โควิด-19 ทำพิษ วิกฤตเด็กจบใหม่ ไม่รู้ชะตากรรมว่าเมื่อไรจะได้งานทำเสียที

First Jobber เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้เรียกเหล่านักศึกจบใหม่ ที่เพิ่งเริ่มทำงานในที่แรก นักศึกษาหลายคนวาดฝันไว้ว่าจะได้ใช้ความรู้ที่เรียนมาตลอด 4 ปีในรั้วมหาวิทยาลัย เพื่อสร้างรายได้ให้กับตัวเอง

ในแต่ละปีมีนักศึกษาจบใหม่กว่า 264,441 คน ภาพจาก pixabay.com

จากสถิติของ ศูนย์ข้อมูลวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ พบว่าในปี 2560 ที่ผ่านมามีผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี เป็นจำนวน 264,441 คน แบ่งเป็นสายวิทยาศาสตร์ 90,013 คน และสายสังคมศาสตร์ 174,428 คน (อ่านข้อมูลสถิติเพิ่มเติมได้ที่นี่)

แต่ดูเหมือนว่าการหางานคงไม่ใช่เรื่องง่ายของนักศึกษาจบใหม่ในปีนี้เสียแล้ว เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กระทบกับบริษัท และผู้ประกอบการหลายราย จำเป็นต้องมีการพักงานชั่วคราว หรือบางแห่งถึงกับต้องปลดพนักงานออกเพื่อความอยู่รอด แน่นอนว่านักศึกษาจบใหม่ได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สถานการณ์ของโรคโควิด-19 ส่งผลต่อการหางานของนักศึกษาจบใหม่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ภาพจาก pixabay.com

วิกฤตการหางานของนักศึกษาจบใหม่

นางสาวแพรไหม อายุ 22 ปี จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง มีความฝันอยากทำงานเป็น Ground Attendant เธอเล่าว่า เริ่มหางานเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในช่วงนั้นโรคโควิด-19 มีการระบาดอย่างหนักเฉพาะในประเทศจีนเท่านั้น แต่งาน Ground Attendant ที่เธออยากทำก็ได้รับผลกระทบไปด้วย

จากการเดินทางของชาวจีนที่ลดลง ทำให้งานที่เธอยื่นสมัครไปกว่า 10 ที่ แม้จะมีเรียกไปสัมภาษณ์บ้างและได้รับการยืนยันว่ามีแนวโน้มได้เข้าทำงานแน่นอน แต่ต่อมาเมื่อโรคโควิด-19 ระบาดอย่างหนักในประเทศไทย และทั่วโลก บริษัทที่เธอไปสัมภาษณ์งานก็เงียบหายไป ทำให้เธอต้องเปลี่ยนแผนการหางานใหม่

ก่อนหน้านี้เธอยอมรับว่ามีความกดดันจากครอบครัวบ้างเพราะยังไม่ได้งานทำ แต่เมื่อสถานการณ์โควิด-19 รุนแรงขึ้น ที่บ้านจึงเลิกกดดัน เพราะความปลอดภัยของชีวิต และสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เนื่องจากบ้านของเธอมีธุรกิจส่วนตัวเล็กๆ ที่พอจะเลี้ยงดูครอบครัวได้โดยไม่ได้ลำบากเรื่องเงิน แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าธุรกิจส่วนตัวของครอบครัวเธอก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน สินค้าที่เคยไม่พอขาย กลายเป็นว่าในช่วงเดือนมีนาคมนี้ ขายแทบไม่ได้เลย

แต่ดูเหมือนว่าในช่วงเวลาที่โรคโควิด-19 จะไม่ได้มีแต่ข้อเสียเท่านั้น เพราะแพรไหมเล่าเพิ่มเติมว่า ในช่วงที่เธอยังไม่มีงานทำ เธอใช้เวลานี้ในการพัฒนาทักษะให้ตัวเองเพิ่มเติม โดยเฉพาะเรื่องภาษาที่มีความสำคัญกับการทำงานในยุคปัจจุบัน

นายนัท อายุ 23 ปี จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยรัฐแห่งหนึ่ง เล่าว่าเขาใช้เวลาหลังเรียนจบ 2 เดือนแรกไปกับการพักผ่อน หลังจากนั้นจึงเริ่มหางาน แม้ในช่วงเวลาที่เขาเริ่มหางานจะเป็นช่วงที่โรคโควิด-19 เริ่มระบาดอย่างหนักในประเทศไทยแล้ว แต่ความจริงแล้วโควิด-19 ก็ไม่ใช่ปัจจัยทั้งหมดที่จะทำให้ได้ หรือไม่ได้งานทำ เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือ ทักษะที่มีมากกว่า ถ้าทักษะ หรือคุณสมบัติของเราเหมาะสมกับตำแหน่งงาน ก็มีโอกาสที่จะได้งานทำมาก แม้ว่าจะเป็นนักศึกษาจบใหม่ก็ตาม

อย่างไรก็ตามไม่ใช่ว่าสถานการณ์โรคโควิด-19 จะไม่ได้กระทบกับการหางานของเขาเลย เพราะในช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีบริษัทใหญ่แห่งหนึ่งเรียกเขาไปสัมภาษณ์งาน แต่เขาจำเป็นต้องปฎิเสธไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะความกังวลไม่กล้าออกจากบ้าน ในช่วงเวลาที่โรคโควิด-19 ระบาดอย่างหนัก

ความกดดันจากครอบครัวเรื่องหางานทำ เป็นสิ่งที่ทำให้นักศึกษาจบใหม่เกิดความเครียด ภาพจาก Shutterstock

สิ่งที่นัทกังวลอย่างหนักไม่ใช่เรื่องการหางานทำ เพราะที่บ้านพร้อมจะให้การสนับสนุนในทุกๆ เรื่อง ไม่ว่าเขาจะตัดสินใจหางานทำ หรือเรียนต่อปริญญาโท แต่สิ่งที่เขากังวลมากที่สุดกลับเป็น ธุรกิจรีสอร์ตของครอบครัวในจังหวัดทางภาคเหนือ ที่มียอดแขกเข้าพักลดลงกว่า 40% จนตอนนี้ครอบครัวของเขาตัดสินใจปิดรีสอร์ตชั่วคราว เพราะไม่มั่นใจในสถานการณ์

แม้ว่าก่อนหน้านี้รีสอร์ตของเขาจะมีมาตรการทำความสะอาดห้องพักอย่างละเอียดก็ตาม แต่แน่นอนว่าทั้งแขกที่เข้าพักก็มีความกังวล และครอบครัวของเขาก็กังวลว่าแขกที่เข้ามาพักอาจป่วยเป็นโรคโควิด-19 แล้ว แต่ยังไม่แสดงอาการ

นางสาวต้นรัก อายุ 21 ปี เล่าว่า ในช่วงใกล้เรียนจบเธอวางแผนไว้ว่าในช่วง 6 เดือนแรกหลังเรียนจบ เธอจะใช้เวลาไปกับการท่องเที่ยวทั้งในประเทศ และต่างประเทศเพื่อพักผ่อน และเก็บประสบการณ์ก่อน แต่การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงทำให้แผนการดังกล่าวต้องล้มเลิกไป

ต้นรักเล่าเสริมว่า ความเครียดและความกดดันส่วนใหญ่มาจากครอบครัว เพราะครอบครัวคาดหวังว่าจะต้องหางานทำได้ทันทีหลังเรียนจบ เพราะงานคือสิ่งที่การันตีความมั่นคงในชีวิต แต่เธอพยายามไม่กดดันตัวเอง เพราะอยากหางานที่ตรงกับทักษะ และความชอบมากที่สุด

แม้ว่าเธอจะไม่ได้กดดันตัวเอง แต่เธอยอมรับว่ากังวลกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่กระทบต่อสภาพเศรษฐกิจโดยตรง เพราะบริษัทห้างร้านส่วนใหญ่ชะลอการรับพนักงานใหม่ โดยเฉพาะนักศึกษาจบใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์การทำงาน หรือบางบริษัทถึงกับปลดพนักงานเก่าออก เพื่อความอยู่รอดเลยด้วยซ้ำ

ภาพจาก Shutterstock

นางสาวลูกหว้า อายุ 23 ปี นักศึกษาจบใหม่ที่ไม่ได้มีความคิดหางานประจำ เพราะอยากสานต่อธุรกิจข่ายส่งสินค้าของครอบครัวย่านวงเวียนใหญ่ เธอเล่าว่าไม่มีความกดดันเรื่องการหางานจากครอบครัวเพราะครอบครัวสนับสนุนให้ทำธุรกิจต่อจากที่บ้านอยู่แล้ว

ความกดดันส่วนใหญ่จึงมาจากการจัดสรรรายได้ที่เข้ามาในแต่ละเดือน ซึ่งในช่วงนี้มีคำสั่งซื้อสินค้าตกค้างที่ต่างประเทศเป็นจำนวนมาก เนื่องจากไม่สามารถนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนได้ ลูกค้าที่เคยสั่งซื้อสินค้าก็มีน้อยลง ต้องอาศัยคำสั่งซื้อจากบริษัทใหญ่ๆ เท่านั้น เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ที่เป็นร้านค้าขายส่งย่านสำเพ็ง และประตูน้ำ ก็ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 เช่นกัน ลูกค้าบางรายถึงกับขนาดต้องปิดร้านไปก่อนชั่วคราวเพื่อลดค่าใช้จ่าย

การพัฒนาตัวเองในช่วงเวลาว่างเป็นสิ่งสำคัญที่สามารถทำได้ ภาพจาก pixabay.com

การพัฒนาตัวเอง คือสิ่งที่นักศึกษาจบใหม่เห็นตรงกัน

อย่างไรก็ตามสิ่งที่นักศึกษาจบใหม่ทุกคนเห็นตรงกันคือ ในช่วงเวลาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นี้ทำให้พวกเขาต้องอยู่แต่ในบ้าน ไม่สามารถออกไปหางานทำได้อย่างที่ตั้งใจ หรือแม้มีบางบริษัทที่เรียกไปสัมภาษณ์งาน แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันทำให้การออกนอกบ้านไปพบปะผู้คนกลายเป็นความเสี่ยงที่จะรับเชื้อมาติดคนในครอบครัว ช่วงเวลานี้จึงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่จะได้เรียนรู้ทักษะอื่นๆ เพิ่มเติมตามความสนใจ เช่น ทักษะภาษาที่สาม การตัดต่อ กราฟฟิก หรือแม้แต่การถ่ายภาพ

บทความที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาตัวเองในช่วง Work From Home

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/covid-19-impact-to-new-graduate-student/