สรุป VMware VCF webinar series Part I – Infrastructure ยุคใหม่สำหรับ Hybrid Cloud

Hybrid Cloud นั้นคือภาพของระบบ IT Infrastructure ที่ทุกธุรกิจองค์กรต้องไปให้ถึง และ VMware เองก็พร้อมตอบโจทย์นี้แล้วด้วย VMware Cloud Foundation ที่จะช่วยให้การใช้งานทั้ง VM และ Container ทั้งภายใน Data Center, Private Cloud และ Public Cloud ที่หลากหลายเป็นจริงขึ้นมาได้อย่างง่ายดายและมั่นใจ ในบทความนี้เราขอสรุปเนื้อหาจาก Webinar VMware VCF webinar series Part I – Infrastructure ยุคใหม่สำหรับ Hybrid Cloud ให้ทุกท่านได้เห็นภาพรวมกันดังนี้ครับ

World Has Changed: Application มีปริมาณมหาศาลมากขึ้น และทำงานอยู่บน Cloud และ Data Center ที่หลากหลาย

ในปัจจุบันโลกของเรามีการเก็บข้อมูลเป็นปริมาณมหาศาล และภายใน 5 ปีนับถัดจากนี้ โลกของเราก็จะมีการติดตั้งใช้งาน Application และ Solution ต่างๆ มากกว่าในอดีต 40 ปีที่ผ่านมารวมกัน เรียกได้ว่าเป็นก้าวกระโดดของการพัฒนา Application เลยก็ว่าได้ โดยมีตัวอย่างของแนวโน้มที่น่าสนใจ 6 ประการ ดังนี้

  1. Advanced Data Analytics การวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง และนำข้อมูลมาสร้างโมเดลเพื่อทำงานต่างๆ แบบอัตโนมัติ เช่น การทำนายยอดขาย

  2. Next-Generation Storefronts หน้าร้านที่เปลี่ยนแปลงไปจากการมาของเทคโนโลยี AI 

  3. Self-Service Experiences การที่ลูกค้าในร้านค้าต่างๆ สามารถจับจ่ายซื้อสินค้าได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องมีพนักงานมาคอยให้บริการ

  4. Data-Defined Business Process การออกแบบกระบวนการทางธุรกิจโดยอ้างอิงจากข้อมูล ทำให้กระบวนการมีความแม่นยำและตอบโจทย์มากยิ่งขึ้น

  5. Industrial IoT ระบบ Internet of Things ที่ช่วยให้การทำธุรกิจในส่วนต่างๆ และการโต้ตอบกับลูกค้าเป็นไปได้โดยอัตโนมัติ

  6. Business Process Automation การเปลี่ยนกระบวนการทางธุรกิจให้เป็นอัตโนมัติ

ทั้งหมดนี้ล้วนเกิดขึ้นได้จริงจากการผสานรวมนำ Application มาใช้รวมกันเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ตามที่ต้องการ ก็ชัดเจนมากว่า Application จะกลายเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ

Credit: VMware

อย่างไรก็ดี การติดตั้งใช้งาน Application นั้นก็ต้องมีระบบ Infrastructure ที่เหมาะสม ในโลกของ Cloud ตอนนี้ก็จะมีทั้ง Public Cloud, Private Cloud และ Compute Edge ซึ่งในอนาคตเมื่อระบบหนึ่งๆ จะต้องเกิดจากการทำงานร่วมกับของ Application ในหลาย Data Center หรือหลาย Cloud ความท้าทายถัดไปที่ธุรกิจจะต้องเผชิญก็คือการบริหารจัดการระบบที่มีอยู่ภายใน Infrastructure ที่หลากหลาย และจะจัดการ SLA หรือ Security ให้เหมาะสมได้อย่างไร

นอกนี้ การย้าย Workload ใดๆ ข้าม Cloud ภาคธุรกิจจะมั่นใจได้อย่างไรว่าการย้ายระบบแล้วระบบจะสามารถทำงานได้เหมือนเดิม และจะต้องมีค่าใช้จ่ายแอบแฝงเช่นความยากเชิงเทคนิคหรือเวลาที่ต้องเสียไปเท่าใด

VMware ต้องการตอบโจทย์เหล่านี้ด้วย VMware Cloud Foundation เพื่อให้ไม่ว่าธุรกิจจะเลือกใช้บริการ Cloud หรือ Data Center ใดก็ตาม ระบบเหล่านั้นก็จะมี VMware เป็นพื้นฐาน และทำให้ธุรกิจองค์กรมั่นใจได้ว่า Workload ใดๆ ที่เคยทำงานอยู่บน VMware บน Infrastructure ใดๆ นั้น จะสามารถถูกย้ายไปยังระบบ Infrastructure อื่นและยังคงทำงานได้เหมือนเดิม ด้วยการบริหารจัดการแบบเดิม และใช้เครื่องมือชุดเดิมในการทำงาน ซึ่งเป็นแนวคิดที่เรียกว่า Consistent Infrastructure Everywhere นั่นเอง

The Foundation: จาก Core HCI ไปสู่ Full Stack HCI

Credit: VMware

ธุรกิจต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้รองรับต่อการพัฒนาและติดตั้งใช้งาน Cloud-Native Application เพื่อให้ตอบรับต่อสภาวะที่เปลี่ยนไปของโลกนี้ ให้ลูกค้าหรือพนักงานสามารถเข้าถึง Application ของธุรกิจได้จากทุกที่ทุกเวลาผ่านอุปกรณ์ Mobile ที่ใช้งาน และก้าวแรกที่เห็นภาพได้ชัดเจนนั้น ก็คือการที่ระบบ IT Infrastructure ของธุรกิจจะต้องรองรับ Container ให้ได้ก่อนที่จะก้าวไปสู่ก้าวถัดๆ ไปและ Transform ระบบ IT ของตนเองได้อย่างสมบูรณ์

Credit: VMware

VMware เริ่มต้นวางรากฐานให้ระบบ IT Infrastructure ของธุรกิจกลายเป็น Software-Defined อย่างเต็มตัวได้ด้วยระบบ VMware Hyper Converged Infrastructure ที่รองรับการทำงานได้กับทั้ง Server และ Storage ที่หลากหลาย โดย VMware เรียกการรวมเอา Server และ Storage เข้าด้วยกันนี้ว่า Core HCI

Credit: VMware

แนวคิด Core HCI ที่จะทำให้การบริหารจัดการและเพิ่มขยายระบบ Data Center เป็นไปได้อย่างง่ายดายและคุ้มค่า ในขณะที่ยังคงสามารถอัปเกรดหรือเปิดรับต่อเทคโนโลยีใหม่ๆ ในอนาคตได้อย่างต่อเนื่อง

ลำดับถัดมา VMware ก็ได้เสริมในส่วนของ Network, การบริหารจัดการ และการทำ Automation เข้าไปใน Core HCI กลายเป็น Full Stack HCI หรือก็คือโซลูชัน VMware Cloud Foundation นั่นเอง และรองรับ Workload ได้หลากหลายทั้ง VM, VDI ไปจนถึง Container ซึ่งเวอร์ชันล่าสุดนี้ก็คือ VMware Cloud Foundation 4 นั่นเอง

VMware Cloud Foundation: Full Stack HCI ที่รองรับการก้าวไปสู่ Hybrid Cloud ได้ในตัว

Credit: VMware

ใน VMware Cloud Foundation 4 นี้ได้ผสานรวมเอาเทคโนโลยีที่ดีที่สุดของ VMware ไม่ว่าจะเป็น VMware vSphere, VMware vSAN, VMware NSX และ VMware vRealize เข้าไว้ด้วยกัน และรองรับการใช้งาน Kubernetes ซึ่งกลายเป็นเทคโนโลยีหลักสำหรับ Container ได้ในตัวเลย

อีกสิ่งหนึ่งที่ถูกเพิ่มเข้ามาใน VMware Cloud Foundation 4 นี้ก็คือ VMware Tanzu เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานในกลุ่ม Developer โดยเฉพาะ ทำให้ VMware vSphere 7 รองรับ API ของ Kubernetes ได้ทั้งหมด ส่งผลให้ Developer ที่คุ้นเคยกับการใช้ Kubernetes อยู่แล้ว สามารถใช้งาน Kubernetes บน VMware ได้เลยผ่าน API ที่อยู่ใน Tanzu Runtime Services นั่นเอง

Gartner ได้ทำการวิเคราะห์เปรียบเทียบผู้พัฒนาโซลูชันด้าน Hypercpnverged and Software-Defined Infrastructure และพบว่าจากการเปรียบเทียบเชิงเทคนิค 23 หัวข้อนั้น VMware ได้คะแนนในระดับ High ถึง 17 ข้อ สูงกว่าคู่แข่งทุกราย ทำให้เห็นได้ชัดว่า VMware Cloud Foundation นั้นมีความพร้อมที่สุดในการเตรียมให้ธุรกิจองค์กรสามารถรองรับ Application แห่งอนาคตได้

ในการใช้งาน VMware Cloud Foundation แบบ Private Cloud นั้น สำหรับระบบเล็กๆ อาจจะนำส่วนประกอบต่างๆ อยู่ร่วมกันได้เลย แต่ในการใช้งานสำหรับระบบขนาดใหญ่ ก็แนะนำให้มีการแบ่งส่วนของการบริหารจัดการ, แบ่ง Workload Domain สำหรับงานกลุ่มที่แตกต่างกันออกจากกัน และกระจายระบบเหล่านี้ในหลายตู้ Rack ให้เชื่อมต่อกันผ่านระบบเครือข่าย จากนั้นธุรกิจก็จะมีอิสระในการสร้าง Workload Domain ใหม่ๆ หรือเพิ่มขยายทรัพยากรใน Workload Domain ที่เติบโต และลดทรัพยากรสำหรับ Workload Domain ที่ใช้งานน้อยลงได้

สำหรับ Public Cloud ทาง VMware เองก็ได้มีการจับมือกับผู้ให้บริการ Cloud ชั้นนำทั้ง AWS, Microsoft Azure และ Google Cloud Platform โดยในการใช้ VMware Cloud Foundation นั้น ก็สามารถทำการบริหารจัดการระบบทั้งหมดจากฝั่งใดก็ได้ และย้าย Workload ข้ามระหว่าง Private Cloud และ Public Cloud ได้ โดยจะมี Hybrid Cloud Extension หรือ HCX เป็นเครื่องมือที่จะช่วยย้าย Workload ข้าม Cloud ได้อย่างง่ายดาย

ดังนั้นในภาพรวม VMware จึงแนะนำให้ธุรกิจองค์กรเริ่มต้นจากการวางระบบด้วย Core HCI ก่อน ก่อนที่จะก้าวมาสู่ Full Stack HCI แล้วจึงค่อยขยับขยายมาสู่ภาพของ Hybrid Cloud ซึ่งแนวทางนี้ก็จะทำให้ธุรกิจองค์กรค่อยๆ เปลี่ยนระบบมาสู่ระบบที่ทันสมัยขึ้นได้เรื่อยๆ โดยไม่สะดุดนั่นเอง

Credit: VMware

รับชม Webinar ย้อนหลังได้ทันที

ใน Webinar ครั้งนี้มีการ Demo โซลูชัน VMware Cloud Foundation แบบ Hybrid Cloud ร่วมกันระหว่าง Private Cloud และ AWS ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนรับชมได้ทันทีที่ https://VMware.zoom.us/rec/share/y8VbJbOosXtJbJXs0nmcU6InQcfqaaa8hyAar_EExR2lyGGZpckZ8EkbGgJZMLQ9

สนใจโซลูชัน ติดต่อทีมงาน VMware ได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจโซลูชันใดๆ ของ VMware สามารถติดต่อทีมงาน VMware ได้ทันทีที่ https://www.facebook.com/vmwareth/

เข้าร่วม VMworld 2020 ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

เข้าร่วมชมงานสัมมนาออนไลน์จากวิทยากรชั้นนำระดับโลก กับเนื้อหาการบรรยายกว่า 900 Session ได้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

เข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ใหญ่ระดับโลกประจำปีจาก VMware โดยจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคระบาดทั่วโลกในยามนี้ ทาง VMware จึงเปิดให้ผู้ที่สนใจทุกท่านเข้าร่วมงาน VMworld 2020 ในแบบออนไลน์ได้ฟรีกับเนื้อหากว่า 900 Session โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถเลือกซื้อบัตรเพิ่มเติมเพื่อเข้าร่วม Workshop หรือเสวนากับผู้บริหารชั้นนำระดับโลกโดยตรงก็ได้เช่นกัน

งาน VMworld 2020 นี้จะจัดขึ้นในแบบถ่ายทอดสด ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2563 ถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2563 และจะจัดแบบถ่ายทอดย้อนหลังให้เข้าชมได้จนถึงสิ้นปี 2563 นี้ เพื่อให้ทุกท่านไม่พลาดเนื้อหาและแนวโน้มสำคัญในโลกเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าที่ https://reg.rainfocus.com/flow/vmware/vmworld2020/reg/form/contactInfo โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กรเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียนจากทีมรับลงทะเบียนในต่างประเทศ โดยขั้นตอนในการลงทะเบียนจะมีดังนี้

  1. ลงทะเบียนสร้าง Account เข้าร่วมงานครั้งแรกที่ https://reg.rainfocus.com/flow/vmware/vmworld2020/reg/form/contactInfo โดยคลิกที่ปุ่ม “Create one here” หากยังไม่เคยเข้าร่วม VMworld มาก่อน โดยต้องใช้ Email ของบริษัทในการลงทะเบียน

  2. ระบบจะทำการส่งอีเมล์ในหัวข้อ “Account Activation Email” ไปยังอีเมล์บริษัทที่ได้ลงทะเบียนไว้ ให้เข้าไปทำการคลิกที่ลิงค์ “Activate Your Account” 

  3. ระบบจะนำท่านไปสู่หน้าลงทะเบียนเข้าร่วมงาน VMworld 2020 ให้ทำการกรอกข้อมูลรายละเอียดตามจริง และจะมีส่วนที่ให้เลือกประเภทของบัตรเข้าชมงาน ก็สามารถเลือกบัตรที่มีราคา 0$ เพื่อเข้าร่วมงานได้ฟรีทันที

  4. เมื่อลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ระบจะทำการส่งอีเมล์ในหัวข้อ “VMworld 2020 Registration Confirmation” กลับไปหาท่านในอีเมล์บริษัทที่ได้ทำการลงทะเบียนไว้ เพื่อยืนยันผลการลงทะเบียนว่าสำเร็จเรียบร้อยแล้ว

from:https://www.techtalkthai.com/vmware-vcf-webinar-series-part-1-hybrid-cloud-infrastructure/