LINE สำหรับ macOS รองรับโหมดมืด (Dark Mode) แล้ว

LINE ได้ออกอัปเดตแอป LINE เวอร์ชัน 6.2.0 สำหรับ macOS ร […] More

from:https://www.iphonemod.net/line-macos-support-darkmode.html

หลุดภาพตัวเครื่องจริง Motorola RAZR 2020 คาดมาพร้อม Snapdragon 765G และรองรับ 5G

ก่อนหน้านี้มีข่าวลือรวมถึงมีภาพเรนเดอร์หลุดเกี่ยวกับ Motorola RAZR 2020 มือถือจอพับรุ่นใหม่ที่เป็นทายาทของ Motorola RAZR ที่เปิดตัวไปตั้งแต่เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว และล่าสุดบนแพลตฟอร์มโซเชี่ยลมีเดียชื่อดังจากประเทศจีนอย่าง Weibo ได้มีผู้ใช้รายหนึ่งโพสต์ภาพที่คาดว่าน่าจะเป็นตัวเครื่องจริงของ Motorola RAZR 2020 เผยให้เห็นถึงหน้าจอด้านนอกที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และสีตัวเครื่องที่เป็นสีเงิน แต่เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่เคยมีกลับหายไป

ภาพหลุดล่าสุดของ Motorola RARZ 2020 (หรือ Motorola RARZ 5G) ในคราวนี้ ตรงกับภาพเรนเดอร์ที่หลุดออกมาก่อนหน้านี้เป๊ะ ๆ เริ่มจากหน้าจอเสริมด้านนอกที่มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม กล้องหลักมีขนาดเล็กลงและดูไม่ค่อยนูนออกมาจากตัวเครื่องแล้ว รวมถึงมีการปรับดีไซน์โดยรวมเล็กน้อย ในขณะที่ “คาง” ที่ด้านล่างเครื่องเองก็มีขนาดเล็กลงเช่นกัน แต่เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่เคยอยู่ตรงขอบจอด้านล่างกลับหายไป ไม่แน่ว่า ในคราวนี้มันอาจมาพร้อมกับสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอก็เป็นได้ (?) นอกจากนี้ตัวเครื่องยังเป็นสีเงิน ซึ่งคาดว่าจะเป็นสีใหม่ที่ชื่อว่า Mercury Silver

ส่วนข่าวลือเกี่ยวกับสเปคของมันระบุว่า มันจะมาพร้อมกับชิปเซ็ต Snapdragon 765G มีหน่วยความจำภายใน 256 GB ในขณะที่กล้องหลักจะมีความละเอียด 48MP คาดใช้เซ็นเซอร์ ISOCELL Bright GM1 จาก Samsung ส่วนกล้องหน้าจะมีความละเอียด 20MP และแบตเตอรี่ของมันจะมีความจุอยู่ที่ 2,845 mAh รองรับชาร์จไว 18W นอกจากนี้คาดว่ามันจะรองรับ 5G ด้วย

อย่างไรก็ตามจนถึงตอนนี้ ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับวันเปิดตัวรวมถึงราคาของมันแต่อย่างใด แต่หากพิจารณาจากวันเปิดตัวของ Motorola RAZR ที่เปิดตัวในช่วงเดือนพฤศจิกายน (ปีที่แล้ว) เจ้า Motorola RARZ 2020 ก็อาจเปิดตัวในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันครับ

 

ที่มา : Gizmochina, Evan Blass (@evleaks)

from:https://droidsans.com/motorola-razr-2020-leak/

HSBC รายงานกำไรครึ่งปีแรกหายไป 65% จากผลของ COVID-19 และอาจต้องสำรองหนี้เพิ่ม

“เอชเอสบีซี” สถาบันการเงินจากอังกฤษ รายงานกำไรครึ่งปีแรกของปีนี้หายไปมากถึง 65% จากผลกระทบของ COVID-19 ขณะเดียวกันยังคาดว่าอาจต้องสำรองหนี้เสียเพิ่มมากกว่าเดิมในปีนี้ด้วย

HSBC ธนาคารเอชเอสบีซี
ภาพจาก Shutterstock

HSBC สถาบันการเงินรายใหญ่ของอังกฤษ ได้รายงานกำไรของครึ่งปีแรกอยู่ที่ 4,300 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงไป 65% เมื่อเทียบกับปี 2019 ที่ผ่านมา และกำไรลดลงมากกว่านักวิเคราะห์ไว้ ขณะที่ในงบการเงินของ HSBC ยังมีหนี้เสียที่เพิ่มขึ้นถึงเกือบๆ 7 เท่า โดยสาเหตุสำคัญมาจากธนาคารต้องตั้งสำรองหนี้เสียที่เกิดจากผลกระทบของ COVID-19

Noel Quinn ซึ่งเป็น CEO ของ HSBC ได้กล่าวว่า ในงบการเงินช่วงครึ่งปีแรกของธนาคารนั้นได้รับผลกระทบจาก COVID-19 อัตราดอกเบี้ยที่ลดลง จากธนาคารกลางหลายๆ ประเทศได้ปรับลดดอกเบี้ยลง ความผันผวนของตลาด รวมไปถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในด้านภูมิรัฐศาสตร์

สถาบันการเงินรายใหญ่ของอังกฤษรายนี้ได้หันมาโฟกัสกับธุรกิจในเอเชียมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศจีน โดย HSBC เองเป็นหนึ่ง 1 สถาบันการเงินที่สนับสนุนกฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ของฮ่องกง และมีความพยายามที่จะบาลานซ์ความสัมพันธ์ระหว่างรายได้หลักๆ ในจีน กับการทำธุรกิจกับสถาบันการเงินอื่นๆ ในตะวันตก ซึ่งเป็นความท้าทายของธนาคารอย่างมาก

ขณะเดียวกัน HSBC เองก็อยู่ในสภาพที่กำลังปรับโครงสร้างองค์กรอย่างหนัก เนื่องจากสภาวะด้านเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา รวมไปถึง COVID-19 ทำให้ธนาคารต้องเร่งเดินหน้าแผนการปลดพนักงานถึง 35,000 รายไวขึ้นกว่าเดิม โดย CEO ของ HSBC ได้กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า ในสภาวะที่เศรษฐกิจและสภาพแวดล้อมด้านการเงินเปลี่ยนไป ทำให้ธนาคารต้องปรับตัวเพื่อที่จะแข็งแกร่งมากขึ้นและยั่งยืนกว่าเดิม

ไม่เพียงแค่นั้น HSBC ยังได้แจ้งว่าในปีนี้ธนาคารอาจต้องสำรองหนี้เสียสูงสุดถึง 13,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราวๆ 417,000 ล้านบาท

ที่มา – Sky News, BBC

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/hsbc-1h20-profit-down-65-percent-from-covid-19-3-aug-2020/

ไม่แจกถุงฟรีแล้ว “ยูนิโคล่” หวังช่วยลดปัญหาพลาสติกท่วมเมือง

หากใครเป็นนักช้อปเสื้อผ้าสัญชาติญี่ปุ่น คงรู้จักแบรนด์ “ยูนิโคล่” กันเป็นอย่างดี ด้วยสไตล์และคุณภาพที่ยังคงครองใจทั้งวัยรุ่นและวัยทำงานได้เป็นอย่างดี และยูนิโคล่กำลังจะทำกิจกรรม CSR เพื่อลดการใช้ถุงพลาสติกทั้งในแง่ของการแจกให้ลูกค้าและพลาสติกที่ใช้ในแพคเกจ 9.3 ล้านชิ้นในปีที่แล้ว ซึ่งยูนิโคล่เองก็ตั้งเป้าหมายทั่วโลกที่จะลดการใช้พลาสติกลงให้ได้ 85% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

คุณจันทร์จิรา ตอชะกุล ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ และการพัฒนาที่ยั่งยืน บริษัท ยูนิโคล่ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ยูนิโคล่ ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมานาน 9 ปี ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา เรายึดมั่นในการดำเนินธุรกิจและปฏิบัติตามพันธกิจด้านความยั่งยืนของบริษัทแม่ ควบคู่ไปกับการยึดมั่นในปรัชญา ‘ไลฟ์แวร์ (LifeWear)’ ซึ่งเน้นถึงการส่งมอบเสื้อผ้าที่มีคุณภาพและสวมใส่สบาย ให้เข้ามาช่วยเติมเต็มการใช้ชีวิตในแต่ละวันของผู้คนได้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ เรายังมุ่งมั่นสร้างสรรค์แนวคิดใหม่ๆ และพัฒนาในด้านต่างๆ  อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยทำให้สังคมของเราดีขึ้น  ซึ่งพันธกิจด้านความยั่งยืนที่ยูนิโคล่ยึดถือและปฏิบัติครอบคลุม 3 ด้านด้วยกัน คือ ผู้คน ชุมชน และโลก

ทั้งนี้ ยูนิโคล่เชื่อมั่นในศักยภาพของทุกคน และมีการจ้างงานผู้ที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาและร่างกาย โดยมีการร่วมมือกับสถาบันราชานุกูล และสมาคมกีฬาสเปเชียลโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในการจ้างงานและพัฒนาศักยภาพบุคลากร โดยปัจจุบันยูนิโคล่ได้จ้างงานผู้ที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาและร่างกายรวม 23 คนให้ทำงานที่สำนักงานใหญ่ และที่ร้านยูนิโคล่ใน 16 สาขาทั่วประเทศ ตรงตามเป้าหมายการจ้างงานของปีงบประมาณนี้

“บริษัทตั้งเป้าจะสร้างงานให้กับผู้มีความบกพร่องทางสติปัญญาและร่างกายให้ได้ อย่างน้อยร้านละ 1 คนจากทั้งหมด 50 สาขา ซึ่งเราต้องมีการอบรมผ่านโครงการต่างๆ รวมถึงพัฒนาพนักงานให้มีความสามารถมากขึ้น”

โดยยูนิโคล่ยังสนับสนุนพนักงานให้มีโอกาสได้พัฒนาตนเองไปพร้อมกับการเติบโตของบริษัทผ่านโครงการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมให้ไปทำงานแลกเปลี่ยนในต่างประเทศ รวมถึงโครงการ ‘ผู้จัดการร้านฝึกหัด’ หรือ UNIQLO Manager Candidate (UMC) ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ช่วยสนับสนุนพนักงานให้ได้พัฒนาตัวเองอย่างก้าวกระโดด พร้อมรับโอกาสในการเป็นผู้จัดการตั้งแต่เรียนจบใหม่ๆ ที่จะช่วยให้แต่ละคนสามารถวางแผนอนาคตในการทำงานได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ด้วยความตั้งใจที่จะส่งความสุขให้ทุกคนผ่านเสื้อผ้าเพื่อสร้างสรรค์สังคมที่ดียิ่งกว่าเดิม ยูนิโคล่ ประเทศไทย จึงส่งเสริมการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน พร้อมรับผิดชอบต่อสังคมผ่านกิจกรรมน่าสนใจมากมาย

  • Recycling Clothes Donation: โครงการเพื่อสังคมซึ่งเกิดขึ้นจากการที่ยูนิโคล่ผลิตเสื้อผ้าคุณภาพสูงและทนทาน จึงทำให้สินค้าสามารถใช้ได้อย่างยาวนาน และแม้ว่าลูกค้าจะไม่ใส่แล้ว ก็สามารถส่งต่อเสื้อผ้าให้กับผู้ที่ขาดแคลนได้ โดยโครงการนี้เริ่มต้นที่ไทยในปี 2555 และได้บริจาคเสื้อผ้ากว่า 78,000 ชิ้น (นับถึงเดือนพฤษภาคม 2563) ให้กับผู้ขาดแคลนกว่า 4,500 คนผ่านพาร์ทเนอร์ เช่น สมาคมอาสาสมัครสันติ (Shanti Volunteer Association – SVA) คณะกรรมการการศึกษาเพื่อผู้อพยพชาวพม่า (Burmese Migrant Workers’ Education Committee – BMWEC) ในจังหวัดตาก และมูลนิธิบ้านร่มไทร จังหวัดเชียงใหม่
  • 10 Million Masks Donation: บริษัท ฟาสต์ รีเทลลิ่ง จำกัด ต้องการสนับสนุนความพยายามในการต่อสู้กับการระบาดของโรคโควิด-19 จึงได้บริจาคหน้ากากอนามัยจำนวน 10 ล้านชิ้นให้กับสถาบันการแพทย์ทั่วโลก โดยยูนิโคล่ ประเทศไทย ได้บริจาคหน้ากากอนามัยจำนวน 500,000 ชิ้นให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศ เช่น โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ และโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต
  • Education Center: กิจกรรมอบรมให้ความรู้และสอนทักษะการทำงานในร้านยูนิโคล่สำหรับผู้บกพร่องทางสติปัญญาจัดขึ้นมาแล้ว 2 ปี จากความร่วมมือของยูนิโคล่กับสถาบันราชานุกูล เพื่อสร้างโอกาสในการทำงานสำหรับผู้คนกลุ่มนี้
  • In-Store Shopping Experience: ยูนิโคล่จัดกิจกรรมเสริมทักษะด้านสังคมและการเรียนรู้สำหรับเยาวชนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญามาตั้งแต่ปี 2558 โดยร่วมมือกับสถาบันราชานุกูล และสมาคมกีฬาสเปเชียลโอลิมปิคแห่งประเทศไทย เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ในการเรียนรู้และพัฒนาทักษะทางสังคมผ่านการเลือกซื้อเสื้อผ้าด้วยตนเอง โดยมีอาสาสมัครจากพนักงานยูนิโคล่คอยให้ความช่วยเหลือ ปัจจุบันมีการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมนี้มาแล้วรวม 9 ครั้ง โดยมีเยาวชนเข้าร่วมกว่า 200 คน จาก 12 โรงเรียน

จากปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก ยูนิโคล่จึงมุ่งมั่นที่จะสร้างธุรกิจที่มีความยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยการสร้างค่านิยมใหม่ให้กับผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมที่ยกระดับคุณภาพและการใช้งานเพื่อสังคมที่ยั่งยืน โดยสินค้าของยูนิโคล่มีคุณภาพสูงและมาพร้อมนวัตกรรมที่ผ่านการรังสรรค์มาเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น กางเกงยีนส์ยูนิโคล่ ซึ่งพัฒนาขึ้นที่ศูนย์นวัตกรรมยีนส์ (Jeans Innovation Center) ในลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ที่นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการลดปริมาณน้ำที่ใช้ในกระบวนการผลิตยีนส์ เสื้อโปโล DRY-EX ซึ่งทำจากขวดพลาสติก PET รีไซเคิล ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยนวัตกรรมสุดล้ำนี้ช่วยทำให้เหงื่อแห้งได้อย่างรวดเร็ว และรีไซเคิลสินค้าดาวน์ขนเป็ด ซึ่งร้านค้ายูนิโคล่ในหลายประเทศทั่วโลกได้เปิดรับผลิตภัณฑ์ดาวน์ขนเป็ดที่ลูกค้าไม่ใช้แล้ว ก่อนจะนำมาผ่านกระบวนการรีไซเคิลและนำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยยูนิโคล่เตรียมวางจำหน่ายสินค้าดาวน์ขนเป็ดที่ผ่านกระบวนการรีไซเคิลในฤดูหนาวที่จะถึงนี้

นอกจากนั้น ยูนิโคล่ยังเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED ภายในร้าน ซึ่งช่วยประหยัดพลังงานไปได้ประมาณ 20-50% เมื่อเทียบกับหลอดฟลูออเรสเซนต์แบบเดิม รวมถึงมุ่งมั่นที่จะลดปริมาณพลาสติกใช้แล้วทิ้งลงตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เพราะปัญหาขยะพลาสติกถือเป็นประเด็นที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังวิตก และมีพลาสติกชิ้นใหม่ลงสู่ทะเลปริมาณปีละ 8 ล้านตัน นอกเหนือจากที่คาดกันว่ามีขยะในทะเลอยู่แล้ว 150 ล้านตัน ยูนิโคล่จึงเปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นกระดาษหรืองดการใช้พลาสติกมากขึ้น และพยายามลดการใช้พลาสติกใช้แล้วทิ้งสำหรับคลิปเสื้อเชิ้ต ป้ายบอกขนาด และบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการขนส่ง

เพื่อบรรลุเป้าหมายของ บริษัท ฟาสต์ รีเทลลิ่ง จำกัด ในการลดปริมาณการหยิบยื่นพลาสติกใช้แล้วทิ้งให้กับลูกค้าภายในร้านลง 85ภายในปี 2563 ยูนิโคล่จึงสนับสนุนให้ลูกค้าใช้ถุงผ้า Eco Bag ซึ่งทำมาจากผ้าฝ้ายที่ผลิตด้วยวิธีการยั่งยืนและได้การรับรองจากองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร Better Cotton Initiative (BCI) นอกจากนั้น ตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคมนี้ ยูนิโคล่จะงดให้บริการถุงพลาสติกสำหรับใส่สินค้า และเปลี่ยนมาใช้ถุงกระดาษที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะทำมาจากกระดาษรีไซเคิลที่ผ่านการรับรองจากการจัดการป่าไม้ FSC (Forest Stewardship Council) โดยถุงกระดาษนี้จะจำหน่ายในราคาถุงละ 2 บาท รายได้ส่วนหนึ่งจากการจัดจำหน่ายจะมอบให้แก่มูลนิธิช่วยชีวิตสัตว์ป่าแห่งประเทศไทย (WARF) เพื่อนำไปสนับสนุนกิจกรรมอนุรักษ์สัตว์ป่า พร้อมลดการสร้างขยะพลาสติกให้กับสิ่งแวดล้อม

 

“เป้าหมายของ ฟาสต์ รีเทลลิ่ง คือมุ่งลดปริมาณการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งในร้านสาขาทั่วโลกให้ได้ 85% หรือประมาณ 7,800 ตันต่อปี ภายในสิ้นปี 2563 โดยยูนิโคล่มุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจไปพร้อมกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งจะช่วยสร้างพลังและพัฒนาผู้คน ชุมชน และโลก ให้เติบโตไปพร้อมกันผ่านพันธกิจ ปลดล็อกพลังแห่งเสื้อผ้า’ ของเราต่อไป” คุณจันทร์จิรา กล่าวสรุป

 

from:https://www.thumbsup.in.th/uniqlo-plastic-csr?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=uniqlo-plastic-csr

GIGABYTE เปิดตัว AERO ใหม่ซึ่งเป็นโน้ตบุ๊ค AI ที่ทรงพลังที่สุดที่ออกแบบมาสำหรับครีเอเตอร์

(แล็ปท็อปสำหรับครีเอเตอร์ AERO ซีรีส์ แล็ปท็อปรุ่นใหม่ของ GIGABYTE  ได้รับรางวัล Red Dot Award)

ผู้ผลิตพีซีชั้นนำอย่าง GIGABYTE เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 เมษายนซึ่งเป็นแล็ปท็อปรุ่นใหม่สำหรับซีรีย์ AERO ซึ่งเป็นกลุ่มครีเอเตอร์แล็ปท็อปที่ได้รับรางวัล Red Dot Design Award 2020

แล็ปท็อปรุ่นใหม่นี้มาพร้อมกับโปรเซสเซอร์ Intel® Core ™ H-series 10Th Gen และกราฟิก NVIDIA®GeForce® RTX 20 SUPER™ พร้อมด้วย Adobe Creative Cloud ฟรี 3 เดือน – ของแถมที่มีมูลค่า 238.47 ดอลลาร์สหรัฐโดย ผู้ผลิต GPU NVIDIA

📢 เปิด PRE-ORDER GIGABYTE Creator Laptop AERO ‼📢
🌟 Pre-order 17 กรกฎาคม – 7 สิงหาคม 2563
จัดส่งให้ลูกค้าได้วันที่ 8 – 16 กันยายน เป็นต้นไป

รับฟรี HyperX Cloud Alpha – Gaming Headset (Red) / GBT Gaming Bag หรือ Wacom Intuos S / GBT Gaming Bag 🔥✨

*พิเศษ สั่งซื้อ GIGABYTE รุ่นใดก็ได้ที่ใช้ Geforce RTX 20 Series รับฟรี Death Stranding on PC game ตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม – 31 กรกฎาคม 2563
——————————————–
AERO 15 OLED (Intel 10th Gen):https://bit.ly/2CfB7xH
AERO 15 (Intel 10th Gen):https://bit.ly/30lyEK2
AERO 17 HDR (Intel 10th Gen):https://bit.ly/3fGkMjW
———————————————
สั่งจองหรือสอบถามได้ที่ 👇

GIGABYTE : https://bit.ly/2CNjapO

Facebook : สั่งซื้อผ่าน Google Forms : https://bit.ly/3fE8ecI

JD Central

AERO 15 OLED YB : https://www.jd.co.th/product/8739352.html
AERO 17 HDR WB : https://www.jd.co.th/product/8819871.html
AERO 15 YB : https://www.jd.co.th/product/8739542.html
AERO 15 XB : https://www.jd.co.th/product/8740244.html
AERO 15 OLED KB : https://www.jd.co.th/product/8750465.html
AERO 15 KB : https://www.jd.co.th/product/8740533.html

#Preorder #AERO #gigabyte #CreatorLaptop

ความคิดสร้างสรรค์เริ่มต้นที่นี่: AERO แล็ปท็อปที่ออกแบบมาสำหรับครีเอเตอร์

ในวันที่16 เมษายน GIGABYTE ได้เปิดตัวแล็ปท็อป AERO ซีรีส์ใหม่อย่างเป็นทางการที่มาพร้อมกับโปรเซสเซอร์ Intel® Core ™ H-series 10Th Gen : AERO 15 OLED ขนาด 15 นิ้วพร้อมจอแสดงผล 4K UHD; AERO ขนาด 17 นิ้ว รุ่น 17 HDR; 15 นิ้ว รุ่น AERO 15 พร้อม FHD 144Hz; และ AERO 17 หน้าจอขนาด 17 นิ้วพร้อม FHD 144Hz

โน้ตบุ๊ก Microsoft Azure AI เครื่องแรกของโลก, โน้ตบุ๊ก AERO series ของ GIGABYTE ได้รับการติดตั้งด้วย AI ที่ตรวจจับการใช้งานแอพพลิเคชั่นและรวบรวมข้อมูลการกำหนดค่าของโปรเซสเซอร์,กราฟิกและพัดลม

เรียนรู้จากฐานข้อมูลคลาวด์ Azure นั้น , AI จะปรับการกำหนดค่าของแล็ปท็อปโดยอัตโนมัติเพื่อให้สภาพแวดล้อมการทำงานมีความเสถียรและสะดวกสบายสำหรับครีเอเตอร์จึงไม่จำเป็นต้องกำหนดค่าด้วยตนเอง

ด้วยโปรเซสเซอร์ Intel® Core ™ i9-10980HK, การ์ดกราฟิก NVIDIA GeForce® RTX 2080 SUPER ™และ AI ที่ปรับปรุงใหม่, แล็ปท็อปรุ่นใหม่จะได้รับประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก , เรนเดอร์ริ่ง 3D บน Cinema 4D 30% * เร็วกว่ารุ่นก่อนหน้า

หนึ่งในครีเอเตอร์ที่ใช้ AERO 17 HDR สำหรับสร้างผลงานสร้างสรรค์ของพวกเขาคือ Mark AJ Nazal ศิลปินเอฟเฟกต์ที่ได้รับรางวัลเอ็มมี่อะวอร์ด รางวัลที่เกี่ยวข้องกับการผลิตละครโทรทัศน์ที่มีชื่อเสียงเช่น Lucifer และ Westworld , Nazal กล่าวว่าแล็ปท็อป AERO ของเขานั้นประกอบไปด้วยโปรเซสเซอร์และกราฟิกที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเขาด้วยการทำให้เขาสามารถแสดงตัวอย่างได้อย่างรวดเร็วและการพกพาที่สะดวกของแล็ปท็อปทำให้เขาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

((Mark AJ Nazal  โพสต์วิดีโอตัดต่อบน AERO 17 HDR)

ความคมชัด + สีมาตรฐาน: แล็ปท็อป 4K HDR AMOLED

 “ฉันรู้ว่าสีถูกปิดเป็นเวลานานและDaVinci Resolve หยุดทำงานบนพีซีของฉันด้วยเหตุผลบางอย่าง” ซิลเวีย เรย์ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์อิสระผู้กำกับโดยตรงและผู้เขียนบทภาพยนตร์กล่าว“ จนกระทั่งฉันได้รับ AERO 15 OLED สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่าอะไรกำลังทำงานอะไรไม่ได้ทำและทำการปรับเปลี่ยนที่ฉันต้องการ เมื่อฉันมีการส่งออกงานขั้นสุดท้ายการแก้ไขตัวอย่างเป็นเรื่องเล็กน้อยและใช้เวลาน้อยกว่าหนึ่งนาทีในการส่งออกของฉัน”

แล็ปท็อปซีรีย์ AERO เป็นรุ่นแรกที่ติดตั้งจอแสดงผล Samsung AMOLED ซึ่งไม่เพียงแต่รองรับ 100% DCI-P3 ซึ่งเป็นโทนเสียงมาตรฐานสำหรับเนื้อหาดิจิทัล แต่ยังสอดคล้องกับมาตรฐาน VESA Display HDR 400 True Black เมื่อเทียบกับ LCD ซึ่งรองรับช่วง sRGB จอแสดงผลของ AERO จะสามารถแสดงสีและรายละเอียดได้มากขึ้น 25% จอแสดงผลทั้งหมดได้รับการรับรองและสอบเทียบด้วยเครื่องมือสอบเทียบสีระดับมืออาชีพXrite ™Pantone® ในขณะที่ผู้ผลิตส่วนใหญ่เป็นเพียงตัวอย่างการทดสอบ , GIGABYTE ยืนยันในการปรับเทียบจอแสดงผลทุกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าแล็ปท็อป AERO ทุกตัวแสดงสีที่ถูกต้องที่สุดแก่ผู้ใช้

(AERO 15 OLED แสดงสีที่แม่นยำทำให้ Sylvia Ray แสดงตัวอย่างการแก้ไขของเธอแบบเรียลไทม์)

เริ่มตั้งแต่วันนี้แล็ปท็อปสำหรับครีเอเตอร์ซีรีย์ AERO เต็มรูปแบบรวมถึง AERO 15 OLED, AERO 15, AERO 17 HDR และ AERO 17 จะวางจำหน่ายผ่านช่องทางหลักทั้งหมด ผู้ซื้อสตูดิโอ RTX จะได้รับสิทธิ์เป็นสมาชิก Adobe Creative Cloud ฟรีสามเดือนจาก NVIDIA ผู้ผลิต GPU ชั้นนำ

* AERO 15 OLED XA (NVIDIA® GeForce RTX ™ 2070 Max-Q / Intel® Core ™ i7-9750H / DDR4 2666MHz 8G * 2 / SSD 512G) เทียบกับ AERO 15 OLED XB (NVIDIA®GeForce® RTX 2070 SUPER ™ Max-Q) / Intel® Core ™ i7-10875H / DDR4 2666MHz 8G * 2 / หน่วยความจำIntel® Optane ™ H10 พร้อม Solid State Storage (32GB + 512GB) เงื่อนไขการทดสอบ: Photoshop: การทดสอบการประมวลผลแบบแบทช์ – แปลงชุดไฟล์ (ภาพ JPG) เป็นภาพ PNG / หลังจากผล: การทดสอบการส่งออกวิดีโอ – การส่งออกวิดีโอ H.264 ใน After Effect CC / Cinema 4D: การทดสอบการแสดงผล 3 มิติ – การส่งออกโครงการ 4D ภาพยนตร์ เป็นภาพ

 

from:https://notebookspec.com/pr-gigabyte-aero-15-17/530984/

Garmin มีตัวถอดรหัสแรนซัมแวร์ที่ทำให้ระบบล่มเมื่อปลายเดือนก่อนแล้ว

เมื่อสัปดาห์ก่อนบริการของ Garmin หลายส่วนถึงกะต้องหยุดให้บริการไปเพราะถูกแรนซัมแวร์โจมตี โดยวันนี้มีข่าวยืนยันอย่างไม่เป็นทางการว่าบริษัทได้ตัวถอดรหัสมาแล้ว ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าบริษัทได้ยอมจ่ายเงินค่าไถ่เพื่อแลกมา

เมื่อราววันที่ 24 กรกฏาคมเกิดเหตุการ Garmin ถูกแรนซัมแวร์ wastedlocker โจมตีจนส่งผลกระทบกับหลายบริการ สามารถติดตามข่าวเก่าได้ที่นี่ ล่าสุดวันนี้ BleepingComputer ได้คำยืนยันจากพนักงานภานในอย่างไม่เป็นทางการว่าบริษัทมีตัวถอดรหัสแล้ว จึงสามารถกู้คืนไฟล์กลับมาได้หลังหยุดชะงักไป 4 วัน 

ประเด็นที่น่าสนใจของเหตุการณ์นี้คือ Garmin จ่ายค่าไถ่ไปหรือเปล่าและจ่ายไปเท่าไหร่ เนื่องจากตอนแรกคนร้ายเสนอเงินค่าไถ่ถึง 10 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือว่ามีการต่อรองกันอย่างไร ทั้งนี้เป็นที่รู้กันดีว่าแรนซัมแวร์ตัวนี้ยังไม่มีเครื่องมือถอดรหัสฟรี ทั้งหมดนี้ยังเป็นปริศนาที่บริษัทยังไม่แถลงออกมา แต่ก็เป็นตัวอย่างที่ดีอีกรายหนึ่งนะครับ ว่าหากองค์กรปกป้องตัวเองไม่ดีแล้ว จะเดือนร้อนขนาดไหน

ที่มา :  https://www.bleepingcomputer.com/news/security/confirmed-garmin-received-decryptor-for-wastedlocker-ransomware/

from:https://www.techtalkthai.com/garmin-mysteriously-got-wastedlocker-ransomware-decryptor/

อาร์ทีบีฯ อวดโฉมหูฟัง ATH-M50xBT Purple Black และ ATH-M50x Purple Black

เรียกได้ว่าออกหูฟังคุณภาพมาเอาใจแฟนคลับกันอย่างต่อเนื่องจริงๆ สำหรับ บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด ที่ล่าสุดเตรียมอวดโฉมหูฟังสีใหม่จากแบรนด์หูฟังที่มียอดขายอันดับหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นอย่าง “ออดิโอ-เทคนิก้า” (Audio-Technica) จาก 2 รุ่นที่เป็นนวัตกรรมสุดยอดหูฟังของแบรนด์ ได้แก่ รุ่น ATH-M50xBT Purple Black และ รุ่น ATH-M50x Purple Black โดยหูฟังทั้งสองรุ่นนี้ถือเป็น Limited Edition ประจำปี 2020  โดดเด่นด้วยการออกแบบสุดเรียบหรูด้วยดีไซน์ตัวเครื่องสีม่วงสดใสตัดกับสีดำด้าน (Purple Black) ได้อย่างลงตัว นอกจากนี้หูฟังรุ่น ATH-M50xBT เป็นหูฟังไร้สายแบบครอบหูในกลุ่ม Studio Monitor ที่มืออาชีพนิยมใช้ในการทำเพลง โดยล่าสุดเพิ่งได้รับรางวัล The Best Bluetooth Headphones” จากงาน T3 Awards 2020 และยังได้รับความนิยมจากคนดังระดับโลกอย่าง Lady Gaga ที่เลือกใช้หูฟังจากแบรนด์ “ออดิโอ-เทคนิก้า” (Audio-Technica) ด้วยคุณภาพของเสียงและการออกแบบที่ดีที่สุด  ขณะที่ตัวหูฟังรุ่น ATH-M50x เป็นหูฟังแบบ Full size ระดับยอดนิยมในกลุ่ม Monitoring ที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อใช้ในงานอัดเสียงในสตูดิโอระดับมืออาชีพ ด้วยชื่อเสียงที่มีมานานกว่า 10 ปี ทำให้วันนี้หูฟัง“ออดิโอ-เทคนิก้า” (Audio-Technica) เป็นแบรนด์ที่สร้างยอดขายมากกว่า 1.5 ล้านเครื่องทั่วโลกและได้รับการยอมรับจากแฟนๆทั่วโลกว่าเป็นหูฟังที่ทีดีสุดอีกด้วย

สำหรับ ATH-M50xBT Purple Black เป็นหูฟังไร้สายแบบครอบหูในกลุ่ม Studio Monitor ที่มืออาชีพนิยมใช้ในการทำเพลง โดดเด่นด้วยการเชื่อมต่อไร้สายแบบด้วย Bluetooth 5.0 เพื่อความสะดวกสบาย และหลากหลายในการฟังเพลงยิ่งขึ้น พร้อมกับไดร์ฟเวอร์ขับเสียง Neodynium ขนาด 45 มิลลิเมตร คุณภาพเยี่ยม โดยใช้แม่เหล็กพลังสูง และใช้ขดลวดมีความบริสุทธิ์ของค่าทองแดงระดับ 6N เพื่อมอบประสบการณ์รับฟังทุกรายละเอียดของเสียงดนตรีได้อย่างคมชัดสมจริงใกล้เคียงกับเสียงในสตูดิโอระดับมืออาชีพที่สุด ทั้งยังให้สัมผัสถึงพลังเสียงเบสที่นุ่มลึกอีกด้วย ยังได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันในทุกรายละเอียด และสวมใส่สบายด้วยวัสดุชั้นเยี่ยม สามารถใส่ฟังเพลง สามารถใส่ทำงาน และฟังเพลงได้เป็นเวลานานโดยไม่เจ็บหู ทั้งยังทนทาน สามารถพับเก็บและหมุนได้ 90 องศา ช่วยเพิ่มความคล่องตัวเมื่อต้องการใช้งานได้อย่างสะดวกไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม รวมถึงมีปุ่มควบคุมบนหูฟัง ทำให้เพิ่มความสะดวกในการฟังเพลง เลือกเพลง รับสาย วางสาย และปรับระดับความดังของเสียงเพลงด้วยปุ่มควบคุมที่ตัวหูฟัง หรือควบคุมการสั่งงานผ่าน Audio-Technica Connect App บนสมาร์ทโฟนได้อย่างสะดวกและง่ายดายยิ่งขึ้น โดยในแพ็คเกจให้สายเคเบิ้ลเพื่อรองรับการใช้งานขนาด 1.2 เมตร และสายชาร์จขนาด 30 เซนติเมตร และตัวแบตเตอรี่รองรับการใช้งานแบบไร้สายได้นานสูงสุด 40 ชม.โดยสามารถหาซื้อ Audio-Technica ATH-M50xBT Purple Black ได้แล้ววันนี้ ในราคา 7,990 บาท

ในขณะที่ ATH-M50x Purple Black เป็นหูฟังแบบ Full size ระดับยอดนิยมในกลุ่ม Monitoring ที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการได้ยินทุกรายละเอียดและความเป็นธรรมชาติของเสียงเพลง หรือต้องการใช้ในงานอัดเสียงในสตูดิโอระดับมืออาชีพ เนื่องจากความโดดเด่นของระบบเสียงสุดคมชัด โดยไม่ปรุงแต่งย่านเสียงต่างๆ ทำให้ได้รายะเอียดของเสียงที่สมดุลครบเครื่องในทุกย่านเสียงและพลังเสียงเบสที่นุ่มลึก พร้อมกับไดร์ฟเวอร์ขับเสียงขนาดใหญ่ 45 มิลลิเมตร ช่วยให้การถ่ายทอดเสียงมีความชัดเจนและสมจริงเป็นธรรมชาติใกล้เคียงกับต้นฉบับเป็นอย่างมาก ขณะที่ตัวหูฟังผลิตจากวัสดุพลาสติกขึ้นรูปชั้นเยี่ยมพร้อมที่ครอบหูเกรดเดียวกับหูฟังมืออาชีพ ให้ความสบาย ทำให้สามารถใส่ฟังเพลงได้เป็นเวลานานโดยไม่เจ็บหู และช่วยให้ได้ยินเสียงเพลงคมชัดทุกรายละเอียด ไม่โดนรบกวนจากเสียงภายนอก ทั้งยังทนทาน สามารถพับเก็บใส่กระเป๋าและหมุนได้ 90 องศา อีกทั้งสายหูฟังยังสามารถถอดออกได้ จึงเหมาะกับการพกพาใช้งานเมื่อเดินทางได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น โดยสามารถหาซื้อ Audio-Technica ATH-M50x Purple Black ในราคา 6,490 บาท

โดยหูฟังรุ่น ATH-M50x BT Purple Black และรุ่น ATH-M50x Purple Black จะวางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ Mercular  สิทธิพิเศษซื้อวันนี้เมื่อซื้อ หูฟัง Limited Edition แถมกระเป๋าใส่หูฟัง Audio-Technica ฟรี  (มูลค่าใบละ 2,190 บาท )สินค้ามีจำนวนจำกัด  สำหรับสาวก “ออดิโอ-เทคนิก้า” ที่ชื่นชอบหูฟังมอนิเตอร์เสียง หรือ หูฟังที่ครองใจคนดนตรี สามารถหาซื้อคอลเลคชั่นพิเศษ Limited Edition ประจำปี 2020 ได้แล้ววันนี้ ได้ที่ตัวแทนจำหน่ายของ Audio-Technica ได้เร็วๆนี้ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทาง www.facebook.com/AudioTechnica.Thailand และซื้อได้ที่ https://www.mercular.com/audio-technica

from:https://notebookspec.com/pr-ath-m50xbt-purple-black-ath-m50x-purple-black/530979/

Google เผยช่องโหว่ Zero-day ที่ถูกใช้โจมตีในปี 2020

ผ่านไปครึ่งปีนักวิจัยด้านความมั่นคงปลอดภัยของ Google ได้ทำลิสต์ติดตามช่องโหว่ Zero-day ที่ถูกคนร้ายใช้งานแล้วในปีนี้

ช่องโหว่ที่น่าสนใจแบ่งตามผลิตภัณฑ์ได้ดังนี้

1.) Firefox

  • CVE-2019-17026 – ช่องโหว่ที่ยังติดอาวุธให้แก่คนร้ายเพื่อใช้งานร่วมกับช่องโหว่อื่นเพื่อทำการโจมตี โดยเพิ่งจะถูกแพตช์ไปเมื่อต้นมกราคมนี้เอง 
  • CVE-2020-6819 และ CVE-2020-6820 – ช่องโหว่ร้ายแรงซึ่งเกิดจากปัญหา Use-after-free (ติดตามเพิ่มเติมได้ที่นี่) โดย Firefox ถูกแพตช์ไปแล้วในเวอร์ชัน 74.0.1

2.) Internet Explorer

ช่องโหว่นี้ถูกใช้งานในเคมเปญเดียวกันกับ CVE-2019-17026 บน Firefox โดยเชื่อว่าแฮ็กเกอร์ระดับชาติจากเกาหลีที่ชื่อ DarkHotel เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง เพื่อสอดแนมเป้าหมายในจีนและญี่ปุ่น โดยเหยื่อจะถูก Redirect ไปยังเว็บไซต์อันตรายที่จะติด Gh0st RAT ต่อไป

3.) Chrome

CVE-2020-6418 ถูกแพตช์แก้ไขในเวอร์ชัน 80.0.3987.122 โดยเนื้อหาวิธีการโจมตีซึ่งถูกพบโดย Google เอง ไม่เคยถูกเปิดเผยออกมา

4.) Trend Micro 

เหตุการณ์ Mitsubishi Electric ถูกแฮ็กในปี 2019 เชื่อว่าเกิดขึ้นจากช่องโหว่หมายเลข CVE-2020-8467 และ CVE-2020-8468 บนผลิตภัณฑ์ OfficeScan ของ Trend Micro ซึ่งเพิ่งถูกแพตช์ย้อนหลังตามมาในปีนี้

5.) Sophos XG Firewall

ช่องโหว่ Zero-day หมายเลข CVE-2020-12271 นี้ถูกใช้โจมตีแล้วแต่เคราะห์ดีที่ทีมงานเบื้องหลังตอบโต้ได้เร็ว ติดตามเพิ่มเติมได้ที่นี่ 

6.) Microsoft

คงจะขาดไปไม่ได้สำหรับบริษัทซอฟต์แวร์ยักษ์ใหญ่ที่ครองแชมป์เรื่องช่องโหว่อยู่เสมอมา โดยช่องโหว่ Zero-day ที่น่าจับตาจาก Google มีอยู่ 3 รายการดังนี้

  • CVE-2020-0938 และ CVE-2020-1020 – Windows Adobe Type Manager Library ซึ่ง Microsoft กล่าวว่าสำหรับระบบที่ไม่ใช่ Windows 10 คนร้ายอาจสามารถใช้ช่องโหว่เพื่อลอบรันโค้ดจากทางไกลได้ (RCE) แต่สำหรับ Windows 10 คนร้ายที่โจมตีสำเร็จจะสามารถเข้าไป Execute โค้ดใน AppContainer Sandbox ด้วยสิทธิ์จำกัด 
  • CVE-2020-1027 – เป็นช่องโหว่ยกระดับสิทธิ์ที่เกิดขึ้นใน Windows Kernel

อย่างไรก็ดีทั้ง 3 ถูกแพตช์รอบเดียวกันในกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา ด้วยเหตุนี้จึงไม่สมควรขาดการอัปเดตครับ

ที่มา :  https://www.zdnet.com/article/google-eleven-zero-days-detected-in-the-wild-in-the-first-half-of-2020/

from:https://www.techtalkthai.com/google-tracks-zero-day-vulnerabilities-exploits-in-2020/

วิธีเช็คแอปที่รองรับการแชร์กันในครอบครัว (Family Sharing)

สำหรับใครที่ใช้งานการแชร์กันในครอบครัวหรือ Family Shari […] More

from:https://www.iphonemod.net/how-to-check-app-support-family-sharing.html

เบนช์มาร์คเผย Alienware m15 R3 แก้ปัญหาความร้อนแล้ว เย็นกว่ารุ่นก่อนหน้า ถึง 30 องศา

Alienware m15 R2 โน้ตบุ๊กเกมมิ่งตัวแรงของ Dell ที่มาพร้อมกับ Core i7 Gen 9th ในปีที่แล้ว แต่มีปัญหาอุณหภูมิเมื่อทำงานแบบฟูลโหลดพุ่งไปถึง 99 องศา ทำให้ปีนี้รุ่น m15 R3 มีการปรับเปลี่ยนระบบระบายความร้อนใหม่ โดยเพิ่มท่อทองแดงเวเปอร์เชมเบอร์ ในชื่อ “Cryo-Tech” เข้ามาช่วยระบายความร้อนให้ซีพียู หากเลือกรุ่นที่ใช้การ์ดจอ Nvidia เพิ่มใบพัดของพัดลมคู่มากขึ้น เพิ่มน้ำหนักท่อทองแดงอีก 39 เปอร์เซ็นต์ โดยไม่มีการเปลี่ยนหน้าตาภายนอก

ผลที่ได้ คือลดอุณหภูมิได้ถึง 30 องศา จากการทดสอบรุ่น Core i7 Gen 10th โดยเว็บไซต์ NotebookCheck.net จากอุณหภูมิ 99 องศาเดิม เหลือเพียงประมาณ 73 องศา โดย NotebookCheck ยังบอกอีกว่าเสียงพัดลมดังเท่ารุ่นเดิม แต่ก็มีข้อเสียเล็กน้อยคือน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นประมาณ 100 กรัม

No Description

No Descriptionผลการทดสอบ Prime95+FurMark ของรุ่น R2

No Descriptionผลการทดสอบ Prime95+FurMark ของรุ่น R3

ที่มา – NotebookCheck

from:https://www.blognone.com/node/117775