ขายตรงในไทยยังไหว! Amway ปรับกลยุทธ์ดิจิทัล-ยกเครื่องสินค้า หวังโต 5% จาก 20,000 ล้านบาท

แม้หลายธุรกิจจะบอกว่าค่อนข้างยากในการทำตลาดปี 2562 แต่ไม่ใช่กับ Amway ที่สามารถเติบโตจนมียอดขายทะลุ 20,000 บาทได้เป็นครั้งแรก และเพื่อเติบโตต่อไปในปี 2563 Amway ก็เตรียมปรับกลยุทธ์ต่างๆ มากมาย

amway

ปรับตัวมา 2-3 ปี เพื่อรับการเปลี่ยนแปลง

กระแส Digital Transformation และเทคโนโลอื่นๆ เริ่มเข้ามามีบทบาทกับชีวิตประจำวันของผู้บริโภค รวมถึงฝั่งองค์กรธุรกิจเอง ดังนั้นการจะมาเร่งปรับตัวตอนนี้ก็คงช้าเกินไป ทำให้ Amway นั้นมีนโยบายในการปรับเปลี่ยนองค์กรให้ตอบโจทย์เรื่องดังกล่าวได้มากขึ้น

กิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เล่าให้ฟังว่า Amway เริ่มเปลี่ยนแปลงองค์กรให้ตอบโจทย์กระแส Digital Transformation มา 2-3 ปีแล้ว โดยการปรับครั้งนี้เป็นการปรับในระดับนโยบายทั่วโลก ซึ่งประเทศไทยก็ประยุกต์ใช้ให้ตอบโจทย์กับตลาดท้องถิ่นมากที่สุด

กิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด

“ถึงเศรษฐกิจในประเทศไทยในปี 2562 จะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะผ่านพ้นไปได้ แต่ด้วยการเร่งปรับตัวมา 2-3 ปี ทำให้ Amway ตอบโจทย์ตลาดได้ดีกว่าเดิม ไม่ใช่เป็นขายตรงแบบ Door to Door อีกต่อไป เพราะเรากลายเป็น Digital Selling ที่สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต”

ดึงดูดคนรุ่นใหม่-เน้นสินค้ากลุ่มสุขภาพ

หนึ่งในกลยุทธ์ที่ Amway ประเทศไทยใช้คือการเร่งดึงดูกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาทำธุรกิจกับบริษัท ผ่านการปรับแผนรายได้ระบบใหม่ที่ชื่อว่า Core Plus ทำให้พวกเขามีรายได้เร็ว และง่ายกว่าเดิม โดยหลังจากปรับเปลี่ยนก็มีผู้มาสมัครเป็นนักธุรกิจเพิ่ม 30% และนักธุรกิจต่างๆ ก็มีรายได้เพิ่ม 20-30% เมื่อเทียบกับแผนรายได้แบบเดิม

Atmosphere Drive Product Photography: Unit on Armrest
เครื่องกรองอากาศของ Amway รุ่น Atmosphere Drive

“เมื่ออยากได้คนรุ่นใหม่ Amway ก็ต้องมีความดิจิทัลมากกว่าเดิม และถึงตอนนี้ 1 ใน 3 ของนักธุรกิจเราเป็นคนรุ่นใหม่ แต่ถึงอย่างไรเราก็ไม่ทิ้งคนเก่าๆ เพราะเราก็เตรียมโครงการสอนให้พวกเขาเข้าใจเรื่องดิจิทัล เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำ เข้าแนวคิดธุรกิจที่ทุกคนเริ่มต้นเท่ากัน”

ขณะเดียวกัน Amway ก็เตรียมทำตลาดสินค้าเพื่อสุขภาพมากกว่าเดิม เนื่องจากยอดขายกลุ่มสินค้าสุขภาพเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผ่านพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใส่ใจเรื่องนี้มากขึ้น ยิ่งหากการทำตลาดสินค้าดังกล่าวด้วยวิธี Social Selling หรือการทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ มันก็ยิ่งสร้างโอกาสการเติบโตมากกว่าเดิม

amway

ตั้งเป้าเติบโต 5% ส่วนปีนี้ทะลุ 20,000 ล้านบาท

“ภาพรวมอุตสาหกรรมขายตรงมีมูลค่าราว 70,000 ล้านบาท และตลาดนี้นิ่งๆ มาหลายปีแล้ว ผ่านตัวเศรษฐกิจที่ยังนิ่งๆ อยู่ แต่สำหรับ Amway ด้วยการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์หลายอย่าง ทำให้เรายังเติบโตสวนทางตลาด โดยปี 2562 คาดว่าจะเติบโต 7% มียอดขายเกิน 20,000 ล้านบาท ส่วนปี 2563 จะเติบโต 5% เป็นอย่างต่ำ”

เมื่อตลาดเติบโตน้อย จึงมีโอกาสที่ธุรกิจขายตรงที่ยังไม่ปรับตัวอาจมีปัญหา และหากสินค้าไม่สามารถสร้างความแตกต่างกับสินค้าที่จำหน่ายในช่องทางปกติได้ ก็ยิ่งยากที่จะอยู่รอด โดยมีการคาดการณ์ว่า อุตสาหกรรมขายตรงในปี 2563 จะไม่เติบโต หรือเติบโตแค่ 1-2% เท่านั้น

amway
Amway XS Zero

ทั้งนี้การวางกลยุทธ์ธุรกิจของ Amway ประเทศไทยในปี 2563 จะนำความเป็นดิจิทัลของ Amway ประเทศต่างๆ มาประยุกต์ใช้ โดยเฉพาะในประเทศจีนที่มีความก้าวหน้าในเรื่องดิจิทัลค่อนข้างมาก หรือ 70-80% ของทุกขั้นตอนเป็นดิจิทัลทั้งหมดแล้ว ส่วนในประเทศไทยดิจิทัลมีขั้นตอนดิจิทัลเพียง 15% เท่านั้น

สรุป

Amway เป็นหนึ่งในธุรกิจขายตรงระดับต้นๆ ของโลก ดังนั้นการจะปรับตัวอะไรแต่ละครั้งย่อมสร้างแรงกระเพื่อมให้กับตลาดนี้อย่างแน่นอน และต้องติดตามกันว่าอุตสาหกรรมขายตรงหลังจากนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป เพราะการไปเคาะประตู หรือแนะนำกันปากต่อปาก คงไม่สามารถประสบความสำเร็จได้อีกแล้ว

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/amway-2020-growth/