สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทยมอง ส่งออกปีนี้โตสูงสุดแค่ 1% บาทแข็งคือเรื่องกังวล

ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย คาดการณ์ถึงภาพรวมการส่งออกของไทยว่าอาจเท่ากับปี 2562 ที่ผ่านมา และกรณีแย่สุดอาจติดลบได้ถึง 5% ถ้าหากค่าเงินบาทแข็งค่ามากไป

Thailand Shipping Export Container
ภาพจาก Shutterstock

กัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) ได้คาดการณ์การส่งออกปี 2563 โดยคาดว่าการส่งออกของไทยปีนี้จะเติบโตเท่ากับปีที่แล้วหรือมากสุดเติบโตแค่ 1% บนสมมติฐานว่าค่าเงินบาทของไทยอยู่ที่ 30.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ดีถ้าหากค่าเงินบาทในปีนี้แข็งค่ากว่าที่ สรท. ตั้งสมมติฐานไว้ กรณีแย่สุดของการส่งออกไทยอาจเสี่ยงติดลบสูงสุดถึง 5%

สำหรับการส่งออกของไทย 11 เดือนของปี 2562 ที่ผ่านมานั้นติดลบ 2.8% เมื่อเทียบกับปี 2561 โดยมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 227,090 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมานั้นเป็นเดือนที่การส่งออกของไทยติดลบมากที่สุด โดยติดลบไป 7.4% เมื่อเทียบกับปี 2561 ที่ผ่านมา

กัณญภัค ยังได้กล่าวว่า ค่าเงินบาทแข็งค่าปัจจัยสำคัญที่ สรท.เป็นห่วงอย่างมาก เนื่องจากทำให้ความสามารถในการแข่งขันลดลง โดยเธอมองว่าอัตราแลกเปลี่ยนที่เหมาะสมในช่วงนี้อยู่ที่ 30.50 ถึง 32.00 บาทต่อดอลลาร์ ดังนั้นการรักษาเสถียรภาพค่าเงินบาทน่าจะเป็นปัจจัยที่ช่วยลดผลกระทบให้ผู้ส่งออกได้ดีที่สุด

โดย สรท. ได้คาดการณ์ค่าเงินบาทจะกระทบกับการส่งออกของไทยดังนี้

  • ค่าเงินบาท 31 บาทต่อดอลลาร์ การส่งออกจะขยายตัวได้ 1.4%
  • ค่าเงินบาท 30 บาทต่อดอลลาร์ การส่งออกจะขยายตัวได้ 0 ถึง 1%
  • ค่าเงินบาท 29 บาทต่อดอลลาร์ การส่งออกจะติดลบ 2.8%
  • ค่าเงินบาท 28 บาทต่อดอลลาร์ การส่งออกจะติดลบ 5%

นอกจากนี้ สรท. มีข้อเสนอแนะที่สำคัญเพื่อแก้ไขปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่า ได้แก่

  1. อำนวยความสะดวกการใช้บัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ (FCD) สำหรับการชำระค่าสินค้าและบริการภายในประเทศ ได้แก่
    • ขอให้ ธปท. สนับสนุนปรับปรับปรุงกฎระเบียบที่เอื้อต่อการโอนเงินให้มีความคล่องตัวมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ประกอบการภายในประเทศในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่การค้าระหว่างประเทศและมีการดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับกิจกรรมการค้าระหว่างประเทศ สามารถชำระค่าสินค้าและบริการในสกุลเงินต่างประเทศผ่านบัญชี FCD ในรูปแบบธุรกิจกับธุรกิจได้
    • ผลักดันให้ ธปท. พิจารณาจัดตั้งสำนักหักบัญชีในประเทศไทย (Clearing House) เพื่อลดระยะเวลาดำเนินงานซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการสามารถรับทราบสถานะการชำระเงินผ่านบัญชี FCD ได้อย่างรวดเร็ว
  2. บริหารจัดการค่าธรรมนียมทางการเงิน ได้แก่
    • สรท. ขอให้ ธปท. เข้าควบคุมส่วนต่างค่าธรรมเนียมการโอนเงินผ่านบัญชี FCD ของธนาคารพาณิชย์ในไทย
    • พิจารณาค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมธนาคารพาณิชย์ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
      • อัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม
      • ค่าธรรมเนียมการทำประกันความเสี่ยงค่าเงิน เช่น Forward หรือ Option เพื่อไม่เป็นการซ้ำเติมผู้ประกอบการส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งอยู่ก่อนแล้ว

ที่มา – สยามรัฐ, สำนักข่าวอินโฟเควสต์

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/thailand-export-2020-maybe-worsen-if-thai-baht-stronger-to-28-thb-per-usd-thai-national-shippers-council-says/