ที่เหมาะมากสำหรับการทดลองใช้เทคโนโลยีชิปใหม่ของแอปเปิ้ล

ไม่ว่า Mac รุ่นใดจะเปิดตัวมาพร้อมชิป ‌Apple Silicon‌ แต่จะมาในช่วงปี 2020 ฉะนั้นบางทีเราอาจจะได้เห็นมันประกาศในงานวันที่ 15 กันยายนของ Apple แต่ดูแล้วยังเชื่อว่ามันจะเร็วไปสักหน่อยที่ Apple จะเปิดตัว Mac เครื่องใหม่ในงานมะรืน ดังนั้นข้อนี้ จึงไม่ใช่แน่นอน ^^


ทั้งหมดก็เป็นสิ่งที่ครอบคลุมงานวันที่ 15 ของ Apple มากที่สุดที่มีการรวบรวมมาแล้วครับ โดยในคืนวันที่ 15 ประมาณเที่ยงคืนตรง (10 โมงเช้าตามเวลาท้องถิ่น) ทาง Apple จะสตรีมตัวงานให้ได้รับชมกัน และคนที่สนใจ สามารถรับชมตัวงานพากษ์ภาษาไทยไปกับพวกเรา Appdisqus ได้ที่หน้าแฟนเพจ www.facebook.com/AppDisqus มาร่วมพูดคุยกันได้ ในวันเวลาดังกล่าวนะครับ

ข่าว: สรุปสิ่งที่คาดหวังจากงานวันที่ 15 กันยาของ Apple มีอะไรบ้าง Apple Watch Series 6 และ iPad Air ใหม่ แต่น่าจะไร้เงา iPhone มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/09/14/apple-september-15-event-what-expect.html