Samsung Galaxy S8 และ Note 8 ออกอัปเดตไม่ให้สามารถแฟลชรอมเองได้

Note 8

Samsung กำลังออกอัปเดตการรักษาความปลอดภัยในเดือนมกราคม เพื่อทำการอุตช่องโหว่ของ Spectre และ Meltdown แต่นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับโปรแกรมโหลดบูตเครื่องใหม่ ที่ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถดัดแปลงแก้ไขอะไรได้อิสระอย่างที่เคย รวมถึงการปรับเปลี่ยน ROM ผ่านทาง Odin

Odin3

Galaxy S8 และ Note 8 ออกอัปเดตไม่ให้สามารถแฟลชรอมเองได้

 

สรุปก็คือการอัปเดต Android 8.0 ของเครื่องรุ่น Galaxy S8, S8+ และ Note 8 (รุ่นอื่นยังไม่มีอัปเดต) ไม่เพียงแค่ปิดช่องโหว่ แต่ยังปิดการ Flash Firmware ผ่านทาง Odin ทั้งเวอร์ชันปกติและเวอร์ชัน Mod ส่งผลให้ไม่สามารถยุ่งกับ ROM รวมถึงการปลดล็อคเครื่องอีกด้วย

ที่มา – xda

from:https://www.iphonemod.net/samsung-galaxy-s8-note8-bootloader-odin.html

LINE Pangya เตรียมพร้อมแจ้งวันเปิดให้บริการสัปดาห์หน้า

Pangya เกมที่หลายคนคุ้มเคยดีสมัยยุค Game PC ยังรุ่งเรือง ซึ่งวันนี้จะกลับมาอีกครั้งภายใต้ชื่อ “LINE Pangya” ผู้คว้าสิทธิการให้บริการบนสมาร์ทโฟนทั้ง Android และ iOS โดยค่ายพัฒนาเกม NCSoft และ Ntreev ที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี และตอนนี้ได้ผ่านการทดสอบระบบปิด Tester Game (CBT) เรียบร้อย

Line Pangya Th 31.01.18

LINE Pangya เตรียมพร้อมแจ้งวันเปิดให้บริการสัปดาห์หน้า

จากประกาศของเพจ LINE Pangya TH ก็คือตัวเกมมาถึงโค้งสุดท้ายของการทดสอบแล้ว ซึ่งถ้าในสัปดาห์นี้ทุกอย่างได้รับการแก้ไขเรียบร้อย สัปดาห์หน้าก็จะมีประกาศ วันเปิดให้บริการ ซึ่งเปลี่ยนสถานะจาก CBT มาเป็น OBT ให้ทุกคนได้ทดสอบเล่นกันในวงกว้างนั่นเองครับ

ที่มา – LINE Pangya TH

from:https://www.iphonemod.net/line-pangya-update-obt.html

กล้อง iPhone X ชนะ Galaxy Note 8 จากการทดสอบของ CNET แต่ไม่ถึงกับทิ้งห่าง

เป็นอีกครั้งที่ 2 เรือธงในปลายปี 2017 อย่าง iPhone X กับ Galaxy Note 8 ถูกนำมาเปรียบเทียบกันเรื่องกล้องถ่ายรูป และครั้งนี้ทดสอบโดยเว็บไซต์ CNET ซึ่งในตอนท้ายได้ยกให้ iPhone X มีกล้องที่ดีกว่าในภาพรวม โดยเฉพาะช่วงไดนามิกของภาพถ่ายกับวีดีโอ และรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ

iPhone X และ Galaxy Note 8 ใช้ระบบกล้องคู่ 12 ล้านพิกเซลเหมือนกัน แต่ตามสเปกแล้ว Galaxy Note 8 มีคุณสมบัติกล้องที่ดูดีกว่าเล็กน้อย ด้วยรูรับแสงของเลนส์มุมกว้างที่ใหญ่กว่า กล้องเซลฟี่มีความละเอียดมากกว่า แต่การบันทึกวีดีโอ iPhone X เหนือกว่าที่สามารถถ่ายวีดีโอ 4K @ 60fps

การทดสอบเริ่มต้นที่ภาพถ่ายในที่ช่วงกลางวัน ซึ่งพบว่า iPhone X ให้ความคมชัดและสีสันที่น่าสนใจ คล้ายกับภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด ขณะที่ Galaxy Note 8 ให้ความสว่างเกินไป และต้องมีการปรับแต่งภาพหลัง

ในที่แสงน้อย สมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่นทำงานได้ดีด้วยกันทั้งคู่ แต่สังเกตได้ว่า Galaxy Note 8 สามารถจับภาพได้เร็วกว่า แต่ iPhone X มีจุดรบกวนน้อยกว่า

Portrait Mode หรือการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ iPhone X ทำได้ดีกว่า ให้รายละเอียดและช่วงสีที่ดีกว่าแม้ถ่ายในที่แสงน้อย ขณะที่ Galaxy Note 8 ให้ภาพที่ดูนุ่มนวล และสามารถปรับความเบลอของฉากหลังได้

ด้านการบันทึกวีดีโอ CNET บอกว่า Galaxy Note 8 มีกล้องวีดีโอที่ดีที่สุดในบรรดาสมาร์ทโฟนของ Samsung แต่กล้องวีดีโอของ iPhone X นั้นดีกว่า และมีตัวเลือกในการบันทึกมากกว่า ผู้ทดสอบเชื่อว่าการบีบอัดไฟล์วีดีโอ และเทคโนโลยี Machine Learning ของ Apple มีส่วนช่วยในการปรับปรุงพื้นผิวและมีการเคลื่อนไหวให้เหมือนในโรงภาพยนตร์ นอกจากนี้ การบันทึกวีดีโอแบบ Time lapse กล้องของ iPhone X ก็ยังทำได้ดีกว่า เพราะบันทึกภาพจากทั้ง 2 เลนส์ แต่ Galaxy Note 8 ใช้กล้องมุมกว้างในการบันทึกเท่านั้น

ที่มา – CNET

from:http://www.flashfly.net/wp/206978

MAT เปิดคอร์สชวนสร้างแบรนด์ด้วยธรรมะ “Dhammology Marketing”

สำหรับเพื่อน ๆ นักการตลาดที่มองหาคอร์สอบรมแนวใหม่ มีคอร์สจากสมาคมการตลาดฯ มาฝากกันกับหลักสูตร Effective Brand Building towards 21st Century via Dhammology-Marketing (รุ่นที่ 2) โดยมีเนื้อหาในการสร้างแบรนด์ที่นำเอาหลักทางพุทธศาสนามาประยุกต์ ผ่านกูรูการตลาดระดับแนวหน้าของเมืองไทย ได้แก่ ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน และ คุณจรรย์จารี ธรรมา

โดยเนื้อหาในคอร์สดังกล่าวประกอบด้วย

  •  ทฤษฎีการตลาดสำคัญเพื่อศตวรรษที่ 21 โดย คุณจรรย์จารี ธรรมา
  •  หลักการเขียนแผนการตลาด โดย คุณจรรย์จารี ธรรมา
  •  เคล็ดลับงานดิจิตอลกับการวางสื่อการตลาด โดย คุณจรรย์จารี ธรรมา
  •  งานซีเอสอาร์เพื่อสังคม โดย ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน
  •  นักการตลาดกับจริยธรรมเพื่อโลกอนาคต โดย ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน
  •  การจัดการความเครียด โดย พระมหาประสิทธิ์ ญาณปุปทีโป ดร. พระนักเทศน์ชื่อดัง

สำหรับใครที่สนใจ งานนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 -17 มีนาคม 2561 ณ โรงแรม เอทัส ลุมพินี และรับจำนวนจำกัดเพียง 20 คน (มีค่าใช้จ่ายในการอบรม) สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-679-7360-3 หรือ Line ID : @matsociety ค่ะ

 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2018/01/dhammology-marketing-mat/

iOS 11.3 ได้รับการแก้ไขแอพ Calculator อีกครั้ง พร้อมนำเอฟเฟ็กต์ตอนกดปุ่มกลับคืนมา

ในเดือนตุลาคม 2017 มีการพบ Bug หรือข้อบกพร่องในแอพพลิเคชั่น Calculator กับ iOS 11 โดยเครื่องคิดเลขไม่สามารถให้ผลลัพธ์ที่ถูกต้องได้ หากมีการกดคำนวณด้วยตัวเลข 3 ชุดแบบเร็วๆ อย่างเช่น 1 + 2 + 3 คำตอบที่ได้จะออกมาเป็น 24 แทนที่จะเป็น 6

สาเหตุที่เป็นแบบนั้น เกิดมาจากเอฟเฟ็กต์ตอนกดปุ่มตอบสนองช้า ส่งผลให้เมื่อกดคำนวณอย่างรวดเร็ว จะได้คำตอบที่ผิดพลาด แต่ถ้ากดคำนวณอย่างช้าๆ ก็จะได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม Apple ใช้เวลาไม่นานก็ปล่อย iOS 11.2 ออกมาให้อัพเดท พร้อมแก้ไข Bug ดังกล่าว ด้วยการลบเอฟเฟ็กต์ตอนกดปุ่มออกไป

และล่าสุดมีรายงานว่า Apple ได้แก้ไข Bug ที่พบในแอพพลิเคชั่น Calculator อีกครั้งใน iOS 11.3 โดยการนำเอฟเฟ็กต์ตอนกดปุ่มกลับมาอีกครั้ง และยังสามารถกดคำนวณได้อย่างรวดเร็ว โดยให้ผลลัพธ์ที่ถูกต้อง

ทั้งนี้ iOS 11.3 ยังอยู่ในเวอร์ชั่น Beta หรือกำลังทดสอบเท่านั้น สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป จะได้รับการอัพเดทเวอร์ชั่นสมบูรณ์ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ หรือประมาณเดือนมีนาคม – พฤษภาคม 2018

ที่มา – 9to5mac

from:http://www.flashfly.net/wp/206976

PC Case-เคส 6 แบบน่าใช้ ข้างใส โชว์ภายใน ดีไซน์แหวกแนว รองรับการโมดิฟาย ราคาสุดคุ้มปี 2018

ช่วงนี้ผู้ใช้พีซีดูจะมีความหลากหลายในการใช้งานมากขึ้น เพราะถ้ามองย้อนกลับไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จะเห็นว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย ตั้งแต่เทคโนโลยี การออกแบบและความหลากหลายของรูปลักษณ์ ที่ตอบโจทย์การใช้งานมากยิ่งขึ้น อย่างเช่น ซีพียูที่กินไฟน้อย ความร้อนต่ำ แต่มีประสิทธิภาพสูง หรือจะเป็นเมนบอร์ดขนาดเล็กกระทัดรัด ที่มีให้เลือกมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ที่สำคัญราคาไม่แพง ยกเว้นในช่วงวิกฤตแบบนี้ ที่การ์ดจอหายาก แรมราคาแพง ก็ว่ากันไป

แต่เรื่องหนึ่งที่หลายคน มักจะใช้เวลาที่อยากเปลี่ยนคอมใหม่ แต่ไม่อยากเปลี่ยนเยอะก็คือ ซื้อแค่เคสคอมใหม่ หรืออุปกรณ์ไม่กี่ชิ้น ก็ดูจะเป็นกำลังใจที่ดีและช่วยให้เหมือนไดคอมใหม่มา แบบที่ไม่ต้องเปลี่ยนยกชุด แต่เคสคอมก็มีให้เลือกมากมายหลายราคา ขึ้นอยู่กับงบประมาณและความต้องการ แต่ที่น่าสนใจก็คือ ปัจจุบันนี้แม้แต่เคสราคาถูกๆ ก็สวยได้เช่นกัน ทีนี้คงไม่ต้องเกริ่นกันยืดยาว คุณชอบเคสแบบไหน ลองมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน

เคสประหยัด ถูกสุด : เคสเหล่านี้เป็นที่ชื่นชอบของบรรดาหน้าร้านขายพีซี เพราะช่วยลดต้นทุนในการประกอบได้ดีมาก เพราะราคาเริ่้มต้นไม่ถึง 1,000 บาท บางรุ่นมาพร้อมเพาเวอร์ซัพพลายด้วย ส่วนจุดด้อยของเคสเหล่านี้คือ จะอยู่ที่เรื่องดีไซน์ที่อาจจะดูเรียบง่ายไปบ้าง และพื้นที่ในการติดตั้ง ซึ่งอาจไม่ได้ยืดหยุ่นมากนัก แต่ถ้าคุณใช้งานทั่วๆ ไป ไม่ได้เน้นความหรูหรา ติดตั้งอุปกรณ์พื้นฐานได้ ตัวเลือกมีมากมาย อาทิ AeroCool CS-100, CUBIC Rhino, eMaster EMT-E5606, ITSONAS Iris หรือ TSUNAMI DarkReign Taurus เป็นต้น สนนราคาของเคสเหล่านี้อยู่ที่ประมาณ 590 – 990 บาทเท่านั้น

เคสใหญ่สุดอลัง : เมื่อก่อนอาจจะมีคนไม่ชอบอยู่บ้าง สำหรับเคสใหญ่ๆ เพราะดูอึดอัดกินพื้นที่บนโต๊ะมาก ไม่สามารถวางของอื่นๆ ได้อีก แต่ปัจจุบันได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะบรรดาเคสที่โชว์ภายในได้สวยงาม โดยรุ่นที่น่าจับตามอง และเชื่อว่า Thermaltake P90 ที่เพิ่งเปิดตัวไปในช่วงเดือนที่ผ่านมา น่าจะเป็นเคสไซส์ใหญ่อีกรุ่นหนึ่งที่หลายคนอยากจับจองเป็นเจ้าของ ด้วยรูปลักษณ์ของเคสแบบโชว์วินโดวส์หรือกึ่งเปลือยในแนวตั้ง ใส่อุปกรณ์ได้มากมายเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการ์ดจอรุ่นใหญ่ ดีไซน์ให้วางในแนวตั้งได้ กระจกเทมเปอร์กลาส โชว์อุปกรณ์ได้รอบด้าน พร้อมพื้นที่สำหรับจัดวางชุดน้ำเต็มรูปแบบได้สบายๆ สนนราคาอยู่ที่ราวๆ 6,990 บาท เท่านั้น

เคสเล็กแบบ mini-iTX : ก็ถือว่าเป็นเคสอีกรูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะ Phantek Enthoo Evolv ITX เป็นเคสขนาดเล็กในแบบ mini-ITX ที่มีความโดดเด่นมากทีเดียว ด้วยการเป็นเคสไซส์เล็ก น้ำหนักเบา ด้านข้างใส แต่ใส่ฟังก์ชั่นมาเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นเมาท์สำหรับติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ รองรับชุดน้ำปิด และมีพัดลมขนาดใหญ่ ที่กรองฝุ่น พร้อมฟีเจอร์ที่เป็นออพชั่น เช่น ที่ต่อไฟ RGB หรือชุดรองปั้มน้ำ แม้จะมีสไตล์ที่ดูเรียบ แต่ก็หรูหราและมีลูกเล่นที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว แม้จะดูเป็นแบรนด์ใหม่ในบ้านเรา แต่คุณภาพคับแก้วจริงๆ สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 3,450 บาท

เคสฝาข้างใส Show Window : ถ้าจะพูดถึงเคสข้างใส ที่โชว์ความหรูหรา ขนาดกำลังดี ในราคาที่ย่อมเยาแล้วล่ะก็ คงหนีไม่พ้น Thermaltake Core P3 ที่สนนราคาประมาณ 3,990 บาท แต่คุณจะได้ลูกเล่นที่เหลือล้น เพราะด้วยพื้นที่โชว์ที่เป็นข้างใสแบบยอดนิยม ฟังก์ชั่นสำหรับการติดตั้งการ์ดจอให้เห็นแบบเต็มๆ เหมาะกับสายโมดิฟาย กับการจัดวางที่กำลังพอเหมาะ ไม่ใหญ่เกินไปเหมือน P5 แถมยังรองรับชุดน้ำปิด 3 ตอนได้อีกด้วย ช่างเป็นอะไรที่ลงตัวมากทีเดียว

เคสข้างใส Temper glass ราคาสุดคุ้ม : สำหรับคนที่อยากได้เคสกระจกข้างใส ชนิดที่หันมาดูทีไร ก็ปลื้มใจกับสเปกแรงๆ กับแสงสีสวยงามภายในเครื่อง แต่งบน้อย ก็มีตัวเลือกที่น่าสนใจอย่าง PHANTEKS P400 ที่ใส่ลูกเล่นมาอย่างมากมาย นอกเหนือจาก Temper glass ที่สวยใสแข็งแรงแล้ว ฟังก์ชั่นภายในยังปรับเปลี่ยนให้รองรับอุปกรณ์ได้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมถาดกรองฝุ่นทำความสะอาดได้ ภายใต้ดีไซน์กว้างขวาง สำหรับคนที่ชอบพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ ในสนนราคาประมาณ 2,790 บาท

และ FRACTAL DESIGN MESHIFY C เคสอีกรุ่นหนึ่ง ซึ่งเป็นฝาข้างใสแบบ Temper glass สนนราคาแค่ 3,490 บาท เท่านั้น แต่ลูกเล่นและการออกแบบภายในทำออกมาได้ถูกใจคนที่ชอบติดตั้งอุปกรณ์ได้เยอะๆ พร้อมจุดเด่นในด้านการระบายอากาศที่ดี กับพื้นที่ภายในกว้างขวาง วางสบาย ชุดน้ำเปิดก็ยังไหว กับขนาดที่กำลังเหมาะ สำหรับคนที่ไม่ชอบเคสใหญ่ยักษ์อีกด้วย

เคสดีไซน์สวยแหวกแนว: ชนิดที่เรียกว่าเดิมๆ ก็สวยแบบไม่ต้องแต่งเพิ่ม ในท้องตลาดเวลานี้ พอมีให้เลือกอยู่บ้าง แต่ที่สะดุดตายังคงเป็นของ COUGAR CONQUER ที่มีความเป็นสไตล์เฉพาะตัว ด้วยการออกแบบโครงสร้างคล้ายกับยานอวกาศ ใส่โทนสีส้มตัดพื้นดำ ให้ดูล้ำสมัยมากขึ้น พร้อมเฟรมอลูมิเนียม ทำให้น้ำหนักเบาและสวยงาม รวมถึงการใส่กระจกเทมเปอร์กลาส ยิ่งทำให้เคสรุ่นนี้ดูหรูหรา และโชว์สิ่งต่างๆ ภายในเครื่องได้ดียิ่งขึ้น และยังรองรับการติดตั้งชุดน้ำได้อีกด้วย สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 9,900 บาท

สำหรับเคสทั้ง 5 แบบ เป็นเพียงส่วนหนึ่งในไอเดียที่ทีมงานนำเสนอ ที่เป็นตัวแทนความคุ้มค่าน่าใช้งาน พร้อมฟีเจอร์ที่น่าสนใจ แต่ถ้าเพื่อนๆ มีเคสในใจ อยากได้หรืออยากแนะนำ ก็มาร่วมแสดงความเห็นหรืออยากโชว์เคสสวยๆ ก็จัดกันมาได้เต็มที่เลยครับ

from:https://notebookspec.com/5-computer-case-support-modify-show-windows-temper-glass/430340/

Facebook และ Microsoft ออกระบบ Privacy ใหม่ รับ GDPR

General Data Protection Regulation (GDPR) หรือกฏหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของพลเมืองที่อาศัยอยู่ในเขตสหภาพยุโรปเตรียมถูกประกาศใช้อย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคม 2018 ที่จะถึงนี้ ทำให้หลายบริษัททั่วโลกเตรียมรีบเร่งเพื่อออกนโยบายและมาตรการควบคุมให้สอดคล้องกับกฎหมายดังกล่าว ไม่เว้นแม้แต่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Facebook และ Microsoft

Credit: ShutterStock.com

เพื่อสามารถให้บริการตาม GDPR ทาง Facebook ได้ออก Global Privacy Center ใหม่ เพื่อให้ผู้ใช้ Facebook สามารถบริหารจัดการข้อมูลที่ตนต้องการจะแชร์ หรืออีกนัยหนึ่งคือ ตั้งค่าความเป็นส่วนบุคคล (Privacy) ของตนได้อย่างครอบคลุม

สำหรับ Microsoft นั้น ได้เพิ่มหน้า Activity History เข้าไปยัง Microsoft Privacy Dashboard ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถดูว่ามีข้อมูลอะไรที่บันทึกอยู่ในบัญชีของ Microsoft บ้าง รวมไปถึงปรับแต่งความเป็นส่วนบุคคลของตนบนอุปกรณ์และเบราว์เซอร์ได้ และในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ผู้ใช้จะสามารถเรียกดูและบริหารจัดการข้อมูลที่ใช้ไป กิจกรรมที่เกิดขึ้นบนอุปกรณ์และบริการต่างๆ รวมไปถึงสามารถนำข้อมูลที่เห็นบน Dashboard ออกมาและลบบางส่วนที่ไม่ต้องการทิ้งได้ ตรงกับความต้องการของ GDPR ที่ระบุว่าผู้ใช้ต้องมีสิทธิ์ลบข้อมูลส่วนบุคคลทิ้งได้ตามความต้องการ

นอกจากนี้ยังมี WIndows Diagnostic Data Viewer บน Windows Insider ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Redstone 4 ที่จะเปิดให้ดาวน์โหลดในเดือนเมษายนนี้ สามารถตรวจสอบและค้นหา Windows Diagnostic Data ที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ของตนบน Microsoft Cloud ได้ ได้แก่

  • ข้อมูลทั่วไป เช่น ชื่อระบบปฏิบัติการ เวอร์ชัน หมายเลข ID และอื่นๆ
  • ข้อมูลการเชื่อมต่อและการตั้งค่าอุปกรณ์
  • ข้อมูลประสิทธิภภาพของผลิตภัณฑ์และบริการ
  • ข้อมูลการใช้ผลิตภัณฑ์และบริการ
  • ซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งและการตั้งค่าต่างๆ

ที่มา: https://www.helpnetsecurity.com/2018/01/26/facebook-microsoft-privacy-tools/

from:https://www.techtalkthai.com/facebook-and-microsoft-launch-privacy-tools-to-comply-gdpr/

Uber เตรียมทดสอบบริการแชร์จักรยาน Uber Bike ในซานฟรานซิสโก เริ่มสัปดาห์หน้า

Uber เตรียมเปิดตัวบริการแชร์จักรยาน โดยร่วมมือกับ JUMP สตาร์ทอัพผู้ให้บริการแชร์จักรยานในซานฟรานซิสโก โดยจะให้บริการภายใต้ชื่อว่า Uber Bike ซึ่งจะเริ่มเปิดให้ผู้ใช้ได้ทดลองใช้ในสัปดาห์หน้า

บริการ Uber Bike นี้ คือผู้ใช้ Uber สามารถจองจักรยานของ JUMP ได้ผ่านแอพของ Uber และเดินไปเอาจักรยานเองตามตำแหน่งที่จักรยานได้จอดไว้ ซึ่ง JUMP ได้ทำสัญญากับ San Francisco Municipal Transportation Agency (SFMTA) เพื่อเปิดตัวจักรยาน 250 คัน และภายในเวลาเพียง 9 เดือนของการเปิดให้บริการ SFMTA ก็เตรียมอนุญาตให้ JUMP เพิ่มจักรยานได้อีก 250 คัน

การร่วมมือกับ JUMP ครั้งนี้ถือเป็นเพียงครั้งแรกของการเข้าสู่ตลาดบริการแชร์จักรยานของ Uber โดยทั้งสองบริษัทไม่ได้เปิดเผยข้อตกลงของการร่วมมือกันในครั้งนี้มากนัก

Andrew Salzberg หัวหน้าฝ่ายนโยบายการเดินทางของ Uber กล่าวกับ TechCrunch ว่า ทาง Uber ยังคงหาทางเลือกที่ทำให้การเดินทางสามารถจ่ายได้และเข้าถึงได้โดยผู้คนทั่วไป ซึ่งแม้ว่าปัจจุบัน Uber Bike จะให้บริการได้เฉพาะในซานฟรานซิสโก แต่ Salzberg คิดว่า Uber Bike น่าจะขยายบริการไปได้อีกหลายพื้นที่ในอนาคต

ที่มา – TechCrunch, Uber Newsroom

No Description

ภาพจาก Uber

from:https://www.blognone.com/node/99523

แบรนด์นาฬิกาหรู Michael Kors เปิดตัวแชทบอทสำหรับช่วยเหลือผู้ใช้สมาร์ทวอช

Michael Kors แบรนด์นาฬิกาหรูในเครือ Fossil ได้เปิดตัวแชทบอทใหม่เพื่อไว้คอยช่วยเหลือเจ้าของนาฬิกาในด้านต่าง ๆ รวมทั้งเปิดตัวสีและสไตล์ใหม่ของ Access Sofie และ Access Grayson สมาร์ทวอช Android Wear ของ Michael Kors ที่เปิดตัวปีที่แล้ว

สำหรับแชทบอทสำหรับสมาร์ทวอชโดย Michael Kors สามารถใช้งานได้ผ่าน Facebook Messenger และ Google Assistant โดยแชทบอทนี้จะมีหน้าที่ช่วยเหลือผู้ใช้นาฬิกา ตั้งแต่การตั้งค่าครั้งแรกไปจนถึงการใช้งานฟีเจอร์ต่าง ๆ โดยตอนนี้บอทจะใช้งานได้กับ Access Sofie ก่อน และทางบริษัทอาจจะขยายความสามารถให้ครอบคลุมนาฬิการุ่นอื่นอีกในอนาคต

แชทบอทของ Michael Kors นั้นจะดูแลผู้ใช้แต่ละคนตามสไตล์ของแต่ละคน ซึ่งนอกจากจะสามารถช่วยผู้ใช้ในเรื่องซอฟต์แวร์แล้ว ยังสามารถให้การสนับสนุนอย่างอื่นเช่นการเชื่อมต่อผู้ใช้กับพนักงานเพื่อตอบคำถามบางอย่างได้ด้วย รวมถึงถ้าผู้ใช้ยังไม่มีนาฬิกา แชทบอทของ Michael Kors ก็สามารถแนะนำนาฬิกาได้ โดยสามารถสั่งซื้อผ่านแชทบอทได้ทันทีหรือค้นหาร้านขายนาฬิกาใกล้ ๆ ก็ได้

นอกจากแชทบอทแล้ว Michael Kors ยังได้เปิดตัวสีใหม่เพิ่มเติม คือ Access Sofie สมาร์ทวอชสำหรับผู้หญิงมีสีใหม่เพิ่มเข้ามาอีก 4 สี คือ two-tone, rose-gold tone, brilliant sky blue และ white silicone-wrapped ส่วน Access Grayson สมาร์ทวอชสำหรับผู้ชายมีมีตัวเลือกใหม่คือสี silver-tone, black และ dark green shadesฃ

ที่มา – Digital Trends, Forbes

No Description

ภาพโดย Fossil Group

from:https://www.blognone.com/node/99522

[Exclusive] เทคนิคการถ่ายภาพ Portrait แบบมืออาชีพด้วย iPhone พร้อมแนะนำแอพแต่งภาพขั้นเทพ โดยช่างภาพชื่อดังในเมืองไทย


หลังจากที่ Apple ได้ทำการวางจำหน่าย iPhone รุ่นใหม่ล่าสุดในประเทศไทยไปตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมาเรียบร้อยแล้ว

ทั้ง iPhone 8 และ iPhone 8 Plus รวมไปถึง iPhone X ที่ได้รับการออกแบบใหม่หมดไ หน้าจอไร้กรอบ ไร้ปุ่มโฮม ปลดล็อคด้วยใบหน้า รวมถึงยังเป็น iPhone ที่ถ่ายภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวได้ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ซึ่งก็มีช่างภาพชื่อดังในประเทศไทยหลายคนต่างยกให้ iPhone X เป็นสมาร์ทโฟนที่มีกล้องถ่ายภาพที่มีคุณภาพมากที่สุดในขณะนี้พร้อมมีเค็ดลับในการถ่ายภาพให้ได้แบบช่างภาพมืออาชีพมาฝากกัน แต่ก่อนจะไปถึงตอนนั้นเรามาทำความรู้จักกับกล้อง iPhone รุ่นใหม่ล่าสุดกันดูก่อนว่ามีอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง



โดยตลอดหลายปีที่ผ่านมา iPhone ได้กลายเป็นกล้องถ่ายภาพที่ยอดนิยมมากที่สุดในโลก ในหนึ่งปีมีภาพถ่ายจากกล้องอุปกรณ์ iOS มากกว่า 1,000 ล้านภาพเลยทีเดียว โดยทั้ง iPhone 8,iPhone 8 Plus และ iPhone X จะมาต่อยอดความสำเร็จ ให้ประสบการณ์ถ่ายภาพยอดเยี่ยมยิ่งขึ้นไปอีกขั้น

ซึ่งกล้องใน iPhone ปัจจุบันนั้นสามารถถ่ายภาพ HDR ได้ดีมากเห็นรายละเอียดในภาพชัดเจน แถมยังมีสปีดชัตเตอร์ที่รวดเร็วทำให้ได้ภาพถ่ายต่อเนื่องที่คมชัด โดยเฉพาะ iPhone X ที่สามารถถ่ายภาพ Portrait Mode ได้ทั้งกล้องหน้าหลังเลยทีเดียว ด้วยความสามาถของกล้องคู่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มี OIS คู่ระบบกันสั่นทั้ง 2 เลนส์ ทำให้ถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้คมชัด ทั้งโหมดปกติและในโหมดซูมเลนส์ 2 เท่า

นอกจากจะมีกล้องที่มีคุณภาพสูงแล้ว iPhone X ยังมีชิปเซ็ต A11 Bionic อันชาญฉลาดช่วยในการประมวลผลการปรับค่าแสงต่างๆให้สวยงาม ในเวลาไม่กี่วินาที ให้สีที่สมจริงเป็นธรรมชาติเก็บสีในธรรมชาติได้อย่างครบถ้วน และเก็บรายละเอียดในภาพต่างๆได้ครบ แม้ในสภาวะแสงน้อยก็ตาม นอกจากนี้ใน iPhone 8 Plus และ iPhone X ยังมาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ Portrait Lightning ในปรับแสงในภาพถ่ายโหมด Portrait ให้เหมือนกับการจัดแสงถ่ายในสตูดิโอถ่ายภาพ สามารถปรับแสงได้ การทำหน้าชัดหลังเบลอก็แยกวัตถุได้ดีกว่าเดิม ฉากหลังก็เบลอได้อย่างเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

ไฟแฟลช True Tone แบบ LED ใหม่ 4 ดวงที่สว่างและฉลาดกว่าเดิมด้วยคุณสมบัติสโลว์ซิงค์ ไม่ให้แสงไฟแฟลชสว่างเวอร์ แต่ปรับให้เข้ากับสภาวะแสงได้อย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังสามารถถ่ายวิดีโอความละเอียด 4K สูงสุดได้ที่ 60 fps ถ่ายสโลว์โมชั่น 1080p ที่ความละเอียดสูงสุด 240 fps ได้อย่างน่าทึ่ง

การถ่ายภาพเซลฟี่ด้วย iPhone X ก็แตกต่างจากรุ่นอื่นๆ ด้วยความสามารถของกล้อง TrueDepth ความละเอียด 7 ล้านพิกเซลมีเซ็นสแกนใบหน้าด้วยจุดกว่า 30,000 จุด แยกแยะใบหน้าออกจากฉากหลัง ทำให้ได้ภาพถ่ายเซลฟี่ที่สมบูรณ์แบบกว่ารุ่นอื่นๆที่เคยสัมผัสมาอย่างแน่นอน

และนี่คือเทคโนโลยีสุดล้ำที่ Apple จัดเต็มมาให้ใน iPhone X ซึ่งหลายที่เป็นเจ้าของอยู่แล้วก็คงจะพอทราบถึงคุณภาพของภาพถ่ายที่ได้ แต่ถ้าช่างภาพระดับมืออาชีพในเมืองไทยนำเอา iPhone X ไปถ่ายภาพดูบ้างเชื่อว่าจะได้มุมมองและคุณภาพของภาพถ่ายที่แตกต่างไปจากผู้ใช้งานทั่วไปอย่างแน่นอนไม่มากก็น้อย โดยครั้งนี้ก็ทีมงาน @flashfly ก็ได้มีเทคนิคการถ่ายภาพด้วย iPhone โดยช่างภาพชื่อดังในเมืองไทยที่เชื่อหลายคนในวงการกล้องต้องรู้จักอย่างแน่นอน นั่นก็คือคุณ ต่อวงษ์ ซาลวาลา หรือพี่หาว ที่หลายคนคุ้นเคยนั่นเอง ที่จะมาแนะนำทั้งเทคนิคการถ่ายภาพและแอพพลิชั่นในการตกแต่งภาพถ่ายที่มืออาชีพเลือกใช้

โดยเราจะมาเริ่มกันที่คำว่า Portrait คืออะไรกันก่อน โดยความหมายแบบตรงตัวก็คือภาพบุคคลครึ่งตัวแนวตั้งนั่นเอง แต่ในปัจจุบันมีการแตกแขนงของคำว่า Portrait ออกมาหลายรูปแบบ อาทิ เป็นแบบกลุ่ม แบบเต็มตัว แบบมีสิ่งแวดล้อม รวมไปจนถึงการถ่ายแบบแนวแฟชั่น

ซึ่งกล้องของ iPhone นั้นจะมีมีเลนส์มุมกว้างขนาด 28mm รูรับแสง f/1.8 ซึ่งเลนส์ที่ช่างภาพนิยมใช้ในการถ่ายภาพอยู่แล้วเพราะจะสามารถเก็บได้ทั้งบรรยากาศและตัวบุคคล สำหรับในรุ่น iPhone 8 Plus และ iPhone X จะมีเลนส์อีกตัวซึ่งจะเลนส์ซูมหรือที่เรียกเลนส์เทเลโฟโต้ขนาด 56mm รูรับแสง f/2.4 (iPhone 8 Plus f/2.8) ที่เหมาะในการถ่ายภาพแบบบิ้วตี้ช็อต


พอทราบสเปคกล้องคู่ของ iPhone X กันไปแล้ว ที่นี้ก็มาถึงเคล็ดวิธีการถ่ายภาพให้สวยงามแบบช่างภาพมืออาชีพกันโดยพี่หาวแนะนำว่าให้เลือกฉากหลังหรือแบล็กกราวเรียบง่าย ต้องไม่ยุ่งๆ เน้นเรียบๆเช่นถ่ายในห้อง หรือที่มีผนังกว้างๆ ให้คนที่เป็นแบบถ่ายเดินออกมาให้ห่างจากฉากหลังสักหนึ่งก้าว สามารถใช้โหมด Portrait ถ่ายเพื่อละลายหลังก็จะสวยงามไปอีกแบบ

เมื่อถ่ายแบบฉากเรียบๆกันไปแล้วก็มาลองถ่ายแบบให้ในภาพมีเรื่องราวมากขึ้นด้วยใส่แบล็กกราวเพิ่มเข้าไปให้เห็นสถานที่ไปด้วย หรือการ่ายนอกอาคารนั่นเองถ้าหาฉากหลังสวยๆไม่ได้พี่หาวแนะนำให้เอาท้องฟ้าเป็นฉากที่สวยที่สุดและหาได้ทุกที่


หรือให้บางสถานที่อาจจะมีแสงน้อยเช่นตามถนนตอนกลางคืน เรายังสามารถใช้ไฟจากป้ายไฟของร้านค้าต่างๆมาช่วยให้ภาพถ่ายได้แสงที่นุ่มนวล ได้ภาพถ่ายที่น่าสนใจกว่ายืนที่มืดๆอย่างแน่นอน



อีกเทคนิคที่น่าสนใจมากๆก็คือการถ่ายภาพให้ดูดีด้วยการถ่ายกับตึก อาคาร หรือสถาปัตยกรรมต่างๆ มีเคล็ดลับง่ายๆคือถ่ายภาพให้ได้ฉากหลังที่เป็นเส้นตรงแนวตั้งจะช่วยทำให้ภาพเนี้ยบยิ่งขึ้น ไม่แนะนำให้ถ่ายภาพมุมเสย หรือก้มลงมา สุดท้ายกับเรื่องของแสงและเงาที่ต้องมีความสมดุลกันซึ่งถือเป็นเคล็ดลับของช่างภาพมืออาชีพทุกคน ถ้าหาแสงไม่ได้แนะนำให้ใช้แสงข้างหน้าต่าง ซึ่งพี่หาวยืนยันว่าเป็นแสงที่สวยที่สุดแล้ว

เมื่อเราถ่ายภาพได้ตามต้องการแล้ว แน่นอนว่าในแต่ภาพที่ถ่ายมานั้นอาจจะยังไม่สมบูรณ์อย่างที่ต้องการซึ่งอาจมีบางจุดที่สว่างหรือมืดเกินไปรวมถึงการเปลี่ยนโทนสีในภาพเพื่อได้อารมณ์ที่เปลี่ยนไปพี่หาวจึงได้แนะนำแอพพลิเคชั่นที่ช่างภาพมืออาชีพนิยมใช้มาฝากนั่นก็คือ VSCO เป็นแอพที่ใช้งานง่ายปรับแต่งได้อย่างสวยงาม ถ่าย RAW ไฟล์ซึ่งพี่หาวแนะนำให้ปรับแสง เงา รวมถึงอุณหภูมิสี จากในแอพนี้ได้เลย หรือจะใช้โหมดออโต้ในแอพก็ได้ภาพที่สวยงามแล้ว (พี่หาวแนะนำJ1,J6,M5,M6) นอกจากนี้ยังสามารถเลือกเซฟออกมาได้หลายความละเอียดอีกด้วย


ถัดมาจะเป็นแอพพลิเคชั่นที่แนวสตรีทโฟโต้นิยมใช้นั่นก็คือแอพ RNI Films มีฟิลเตอร์สวยๆให้เลือกใช้ แต่ถ้าใครที่พอปรับแต่งภาพถ่ายเป็นอยู่แล้วก็แนะนำแอพยอดนิยมอย่าง Snapseed และ Adobe Lightroom ซึ่งหลายคนก็น่าจะมีติดเครื่องไว้อยู่แล้ว ซึ่งแอพทั้งสามารถดาวน์โหลดได้ฟรีบน App Store

สำหรับการถ่ายวิดีโอด้วย iPhone นั้นคุณลี ชาตะเมธีกุล นักตัดต่อภาพยนตร์มืออาชีพชื่อดังในเมืองไทย ที่คว้ารางวัลจากต่างประเทศและในประเทศมาแล้วมากมาย ก็ได้ทำการถ่ายคลิปความละเอียด 4K ด้วย iPhone X แล้วนำมาตัดต่อเป็นหนังสั้นด้วยโปรแกรม Final Cut Pro X บน iMac Pro ซึ่งคุณลีบอกว่าง่ายมากๆทั้งในการนำไฟล์จาก iPhone เข้ามาในโปรแกรมและเรนเดอร์ออกมาเป็นเป็นไฟล์ที่ทำออกมาได้อย่างรวดเร็วอย่างมาก จุดเด่นใน Final Cut Pro X ที่คุณลีชอบก็คือการเลือกช่วงต่างๆในคลิปที่ฉลาด เสียงเอฟเฟคต่างๆที่มีมาให้ช่วยให้งานตัดต่อที่ยากๆดูง่ายขึ้น จากนั้น คุณลีก็ได้แนะนำเคล็ดลับในการตัดต่อคลิปให้น่าสนใจแบบสั้นๆดังนี้คือสร้างความแตกต่างกันในคลิปชัดเจน ตัดต่อคลิปที่ความคล้ายคลึงกันมาต่อกันเพื่อให้ดูมีความเชื่อมโยงกัน การนำเสนอเชิงสัญลักษณ์ เช่นเอาพระอาทิตย์เข้ามาสื่อในถึงความสดใส ส่งผลกับความรู้สึกของคนที่ดู รวมไปถึงการนำภาพช้ำมาใช้ แสดงถึงความทรงจำทำให้เกิดภาพติดตาคนดู

นอกจากกล้อง iPhone จะมีคุณภาพที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว ถ้ามีอุปกรณ์เสริมดีๆก็จะช่วยให้ได้ผลงานที่น่าทึ่งเข้าอีกซึ่งจะไม่พูดถึงไม่ได้เลยนั่นก็คือ OSMO Mobile 2 เป็นอุปกรณ์ที่เรียกว่า Gimbal Stabilizer หรือที่เรียกง่ายๆว่าไม้กันสั่นสำหรับสมาร์ทโฟน เพื่อให้ได้ภาพถ่ายหรือวิดีโอที่นิ่งในทุกองศาแม้ว่าจะถือเดินก็ไม่มีการการสั่นหรือเบลอให้เห็นแต่อย่างใด โดยล่าสุดได้เปิดตัว OSMO Mobile 2 ไปเรียบร้อยภายใน CES 2018 ที่ผ่านมามาพร้อมราคาที่ถูกลงเยอะ แบตเตอรี่ใช้งานได้นานถึง 14 ชั่วโมง ขณะที่รุ่นแรกใช้ได้เพียง 3-4 ชั่วโมงเท่านั้น


สำหรับใครทมี่ชอบถ่ายคลิปวิดีโอก็มีไมค์โครโฟนสำหรับ iPhone จาก Shure ที่เชื่อมต่อผ่านทางพอร์ต Lightning พร้อมใช้งานทันทีที่เสียบเข้ากับตัวเครื่องสะดวกในการใช้งานมากๆ แถมยังสามารถติดตั้งแอพพลิเคชั่น ShurePlus MOTIV บนตัวเครื่องเพื่อปรับแต่งการบันทึกเสียงในรูปแบบต่างๆได้ตามสถานการณ์ รวมถึงตัวป้องกันเสียงลมเข้าไมค์อีกด้วย

ปิดท้ายด้วยภาพถ่ายจาก iPhone X จากคุณภาพฟ้า พุทธรักษา ที่ถ่ายน้องแมวออกมาได้สวยงามแบบสุดๆ


ภาพถ่าย – 2how ,Binko
บทความโดย – www.flashfly.net

from:http://www.flashfly.net/wp/206938