โทรจันอีแบงกิ้ง QakBot กลับมาหลอกหลอนอีกครั้งด้วยเทคนิคดูดเงินอย่างเงียบๆ

โทรจันที่เล่นงานระบบธนาคารออนไลน์ชื่อกระฉ่อนนี้ ที่จ้องขโมยรหัสผ่านเข้าบัญชีธนาคารไปจนถึงข้อมูลทางการเงินทั้งหลายตัวนี้กำลังคัมแบ๊กมาใหม่อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยเทคนิคพิเศษที่จ้องเล่นงานหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานด้านการทหาร ไปจนถึงโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ในสหรัฐฯ และยุโรป

โดยจากผลการวิเคราะห์ของ Check Point Research เมื่อวันพุธที่ผ่านมา พบกิจกรรมล่าสุดของ Qbot มาพร้อมกับการกลับมาของ Emotet ที่เป็นมัลแวร์แพร่เชื้อผ่านอีเมล์ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการสแปมผ่านบอทเน็ต และการโจมตีของแรนซั่มแวร์อยู่หลายครั้งในหลายเดือนที่ผ่านมา

นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการรวบรวมข้อมูลอีเมล์ทุกฉบับจากไคลเอนต์เอาต์ลุคบนเครื่องเหยื่อเพื่อนำไปเป็นข้อมูลส่งสแปมต่อไปได้ด้วยถือว่า Qbot หรือรู้จักกันในชื่อ QuakBot, QakBot, หรือ Pinkslipbot กลับมาน่ากลัวกว่าเดิมมาก ไม่ว่าจะเป็นขบวนการสแปมที่มุ่งติดเชื้อในองค์กรต่างๆ พร้อมทั้งใช้ระบบมัลแวร์จาก “เธิร์ดปาร์ตี้” อื่นอย่างเช่น Emolet ในการแพร่กระจายตัวเองได้ไหลกว่าเดิมด้วย

ที่มา : THN

from:https://www.enterpriseitpro.net/qakbot-banking-trojan/

TikTok กำลังเตรียมปิดดีล ยังไม่แน่ว่าจะเป็น Oracle หรือ Microsoft

ทางสำนักข่าว CNBC รายงานว่า ดีลที่ขายกิจการ TikTok ในสหรัฐฯ กำลังจะประกาศผลสรุป “ในอีกไม่กี่วันนี้” โดยมีอยู่สองบริษัทที่กำลังวิ่งเต้นอยู่ได้แก่ Oracle และ Microsoft คาดว่ามูลค่าดีลนี้จะสูงประมาณ 2 – 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

โดยจะพ่วงกับธุรกิจแอพโซเชียลมีเดียสุดฮอตนี้ในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ด้วย ทั้งนี้ ทั้งไมโครซอฟท์และออราเคิลต่างได้พูดคุยกับบริษัทสัญชาติจีน ByteDance ที่เป็นเจ้าของ TikTok เพื่อเข้าซื้อบริการแอพดังกล่าวท่ามกลางการกดดันจากรัฐบาลสหรัฐฯ

ทางทีมบริหารของประธานาธิบดีทรัมป์แสดงความกังวลว่าแอพนี้อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือของรัฐบาลจีนในการดูดข้อมูลของชาวอเมริกันได้ ทางฝั่งไมโครซอฟท์เองก็ได้พันธมิตรอย่าง Walmart ที่ออกมายืนยันร่วมหุ้นประมูลด้วย

พร้อมกล่าวกับ CRN ว่า TikTok ถือเป็นการผสานความสามารถทั้งทางอีคอมเมิร์ซและการโฆษณาเข้าด้วยกันในตลาดทั้งหลาย ซึ่งการร่วมมือกับไมโครซอฟท์ในการบริหาร TikTok จะช่วยผลักดันความสามารถเหล่านี้ได้อย่างยิ่งยวด

ที่มา : CRN

from:https://www.enterpriseitpro.net/tiktok-with-either-oracle-or-microsoft/

VMware Webinar: VMware vSAN 101: Back to the Future [11 ก.ย. 2020 เวลา 10.30น.]

TechTalkThai ขอเรียนเชิญ IT Manager, System Engineer, ผู้ดูแลระบบ IT, และผู้ที่สนใจทุกท่าน เข้าร่วมฟัง VMware Webinar ในหัวข้อเรื่อง “VMware vSAN 101: Back to the Future” เพื่อเรียนรู้ถึงความสามารถของโซลูชัน VMware vSAN ล่าสุด กับแนวทางการก้าวต่อยอดจาก Hyper-Converged Infrastructure สู่การเป็น Hybrid Cloud Platform อย่างเต็มตัว และการรองรับ Kubernetes บน vSAN ในวันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2020 เวลา 10.30 – 12.00 น. โดยมีกำหนดการและวิธีการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: VMware vSAN 101: Back to the Future
ผู้บรรยาย: ทีมงาน VMware ประจำประเทศไทย
วันเวลา: วันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2020 เวลา 10.30 – 12.00 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
ภาษา: ไทย

ถึงเวลาแล้วสำหรับการเปลี่ยนแปลง Infrastructure แบบเก่า ที่มีทั้ง Server, Network และ Storage ที่ใช้มานาน ไปสู่ Hybrid Cloud Platform ด้วย มาร่วมกันเตรียมความพร้อมให้ตัวคุณเองและองค์กรด้วย VMware vSAN อันเป็น Software Define Storage ยอดขายอันดับ 1 จาก VMware ที่ได้รับการรับรองทั้งจาก IDC และ Gartner

ในหัวข้อนี้เราจะพาคุณไปเจาะลึก Feature และการใช้งาน vSAN ตั้งแต่การติดตั้งที่สามารถทำได้ง่าย สะดวกรวดเร็ว มาดูกันว่าระบบมีความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการปกป้องข้อมูลให้เหมาะกับประเภทของ Application อย่างไรบ้าง และ version ใหม่สามารถใช้งานได้ง่ายเหมือน version เก่าหรือไม่อย่างไร พร้อมเผย Features ใหม่ๆ ที่จะมารองรับการใช้ร่วมกับ Next-Gen App Platform อย่าง Kubernetes

ร่วมเรียนรู้ประเด็นดังต่อไปนี้ใน Webinar ครั้งนี้:

  • Datacenter Revolutions
  • VMware vSAN Hyper Converged Infrastructure
  • Easy bring-up vSAN HCI
  • Features และ Use Cases
  • ถาม – ตอบ

Webinar ครั้งนี้จะนำเสนอโดยทีมงาน VMware ที่พร้อมตอบทุกคำถามที่เกี่ยวข้อง

ลงทะเบียนเข้าร่วม Webinar ได้ทันที

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม Webinar ในหัวข้อนี้ได้ทันทีที่ https://vmware.zoom.us/webinar/register/5015967139203/WN_EleY9k1VTQidfJAIw3YrHA โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

from:https://www.techtalkthai.com/vmware-webinar-vmware-vsan-101-back-to-the-future/

ดู ฉลาดเกมส์โก้งละคร EP.9 ย้อนหลัง เต็มเรื่อง (ลิงก์ WeTV)

ฉลาดเกมส์โกงละคร EP9 : การโกงยังไม่สิ้นสุดเพราะแบงค์กลับมาหาลินเพื่อขอให้ช่วยทำภารกิจใหม่ที่ต้องโกงการสอบระดับประเทศซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้ แต่นั่นจะทำให้พวกเขามีรายได้ถึงหลักสิบล้าน ดูย้อนหลังฉลาดเกมส์โกง เดอะซีรีย์ (The Bad Genius Series) เต็มเรื่อง EP9 ได้ผ่านทาง WeTV ทั้งเว็บไซต์ และแอพใน iOS, Android

ดู ฉลาดเกมส์โกงละคร EP.9 (ลิงก์ WeTV) >> คลิก

ดูทั้งหมด

from:https://www.9tana.com/node/bad-genius-ep9/

Netflix ปล่อยหนัง, ซีรีส์บางเรื่องให้ดูฟรีทั่วโลก ไม่ต้องมีบัญชีก็ดูได้

Netflix ออกวิธีกระตุ้นคนที่ไม่ได้จ่ายเงินดู Netflix ด้วยการปล่อยหนังและซีรีส์ออริจินัลของตัวเองบางเรื่องให้ดูฟรีทั่วโลก ไม่ต้องมีบัญชี Netflix ก็ดูได้ สามารถดูได้ผ่านอุปกรณ์แอนดรอยด์, Windows, Mac แต่ไม่รวมอุปกรณ์ iOS, ทีวี, Fire Stick, บราวเซอร์ไม่ระบุตัวตน

หนังและซีรีส์ที่ Netflix เปิดให้ดูฟรีคือ Stranger Things, Murder Mystery, Élite, Boss Baby: Back in Business, Bird Box, When They See Us, Love Is Blind, The Two Popes, Our Planet และ Grace and Frankie สามารถดูหนังได้เต็มเรื่อง แต่ซีรีส์จะดูได้แค่ตอนแรกเท่านั้น

Netflix บอกว่า กำลังมองหาช่องทางใหม่ๆ ในการกระตุ้นผู้ใช้ให้มาสมัครรับบริการ Netflix สามารถเข้าไปดูหนังฟรีได้ที่ netflix.com/watch-free

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Netflix ปล่อยเนื้อหาให้ดูฟรี ก่อนหน้านี้ก็ปล่อย To All the Boys I’ve Loved Before ให้คนสหรัฐฯได้ดู และปล่อย Bard of Blood ซีรีส์อินเดียให้คนอินเดียดูฟรี รวมถึงปล่อยทอล์คโชว์ Patriot Act with Hasan Minhaj ให้ดูฟรีบางตอนบน YouTube

No Description

ที่มา – TechCrunch

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/118213

กูเกิลเปิดตัว Kids Space โหมดเด็กบนแท็บเล็ต Android นำเสนอเนื้อหาสร้างสรรค์-ปลอดภัย

กูเกิลเอาใจผู้ใช้กลุ่มเด็กและครอบครัว เปิดตัวโหมดเด็ก Google Kids Space บนแท็บเล็ต Android บางรุ่น เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานของเด็กๆ มากขึ้น

Kids Space มีหน้าตาคล้ายกับ YouTube Kids คือสีสันสดใส มีตัวการ์ตูนดึงดูดความสนใจของเด็กๆ รวมถึงแยกเนื้อหาแนะนำในหมวดต่างๆ เช่น เกม หนังสือ คลิปวิดีโอ และกิจกรรมนอกแท็บเล็ต (เช่นการประดิษฐ์สิ่งของ) ตัวอินเทอร์เฟซหน้านี้ยังเชื่อมกับฟีเจอร์ด้านครอบครัวอื่นๆ ของโลก Android เช่น Family Link ที่ให้ผู้ปกครองจัดการเวลาใช้งานแท็บเล็ตของลูกๆ หรือเนื้อหาสำหรับเด็กๆ บน Google Play ที่คัดมาแล้วว่าครูแนะนำ

Kids Space จะเริ่มใช้ในแท็บเล็ตของ Lenovo บางรุ่น (เช่น Lenovo Smart Tab M10 HD Gen 2 ที่เปิดตัวพร้อมกันในวันนี้) และขยายไปยังแท็บเล็ตยี่ห้ออื่นต่อไป

No Description

No Description

No Description

ที่มา – Google

from:https://www.blognone.com/node/118212

DigiTimes เผยอีก iPhone 12 มี LiDAR Scanner (อาจมีในบางรุ่น)

DigiTimes เผยว่า iPhone 12 รุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวเร็ว ๆ น […] More

from:https://www.iphonemod.net/iphone-12-comes-with-lidar-scanner-digitimes-report.html

[Guest Post] ตรวจสอบระบบเครือข่าย RUCKUS Network ของคุณได้อย่างครอบคลุมด้วย RUCKUS Analytics จาก CommScope

เมื่อระบบเครือข่ายของคุณเติบโตและมีความซับซ้อนสูงขึ้น การแก้ไขปัญหาและตรวจสอบดูแลรักษาก็กลายเป็นเรื่องที่ยากขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณยังคงต้องทำทุกกระบวนการในการทำงานด้วยตัวเองอยู่

Credit: CommScope RUCKUS

CommScope RUCKUS Analytics ซึ่งเป็นบริการ Cloud มีความสามารถในการตรวจสอบเครือข่ายและรับประกันบริการสำหรับระบบเครือข่าย RUCKUS ที่คุณมีอยู่ได้อย่างครอบคลุม โดยการใช้ Machine Learning และ Artificial Intelligence ช่วยให้การแก้ไขปัญหาของคุณรวดเร็วยิ่งขึ้นและลดค่าใช้จ่ายลงได้จากการทำให้ฝ่าย IT ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ถ้าคุณกำลังบริหารจัดการระบบเครือข่ายขนาดกลางถึงขนาดใหญ่อยู่ หรือบริหารจัดการระบบเครือข่ายที่มีความซับซ้อนอยู่ RUCKUS Analytics นี้คือสิ่งที่จะมาพลิกชีวิตของคุณ ด้วยความสามารถดังนี้:

  • นำเสนอข้อมูลเชิงลึกสำหรับการจัดการระบบเครือข่าย
  • ตรวจสอบสุขภาพของระบบเครือข่ายโดยอัตโนมัติ
  • จำแนกประเด็นปัญหาตามความร้ายแรงทำให้คุณจัดลำดับความสำคัญของงานได้
  • ลดปริมาณของปัญหาที่เกิดขึ้นให้น้อยลง และใช้เวลาในการแก้ไขปัญหาโดยรวมน้อยลง
  • ช่วยในการวางแผนขยายระบบในอนาคต

ถ้าหากคุณต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม สามารถศึกษาได้จากวิดีโอด้านล่างนี้ทันที อย่าลืมว่าคุณไม่สามารถบริหารจัดการในสิ่งที่คุณไม่เคยเห็นว่ามีตัวตนอยู่ได้ และคุณสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ ได้มากขึ้นพร้อมกับทำสิ่งต่างๆ ได้มากขึ้นด้วย RUCKUS Analytics จาก CommScope แล้ววันนี้

ลูกค้า – Mandarin Oriental

“ในธุรกิจโรงแรมระดับลักชัวรี่ ประสบการณ์การใช้งาน Wi-Fi ที่ดีของผู้ใช้งานคือหัวใจสำคัญในการสร้างความพึงพอใจให้กับแขกผู้มาเข้าพัก ที่ผ่านมาเราเราได้รับคะแนนสูงทางด้านคุณภาพของระบบเครือข่ายอยู่ก่อนแล้ว อย่างไรก็ดี เมื่อเราเริ่มใช้ Ruckus Analytics ในโรงแรมเครือสำคัญเครือหนึ่งของเรา เราก็พบประเด็นปัญหาใหม่ที่อาจส่งผลกระทบต่อบริการของเราได้ ทำให้เราต้องคิดใหม่ในข้อสันนิษฐานด้านการออกแบบของเรา” คุณ Javier Garcia, Director of Global Infrastructure, Mandarin Oriental Hotel Group กล่าว

ลูกค้า – Wifirst

“ในฐานะของผู้ให้บริการที่มีทักษะทางด้านระบบเครือข่าย WLAN เป็นอย่างสูง ความสำเร็จของเราขึ้นอยู่กับการตอบรับต่อความต้องการด้าน SLA ของลูกค้า และการบริหารจัดการให้ระบบมี SLA ตามที่ลูกค้าต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ นั่นหมายถึงการที่เราต้องตรวจพบปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบเครือข่ายให้ได้อย่างรวดเร็ว แต่โชคร้ายที่การค้นหาต้นตอที่แท้จริงของปัญหานั้นมักจะเป็นเรื่องยาก” คุณ Emeric de Bernis, Engineering Manager, WiFirst กล่าว “เราได้พบกับกรณีในลักษณะดังกล่าวและใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการแก้ไขปัญหาทั้งจากระยะไกลและที่หน้างาน เราต้องพยายามเป็นอย่างมากเพื่อที่จะค้นหาต้นตอของปัญหาให้พบ การเลือกใช้ RUCKUS Analytics ได้นำให้เราค้นพบถึงปัญหาที่แอบแฝงอยู่ในแง่มุมอื่นของระบบโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย ซึ่งทำให้เกิดปัญหาในการทำ Roaming เครื่องมือใหม่นี้ทำให้การสนับสนุนหลังการขายของเรามีประสิทธิภาพสูงขึ้นเป็นอย่างมาก”

from:https://www.techtalkthai.com/commscope-ruckus-analytics-introduction/

เมื่อชั่วโมงการทำงานไม่ได้บอกความสำเร็จ Jack Dorsey เผย ทำงานนานๆ เป็นเรื่องไร้สาระ

ถ้าพูดถึงคนที่ประสบความสำเร็จในการทำงานอย่างมหาเศรษฐีชื่อดังบางคน หลายๆ คน คงนึกถึงการทำงานหามรุ่งหามค่ำในแต่ละวัน ไม่ได้พักผ่อน และไม่เคยลางานติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน แต่ความจริงแล้ว นิสัยการทำงานแบบนี้ ไม่ได้ช่วยให้ประสบความสำเร็จ แต่ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดภาวะ Burn-out หรือหมดไฟจากการทำงาน

Jack Dorsey CEO ของ Twitter

Jack Dorsey CEO ของ Twitter และ Square ผู้ที่มีทรัพย์สินมากถึง 8.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.67 แสนล้านบาท ด้วยอายุเพียง 43 ปี เคยเล่าแนวคิดในการทำงานให้ประสบความสำเร็จของเขาว่า เขาจะทำให้ทุกๆ ชั่วโมงการทำงานมีความหมาย ใช้เวลาอย่างคุ้มค่า มากกว่าการใช้เวลาไปกับการทำงานนานๆ ในแต่ละวัน

Dorsey ให้เหตุผลที่เขาเลือกที่จะทำใช้เวลาแต่ละนาทีให้คุ้มค่า มากกว่าการทำงานในระยะเวลานานๆ หลายชั่วโมงว่า การทำงานนานๆ ในระยะเวลาหลายชั่วโมง จะทำให้เราขาดความรับรู้และเข้าใจในตัวเอง (Self-awareness) ไม่ได้ให้ความสนใจกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นรอบตัว ซึ่ง Dorsey ให้ความสำคัญกับ การรับรู้และเข้าใจในตัวเอง ว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จในชีวิตของเขา

หลายๆ คน อาจเข้าใจว่า ความสำเร็จ หมายถึงการทำงานอย่างหนัก 20 ชั่วโมงต่อวัน มีเวลานอนพักผ่อนเพียง 4 ชั่วโมง เหมือนที่ Elon Musk CEO ของ Tesla ทำงานสัปดาห์ละ 80-90 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ (หรือประมาณ 16-18 ชั่วโมงต่อ 5 วัน) ซึ่ง Dorsey บอกว่าเป็นเรื่องไร้สาระ

ภาพจาก Shutterstock

วิธีบริหารเวลาให้มีประสิทธิภาพแบบ Jack Dorsey

หนึ่งในวิธีที่ Jack Dorsey ทำเป็นประจำ เพื่อบริหารเวลาทำงานให้มีประสิทธิภาพ นั่นคือ การทำสมาธิ โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19 เขาจะตื่นตั้งแต่เวลาตี 5 เพื่อนั่งทำสมาธิ โดยใช้วิธีแบบวิปัสสนากรรมฐาน เพื่อฝึกจิตใจ ทำความเข้าใจรูปแบบและความคิดของตัวเอง

หลังจากทำสมาธิเสร็จเรียบร้อยแล้ว Dorsey จะดื่มกาแฟ และเดินทางไปทำงานด้วยการเดินระยะทาง 8 กิโลเมตร ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 20 นาที ซึ่งระหว่างเดินเขาจะฟังรายการ Podcast หรือฟัง Audiobook ไปด้วย เพื่อใช้เวลาระหว่างเดินเพื่อการเรียนรู้ นอกจากนี้การนั่งสมาธิ เพื่อฝึกจิตใจในตอนเช้า ยังช่วยให้ Dorsey รู้สึกว่าเขาได้มีช่วงเวลาดีๆ ในแต่ละวันไปแล้ว แม้ว่าวันนั้นเขาอาจต้องเผชิญกับเรื่องราวแย่ๆ ก็ตาม

ในช่วงเวลาระหว่างวัน Dorsey จะมีสมาธิกับการทำงาน และหลีกเลี่ยงสิ่งรบกวนให้ได้มากที่สุด “เขาสามารถทำงานได้มากขึ้น เหมือนเวลาเดินช้าลง เวลาเพียง 1 ชั่วโมง แต่กลับให้ความรู้สึกเหมือน 3 ชั่วโมง” สาเหตุที่ต้องทำเช่นนี้เป็นเพราะเขามีบริษัทที่ต้องดูแล 2 แห่ง คือ Twitter และ Square

หลังจากเลิกงาน Dorsey จะตั้งคำถามกับตัวเอง ว่าวันนี้เขาได้เรียนรู้อะไรไปบ้าง โดยเฉพาะการจดบันทึกที่เขาทำตั้งแต่อายุ 14 ปี

ที่มา – cnbc

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/jack-dorsey-say-long-hours-working-is-nonsense/

“สุรศักดิ์ อารีย์สว่างกิจ” กับภารกิจปั้น Power Plus ธุรกิจให้เช่าเพาเวอร์แบงค์ให้เติบโตในไทย

ธุรกิจให้เช่าเพาเวอร์แบงค์ในไทยอาจค่อนข้างใหม่ เพราะเพิ่งมีให้บริการกันจริงๆ เมื่อปี 2562 แต่ภาพรวมธุรกิจนี้มีอะไรมากกว่าแค่ให้เช่าเพาเวอร์แบงค์หรือไม่ ลองมาทำความเข้าใจผ่านมุมมองของผู้บริหาร Power Plus กัน

power plus

จุดเริ่มต้นคือโอกาสที่เปิดกว้าง

ธุรกิจให้เช่าเพาเวอร์แบงค์ในประเทศจีนมีมา 3-4 ปีแล้ว ผ่านการเข้ามาตอบโจทย์เหตุการณ์แบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือใกล้หมด และต้องใช้ระยะเวลา 1-2 ปี ผู้บริโภคถึงเริ่มเปิดใจใช้งาน ผ่านการไม่พกเพาเวอร์แบงค์อีกต่อไป เพราะมีความสะดวกในการหาเช่าเพาเวอร์แบงค์ที่ใดก็ได้ ทั้งยังนำไปคืนในจุดใดก็ได้เช่นกัน

สุรศักดิ์ อารีย์สว่างกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โน เรส ไอที จำกัด เจ้าของแบรนด์ Power Plus เล่าให้ฟังว่า แม้บริษัทจะไม่ใช่ผู้ให้บริการเช่าเพาเวอร์แบงค์รายแรกในไทย แต่ด้วยโอกาสที่ยังเปิดกว้าง ผ่านการเรียนรู้การใช้งานเพาเวอร์แบงค์ให้เช่าของคนไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น จึงตัดสินใจเริ่มทำธุรกิจนี้ตั้งแต่กลางปี 2562

power plus

“ก่อนหน้า Power Plus มีแบรนด์ให้เช่าเพาเวอร์แบงค์ของญี่ปุ่นเริ่มต้นไปก่อนเรา แต่ด้วยเรามีกลุ่มทุนจากจีนสนับสนุนอยู่ จึงนำความสำเร็จของบริการนี้ในประเทศจีนมาต่อยอด และปรับให้เข้ากับการใช้งานของคนไทยมากที่สุด ทำให้ Power Plus เริ่มวางตู้เช่าเพาเวอร์แบงค์ในช่วงปลายปี และขยายตัวต่อเนื่อง”

แตกต่างด้วยความเข้าใจผู้ใช้งาน

สำหรับ Power Plus ปัจจุบันให้บริการตู้ให้เช่าเพาเวอร์แบงค์ 2 แบบคือ ตู้ขนาดเล็กที่มีเพาเวอร์แบงค์ให้เช่า 8 ลูก กับตู้ขนาดใหญ่ที่มีเพาเวอร์แบงค์ให้เช่า 48 ลูก พร้อมหน้าจอเพื่อทำสื่อโฆษณา คิดค่าบริการให้เช่าเพาเวอร์แบงค์เริ่มต้น 10 บาท/ชม. ถึง 45 บาท/วัน

ส่วนกลยุทธ์ธุรกิจของ Power Plus จะดำเนิน 2 รูปแบบไปพร้อมๆ กันคือ รายได้จากการให้เช่าเพาเวอร์แบงค์ โดยบางตู้จะแบ่งรายได้ให้กับผู้นำตู้ไปตั้ง และอีกช่องทางคือรายได้จากการทำสื่อโฆษณา โดยแบรนด์สินค้าที่สนใจสามารถลงสื่อโฆษณา พร้อมระบุแหล่งที่พบเห็นโดยอ้างอิงจากตู้เช่าเพาเวอร์แบงค์ขนาดใหญ่ได้

“Power Plus ต้องการทำราคาออกมาให้เข้าถึงง่าย เพื่อช่วยเปิดใจให้ผู้บริโภคได้ทดลองใช้ แต่อย่างที่บอกไปเบื้องต้นว่า บริการเช่าเพาเวอร์แบงค์ในไทยอยู่ในช่วงเริ่มต้น ทำให้ต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งผู้บริโภคถึงจะเปิดใจ ดังนั้นการมีรายได้จากค่าโฆษณาเข้ามาเลี้ยงบริษัทในช่วงแรกก็ถือเป็นอีกกลยุทธ์ธุรกิจที่สำคัญ”

power plus

พาร์ทเนอร์ที่ดีย่อมช่วยสร้างการเติบโต

อย่างไรก็ตามการเดินหน้าธุรกิจของ Power Plus จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากไม่มีพาร์ทเนอร์ธุรกิจที่เชื่อใจ โดยทางบริษัทได้เจรจากับร้านซักรีด Otteri, ศูนย์การค้าฟิวเจอร์ปาร์ค, มาบุญครอง, อีสพาร์ค และเกตเวย์เอกมัย รวมถึงมหาวิทยาลัยศรีปทุม โดยสถานที่ดังกล่าวจะมีตู้เช่าเพาเวอร์แบงค์ขนาดเล็ก และใหญ่จำนวนมากไปติดตั้งไว้

นอกจากนี้บริษัทยังสร้างการรับรู้ให้กับแบรนด์ด้วยการเข้าไปมีส่วนร่วมในงานอีเวนท์ต่างๆ เช่นคอนเสิร์ต, งานจำหน่ายสินค้า หรืออื่นๆ เพื่อรองรับความต้องการใช้งานกรณีที่โทรศัพท์มือถือของผู้ร่วมงานแบตเตอรี่ใกล้หมด ซึ่งทั้งสองกลยุทธ์นี้ทำให้ Power Plus มียอดดาวน์โหลดใช้งานกว่า 50,000 ครั้ง

power plus

“ถึงตอนนี้เรามีตู้ให้บริการมากกว่า 500 จุดทั่วกรุงเทพ และปริมณฑล แต่การเร่งขยายพาร์ทเนอร์ทั้งรายใหญ่ และรายย่อย จึงตั้งเป้าหมายที่ 8,000 แห่งภายในปีนี้ ถือเป็นอีกความท้าทายของเราในช่วงที่สถานการณ์ประเทศไทยยังไม่ปกติ ผ่านการระบาดของ COVID-19”

เดินหน้าเหมือนเดิมแม้เจอ COVID-19

การเดินหน้าธุรกิจของ Power Plus ค่อนข้างมีปัญหาไม่น้อย เพราะหลังจากเปิดให้บริการไม่นาน โรค COVID-19 เกิดการระบาดในไทย ถึงขั้นห้างสรรพสินค้า, ร้านอาหาร และสถานที่อื่นๆ ต้องปิดบริการ ซึ่งตู้เช่าเพาเวอร์แบงค์ของ Power Plus ต่างอยู่ในที่ดังกล่าว ทำให้บริษัทต้องปรับตัวในเรื่องต่างๆ

power plus
การพัฒนาแอปพลิเคชั่น Power Plus ให้มีบริการอื่นๆ

“เราให้พนักงาน Work form Home ตั้งแต่เดือนมี.ค. และเข้าไปเจรจากับร้านค้าต่างๆ เพื่อให้พวกเขานำตู้ให้เช่าเพาเวอร์แบงค์ไปติดตั้ง รวมถึงหาพาร์ทเนอร์รายใหม่เพื่อมาทำโปรโมชั่นร่วมกัน เช่นส่วนลดร้านอาหาร หรือบริการออนไลน์ต่างๆ ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้ Power Plus เดินหน้าได้ทันทีหลังการผ่อนคลายล็อคดาวน์จากภาครัฐ”

ทั้งนี้ในมุมของรายได้ Power Plus ยังไม่เน้นถึงจุดนี้นัก เพราะต้องการขยายจำนวนตู้ให้เช่าเพาเวอร์แบงค์ออกไปให้มากที่สุด หนึ่งในนั้นคือการร่วมมือติดตั้งในสถานีบริการน้ำมัน PT ทุกสาขา เพื่อเพิ่มประสบการณ์การใช้งานของผู้บริโภคให้เหมือนกับการมีเพาเวอร์แบงค์ติดตัวอยู่ตลอดเวลา

สรุป

เมื่อธุรกิจให้เช่าเพาเวอร์แบงค์เป็นเรื่องใหม่ การสื่อสารให้ผู้บริโภคเข้าใจย่อมเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ดังนั้นการพยายามสื่อสารด้วยการไปร่วมอีเวนท์, อยู่ในห้างสรรพสินค้า และจุดที่ลูกค้าต้องไปใช้ชีวิต คือสิ่งที่ Power Plus ต้องเร่งทำให้ได้มากที่สุด ซึ่งก็ต้องติดตามกันว่า Power Plus จะรักษาอัตราการขยายตัวได้ตามเป้าหรือไม่

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/power-plus-power-bank-rental/