จัดอันดับโน๊ตบุ๊คเล่นเกมปี 2020 น่าซื้อ งบ 2x,xxx – 3x,xxx บาท สเปก Intel Core i Gen 10H จับคู่มากับ GTX 1650 – RTX 2060 แรงลื่นคุ้มค่า จอ IPS 15.6″ / 16.1 / 17.3″

อัพเดทการเลือกซื้อโน๊ตบุ๊คเล่นเกมช่วงปลายปี 2020 หรือ Gaming Notebook จากการที่เป็นโน๊ตบุ๊คประเภทที่ยอดนิยมที่สุดในตลาด จากการมาพร้อมกับสเปกต่อราคาที่คุ้มค่า แน่นอนว่าได้เป็นชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H ที่แรงลื่นเป็นหลัก โดยแบ่งออกเป็น Core i5-10300H ที่เป็นรุ่นเริ่มต้น ทำงานแบบ 4 Cores 8 Threads / 2.50 – 4.50 GHz GHz / 8 MB L3 Cache รองรับการเล่นเกมที่ลื่นไหลและทำงานได้หลากหลาย

หรือในส่วนของ Core i7-10750H ที่แรงกว่า ทำได้งานแบบ 6 Cores 12 Threads / 2.60 – 5.00 GHz GHz / 12 MB L3 Cache เพราะได้ทั้งประสิทธิภาพจากความเร็วในการทำงาน รวมไปถึงจำนวนคอร์และเธร์ดที่มากกว่า อีกยังได้ L3 Cache ที่ใหญ่กว่าอีกด้วย แน่นอนว่าส่งผลต่อการทำงานทุกๆ อย่าง ที่พร้อมๆ กัน และการเล่นเกมโดยตรงด้วย

บทความนี้ก็เลยจะมาจัดอันดับโน๊ตบุ๊คเล่นเกมน่าซื้อ สเปก Intel Core i5-10300H / i7-10750H แรงลื่นสะใจ ฟีเจอร์จัดเต็ม คุ้มค่าราคาเริ่ม 2x,xxx – 3x,xxx บาท โดยเป็นเทคโนโลยี Intel Core i Gen 10H ที่มีประสิทธิภาพสูง จับคู่มากับการ์ดจอรุ่นต่าง ๆ อาทิ NVIDIA GeForce GTX 1650 / GTX 1650 Ti / GTX 1660 Ti / RTX 2060 ที่แรงลื่นเพียงพอต่อการเล่นเกม 3 มิติทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เทียบกับความแรงต่อราคาแล้วคุ้มค่า

ในส่วนของได้แรมมาเป็นมาตรฐาน DDR4 ที่ขนาด 8GB – 16GB ส่วน SSD ได้ความจุ 512GB เป็นมาตรฐาน หน้าจอขนาด 15.6″ / 16.1″ / 17.3″ ความละอียด Full HD พาเนล IPS ที่ 120Hz – 144Hz  ที่ต้องบอกเลยว่า สเปกเพียงพอต่อทุกๆ การใช้งานพื้นฐานหรือเล่นเกมหนักๆ ก็ทำได้ดีเยี่ยม ติดตั้ง Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที มีประกันดีที่สุดเป็นแบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้านยาวนาน 3 ปี ราคาเริ่มต้นถูกที่สุดที่ 25,900 บาทเท่านั้น ซึ่งจะมีรุ่นอะไรบ้างนั้น ไปชมกันต่อเลย

ASUS TUF Gaming F15 FX506 ราคา 27,900 บาท

ASUS TUF Gaming F15 FX506 ต่อยอดรุ่นก่อนหน้าได้อย่างดีเยี่ยมในหลายๆ ส่วน เริ่มจากดีไซน์โดดเด่นด้วย การออกแบบ Bonfire Black มีผิวสัมผัสที่แตกต่างให้ความรู้สึกดุดันและแข็งแกร่งเหมาะสำหรับเกมเมอร์ที่ชอบการแสดงออก ตัดกับการออกแบบรูปสี่เหลี่ยมคางหมูตรงกลางของฝาทำให้เกิดรูปแบบหกเหลี่ยมพร้อมดึงดูดสายตาไปที่โลโก้ TUF Gaming ที่ได้รับการขัดเงาตัดแถบสีแดงที่เร่าร้อน TUF Gaming ได้รับการรับรองตามมาตรฐานทางการทหาร MIL-STD-810H โดยสามารถทนต่อแรงสั่นสะเทือน, อุณหภูมิและความชื้นสูง อีกทั้งยังมีช่องด้านบนเหนือคีย์บอร์ดมีช่องดูดลมอีกช่องช่วยนำพาอากาศเย็นเข้าไปอีก 

ASUS TUF Gaming F15 FX506 มาพร้อมกับชิปประมวลผล Intel Core i5-10300H ส่วนการ์ดจอแยกจะเป็น NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti (4GB GDDR6) รุ่นใหม่ที่แรงกว่าเดิมได้หน้าจอขนาด 15.6″ ความละเอียด Full HD ที่ 1920 x 1080 พิกเซล พาเนล IPS เกรดคุณภาพดี รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz ให้ความลื่นไหลอย่างที่สุดด้วย แรมได้มาขนาด 8GB DDR4 Bus 2933 MHz แบบ Single Channel (8GB x 1 แถว) มาพร้อมกับที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ที่มีความลื่นไหล

รวมไปถึงมีไฟ RGB คีย์บอร์ด แบบ All Zone ปุ่ม WASD ทำไฮไลท์ไว้ สามารถรองรับการกดได้ 20 ล้านครั้ง Travel Key 1.8 mm การวางเลเอาท์จะเหมือนกับคีย์บอร์ดแยกจริงๆ ส่วนน้ำหนักก็อยู่ที่ 2.3 กิโลกรัม จัดได้ว่าเป็น Notebook ที่สเปกแรงมากๆ แต่น้ำหนักเบาๆ พกพาสะดวก อีกทั้งแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า 7 ชั่วโมงโดยประมาณ และร้อนน้อยด้วยเมื่อใช้งานหนักๆ นอกเหนือจากนี้ยังมี Armory Crate ซอฟต์แวร์ Utility ที่ยกมาจาก ROG รุ่นอื่นๆ

รวมไปถึงมีลำโพงคุณภาพสูงระบบเสียง DTS:X Ultra พร้อมพอร์ตการเชื่อมต่อครบครัน ทั้ง 2 x USB 3.2 Gen 2 Type-A และ 1 x USB 3.2 Gen2 Type-C โดยทำงานเป็น DisplayPort 1.4 ระบบการเชื่อมต่อไร้สายเป็นมาตรฐานใหม่อย่าง Wi-Fi 5 AC และ Bluetooth 5.0 ติดตั้งระบบปฎิบัติการติดตั้ง Windows 10 แท้ และซอฟต์แวร์ Utility อย่าง Armory Crate มาให้ในตัว ส่วนการรับประกัน 2 ปี ส่งเคลม 7-11 และที่สำคัญเมื่อเอาซีเรียลไปลงทะเบียนในเว็บไซต์ ASUS จะได้รับประกันอุบัติเหตุฟรี 1 ปีแรกจากทาง ASUS อีกด้วย อุ่นใจจัดเต็ม จัดได้ว่าเป็นมาตรฐานการรับประกันของทาง ASUS ปกติ

Dell G3 15 3500 ราคา 25,900 – 36,900 บาท

Dell G3 15 3500 เป็น Gaming Notebook ราคาสุดคุ้มประจำปี 2020 ที่เป็นน้องเล็กสุด รองมาจาก G5, G7 และ Alienware ดีไซน์ดูบางเบา ซึ่งมีความบางตัวเครื่องเพียง 21.6 มิลลิเมตรเท่านั้น ส่วนน้ำหนักอยู่ที่ 2.1 กิโลกรัม ตัวเครื่องสีดำเทาแซมฟ้าในแนวเดียวกับ G Series ซึ่งสเปกหลักๆ แล้วเน้นประสิทธิภาพต่อความคุ้มค่า สำหรับการ์ดจอเป็น GeForce 16 Series อย่าง GTX 1650 ประกบคู่กับชิปประมวลผลรุ่นใหม่อย่าง i5-10300H / i7-10750H ที่เป็น Core i Gen 10H รุ่นล่าสุด รองรับการเล่นเกมได้อย่างลื่นไหลกว่ารุ่นก่อนๆ โดย Dell G3 15 3500 ที่จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมรุ่นเริ่มต้น ราคาถูกที่สุดของ Dell

Dell G3 15 3500 มีหน้าจอขอบบางขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) พาเนลเป็น WVA (เทียบเท่า IPS) คุณภาพดี รองรับ Refreah Rate ที่ 120Hz พื้นผิวจอแบบด้าน Anti-Glare รวมๆ ทั้งสีสันความคมชัดแล้วจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดี เหมาะกับการใช้งานทั่วๆ ไปหรือการเล่นเกมก็ทำได้อย่างน่าประทับใจ สนนราคาที่ 25,900 บาท สำหรับรุ่น i5-10300H + GTX 1650 + RAM 8GB + SSD 256GB + HDD 1TB หรืออีกรุ่นที่ 36,900 บาท สำหรับรุ่น i7-10750H + GTX 1660 Ti + RAM 16GB + SSD 512GB พร้อมประกัน 2 ปี On-site Service

ดีไซน์การออกแบบของ Dell G3 15 3500 Gaming Notebook นั้นจะดูกระทัดรัดกว่าโน๊ตบุ๊คเล่นเกมขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้วอื่นๆ อยู่พอสมควร เนื่องด้วยมีการใช้ตัวเครื่องเหมาะกับการพกพา เทียบเท่ากับโน๊ตบุ๊คเล่นเกมมาตรฐานแบบเดิมๆ ที่ต้องดูหนาและหนัก ทำให้มีความโดดเด่นมากๆ ซึ่งมีความบางตัวเครื่องเพียง 21.6 มิลลิเมตรเท่านั้น ส่วนน้ำหนักอยู่ที่ 2.1 กิโลกรัม ถือว่าเบากว่าหลายๆ รุ่น มาพร้อมสีสันอย่างสีดำ Eclipse Black ที่ให้ความสวยงามตามสไตล์ของ Dell แบบชัดเจน

มาดูในส่วนของการเชื่อมต่อกันบ้าง หลักๆ แล้วถือว่ามีความครบครันทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นพอร์ต USB 3.1 Type-A จำนวน 1 พอร์ต ไว้สำหรับการเชื่อมต่อกับแฟลชไดร์ฟหรือฮาร์ดดิสก์ภายนอกไว้ถ่ายโอนข้อมูล และพอร์ต USB 2.0 Type-A อีก 2 พอร์ตที่ไว้เชื่อมต่อกับเมาส์หรืออุปกรณ์อื่นๆ รวมไปถึงสามารถเชื่อมต่อออกหน้าจอภายนอกได้ง่ายๆ ผ่านทาง HDMI ขนาดมาตรฐาน รวมไปถึงยังมี USB 3.1 Type-C ที่เป็น DisplayPort ได้ในตัว นอกจากนั้นก็มีช่องเชื่อมต่อไมค์และหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร, ช่องอ่าน SD Card และ LAN RJ45 อีกด้วย

Lenovo IdeaPad Gaming 3i ราคา 25,900 – 30,900 บาท

Lenovo IdeaPad Gaming 3i เป็น Gaming Notebook เน้นความคุ้มค่าประจำปี 2020 เป็นโน๊ตบุ๊คสเปกแรงที่สามารถเอาไปเล่นเกมได้สบายๆ โดดเด่นด้วยชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H รุ่นใหม่อย่าง Core i5-10300H / Core i7-10750H พร้อมด้วยการ์ดจอระดับ Gaming อย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 / GTX 1650 Ti รุ่นใหม่ อีกทั้งได้ดีไซน์ใหม่ขอบจอที่บางและน้ำหนักเครื่องที่ไม่หนักจนเกินไป รวมๆ มีความเรียบง่าย โดยมาพร้อมกับโทนสีดำ Onyx Black พร้อมแซมด้วยสีฟ้า ที่ดูแล้วสวยงามและแตกต่างจาก Gaming Notebook ทั่วไปชัดเจน วางตำแหน่งเป็นซีรีส์ Gaming เริ่มต้นของทาง Lenovo

สำหรับ Lenovo IdeaPad Gaming 3i นั้นเรียกได้ว่ามาครบเครื่อง เป็นโน๊ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมหรือทำงานหนักๆ อย่างตัดต่อวีดีโอ ขนาดหน้าจอ 15.6″ Full HD พาเนล IPS รองรับ Refresh Rate ที่ 120Hz ด้วยแรมขนาด 8GB และได้ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB มี Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที สร้างประสบการณ์ในการเล่นเกมหรือทำงานกับผู้ใช้งานได้อย่างสบายๆ ที่เด็ดที่สุด ความคุ้มค่าราคาไม่แพง เริ่มต้นที่ 25,990 บาท ที่สำคัญได้การรับประกัน On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน 2 ปีด้วย และได้ประกันอุบัติเหตุด้วย รวมไปถึงบริการหลังการขายอื่นอื่นๆ อีกมากมายด้วย

Lenovo IdeaPad Gaming 3i การดีไซน์จะออกแบบมาเป็นแบบเรียบง่ายสไตล์มินิมอล โดยการปรับเปลี่ยนหน้าตาจาก Lenovo IdeaPad Gaming L340 พอสมควร เน้นใช้งานทั่วไป โดดเด่นด้วยความต่างในส่วนของสีสันที่ดูแล้วมีความเป็น Gaming จากสีสันโทนฟ้าที่นำเข้ามาแซมกับสีตัวเครื่องหลักที่เป็นสีเทาเข้มออกไปทางดำอย่าง Onyx Black วัสดุตัวเครื่องทั้งหมดทั้งด้านนอกด้านในเป็นพลาสติกเกรดดี แต่มีการทำลวดลายให้คล้ายกับอลูมิเนียม อย่างไรก็ตามเป็นรอยนิ้วมือง่ายไปหน่อย 

สำหรับน้ำหนักและความหนาของตัวเครื่อง Lenovo IdeaPad Gaming 3i ถือว่าเป็นเบาตามมาตรฐานของโน๊ตบุ๊คปี 2020 ที่ต่อยอดมาจากรุ่นก่อนหน้าในหลายๆ ส่วน มีน้ำหนักเพียง 2.2 กิโลกรัมเท่านั้น ทำให้พกพาไปไหนมาไหนสะดวกสบายมาก พร้อมด้วยกล้องเว็บแคม HD (720p) พร้อม Privacy Shutter และมีไมค์ดิจิตอลในตัว ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง USB 3.1 Type-C, HDMI, 2 x USB 3.1 Type-A, Kensington lock slot, RJ-45 , Headset พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX 

HP Pavilion Gaming 15 ราคา 27,900 – 30,900 บาท

HP Pavilion Gaming 15 สเปกใหม่ที่มาพร้อมกับ Core i5-10300H / i7-10750H + GTX 1650 ถือว่าเป็นรุ่นส่งท้ายปี 2020 กับการที่เป็น Gaming Notebook คุ้มค่าคุ้มค่า ด้วยสเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H จับคู่มากับการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 16 Series คุณภาพเยี่ยม ตอบสนองทุกการใช้งานได้อย่างราบรื่น รวดเร็ว ในดีไซน์ที่แตกต่างไปจาก Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ ออกแบบโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ให้มีความสวย ทันสมัยให้ความแข็งแรง ทนทาน เพิ่มความโดดเด่น ใช้งานง่ายและสะดวก รวมไปถึงการรับประกันที่เป็นแบบ On-site Serive ระยะเวลา 2 ปี

HP Pavilion Gaming 15 รุ่นนี้ยังคงใช้ดีไซน์ได้เรียบง่ายและดูดี แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ชัดเจน เชื่อว่าถูกใจใครหลายๆ คน หลักๆ แล้วก็ช่องระบายความร้อนที่ใหญ่ขึ้นใต้ตัวเครื่องก็มีช่องดูดลมเย็นที่ใหญ่ขึ้น รวมไปถึงบานพักที่ยกสูงยิ่งขึ้นด้วย เรียกได้มีความเฉียบและใช้งานได้จริงในเรื่องของการจัดการความร้อน เพิ่มเติมมาเลยก็คือได้ SSD M.2 ความจุ 512GB ใช้งานทันที มาพร้อมแรมขนาด 8GB DDR4 Bus 2933MHz และ Windows 10 แท้ แน่นอนว่ามีอยู่ 2 สีสันหลักก็คือ สีเขียวและสีม่วง สนนราคาขายจริงอยู่ที่ 27,900 – 30,900 บาท

หน้าตาการออกแบบของ HP Pavilion Gaming 15 สเปก Intel รุ่นปลายปี 2020 ยังคงดีไซน์ไว้เหมือนรุ่นปี 2019 ด้วยความโดดเด่นที่สวยดุดันตามสไตล์ของ Gaming Notebook ที่บรรดาเกมเมอร์ชื่นชอบกัน ใช้เป็นโทนสีดำตลอดทั้งตัวเครื่องตัดกับสีเขียว โดยฝาหลังของตัวเครื่องมีโลโก้ HP เป็นเอกลักษณ์สะดุดตาให้ความมันวาวด้านบน ประกอบกับพื้นผิวสีดำด้านให้ความรู้สึกเป็น Gaming ที่ดี วัสดุทั้งหมดของตัวเครื่องพลาสติกเกรดดี โดยด้านหลังได้มีการวางตำแหน่งช่องระบายความร้อนแบบคู่แยกซ้ายขวาออกจากกัน ซึ่งมีการออกแบบได้ดูดุดันคล้ายรถสปอร์ตพร้อมขนาดที่ใหญ่ขึ้น

ส่วนดีไซน์อื่นๆ ของ HP Pavilion Gaming 15 ปี 2020 ก็ถือว่าน่าประทับใจเช่นเดียวกัน กับมิติที่ตัวเครื่องที่เล็กลงเมื่อเทียบกับยุคก่อนๆ ให้ความบางลงเพียง 23.4 มิลลิเมตร พร้อมน้ำหนักตัวเครื่องเบาๆ ที่ 2.25 กิโลกรัม ลำโพงจะอยู่ที่ด้านบนตัวเครื่องเหนือชุดคีย์บอร์ดทำเป็นลายแปดเหลี่ยมพื้นผิวนูนต่ำให้เสียงที่ดีใช้ได้เลยทีเดียว ที่สำคัญและโดดเด่นกว่ารุ่นไหนในท้องตลาดตอนนี้คือเป็น Gaming Notebook ขอบจอบางที่ดูแล้วสวยงามลงตัวอีกรุ่นนึงในตลาด แน่นอนว่านมีกล้องเว็บความละเอียด HD และมีไมค์ดิจิตอลในตัว การเชื่อมต่อไร้สายเป็น Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6AX

HP Pavilion Gaming 16 ราคา 30,900 – 34,900 บาท

HP Pavilion Gaming 16 รุ่นล่าสุด เป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมขนาดหน้าจอ 16.1″ รุ่นแรกของโลก ต่อยอดมาจาก HP Pavilion Gaming 15 พร้อมอัพเดทสเปกใหม่ได้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H อย่าง i7-10750H หรือ Core i5-10300H กับการที่เป็น Gaming Notebook คุ้มค่า จับคู่มากับการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti ตอบสนองทุกการใช้งานได้อย่างลงตัว เล่นเกมลื่นไหล ในดีไซน์ที่แตกต่างไปจาก Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ มีความสวย ทันสมัยให้ความดุดัน เนี๊ยบเฉียบ พร้อมเลือกใช้สีสันเป็นโทนดำแซมด้วยเขียว กับน้ำหนักที่ 2.35 กิโลกรัม การรับประกันที่เป็นแบบ On-site Service ระยะเวลา 2 ปี พร้อมบริการหลังการขายอื่นๆ

ความโดดเด่นยังเป็นเรื่องหน้าจอที่ได้เป็นพาเนล IPS ความละเอียด Full HD รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz ได้ที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ใช้งานทันที (พร้อมรองรับการอัพเกรด HDD 2.5″ SATA 3 ได้ภายหลัง) มาพร้อมแรมขนาด 8GB DDR4 Bus 2933MHz มี Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที พร้อมด้วยกล้องเว็บแคม HD (720p) และมีไมค์ดิจิตอลในตัว ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง 1 x USB 3.1 Type-C, HDMI, 2 x USB 3.1 Type-A, Kensington lock slot, RJ-45 , Headset พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX สนนราคาขายจริงสเปกนี้อยู่ที่ 30,900 – 34,900 บาท (ต่างกันที่สเปกชิปประมวลผลเท่านั้น)

หน้าตาการออกแบบเอง HP Pavilion Gaming 16 สเปก Core i Gen 10H ได้รับดีไซน์แบบรุ่นก่อนหน้าอย่าง HP Pavilion Gaming 15 มาเต็มๆ ซึ่งก็ต้องบอกว่าทำได้ดีเยี่ยมไม่แพ้ Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ ด้วยความโดดเด่นที่สวยดุดันตามสไตล์ของโน๊ตบุ๊คเล่นเกมที่บรรดาเกมเมอร์ชื่นชอบกัน กันขนาดหน้าที่ใหญ่ขึ้น 0.5″ ในมุมแทยง แน่นอนว่ามีความใหญ่ขึ้น แต่ถ้าเทียบมิติหรือแค่มองด้วยตาเปล่า ก็แทบจะไม่ค่อยรู้สึกเท่าไร เรียกได้ว่าเป็นขนาดที่อยู่ระหว่างรุ่นจอ 15.6″ และ 17.3″ 

เมื่อเปรียบเทียบกับ Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ ในช่วงราคาเดียวกัน ได้ความแตกต่างที่ความเรียบง่ายใช้เป็นโทนสีดำตลอดทั้งตัวเครื่องตัดกับสีเขียว (อาจจะมีม่วงตามมาในอนาคต) โดยฝาหลังของตัวเครื่องมีโลโก้ HP เป็นเอกลักษณ์สีเขียว สะดุดตาด้านบน ประกอบกับพื้นผิวสีดำด้านให้ความรู้สึกเป็น Gaming ที่ดี วัสดุทั้งหมดของตัวเครื่องพลาสติกเกรดดี มองแล้วคล้ายกับโลหะ แต่ได้มีการปรับดีไซน์ใหม่ดูดลมเย็นได้ดีขึ้น ซึ่งมีข้อสังเกตุเล็กน้อยคือเป็นรอยนิ้วมือค่อนข้างง่าย 

สำหรับรูปลักษณ์และทิศทาง HP Pavilion Gaming 16 แตกต่างด้วยกันด้วยมิติ จากการที่มีขนาดหน้าจอ 16.1″ ซึ่งต่างจากเดิมคือ 15.6″ ถือว่าน่าประทับใจไม่เป็นรองกัน กับมิติที่ตัวเครื่องที่เล็กกระทัดรัดเมื่อเทียบ Gaming Notebook ขนาดหน้าจอ 15.6″ รุ่นอื่นๆ ในปัจจุบัน โดยบางเพียง 23.6 มิลลิเมตร ซึ่งเท่าๆ กับโมเดล HP Pavilion Gaming 15 พร้อมน้ำหนักตัวเครื่องที่ 2.35 กิโลกรัม เทียบแล้วคือหนักกว่าเดิมเพียง 100 กรัมถ้าเทียบกับสเปก Intel Core i Gen 9H เท่านั้น

Acer Nitro 5 AN515-55 ราคา 31,900 – 35,900 บาท

Acer Nitro 5 AN515 เป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมหน้าจอ 15.6″ และ Acer Nitro 5 AN517 เป็น Gaming Notebook ขนาดจอ 17.3″ ได้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H ตอนนี้พร้อมขายอย่างเป็นทางการหลากหลายรุ่นแล้ว โดยผสานความแรงร่วมกับการ์ดจอ GeForce รุ่นล่าสุด ซึ่ง Acer Nitro 5 AN515 เป็นหนึ่งใน Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ ราคาคุ้มค่า หนัก 2.3 กิโลกรัม ได้รับความนิยมไม่แพ้รุ่นอื่นๆ ทั้งจากสเปกที่แรงลื่นหลากหลาย อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ที่จัดเต็ม และประกัน 3 ปี On-site Serive ที่ดีเยี่ยม หรือส่งศูนย์ซ่อมด่วน 3 ชั่วโมง

สำหรับ Acer Nitro 5 AN515 รุ่นที่แนะนำ ใช้ชิปประมวลผล Core i5-10300H เป็นขุมพลังหลัก ทำงานร่วมกับการ์ดจอระดับ Gaming อย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti / GTX 1660 Ti / RTX 2060 ที่แรงลื่นกว่าเดิมแน่นอน ในส่วนของแรมจัดเต็มมาให้เลยที่ 16GB DDR4 Bus 2933MHz ส่วนที่เก็บข้อมูลให้มามาตรฐาน SSD M.2 NCMe PCIe ความจุ 512GB หน้าจอเป็นพาเนล IPS เกรดสูง รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz ให้ความลื่นไหลทั้งการเล่นเกมหรือทำงาน แน่นอนว่าได้ Windows 10 ใช้งานได้ทันที

Acer Nitro 5 AN515 จัดว่าเป็น Gaming Notebook ดีไซน์มีการปรับปรุงใหม่ให้มีความโฉบเฉี่ยวมากกว่าเดิม ด้วยเส้นสายลวดลายที่ดูดุดันกว่าที่เคย และที่มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครันอีกรุ่นเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น 3 x USB 3.2 Type-A (1 พอร์ตเป็นแบบชาร์จเจอร์ด้วย), 1 x USB 3.2 Type-C, 1, HDMI 2.0, RJ45 (Gigabit Ethernet) พร้อมด้วยความสามารถ Killer Ethernet E2600 เพื่อการเล่นเกมออนไลน์ที่ลื่นไหล และ Mic-in/Headphone-out แบบ Combo

ติดตั้งคีย์บอร์ดแบบ Full Size มาให้ผู้ใช้งานได้ใช้กันได้อย่างสบายๆ พร้อมกับการตอบสนองของปุ่มแบบทันทีด้วยระยะการกด 1.6 มม. ติดตั้งปุ่มแป้นคีย์ตัวเลข (Numpad) โดยตัวปุ่มจะเป็นสีดำ มีฟอนต์เป็นสีแดง รวมไปถึงแป้นปุ่มตรงตัวอักษร WASD และปุ่มทิศทาง รวมถึงปุ่ม NitroSense จะมีขอบเป็นไฮไลน์เด่นออกมา นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับไฟ RGB แบบ 4 โซน ดูแล้วเป็น Gaming Notebook สวยงาม เอามาเล่นตอนกลางคืนสบายๆ อีกทั้งเรื่องการกดการสัมผัสบนคีย์บอร์ดที่ปุ่มมีความติดมือ ดีกว่าโน๊ตบุ๊คธรรมดาทั่วไปแน่นอน จะเอาไปเล่นเกมหรือทำงานก็ตอบสนองได้ดีเยี่ยม

Acer Nitro 5 AN515 มาพร้อมกับซอฟแวร์ยูทิลิตี้ NitroSense ที่ทำให้เราสามารถปรับค่าต่างๆ ในตัวเครื่องได้อย่างง่ายดายไม่ว่า CoolBoots เร่งรอบพัดลมให้สุดที่ 6000 รอบทั้ง 2 ตัว ที่ใช้ระบายความร้อน CPU/GPU เมื่อต้องใช้งานหนักๆ รวมไปถึงการปรับโหมดการใช้งาน เช่นประหยัดพลังงานใช้แบตเตอรี่ก็ต้องเป็น Power Saver และสุดท้ายกับการดูสถานะการทำงานของตัวเครื่องก็มีทั้ง อุณหภูมิ รอบพัดลม กันแบบเวลาจริงเลยล่ะ เรียกได้ว่า Acer ใส่ใจใน NitroSense เพื่อให้เราใช้งานได้งานและใช้งานได้จริงทีเดียว

ASUS ROG Strix G15 GL542 ราคา 32,900 – 36,900 บาท

ASUS ROG Strix G15 GL542 เป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมที่มีสเปกอัพเดทเป็นชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H เน้นความคุ้มค่าและฟีเจอร์ที่มากกว่า โดดเด่นด้วยไฟคีย์บอร์ด RGB พร้อม Surrounded Light Bar รอบตัวเครื่อง ที่เราสามารถปรับแต่ได้ นอกจากนี้ยังมาพร้อมความสดใหม่ด้วยระบบระบายความร้อนอัจฉริยะ ROG Intelligent Cooling ที่ทำงานร่วมกับสารโลหะเหลว (liquid metal) จากทาง Thermal Grizzly เพื่อเป็นตัวช่วยในการระบายความร้อนให้กับชิปประมวลผล แทนการใช้ซิลิโคนนำความร้อนแบบปกติ

สำหรับ ASUS ROG Strix G15 GL542 โน๊ตบุ๊คเล่นเกมจอ 15.6″ สเปกระดับบนในราคาคุ้มค่า ได้ชิปประมวลผลตัวแรง Intel Core i5-10300H / Core i7-10750H พร้อมด้วยการ์ดจอประสิทธิภาพสูงอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 Ti ได้แรมขนาด 8GB DDR4 Bus 2933MHz และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB อีกทั้งได้หน้าจอเป็นพาเนล IPS รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz แบบผิวด้าน ให้สีสันการแสดงผลในเกณฑ์ดีน่าประทับใจอย่างที่สุดทั้งเล่นเกมหรือทำงาน

ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง USB 3.1 Type-C, HDMI, 3 x USB 3.1 Type-A, Kensington lock slot , SD Card Reader, RJ-45, Headset พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX (2×2) แน่นอนว่าได้ Windows 10 แท้ ใช้งานได้ทันทีตั้งแต่เปิดเครื่องในครั้งแรก กับราคาเพียง 32,900 – 46,900 บาท ที่บอกได้เลยไม่แพงเลย ถ้าดูจากสเปกและฟีเจอรที่ติดตั้งมาให้แล้ว โดยได้ประกัน 2 ปี ที่สามารถเคลมผ่าน 7-11 ได้ ปีแรกมีประกันอุบัติเหตุด้วย

ดีไซน์โดยรวมของ ASUS ROG Strix G15 GL542 เป็น Gaming Notebook ขอบจอบางตัวเครื่องมิติเล็กกระชับทั้ง 3 ด้าน คือ บน ซ้ายและขวา พร้อมตัดกล้องเว็บแคมออกไป มีน้ำหนักอยู่ที่ 2.3 กิโลกรัม มีความบางสุดที่ 21~25.8 มิลลิเมตร เรียกได้ว่าโดยรวมมาพร้อมกับดีไซน์การออกแบบ ได้รับ DNA เต็มๆ มาจาก ASUS ROG Strix รุ่นก่อน ซึ่งมีความพิเศษสุดๆ คือได้ทาง BMW Designworks Group มาร่วมออกแบบด้วย เห็นได้ชัดจากชุดระบายความร้อนด้านหลังที่เป็นครีบคล้ายกับเสื้อสูมมอเตอร์ไซต์จาก BMW เรียกได้ว่ายกระดับขึ้นไปอีกขั้น

MSI GL65 Leopard ราคา 33,900 – 36,900 บาท

MSI GL65 Leopard จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมหน้าจอ 15.6″ ที่จัดเต็มไม่แพ้รุ่นท็อป แต่ได้ราคาที่คุ้มค่าต่อสเปกสุดๆ โดยจัดเต็มจากชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H และการ์ดจอ Gaming จากทาง NVIDIA ได้แรมมาขนาด 8GB / 16GB DDR4 Bus 2666MHz เป็นมาตรฐาน ติดตั้งแหล่งเก็บข้อมูล SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB (อัปเกรด SSD M.2 / HDD 2.5″ SATA 3 ได้อีก) หน้าจอ 15.6″ ความละเอียด Full HD พาเนล IPS เกรดสูง รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 และซอฟต์แวร์ Dragon Center เวอร์ชันใหม่

MSI GP65 Leopard รุ่นใหม่ล่าสุดด้วยชิปประมวลผลตัวแรง ที่ถือได้ว่าเป็นรุ่นที่มีประสิทธิภาพสูง โดยมีราคาตั้งแต่ 45,900 – 59,900 บาท สเปกเป็น Core i5-10300H (2.60 GHz, 12 MB L3 Cache, up to 5.00 GHz) ทำงานแบบ 4 คอร์ 8 เธร์ด หรือ Core i7-10750H (2.60 GHz, 12 MB L3 Cache, up to 5.00 GHz) ทำงานแบบ 6 คอร์ 12 เธร์ด ส่วนการ์ดจอเป็น NVIDIA GeForce GTX 1650 / GTX 1650 Ti เรียกได้ว่าตอบสนองการเล่นเกมได้เต็มที่เต็มอารมณ์กว่าสเปก Gaming Notebook ทั่วไปที่เน้นความคุ้มค่าอย่างเดียว

ที่สำคัญ MSI GL65 Leopard ได้ดีไซน์ดุดันตามสไตล์ของ G Series จาก MSI ยังมีฟีเจอร์ Gaming มากมาย อาทิ ระบบระบายความร้อน Cooler Boost 5 พร้อมการเชื่อมไร้สาย Wi-Fi 6 AX + Bluetooth 5.0 โดยมีน้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 2.3 กิโลกรัมเท่านั้น ประกอบกับการใช้หน้าจอที่ขอบบาง ทำให้ตัวเครื่องเล็กกระทัดรัด สะดวกต่อการพกพามากยิ่งขึ้น  ได้ประกัน 2 ปี

ตัวเครื่องยังมีลำโพง 2 ชาแนลแบบ Giant Speaker บนซอฟแวร์เสียง Nahimic 3 ทำให้การขับเสียงเวลาเล่นเกม หรือดูหนังฟังเพลงทำได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย ทางด้านพอร์ทเชื่อมต่อเองมีมาให้อย่างครบถ้วนไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 Type-A จำนวน 3 ช่อง, USB 3.2 Type-C หนึ่งช่อง, HDMI, mini-DisplayPort, SD(XC/HC) card reader, ช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5, ช่องเสียบไมค์ขนาด 3.5 และช่องสาย Lan RJ45

MSI GL75 Leopard 35,900 – 38,900 บาท

ในส่วนของ MSI GL75 Leopard หลักๆ แล้วจะมีความคล้ายกับ MSI GL65 Leopard ทั้งในส่วนของดีไซน์และฟีเจอร์ แต่จะแตกต่างเรื่องของสีสันตัวเครื่องที่จะได้เป็นโน๊ตบุ๊คเล่นเกมขนาดหน้าจอ 17.3″ IPS 144Hz ที่ให้หน้าจอที่ใหญ่กว่า 15.6″ พอสมควร กับน้ำหนักที่มากขึ้นที่ 2.6 กิโลกรัม โดยมีไฟคีย์บอร์ดจะเป็นสีแดงสีเดียวเหมือนกัน รวมไปถึงในเรื่องของสเปกฮาร์ดแวร์ภายใน อันนี้เหมือนกันทั้งหมด โดยแบ่งเป็น i5-10300H + GTX 1650 / i7-10750H + GTX 1650 Ti เป็นหลัก รวมไปถึงแรมเป็น 8GB / 16GB แน่นอนว่าราคาก็เลยสูงกว่าด้วย อันนี้เพื่อนๆ สามารถเลือกซื้อได้ตามงบและลักษณะการใช้งานกันอีกทีนะครับ

from:https://notebookspec.com/ranking-gaming-notebooks-2020-price-2xxxxb/537112/