Intel – เปิดตัว Graphics Command Center ใหม่ คาดเตรียมพร้อมสำหรับการ์ดจอรุ่นใหม่ในอนาคต

ในงาน GDC 2019 ที่ผ่านมานั้นนอกเหนือไปจากการจะเผยข้อมูลของกราฟิกชิปแบบฝังรุ่นที่ 11 และกราฟิกชิปแบบแยกอย่าง Intel Xe ไปแล้วนั้น ทาง Intel ยังได้ทำการเปิดตัว Graphics Command Center ใหม่แบบยกเครื่องซึ่งถือว่าเป็นที่น่าสนใจมากครับเพราะจากเท่าที่มีการเผยข้อมูลออกมาแล้วนั้นดูเหมือนว่า Graphics Command Center ใหม่จะมาพร้อมกับฟังก์ชันการใช้งานที่มากกว่าเดิมและมีส่วนต่อประสานที่ดูดีกว่าเดิมเยอะเลยครับ

ทั้งนี้ตามการคาดการณ์นั้นคาดว่าทาง Intel น่าจะเตรียมพร้อมสำหรับชิปกราฟิกรุ่นใหม่ของตัวเอง อย่างไรก็ตามครับตัว Graphics Command Center ใหม่นั้นยังคงความเป็น Intel อยู่เช่นเดิมด้วยการใช้ธีมโปรแกรมเป็นสีน้ำเงินอย่างที่เคยใช้มา สำหรับผู้ใดที่สนใจอยากลองใช้นั้นตอนนี้ทาง Intel ก็ได้ปล่อยออกมาให้โหลดกันแล้วผ่านทาง Microsoft’s App Store บนระบบปฎิบัติการ Windows ครับ

ที่มา : techpowerup

from:https://notebookspec.com/intel-introduces-its-new-graphics-command-center-app-paving-the-way-for-intel-xe/476469/

โฆษณา

SSD – มาตรฐาน PCIe มียอดขายสูงขึ้น จน SATA จะหายไป อาจจะแย่งส่วนแบ่งในปี 2019 นี้ได้สูงถึง 50%

ในปัจจุบันนี้เราจะเห็นกันได้อย่างชัดเจนเลยครับว่าแหล่งเก็บข้อมูลแบบ SSD ทุกรูปแบบนั้นมีราคาจำหน่ายลดลงเป็นอย่างมากเมื่อเทียบกับปี 2018 ที่ผ่านมา สาเหตุหนึ่งนั้นก็เนื่องมาจากการที่ชิป NAND flash ที่ใช้บนตัวแหล่งเก็บข้อมูลแบบ SSD นั้นถูกขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งนั่นเลยทำให้มีการคาดการณ์กันครับว่าแหล่งเก็บข้อมูลแบบ SSD นั้นจะมียอดจำหน่ายเติบโตขึ้นถึง 20-25% ภายในปี 2019 นี้ ซึ่งแหล่งเก็บข้อมูลแบบ SSD ที่จะได้รับความนิยมจำทำให้มีส่วนแบ่งในตลาดมากที่สุดนั้นก็หนีไม่พ้น PCIe SSD ครับ

ตามข้อมูลนั้นได้มีการระบุเอาไว้ครับว่าในปี 2019 นี้นั้น SSDs จะมีความจุเริ่มต้นที่วางจำหน่ายอยู่ที่ 256 GB โดยหากมองที่ความจุแล้วนั้นจะพบว่าในปี 2019 นี้นั้นแหล่งเก็บข้อมูลแบบ SSDs ที่จะได้รับความนิยมมากที่สุดจะมาพร้อมกับความจุที่ 480 GB ซึ่งจะได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในตลาดสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปครับ

นอกไปจากนั้นแล้วทางประธานของบริษัท Apacer Technology อย่างคุณ CK Chang ได้ออกมากล่าวไว้ครับว่าการที่แหล่งเก็บข้อมูลแบบ PCIe SSD จะสามารถครองส่วนแบ่งในตลาดได้มากกว่า SATA SSD นั้นก็เนื่องมาจากประสิทธิภาพที่สูงกว่า แถมราคานั้นก็ยังลดลงเรื่อยๆ โดยในปี 2019 นี้นั้นคาดว่าแหล่งเก็บข้อมูลแบบ PCIe SSD นั้นจะมีราคาลดลงอย่างต่อเนื่องไปอยู่ที่ 11% อย่างในไตรมาสที่ 1 ของปี 2019 ที่ผ่านมาครับ

ที่มา : digitimes

from:https://notebookspec.com/pcie-ssd-rising-as-mainstream-to-grab-50-market-share-in-2019/476455/

AMD – เผยแนวดีไซน์ชิป Ryzen 3000 ใหม่แบบ multi-chip module (MCM) ที่ทำงานดีขึ้น บนการผลิต 7 nm

การใช้กระบวนการผลิตที่ระดับ 7 nm ของหน่วยประมวลผลรุ่นใหม่อย่าง Ryzen ซีรีส์ 3000 นั้น นอกเหนือไปจากที่เราจะได้เห็นประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นกว่าเดิมจากการเพิ่มความเร็วสัญญาณนาฬิกาแล้ว ทาง AMD นั้นยังมีไม้ตายอยู่อีกหนึ่งอย่างซึ่งนั่นก็คือแนวการดีไซน์หน่วยประมวลผลแบบ multi-chip module (MCM) เข้ามาด้วยครับ

การดีไซน์ในรูปแบบ MCM นี้นั้นจะช่วยให้ทาง AMD นั้นสามารถที่จะทำการลดจำนวนแกนการประมวลผลของหน่วยประมวลผลระดับเริ่มต้นไปจนถึงในระดับกลางได้โดยมีต้นทุนน้อยลงซึ่งนั่นก็จะเป็นผลทำให้ตัวหน่วยประมวลผลในซีรีส์ Ryzen 3000 สำหรับตลาดล่างและกลางนั้นมีราคาลดลงตามไปด้วยครับ

ในช่วงของการเปิดตัวหน่วยประมวลผลซีรีส์ Ryzen 3000 ณ งาน CES 2019 ที่ผ่านมานั้นทาง AMD เองก็ไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรเอาไว้มากมายครับ ทว่าสิ่งที่เราทราบในการเปิดตัวครั้งนั้นก็คือตัวหน่วยประมวลผลซีรีส์ Ryzen 3000 นั้นจะมาพร้อมกับส่วนของหน่วยประมวลผลที่แยกออกเป็นชิปต่างหากในตัวหน่วยประมวลผลซึ่งชิปหน่วยประมวลผลทุกรุ่นนี้นั้นจะมาพร้อมกับแกนการประมวลผลที่ระดับ 7 nm ตามมาด้วยชิป I/O controller ที่อยู่ในหน่วยประมวลผลนั้นจะมาพร้อมกับกระบวนการผลิตที่ระดับ 14 nm ซึ่งทำให้ตัวหน่วยประมวลผลซีรีส์ Ryzen 3000 นั้นจะมาพร้อมกับข้อดีต่างๆ ดังต่อไปนี้ครับ

  1. ชิปในส่วนที่เป็น I/O controller นั้นจะผลิตโดย GloFo ซึ่งรองรับเทคโนโลยีอย่าง PCI-Express Root Complex และ the DDR4 memory controller ซึ่งด้วยกระบวนการดังกล่าวนี้นั้นทำให้ทาง AMD มีพื้นที่ในหน่วยประมวลผลมากขึ้นกว่าเดิมสำหรับการใส่ส่วนของชิปหน่วยประมวลผลที่ผลิตด้วยกระบวนการผลิตระดับ 7 nm ครับ
  2. ด้วยการที่ชิปส่วนหน่วยประมวลผลใช้กระบวนการผลิตที่ระดับ 7 nm นั้นทำให้ทาง AMD สามารถที่จะเพิ่มแกนการประมวลผลในแต่ละชิปของตัวหน่วยประมวลผลเพิ่มมาอยู่ที่ 8 แกนการประมวลผลต่อชิป ทำให้ในการพัฒนาชิปโดยรวมนั้นทาง AMD จะสามารถผลิตชิปที่มาพร้อมกับแกนการประมวลผลที่จำนวน 12 และ 16 แกนการประมวลผลได้ดีกว่าบนซีรีส์ Ryzen ที่ผ่านมาครับ นอกไปจากนั้นแล้วด้วยการผลิตชิปการประมวลผลด้วยเทคโนโลยีดังกล่าวนี้เองนั้นทาง AMD ก็สามารถที่จะลดจำนวนแกนการประมวลผลภายในตัวชิปได้อย่างง่ายดายโดยที่ไม่ต้องออกแบบสถาปัตยกรรมของหน่วยประมวลผลใหม่ทำให้ทาง AMD นั้นมีค่าใช้จ่ายในการผลิตชิปน้อยกว่าและเป็นประโยชน์กับผู้ใช้มากกว่าเพราะราคาวางจำหน่ายนั้นก็จะลดลงตามไปด้วยครับ

ใช้ว่าการผลิตชิปด้วยแนวคิด MCM จะมีข้อดีทั้งหมดนะครับ จากแผนภาพนั้นจะเห็นได้ว่าด้วยการผลิตรูปแบบใหม่นี้นั้นส่วนของ memory controller ได้ถูกแยกจากส่วนชิปที่เป็นหน่วยประมวลผลไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งนั่นทำให้เวลาที่ใช้งานจริงๆ แล้วนั้นอาจจะส่งผลกระทบกับประสิทธิภาพโดยรวมของหน่วยความจำ ทว่าทาง AMD ก็ได้ทำการแก้ไขส่วนนี้ออกมาด้วยเทคโนโลยีที่มีชื่อว่า Infinity Fabric รุ่นใหม่ซึ่งสามารถที่จะมีแบนด์วิดธ์สูงสุดในการใช้งานได้ถึง 100 GBps ซึ่งคิดเป็น 2 เท่าตัวเมื่อเทียบกับหน่วยประมวลผล Ryzen ซีรีส์ก่อนหน้านี้ครับ

ถึงแม่ว่าตอนนี้เราจะยังคงไม่สามารถบอกได้เต็มปากนักว่าการใช้ดีไซน์ MCM จะดีจริงอย่างที่ทาง AMD ตั้งใจไว้หรือไม่ ทว่าจากรูปแบบการใช้ Infinity Fabric on Package (IFOP) แบบใหม่นี้นั้นก็น่าจะเข้ามามีส่วนช่วยเหลือในเรื่องปัญหาคอขวดในการประมวลผลได้ตามที่ทาง AMD กล่าวอ้างไม่มากก็น้อย งานนี้คงต้องดูกันยาวๆ ครับเพราะทาง Intel เองนั้นก็พร้อมแล้วเช่นเดียวกันกับหน่วยประมวลผลที่มาพร้อมกระบวนการผลิตที่ระดับ 10 nm ซึ่งจะมีการเปิดตัวและวางจำหน่ายในช่วงครึ่งปีหลังนี้เป็นต้นไปครับ

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/amd-ryzen-3000s-mcm-design-enables-optimal-utilization-of-the-7-nm-process/476429/

Apple – หลุดภาพล่าสุดของ Powerbeats Pro มาพร้อมเคสสำหรับชาร์จ กับชุดหูฟังแบบไร้สายเต็มรูปแบบ

สำหรับผู้ที่ใช้ AirPods ของทาง Apple นั้นอาจจะไม่ค่อยพอใจมากเท่าไรกับตัวเลือกสีที่มีเฉพาะสีขาวให้เลือกเพียงอย่างเดียวครับ ทว่าหลังจากที่มีการปล่อย iOS 12.2 ออกมานั้นก็ได้มีมือดีงั้ดโค้ดเข้าไปดูและพบว่าใน iOS 12.2 นั้นมีการเพิ่มการรองรับหูฟังแบบไว้สายแนวเดียวกันกับ AirPods มากมายซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ Powerbeats Pro ซึ่งตัวชุดหูฟังไร้สาย Powerbeats Pro นี้นั้นยังมาพร้อมกับชิป H1 ของทาง Apple เองทำให้คุณภาพและประสิทธิภาพนั้นหนีไม่พ้นจาก AirPods สักเท่าไรครับ

ทั้งนี้ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่เจ้า Powerbeats Pro นั้นอาจจะเป็นตัวเลือกสำหรับผู้ใช้งานมากกว่า AirPods นั่นก็คือสีที่วางจำหน่ายซึ่งมีสีดำครับแน่นอนครับว่านั่นทำให้ผู้ใช้จะมีตัวเลือกในการใช้งานเพิ่มเติมเป็นอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ที่ชื่นชอบสีดำครับ ตัวชุดหูฟังนั้นจะมาพร้อมกับเคสสำหรับการชาร์จที่ไร้สายเต็มรูปแบบทำให้ผู้ใช้สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวกสบาย แถมด้วยความที่มันมาพร้อมกับชิป H1 นั้นทำให้มันรองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ที่มาพร้อมกับระบบปฎิบัติการ iOS 12.2 ได้เต็มรูปแบบรวมไปถึงการใช้งาน Hey Siri ด้วยครับ

อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างมากก็คือเจ้า Powerbeats Pro นั้นตัวชุดหูฟังจะมาพร้อมกับที่ครอบใบหูทำให้ในการใช้งานนั้นคุณสามารถที่จะมั่นใจได้ว่ามันจะไม่หลุดออกมาถึงแม้ว่าคุณจะออกกำลังกายอยู่ก็ตาม ทั้งนี้ Powerbeats Pro มีกำหนดการวางจำหน่ายในช่วงเมษายนที่จะถึงนี้ส่วนราคาจำหน่ายนั้นยังคงไม่มีข้อมูลออกมาอย่างเป็นทางการ โดยคาดว่าราคานั้นจะมีการประกาศในช่วงที่ Powerbeats Pro วางจำหน่ายครับ

ที่มา : wccftech

from:https://notebookspec.com/new-powerbeats-pro-image-with-charging-case-leak-out-earbuds-have-a-true-wireless-design/476504/

Samsung แจ้งนักลงทุน มองธุรกิจ Memory Chip ไตรมาส 1/2019 กระทบหนักกว่าคาด จากราคาที่ลดลง

ซัมซุงออกประกาศชี้แจงนักลงทุนล่วงหน้าเกี่ยวกับผลประกอบการไตรมาสที่ 1 ของปี 2019 ซึ่งถึงตอนนี้ยังไม่สิ้นสุดไตรมาส โดยบอกว่าธุรกิจชิปหน่วยความจำได้รับผลกระทบจากราคาที่ปรับลดลงสูงกว่าที่บริษัทเคยคาดไว้

นอกจากธุรกิจชิปหน่วยความจำ ซัมซุงบอกว่าธุรกิจชิ้นส่วนหน้าจอก็มีความต้องการในตลาดต่ำกว่าที่ประเมินไว้เช่นกัน โดยให้เหตุผลจากภาพรวมเศรษฐกิจโลก ตลอดจนลูกค้าหลายรายชะลอคำสั่งซื้อ

ในช่วงปีที่ผ่านมาธุรกิจของซัมซุงมีกำไรสูงจากธุรกิจชิปหน่วยความจำ แต่เริ่มเห็นแนวโน้มชะลอตัวในไตรมาส 4/2018 นักวิเคราะห์ประเมินว่ายอดขาย iPhone ที่ลดลงในไตรมาสที่ผ่านมา ย่อมส่งผลกระทบต่อซัมซุงที่มีแอปเปิลเป็นหนึ่งในลูกค้ารายใหญ่เช่นกัน

คาดว่าซัมซุงจะรายงานผลประกอบการเบื้องต้นในสัปดาห์หน้า

ที่มา: Reuters

alt="Samsung"

from:https://www.blognone.com/node/108858

เปรียบเทียบสเปค Huawei P30 / P30 Pro, Galaxy S10 / S10+ และ iPhone XS / XS Max ใครมีดีตรงไหน มาดูกัน

เปิดตัวไปเรียบร้อยแล้วสำหรับมือถือเรือธงรุ่นล่าสุดซีรีส์ Huawei P30 ซึ่งคราวนี้ก็เช่นเคยด้วยการเปิดตัวทั้งรุ่นธรรมดา P30 และรุ่นท็อป P30 Pro ที่มีความแตกต่างกันเองทั้งในด้านสเปคและฟีเจอร์ต่างๆ แต่ถ้าหากเอาไปเทียบกับเรือธงรุ่นอื่นๆ ที่เปิดตัวมาก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็น Galaxy S10 / S10+ และ iPhone XS / XS Max จะมีอะไรแตกต่างกันบ้าง.. มาดูกัน

ขอเริ่มด้วยมือถือเรือธงระดับท็อปอย่าง Huawei P30 Pro ที่ยังคงมากับกล้องหลัง 3 ตัวเหมือนกับรุ่นที่ผ่านมา (Mate 20 และ P20) แต่ที่พิเศษขึ้นมาก็คือเซ็นเซอร์แบบ ToF ที่จะเข้ามาช่วยในการตรวจวัดความลึกของพื้นหลัง ช่วยให้การถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอเป็นธรรมชาติกว่า แถมด้วยกล้องซูมสุดเทพที่ไปไกลได้มากถึง 5X แบบออพติคอล และบวกกับระบบซูมไฮบริดอีกเป็น 10X แบบไม่เสียความละเอียด ส่วนใครอยากจะซูมมากกว่านี้ก็ดันไปได้สุดถึง 50X แบบดิจิตอล ได้เลย

Huawei P30 Pro Galaxy S10+ iPhone XS Max
   
หน้าจอ หน้าจอ OLED ขนาด 6.47 นิ้ว ความละเอียด 2340 x 1080 รองรับการแสดงผล HDR Curved Dynamic AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด 2K+ รองรับการแสดงผล HDR10+ Super AMOLED ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด 2688 x 1242, รองรับการแสดงผล Dolby Vision / HDR10
CPU Kirin 980 Exynos 9820 A12 Bionic
GPU Mali-G76 Mali-G76 Apple Designed
RAM 6GB / 8GB 8GB / 12GB 4GB
ความจุ 128GB / 256GB / 512GB รองรับ Nano Memory Card 128GB 128GB / 512GB / 1TB รองรับ MicroSD Card 512GB 64GB / 256GB / 512GB
กล้องหลัง เลนส์ซูม 5X 8MP (f/3.4) OIS

เลนส์ Wide 40MP (f/1.6) OIS

เลนส์ Ultra Wide 20MP (f/2.2)

เซ็นเซอร์ ToF

เลนส์ซูม 2X 12 MP (f/2.4), OIS

เลนส์ Wide 12MP (f/1.5, f/2.4), OIS

เลนส์ Ultra Wide 16MP (f/2.2)

เลนส์หลัก 12MP (f/1.8), OIS

เลนส์ซูม 12MP (f/2.4), OIS

กล้องหน้า 32MP (f/2.0) 10MP (f/1.9) + 8MP (f/2.2) 7MP (f/2.2)
ระบบเสียง ไม่มีรูหูฟัง 3.5 มม, ลำโพงตัวเดียว, Dolby Atmos รูหูฟัง 3.5 มม., ลำโพงคู่สเตอรีโอ, Dolby Atmos  ไม่มีรูหูฟัง 3.5 มม., ลำโพงคู่สเตอรีโอ
เซ็นเซอร์ Gravity Sensor, Ambient Light Sensor, Proximity Sensor, Gyroscope,Compass, Fingerprint Sensor (บนหน้าจอ), Hall sensor, laser sensor, Barometer, Infrared sensor, colour temprature sensor Accelerometer, Barometer, Ultrasonic Fingerprint (บนหน้าจอ), Gyro Sensor, Geomagnetic Sensor, Hall Sensor, Heart Rate Sensor, Proximity Sensor,  Face ID, accelerometer, gyro, proximity, compass, barometer
การเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, BT 5.0 Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/ax, dual-band, BT 5.0 Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, BT 5.0
แบตเตอรี่ 4,200 mAh รองรับ Super Charge (40W), Wireless Quick Charge (15W)  4,100 mAh รองรับ Wireless Power Share, Fast Wireless Charge 2.0 3174 mAh รองรับชาร์จไว 15W, ชาร์จไร้สาย
มาตรฐานกันน้ำ IP68 (กันน้ำลึก 1.30 ม. เป็นเวลา 30 นาที) IP68 (กันน้ำลึก 1.30 ม. เป็นเวลา 30 นาที) IP68 (กันน้ำลึก 1.30 ม. เป็นเวลา 30 นาที)
ราคา 8GB / 128GB : ประมาณ 28,560 บาท

8GB / 256GB : ประมาณ 31,200 บาท

8GB / 512GB : ประมาณ 35,680 บาท

(ราคาประมาณของประเทศไทย)

8GB / 128GB : 35,900 บาท

8GB / 512GB : 44,900 บาท

12GB / 1TB : 55,900 บาท

64GB : 40,900 บาท

256GB : 47,590 บาท

512GB : 56,900 บาท

สำหรับมือถือในระดับท็อปทั้ง 3 รุ่นนี้ ทางด้าน iPhone XS Max อาจจะเสียเปรียบกว่าใครเค้าเพราะว่าเปิดตัวมาได้ซักพักแล้ว เรื่องกล้องอาจจะสู้มือถือเรือธงรุ่นใหม่ๆ ยากอยู่ แต่ถ้าเป็นเรื่องของความเร็วแรงในด้านการใช้งานและโดยเฉพาะการเล่นเกมนี่ต้องยกให้เค้าเลย

ส่วนใครที่ต้องการมือถือที่มีความสามารถรอบด้านก็ต้องหันมาทาง Galaxy S10+ ที่มีดีทั้งกล้องหน้าและหลัง, หน้าจอสวยงามขั้นสุดแถมความละเอียดได้ถึง 2K+, ระบบเสียงที่มีรูหูฟังและลำโพงสเตอรีโอ และยังรองรับ WiFi 6 อีกด้วย

แต่ถ้าใครที่อยากได้มือถือกล้องเทพสุดๆ ในตอนนี้ก็ต้องยกให้ Huawei P30 Pro ที่ขึ้นแท่นมือถือกล้องงามอันดับในเว็บไซท์ DxOMark ไปเรียบร้อยแล้วด้วยคะแนนรวมถึง 112 คะแนน (เอาจริงๆ แค่เรื่องกล้องอย่างเดียวนี่ก็ทำเอาหลายคนกระเป๋าตังค์สั่นไปตามๆ กันแล้ว) แถมยังมีแบตเตอรี่ที่ใหญ่กว่าและชาร์จเร็วสุดๆ อีกด้วย แต่จะเสียเปรียบในเรื่องระบบเสียงที่ไม่มีทั้งรูหูฟัง 3.5 มม. แถมลำโพงก็ยังเป็นตัวเดียว

 

Huawei P30 Galaxy S10 iPhone XS
หน้าจอ หน้าจอ OLED ขนาด 6.1 นิ้ว ความละเอียด 2340 x 1080 รองรับการแสดงผล HDR Curved Dynamic AMOLED ขนาด 6.1 นิ้ว ความละเอียด 2K+ รองรับการแสดงผล HDR10+ OLED 5.8 นิ้ว ความละเอียด 2436 x 1125, รองรับการแสดงผล Dolby Vision / HDR10
CPU Kirin 980 Exynos 9820 A12 Bionic
GPU Mali-G76 Mali-G76 Apple Designed
RAM 6GB / 8GB 8GB 4GB
ความจุ 128GB รองรับ Nano Memory Card 128GB   128GB / 512GB รองรับ MicroSD Card 512GB 64GB / 256GB / 512GB
กล้องหลัง เลนส์ซูม 3X 8MP (f/2.4) OIS

เลนส์ Wide 40MP (f/1.8)

เลนส์ Ultra Wide 16MP (f/2.2)

เลนส์ซูม 2X 12 MP (f/2.4), OIS

เลนส์ Wide 12MP (f/1.5, f/2.4), OIS

เลนส์ Ultra Wide 16MP (f/2.2)

เลนส์หลัก 12MP (f/1.8), OIS

เลนส์ซูม 12MP (f/2.4), OIS

กล้องหน้า 32MP (f/2.0) 10MP (f/1.9) 7MP (f/2.2)
ระบบเสียง รูหูฟัง 3.5 มม., ลำโพงตัวเดียว, Dolby Atmos รูหูฟัง 3.5 มม., ลำโพงสเตอรีโอ, Dolby Atmos ไม่มีรูหูฟัง 3.5 มม., ลำโพงคู่สเตอรีโอ
เซ็นเซอร์ Gravity Sensor, Ambient Light Sensor, Proximity Sensor, Gyroscope,Compass, Fingerprint Sensor (บนหน้าจอ), Hall sensor, laser sensor, Barometer, Infrared sensor, colour temprature sensor Accelerometer, Barometer, Ultrasonic Fingerprint (บนหน้าจอ), Gyro Sensor, Geomagnetic Sensor, Hall Sensor, Heart Rate Sensor, Proximity Sensor,  Face ID, accelerometer, gyro, proximity, compass, barometer
การเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, BT 5.0 Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/ax, dual-band, BT 5.0 Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, hotspot, BT 5.0
แบตเตอรี่ 3,650 mAh รองรับ Super Charge (22.5W)  3400 mAh รองรับ Wireless Power Share, Fast Wireless Charge 2.0 2658 mAh รองรับชาร์จไว 15W, ชาร์จไร้สาย
มาตรฐานกันน้ำ IP53 (ป้องกันน้ำฉีดใส่) IP68 (กันน้ำลึก 1.30 ม. เป็นเวลา 30 นาที) IP68 (กันน้ำลึก 1.30 ม. เป็นเวลา 30 นาที)
ราคา ประมาณ 22,800 บาท

(ราคาประมาณของประเทศไทย)

8GB / 128GB : 31,900 บาท 64GB : 37,399 บาท

256GB : 41,900 บาท

512GB : 52,900 บาท

เหล่ามือถือเรือธงรุ่นธรรมดาทั้ง 3 รุ่นนี้ ก็อีกเช่นเคยที่ iPhone XS จะเสียเปรียบกว่าเค้าเพราะเปิดตัวมาก่อน แถมยังมีกล้องหลังแค่ 2 ตัว แต่ก็จะได้เปรียบกว่า P30 อยู่ตรงที่มีระบบกันสั่นแบบ OIS ติดมาให้ทั้ง 2 เลนส์ และยังได้ลำโพงสเตอรีโอเสียงใสๆ มาด้วย ส่วนเรื่องความแรงก็ไม่ต้องห่วงเพราะสเปคไม่ต่างจากรุ่นพี่ XS Max เลย

สำหรับ Galaxy S10 ก็มีสเปค + ฟีเจอร์หลายๆ อย่างที่แทบจะไม่ต่างจาก S10+ จะมีก็แค่กล้องหน้าที่ลดเหลือแค่ตัวเดียว (แต่ก็ยังคงถ่ายเซลฟี่ได้สวยงามถูกใจหลายๆ คนเหมือนเดิม)

และสุดท้ายกับ Huawei P30 ที่โดนลดสเปคบางอย่างลงไปจากรุ่นพี่ทั้งเซ็นเซอร์ ToF, เลนส์ซูมออพติคอลจาก 5X เหลือ 3X, มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นที่ลดลงเหลือ IP53 แต่ยังคงได้กล้องหลักเซ็นเซอร์เดียวกัน ความละเอียด 40MP (แต่ค่ารูรับแสงแคบกว่า), กล้องเซลฟี่ 32MP และระบบชาร์จที่ยังเร็วกว่าชาวบ้านเค้าอยู่ (ในมือถือระดับเดียวกัน) แถมยังได้รูหูฟัง 3.5 มม. มาให้อีกด้วยนะ

เอามาเทียบให้ดูกันแบบนี้แล้ว ก็น่าจะพอทำให้หลายๆ คนที่กำลังเล็งอยากจะถอยมือถือเรือธงซักเครื่องพอใช้เป็นตัวช่วยในการตัดสินใจได้บ้างนะครับ ซึ่งแน่นอนว่าความต้องการและการใช้งานจริงของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอยากได้มือถือกล้องเทพ บางคนอยากได้มือถือครบเครื่อง บางคนอยากได้มือถือแรงๆ ก็ต้องลองเอาไปเทียบกันดูระหว่างราคาและสเปค+ฟีเจอร์ที่เราต้องการ ว่ารุ่นไหนจะเหมาะกับเราที่สุดนะครับ แต่ตอนนี้เราอาจจะยังฟันธงไม่ได้ว่า Huawei P30 และ P30 Pro จะมีดีและคุ้มค่าขนาดไหน ก็ต้องรอทางเรารีวิวแบบละเอียดๆ รวมถึงรอราคาในบ้านเรากันอีกทีนะครับ

from:https://droidsans.com/huawei-p30-p30-pro-galaxy-s10-s10-plus-iphone-xs-xs-max-comparison/

หัวเว่ยฉีกทุกกฎของการถ่ายภาพ เปิดตัวที่สุดแห่งสมาร์ทโฟน HUAWEI P30 Series

 

หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป เปิดตัวสมาร์ทโฟน HUAWEI P30 และ P30 Pro ในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ณ Paris Convention Center โดย HUAWEI P30 Series เป็นสมาร์ทโฟนเพื่อการถ่ายภาพที่ล้ำสมัยที่สุดของหัวเว่ยในปัจจุบัน

โดยสมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่นมีคุณสมบัติใหม่ด้านการบันทึกภาพมากมาย เช่น เซนเซอร์รับแสง HUAWEI SuperSpectrum เทคโนโลยีเลนส์ซูมแบบออพติคัล HUAWEI SuperZoom กล้องสำหรับการวัดระยะวัตถุด้วยแสง (ToF Camera) และระบบป้องกันภาพสั่นไหวทั้งแบบ OIS และ AIS เพื่อคุณภาพของภาพถ่ายที่เทียบเท่ากล้องถ่ายภาพระดับมืออาชีพในทุกสถานการณ์หรือสภาพแสง

Huawei P30 Series

ริชาร์ด หยู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป กล่าวว่า “HUAWEI P30 Series เป็นที่สุดแห่งนวัตกรรมอันเป็นผลลัพธ์จากการพัฒนาเทคโนโลยีกล้องถ่ายภาพดิจิทัลมาตลอดทศวรรษ
ที่ผ่านมา และสมาร์ทโฟนตระกูลใหม่ล่าสุดของเราจะสร้างนิยามใหม่ของการถ่ายภาพโดยใช้สมาร์ทโฟนในสายตาของผู้บริโภค

นวัตกรรมใหม่ๆ เช่น เซนเซอร์รับแสง HUAWEI SuperSpectrum หรือเทคโนโลยีเลนส์ SuperZoom  ช่วยให้เราก้าวข้ามขีดจำกัดทั้งการถ่ายภาพและบันทึกภาพเคลื่อนไหวซึ่งเป็นขีดจำกัดที่ยังไม่เคยมีผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใดก้าวข้ามได้มาก่อน หัวเว่ยเชื่อว่าสมาร์ทโฟน P30 Series จะเป็นรากฐานที่สำคัญของสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ในอนาคตด้วยการเสริมศักยภาพให้ทุกคนสามารถบันทึกภาพความสวยงามของทุกสิ่งรอบตัวได้จากดีไวซ์เครื่องเล็กๆ ในมือ”

ฉีกกฎของการถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟน ให้ภาพถ่ายสวยงามราวกับมืออาชีพได้ทุกครั้ง

HUAWEI P30 Series จะเปลี่ยนความคิดของผู้บริโภคเกี่ยวกับการถ่ายภาพและถ่ายวิดีโอ โดย HUAWEI P30 Pro ที่ได้คะแนนสูงสุดทั้งด้านการถ่ายภาพและวิดีโอ 112 คะแนนจาก DxOMark นั้นมีชุดเลนส์ 4 เลนส์
ของ Leica

ซึ่งในชุดเลนส์นั้นประกอบไปด้วยเลนส์ถ่ายภาพหลักความละเอียด 40 ล้านพิกเซลที่ใช้เซนเซอร์รับแสง HUAWEI SuperSpectrum เลนส์อัลตราไวลด์ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล เลนส์ถ่ายภาพระยะใกล้ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และกล้องสำหรับการวัดระยะวัตถุด้วยแสง (ToF Camera)

ส่วนกล้องหน้านั้นมีความละเอียด 32 ล้านพิกเซล เซนเซอร์รับแสง HUAWEI SuperSpectrum ขนาด 1/1.7 นิ้วเป็นเซนเซอร์รับแสงรูปแบบใหม่ซึ่งใช้เซนเซอร์ที่มีการเรียงตัวแบบ RYYB SuperSpectrum แทนการเรียงตัวแบบ RGBG เนื่องจากหัวเว่ยทดแทนเซนเซอร์รับแสงสีเขียวด้วยเซนเซอร์รับแสงสีเหลือง ช่วยให้ค่า ISO สูงสุดของการบันทึกภาพสูงถึง 204,800 (รุ่น P30) และ 409,600 (รุ่น P30 Pro)

การพัฒนาเซนเซอร์รับแสงขนาด f/1.6 และขนาดพิกเซลรับแสงที่ใหญ่ขึ้น ประกอบกับระบบป้องกันภาพสั่นไหว AIS + OIS ช่วยให้การถ่ายภาพและบันทึกวิดีโอยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ใช้งานได้ดีในทุกสถานการณ์และสภาพแสง รวมทั้งในที่แสงน้อยมากก็ยังให้ภาพที่มีรายละเอียดครบ คมชัด และสีสันครบถ้วน

เลนส์ซูม SuperZoom ใหม่ยกระดับการถ่ายภาพแบบซูมแต่รูปลักษณ์ของสมาร์ทโฟนยังเพรียวบาง เทคโนโลยีที่อาศัยรากฐานของการพัฒนาจากกล้องปริทรรศน์ช่วยให้เลนส์ซูมนี้รองรับการซูมภาพแบบออพติคัลได้   5 เท่าโดยไม่ส่งผลต่อคุณภาพของภาพถ่าย อีกทั้งยังรองรับการซูมแบบไฮบริดได้ 10 เท่าและการซูมแบบดิจิทัลได้ถึง 50 เท่า

หัวเว่ยยังออกแบบให้ชุดเลนส์ของกล้องถ่ายภาพระยะใกล้สามารถหักเหแสงในมุม 90 องศาเพื่อเพิ่มระยะโฟกัสให้ยาวขึ้นและไม่ทำให้กล้องถ่ายภาพนูนขึ้นมามากเกินไปจนดูไม่สวยงาม

HUAWEI ToF Camera หรือกล้องสำหรับการวัดระยะวัตถุด้วยแสง ใน HUAWEI P30 Pro เติมเต็มทุกๆ จินตนาการด้านการถ่ายภาพ โดยกล้องนี้จะวัดระยะชัดลึกจากวัตถุถึงเซนเซอร์รับแสงเพื่อการถ่ายภาพแบบชัดลึกที่ไร้ที่ติ คุณสมบัติด้านการวัดระยะวัตถุด้วยแสงช่วยให้การถ่ายภาพแบบโบเก้หลากรูปแบบ ไม่ว่าจะแบบเน้นฉากหลังและแบบเบลอเป็นไปโดยง่ายไม่ว่าผู้ใช้งานจะต้องการเน้นวัตถุหรือสิ่งใดในภาพ

นอกจากนี้ยังมีโหมด Super Portrait เพื่อการถ่ายภาพบุคคลที่มีคุณภาพสูงสุด โดยโหมดการทำงานนี้จะบันทึกความชัดลึก การผสานพิกเซลที่ได้รับแสงเข้าด้วยกันกับกอริธึ่มเฉพาะของหัวเว่ยเพื่อสร้างภาพที่คมชัด มีรายละเอียดครบ และเบลอฉากหลังอย่างเหมาะสม

หัวเว่ยยังใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยทุกภาพสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น โดยระบบ AI HDR+ สำหรับทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังจะช่วยรวบรวมภาพถ่ายหลายๆ ภาพที่บันทึกอย่างรวดเร็วเข้าด้วยกันเพื่อสร้างภาพถ่าย 1 ภาพที่สมบูรณ์แบบที่สุด

สรรสร้างนิยามใหม่ของการถ่ายภาพเคลื่อนไหว

HUAWEI P30 Series มีคุณสมบัติใหม่มากมายสำหรับการถ่ายภาพเคลื่อนไหวที่มีคุณภาพเทียบเท่ากล้องถ่ายวิดีโอระดับสูง ช่วยให้การบันทึกภาพเคลื่อนไหวด้วยสมาร์ทโฟนก้าวไปอีกขั้น เซนเซอร์รับแสง HUAWEI SuperSpectrum สามารถช่วยการบันทึกภาพเคลื่อนไหวในขณะที่มีแสงน้อยได้เพื่อให้ภาพที่คมชัดที่สุด

นอกจากนี้ ระบบป้องกันภาพสั่นไหว AIS และ OIS ยังสามารถช่วยป้องกันการสั่นไหวขณะถ่ายคลิปวิดีโอได้ในทุกๆ ความละเอียด นอกจากนี้ยังมีการใช้เลนส์ SuperZoom เพื่อการซูมภาพที่ดีกว่าเดิม ผู้ใช้งานที่ชื่นชอบการสร้างสรรค์และแบ่งปันวีดีโอต่างๆ ยังสามารถใช้โหมด AI Video Editor ช่วยเลือกเพลงประกอบหรือเอฟเฟกต์เพื่อเพิ่มความน่าสนใจ

หัวเว่ยยังนำเสนอเทคโนโลยีอันล้ำสมัยคือ HUAWEI Dual-View Video[1] เพื่อช่วยให้ผู้ใช้แน่ใจว่าทุกเหตุการณ์สำคัญจะได้รับการบันทึกไว้อย่างครบถ้วนทุกมุมมอง โดยผู้ใช้สามารถใช้กล้องหลัง 2 ตัวบันทึกวีดีโอ
ได้ 2 คลิปพร้อมกันโดยควบคุมผ่านการแบ่งหน้าจอ ผู้ใช้สามารถบันทึกคลิปวิดีโอแบบมุมกว้างได้ทางหน้าจอขวาและแบบซูมได้พร้อมกันทางหน้าจอด้านซ้าย ทำให้การบันทึกทุกๆ เหตุการณ์สำคัญสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

สานต่องานออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์

รูปลักษณ์ที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติบวกกับเทคโนโลยีอันล้ำหน้าในการผลิต ทำให้ HUAWEI P30 Series มีรูปลักษณ์และสีสันที่สวยงามดีไซน์ของ HUAWEI P30 Series ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นด้วยเทคนิคการทำสี Optical Color จากการเคลือบผิวนาโน 9 ชั้น ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสีสันที่เป็นเอกลักษณ์และความงามบริสุทธิ์ของทะเลเกลือ

โดย HUAWEI P30 มีหน้าจอขนาด 6.1 นิ้ว และ HUAWEI P30 Pro มีขนาด 6.47 นิ้ว และมีสีสันต่างๆ ให้เลือกทั้งสี Breathing Crystal, Amber Sunrise, Aurora, Pearl White และ Black

หน้าจอความละเอียด FHD+ (2340×1080) นั้นมีติ่งหน้าจอแบบหยดน้ำที่มีขนาดเล็ก ช่วยให้ด้านหน้าดูสวยงามและหน้าจอเต็มตา มีการฝังเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (In-Screen Fingerprint) ไว้ด้วยเพื่อความสะดวกและปลอดภัยในการปลดล็อกหน้าจอ

HUAWEI P30 Pro ยังมีเทคโนโลยีเพื่อคุณภาพเสียงที่ดีที่สุดคือเทคโนโลยี HUAWEI Acoustic Display Technology ให้เสียงคุณภาพสูงโดยไร้ช่องลำโพง

ที่สุดแห่งนวัตกรรม

  • หัวเว่ยยังคงนำเสนอนวัตกรรมใหม่ล่าสุดใน HUAWEI P30 Series สานต่อแนวคิดของบริษัทที่กล่าวว่านวัตกรรมคือหัวใจหลักอย่างต่อเนื่องHUAWEI P30 และ P30 Pro มีคุณสมบัติเด่นมากมายที่แตกต่างทั้งด้านประสิทธิภาพ การใช้พลังงาน และคุณสมบัติเพื่อการใช้งาน HUAWEI P30 Series ใช้ชิปเซ็ต Kirin 980 ที่ผลิตโดยใช้สถาปัตยกรรมการผลิตแบบ 7 นาโนเมตร จึงมีประสิทธิภาพสูงและมีอัตราการใช้พลังงานต่ำ นอกจากนี้ยังมีการใช้ชิป Dual-NPU เพื่อการตรวจจับวัตถุที่เร็วกว่าเดิม
  • HUAWEI P30 Series ทำงานร่วมกับ EMUI 9.1 ที่มีระบบ Extendable Read-Only File System (EROFS) ช่วยเพิ่มความเร็วในการเรียกข้อมูลจากหน่วยความจำ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ HUAWEI Share OneHop เพื่อการถ่ายโอนไฟล์ระหว่างคอมพิวเตอร์พีซีและสมาร์ทโฟนหัวเว่ยได้อย่างง่ายดาย
  • HUAWEI P30 Pro มากับแบตเตอรี่ 4200mAh พร้อมการชาร์จแบบเร็วที่มีกำลังไฟฟ้า 40 วัตต์ สามารถชาร์จแบตจาก 0% ถึง 70% ได้ภายใน30 นาที ช่วยให้ใช้งานได้เกิน 1 วันแม้ว่าจะใช้งานอย่างต่อเนื่อง
  • HUAWEI P30 Pro ใช้ระบบระบายความร้อน HUAWEI SuperCool ช่วยให้ระบายความร้อนได้ดี
    และมีประสิทธิภาพแม้ขณะใช้งานอย่างหนัก
  • HUAWEI P30 Series ทั้ง 2 รุ่นรองรับคุณสมบัติด้านการสื่อสารไร้สายหลากรูปแบบ ทั้งการใช้งาน Dual-SIM และรองรับ VoLTE ทั้ง 2 ซิม อย่างไรก็ดี คุณสมบัติด้านการสื่อสารไร้สายเหล่านี้อาจแตกต่างกันตามแต่ละท้องตลาด

เปิดตัวสมาร์ทแก็ดเจ็ตสุดไฮเทค

หัวเว่ยยังเปิดตัว HUAWEI FreeLace หูฟังไร้สาย สีสันสวยงาม แบตอึด เสียงกระหึ่ม ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ รองรับ HiPair เชื่อมต่อได้อย่างง่ายดายยิ่งกว่าที่เคย เพียงแค่ถอดบริเวณปุ่มปรับเพิ่มลดเสียงจะพบกับ USB Type-C ที่สามารถทั้งทำการจับคู่หรือชาร์จแบบเร็วได้ โดยบริเวณหูฟังทำจากแม่เหล็กที่เมื่อแตะด้วยกันจะเข้าสู่โหมด sleep และจะเชื่อมต่อทันทีที่นำออกจากกัน

และ HUAWEI WATCH GT Active Edition และ Elegant Edition สมาร์ทวอทซ์คู่ใจทุกการเคลื่อนไหว ที่พัฒนาสายรัดข้อมือแบบใหม่ ผลิตจาก Fluoroelastomer ที่มีความทนทาน และกระชับข้อมือ

โดยชูจุดเด่น HUAWEI TruSeen™ 3.0 ที่ไม่ว่าจะเดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ หรือแข่งไตรกีฬา ก็มั่นใจได้ว่าทุกการเคลื่อนไหวจะไม่ถูกปล่อยให้คลาดสายตาหรือแม้แต่เวลาที่นอนหลับด้วย TruSleep™ 2.0 พร้อมแบตเตอรี่ใช้งานได้อย่างยาวนาน

นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัว HUAWEI Band 3 รุ่นใหม่ และ HUAWEI X GENTLEMONSTER EYEWEAR สมาร์ทกลาส หรือแว่นตาอัจฉริยะร่วมออกแบบกับแบรนด์แว่นตาชื่อดังอย่าง GENTLE MONSTER อีกด้วย

หัวเว่ยเปิดตัว Track AI เพื่อวินิจฉัยและตรวจหาสัญญาณความบกพร่องด้านการมองเห็นในเด็กตั้งแต่ระยะเริ่มแรก

หัวเว่ยได้กระจายความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านปัญญาประดิษฐ์ของตนสู่องค์กรชั้นนำด้านการวิจัยทางการแพทย์เพื่อช่วยปกป้องสายตาของเด็กๆ โดยหัวเว่ยกำลังทำงานร่วมกับสถาบัน  IIS Aragon และ DIVE Medical เพื่อร่วมกันสร้าง แทร็ค เอไอ (Track AI) ซึ่งเป็นเครื่องมือตรวจประเมินที่ทำงานด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และได้รับการออกแบบขึ้นเพื่อวินิจฉัยและตรวจหาสัญญาณความบกพร่องด้านการมองเห็นในเด็กตั้งแต่ระยะเริ่มแรก

เด็กที่มีความบกพร่องด้านการมองเห็นจะมีรูปแบบการจ้องมองที่ต่างออกไปจากเด็กที่มีสายตาปกติ ซึ่ง DIVE สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลตำแหน่งการจ้องมองได้อย่างแม่นยำระหว่างที่กระตุ้นด้วยสิ่งเร้าสายตาซึ่งออกแบบขึ้นตามวิธีการทางวิทยาศาสตร์ การแปลผลข้อมูลนี้ด้วยหน่วยประมวลผล Dual NPU ที่มีอยู่ในชิพ Kirin 980 สามารถรองรับการทำงานของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในตัวอุปกรณ์

ซึ่งหมายความว่าฟังก์ชั่น AI เหล่านี้สามารถประมวลผลได้ในตัวสมาร์ทโฟนเอง Track AIบนสมาร์ทโฟนจึงเป็นเครื่องมือที่พกพาติดตัวไปด้วยได้ ไม่ต้องพึ่งการเชื่อมต่อไวไฟ และรับข้อมูลได้ในแบบเรียลไทม์เพื่อการวินิจฉัยที่รวดเร็ว ทำให้Track AI เป็นสิ่งที่สามารถนำไปใช้งานได้ทั่วโลก


[1] ฟีเจอร์นี้จะสามารถใช้ได้ผ่าน HOTA update ในภายหลัง

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Huawei ที่นี่ >>> http://bit.ly/2CwxAIL

from:http://mobileocta.com/huawei-tearing-all-the-rules-of-photography-launched-the-most-smartphone-huawei-p30-series/