Palo Alto แจ้งเตือนช่องโหว่ PAN-OS ร้ายแรงสูงข้ามการล็อกอิน VPN, คาดจะมีการโจมตีเร็วๆ นี้

Palo Alto Networks รายงานช่องโหว่ของ PAN-OS ที่ทำให้แฮกเกอร์สามารถข้ามการยืนยันตัวตนในกรณีที่เปิดการยืนยันตัวตนแบบ SAML (Security Assertion Markup Language) เอาไว้ ทำให้แฮกเกอร์สามารถข้ามการล็อกอินทั้งหน้าเว็บอินเทอร์เฟซเอง และ GlobalProtect VPN ไปได้

กระบวนการยืนยันตัวตนผ่าน SAML จะมีตัวเลือก “Validate Identity Provider Certificate” หากเลือกไว้จะทำให้ช่องโหว่นี้ใช้การไม่ได้ อย่างไรก็ดีเซิร์ฟเวอร์ SAML จำนวนมากคอนฟิกด้วยใบรับรองแบบ self-signed ทำให้ผู้ดูแลระบบมักปิดคอนฟิกนี้เอาไว้ และหากเลือกขึ้นมาก็จะล็อกอินไม่ได้

ทางศูนย์ USCYBERCOM หน่วยบัญชาการความปลอดภัยไซเบอร์ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ แจ้งเตือนพร้อมกับระบุว่าน่าจะมีกลุ่มแฮกเกอร์ต่างชาติโจมตีเร็วๆ นี้

ทาง Palo Alto ระบุว่าพบข้อมูลช่องโหว่นี้จากภายนอกโดยเป็นช่องโหว่ที่ระบบตรวจสอบลายเซ็นดิจิทัลของระบบยืนยันตัวตน และความร้ายแรงของช่องโหว่นี้ทำให้คะแนน CVSSv3.1 สูงสุด 10/10 ตัวช่องโหว่กระทบ PAN-OS 8.0 ขึ้นมา (แต่เวอร์ชั่น 8.0 นั้นหมดอายุซัพพอร์ตแล้ว ต้องอัพเกรดเป็น 8.1) โดยทางบริษัทออกแพตช์ PAN-OS 8.1.15, 9.0.9, และ 9.1.3 แก้ไขแล้ว

ที่มา – Palo Alto Networks

No Description

from:https://www.blognone.com/node/117232

Unity เปิดฟรีคอร์สสอนพัฒนาเกมทั้งหมด 350 ชม. ครอบคลุมเนื้อหา AR, VR, AI ด้วย

Unity ประกาศแจกคอร์สสอนทำเกมแบบพรีเมียม Unity Learn Premium ที่เดิมทีต้องเสียเงินค่าเรียนเดือนละ 15 ดอลลาร์ มาเป็นคอร์สแบบฟรีทั้งหมด

Unity บอกว่าทดลองเปิดคอร์ส Learn Premium เป็นคอร์สฟรีชั่วคราว 3 เดือนในช่วง COVID-19 และได้รับผลตอบรับล้นหลาม มีคนมาเข้าเรียนมากถึง 320,000 คน จึงตัดสินใจเปลี่ยนเป็นคอร์สฟรีแบบถาวร

คอร์ส Unity Learn Premium มีบทเรียนออนไลน์ความยาวรวมกว่า 350 ชั่วโมง ครอบคลุมเนื้อหาด้านการพัฒนาเกมทุกประเภท และหัวข้อที่เกี่ยวข้องอย่าง AR, VR, AI รายละเอียดคอร์สดูได้จาก Unity

ที่มา – Unity

No Description

from:https://www.blognone.com/node/117217

ยืนยันแล้ว OnePlus รุ่นถูกใช้ชื่อว่า OnePlus Nord, ราคาจะต่ำกว่า 500 ดอลลาร์

จากที่ OnePlus ยืนยันข่าวทำมือถือราคาถูกอีกครั้ง ล่าสุดบริษัทโพสต์วิดีโอสารคดีความยาวประมาณ 10 นาทีลง IGTV ของบัญชี @OnePlusLiteZThing (ซึ่งชัดเจนแล้วว่าเป็นชื่อหลอก) เปิดเผยชื่อซีรีส์ใหม่ว่า OnePlus Nord

ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลอื่นใดของ OnePlus Nord นอกจากข้อมูลราคาว่า “จะต่ำกว่า 500 ดอลลาร์” (เทียบกับราคาของ OnePlus 8 คือ 699 ดอลลาร์)

เว็บไซต์ CNET คาดว่า OnePlus Nord จะเปิดตัววันที่ 10 กรกฎาคมนี้

ที่มา – CNET

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/117230

WHO แถลง ชีวิตแบบ New Normal คือชีวิตที่ต้องคิดว่า “จะอยู่ร่วมกับไวรัสอย่างไร”

องค์การอนามัยโลก (WHO) แถลง สถานการณ์ตอนนี้ ยังไม่เข้าใกล้การสิ้นสุดของโรคระบาดเลย สิ่งที่ต้องทำสำหรับชีวิต new normal คือ การเรียนรู้ว่าจะอยู่กับโรคระบาดนี้ อยู่กับโควิด-19 นี้อย่างไร

Tedros Adhanom Ghebreyesus ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (WHO) แถลงว่า การติดตามหากลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับผู้ติดเชื้อ (tracing) เป็นมาตรการที่สำคัญที่สุดในการต่อสู้กับโควิด-19 ขณะนี้เวลาก็ล่วงเลยผ่านไปถึง 6 เดือนแล้ว นับตั้งแต่มีการยืนยันการติดเชื้อครั้งแรกกับองค์การอนามัยโลก ไม่มีใครคาดคิดว่าเราจะต้องเผชิญกับความวุ่นวายจากโรคเช่นนี้

โรคระบาดนี้ทำให้เราได้เห็นทั้งส่วนที่ดีที่สุดและส่วนที่เลวร้ายที่สุดของมวลมนุษยชาติ ทั่วโลกพยายามปรับตัว มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในการรับมือ สิ่งที่น่ากังวลคือการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผิดๆ และการทำให้ประเด็นโรคระบาดกลายเป็นเรื่องการเมือง

คำถามที่สำคัญต่อจากนี้ของหลายประเทศทั่วโลกคือ เราจะใช้ชีวิตร่วมอยู่กับไวรัสอย่างไร นี่คือภาวะปกติใหม่ (New Normal) เราทุกคนอยากให้สถานการณ์เช่นนี้จบลงเสียที แต่ตอนนี้ ภาวะเช่นนี้ยังไม่เข้าใกล้กับคำว่าทุกอย่างสิ้นสุดลงเลย แม้หลายประเทศได้พยายามอย่างเต็มที่ในการรับมือกับโควิด-19 แล้ว หลายแห่งก้าวหน้า หลายแห่งยังล้มเหลวอยู่ ขณะเดียวกันโควิด-19 ก็ยังระบาดไม่หยุด

เราสูญเสียกันมามากแล้ว แต่เราจะไม่สิ้นหวัง

นี่คือเวลาที่เราจะต้องทำให้ชุมชนของเราแข็งแกร่ง หยุดการแพร่ระบาดโควิดให้ได้ รักษาชีวิตให้ได้ เร่งทำวิจัย โดย Tedros ก็ยกตัวอย่างประเทศเกาหลีใต้ขึ้นมาและบอกว่าเดือนกุมภาพันธ์ เกาหลีใต้มีคนติดเชื้อมากเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากจีน จากนั้นทางเกาหลีใต้ก็ได้หารือกับ WHO และก็บอกว่าในที่สุดแล้ว เกาหลีใต้ก็สามารถหยุดการระบาดของโรคได้แม้ยังไม่มีวัคซีนก็ตาม

Tedros กล่าวว่า ถ้ารัฐบาลพยามอย่างดีที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการตรวจโรค การติดตามหากลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับผู้ติดเชื้อ แยกคนติดเชื้อให้อยู่ลำพัง กักกันโรค เหมือนอย่างที่เกาหลีทำ ในที่สุดแล้วก็น่าจะทำให้โรคระบาดนี้ค่อยๆ บรรเทาลง ซึ่งก็ต้องรวมถึงมาตรการที่ผู้คนต้องดูแลสุขอนามัยของตัวเอง ใส่หน้ากาก และใช้มาตรการ Social Distancing ถึงที่สุดแล้ว เราก็ยังต้องรอการพัฒนาวัคซีนจนกว่าจะสำเร็จต่อไป

ผ่านมาแล้ว 6 เดือน โควิด-19 ระบาดจนทำให้ผู้คนติดเชื้อมากถึง 10,278,458 ล้านคน เสียชีวิตรวม 504,936 คน (ราว 4.91%) รักษาหาย 5,219,513 คน (ราว 50.78%)

จำนวนผู้ติดเชื้อรายวันทั่วโลก ภาพจาก JHU

อ่านเพิ่ม

ที่มา – WHO, JHU

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/who-said-new-normal-is-living-with-the-covid-19/

รีวิว Thunder X3 DC3 เก้าอี้เล่นเกม ระบายอากาศดี วัสดุพรีเมียม นั่งสบาย เอนนอนได้

ใครที่เล่นเกมครั้งละนานๆ หรือเป็นคอเกมที่ชอบการลุยดันเจี้ยนคราวละหลายชั่วโมง ยิ่งเป็นเกม Battle Royal ในทุกวันนี้ เล่นกันเป็นทีม ต้องมี 2-3 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ แต่นั่งมากๆ บางทีเหงื่อออกก้น ก้นร้อน ปวดตูดหรือบางทีก็ปวดหลัง สิ่งนี้บอกได้เลยว่า เป็นเพราะการนั่งไม่มีคุณภาพ หรือเก้าอี้ไม่รองรับการนั่งของคุณ โอกาสที่จะทำให้เกิดปัญหาตามมาก็มีเยอะ ทางออกง่ายๆ เลยก็คือ เลือกเก้าอี้ที่ถูกใจรุ่น โดยปัจจุบัน เก้าอี้เล่นเกม ก็มีการพัฒนาไปมากขึ้น อีกทั้งราคายังเป็นมิตรกับเกมเมอร์เลยทีเดียว เช่นเดียวกับเก้าอี้จากค่าย THUNDERX3 ในรุ่น DC3 รุ่นนี้ ที่มาพร้อมกับความพิเศษหลายอย่าง ในราคาจับต้องได้ วัสดุเกรดพรีเมียมเลยเชียว

มาทำความรู้จักกับ THUNDER X3 กันก่อน หลายท่านที่ไม่ได้อยู่ในแวดวงของเกมมิ่งเกียร์ หรือเพิ่งเข้ามาเล่นเกมอย่างจริงจัง อาจจะไม่คุ้นหูมากนัก แต่ถ้าเป็นคนที่ชื่นชอบเกมมิ่งเกียร์ที่ขึ้นชื่อเรื่องวัสดุและคุณภาพ ในราคาที่จับต้องได้ มีไลน์ผลิตภัณฑ์จำหน่ายอย่างมากมายในปัจจุบัน THUNDER X3 จัดว่ามีอุปกรณ์ในซีรีส์ต่างๆ ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น เมาส์เกมมิ่ง คีย์บอร์ด หูฟัง รวมถึงบรรดา Accessories และเช่นเดียวกับ เก้าอี้เล่นเกม THUNDER X3 DC3 รุ่นนี้ ที่ถือว่าทำออกมาได้น่าสนใจเลยทีเดียว

THUNDER X3 DC3 สำหรับเก้าอี้ในรุ่น DC3 นี้ จะเป็นรุ่นที่ใส่ฟีเจอร์ในการใช้งานมาแบบจัดเต็ม เน้นที่ความสบายในการนั่ง ให้การระบายอากาศที่ดี ด้วยฟีเจอร์ Air Tech ที่มีช่องระบายอากาศเล็กๆ บนตัวเบาะ และใช้วัสดุที่เป็นหนังสังเคราะห์เกรดพรีเมียม ตรงจุดที่สัมผัสกับร่างกาย เพื่อความสบาย ไม่อับหรือร้อน พร้อมการปรับเอนได้แบบ 180 องศา ในช่วงที่อยากพักผ่อนระหว่างเล่น มีหมอนรองหลังและศีรษะ สามารถปรับระดับได้ รวมไปถึงที่วางแขนที่ปรับได้เช่นกัน จุดเด่นคือ เบาะค่อนข้างลึก จึงนั่งได้สุดตัว ไม่ต้องกลัวจะเอียงหรือวางขาได้ไม่เต็ม ด้วยโช๊คไฮดรอลิกรุ่นใหม่ รับน้ำหนักได้ถึง 125Kg ขาเป็นโลหะ และล้อคุณภาพสูง มีให้เลือก 3 สีด้วยกันคือ สีฟ้า/ดำ, แดง/ดำ และ ดำล้วน

หน้าตาของเก้าอี้ DC3 ที่ประกอบเสร็จแล้ว ในแง่ของการประกอบ ทำได้ง่าย เพราะมีรายละเอียด พร้อมกับเครื่องมือมาให้ ใส่เบาะพิงหลัง วางบนโช๊ค แล้วต่อขากับล้อหมุน เท่านี้ ไม่วุ่นวายครับ

หน้าตาของเบาะ ค่อนข้างทันสมัย จะเห็นที่พิงหลัง เป็นแบบหนังพรีเมียมมาหุ้มทั้งหมด ทำเป็นลายรูปเพชร มีเจาะรูระบายอากาศ แถบด้านบนที่เป็นสามเหลี่ยมจะทำเป็นลายคาร์บอนเคฟล่าร์ ให้ดูทันสมัย ตัดกับสีฟ้าด้านข้างที่เป็นเบาะตาข่ายสวยๆ

ด้านหลังของที่พิงศีรษะ มาพร้อมโลโก้ THUNDER X3 DC3 ตรงจุดนี้ยอมรับเลยว่าทางผู้ผลิตใส่ใจในเรื่องของวัสดุและความสวยงาม ตั้งแต่หน้ามาถึงด้านหลังเลยทีเดียว สายรัดด้านหลังนี้ จะเป็นตัวยึดหมอนรองศีรษะ ปรับระดับได้ด้วย

มาถึงในจุดที่เป็นเบาะรองหลัง หรือ Back Rest เป็นเบาะขนาดใหญ่วัสดุเป็นแบบเดียวกันกับตัวเบาะบนเก้าอี้หลัก เจาะรูมาด้วยเช่นกัน ติดโลโก้ THUNDERX3 มาด้วย ทำให้ดูกลมกลืนกันเลยทีเดียว

และด้านหลัง มีช่องที่ทำเป็นลายคาร์บอนเคฟลาร์เอาไว้ พร้อมกับสายรัด สำหรับปรับระดับเบาะรองหลังด้วย

ดูรายละเอียดของเบาะนั่งกันแบบชัดๆ จะเห็นว่าเก็บงานได้ดีทีเดียว เบาะหนังสีดำเจาะรู ตัดกับแถบผ้าเจาะรูสีสดใส เดินด้ายตะเข็บสีขาวมา ตรงกลางเป็นแถบตารางลายเพชร อยากให้มาลองเห็นแบบใกล้ๆ ทำได้ดีเดินราคา

ภาพรวมด้านบนของเก้าอี้รุ่นนี้ ทั้งลวดลายและช่องต่างๆ ดูลงตัวมากทีเดียว

ถ้าดูกันแบบละเอียด จะเห็นแถบที่เป็นลายคาร์บอนอยู่รอบตรงที่เป็นช่องสามเหลี่ยมด้านหลัง ซึ่งเดินด้ายและตัดเย็บอย่างปราณีต จึงดูเรียบเนียนไปกับดีไซน์ของเก้าอี้ ส่วนที่เป็นเบาะวางศีรษะไม่ชอบก็ปรับระดับหรือถอดออกได้เช่นกัน

Head rest ที่วางศีรษะเป็นเบาะนิ่ม มีลวดลายที่เป็นโลโก้ THUDERX3 มาด้วย เดินด้ายสีขาวโดยรอบ ให้อารมณ์เกมเมอร์ และสปอร์ตดีทีเดียว

มุมมองจากด้านข้างในแบบปกติ จะเป็นแนวการนั่งแบบ 100 องศา เอนนิดๆ เพื่อให้รองรับกับหลังได้พอดี ส่วนตัวคันโยกปรับเอนจะอยู่ทางขวามือด้านใต้

ตัวก้านล็อคด้านข้างนี้ มีไว้สำหรับปรับระดับสูงต่ำให้กับที่วางแขน ถ้าโต๊ะสูงอาจจะปรับขึ้นเล็กน้อย ส่วนถ้าโต๊ะเตี้ย แนะนำปรับลงสุด เพื่อไม่ให้ข้อศอกห้อยลงไปมา จะทำให้ไม่สบายเวลาที่เล่นนานๆ

นอกจากที่วางแขนจะปรับสูงต่ำได้ ก็ยังหันซ้าย-ขวาได้อีกเล็กน้อย เพื่อความสะดวกของผู้ใช้แต่ละคน จะหันเข้าหาตัวหรือหันออกก็ได้ตามถนัด

มุมมองจากเบาะ ที่เป็นเหมือนริมการ์ด ทำเป็นลายเคฟลาร์ ดูสวยและยังนิ่มอีกด้วย ตรงจุดนี้จะสัมผัสกับด้านข้างของขา ทำให้กระชับมากขึ้น

ขาโลหะแข็งแรง ติดตั้งเข้ากับล้อหมุน ด้วยการกดเข้าไปให้แน่น แล้วก็ใช้ได้เลย ไม่ยุ่งยาก

ล้อจะมีมาให้ 5 ชุด เป็นแบบที่เรียกว่า Nylon Caster จะต่างจากล้อที่เราเห็นทั่วไปก็คือ ไม่มีเสียงรบกวน และไหลลื่นดี เวลาที่ขยับตัว

โช๊คเป็นแบบ Gas Lift Class 4 ที่รับน้ำหนักได้มากสุด 150Kg มักนำมาใช้ใน เก้าอี้เล่นเกม คุณภาพสูง หลายรุ่นในท้องตลาด

ก้านปรับเอนนอน สำหรับคนที่ขี้เมื่อย หรือปรับระดับตามใจชอบ จะเลือกแบบเอนหลังพิงสบายๆ หรือจะเอนนอนไปก็ได้ 180 องศา

ภาพเก้าอี้ด้านหลังที่เรียกว่า สวยไม่แพ้ด้านหน้ากันเลย กับโครงสร้างที่ค่อนข้างใหญ่ เทียบได้กับเก้าอี้ระดับไฮเอนด์เลยทีเดียว

Conclusion
โดยภาพรวมถือว่า Gaming Chair จาก THUNDERX3 DC3 รุ่นนี้ เท่าที่ทดสอบลองนั่ง และใช้งานจริงจังประมาณ 4-5 วันความรู้สึกที่สัมผัสแรกเลยคือ ความนุ่มและแน่นของเบาะ และความกระชับของด้านข้างที่โอบเข้ามาเล็กน้อย ทำให้นั่งได้สบาย เรียกว่าเอนหลังไปได้แบบสุดๆ ส่วนหนึ่งจากเบาะที่ลึกเข้าไป ตรงหลังเพิ่มเบาะรองหลังมาด้วย ช่วยดันในช่วงที่กำลังสนุกกับเกมได้ดี โดยส่วนตัวแล้วหมอนบนศีรษะจะมีหรือไม่มีก็ได้ เพราะตัวเก้าอี้เดิมๆ ก็พิงได้แล้ว ส่วนเบาะที่เจาะรูมาให้ กับผิวสัมผัสทำให้รู้สึกสบายตัวกว่าแบบที่เป็นเบาะธรรมดา จากที่ได้ลองมาหลายๆ รุ่น ซึ่งในราคานี้ แทบจะหาได้ยาก กับการออกแบบมาในลักษณะนี้ นับว่าเทคโนโลยี AIR TECH ที่ช่วยระบบอากาศ ยิ่งอยู่ในห้องปรับอากาศด้วย เก้าอี้จะทำให้รู้สึกสบายตัวเวลาที่นั่งเล่นนานๆ โช๊คอัพนี่แทบไม่ต้องกังวล ตัวแอดเองหนักประมาณ 70Kg ก็เหลือๆ เอนนอนก็ทำได้เลย แทบไม่ต้องพะวงว่าจะหงายท้องไป เพราะรับน้ำหนักได้ 125-150 ร้อยกิโลกรัม เล่นไป เอนนอน ปรับได้สนุกมือ ถือว่า DC3 สอบผ่านในเรื่องของความ Comfort ได้ดีทีเดียว หมาะกับการเล่นเกมได้ยาวนาน กับคุณสมบัติเด่นมากมาย แต่จุดหนึ่งที่ผู้ที่ต้องการใช้ อยากให้ไปลองก่อน ก็คือ ขนาดและความสูงของเบาะ เมื่อรวมกับระดับพื้นฐานของเก้าอี้ อาจจะทำให้คนเล่น ขาลอยจากพื้นเล็กน้อย เรียกว่าแตะไม่เต็มเท้า บางคนอาจจะไม่สะดวกก็เป็นได้ แต่ถ้าใครไม่ซีเรียส ก็จัดได้เลยครับ

THUNDERX3 DC3 มีให้เลือก 3 สี ราคาประมาณ 5,990 บาท สั่งซื้อได้ที่ Topvalue

จุดเด่น
-เบาะนั่งระบายอากาศได้ดี
-ปรับเอนได้ 180 องศา
-เบาะมีความแน่น นั่งกระชับ
-ล้อเลื่อนแข็งแรง เคลื่อนไหวได้สะดวก

ข้อสังเกต
-มีระดับความสูงพอสมควร

from:https://notebookspec.com/thunder-x3-dc3-gaming-chair-air-breath/524166/

Linus Torvalds เผยอนาคต Linux หา Maintainer ยากขึ้นเรื่อยๆ, อนาคตอาจใช้ภาษาอื่นนอกจาก C และ Arm น่าจับตามอง

Linus Torvalds ผู้สร้าง Linux ได้ออกมาเล่าถึงความท้าทายในอนาคตของ Linux ในงาน Open Source Summit and Embedded Linux Conference ที่จัดขึ้นในสัปดาห์นี้แบบ Virtual ซึ่งก็มีประเด็นที่น่าสนใจมากมาย

ประเด็นแรกนั้น Linus ได้ให้ความเห็นว่า Linux เป็นเทคโนโลยีที่ทั้งน่าสนใจและน่าเบื่อในเวลาเดียวกัน เนื่องจากเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีอื่นๆ แล้ว เทคโนโลยีอื่นๆ นั้นมีอะไรที่น่าสนใจกว่าเรื่องของ Linux อยู่มากมาย แต่สำหรับคนอย่าง Linus และคนที่มีความสนใจในการทำงานของระบบในระดับ Low Level และการเชื่อมต่อกับ Hardware แล้ว Kernel ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ แต่อาจจะไม่ใช่สำหรับทุกคน

ถัดมานั้นเมื่อพูดถึงประเด็นเรื่องอนาคตของ Linux ที่ผู้คนในชุมชนเองก็ต้องมีการเปลี่ยนผ่านไปสู่คนรุ่นใหม่ Linus ก็บอกว่าที่ผ่านมาก็มีสมาชิกในชุมชนที่อายุไม่ถึง 50 อยู่มากมายและยังคงช่วยกันดูแลรักษาโค้ดของ Linux อยู่ แต่การหา Maintainer หน้าใหม่นั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะงานนี้เป็นงานที่ต้องทุ่มเท ในแต่ละวันต้องอ่านอีเมล์และตอบอีเมล์จำนวนมากอยู่ตลอด จึงไม่ใช่งานที่ทุกคนจะชอบทำนัก และทุกวันนี้ในชุมชนนักพัฒนาก็มี Maintainer ไม่เพียงพออยู่ ถึงแม้จะมีคนที่พัฒนาโค้ดใหม่ๆ เข้ามาอยู่ตลอดก็ตาม

ประเด็นถัดมาที่น่าสนใจก็คือการที่ภาษาใหม่ๆ อย่างเช่น Go หรือ Rust ที่อาจเข้ามาทดแทน C ได้ แต่สำหรับการพัฒนา Linux Kernel นั้น Linus ระบุว่า C จะยังคงมีบทบาทอยู่แน่ๆ และ C ก็ยังคงเป็นภาษาที่ได้รับความนิยมติด 10 อันดับแรกอยู่ แต่สำหรับส่วนอื่นๆ ที่นอกเหนือจาก Kernel อย่างเช่น Driver นั้น ทีมพัฒนา Kernel ก็กำลังพิจารณาให้มี Interface เพื่อพัฒนาด้วยภาษาอื่นๆ ได้อยู่ และภาษาอื่นๆ ก็จะกลายมาเป็นทางเลือกในการพัฒนาระบบส่วนนี้ได้

สำหรับ Arm นั้น ใน 10 ปีที่ผ่านมา Linus ก็มักได้รับคำบ่นจากเหล่านักพัฒนาว่าหา Hardware มาใช้งานได้ยาก แต่เมื่อ Apple ประกาศหันมาใช้ Arm แล้ว หลังจากนี้เหล่านักพัฒนาเองก็คงให้ความสนใจกับ Arm กันมากขึ้น และ Linus เองก็ได้ยกตัวอย่างถึง Graviton 2 ของ AWS ที่ถือเป็นตัวอย่างที่ดีในการใช้ Arm บน Cloud แต่กระนั้นนั่นก็ยังไม่ใช่ทางเลือกที่ดีสำหรับนักพัฒนา เพราะนักพัฒนาย่อมอยากมี Hardware อยู่ตรงหน้าและใช้งานทุกวันอยู่แล้ว

ที่มา: https://www.theregister.com/2020/06/30/hard_to_find_linux_maintainers_says_torvalds/

from:https://www.techtalkthai.com/linus-torvalds-on-linux-future/

ยืนยันแล้ว OnePlus Z จะเปลี่ยนชื่อเป็น OnePlus Nord เผยมากับกล้องเซลฟี่คู่ และเคาะเริ่มต้นไม่เกิน $500

เมื่อคืนที่ผ่านมา OnePlus ได้ปล่อยวิดีโอทีเซอร์ของ OnePlus Nord ว่าที่มือถือนักฆ่าเรือธงตัวล่าสุดของบริษัท โดยในคลิปดังกล่าวก็ได้เปิดเผยถึงข้อมูลสำคัญบางส่วนของมือถือรุ่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นชื่อเรียกที่ตอนนี้คอนเฟิร์มแล้วว่าใช้เป็น OnePlus Nord แน่นอน แถมยังมีบอกใบ้ราคาเปิดตัวมาอีกด้วย ซึ่งตรงนี้บอกเลยว่า ถ้าเคาะมาเท่านี้จริงๆ ตลาดแตกแน่ๆ

ใครที่สนใจอยากดูทีเซอร์ EP 1 ของ OnePlus Nord นี้ ก็สามารถไปหาดูได้ที่บัญชี Instagram @OnePlusZLiteThing ของพวกเขาได้เลยนะครับ (ไม่แน่ใจว่าตอนนี้เปิดเป็นสาธารณะหรือยัง ตอนผมฟอลแรกๆ ยังตั้งเป็น Private อยู่) ตัววิดีโอมีความยาวทั้งหมดประมาณ 10 นาที ตรงนี้ถ้าใครขี้เกียจดู ก็ไม่เป็นไร เพราะเดี๋ยวผมจะสรุปใจความสำคัญให้เพื่อนๆ เอง

เริ่มทีเซอร์มา ก็จะเจอกับ CEO คนเก่งอย่าง Pete Lau กันก่อนเลย โดยคุณ Pete ก็ไม่พูดน้ำอะไรมาก นอกจากบอกว่า OnePlus Nord จะเป็นสมาร์ทโฟนตัวแรกของ OnePlus ในรอบหลายปี ที่เปิดราคามาต่ำกว่า $500 หรือประมาณ 15,400 บาท แต่ว่าตรงนี้ต้องบอกก่อนว่าเป็นราคาที่ยังไม่บวกภาษีเข้าไปนะครับ คาดว่าหากคิดเรื่องภาษีต่างๆ เข้าไปแล้ว OnePlus Nord น่าจะเคาะราคาอยู่ที่ราวๆ 17,000 – 18,000 บาทนั่นเอง

 

ส่วนเรื่องดีไซน์ตัวเครื่อง ตรงนี้ก็ตรงกับข่าวหลุุดที่ผมเขียนไปเมื่อไม่กี่วันก่อนแบบเป๊ะๆ เลย ก็คือ OnePlus Nord จะมาพร้อมกับกล้องหน้าคู่ ซึ่งถือเป็นมือถือรุ่นแรกของบริษัทเช่นเดียวกันที่อัดสเปคกล้องหน้ามาแบบจัดเต็มขนาดนี้ ขนาด OnePlus 8 และ OnePlus 8 Pro ตัวท็อปรุ่นล่าสุดของพวกเขา ยังใส่กล้องหน้ามาให้เพียงแค่ 1 ตัวเท่านั้น

 

หากไม่มีอะไรผิดพลาด ผมเข้าใจว่า OnePlus น่าจะเปิดตัว OnePlus Nord ในเดือนกรกฎาคมนี้นี่แหละครับ แต่จะเป็นวันไหนก็ต้องรออัปเดตข่าวกันอีกทีนึง ซึ่ง OnePlus เองก็เตรียมปล่อยทีเซอร์ EP 2 ในสัปดาห์หน้านั่นเอง

 

from:https://droidsans.com/oneplus-nord-teaser-confirm-certain-specs-design/

สรุปจุดเด่น Huawei Y6p (4GB + 64GB) มือถือสเปคคุ้ม แบตอึด 5,000 mAh ราคา 3,999 บาท

Huawei Y6p มือถือรุ่นเล็กที่อัดเน้นไปด้วยสเปคคุ้มๆ ทั้งชิป MediaTek MT6762R ตัวประหยัดพลังงาน, RAM 4GB, ความจุ 64GB แถมยังมีช่องแยกสำหรับใส่ microSD Card อีกด้วย และสำคัญสุดก็คือแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5,000 มิลลิแอมป์ ใช้งานเพลินๆ ไม่ต้องง้อสายชาร์จ ทั้งหมดนี้จ่ายไป 4,000 บาทยังมีเงินทอน

Huawei Y6p มาพร้อมกับหน้าจอ DewDrop ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด HD มีติ่งหยดน้ำเล็กๆ กลางจอ อัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องมีสูงถึง 88.4% ใหญ่เต็มตา เอาไปเล่นเกม, ไถฟีด Social หรือดูคลิปวิดีโอต่างๆ ก็ทำได้แบบสบายๆ

มากับฝาหลังที่ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน เมื่อมีแสงมาตกกระทบ จะออกลวดลายเงาต่างๆ ที่สวยงาม

กล้องหลัง 3 ตัว ประกอบด้วยเซ็นเซอร์หลักความละเอียด 13MP, กล้อง Wide-Angel ความละเอียด 5MP มุมกว้าง 120 องศา และตัวสุดท้ายเป็น Depth Sensor ความละเอียด 2MP

ส่วนกล้องหน้าให้มาที่ความละเอียด 8MP มีโหมด Selfie Beauty ที่จะเข้ามาช่วยลบรอยสิว ทำให้หน้าเนียนขึ้น จัดแสงให้ภาพถ่ายเซลฟี่ของเราออกมาดูดีที่สุด

แบตเตอรี่ขนาด 5,000 มิลลิแอมป์ ที่ Huawei เคลมว่าสามารถใช้งานทั่วไปได้หลายวัน แบบไม่ต้องเสียชาร์จบ่อยๆ แถม Huawei Y6p ยังมีฟีเจอร์ Reverse Charge ชาร์จไฟให้กับอุปกรณ์อื่นๆ ได้อีกด้วย 

มาพร้อม RAM ขนาด 4GB และความจุ 64GB ที่สามารถใส่ microSD Card เพิ่มได้สูงสุด 512GB สามารถเก็บไฟล์รูปภาพต่างๆ ได้แบบจัดเต็ม ไม่ต้องมานั่งคอยไฟล์ หรือลบแอปตลอดเวลา

ผู้ใช้งาน Huawei Y6p สามารถดาวน์โหลด และติดตั้งแอปต่างๆ อย่าง LINE, LINE MAN, TikTok, JOOX, MONOMAX ฯลฯ ได้ผ่าน AppGallery ที่ปัจจุบันมียอดผู้ใช้งานรายเดือนมากกว่า 420 ล้านคนทั่วโลก

 

แถมยังมี Petal Search Engine ที่ออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้งานมือถือ Huawei ทุกท่านได้เพลิดเพลินกับแหล่งรวมแอปพลิเคชั่นที่ล้ำสมัย สามารถหาแอปฯ ยอดนิยมมาเล่นได้ตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็น YouTube, Facebook, Instagram และ Facebook Messenger

สเปค HUAWEI Y6P

  • หน้าจอ IPS LCD ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด 1600 x 720
  • CPU : Mediatek MT6762R
  • GPU : IMG GE8320
  • RAM : 4GB
  • ความจุ : 64GB รองรับ MicroSD card  (ช่องแยก)
  • กล้องหลัง : 13MP (f/1.8) + กล้อง Wide Angle 5MP (f/2.2) + กล้องจับความลึก 2MP (f/2.4)
  • กล้องเซลฟี่ : 8MP (f/2.0)
  • การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 802.11 b/g/n, Wi-Fi Direct, hotspot, BT 5.0, MicroUSB
  • เซ็นเซอร์ : Fingerprint (ด้านหลัง), accelerometer, proximity
  • รูหูฟัง 3.5 มม.
  • วิทยุ FM
  • แบตเตอรี่ : 5000 mAh ระบบชาร์จ 10W, รองรับ Reverse Charge
  • ระบบ Android 10 ครอบด้วย EMUI 10.1 (HMS)

สามารถเป็นเจ้าของ Huawei Y6p ได้แล้ววันนี้ในราคา 3,999 บาท ที่ Huawei Brand Shop, ช่องทางออนไลน์ JD Central และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ โดย Huawei Y6p จะมีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่สีดำ Midnight Black, สีม่วง Phantom Purple และสีเขียว Emerald Green

 

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม: Huawei Y6p 

from:https://droidsans.com/huawei-y6p-key-features-specs/

Review | Lenovo ThinkBook 13s โน้ตบุ๊คสายทำงานครบเครื่อง หรูหรา จอ HDR ในราคาเบาๆ

สำหรับ Lenovo ThinkBook 13s รุ่นที่ทีมงานได้มารีวิวครั้งนี้จะเป็นรุ่นที่อัปสเปคขึ้นจากรุ่นช่วงปลายปีที่ผ่านมาขึ้นอีกขึ้น บอดี้ดีไซน์ต่างๆ ยังคงเดิม เพิ่มเติมคือจะใช้ซีพียูเป็น 10th Generation Intel® และเลือกใช้จอเป็นแบบ HDR ทำให้สีสันการแสดงผลสวยงามมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ส่วนรีวิวและผลการทดสอบต่างๆ จะเป็นยังไงบ้างไปดูด้านในกันได้เลยครับ

สเปคเบื้องต้น Lenovo ThinkBook 13s (รุ่นที่รีวิว)

  • Intel Core i5-10210U
  • Ram 8GB DDR4 bus 2666
  • SSD m.2 PCIe 256GB
  • หน้าจอ 13.3 นิ้ว Full HD IPS HDR
  • Wi-Fi 5 802.11ac, Bluetooth 5.2
  • น้ำหนัก 1.40 กิโลกรัม
  • Windows 10 Pro แท้
  • ราคาเริ่มต้น 24,120 บาท (รุ่นที่ทีมงานรีวิว 26,820 บาท เลือกปรับสเปคเพิ่ม-ลดได้)

ดีไซน์

เริ่มต้นมาดูที่งานดีไซน์ออกแบบกันก่อนสำหรับ Lenovo ThinkBook 13s ที่ต้องบอกเลยว่างานประกอบเนี้ยบแบบสุดๆ วัสดุตัวเครื่องจะเป็นอะลูมิเนียมขึ้นรูปเป็นชิ้นเดียว ทำให้มีความแข็งแรงแน่นหนามากกว่าโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ในช่วงราคาระดับเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด พร้อมกันน้ำหกเข้าสู่เครื่องได้สูงสุด 60 มล. อีกทั้งแกนฝาพับโลหะ Powdere-Metal แบบแกนคู่กางได้สูงสุด 180 องศาสะดวกทุกการใช้งานได้ไม่มีติดขัด สามารถกางเข้าออกด้วยการเปิด-ปิดกว่า 25,000 รอบ

สีสันบอดี้ตัวเครื่องจะเป็นโทนสีเทา Mineral Gray เรียบง่าย เข้าโทนกับโน้ตบุ๊คสายทำงานกึ่งๆ Business ถือไปใช้งานแล้วเสริมบุคลิกดูน่าเชื่อถือ อีกทั้งตัวเครื่องก็มาพร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัยที่เป็นการเข้ารหัสข้อมูลและงานจาก discrete Trusted Platform Module (dTPM) ที่ช่วยป้องกันข้อมูลที่สำคัญไม่ให้โดนเจาะง่ายๆ รวมถึงมีปุ่มสแกนลายนิ้วมือที่สามารถปลดล็อคเครื่องได้อย่างรวดเร็ว และมี ThinkShutter ม่านชัตเตอร์ปิดเลนส์กล้องแบบแมนวลที่ทำให้มั่นใจว่ากล้องจะใช้งานเฉพาะเวลาที่ต้องการเท่านั้น


(ม่านปิดชัตเตอร์กล้อง รูปซ้ายเปิด / รูปขวาปิด)

ทางด้านมิติตัวเครื่อง Lenovo ThinkBook 13s ถือว่าขนาดค่อนข้างเล็ก เพราะด้วยตัวเครื่องเป็นแบบขอบจอบาง ความกว้างตัวเครื่องใหญ่กว่ากระดาษ A4 นิดเดียว และมีความหนาเพียง 15.9 มม เท่านั้น รวมถึงน้ำหนักตัวเครื่องหนัก 1.4 กิโลกรัมอาจจะดูหนักไปสักนิด แต่ถือว่ายังพกพาไปไหนมาได้สะดวกอยู่

คีย์บอร์ด

สำหรับคีย์บอร์ดของ Lenovo ThinkBook 13s ถือว่าเป็นจุดเด่นของซีรีส์นี้เลยที่ถอดแบบออกมาจาก ThinkPad รุ่นพี่ใหญ่ ฟีลลิ่งการกดนุ่มมือแบบสุดๆ การเด้งรับสัมผัสไม่มีติดขัด จะพิมพ์เร็วแค่ไหนก็ไม่มีสะดุด อีกทั้งยังมาพร้อมกับไฟ Backlit สีขาวปรับได้ 2 ระดับไว้สำหรับใช้งานในที่มืดได้อีกด้วย เรียกว่าเป็นโน้ตบุ๊คอีกรุ่นที่ให้คีย์บอร์ดมาดีที่สุดรุ่นหนึ่งในช่วงงบราคานี้เลยก็ว่าได้เลยทีเดียว

หน้าจอ




(สีหน้าจอ HDR ดูคมเข้ม โดยเฉพาะสีดำที่ดำสนิมจริงๆ)

ถัดมาดูทางด้านหน้าจอของ Lenovo ThinkBook 13s กันบ้าง ต้องบอกตามตรงเมื่อเปิดใช้งานครั้งแรก รู้สึกได้เลยว่าจอรุ่นนี้ไม่ธรรมดา สีสันคมชัดเอามากๆ โดยตัวเครื่องจะเป็นแบบจอด้านความละเอียด Full HD พาเนล IPS พร้อม Dolby Vision HDR ที่ให้ความสว่างมาสูงถึง 300Nits และให้ขอบเขตสีสูงสุดถึง 100% sRGB อีกด้วย จะเอามาทำงานกราฟิกที่เน้นความเที่ยงตรงของสีก็ถือว่าโอเคเหมือนกัน

พอร์ตเชื่อมต่อ


(พอร์ตเชื่อมต่อด้านข้างตัวเครื่องด้านซ้าย และ ด้านขวา)

ในส่วนของพอร์ตเชื่อมต่อของ Lenovo ThinkBook 13s ก็ถือว่าให้มาให้ค่อนข้างครบคือมีทั้ง USB Type C แบบ PD ที่สามารถชาร์จไฟได้ (อะแดปเตอร์ตัวเครื่องก็ให้มาเป็นแบบสาย Type C เช่นกัน), USB 3.1 Type A จำนวน 2 พอร์ต, HDMI 1.4b และ Headset 3.5 mm เพียงพอต่อการใช้งานทั่วๆ ไป แต่แอบเสียดายนิดหนึ่งตรงที่ตัวเครื่องไม่มีช่องอ่าน SD Card มาให้ ซึ่งหากใครที่จำเป็นต้องใช้คงต้องซื้อ Card Reader มาเสียบเพิ่มเอาเองอีกที

การใช้งาน

สเปคเครื่อง Lenovo ThinkBook 13s เครื่องที่ได้รีวิวมานี้จะใช้เป็นซีพียูที่เป็น Intel Core i5-10210U ความเร็ว 1.60 – 4.20 Ghz แบบ 4 Core/ 8 Thread ขนาด 14 nm ค่า TDP 15w การ์ดจอแยกใช้เป็น AMD Radeon 630,  Ram 8GB DDR4 2666MHz และ SSD m.2 PCIe 256GB

ทดสอบความเร็วของ SSD m.2 PCIe ด้วยโปรแกรม CrystalDiskMark ได้ค่า Read อยู่ที่  3333.01 MB/s และ Write อยู่ที่ 2292.23 MB/s ถือว่าค่อนข้างสูง สามารถเปิด-ปิดเครื่อง และโปรแกรมได้อย่างรวดเร็วไม่มีติดขัด โดยสามารถใช้พื้นที่จริงที่ได้สูงสุด 237GB ด้วยกัน

ถัดมาลองทดสอบการเล่นเกมกันบ้าง โดยทีมงานได้ทดสอบเล่นเกม DOTA 2 (ดูแมทซ์) ปรับกราฟิกระดับ Medium ความละเอียด Full HD โดยได้ค่าเฟรมเรทเฉลี่ยอยู่ที่ 70FPS, สูงสุด 94FPS, ต่ำสุด 44FPS ด้วยกัน ก็ถือว่าสามารถเล่นเกมกราฟิกไม่หนักมากได้อยู่สำหรับ Lenovo ThinkBook 13s

ผลทดสอบ PCMark 10 ได้คะแนนรวมอยู่ที่ 4238 คะแนน ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูงเหมือนกันสำหรับโน้ตบุ๊คสายทำงาน จะเอาไปทำงานแต่งภาพ ทำงานเอกสาร วิดีโอคอล ได้สบายๆ หรือเอาไปทำงานตัดต่อก็พอทำได้ในระดับหนึ่งเหมือนกันครับ

มาดูทางด้านระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่กันบ้าง ทีมงานทดสอบโดยการต่อ Wifi ดู YouTube ปรับแสงหน้าราว 30% เปิดเสียงความดังลำโพง 30% ผลปรากฏว่าสามารถใช้งานได้สูงสุดอยู่ที่ 7 ชั่วโมง 24 นาทีด้วย ซึ่งถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานในการพกพาไปไหนอยู่เหมือนกัน

หลังจากที่ทดสอบเล่นเกมและทำงานต่างๆ คราวนี้มาดูอุณหภูมิตัวซีพียูกันบ้างซึ่งจะมีความร้อนสูงสุดอยู่ที่ 93 องศา ส่วนอุณหภูมิการ์ดจอแยกร้อนสูงสุดอยู่ที่ 69 องศา ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติไม่ได้ร้อนจนเกินไป

สรุป

สำหรับ Lenovo ThinkBook 13s เรียกได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊คสายทำงานที่น่าสนใจมากๆ รุ่นหนึ่ง ณ เวลานี้เลย ด้วยงานประกอบที่แข็งแรง วัสดุเป็นโครงสร้างเป็นอะลูมิเนียมทั้งชุด แกนฝาพับกางได้ 180 องศา กันน้ำหก 60 มล เรื่องความทนทานนี่บอกเลยว่าไม่เป็นสองรองใครแน่นอน

จุดเด่นของรุ่นนี้ที่เห็นได้ชัดเจนอีกอย่างคือหน้าจอที่มีขอบเขตสีสูงถึง 100% sRGB มีระบบ Dolby Vision และ HDR ทำให้การแสดงผลที่ได้มีสีสันความคมชัดและการแสดงเม็ดสีแม่นยำมากกว่าโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ในช่วงเรทราคาเดียวกันอย่างรู้สึกได้

ส่วนฟีเจอร์อื่นๆ ที่เพิ่มเข้ามากที่แตกต่างจากคนอื่นคือ มีเรื่องของระบบรักษาความปลอดภัยอย่างการเข้ารหัสข้อมูล dTPM, มี ThinkShutter ม่านชัตเตอร์ปิดเลนส์กล้องแบบแมนวล และปุ่มสแกนลายนิ้วที่สามารถสแกนล็อคอินเข้าเครื่องได้อย่างรวดเร็วโดยไม่จำเป็นต้องเข้ารหัสอีกด้วย รวมถึงการบริการต่างๆ ของทาง Lenovo ที่ครอบคลุมการใช้งานตั้งแต่ออกมาจากโรงงานจนถึงหลังการใช้งานและสามารถเลือกบริการได้สูงสุดถึง 5 ปี ลูกค้าสามารถ upgrade เป็น premier support  ที่ดูแลระหว่างการใช้งาน สามารถติดต่อทีมบริการหลังการขายที่สะดวกตลอด 24×7 มีเจ้าหน้าที่ดูแลเคสเป็น Key Contact Point หมดความกังวลเรื่องอะไหล่ พร้อมเจ้าหน้าที่ onsite ในวันทำการถัดไป

โดยรวมแล้ว Lenovo ThinkBook 13s ทั้งด้านคุณภาพเรื่องงานประกอบ และการใช้งานประสิทธิภาพต่างๆ ถือว่าสอบผ่านได้อย่างสบายๆ ซึ่งถ้าใครที่ต้องการโน้ตบุ๊คจอสวย บอดี้แข็งแรง คีย์บอร์ดเยี่ยม บอกเลยว่าเจ้าโน้ตบุ๊คตัวนี้ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ลองไปสัมผัสดูแล้วจะชอบแน่นอนครับ

ข้อดี

  • วัสดุบอดี้เป็นอะลูมิเนียมทั้งชุด งานประกอบแน่น แข็งแรงทนทาน
  • คีย์บอร์ดฟีลลิ่งการกดนุ่มมือ พิมพ์เร็วๆ ได้ไม่มีติดขัด
  • หน้าจอสีสวยมาก รองรับ HDR ขอบเขตสีสูงถึง 100% sRGB และกางได้ 180 องศา
  • มี ThinkShutter ม่านชัตเตอร์ปิดเลนส์กล้องแบบแมนวล ช่วยรักษาความเป็นส่วนตัว
  • มีปุ่มสแกนลายนิ้วมือ ล็อคอิน-เอาท์ ได้อย่างรวดเร็ว
  • กันน้ำหกเข้าสูงเครื่องได้สูงสุด 60 มิลลิลิตร
  • ชาร์จไฟผ่าน USB Type C แบบ PD ได้
  • ลำโพง Stereo ใช้ระบบเสียง Harman ให้คุณภาพเสียงที่ดี ไพเราะ ไม่แบน
  • ตัวเครื่องมาพร้อมกับ Windows 10 แท้ในตัวพร้อมใช้งาน
  • การบริการต่างๆที่ครอบคลุม ไม่ต้องกังวลตลอดการใช้งาน ถ้าเครืองมีปัญหา

ข้อสังเกต

  • น้ำหนัก 1.4 กิโลกรัม ถือว่าค่อนข้างหนักไปสักนิด
  • ลำโพงเปิดสุดเสียงเบาไปหน่อย
  • สเปคเริ่มต้นเป็น Ram 4GB แนะนำว่าควรเลือกปรับเป็น Ram 8GB หรือมากกว่า

from:https://droidsans.com/review-lenovo-thinkbook-13s/

Review – Lenovo IdeaPad Gaming 3i โน้ตบุ๊คเล่นเกม สเปก Core i Gen 10H + GTX 1650 / 1650 Ti ได้จอ IPS 120Hz แรงลื่น ราคาคุ้มค่า ประกันเทพ 2 ปี

Lenovo IdeaPad Gaming 3i เป็น Gaming Notebook เน้นความคุ้มค่าประจำปี 2020 เป็นโน้ตบุ๊คสเปกแรงที่สามารถเอาไปเล่นเกมได้สบายๆ โดดเด่นด้วยชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10H รุ่นใหม่อย่าง Core i5-10300H / Core i7-10750H พร้อมด้วยการ์ดจอระดับ Gaming อย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 / GTX 1650 Ti รุ่นใหม่ อีกทั้งได้ดีไซน์ใหม่ขอบจอที่บางและน้ำหนักเครื่องที่ไม่หนักจนเกินไป รวมๆ มีความเรียบง่าย โดยมาพร้อมกับโทนสีดำ Onyx Black พร้อมแซมด้วยสีฟ้า ที่ดูแล้วสวยงามและแตกต่างจาก Gaming Notebook ทั่วไปชัดเจน วางตำแหน่งเป็นซีรีส์ Gaming เริ่มต้นของทาง Lenovo

สำหรับ Lenovo IdeaPad Gaming 3i นั้นเรียกได้ว่ามาครบเครื่อง เป็นโน้ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมหรือทำงานหนักๆ อย่างตัดต่อวีดีโอ ขนาดหน้าจอ 15.6″ Full HD พาเนล IPS รองรับ Refresh Rate ที่ 120Hz ด้วยแรมขนาด 8GB และได้ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB มี Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที สร้างประสบการณ์ในการเล่นเกมหรือทำงานกับผู้ใช้งานได้อย่างสบายๆ ที่เด็ดที่สุด ความคุ้มค่าราคาไม่แพง เริ่มต้นที่ 25,990 บาท ที่สำคัญได้การรับประกัน On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน 2 ปีด้วย และได้ประกันอุบัติเหตุด้วย รวมไปถึงบริการหลังการขายอื่นอื่นๆ อีกมากมายด้วย

from:https://notebookspec.com/review-lenovo-ideapad-gaming-3i-spec-core-i-gen-10h-gtx-1650-1650-ti/527122/