สุสานกลางทะเลทราย ปลายทางสุดท้ายของ “เครื่องบินโดยสาร” ในวิกฤตการเดินทางจากโควิด-19

ธุรกิจการบิน เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 มากที่สุดธุรกิจหนึ่ง เพราะการปิดพรมแดน จำกัดการเดินทางเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้

Don Mueang Airport สนามบินดอนเมือง
สนามบินดอนเมืองที่เคยเต็มไปด้วยผู้โดยสาร แต่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ภาพจาก Shutterstock

จากสถิติของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) พบว่ามีเที่ยวบินกว่า 7.5 ล้านเที่ยวบิน ถูกยกเลิกในระหว่างเดือนมกราคม ถึง กรกฎาคม ทำให้สายการบินทั่วโลกสูญเสียรายได้ไปกว่า 8.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.6 ล้านล้านบาท

สถานการณ์โควิด-19 ในครั้งนี้ นับว่าส่งผลกระทบต่อธุรกิจการบินอย่างรุนแรง มีเครื่องบินโดยสารต้องจอดอยู่เฉยๆ โดยไม่ได้ขึ้นบินกว่า 14,000 ลำในเดือนเมษายน เทียบกับ 1,900 ลำ ในช่วงเดือนมกราคม แม้ว่าในอดีตจะมีเหตุการณ์ที่ส่งผลต่อธุรกิจการบินเช่นเดียวกัน แต่ก็ไม่ได้กระทบกับธุรกิจการบินมากขนาดนี้ อย่างเหตุการณ์วินาศกรรม 911 เมื่อปี 2001 มีเครื่องบินโดยสารต้องจอดอยู่ราว 13% ส่วนวิกฤตเศรษฐกิจปี 2008 มีเครื่องบินต้องจอดอยู่เฉยๆ ราว 11%

ภาพจาก Pixabay.com

สุสานกลางทะเลทราย ปลายทางสุดท้ายของเครื่องบินโดยสาร

เมื่อเที่ยวบินถูกยกเลิก เครื่องบินต่างๆ ไม่ได้ถูกนำไปใช้งาน ทางออกที่สายการบินทั่วโลกเลือกใช้ คือนำเครื่องบินโดยสารไปจอดทิ้งไว้ที่สุสานเครื่องบิน ไม่ว่าจะเป็นจอดชั่วคราวรอวันกลับไปให้บริการอีกครั้งหนึ่ง จอดทิ้งถาวรรอวันขายให้กับสายการบินอื่นๆ ที่สนใจซื้อต่อ หรือจะชำแหละอะไหล่แยกชิ้นเพื่อนำไปใช้กับเครื่องบินลำอื่นก็ได้ ซึ่งสุสานเครื่องบินส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ในทะเลทราย ทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกา สเปน และออสเตรเลีย

ส่วนสาเหตุที่ต้องนำเครื่องบินโดยสารไปจอดทิ้งไว้ที่สุสานเครื่องบินกลางทะเลทราย เป็นเพราะทะเลทรายเป็นสถานที่ที่มีความเหมาะสม ทั้งอุณหภูมิ และความชื้น ที่จะไม่ไปทำลายชิ้นส่วนต่างๆ ของเครื่องบิน

สายการบิน Singapore Airlines ตัดสินใจที่จะนำเครื่องบิน Airbus A380 จำนวน 29 ลำ ไปจอดทิ้งไว้ที่สุสานเครื่องบินกลางทะเลทราย ในประเทศออสเตรเลีย ซึ่ง A380 นับว่าเป็นเครื่องบินที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดรุ่นหนึ่ง เพราะจำนวนผู้โดยสารที่ลดลงอย่างมาก แตกต่างจากจำนวนผู้โดยสารที่เคยคาดการณ์เอาไว้มาก นอกจาก Airbus A380 แล้ว Singapore Airlines ยังเลือกที่จะจอดเครื่องบินรุ่นอื่นๆ อีกราว 30% และใช้เครื่องบินที่เหลืออีก 30% กับเที่ยวบินขนส่งของเพียงอย่างเดียว (Cargo) เท่านั้น

จอดทิ้งไว้ก็มีค่าใช้จ่าย ไม่ได้จอดฟรีๆ

อย่างไรก็ตามการนำเครื่องนำเครื่องบินไปจอดทิ้งไว้ที่สุสาน ไม่ใช่จะไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เพราะความจริงแล้ว การนำเครื่องบิน 1 ลำไปจอดทิ้งไว้ มีค่าใช้จ่ายราว 5,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน หรือประมาณ 156,000 บาท รวมถึงเมื่อต้องการนำเครื่องบินกลับไปให้บริการอีกครั้ง เครื่องบินลำนั้นต้องผ่านการบำรุงรักษา และทดสอบให้เรียบร้อยก่อน

แม้ว่าในขณะนี้ ดูเหมือนว่าสถานการณ์ของธุรกิจการบินจะดีขึ้นแล้ว เพราะเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีเที่ยวบินกว่า 34,800 เที่ยวบิน กำลังทำการบินอยู่บนท้องฟ้า ด้วยเครื่องบินกว่า 10,000 ลำ แต่ก็ยังมีเครื่องบินอีกจำนวนมาก กว่า 1 ใน 3 ของเครื่องบินโดยสารทั้งหมดทั่วโลก หรือประมาณ 7,600 ลำ ที่ยังคงต้องจอดทิ้งไว้อยู่ในสุสานเช่นเดิม

ความท้าทายของธุรกิจการบิน

ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 กลายเป็นวิกฤตของธุรกิจการบิน ด้วยจำนวนผู้โดยสารที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าในบางประเทศจะเริ่มมีเที่ยวบินภายในประเทศแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถเทียบได้กับจำนวนผู้โดยสารในช่วงเวลาปกติ การนำเครื่องบินโดยสารไปจอดทิ้งไว้ที่สุสานกลางทะเลทราย จึงกลายเป็นทางออกที่ดีที่สุดในขณะนี้ เพราะแม้ต้องจ่ายเงินเพื่อนำเครื่องบินไปจอด แต่สายการบินก็ยังมีทางเลือก ที่จะนำเครื่องบินลำนั้นกลับมาให้บริการได้ เมื่อโลกเข้าสู่สถานการณ์ปกติอีกครั้ง

ที่มา – bbc

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/airplane-graveyard-in-desert-airline-business/