ลือ!! Apple จะแถม AirPods มากับ iPhone 12 และ 12 Pro

DigiTimes แหล่งข่าวในไต้หวันอ้างว่า Apple มีแผนที่จะแถมหูฟังไร้สายแบบ TWS (True Wireless Stereo) มาให้ในกล่อง iPhone รุ่นถัดไป ที่จะเปิดตัวในปี 2020 หรือ iPhone 12, iPhone 12 Pro และ iPhone 12 Pro Max

ไม่ใช่เพียง Apple แหล่งข่าวยังอ้างว่า Samsung กับ Xiaomi ก็มีความคิดแบบเดียวกัน ที่จะแถมหูฟังไร้สายแบบ TWS มากับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในปีหน้า

อย่างไรก็ตาม เว็บไซต์ MacRumors ไม่เชื่อว่า Apple จะแถม AirPods มากับ iPhone เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่า ซึ่งปัจจุบันมีราคาเริ่มต้นที่ 159 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือ 5,990 บาท และผู้บริโภคยังยินดีที่จะซื้อ AirPods แยกต่างหาก

iPhone ในปัจจุบันได้แถม EarPods หูฟังแบบมีสายมาให้ในกล่อง โดยมีมูลค่า 29 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือ 1,190 บาท

ที่มา – MacRumors
https://www.flashfly.net/wp/276718

from:https://www.flashfly.net/wp/276718

ส่องแคมเปญสุดฮอต “New Year New Phone” ส่งท้ายปีกับ OPPO รับส่วนลดสูงสุด 4,000 บาท!

 

ใกล้ถึงปีใหม่แล้ว OPPO ได้เตรียมของขวัญต้อนรับปีใหม่ด้วยแคมเปญสุดเซอร์ไพร์ส “New Year New Phone” มาพร้อมโปรโมชั่นสุดคุ้ม รับทันทีส่วนลดสูงสุดถึง 4,000 บาท พร้อมของแถมอีกมากมาย

เมื่อซื้อสมาร์ทโฟน OPPO รุ่น OPPO Reno2 F, OPPO Reno2, OPPO Reno 10x Zoom 12GB RAM Limited Edition และ OPPO Reno 10x Zoom ตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2562 – 5 มกราคม 2563 โดยรายละเอียดโปรโมชั่นในแต่ละรุ่น มีดังนี้

 

New Year New Phone

เริ่มจากรุ่นสุดฮอตที่ไม่ควรพลาดอย่าง OPPO Reno2 F ที่สุดของสมาร์ทโฟนในการถ่ายภาพพอร์ตเทรตและเซลฟี่ มอบส่วนลดทันที 1,000 บาท! เหลือเพียง 10,990 บาท จากปกติ 11,990 บาท โดย OPPO Reno2 F มีจุดเด่นอยู่ที่กล้องหลัง 4 ตัวความละเอียดสูงสุด 48MP พร้อมฟังก์ชั่นต่างๆ ที่ช่วยให้การถ่ายภาพเป็นเรื่องง่าย

กล้องหน้าเองก็ไม่แพ้กันเลยยังคงคอนเซ็ปเซลฟี่สวยเป็นธรรมชาติด้วย AI Beauty แบบใหม่ และยังมี Selfie Portrait ที่ถ่ายหน้าชัดหลังละลายได้ นอกจากนี้ยังมาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 4,000 mAh, เทคโนโลยีชาร์จไว VOOC 3.0, หน้าจอ Panoramic Screen 6.5 นิ้ว RAM 8GB และ ROM 128GB โดย OPPO Reno2 F มีให้เลือก 3 สี คือ สีเขียว Nebula Green, สีขาว Sky White และ สีเขียว Lake Green


OPPO Reno2 สมาร์ทโฟนที่ถ่ายวิดีโอดีที่สุด รับฟรีของแถมพิเศษมากมายทั้ง Gift Voucher มูลค่า 500 บาท, VOOC Car Charger และ VIP Card ประกันหน้าจอแตก 1 ปี เมื่อซื้อ OPPO Reno2 ในราคา 17,990 บาท โดยจุดเด่นของรุ่นนี้คือโหมดกันสั่น หรือ Ultra Steady Mode ช่วยให้การถ่ายวีดีโอนิ่งทุกสถานการณ์

มาพร้อมกล้องหลังถึง 4 ตัว ความละเอียดสูงสุด 48MP และโหมดต่างๆ ที่ช่วยให้ถ่ายภาพได้ชัดทุกระยะ ไม่ว่าจะเป็นระยะใกล้หรือไกลด้วย 5x Hybrid Zoom ซูมแบบดิจิตอลได้สูงสุดถึง 20 เท่า

มืดแค่ไหนก็เอาอยู่ด้วย Ultra Dark Mode หรือแม้แต่ระยะใกล้ก็สวยชัดได้ด้วย Ultra Macro Mode ถ่ายได้ใกล้ถึง 2.5 เซนติเมตร นอกจากนี้ยังมาพร้อมชิปเซ็ต Snapdragon 730G RAM 8GB และ ROM 256GB

โดย OPPO Reno2 มีให้เลือก 2 สี คือ สีดำ Luminous Black และ สีชมพู Sunset Pink


OPPO Reno 10x Zoom 12GB RAM Limited Edition ตัวใหม่ล่าสุด รับทันทีของแถมสุดพรีเมี่ยม OPPO Enco Q1 มูลค่า 2,990 บาท ฟรี! เมื่อซื้อ OPPO Reno 10x Zoom 12GB RAM Limited Edition ในราคา 28,990 บาท

ซึ่งรุ่นนี้เป็นรุ่นที่อัพเกรดจาก OPPO Reno 10x Zoom โดยมาพร้อมสโลแกน “แรมเยอะกว่า ราคาเท่าเดิม” ที่ RAM 12GB ROM 256GB พร้อมกล้องความละเอียดสูงสุด 48MP, 10x Hybrid Zoom ซูม 10 เท่าโดยที่ภาพยังคมชัด และซูมดิจิตอลได้สูงสุดถึง 60 เท่า, Snapdragon 855, VOOC 3.0, Panoramic Screen 6.6 นิ้ว


อีกหนึ่งรุ่นยอดฮิต OPPO Reno 10x Zoom สมาร์ทโฟนสุดพรีเมี่ยม มอบส่วนลดทันที 4,000 บาท! เหลือเพียง 24,990 บาทเท่านั้น จากปกติ 28,990 บาท

โดย OPPO Reno 10x Zoom มาพร้อมกล้องความละเอียดสูงสุด 48MP, 10x Hybrid Zoom ซูม 10 เท่าโดยที่ภาพยังคมชัด และซูมดิจิตอลได้สูงสุดถึง 60 เท่า พร้อม RAM 8GB ROM 256GB, Snapdragon 855, VOOC 3.0 และ Panoramic Screen 6.6 นิ้ว

ใกล้ปีใหม่แล้วก็อย่าลืมซื้อสมาร์ทโฟนเป็นรางวัลหรือของขวัญให้แก่คนที่คุณรัก ซึ่งช่วงนี้ถือเป็นโอกาสดีเพราะ OPPO มอบโปรโมชั่นทั้งลดทั้งแถมในช่วงปีใหม่นี้โดยเฉพาะ

โดยแคมเปญ “New Year New Phone” นี้ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2562 – 5 มกราคม 2563 ที่ OPPO Brand Shop และตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ

รายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.facebook.com/oppothai.com 

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน OPPO ที่นี่ >>> http://bit.ly/2CtyuWo

 

from:http://mobileocta.com/shine-a-hot-campaign-new-year-new-phone-to-end-the-year-with-oppo/

Apple ยังคงพัฒนาเทคโนโลยีการชาร์จแบบ 2 ทาง อ้างอิงจากสิทธิบัตรล่าสุด

iPhone 11 series ถูกลือว่าจะมาพร้อมฟีเจอร์ Reverse Wireless Charging ซึ่งท้ายที่สุด Apple ได้ตัดสินใจถอดฟีเจอร์นี้ทิ้งไปก่อนเปิดตัวทางการ แต่สิทธิบัตรล่าสุดที่ Apple ผ่านการรับรองจากสำนักงานสิทธิบัตรของสหรัฐอเมริกา แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีการชาร์จแบบ 2 ทาง ยังอยู่ในแผนของ Apple

ปัจจุบันฟีเจอร์ Reverse Wireless Charging เริ่มนำมาใช้แล้วบนสมาร์ทโฟนระดับเรือธงบางรุ่นของ Samsung และ Huawei ช่วยให้สมาร์ทโฟนสามารถชาร์จแบตเตอรี่ให้กับอุปกรณ์อื่นๆ อย่าง หูฟังไร้สาย หรือ สมาร์ทวอทช์ เพียงนำมาวางไว้บนด้านหลังของสมาร์ทโฟน โดยไม่ต้องเชื่อมต่อสายใดๆ

แต่ฟีเจอร์ Reverse Wireless Charging ที่อยู่ในสิทธิบัตรของ Apple ถูกเรียกว่า Hybrid Wireless Charging System แสดงให้เห็นการชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สายโดยใช้ขดลวดแบบไฮบริดหรือ 2 ทาง คือ รองรับทั้งการรับและส่งต่อพลังงาน

จากสิทธิบัตรเราจะเห็นว่า Apple มีการติดตั้งขดลวดแบบไฮบริดไว้บนผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้ง MacBook, iPhone, Apple Watch รวมถึง iPad ด้วย ทีน่าสนใจก็คือ มีการติดตั้งไว้บน MacBook ถึง 3 จุด ช่วยให้ MacBook ในอนาคต สามารถชาร์จแบตเตอรี่ให้กับ iPhone และ Apple Watch หรือ AirPods ในเวลาเดียวกันได้ นอกจากนี้ iPhone หรือ iPad ในอนาคต ก็สามารถชาร์จแบตเตอรี่ไร้สายให้กับอุปกรณ์อื่นๆ ได้เช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่า Apple จะผลักดันเทคโนโลยี Hybrid Wireless Charging System ออกมาใช้งานกับผลิตภัณฑ์จริงในช่วงเวลาใด

ที่มา – Patently Apple
https://www.flashfly.net/wp/276714

from:https://www.flashfly.net/wp/276714

ไมโครซอฟท์แก้มือในยุค Xbox Scarlett เตรียมออกเกมจาก First Party ทุก 3-4 เดือน

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Xbox One เป็นรอง PS4 ในสงครามคอนโซลยุคนี้คือ การขาดแคลนเกม first party ที่เป็นจุดดึงดูดของแพลตฟอร์ม

ไมโครซอฟท์เองก็ทราบปัญหานี้ดี และพยายามแก้เกมด้วยการไล่ซื้อสตูดิโอเกมจำนวนมากมาอยู่ใต้ร่มของ Xbox Game Studios โดยปัจจุบันมีสตูดิโอในสังกัด 15 แห่งแล้ว

ล่าสุด Matt Booty หัวหน้าทีม Xbox Game Studios ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ GameRadar ระบุว่าในยุคของ Xbox Scarlett เขามีแผนจะออกเกมใหม่ให้ได้ทุก 3-4 เดือน ซึ่งด้วยพลังของสตูดิโอทั้ง 15 แห่งก็ทำให้เขามั่นใจว่าสามารถเดินหน้าตามแผนนี้ได้

No Description

เขาบอกว่าไมโครซอฟท์ต้องใช้เวลาอีกสักระยะ เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับ Xbox Scarlett มีเกมออกใหม่อย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังเสริมด้วยว่ายังไม่ทิ้งยุทธศาสตร์เกมจากผู้ผลิตรายอื่น (third party) และเกมจากนักพัฒนาอิสระ (ID@Xbox) ที่ยังให้ความสำคัญเหมือนเดิม

Booty ยังพูดถึงเกมใหม่ๆ ของสตูดิโอในสังกัดที่เริ่มประกาศข่าวออกมา เช่น Grounded ของ Obsidian, Bleeding Edge ของ Ninja Theory และ Wasteland 3 ของ InXile ซึ่งไมโครซอฟท์ถือนโยบายไม่เข้าไปขัดขวางหรือยุ่งเกี่ยวของเกมที่พัฒนาอยู่แล้ว แต่จะช่วยเพิ่มทรัพยากรให้สตูดิโอเหล่านี้มีกำลังพัฒนาเกมมากขึ้นแทน

ที่มา – GamesRadar

from:https://www.blognone.com/node/113424

AirFly ด็องเกิลช่วยจับคู่ AirPods Pro กับระบบความบันเทิงบนเครื่องบิน

AirPods Pro หูฟังไร้สายรุ่นแรกของ Apple ที่มาพร้อมเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวน และได้รับคำชมว่าทำงานได้เป็นอย่างดีในการกรองเสียงเครื่องบินและเสียงผู้โดยสารรอบข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ และคงเป็นเรื่องดีถ้าหากสามารถเชื่อมต่อกับระบบความบันเทิงบนเครื่องบินได้

น่าเสียดายที่ระบบความบันเทิงบนเครื่องบินถูกสร้างมาก่อน AirPods Pro หลายปี แต่โชคดีที่มี AirFly ด็องเกิลที่จะมาเป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อระหว่างระบบความบันเทิงบนเครื่องบินกับ AirPods โดยมีวิธีการจับคู่ง่ายๆ เหมือนการจับคู่อุปกรณ์ Bluetooth ทั่วไป

AirFly มีให้เลือก 4 รุ่น เริ่มที่รุ่น Classic รองรับหูฟัง 1 ชุด แบตเตอรี่ให้อายุการใช้งานมากกว่า 8 ชั่วโมง ชาร์จแบตผ่าน Micro-USB, Duo รองรับหูฟัง 2 ชุด แบตเตอรี่ให้อายุการใช้งานมากกว่า 20 ชั่วโมง ชาร์จแบตผ่าน USB-C และยังมีรุ่น USB-C (ใช้พอร์ต USB-C แทนแจ็คหูฟัง) กับรุ่น Pro (เหมือนรุ่น Duo แต่เพิ่มการสนับสนุน AUX สำหรับต่อเครื่องเสียงในรถยนต์หรือลำโพง)

ความจริงแล้ว AirFly รองรับหูฟังไร้สายรุ่นอื่นๆ ด้วย นอกจาก AirPods Pro ไม่ว่าจะเป็น AirPods รุ่นแรก, AirPods รุ่นที่ 2 และชุดหูฟังรุ่นอื่นๆ ที่รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth

ที่มา – AirFly
https://www.flashfly.net/wp/276709

from:https://www.flashfly.net/wp/276709

ชมภาพเรนเดอร์ OPPO Reno3 Pro 5G ด้านหน้าแบบเต็มๆ

หลังจากรองประธานของ OPPO มีการปล่อยภาพเรนเดอร์สมาร์ทโฟน OPPO Reno3 Pro 5G ออกมาด้วยตัวเอง ผ่านช่องทาง Twitter ส่วนตัว ซึ่งเปิดเผยให้เห็นเพียงบางส่วนเท่านั้น แต่ล่าสุดภาพเรนเดอร์ที่เผยให้เห็นดีไซน์ด้านหน้าทั้งหมด ก็ถูกเปิดแชร์ออกมาแล้ว

Brian Shen รองประธานของ OPPO เปิดเผยว่า Reno3 Pro 5G จะใช้ดีไซน์กระจกที่มีความบางเพียง 7.7 มิลลิเมตร และอาจเป็นสมาร์ทโฟน 5G แบบ Dual Mode ที่บางที่สุดในตลาด

รายงานล่าสุดคาดว่า OPPO Reno3 Pro 5G จะมาพร้อมจอแสดงผล FHD+ AMOLED ขนาด 6.5 นิ้ว ให้อัตราการรีเฟรช 90Hz ทำงานบนพื้นฐาน Android 10 สวมทับด้วย ColorOS 7 ใช้ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 735 ความจำ RAM 8GB จับคู่กับ ROM 256GB ความจุแบตเตอรี่ 4,500mAh กล้องหลัง 4 ตัว ตัวหลัก 60 ล้านพิกเซล กล้องเซลฟี่ 32 ล้านพิกเซล

ที่มา – LetsGoDigital
https://www.flashfly.net/wp/276706

from:https://www.flashfly.net/wp/276706

Facebook ขึ้นแจ้งเตือนว่าโพสมีข้อมูลผิด หลังรัฐบาลสิงคโปร์สั่งแก้ไขโพสวิจารณ์รัฐบาล

เฟซบุ๊กเลือกทำตามข้อเรียกร้องของรัฐบาลสิงคโปร์ที่สั่งให้แก้ไขโพสในเพจ States Times Review ว่าเป็นข่าวปลอม โดยหากผู้ใช้เข้าชมจากในสิงคโปร์ จะขึ้นข้อความเตือนใต้โพสว่า “เฟซบุ๊กแจ้งเตือนผู้ใช้ตามกฎหมาย ว่ารัฐบาลสิงคโปร์แจ้งว่าโพสนี้มีข้อมูลผิด”

ผมทดสอบเข้าถึงโพสของ States Times Review ที่เป็นข่าวจากในประเทศไทย ไม่พบข้อความแจ้งเตือนแต่อย่างใด

ทางสำนักงานตามกฎหมาย Protection from Online Falsehoods and Manipulation Act (POFMA) แจ้งหนังสือพิมพ์ Strait Times ว่าเฟซบุ๊กและบริษัทเทคโนโลยีอื่นระบุว่ายอมทำตามกฎหมาย POFMA

ไม่แน่ชัดว่ารัฐบาลสิงคโปร์พอใจกับกระบวนการทำตามกฎหมายของเฟซบุ๊กที่แสดงเพียงข้อความเตือนโดยไม่แก้ไขโพสหรือไม่

ที่มา – Strait Times

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/113423

Kingston CANVAS Select Plus 128GB เก็บไฟล์ได้เยอะ ติดตั้งแอพได้ ราคาคุ้ม

เวลานี้ต้องบอกว่า ใครที่มีอุปกรณ์ประเภทกล้องดิจิตอล สมาร์ทโฟนหรือบรรดา Action camera เช่น GoPro ต่างๆ เหล่านี้ ก็จะต้องมีเมมโมรีการ์ดคุณภาพดี ที่วางใจได้ในการใช้งาน เพราะไม่ใช่แค่เพียงบันทึกข้อมูล ที่เป็นภาพหรือวีดีโอได้เท่านั้น แต่ต้องรองรับการบันทึกไฟล์ขนาดใหญ่ได้ รวมถึงการเปิดดูไฟล์ได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย นอกจากนี้ในแง่ของการใช้งานแอพพลิเคชั่น ก็ต้องทำได้ไวไม่แพ้กัน เนื่องจากไฟล์ของโปรแกรมหรือเกมรุ่นใหม่ๆ ใครที่ใช้สมาร์ทโฟน ก็น่าจะพอทราบกันดีว่า ทุกวันนี้เกมหรือแอพฯ มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เนื่องด้วยความซับซ้อนในการใช้งานนั่นเอง การมีเมมโมรีการ์ดความจุเยอะ ราคาเบาๆ ก็เป็นทางออกที่น่าสนใจ เช่นเดียวกับ CANVAS Select Plus ที่ทีมงานเอามานำเสนอในวันนี้

canvas select

Kingston CANVAS Select Plus 128GB เป็นเมมโมรีการ์ดในแบบ microSD ที่มาพร้อมกับอแดปเตอร์ SD Card สำหรับการใช้งานร่วมกับกล้องดิจิตอลและบรรดากล้อง ซึ่งเมมโมรีการ์ดรุ่นใหม่จาก Kingston นี้ ได้รับการปรับปรุงให้เหมาะกับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ในกลุ่มแอนดรอยด์ บนมาตรฐาน A1 ที่ถือว่าเป็น Performance class ของแอพพลิเคชั่น ในแง่ของการเปิดและโหลดแอพฯ ที่เร็วขึ้น โดยให้ความเร็วที่และความจุที่มากพอสำหรับภาพถ่ายความละเอียดสูงและการถ่ายวีดีโอ 4K รวมถึงกราฟิกมัลติมีเดีย เพราะมีให้เลือกถึง 512GB กับการทำงานใน Class 10 UHS-I กับความเร็วระดับ 100MB/s เหมาะสำหรับการทำงานของสายโหด เช่น การโหลดแอพที่เร็วขึ้น เช่นในด้านการเล่นเกมที่มีไฟล์ขนาดใหญ่ การโอนถ่ายไฟล์ภาพความละเอียดสูง และถ่ายวีดีโอระดับ Full-HD เป็นต้น

 

Specification

  • Capacities1: 16 GB, 32 GB, 64 GB, 128 GB, 256 GB, 512 GB
  • Performance2: 100 MB/s Read (16 GB-128 GB)
    100/85 MB/s Read/Write (256 GB-512 GB)
  • Dimensions: 11 mm x 15 mm x 1 mm (microSD)
    24 mm x 32 mm x 2.1 mm (with SD adapter)
  • Format: FAT32 (16 GB-32 GB), exFAT (64 GB-512 GB)
  • Operating temperature: -25 °C~85 °C
  • Storage temperature: -40 °C~85 °C
  • Voltage: 3.3 V
  • Warranty/support Lifetime

 

คุณสมบัติและการใช้งาน

แพ็คเกจของ Kingston CANVAS Select Plus ดูเป็นไลฟ์สไตล์มากขึ้น โดยเน้นไปที่ภาพการใช้งานบนสมาร์ทโฟนเป็นหลัก

ภายในแพ็คเกจ ประกอบด้วยตัวการ์ดที่เป็น microSD 128GB และตัวแปลงสำหรับใช้เป็น SD Card

canvas select

เลือกการใช้งานได้ทั้งแบบ microSD และ SD Card หรือจะใช้ในกรณีที่ต่อเข้ากับ Card Reader ได้เช่นกัน

รายละเอียดบนตัวการ์ด CANVAS Select Plus ระบุถึงความจุ 128GB และมาตรฐานความเร็ว Class 10 UHS-I รวมถึงสัญลักษณ์ A1 Rate ที่หมายถึง Performance rate ของเมมโมรีในการใช้งานร่วมกับแอพพลิเคชั่น

รองรับการใช้งานบนกล้องดิจิตอล ด้วยการใส่ในอแดปเตอร์ เพื่อใช้งานร่วมกัน

canvas select

โดยพื้นฐานจะเน้นการใช้งานในกลุ่มของผู้ใช้สมาร์ทโฟน Android เป็นหลัก สำหรับการถ่ายภาพ วีดีโอและติดตั้งแอพพลิเคชั่น รวมถึงเกมที่ต้องใช้พื้นที่ขนาดใหญ่ในการติดตั้ง

 

ผลทดสอบความเร็ว

ความจุที่ได้หลังจากฟอร์แมตแล้ว อยู่ที่ 116GB

ทดสอบด้วยโปรแกรม H2testW ยอดนิยมสำหรับทดสอบเมมโมรีการ์ด รายงานความเร็วอยู่ที่ 83.2MB/s

canvas select

สุดท้ายเป็นการทดสอบ Copy file 20GB จาก SSD ที่ติดตั้งระบบไปยัง CANVAS Select Plus 128GB รุ่นนี้ ใช้เวลาประมาณ 12.45 นาที ซึ่งถือเป็นตัวเลขอยู่ในระดับที่น่าพอใจ กับการใช้งานร่วมกับไฟล์ วีดีโอ ระดับ Full-HD และภาพถ่ายที่เป็นไฟล์ RAW และ JPG จำนวนมาก

Conclusion

เป็มเมมโมรีการ์ดในแบบ microSD ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานบนสมาร์ทโฟนระดับ 128GB ซึ่งถือว่ามากพอสำหรับการใช้งานในปัจจุบัน แต่รองรับมาตรฐานต่างๆ ให้ใช้งานร่วมกับบรรดาอุปกรณ์โมบายอื่นๆ ด้วย ทั้งในแง่ของความเร็ว และความจุ ซึ่งถ้าใครยังไม่แน่ใจว่า ควรจะซื้อเมมโมรีความจุเท่าใด จึงจะเหมาะกับการใช้งาน ก็สามารถเข้าไปดูใน “ความจุบนเมมโมรีการ์ด” นี้ได้ ซึ่งจะให้รายละเอียดในการจัดเก็บที่แยกประเภทของไฟล์มัลติมีเดียต่างๆ เอาไว้ชัดเจน เพราะจุดประสงค์ของเมมโมรีการ์ดรุ่นดังกล่าวนี้ เน้นไปที่บรรดาสมาร์ทโฟนและเครื่องเล่นแบบพกพา ด้วยความจุระดับ 128GB ก็จะช่วยตอบโจทย์การใช้งานได้ไม่น้อยทีเดียว ตั้งแต่ในเรื่องของการติดตั้งแอพพลิเคชั่นหรือเกมก็ตาม เพราะบางครั้ง ROM ที่มีมาบนสมาร์ทโฟน ก็อาจจะไม่พอต่อการใช้งานมากนัก นอกจากนี้ยังสามารถนำไปใช้ร่วมกับบรรดากล้องแอ็คชั่นต่างๆ เช่น GoPro หรืออื่นๆ เพื่อให้ใช้งานและบันทึกไฟล์ระดับ Full-HD ได้ยาวนานยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับ Dash cam หรือกล้องหน้ารถ ก็ใช้ได้เช่นกัน ในเรื่องความเร็ว จัดว่าอยู่ในระดับกลางๆ เพราะจากตัวเลข ก็ไม่ได้ถืองว่าปรู๊ดปร๊าดแบบเมมโมรีการ์ดในรุ่นท็อปๆ แต่ทาง Kingston ให้น้ำหนักไปในเรื่องของความจุต่อราคาที่ค่อนข้างน่าสนใจเลยทีเดียว ความจุ 128GB แต่ 540 บาทเท่านั้น ถ้าคุณกำลังมองหาเมมโมรีการ์ดที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย ในราคาที่สบายกระเป๋า หรือจะเพิ่มความจุให้สมาร์ทโฟนตัวเก่าที่รองรับ 128GB ได้ CANVAS Select Plus รุ่นนี้ ก็มีสิ่งที่คุณมองหาอยู่ได้ครบทีเดียว

จุดเด่น

  • ความจุระดับ 128GB ตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลาย
  • ให้ความเร็วในระดับ xxxxMB/s
  • ใช้ร่วมกับสมาร์ทโฟน กล้องดิจิตอล และ Action camera

ข้อสังเกต

  • ความเร็วอยู่ในระดับพื้นฐาน

ราคา: ประมาณ 540 บาท (128GB)

ติดต่อ: JIB

 

from:https://notebookspec.com/kingston-canvas-select-plus-128gb/503457/

Graphic Card – TecLab รอรุ่น Super ไม่ไหว จับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 2080 Ti มาโมให้เร็วขึ้น

เมื่อไม่นานมานี้กลุ่มนักโมชื่อดังอย่าง TecLab ได้มีการนำเอา RTX 2080 Ti ที่แรงอยู่แล้วมาทำการโมใหม่ให้แรงมากขึ้นกว่าเดิม โดยการโมในครั้งนี้นั้นทำขึ้นเพื่อที่จะดูว่าเมื่อนำเอา RTX 2080 Ti มาใช้งานร่วมกับหน่วยความจำที่มาพร้อมกับแบนด์วิดท์ 16 Gbps ว่าจะไปได้แรงมากเท่าไรเนื่องจากว่าบนกราฟิกการ์ด RTX 2080 Ti นั้นจะมาพร้อมกับหน่วยความจำที่มีแบนด์วิดท์เพียงแค่ 14 Gbps เท่านั้นในขณะที่ RTX 2080 Super ทาง NVIDIA ได้เปลี่ยนมาใช้เป็นหน่วยความจำแบนด์วิดท์ 16 Gbps ผลจะเป็นเช่นไรนั้นไปติดตามกัน

ด้วยความที่ RTX 2080 Ti นั้นมาพร้อมกับหน่วยความจำขนาด 11 GB ดังนั้นเพื่อที่จะทำให้หน่วยความจำทุกตัวนั้นรองรับกับแบนด์วิดท์ 16 Gbps อย่างสมบูรณ์แบบทาง TecLab ต้องสละการ์ด GALAX RTX 2080 SUPER จำนวน 2 ตัวเพื่อที่จะนำเอาหน่วยความจำของ GALAX RTX 2080 SUPER ออกมาให้พอดีที่จะสามารถทำให้ RTX 2080 Ti ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพซึ่งการโมจะเป็นเช่นไรนั้นติดตามได้จากคลิปเลย

จากการเปลี่ยนหน่วยความจำแล้วนั้นพบว่าสามารถใช้งานได้ ทว่าด้วยส่วนของ memory controlled ที่อยู่บนตัวการ์ด RTX 2080 Ti นั้นไม่สามารถที่จะเร่งความเร็วสัญญาณนาฬิกาไปได้มากที่สุดทำให้ในท้ายที่สุดแล้วทาง TecLab สามารถที่จะเพิ่มความเร็วสัญญาณนาฬิกาของหน่วยความจำไปได้แค่ที่ 2250 MHz ทำงานจริงที่ 17200 MHz เท่านั้น ทว่ามันก็มากกว่าหน่วยความจำที่อยู่บน RTX 2080 Ti ในตอนต้นถึง 3200 MHz ในการทดสอบนั้นทาง TecLab ใช้ Superposition Extreme benchmark และได้ผลการทดสอบดังต่อไปนี้

ถือว่าดูเพื่อเป็นความรู้นะครับ เพราะการโมแบบนี้นั้นมีความเสี้ยงเป็นอย่างมากที่การ์ดอาจจะเกิดปัญหาจนไม่สามารถที่จะใช้งานได้ แนะนำว่าอย่าทำตามเด็ดขาดแล้วจะหาว่าไม่เตือนนะ

ที่มา : videocardz

from:https://notebookspec.com/teclab-makes-rtx-2080-ti-faster-with-16-gbps-memory/503580/