คนคุ้นเคย Qualcomm ผละทิ้งโรงงาน Samsung จ่อซบรักเก่าที่ไต้หวัน

อ้างอิงความเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรมการผลิตชิปเซ็ตล่าสุด ระบุเปิดเผยว่าช่วงเวลาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ระหว่าง Qualcomm และ Samsung อาจจะต้องยุติลงภายในปีนี้ เมื่อทางผู้ออกแบบพัฒนาชิปเซ็ต Snapdragon กำลังตกเป็นข่าวลือหนาหูว่ากำลังจะผละทิ้งโรงงานเกาหลีใต้ กลับไปหาอู่รักเก่าที่ Taiwan Semiconductors Manufacturing Company (TSMC)

โดยเป็นที่รับทราบกันดีว่าทาง Qualcomm นั้นใช้บริการโรงงานของ Samsung ในการผลิตชิปเซ็ต Snapdragon ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ขนาด 14 และ 10 นาโนเมตรมาแล้วด้วยถึง 3 รุ่นตั้งแต่ Snapdragon 820 / Snapdragon 835 และล่าสุดกับ Snapdragon 845 อย่างไรก็ดีก้าวต่อไปอุตสาหกรรมการผลิตนั้น จะว่ากันที่เทคโนโลยีการผลิตระดับ 7 นาโนเมตร และดูเหมือนว่าโรงงานที่มีความพร้อมชิงลงมือก่อนในครั้งนี้จะเป็น TSMC จากไต้หวัน ซึ่งทั้งสองเป็นพันธมิตรกันมาอย่างยาวนาน ย้อนกลับไปตั้งแต่ยุคสมัยของเทคโนโลยีการผลิต 65 นาโนเมตร และอาจจะพร้อมหันกลับมาควงแขนกันอีกคำรบในปี 2019

อย่างไรก็ดี Qualcomm นั้นไม่ใช่ผู้ออกแบบผลิตชิปเซ็ตเพียงรายเดียวที่สนใจเลือกใช้บริการของ TSMC ซึ่งถูกจัดเป็นมือวางอันดับหนึ่งของโรงงานผลิตชิปเซ็ตแบบสัญญาจ้าง แต่ขาใหญ่อย่าง Apple นั้นอาจจะเป็นรายแรกที่ประเดิมตลาดเทคโนโลยี 7 นาโนเมตรบนสมาร์ทโฟนได้เป็นรายแรก รวมไปถึง MediaTek และ Huawei HiSilicon ที่ต่างก็พร้อมเดินเกมส์แข่งขัน ทั้งในตลาดหน่วยประมวลผลสมาร์ทโฟนและโมเด็ม 5G ภายใต้ความต้องการเลือกใช้งานเทคโนโลยีการผลิตล่าสุดของอุตสาหกรรมด้วยเช่นเดียวกัน

เรียบเรียงโดยทีมงาน GadGuan (คนคุ้นเคย Qualcomm ผละทิ้งโรงงาน Samsung จ่อซบรักเก่าที่ไต้หวันGadGuan)


from:https://www.gadguan.com/news/4744

LG Display จะผลิตจอแสดงผล OLED ป้อนให้กับ iPhone X Plus ในปีนี้ ราว 2 – 4 ล้านชิ้น

เป็นอีกครั้งที่ผู้ผลิตจอแสดงผล LG Display ถูกอ้างว่าจะเป็นซัพพลายเออร์ให้กับ Apple ในการผลิตจอแสดงผล OLED ป้อนให้กับ iPhone รุ่นใหม่ ที่จะออกมาในปลายปีนี้ เพื่อลดการพึ่งพา Samsung Display ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์เพียงรายเดียวที่ผลิตจอแสดงผล OLED สำหรับ iPhone X

จอแสดงผล OLED ของ LG Display จะถูกนำไปใช้กับ iPhone X Plus ซึ่งมีขนาดหน้าจอ 6.5 นิ้ว และจะผลิตออกมาเพียง 2 – 4 ล้านชิ้น ซึ่งถือว่ามีปริมาณน้อยมากหากเทียบกับยอดขาย iPhone ที่ทำได้ในแต่ละปี นั่นหมายถึง Samsung Display ยังคงเป็นซัพพลายเออร์หลัก ในการผลิตจอแสดงผล OLED ป้อนให้กับ iPhone รุ่นใหม่ของ Apple

คาดว่า iPhone รุ่นใหม่ที่จะออกมาในปลายปีนี้ จะมีด้วยกัน 3 รุ่น โดยมีอยู่ 2 รุ่นที่จะใช้จอแสดงผล OLED คือ iPhone X รุ่นที่ 2 มีขนาดหน้าจอ 5.8 นิ้ว กับ iPhone X Plus ที่มีขนาดหน้าจอ 6.5 นิ้ว ส่วนอีกรุ่น จะใช้จอแสดงผล LCD ขนาด 6.1 นิ้ว

อย่างไรก็ตาม มีข่าวลือว่า Apple จะเปลี่ยนมาใช้จอแสดงผล OLED กับ iPhone รุ่นใหม่ทั้งหมด ที่จะออกมาในปี 2019

ที่มา – MacRumors

from:http://www.flashfly.net/wp/222512

Tips – สอนใช้งาน AMD Overdrive ในการ Overclock CPU แบบง่ายๆ ทำตามได้ เพิ่มความแรงกันแบบฟรีๆ

หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับคำนี้ดี Overclock แต่บางคนอาจจะไม่รู้จัก การ Overclock (โอเวอร์คล็อก) คือการเร่งประสิทธิภาพ CPU ออกมาให้แรงกว่าปกติ แรงขึ้น เร็วขึ้น โดยที่ไม่ต้องเสียเงินไปอัพเกรดชิ้นส่วนอะไรเลย!! พูดง่ายๆก็คือ ฟรี! นั่นแหละ แต่ก็มีความเสี่ยงครับ หาก โอเวอร์คล็อก ไม่เป็นทำผิดพลาด มีโอกาสที่จะทำให้ CPU พัง หรือเสีย ไปเลยก็ได้ ก็ต้องยอมรับความเสี่ยงกันเอง แต่ในบทความนี้ ทางทีมงานจะแนะนำการ Overclock แบบปลอดภัยง่ายๆ ไม่ยาก และ ความเสี่ยงต่ำด้วย มือใหม่ก็สามารถทำได้แบบสบายๆ

*การ Overclock มีความเสี่ยงที่จะทำให้อุปกรณ์ภายในเสียหายได้ ต้องยอมรับความเสี่ยงกันเองนะครับ

**ก่อนทำการ Overclock อย่าลืมดูความร้อน CPU ประกอบไปด้วยนะครับ

โดยสำหรับโปรแกรมที่จะมาสอนใช้ในการ Overclock คือ “AMD Overdrive” โปรแกรมสำหรับ Overclock จาก AMD โดยตรง (แน่นอนใช้ได้กับเฉพาะ CPU AMD เท่านั้น)

โดยเพื่อนๆสามารถดาว์โหลดโปรแกรม AMD Overdrive ได้ที่นี่

1.หลังจากติดตั้งต้องรีสตาร์ทเครื่องก่อนครั้งหนึ่งก่อนใช้งาน

2.หลังจากเปิดโปรแกรมขึ้นมาจะเจอหน้าต่างแจ้งเตือนว่า “มีโอกาศพังได้นะ รับผิดชอบเองนะ” (ต้องยอมรับความเสี่ยงกันเอง)

3.หลังจากนั้นจะเช้าสู่หน้าจอการใช้งานจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับ CPU ของคอมพิวเตอร์เราอยู่โดยรายละเอียดหลักๆอยู่ 3 หัวข้อจะมีดังนี้

3.1 Status Monitor ใช้สำหรับดูสถานะ CPU / VGA / Mainboard
3.2 Performance Control ใช้ในการปรับแต่งระบบ CPU OverClock ก็อยู่ที่นี้แหละ
3.3 System Information ใช้สำหรับดูรายละเอียดระบบของเครื่อง ข้อมูลทั่วไปอื่นๆ

เตรียมการก่อน Overclock

4.แน่ะนำให้ปิดโปรแกรมอื่นๆออกทั้งหมดก่อนนะครับ ก่อน Overclock
5.จากนั้นไปที่ แท็บ Performance Control > Auto Clock เพื่อทดสอบว่าคอมพิวเตอร์ของเราเร่งได้แค่ไหน
ที่หมายเลข 2 คือ ให้จ่ายไฟเพิ่ม ถ้าจะให้จ่ายก็ติ้กถูก มันจะแรงกว่าไม่จ่ายไฟครับ (พาวเวอร์ซัพพลาย ต้องเป็น 80+ นะครับ) จากนั้นกด Start แล้วรอ

6.จากนั้นจะมีข้อความแสดงผลของเครื่องเราไว้ด้วย แล้วก็รีสตาร์ท เป็นอันเสร็จครับ

เป็นยังไงบ้างครับจะเห็นได้ว่าไม่ยากเลยใช่ไหมครับ ข้างต้นคือการปรับ Auto Clock โดยใช้โปรแกรม AMD Overdrive ในการตั้งค่าให้ หากใครอยากปรับเองด้วยมือ ตัวโปรแกรมก็สามารถทำได้ครับ สำหรับเบื้องลึกของโปรแกรมนี้หรือรายละเอียดต่างๆ ไว้พบกันใน บทความหน้านะครับ สำหรับใครที่สงสัย ติดปัญหา สามารถคอมเม้นความคิดเห็นไว้ข้างได้เลยครับ

from:https://notebookspec.com/how-to-amd-overdrive-overclock-cpu/445613/

Tips – สอนใช้งาน AMD Overdrive ในการ Overclock CPU แบบง่ายๆ ทำตามได้ เพิ่มความแรงกันแบบฟรีๆ

หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับคำนี้ดี Overclock แต่บางคนอาจจะไม่รู้จัก การ Overclock (โอเวอร์คล็อก) คือการเร่งประสิทธิภาพ CPU ออกมาให้แรงกว่าปกติ แรงขึ้น เร็วขึ้น โดยที่ไม่ต้องเสียเงินไปอัพเกรดชิ้นส่วนอะไรเลย!! พูดง่ายๆก็คือ ฟรี! นั่นแหละ แต่ก็มีความเสี่ยงครับ หาก โอเวอร์คล็อก ไม่เป็นทำผิดพลาด มีโอกาสที่จะทำให้ CPU พัง หรือเสีย ไปเลยก็ได้ ก็ต้องยอมรับความเสี่ยงกันเอง แต่ในบทความนี้ ทางทีมงานจะแนะนำการ Overclock แบบปลอดภัยง่ายๆ ไม่ยาก และ ความเสี่ยงต่ำด้วย มือใหม่ก็สามารถทำได้แบบสบายๆ

*การ Overclock มีความเสี่ยงที่จะทำให้อุปกรณ์ภายในเสียหายได้ ต้องยอมรับความเสี่ยงกันเองนะครับ

**ก่อนทำการ Overclock อย่าลืมดูความร้อน CPU ประกอบไปด้วยนะครับ

โดยสำหรับโปรแกรมที่จะมาสอนใช้ในการ Overclock คือ “AMD Overdrive” โปรแกรมสำหรับ Overclock จาก AMD โดยตรง (แน่นอนใช้ได้กับเฉพาะ CPU AMD เท่านั้น)

โดยเพื่อนๆสามารถดาว์โหลดโปรแกรม AMD Overdrive ได้ที่นี่

1.หลังจากติดตั้งต้องรีสตาร์ทเครื่องก่อนครั้งหนึ่งก่อนใช้งาน

2.หลังจากเปิดโปรแกรมขึ้นมาจะเจอหน้าต่างแจ้งเตือนว่า “มีโอกาศพังได้นะ รับผิดชอบเองนะ” (ต้องยอมรับความเสี่ยงกันเอง)

3.หลังจากนั้นจะเช้าสู่หน้าจอการใช้งานจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับ CPU ของคอมพิวเตอร์เราอยู่โดยรายละเอียดหลักๆอยู่ 3 หัวข้อจะมีดังนี้

3.1 Status Monitor ใช้สำหรับดูสถานะ CPU / VGA / Mainboard
3.2 Performance Control ใช้ในการปรับแต่งระบบ CPU OverClock ก็อยู่ที่นี้แหละ
3.3 System Information ใช้สำหรับดูรายละเอียดระบบของเครื่อง ข้อมูลทั่วไปอื่นๆ

เตรียมการก่อน Overclock

4.แน่ะนำให้ปิดโปรแกรมอื่นๆออกทั้งหมดก่อนนะครับ ก่อน Overclock
5.จากนั้นไปที่ แท็บ Performance Control > Auto Clock เพื่อทดสอบว่าคอมพิวเตอร์ของเราเร่งได้แค่ไหน
ที่หมายเลข 2 คือ ให้จ่ายไฟเพิ่ม ถ้าจะให้จ่ายก็ติ้กถูก มันจะแรงกว่าไม่จ่ายไฟครับ (พาวเวอร์ซัพพลาย ต้องเป็น 80+ นะครับ) จากนั้นกด Start แล้วรอ

6.จากนั้นจะมีข้อความแสดงผลของเครื่องเราไว้ด้วย แล้วก็รีสตาร์ท เป็นอันเสร็จครับ

เป็นยังไงบ้างครับจะเห็นได้ว่าไม่ยากเลยใช่ไหมครับ ข้างต้นคือการปรับ Auto Clock โดยใช้โปรแกรม AMD Overdrive ในการตั้งค่าให้ หากใครอยากปรับเองด้วยมือ ตัวโปรแกรมก็สามารถทำได้ครับ สำหรับเบื้องลึกของโปรแกรมนี้หรือรายละเอียดต่างๆ ไว้พบกันใน บทความหน้านะครับ สำหรับใครที่สงสัย ติดปัญหา สามารถคอมเม้นความคิดเห็นไว้ข้างได้เลยครับ

from:https://notebookspec.com/howto-amd-overdrive/445613/

ครบวงจร Qualcomm เปิดตัวชิปเซ็ตรุ่นใหม่ สำหรับผลิตภัณฑ์สมาร์ทวอชและชุดหูฟังไร้สาย

เรียกว่าแนวทางการทำธุรกิจของ Qualcomm นั้นครบวงจรในการสร้างสรรค์และพัฒนาสินค้าชิปเซ็ตทุกรูปแบบที่เกี่ยวข้องกับสมาร์ทโฟน ซึ่งนอกจากชิปเซ็ตตระกูล Snapdragon ที่เป็นหัวใจหลักในการประมวลผลและรับสัญญาณโทรศัพท์ส่วนใหญ่ในท้องตลาดวันนี้แล้ว ในความเคลื่อนไหวล่าสุดที่มีการเปิดเผยออกมานั้นทาง Qualcomm จัดการเปิดตัวชิปเซ็ตรุ่นใหม่สำหรับสมาร์ทวอชบนแฟลตฟอร์ม Snapdragon Wear และชิปเซ็ตที่ออกแบบพิเศษสำหรับชุดหูฟังบลูทูธไร้สายอีกด้วย

โดยชิปเซ็ตที่ทำงานร่วมกับชุดหูฟังไร้สายนั้นมีรหัสรุ่น คือ QCC3026 รองรับการใช้งานเทคโนโลยีเชื่อมต่อบลูทูธ 5.0 ความเร็วสูงสุด 2Mbps พร้อมรองรับการใช้งาน Qualcomm aptX และ Qualcomm TrueWireless ได้อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งทางผู้พัฒนากล่าวอ้างว่าชิปเซ็ตดังกล่าวจะสามารถบริหารจัดการพลังงานได้ดีกว่าชุดหูฟังไร้สายอื่นๆ ในท้องตลาดได้ดีกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ และมีเป้าหมายการทำตลาดในกลุ่มชุดหูฟังไร้สายระดับเริ่มต้นและระดับกลาง ที่จะเปิดตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2018 เป็นต้นไป

และในส่วนของสมาร์ทวอชนั้นเป็นแฟลตฟอร์ม Snapdragon Wear รหัส 2500 ซึ่งปรับปรุงมาจากรหัส Wear 2100 ที่เปิดตัวเมื่อปี 2016 โดยยังใช้ชิปเซ็ตตระกูล Cortex-A7 เป็นพื้นฐานจับคู่มากับโมเด็มไร้สาย LTE รุ่นที่ห้า รองรับการใช้งานสั่งงานด้วยเสียงและกล้องวีดีโอคอลล์ขนาด 5 ล้านพิกเซล พร้อมชุดระบบเซ็นเซอร์ในการตรวจวัดกิจกรรมใช้งานทั่วไปและฟิตเนสแทรคกิ้ง รองรับการใช้งาน Android Wear ที่พัฒนาบนพื้นฐานของระบบปฏิบัติการในเวอร์ชั่น 8 Oreo และเน้นการทำตลาดในกลุ่มสมาร์ทวอชสำหรับเด็กๆ เป็นหลัก

เรียบเรียงโดยทีมงาน GadGuan (ครบวงจร Qualcomm เปิดตัวชิปเซ็ตรุ่นใหม่ สำหรับผลิตภัณฑ์สมาร์ทวอชและชุดหูฟังไร้สายGadGuan)


from:https://www.gadguan.com/news/4739

iPhone รุ่นใหม่ที่จะออกมาในปีนี้ ถูกอ้างว่าจะรองรับ Apple SIM กับซิมการ์ดปกติ

รายงานล่าสุดอ้างว่า iPhone ที่จะเปิดตัวในครึ่งหลังของปีนี้ จะรองรับ 2 ซิมการ์ด โดยเป็นซิมการ์ดแบบปกติที่เราคุ้นเคยกันดี กับ Apple SIM ซึ่งเป็นซิมการ์ดที่ฝังลงในตัวเครื่อง อย่างไรก็ตาม ในประเทศจีน ยังไม่สนับสนุน Apple SIM แต่แหล่งข่าวอ้างว่า iPhone ที่จะทำตลาดในประเทศจีน อาจรองรับ 2 ซิมการ์ดเหมือนสมาร์ทโฟนของ Android คือ มีถาดใส่ซิมการ์ดแบบ 2 ช่อง

Apple SIM เริ่มนำมาใช้กับ iPad ตั้งแต่ปี 2014 และปัจจุบันมีให้บริการมากกว่า 180 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย เหมาะสำหรับเจ้าของอุปกรณ์ ที่ต้องเดินทางข้ามประเทศบ่อยๆ สามารถสมัครใช้บริการดาต้ากับผู้ให้บริการเครือข่ายฯ ในแต่ละประเทศได้ทันที โดยไม่ต้องหาซื้อซิมการ์ดให้ยุ่งยาก

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ iPhone รุ่นใหม่ถูกอ้างว่าจะรองรับ 2 ซิมการ์ด ก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์ที่รู้จักกันดีอย่าง Ming-Chi Kuo ก็เคยทำนายว่า iPhone รุ่นใหม่ที่ใช้จอแสดงผล 6.1 นิ้ว กับ 6.5 นิ้ว จะมีเวอร์ชั่นที่รองรับ 2 ซิมการ์ด

ที่มา – MacRumors

from:http://www.flashfly.net/wp/222508

ช่อง 5 ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2018 : สเปน VS รัสเซีย

สำหรับโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบ 16 ทีมสุดท้ายวันนี้มีคิวเตะกัน 2 คู่ โดยคู่ที่น่าสนใจคือ สเปนจะพบกับเจ้าภาพรัสเซีย โดยช่อง 5 จะทำการถ่ายทอดสดผ่านทางระบบดิจิตอลและเว็บไซต์ หรือจะดูผ่านมือถือก็ดูได้ที่แอพทรูไอดี เริ่มแข่งเวลา 21:00 น. ตามเวลาประเทศไทย

from:http://www.9tana.com/node/world-spain-rusia/

กทปส. เดินเครื่องหนุนการพัฒนาเครื่องส่งวิทยุฯ ภาคภาษาชนเผ่า ลดความเหลื่อมล้ำการรับข่าวสาร

กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการ โทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือ กทปส. มอบทุนพัฒนาและสนับสนุนการดำเนินงานของสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดเชียงใหม่ หรือ สวท. เชียงใหม่

ผ่านโครงการพัฒนาการสื่อสารการส่งกระจายเสียงวิทยุภาคภาษาชนเผ่า 7 ชนเผ่าเพื่อให้ประชาชนที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ของประเทศไทยทั้ง 7 ชนเผ่าและอีก 2 ชนเผ่า ซึ่งมีประชากรรวมกว่า 1 ล้านคน ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายขอบห่างไกลจาก ตัวเมืองให้ได้รับบริการด้านการกระจายเสียงเพื่อการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องจากภาครัฐ เพิ่มความสามารถในการเข้าถึงการบริการสาธารณะของรัฐขั้นพื้นฐาน รวมถึงการลดปัญหาทางสังคมทั้งทางด้านยาเสพติดและกระบวนการค้ามนุษย์ตลอดจนการรักษาวัฒนธรรมและเผยแพร่วิถีชีวิตชุนชนของกลุ่มชนเผ่า หวังนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพการติดต่อสื่อสารและเพิ่มความสามารถในการรู้เท่าทันสื่อของกลุ่มชาติพันธุ์อย่างยั่งยืน

from:https://www.enterpriseitpro.net/gove-for-people/

NVIDIA สร้างปัญญาประดิษฐ์เติมเฟรมให้วิดีโอกลายเป็นวิดีโอสโลโมชั่น

NVIDIA สร้างโมเดล deep learning ที่สามารถเติมเฟรมให้กับวิดีโอจนกลายเป็นวิดีโอสโลโมชั่น เปิดทางการอัดวิดิโอธรรมดาแล้วมาสร้างเป็นวิดิโดสโลโมชั่นภายหลัง โดยไม่ต้องเสียพื้นที่จัดเก็บวิดีโอขนาดใหญ่

ข้อมูลเริ่มต้นใช้วิดีโอที่อัดมาที่ 240 เฟรมต่อวินาที จำนวน 11,000 ชุด มาฝึก

โมเดลของ NVIDIA มีจุดเด่นคือสามารถสร้างเฟรมแทรกกลางระหว่างเฟรมได้จำนวนมากๆ ทำให้สามารถทำให้วิดีโอช้าลง จาก 30 เฟรมต่อวินาทีกลายเป็นช้าลง 8 เท่าเป็น 240 เฟรมต่อวินาทีได้เลย

ที่มา – NVIDIA

from:https://www.blognone.com/node/103503

Apple Maps เตรียมยกเครื่องใหม่ทั้งหมด ใช้วิธีเก็บข้อมูลเอง เริ่มมีผลตั้งแต่ปีหน้า

ผลิตภัณฑ์หนึ่งที่แอปเปิลเปิดตัวมานานแล้ว แต่ดูเหมือนยังไม่นิยมกันนักแม้แต่ในกลุ่มผู้ใช้ iOS ก็คือบริการแผนที่ Apple Maps ซึ่งมีมาตั้งแต่ iOS 6 แอปเปิลเองก็ทราบปัญหานี้ และล่าสุดก็ออกมาเปิดเผยเองว่าจะยกเครื่อง Apple Maps โดยนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด

เว็บไซต์ TechCrunch ได้สัมภาษณ์พิเศษ Eddy Cue รองประธานอาวุโสฝ่ายบริการและอินเทอร์เน็ตของแอปเปิล ซึ่งตอนนี้รับผิดชอบ Apple Maps ด้วย ตลอดจนทีมงานที่เกี่ยวข้อง โดยบอกว่าที่ผ่านแอปเปิลรับฟังปัญหาทั้งหมด นับตั้งแต่ Apple Maps เปิดตัว และแอปเปิลก็ลงทุนต่อเนื่องเพื่อปรับปรุง Maps ให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา

alt="Apple Maps"

Cue ยอมรับว่า Apple Maps นั้นวางแนวคิดตั้งต้น ให้เป็นแอพบอกเส้นทาง ในการเดินทางไปยังจุดหมายที่ต้องการเป็นหลัก แต่ความต้องการและคาดหวังของผู้ใช้งานมีมากกว่านั้นมาก แอปเปิลจึงต้องปรับปรุงแผนที่ โดยเริ่มจากการเก็บข้อมูลเองใหม่ทั้งหมด

ที่ผ่านมาแอปเปิลใช้ข้อมูลแผนที่จากผู้ให้บริการรายอื่น อาทิ TomTom, OpenStreetMap ฯลฯ แล้วสร้างขึ้นเป็นระบบแผนที่ของตนเอง ซึ่งทำให้มีข้อจำกัด เมื่อต้องการสร้างฟังก์ชันใหม่ ๆ ทีมงานของ Apple Maps จึงเริ่มวางแผนตั้งแต่ 4 ปีที่แล้ว ว่าอยากได้ต้องทำเองต้องเก็บข้อมูลแผนที่เอง

แอปเปิลเก็บข้อมูลแผนที่เองอย่างไร

ข้อมูลแผนที่ซึ่งแอปเปิลเก็บเองนั้นมาจาก 2 ช่องทางหลัก อย่างแรกคือใช้ใช้รถยนต์ติดตั้งอุปกรณ์รอบคันเหมือนรถ Google Maps ซึ่งแอปเปิลเริ่มทำตั้งแต่ปี 2015 ภายในมี iPad แสดงหน้าจอซอฟต์แวร์เก็บข้อมูลแผนที่ ส่วนภาพถ่ายจากกล้องรอบรถถูกเก็บไว้ใน Mac Pro ที่วางไว้บนพื้นรถ

แอปเปิลยังเผยวิธีการจัดการข้อมูลและความเป็นส่วนตัว โดยภาพทั้งหมดที่ถูกบันทึก จะเข้ารหัสทันทีลงโซลิดสเตตไดรฟ์ใน Mac Pro แล้วนำเครื่องทั้งหมดส่งที่ศูนย์ข้อมูลของแอปเปิล จากนั้นศูนย์ข้อมูลจะถอดรหัสด้วยกุญแจที่ตรงกับรถคันนั้น นำภาพทั้งหมดผ่านซอฟต์แวร์เพื่อลบข้อมูลส่วนตัว เช่น ใบหน้าคน, ทะเบียนรถ ฯลฯ ทำให้ไม่มีใครสามารถเข้าถึงข้อมูลตั้งต้นได้

alt="Apple Maps Van"

อีกช่องทางที่แอปเปิลเก็บข้อมูลแผนที่เองก็คือผู้ใช้ iOS นั่นเอง ซึ่งแอปเปิลก็วิธีรักษาสมดุลกับความเป็นส่วนตัวที่แอปเปิลย้ำมาตลอด โดยอย่างแรกผู้ใช้ต้องกดยอมรับว่าแอปเปิลจะเก็บข้อมูลในครั้งแรกที่ใช้งาน (ถ้าเผลอเปิด แต่ไม่ต้องการให้เก็บก็ปิดได้ใน Settings > Privacy > Location Services > Maps > Never) ซึ่งเหตุผลที่ต้องใช้ข้อมูลจากผู้ใช้ iOS ด้วย ก็เพราะแอปเปิลจะได้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบันมากที่สุด โดยเฉพาะสภาพการจราจร และการปิดเส้นทาง

ทีมดูแลข้อมูลของ Apple Maps ยกตัวอย่างวิธีเก็บข้อมูล เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวผู้ใช้งาน ตัวอย่างเช่น เมื่อผู้ใช้ขอเส้นทางจาก A ไป B แอปเปิลก็จะเก็บข้อมูลการขับรถเฉพาะระหว่างทางเท่านั้น ไม่เก็บในช่วงแรกที่ออกจาก A ไปช่วงใกล้ถึง B และข้อมูลนี้ก็ถูกเข้ารหัสไว้ไม่ให้ย้อนกลับไปได้ว่ามาจาก Apple ID ใด

นอกจากการเก็บข้อมูลเข้ามาด้วยวิธีการต่าง ๆ การปรับปรุงพิกัดที่อยู่ให้แม่นยำ แอปเปิลยังมีการใช้คนตรวจสอบขั้นสุดท้ายก่อนยืนยันสถานที่ อาคาร ถนน ทางเข้า ทางออก และข้อมูลสำคัญต่าง ๆ อีกด้วย

แต่ทั้งหมดก็เป็นเพียงการเริ่มต้นเล็ก ๆ

Eddy Cue บอกว่าเป้าหมายสูงสุดของ Apple Maps คือการปรับปรุงต่อเนื่องและหวังว่าจะเป็นแอพแผนที่ดีที่สุดในโลก ข้อมูลที่แอปเปิลเริ่มต้นเก็บใหม่ทั้งหมดนี้ จะปรากฏครั้งแรกใน iOS 12 beta สัปดาห์หน้า หน้าตาการใช้งานจะยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แต่ข้อมูลที่ใช้จะเป็นข้อมูลใหม่ และอิงกับข้อมูลเก่าน้อยลง

อย่างไรก็ตามข้อมูลแผนที่ใหม่นี้จะมีจำกัดเฉพาะในพื้นที่ Bay Area ก่อนแล้วจึงขยายพื้นที่ต่อในอนาคต ซึ่งข่าวร้ายก็คือแอปเปิลจะทำให้ครอบคลุมทั้งอเมริกาก่อนภายในปีหน้า ส่วนพื้นที่อื่นแอปเปิลไม่ได้บอกว่าเมื่อใด

alt="Apple Maps"

ที่มา: TechCrunch, ภาพรถยนต์ Apple Maps จาก @alexrkonrad

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/103502