NVIDIA – ผู้ผลิตโน๊ตบุ๊คบางรายเลือกที่จะละเลยการระบุสเปคชิปกราฟิก GeForce ว่าเป็นรุ่น Max-Q

ในปี 2017 ที่ผ่านมานั้นทาง NVIDIA ได้เปิดตัวชิปกราฟิกสำหรับโน๊ตบุ๊คที่มาพร้อมกับการเพิ่มชื่อ Max-Q ลงไปในชื่อ ซึ่งชิปกราฟิกที่มาพร้อมกับรหัส Max-Q นั้นจะเป็นชิปที่มาพร้อมกับการรองรับโน๊ตบุ๊คที่ต้องการความบางและเบา แน่นอนว่าเมื่อเทียบกับรุ่นเดียวกันที่ไม่มี Max-Q แล้วนั้น ชิปที่มาพร้อมกับ Max-Q จะมีประสิทธิภาพในการใช้งานน้อยกว่ารุ่นปกติในช่วงราวๆ 10% – 15% ด้วยการระบุ Max-Q นี่เองที่จะเป็นการทำให้ผู้ใช้ได้เห็นว่าสรุปแล้วนั้นโน๊ตบุ๊คที่จะทำการซื้อจะมีชิปกราฟิกที่มีประสิทธิภาพลดลงอย่างไร

อย่างไรก็ตามแต่แล้วนั้นดูเหมือนว่าในปี 2019 นี้นั้นทางผู้ผลิตโน๊ตบุ๊คจะเริ่มสร้างปัญหาให้กับผู้ซื้อแล้วเพราะไม่นานมานี้นั้นมีผู้ใช้ได้เห็นตัวอย่างของโน๊ตบุ๊คที่มาพร้อมกับชิปแบบ Max-Q ทว่าในใบระบุสเปคนั้นกลับไม่ได้มีการระบุเอาไว้ว่าเป็นรุ่น Max-Q แล้ว โดยโน๊ตบุ๊คดังกล่าวนั้นเป็นของผู้ผลิตอย่าง Lenovo ในรุ่น Yoga C940 15-inch ที่ในใบสเปคนั้นจะระบุเอาไว้ว่าตัวชิปกราฟิกเป็น GeForce GTX 1650 ทว่าในความเป็นจริงนั้นกลับกลายเป็นว่าชิปกราฟิกที่มาพร้อมกับชื่อรุ่น Max-Q แทน

การแก้ปัญหาที่ง่ายที่สุดนั้นก็คือทาง NVIDIA จะต้องทำการจัดการให้ผู้ผลิตโน๊ตบุ๊คระบุชื่อรุ่นชิปกราฟิกของตัวเองให้ครับ ทว่าการแก้ไขนี้นั้นเราก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไร ดังนั้นแล้วเพื่อเป็นการป้องกันตัวเองก่อนที่ท่านจะทำการซื้อโน๊ตบุ๊คที่มาพร้อมกับชิปกราฟิกของทาง NVIDIA ก็ควรที่จะหาข้อมูลให้ดีก่อนที่จะทำการซื้อนั่นเอง

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/more-manufacturers-have-been-omitting-the-max-q-geforce-name-from-official-listings-and-its-getting-annoying/504788/

Samsung เปิดตัว The Wall Luxury จอภาพขนาดยักษ์ระดับไฮเอนด์เริ่มต้น 146 นิ้ว กว้างสูงสุด 292 นิ้ว ความละเอียด 8K

ซัมซุงเปิดตัว ‘เดอะวอลล์ ลักชัวรี่ (The Wall Luxury)’ จอภาพขนาดยักษ์ระดับไฮเอนด์ที่จะเข้ามาเปลี่ยนนิยามของความบันเทิงภายในบ้าน พร้อมเจาะกลุ่มผู้ใช้งานที่มีไลฟ์สไตล์ชื่นชอบโฮมเอนเตอร์เทนเมนท์ระดับลักชัวรี่ ซึ่งเติบโตอย่างก้าวกระโดดตามตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ในประเทศไทย สอดรับกับเทรนด์ของตลาดจอภาพสำหรับใช้ภายในบ้านที่ผู้บริโภคมีความต้องการการหน้าจอที่ขนาดใหญ่ขึ้นพร้อมความละเอียดที่คมชัดและฟีเจอร์ต่างๆ ที่ช่วยให้การรับชมคอนเทนต์มีสีสันมากยิ่งขึ้น

นายเฉลิมพงษ์ ดรงค์สุวรรณ รองประธาน ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า “ซัมซุงเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในตลาดจอภาพมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 10 ปี ไม่ว่าจะเป็นในกลุ่มของ LED Signage, Smart Signage, Hospitality TV, และMonitor  ซึ่งการนำเสนอ เดอะวอลล์ ลักชัวรี่ สู่ตลาดซูเปอร์ลักชัวรี่ของไทยครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของซัมซุงที่ได้นำเอาที่สุดของเทคโนโลยีจอภาพมาเติมเต็มประสบการณ์โฮมเอนเตอร์เทนเมนต์ของผู้ใช้งานในระดับไฮเอนด์ และเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำรายแรกที่บุกเบิกตลาดซูเปอร์ลักชัวรี่ของไทยอย่างเต็มตัว”

ปัจจุบัน กระแสอสังหาริมทรัพย์หรูในประเทศไทยกำลังเป็นที่น่าจับตามอง เนื่องจากที่อยู่อาศัยระดับอัลตร้าลักชัวรี่และกลุ่มลักชัวรี่เป็นเซกเมนต์ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง[1] ด้วยคนไทยมีทัศนคติที่ดีกับการบริโภคสินค้าประเภทลักชัวรี่ ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของภาพลักษณ์ที่สามารถสะท้อนตัวตน มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมถึงมองว่าเป็นสินค้าคุณภาพดีมีความคุ้มค่าในการใช้จ่าย

เช่นเดียวกับที่อยู่อาศัยที่คนกลุ่มนี้ต้องการรับสุนทรียรสแห่งการใช้ชีวิตที่ละเมียดละไมสูงสุด เป็นสาเหตุให้พวกเขามองหาโฮมเอนเตอร์เทนเมนท์ระดับลักชัวรี่เพื่อเติมเต็มประสบการณ์อันเหนือระดับ เพราะที่ผ่านมาขนาดของจอภาพซึ่งเป็นที่นิยมในที่พักอาศัยระดับนี้จะอยู่ที่ 150-200 นิ้ว ซึ่งผู้บริโภคไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการใช้โปรเจคเตอร์ฉายบนจอรับภาพ ซึ่งมีข้อจำกัดในเรื่องความสว่าง ทำให้ต้องสร้างห้องมืดขึ้นมาโดยเฉพาะ ดังนั้นการมาถึงของ เดอะวอลล์ ลักชัวรี่ จะทำให้ผู้บริโภคสามารถทลายข้อจำกัดเหล่านี้ได้อย่างสิ้นเชิง และทำให้การออกแบบชุดโฮมเธียเตอร์นับจากนี้ สามารถติดตั้งได้แม้กระทั่งในห้องนั่งเล่นซึ่งจะกลายเป็นศูนย์กลางความบันเทิงในบ้านของทุกคน

นางจีรภา คงสว่างวงศา ผู้อำนวยการ กลุ่มผลิตภัณฑ์จอภาพ บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า “เดอะวอลล์ ลักชัวรี่ ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่ต้องการเต็มอิ่มกับการรับชมคอนเทนต์ที่ให้ประสบการณ์เสมือนโรงภาพยนตร์ภายในบ้าน ผสานกับการออกแบบที่สามารถเปลี่ยนหน้าจอสีดำธรรมดาให้กลายเป็นส่วนประกอบของบ้านสไตล์ลักชัวรี่ได้อย่างลงตัว ประกอบกับความนิยมคอนเทนท์สตรีมมิ่งในปัจจุบัน รวมถึงการถ่ายทอดสดกีฬาต่างๆ ทำให้ผู้บริโภคมีความต้องการจอภาพที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและมีความคมชัดในระดับ 4K มากขึ้น อาจกล่าวได้ว่า เดอะวอลล์ ลักชัวรี่ คือคำตอบที่ลงตัวที่สุดในเวลานี้”

อีกหนึ่งความพิเศษในครั้งนี้ ซัมซุงได้ร่วมมือกับ Synnex (ซินเน็ค) และ DECO2000 (เดโค่ 2000) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในการทำตลาดโฮมเธียเตอร์ระดับไฮเอนด์ในประเทศไทย ทั้งนี้เพื่อมอบคำแนะนำและบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า โดยผู้ที่สนใจสามารถชมผลิตภัณฑ์ได้ที่ร้านมาร์โคนี เซ็นทรัลเอมบาสซี่ 

เดอะวอลล์ ลักชัวรี่ (The Wall Luxury) จอภาพ โมดูลาร์ ไมโครแอลอีดี สุดยอดนวัตกรรมจอภาพระดับโลกไซส์ยักษ์ ที่มาพร้อมกับขนาดหน้าจอเริ่มต้น 146 นิ้ว ความละเอียดระดับ 4K และสามารถปรับแต่งขนาดหน้าจอได้ตามต้องการ โดยมีความกว้างสูงสุดถึง 292 นิ้ว พร้อมความละเอียดระดับ 8K ให้ภาพสวยคมชัดและเฉดสีที่บริสุทธิ์ผ่านแอลอีดีพิกเซลขนาดเล็กนับล้านด้วยเทคโนโลยีไมโครแอลอีดี (MicroLED) ซึ่งมีขนาดเล็กเพียง 0.84 มิลลิเมตรและเทคโนโลยีภาพ HDR 10+ บนหน้าจอแบบอินฟินิตี้ไร้ขอบ พื้นผิวหน้าจอแบบเรียบเนียนไร้รอยต่อ หรูหราลงตัวแนบเนียนเข้ากับทุกพื้นที่ในบ้านด้วยความบางเพียง 29.9 มิลลิเมตร

ไม่เพียงเท่านั้น เดอะวอลล์ ลักชัวรี่ยังให้ภาพสีดำสนิทแม้ในสภาพแวดล้อมที่มีแสงมาก เพิ่มความละเอียดของภาพด้วยเทคโนโลยี AI Upscaling ทำงานผสานกับ Quantum Processor Flex เต็มอิ่มกับทุกคอนเทนท์ทั้งภาพยนตร์ กีฬา และเชื่อมต่อกับเครื่องเล่นเกม ให้ประสบการณ์การรับชมคอนเทนท์แบบที่ไม่เคยมีมาก่อนด้วยความสว่างสูงสุด 2,000 nits และอัตราการแสดงภาพต่อวินาที (Refresh Rate) ที่ 120 เฮิร์ตซ์ ทำให้แสดงภาพได้อย่างสมจริงและลื่นไหลต่อเนื่องยาวนาน

from:https://www.flashfly.net/wp/277876

AIS บุกสามย่านมิตรทาวน์ให้คนไทยได้สัมผัสนวัตกรรม 5G สุดล้ำจากทุกภาคทั่วไทย ตอกย้ำผู้นำ 5G ที่ 1 ตัวจริงวันนี้ – 3 มกราคม 2563

เอไอเอส ตอกย้ำผู้นำนวัตกรรม 5G รายแรกรายเดียวของไทยที่ทดลองทดสอบ 5G ครบทุกภาคทั่วประเทศแล้ว ประกาศความพร้อมพาคนไทยก้าวเข้าสู่ยุค 5G ผนึกสามย่านมิตรทาวน์ ศูนย์การค้าแห่งนวัตกรรม จัดงานแสดงนวัตกรรม 5G สุดล้ำที่เกิดจากความร่วมมือของพันธมิตรทุกภาคส่วน ในงาน “AIS 5G ที่ 1 ตัวจริง ทดสอบแล้วทั่วไทย” ที่สามย่านมิตรทาวน์ เพื่อเปิดให้ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม ประชาชน และผู้เกี่ยวข้องใน 5G Ecosystem ได้เข้ามาสัมผัสและทดลองใช้งาน 5G บนสภาพแวดล้อมจริงใจกลางกรุงเทพฯ

เพื่อให้คนไทยได้เห็นถึงประโยชน์ของเทคโนโลยี 5G ในหลากหลายมิติ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้จริงในวันที่ 5G มาถึง อันจะเป็นการช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม และภาคอุตสาหกรรมของประเทศไปอีกขั้น ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยี AIS 5G เพื่อยกระดับประเทศสู่ Thailand 4.0 เริ่มจัดแสดงแล้ว ตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2562 – 3 มกราคม 2563 ณ สามย่านมิตรทาวน์ ลานกิจกรรม Semi outdoor   ชั้น G เปิดให้ประชาชนเข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย โดยมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเครือข่าย คอยสาธิตและให้คำแนะนำตลอดทั้งงาน

นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ เอไอเอส กล่าวว่า “5G คือเทคโนโลยีที่จะเข้ามาพลิกโฉมสังคมไทย และยกระดับขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมไปอีกขั้น พร้อมขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็น Thailand 4.0 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนอำนวยความสะดวกด้านการสื่อสารให้กับผู้ใช้บริการโดยทั่วไป จากคุณสมบัติ 3 ส่วน คือ ความเร็วที่เพิ่มขึ้น, ขีดความสามารถการเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT และเครือข่ายที่ตอบสนองได้รวดเร็วและเสถียร

เอไอเอส ในฐานะ Digital Life Service Provider จึงเตรียมองค์ความรู้พื้นฐานด้านเทคโนโลยีแบบครบวงจร ตั้งแต่โครงสร้างการทำงานของเทคโนโลยี 5G, อุปกรณ์โครงข่าย, อุปกรณ์รับ-ส่งสัญญาณ, ดีไวซ์, 5G SIM Card สำหรับเชื่อมต่อเพื่อทดสอบ Use Case ต่างๆ บนเครือข่าย 5G พร้อมทั้งการ Workshop เพื่อพัฒนาความรู้ ความชำนาญในทางเทคนิคให้กับบุคลากรในภาคส่วนต่างๆ รวมถึงผนึกกำลังกับมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วทุกภูมิภาคและเหล่าพันธมิตรชั้นนำด้านเทคโนโลยี ดำเนินการทดสอบ 5G ครบทุกภูมิภาคทั่วไทยแล้ว เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา ทั้งในพื้นที่ภาคกลาง, ภาคตะวันออก, ภาคใต้, ภาคอีสาน และภาคเหนือ ตอกย้ำการเป็นผู้นำนวัตกรรม 5G รายแรกและรายเดียวของไทยที่ทดลองทดสอบ 5G ครบทุกภาคแล้วทั่วประเทศ

วันนี้ เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สานต่อความร่วมมือกับ สามย่านมิตรทาวน์ ศูนย์การค้าแห่งนวัตกรรม ซินเนอร์ยี่เทคโนโลยีเข้ากับเอไอเอส เพื่อเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ เปิดให้คนไทยได้สัมผัสกับเทคโนโลยี 5G ใจกลางกรุงเทพฯ กับงาน “AIS 5G ที่ 1 ตัวจริง ทดสอบแล้วทั่วไทย” ด้วยความเชื่อว่า 5G จะมีประโยชน์อย่างยิ่ง สำหรับการใช้ชีวิตของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเอไอเอสนำประสบการณ์ความรู้ทางด้านดิจิทัลและรวมสุดยอดนวัตกรรม 5G ทั้งที่เคยนำไปโชว์ในภูมิภาคต่างๆ ของไทย และเทคโนโลยีใหม่ที่ไม่เคยโชว์ที่ไหนมาก่อนมาให้คนไทยได้ทดลองใช้งานด้วยตัวเอง เป็นการสร้างโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยี และเห็นประโยชน์ 5G ที่จะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต ตลอดจนผลักดันให้สามย่านมิตรทาวน์ เป็นมิกซ์ยูสแห่งนวัตกรรม ที่จะก่อให้เกิดคอมมูนิตี้แห่งการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนยุคดิจิทัลได้อย่างเต็มศักยภาพ

          นวัตกรรม 5G ที่จัดแสดงในงาน “AIS 5ที่ 1 ตัวจริง ทดสอบแล้วทั่วไทย” ประกอบด้วย

1) 5G Hologram 3 มิติ

ครั้งแรกของไทยกับการนำเทคโนโลยี 3D Hologram การสื่อสารระยะไกลแห่งอนาคต ที่สามารถถ่ายทอดภาพ 3 มิติ ได้แบบ 360 องศา มีความเสมือนจริงและเรียลไทม์ มาจัดแสดงให้ประชาชนได้สัมผัส ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการนำไปประยุกต์ใช้ในการประชุมธุรกิจ, การศึกษาทางไกล, การแพทย์, การเกษตร และงานด้านแฟชั่นและบันเทิง ตลอดจนการนำไปใช้พัฒนาเกม, แอนิเมชั่น 3 มิติ, AR (Augmented Reality), VR (Virtual Reality) และ MR (Mixed Reality) ที่ผู้ใช้อาจจะอยู่คนละพื้นที่ให้สามารถแชร์ไอเดียและพัฒนางานร่วมกันได้อย่างสะดวกรวดเร็วและเห็นภาพยิ่งขึ้น ช่วยสร้างความชัดเจนในการสื่อสารระหว่างกันอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

2) 5G VDO Call

การทดลองใช้งานโทร  5G VDO Call ข้ามภูมิภาคแบบครบทุก 5 ภาคทั่วไทย ผ่านเครือข่าย 5G ด้วยสมาร์ทโฟนที่รองรับ 5G ซึ่งคุณสมบัติเฉพาะของเทคโนโลยี 5G  ที่มีค่าความหน่วงต่ำ ทำให้มีการตอบสนองแบบเรียลไทม์ คมชัดและไม่สะดุด ซึ่งภาพจะมีความละเอียดสูงระดับ Full HD – 4K และสัญญาณเสียงที่คมชัดระดับ Ultra HD voice

3) 5G Remote Control Vehicle

สาธิตเทคโนโลยีการบังคับรถยนต์ไร้คนขับทางไกล ผ่านเครือข่าย 5G บริเวณลานหน้าสามย่านมิตรทาวน์ภายใต้ความร่วมมือระหว่างสถาบันวิจัยและนวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และเอไอเอส โดยเป็นการแสดงศักยภาพของเครือข่าย 5G ที่มีความเร็วสูง, ความหน่วงต่ำ และตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ควบคุมรถไม่จำเป็นต้องอยู่ในตัวรถ แต่สามารถบังคับรถให้เคลื่อนที่ไปยังพื้นที่ต่างๆ ได้ตามต้องการ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในด้านการขนส่งสินค้าในภาคอุตสาหกรรม และการสัญจรในอนาคต

4) 5G Connected Drones

การสาธิตบังคับโดรนระยะไกล ระหว่างกรุงเทพฯ และเมืองโคราช จ.นครราชสีมา ในพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตผ่านเครือข่าย 5G บน Live Network แสดงแนวคิดการใช้งานโดรนในยุค 5G ที่ความเร็วสูงและความหน่วงต่ำ ซึ่งคนควบคุมไม่จำเป็นต้องอยู่ที่เดียวกับโดรน แต่สามารถควบคุมโดรนระยะทางไกลได้ผ่านเครือข่ายมือถือ และสามารถ Streaming Video ที่มีความละเอียดสูงกลับมาหาผู้ใช้งานได้ทันที ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์การใช้งานได้หลากหลาย ทั้งด้านการขนส่งและโลจิสติกส์, การเกษตร, ความปลอดภัยสาธารณะ, การกู้ภัย รวมถึงการนำไปใช้ควบคุมโดรนภายในเมืองอัจฉริยะ เพื่อใช้ในการเข้าไปสำรวจพื้นที่ต่างๆ

5) 5G The Robotics

จัดแสดงแนวคิดหุ่นยนต์ ผ่านเทคโนโลยี 5G ที่มีความเร็วสูงและความหน่วงต่ำ โดยประกอบไปด้วย 2 Use Cases คือ

5.1) 5G The Robotic, the future of store   เป็นการแสดงแนวคิด ซูเปอร์มาร์เก็ตในอนาคต ที่ทำงานโดยหุ่นยนต์ ผ่านเทคโนโลยี 5G ทำให้หุ่นยนต์ประมวลผลได้แบบเรียลไทม์และมีความแม่นยำสูง จึงสามารถหยิบสินค้าได้ตรงตามออเดอร์ที่ลูกค้าต้องการสั่งซื้อ

5.2) 5G Smart Little Robot Companion หุ่นยนต์อัจฉริยะทำงานผ่าน 5G สามารถพูดคุยและตอบคำถามแก่ผู้มาใช้งาน ผ่านเทคโนโลยี 5G ช่วยให้จดจำการสั่งการ Smart Connected Devices และ การตอบสนองของหุ่นยนต์เป็นไปได้อย่างรวดเร็วและถูกต้องแม่นยำมากยิ่งขึ้น โดย Bannee และ Bookky เป็นหุ่นยนต์บรรณารักษ์ (Librarian-Bot) ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อปฏิบัติงานที่สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยขอนแก่น สามารถสื่อสารกันเองและสื่อสารกับคนได้

เอไอเอส ขอเชิญชวนประชาชนคนไทย นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนบุคคลที่สนใจร่วมทดลอง ทดสอบ และสัมผัสกับนวัตกรรม 5G ไปด้วยกัน ณ สามย่านมิตรทาวน์ ลานกิจกรรม Semi outdoor ชั้น G จัดแสดงตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2562 – 3 มกราคม 2563 เวลา 10.00 น. 22.00 น. (สำหรับวันที่ 24 – 31 ธันวาคม 2562 เวลา 10.00 น.- 24.00 น.) ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

from:https://www.flashfly.net/wp/277855

AMD – เผย … เราไม่เคยฝันว่าเราจะเป็นผู้นำ Intel แต่ที่เกิดขึ้นมาได้ผู้ผลิต TSMC

หลังจากการประชุมหลายๆ อย่างที่ผ่านมาในช่วงๆ 2 – 3 ครั้งที่ออกมานั้นเราได้เห็นกันแล้วว่าทาง AMD นั้นมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องแถมยังทำให้คู่แข่งอย่าง Intel นั้นต้องสั่นสะเทือนโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับหน่วยประมวผลรุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับสถาปัตยกรรม Zen 2 ของทาง AMD นั้นได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

ซึ่งแน่นอนว่านี่ถือได้ว่าเป็นการเอาชนะทาง Intel ในส่วนของตัวหน่วยประมวลผลที่ทาง AMD นั้นสามารถที่จะนำหน้า Intel ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา (แน่นอนที่สุดเลยว่าความสำเร็จในครั้งนี้นั้นปฎิเสธไม่ได้เลยว่ามาจากทาง TSMC ผู้ที่ผลิตชิปหน่วยประมวลผลให้กับทาง AMD)

สิ่งหนึ่งที่ทำให้เห็นได้ชัดเลยว่าทาง AMD นั้นเริ่มที่จะเติบโตจากการเอาชนะ Intel ในด้านหน่วยประมวลผลนั้นก็คือราคาหุ้นของ AMD ต่อหนึ่งหุ้นนั้นพุ่งสูงมากขึ้นมาอยู่ที่ $42 หรือประมาณ 1,269 บาทต่อหุ้นซึ่งเข้าใกล้กับราคาหุ้นที่สูงที่สุดของทาง AMD ซึ่งอยู่ที่ $47.5 หรือประมาณ 1,435 บาทที่ทาง AMD ได้เคยทำเอาไว้ตั้งแต่ในช่วงปี 2000 ที่ผ่านมา แถมยังมีแนวโน้มว่าราคาหุ้นของทาง AMD นั้นจะยังคงเติบโตมากขึ้นอีกเรื่อยๆ อีกด้วย

อย่างไรก็ตามแต่แล้วนั้นทาง AMD ก็ไม่เคยคิดว่าเหตุการณ์ทั้งหมดจะออกมาในรูปแบบนี้ซึ่งนี่เป็นผลมาจากการที่ทาง Intel นั้นมีปัญหาทางด้านกระบวนการผลิตที่ระดับ 10 nm เป็นระยะเวลาหลายปีทำให้หน่วยประมวลผลของทาง Intel นั้นยังคงใช้กระบวนการผลิตที่ระดับ 14 nm อยู่ในช่วงเวลานี้ ซึ่งหน่วยประมวผลที่ทาง AMD เผยออกมาจนทำให้ความสำเร็จก้าวมากไปกว่าเดิมนั้นนอกจากจะเป็นซีรีย์ Ryzen สำหรับผู้ใช้ทั่วไปแล้วนั้นยังมี ROME สำหรับเครื่องแบบ Server ด้วยอีกต่างหากที่จะเห็นได้ว่าทาง AMD สามารถที่จะเพิ่มจำนวนแกนการประมวลผลไปได้มากกว่าทาง Intel เป็นอย่างมาก

ยังมีอีกส่วนหนึ่งที่หน่วยประมวลผลสถาปัตยกรรม Zen ของทาง AMD สามารถที่จะนำมาต่อกรกับทาง Intel ได้นั่นก็คือประสิทธิภาพในการใช้งานแบบ single-threaded ซึ่งทาง AMD นั้นไม่คิดด้วยซ้ำไปว่ามันจะสามารถเทียบเคียงกับของทาง Intel ได้ทว่าสิ่งนั้นก็เกิดขึ้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วนั้นทาง AMD แค่หวังว่ามันจะออกมาสูสีกับทาง Intel ทว่ากลับกลายเป็นว่าในบางการทดสอบนั้นหน่วยประมวลผลสถาปัตยกรรม Zen สามารถที่จะทำได้ดีกว่าอย่างที่ทาง AMD ไม่คาดคิด

ทุกอย่างนั้นทาง AMD ยกความดีความชอบให้กับทาง TSMC ผู้ผลิตหน่วยประมวลผลให้กับทาง AMD ซึ่งในอนาคตอันไม่ไกลนั้นทาง TSMC เองก็ได้เปิดโอกาสให้กับทาง AMD ได้แซง Intel อีกครั้งกับกระบวนการผลิตที่ระดับ 5 nm ซึ่งทาง AMD นั้นคาดว่าจะสามารถผลิตหน่วยประมวผลที่กระบวนการผลิตระดับ 5 nm นี้ได้ในปี 2021 ในขณะที่ทาง Intelนั้นไม่รู้ว่าจะสามารถก้าวข้ามมาได้เมื่อไร งานนี้นั้นทาง AMD ก็ไม่ยอมที่จะปล่อยโอกาสให้หลุดมือไปอย่างแน่นอน งานนี้นั้นได้มีการต่อสู้อย่างสนุกสนานแน่และที่เด็ดที่สุดนั้นก็คือผลดีทั้งหลายก็จะตกอยู่กับผู้ใช้ทั่วไปนั่นเอง

ที่มา : wccftech

from:https://notebookspec.com/amd-we-never-dreamed-we-would-be-ahead-of-intel/504781/

Apple – MacBook Pro 16 สเปก Core i9 มีประสิทธิภาพต่ำกว่า MSI P65 สเปก Core i9 สาเหตุจากความร้อน

ในปี 2018 ที่ผ่านมานั้นเราได้เห็นทาง Apple เล่นใหญ่กับ MacBook Pro รุ่นขนาดหน้าจอ 15 นิ้วที่ทาง Apple นั้นได้เพิ่มตัวเลือกหน่วยประมวลผลเป็นรุ่น Core i9-8950HK ของทาง Intel ซึ่งหลังจากที่มีผู้นำไปใช้งานในการทดสอบต่างๆ นั้นกลับพบว่ามันไม่สามารถที่จะทำงานให้มีประสิทธิภาพได้อย่างเต็มที่เท่าไรนักด้วยปัญหาความร้อนของตัวเครื่อง

เนื่องจากว่า MacBook Pro นั้นเน้นความบางและเบาทำให้ไม่สามารถที่จะเพิ่มในส่วนของระบบระบายความร้อนที่ดีเข้าไปสู่ตัวเครื่องได้ ยิ่งหลังจากที่ทาง Dell ปล่อย Core i9 XPS 15 ออกมาแล้วด้วยนั้นทำให้ MacBook Pro มีเครื่องที่เข้ามาเปรียบเทียบได้เป็นอย่างดีและ Core i9 XPS 15 นั้นก็สามารถขับประสิทธิภาพของหน่วยประมวผลได้ดีกว่า

อย่างไรก็ตามแต่ดูเหมือนกับว่าทาง Apple จะไม่หยุดแค่เพียงเท่านั้นดังที่ได้เห็นกันแล้วว่าในปี 2019 นั้น MacBook Pro ขนาดหน้าจอ 16 นิ้วยังคงมาพร้อมกับตัวเลือกหน่วยประมวลผล Core i9-9880H ให้ผู้ใช้ได้ใช้งานกัน ทว่าด้วยความที่ Core i9-9880H นั้นมาพร้อมกับแกนการประมวลผลที่มากกว่า Core i9-8950HK อยู่แต่มีการลดความเร็วสัญญาณนาฬิกาลงมาอยู่ที่ 2.3 GHz จาก 2.9 GHz ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานในแบบ multi-core นั้นเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม

ถึงแม้ว่าประสิทธิภาพจะดีขึ้นกว่าเดิม ทว่าเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง MSI GE75 9SG ที่มาพร้อมกับหน่วยประมวลผลรุ่นเดียวกันแล้วนั้น MacBook Pro รุ่นขนาดจอ 16 นิ้วก็ยังคงแพ้คู่แข่งอยู่ดีซึ่งปัญหานั้นก็ยังคงเป็นปัญหาเดิมนั่นก็คือเรื่องของการจัดการกับความร้อนที่ MacBook Pro 16 นิ้วยังคงไม่สามารถที่จะระบายความร้อนออกมาได้ดีเท่าที่ควร อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ต้องแลกมาเพื่อที่จะทำให้ตัวเครื่องสามารถที่จะขับประสิทธิภาพของ Core i9-9880H ได้เต็มที่นั้นก็คือการที่ตัวเครื่องของ MSI GE75 9SG มีขนาดที่ใหญ่กว่า เสียงรบกวนจากพัดลมมากกว่า

ทั้งหมดทั้งมวลนั้นเกิดขึ้นมาจากขนาดของตัวเครื่องที่บางและเบาจนทำให้ไม่สามารถที่จะใส่ระบบระบายความร้อนดีๆ ลงไปได้ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดนั้นก็คือ HP Omen 17 ที่ถึงแม้ว่าจะใช้หน่วยประมวผลรุ่นเดียวกันแต่ทว่าผลการทดสอบนั้นกลับได้ต่ำกว่า MacBook Pro 16 ซึ่งจุดนี้นั้นก็คงต้องเป็นปัญหาที่ผู้ผลิตรายอื่นๆ นั้นต้องแก้กันต่อไปเพราะปัญหาเรื่องของการระบายความร้อนนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งในการที่จะทำให้ Core i9-9880H สามารถที่จะแสดงประสิทธิภาพออกมาได้อย่างเต็มที่นั่นเอง

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/apple-macbook-pro-16-core-i9-gets-consistently-outperformed-by-the-msi-p65-core-i9/504784/

15 ปี เอไอเอส เซเรเนด ให้คุณเป็นเจ้าของ OnePlus 7T Pro McLaren Limited Edition ได้ในราคาพิเศษ 15 ธ.ค. วันเดียวเท่านั้น!

AIS เครือข่ายอันดับ 1 เร็วสุด แรงสุด ในประเทศไทย ฉลองครบรอบ 15 ปี เอไอเอสเซเรเนด จับมือกับ OnePlus แบรนด์สมาร์ทโฟนในระดับพรีเมียม Top 5 ของโลก ที่มาพร้อมกับความมุ่งมั่นที่จะไม่หยุดพัฒนาตัวเองแบบ Never Settle ใส่ใจทุกรายละเอียด และให้ความสำคัญทุกความคิดเห็นจาก OnePlus Community กลุ่มคนที่ชื่นชอบและหลงใหลในสิ่งเดียวกัน

พร้อมส่งมอบข้อเสนอให้คุณเป็นเจ้าของ OnePlus 7T Pro McLaren Limited Edition ด้วยดีไซน์ฝาหลังที่โดดเด่นด้วยลวดลายที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถ McLaren และขอบตัวเครื่องสีส้ม Papaya Orange ที่เป็นเอกลักษณ์ มาพร้อมกับ Protective case และ User Interface พิเศษที่ออกแบบมาเพื่อใช้เฉพาะรุ่นนี้เท่านั้น  RAM 12 GB และชิปเซ็ทขุมพลัง Qualcomm Snapdragon 855+ ที่เร็วแรงสุด เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน รวมถึงการแสดงผลภาพลื่นไหล ไม่มีสะดุด ทรงพลังยิ่งขึ้นด้วยหน้าจอที่มีค่ารีเฟรชเรท ที่ 90 Hz จะทำให้ภาพกราฟิกสวยเนียนตา อีกทั้ง Warp Charge 30T ที่ชาร์จแบตเตอรี่ 70% เพียง 30 นาที ทำให้การเล่นเกมเหนือระดับขึ้นไปอีกขั้น หรือจะเป็นคนชื่นชอบดูหนัง ฟังพลงที่สมบูรณ์แบบ กับหน้าจอ Fluid Display จอใหญ่เต็มตาขนาด 6.67 นิ้ว รองรับการแสดงผลความละเอียด HDR10+ คมชัดทุกรายละเอียด พร้อมระบบเสียงสเตริโอลำโพงคู่แบบ Dolby Atmos

ข้อเสนอแคมเปญ Serenade 15 ปี สามารถซื้อ OnePlus 7T Pro McLaren Limited Edition ได้ในราคาพิเศษ

1) รับส่วนลด 6,000 บาท จากราคาปกติ 29,990 บาท เหลือเพียง 23,990 บาท เมื่อสมัครแพ็กเกจค่าบริการรายเดือน 1,099 บาทขึ้นไป (ระยะเวลาสัญญา 15 เดือน)

2) รับส่วนลด 8,000 บาท จากราคาปกติ 29,990 บาท เหลือเพียง 21,990 บาท เมื่อสมัครแพ็กเกจค่าบริการรายเดือน 1,099 บาทขึ้นไป พร้อมใช้ AIS Point 200 คะแนน (ระยะเวลาสัญญา 15 เดือน)

เฉพาะวันที่ 15 ธันวาคม 2562 วันเดียวเท่านั้น จำกัดสิทธิ์ 2,500 สิทธิ์ โดยลูกค้าสามารถจองสิทธิ์ผ่านทาง AIS Shop ทั้ง 33 สาขาที่ร่วมรายการในการวางจำหน่ายสมาร์ทโฟน OnePlus ดังต่อไปนี้

·    เอไอเอสช็อป สาขาเซ็นทรัลเวิลด์

·    เอไอเอสช็อป สาขาเซ็นทรัล บางนา

·    เอไอเอสช็อป สาขาเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า

·    เอไอเอสช็อป สาขาเดอะมอลล์ บางแค

·    เอไอเอสช็อป สาขาฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต 1

·    เอไอเอสช็อป สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์

·    เอไอเอสช็อป สาขาเดอะมอลล์ บางกะปิ

·    เอไอเอสช็อป สาขาเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ

·    เอไอเอสช็อป สาขาเซ็นทรัล พระราม 3

·    เอไอเอสช็อป สาขาเซ็นทรัล พระราม 2

·    เอไอเอสช็อป สาขาเซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์

·    เอไอเอสช็อป สาขาซีคอนสแควร์

·    เอไอเอสช็อป สาขาเมกา บางนา

·    เอไอเอสช็อป สาขาเซ็นทรัล ลาดพร้าว 2

·    เอไอเอสช็อป สาขาฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต 2

·    เอไอเอสช็อป สาขาเซ็นทรัล เวสต์เกต

·    เอไอเอสช็อป สาขาเซ็นทรัล อีสต์วิลล์

·    เอไอเอสช็อป สาขามาบุญครอง

·    เอไอเอสช็อป สาขาไอคอนสยาม

·    เอไอเอสช็อป สาขาเซ็นทรัล เชียงใหม่

·    เอไอเอสช็อป สาขาเดอะมอลล์ นครราชสีมา

·    เอไอเอสช็อป สาขาเซ็นทรัล หาดใหญ่

·    เอไอเอสช็อป สาขาเซ็นทรัล อุบลราชธานี 

·    เอไอเอสช็อป สาขาอยุธยาซิตี้พาร์ค

·    เอไอเอสช็อป สาขาเซ็นทรัล ระยอง

·    เอไอเอสช็อป สาขาเซ็นทรัล ภูเก็ต

·    เอไอเอสช็อป สาขาเซ็นทรัล ขอนแก่น

·    เอไอเอสช็อป สาขาเซ็นทรัล สมุย

·    เอไอเอสช็อป สาขาเซ็นทรัล พัทยาบีช

·    เอไอเอสช็อป สาขาโรบินสัน ฉะเชิงเทรา

·    เอไอเอสเซเรเนดช็อป สาขาดิเอ็มควอเทียร์

·    เอไอเอสเซเรเนดช็อป สาขาเซ็นทรัล ระยอง

·    เอไอเอสเซเรเนดช็อป สาขาเซ็นทรัล หาดใหญ่

รายละเอียดเพิ่มเติมคลิก >> https://bit.ly/2sp7MeA

ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fanpage : OnePlusTH ได้ตามลิงก์นี้ https://www.facebook.com/oneplusthailand/ หรือ OnePlus Call Center ได้ที่เบอร์ 02-793-3818

from:https://www.flashfly.net/wp/277851

วันเดียวเท่านั้น!! ฉลองครบรอบ 15 ปี AIS Serenade เป็นเจ้าของ OPPO Reno 10x Zoom 12GB RAM ราคาเริ่มต้นเพียง 12,490 บาท!

ลูกค้า AIS Serenade ไม่ควรพลาดกับแคมเปญฉลองครบรอบ 15 ปี AIS Serenade โดยมีโปรโมชั่นสุดพิเศษให้ลูกค้า รับสิทธิ์แลกซื้อ OPPO Reno 10x Zoom 12GB RAM Limited Edition ในราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 12,490 บาท จากราคาปกติ 28,990 บาท!

รับสิทธิพิเศษนี้วันที่ 15 ธ.ค.2562 วันเดียวเท่านั้น จำนวนจำกัด 2,500 สิทธิ์ (รวมทุกแบรนด์ที่ร่วมโครงการ) โดยสามารถรับสิทธิ์ได้ที่ AIS Shop และ Serenade Club ทุกสาขาทั่วประเทศ

OPPO Reno 10x Zoom 12GB RAM Limited Edition ที่สุดแห่งสมาร์ทโฟนรุ่นพรีเมี่ยมจาก OPPO ที่ประสิทธิภาพการทำงานเทียบเท่ากับรุ่นไฮเอนด์ มาพร้อมกับ RAM ขนาดใหญ่ 12GB พร้อมกับ CPU ตัวท็อปในตลาดสมาร์ทโฟน Snapdragon 855 และหน่วยความจำขนาดใหญ่ ROM 256GB เพิ่มประสบการณ์การทำงานให้ลื่นไหลและรวดเร็วมากที่สุด ทั้งยังมีเทคโนโลยีชาร์จไว VOOC 3.0 ควบคู่กับแบตเตอรี่ความจุขนาดใหญ่ถึง 4,065 mAh ให้คุณชาร์จได้เร็วขึ้น ใช้งานได้นานขึ้น

OPPO Reno 10x Zoom 12GB RAM Limited Edition ยังคงความล้ำเรื่องประสิทธิภาพกล้องเหมือนเดิม กับเทคโนโลยี 10x Hybrid Zoom ซูม 10 เท่า และดิจิทัลซูม 60 เท่า พร้อมกล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียดมากถึง 48 ล้านพิกเซล, เลนส์ Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และเลนส์ Telephoto ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ที่มีการใช้เทคโนโลยี D-Cut ทำให้โครงสร้างกล้อง Telephoto หนาเพียง 5.75 มม. และต้อนรับสีใหม่ ‘Ocean Blue’ ที่ผ่านการออกแบบอย่างพิถีพิถันภายใต้แรง บันดาลใจจากความสวยงามของท้องทะเล โดยตัวเครื่องได้รับการเคลือบเงาพิเศษเล่นกับแสงไฟที่ตกกระทบ

ลูกค้า AIS Serenade ไม่ควรพลาดโปรโมชั่นสุดพิเศษนี้ โดย OPPO Reno 10x Zoom 12GB RAM Limited Edition จากราคาปกติ 28,990 บาท ใช้แพ็กเกจ 1,099 บาท (ติดสัญญา 15 เดือน) พร้อมแลก 200 พอยท์ เหลือเพียง 12,490 บาท และสามารถรับสิทธิพิเศษในวันที่ 15 ธ.ค. 2562 วันเดียวเท่านั้น จำนวนจำกัด 2,500 สิทธิ์ทั่วประเทศ (รวมทุกแบรนด์ที่ร่วมโครงการ)

รับสิทธิ์ได้ที่ AIS Shop และ Serenade Club ทุกสาขาทั่วประเทศ

รายละเอียดเพิ่มเติม: http://www.ais.co.th/serenade/smartphone/

#AISSerenade #Serenade #IAMSERENADE #SerenadeDay #OPPO

#OPPOReno10xZoom #12GBLimitedEdition #OceanBlue #แรมเยอะกว่าราคาเท่าเดิม

from:https://www.flashfly.net/wp/277844