กล้องวงจรปิด Nest Cam IQ ความละเอียด 4K กับเทคโนโลยีแยกแยะใบหน้าของกูเกิล

หลังจากเงียบหายไปพักใหญ่ๆ Nest กลับมาพร้อมสินค้าใหม่ กล้องวงจรปิด Nest Cam IQ ที่พัฒนาขึ้นจาก Nest Cam ตัวเดิมทั้งในแง่ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์

ฝั่งฮาร์ดแวร์ Nest Cam IQ เพิ่มความละเอียดเป็น 4K รองรับการถ่ายภาพแบบ HDR, ปรับซีพียูเป็น 6 คอร์, เชื่อมต่อ Wi-Fi แบบ 802.11ac 2×2 MIMO ส่งสัญญาณไกลขึ้นกว่าเดิม, ไมโครโฟน 3 ตัวและปรับลำโพงให้ดังขึ้น 7 เท่า

แต่คุณสมบัติที่โดดเด่นกลับไปอยู่ที่ซอฟต์แวร์ เพราะ Nest Cam IQ มีระบบแยกแยะใบหน้าที่ใช้เทคโนโลยี deep learning ของกูเกิล สามารถเรียนรู้ได้ว่าคนที่เดินผ่านกล้องเป็นบุคคลใดในบ้าน หรือเป็นผู้บุกรุกจากภายนอก กล้องยังสามารถหมุนตามบุคคลและซูมเข้าไปจับภาพให้ชัดขึ้น พร้อมแจ้งเตือน

Nest Cam IQ ตั้งราคาขายตัวละ 299 ดอลลาร์ เริ่มส่งมอบสินค้าช่วงปลายเดือนมิถุนายน

ที่มา – Nest, The Verge

No Description

from:https://www.blognone.com/node/92853

ไมโครซอฟท์โชว์แว่นสามมิติ Mixed Reality ของ Lenovo, ASUS, Dell

เราเห็นแว่นสามมิติ Windows Mixed Reality ของ Acer และ HP กันไปแล้ว ในงาน Computex 2017 ที่ไต้หวัน ไมโครซอฟท์ก็โชว์แว่น Mixed Reality ของพาร์ทเนอร์ที่เหลืออีก 3 รายคือ Dell, ASUS, Lenovo

แว่นเหล่านี้จะเริ่มวางขายจริงในช่วงปลายปีนี้ ส่วนนักพัฒนาในสหรัฐและแคนาดา สามารถพรีออเดอร์แว่นของ Acer และ HP ได้แล้วจาก Microsoft Store

ที่มา – Microsoft

Lenovo

No Description

ASUS

No Description

Dell

No Description

from:https://www.blognone.com/node/92852

[Computex 2017] ลุย Acer พรีวิว Nitro 5 โน้ตบุ๊คเล่นเกมตัวคุ้ม พร้อม Predator Helios 300 และ Triton 700 สุดล้ำ

Preview Acer Nitro 5

ถือว่าเป็นอีกหนึ่ง Gaming Notebook รุ่นช่วงครึ่งปีหลัง 2017 ก็ว่าได้ กับการมาของ Acer Nitro 5 ที่อาจจจะเป็นตัวตายตัวแทนของ Acer Aspire VX5 ที่กำลังขายดิบขายดีอยู่ในขณะนี้ ที่ต้องบอกว่าหลังจาก Acer เปิดตัว Gaming ที่จริงจังมากยิ่งขึ้น ก็เลยทำให้เราเห็น Gaming Series หลากหลายกว่าเดิม โดยในงาน Computex 2017 ครั้งนี้มีทั้ง Predator Helios 300 และ Triton 700 หรืออย่างล่าสุดก็เป็น Nitro 5 นั่นเอง ที่เราก็มีโอกาสได้สัมผัสตัวเป็นๆ แล้ว ก็เลยนำ Acer Nitro 5 มาพรีวิวให้ได้ชมกัน

   

ในส่วนของ Acer Nitro 5 มาพร้อมกับดีไซน์การออกแบบที่มาแนวเดียวกับ Aspire VX5 ก็ว่าได้ แต่จะมีความเรียบๆ หน่อย แน่นอนว่าโดยรวมยังดูดุดันและสีสันก็ยังเป็นโทนดำโทนแดงเช่นเดิม วัสดุหลักที่ใช้ก็จะเป็นอลูมิเนียมทั้งฝาหลังและตัวเครื่องด้านในที่สวยงามและแข็งแรงทนทาน ระบบระบายความร้อนมีการออกแบบใหม่ ที่สำคัญคือยังมาพร้อมกับราคาที่คุ้มค่าคุ้มราคาต่อประสิทธิภาพเช่นเดิม

   

สเปกของ Acer Nitro 5 ยังคงเป็น Gaming Notebook ขนาดหน้าจอ 15.6″ ความละเอียด Full HD ที่คราวนี้เป็นพาเนล IPS แล้ว สำหรับชิปประมวลผล Intel Core i5-7300HQ หรือ i7-7700HQ  และการ์ดจอก็จะเป็น GeForce GTX 1050/1050Ti รวมไปถึงมีรุ่นที่รองรับการใช้ชิปประมวลผล AMD ด้วย อย่าง AMD FX ส่วนการ์ดจอก็จะเป็น Radeon RX550 (ไม่แน่ใจว่า Acer ไทยจะเอาเข้ามาทำตลาดหรือเปล่า) ส่งผลให้เล่นเกมได้ลื่นไหลอย่างไร้กังวล แรมสูงสุดใส่ได้ 32GB มีทั้งฮาร์ดดิสก์ปกติพร้อมรองรับ SSD M.2 PCIe รายละเอียดอื่นๆ ก็จะมีพอร์ตการเชื่อมต่อทั้ง USB-C, HDMI หรือการเชื่อมต่อไร้สายอื่นๆ ก็ครบถ้วนเช่นเดิม

   

   

สำหรับราคา Acer Nitro 5 ที่ขายในไทยน่าจะเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 30,000 บาทเช่นเดียวกับ Acer Aspire VX5 (น่าจะมาแทนที่ด้วยแล้ว VX5 ก็จะหายไป) เน้นไปที่ความคุ้มค่าเช่นเดิม ด้วยดีไซน์การออกแบบที่ดูลงตัวกว่าเดิม เชื่อว่าเพื่อนๆ น่าจะชื่นชอบกันมากกว่าเดิม ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ก็มาพร้อมกับพัดลมแบบคู่ Acer Coolboost technology ที่ระบายความร้อนได้เป็นอย่างดี ส่วนการอัพเกรดก็ทำได้ง่าย โดยใต้ตัวเครื่องแบ่งเป็น 2 ช่องหลักๆ ก็คือ แรมและฮาร์ดดิสก์นั้นเอง น้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 2 กิโลกรัมหน่อยๆ เท่านั้น

   

Preview Acer Predator Helios 300

มาต่อกันเลยสำหรับ Predator Helios 300 ที่เป็น Gaming Notebook ที่ดูแล้วเหนือชั้นกว่า Acer Nitro 5 กับในส่วนของสเปกและดีไซน์ (แต่ก็คล้ายๆ กัน) โดยให้เลือกทั้งขนาดหน้าจอ 15.6″ และ 17.3″ ซึ่ง Acer ทีได้ปรับปรุงดีไซน์ใหม่และปรับราคาให้มีราคาเริ่มต้นที่ถูกกว่าเดิม แถมได้การ์ดจอเป็น GTX 1060 ด้วย คาดดารณ์ว่าราคาจะเริ่มต้นที่ 4x,xxx บาท

สำหรับสเปกโดยรวมของ Predator Helios 300 จะเป็นโน้ตบุ๊คเล่นเกมหน้าจอความละเอียด Full HD พาเนล IPS การ์ดจอจะเป็น NVDIA GeForce GTX 1050 Ti หรือ GTX 1060 ร่วมกับชิปประมวลผล Intel Core i5-7300HQ หรือ i7-7700HQ ใส่แรม DDR4 รองรับได้สูงสุดขนาด 32 GB พร้อมรองรับ SSD PCIe NVMe ร่วมกับฮาร์ดดิสก์จานหมุนแบบเดิม

   

ด้านในตัวเครื่องจะมีความใกล้เคียงกับ Acer Nitro 5 แต่ชุดคีย์บอร์ดจะดูสีแดงน้อยและเรียบหรูกว่า ยังเน้นโทนแดงเหมือนเดิม โดยใต้หน้าจอจะเป็นคำว่า Predator แทนที่จะเป็น Acer รวมไปถึงด้านหลังก็จะเป็น Predator พร้อมกับโลโก้สีเงินเงางาม ซึ่งมีสีแดงเป็นขีดสองขีด อันนี้กลับให้อารมณ์ของ Acer Aspire VX5 เหมือนกัน แต่ก็ไม่เหมือนซักทีเดียว รวมไปถึงขอบฝาหลังด้านบนยังมีการเล่นพื้นผิวด้วยวัสดุที่เป็นพลาสติกสีดำ

       

ในส่วนของพอร์ตจะมีมาให้ทั้ง USB 3.1 Type-C และ USB 3.0 อย่างละหนึ่งพอร์ต, USB 2.0 จำนวน 2 พอร์ต, Lan, HDMI ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายรองรับการเชื่อมต่อ Wireless 802.11 AC (2×2) และ Bluetooth 4.1 ส่วนน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 2.7 และ 3.0 กิโลกรัม (หน้าจอขนาด 15.6″ กับ 17.3″ นิ้วตามลำดับ) สำหรับช่องระบายความร้อนอยู่ด้านหลังก็มีขนาดใหญ่โดยมีลักษณะคล้ายๆ กระจังหน้ารถ Muscle Car ทำงานร่วมกับพัดลมแบบคู่ AeroBlade 3D Fan ที่ทำงานได้เหนือชั้นกว่าพัดลมทั่วไป

   

ส่วนลำโพงก็จะเป็นแบบสเตอริโอติดตั้งอยู่ขอบเครื่องด้านหน้า ทั้งซ้ายและขวาเป็นแบบมาตรฐาน Dolby Audio Premium และ Acer True Harmony ที่ให้ประสบการณ์ด้านเสียงแบบดีที่สุดเท่าที่โน้ตบุ๊คจะให้ได้ รวมไปถึงการอัพเกรดก็สามารถทำได้เช่นเดียวกันกับ Acer Nitro 5 นอกเหนือจากนี้ก็ยังมาพร้อมกับซอฟต์แวร์ Predator Sense ไว้ปรับแต่งการเล่นเกมต่างๆ อีกด้วย

Preview Predator Triton 700

Predator Triton 700 เป็น Gaming Notebook รุ่นใหม่ของ Acer ที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุด แถมมีขนาดเครื่องที่บางเฉียบเป็นไฮไลต์ของรุ่นนี้ คือ ตัวเครื่องมีขนาด 15-19 มม. พร้อมการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX  1080 Max-Q รุ่นใหม่ สเปคเบื้องต้นจะเป็น Intel Core i5-7300HQ หรือ i7-7700HQ หน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว Full HD IPS  ใส่ Ram 16 GB DDR4 รองรับได้สูงสุด 32 GB พร้อมรองรับ SSD PCIe NVMe สูงสุด 512 GB

ดีไซน์โดยรวมถือว่าสวยและแตกต่างจาก Gaming Notebook ที่เคยมีมาอย่างชัดเจน น้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ประมาณ 2 กิโลกรัมเท่านั้น วัสดุตัวเครื่องใช้เป็นอลูมิเนียมอัลลอยด์ทุกส่วนสัด เรียกได้ว่านอกเหนือจากความบางเบาและยังพรีเมียมพรูหราอีกด้วย และอีกสิ่งที่โดดเด่นก็คือทัชแพดได้ถูกย้ายมาไว้ที่ด้านบนของชุดคีย์บอร์ดแทน ที่สำคัญยังมีลักษณะที่พิเศษคือเป็นกระจกใสมองเข้าไปเห็นฮีต์ไปป์อย่างชัดเจนดูแล้วดุดัน พร้อมพัดลมมีไฟ LED ที่แสดงถึงการทำงาน

   

ในส่วนของพอร์ตจะมีมาให้ทั้ง USB 3.1 Type-C หนึ่งพอร์ต, Thunderbolt 3 หนึ่งพอร์ต, USB 3.1 Gen 2 จำนวน 2 พอร์ต, USB 2.0 หนึ่งพอร์ต, Lan, HDMI ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายรองรับการเชื่อมต่อ Wireless 802.11AC (2×2) แบบ Killer Wireless และ Bluetooth 4.1 ส่วนน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 2.6 กิโลกรัมและตัวเครื่องมาพร้อมกับ Windows 10 แท้ โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 2,999 เหรียญ หรือประมาณ 104,000 บาท

   

สำหรับกราฟิกชิปรุ่น GTX 1080 ที่จะถูกรีเฟรชออกมาใหม่บน Predator Triton 700 จะใช้ชื่อเป็น GeForce GTX 1080 Max-Q อย่างไรก็ตามแต่แล้วดูเหมือนสเปคที่ได้รับการอัพเกรดมาใหม่นั้นน่าจะทำให้วงการโน๊ตบุ๊คบางเบาสามารถที่ใช้ชิปกราฟฟิกระดับบนนี้ได้

จากสเปคนั้นจะเห็นได้ครับว่าได้มีการปรับลดความเร็วสัญญาณนาฬิกาลง ซึ่งผลของมันนั้นทำให้อัตราการคายความร้อนของ Max-Q ทั้ง 2 ลดลงไปอยู่ที่ 110 W จากเดิม 165 W สำหรับ GTX1080 และสำหรับ GTX 1070 นั้นลดลงจากที่ 120 W มาเหลือแค่เพียง 90 W เท่านั้นเอง

แน่นอนครับเมื่อความเร็วสัญญาณนาฬิการและอัตราการคายความร้อนลดลงนั่นย่อมทำให้ประสิทธิภาพที่ได้นั้นลดลงตามไปด้วย ทว่าด้วยความที่อัตราการคายความร้อนลดลงไปนั้นทำให้โน๊ตบุ๊คนั้นสามารถที่จะลดขนาดลงมาให้บางกว่าเดิมได้ อย่างในที่นี้นั้นสำหรับ Acer Predator Triton 700 ที่มาพร้อมกับ GTX 1080 Max-Q นั้นมีความบางลดลงมาเหลือที่ 19 mm เท่านั้นซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับโน๊ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมแล้วหล่ะก็ถือว่าบางกว่าหลายๆ รุ่นเลยทีเดียว

บรรยากาศอื่นๆ ภายในบูธ Acer งาน Computex 2017 ณ กรุงไทเป ประเทศไต้หวัน

ดูจากตลาด Gaming Notebook ปีนี้ ท่าทางจะดุเดือดกันพอสมควร ที่ทางแต่ละค่ายต่างไม่ยอมกัน ส่งผลิตภัณฑ์ออกมาใหม่เสมอๆ ซึ่งทาง Acer ก็จัดเต็มซอยรุ่นสำหรับโน้ตบุ๊เล่นเกมคออกมาซะทีเหลือเกิน มีเลือกกันตั้งแต่หมื่นกว่าบาทจนไปถึงหลักแสนกันเลยทีเดียว ซึ่งทำให้ผู้บริโภคอย่างเราๆ ได้รับประโยชน์เต็มๆ เพราะ มีตัวเลือกในการซื้อสินค้าเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง

อย่างไรก็ตามถ้าหากทางทีมงานได้เครื่องรุ่นใหม่ของทาง Acer รุ่นต่างๆ ที่เปิดตัวในงาน Computex 2017 มารีวิวเมื่อไร จะรีบนำรีวิวให้เร็วที่สุดแน่นอนครับ โดยคาดการณ์ว่าขายในไทยเร็วๆ นี้ เพราะถ้ายิ่งช้ายิ่งเสียโอกาสครับ

from:https://notebookspec.com/computex-2017-preview-acer-nitro-5-predator-helios-300-triton-700/401000/

NetApp เข้าซื้อกิจการ Startup ด้าน Storage 2 บริษัทซ้อน: Immersive Partner Solutions และ PlexiStor

ในการรายงานงบการเงินครั้งล่าสุดที่ผ่านมา ทาง NetApp ได้เปิดเผยว่ามีการเข้าซื้อกิจการของ 2 บริษัทด้วยกัน ดังนี้

Credit: NetApp

 

บริษัทแรกคือ Immersive Partner Solutions ผู้ให้บริการ Cloud-based Converged Infrastructure Monitoring and Compliance โดย NetApp จะนำเทคโนโลยีนี้เข้าไปผนวกใน FlexPod เพื่อช่วยให้ลูกค้าของ NetApp สามารถติดตามการใช้งานของระบบ Converged Infrastructure และทำ Compliance ได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้น

บริษัทถัดมาที่ถูกเข้าซื้อกิจการไปคือ PlexiStor ซึ่งถึงแม้จะมีสาขาหลักอยู่ในแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา แต่ทีม R&D นั้นกลับอยู่ในอิสราเอล โดย PlexiStor นี้ได้ทำการพัฒนา Persistent Memory-based Storage ที่เร็วระดับหลายล้าน IOPS ได้โดยใช้เพียงแค่ Commodity Server ทั่วไปเท่านั้น ด้วยการพัฒนา NVM File System มาใช้จัดการไฟล์ต่างๆ ที่จัดเก็บบน Flash และ HDD ร่วมกัน

ก็ต้องติดตามกันต่อไปครับว่าด้วยเทคโนโลยีเหล่านี้ในมือ NetApp จะขยับตัวต่อไปในทิศทางไหน

 

ที่มา: http://www.storagenewsletter.com/2017/05/30/netapp-just-quietly-acquired-two-storage-companies/

from:https://www.techtalkthai.com/netapp-acquires-immersive-partner-solutions-and-plexistor/

พบแพทย์เฉพาะทางผ่านมือถือด้วย “See Doctor Now”

เปิดตัว “See Doctor Now” แอปพลิเคชันศูนย์รวมแพทย์เฉพาะทางบนสมาร์ทโฟน โดยผู้ใช้งานสามารถปรึกษากับแพทย์ผ่านระบบ Live VDO Call ได้อย่างสะดวก เมื่อมีปัญหาสุขภาพ หรือ มีข้อสงสัยเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพ และสามารถปรึกษาได้ในทันที ทุกที่ ทุกเวลา

ดร.นพ.ปณต ประพันธ์ศิลป์ ผู้ก่อตั้ง See Doctor Now เผยว่า See Doctor Now เป็นที่รวมตัวกัน ของแพทย์เฉพาะทาง ผู้มีความเชี่ยวชาญสาขาต่างๆที่ผ่านการคัดเลือกแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป และแพทย์เฉพาะทางมาแล้วอย่างเข้มข้น ทั้งในด้านวิชาการ และจรรยาบรรณ นอกจากนี้ See Doctor Now ยังมีความเป็นส่วนตัว และมีระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูง มั่นใจได้ว่าข้อมูลของผู้ป่วยจะไม่มีการรั่วไหล

“เรามีความเชื่อร่วมกันว่า จะสามารถเพิ่มคุณภาพชีวิตของคนไทยได้ โดยการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ และเปลี่ยนแปลงเวชปฏิบัติ ซึ่งจะส่งผลให้ผู้คนในสังคมไทย มีทางเลือกในการปรึกษาพูดคุยกับแพทย์ ได้สะดวก ง่ายดายยิ่งขึ้น”

ทั้งนี้ การเข้าถึง การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ (medical consultation) ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายนั้น จะนำไปสู่การตัดสินใจที่ถูกต้องเหมาะสมและทันท่วงทีของผู้ป่วยละราย ซึ่งเป็นการช่วยเพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพของการดูแลผู้ป่วย นอกจากนี้ การทำให้ทุกคนสามารถพูดคุยกับแพทย์เฉพาะทางแบบ real-time ผ่าน live video call ได้ง่ายๆจาก smartphone ของทุกคน ยังเป็นการประหยัดเวลา และลดค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไปกับการเดินทางเพื่อไปรอพบแพทย์ที่โรงพยาบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนที่มีข้อจำกัดในเดินทาง หรืออาศัยอยู่ห่างจากโรงพยาบาลด้วย

อย่างไรก็ตาม การโทรเวชกรรม (telemedicine) ในปัจจุบันยังมีข้อจำกัด มิได้เหมาะสมกับผู้ป่วยทุกราย และไม่สามารถทดแทนการพบแพทย์ที่สถานพยาบาลได้

โดยผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน See Doctor Now ได้แล้วบน App Store ที่ https://appsto.re/th/Lh7Thb.i หรือ Facebook

 

 
Source: thumbsup

from:http://thumbsup.in.th/2017/05/application-see-doctor-now/

[Computex 2017] ลองจับ Gigabyte AORUS GTX 1070 GAMING BOX การ์ดจอแยกสำหรับโน้ตบุ๊ค

การมาถึงของ thunderbolt 3 ที่เป็นพอร์ตแบบ USB Type-C ก็ทำให้เราได้เห็นนวัตกรรมใหม่ๆอีกเพียบเพราะแบนด์วิตของ thunderbolt 3 ที่กว้างมากถึง 40Gbps ทำให้รองรับการใช้งานของอุปกรณ์ได้หลากหลายขึ้นมากตั้งแต่ USB Hub ไปจนถึง Docking ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงอย่างการต่อการ์ดจอภายนอกเพื่อประมวลผลสำหรับการใช้งานกราฟิกโดยเฉพาะ นึกง่ายๆก็คือกล่องที่มีการ์ดจอแยกของพีซีแรงๆ แล้วต่อผ่านพอร์ต thunderbolt 3 เข้ากับโน้ตบุ๊คเพื่อใช้เล่นเกมกราฟิกหนักๆ โดยที่โน้ตบุ๊คเราไม่จำเป็นต้องมีการ์ดจอแยกแรงๆเลย อีกทั้งยังทำหน้าที่เป็น hub usb อีกด้วย แค่กลับบ้านต่อ USB Type-C ก็พร้อมให้โน้ตบุ๊คคุณเล่นเกมหนักๆแล้ว

และวันนี้อีกหนึ่งค่ายที่กระโดดเข้ามาเล่นในตลาดนี้ก็คือ Gigabyte ที่เปิดตัว AORUS GTX 1070 GAMING BOX กล่องการ์ดจอแยกที่เชื่อมต่อผ่านพอร์ต Thunderbolt 3 ที่เปิดตัวครั้งแรกในงาน Computex 2017 โดยเป็นการ์ดจอ GTX 1070 แค่เชื่อมต่อก็พร้อมใช้งานได้เลยทันที (แต่การใช้งานครั้งแรกอาจจะต้องลงอไดร์ฟเวอร์ก่อนนะครับ) ออกไปข้างนอกไม่ใช้งานก็แค่ถอดสายออก โดยตัวกล่องยังเพิ่มความสวยงามพร้อมไฟ LED (ที่คาดว่าจะสามารถปรับแต่งได้) ขนาดไม่ใหญ่ ไม่หนักสามารถถือได้ด้วยมือเดียว หรือหาที่จัดวางได้ง่าย ด้านข้างจะเป็นตะแกรงช่วยระบายความร้อนอีกด้วย

หน้าตาพอร์ตเทพอย่าง Thunderbolt 3 ในรูปแบบของ USB Type-C ขนาดเล็กกะทัดรัดทำให้สามารถติดตั้งบน Ultrabook หรือ Tablet ก้ยังได้ ทำให้แม้จะเป็นโน้ตบุ๊คบางเบาขนาดไหน แต่มีพอร์ต USB Type-C แบบ Thunderbolt 3 ก็ทำให้สามารถใช้งานเจ้าการ์ดจอแยก Gigabyte AORUS GTX 1070 GAMING BOX นี้ได้

ด้านหลังนอกจากพอร์ตแสดงผลของตัวการ์ดจอแล้ว ยังมีพัดลมระบายความร้อนของ Power Supply โดยใช้สายไฟ AC มาตรฐานแบบที่ใช้ในพีซี พอร์ต USB 3.0 3 พอร์ต และ USB สำหรับชาร์ตไฟอีก 1 พอร์ต สุดท้ายคือ USB Type-C สำหรับเชื่อมต่อกับโน้ตบุ๊ค

Gigabyte AORUS GTX 1070 GAMING BOX มาพร้อมกะเป๋าสำหรับการพกพาด้วยนะครับ

หน้าตาเมื่อเชื่อมต่อกับโน้ตบุ๊ค จะเห็นว่าขนาดไม่ใหญ่มากนัก สามารถจัดวาง พกพาได้อย่างสะดวก

หลังการเชื่อมต่อแล้วจะโชว์เป็นการ์ดจอ GTX 1070 เพิ่มมาอีก 1 ตัว เหมือนการ์ดจอบนโน้ตบุ๊คปรกติเลยครับ

Gigabyte AORUS GTX 1070 GAMING BOX เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่น่าสนใจไม่น้อย ช่วยตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ต้องการโน้ตบุ๊คบางเบาสำหรับการใช้งานภายนอก แต่ก็ยังต้องการเล่นเกมอีกด้วย โดยไม่จำเป็นต้องซื้อโน้ตบุ๊คแรงๆ เครื่องใหญ่ๆหน้าๆ หรือประกอบพีซีให้เกะกะวุ่นวาย แต่มีเจ้ากล่องนี้ก็ช่วยให้โน้ตบุ๊คของท่านเล่นเกมหนักๆได้แล้ว ระดับ GTX 1070 สามารถเล่นเกมในปัจจุบันได้สบายๆ

Gigabyte AORUS GTX 1070 GAMING BOX จะมาเป็นเซ็ตขายจริงพร้อมการ์ดจอแลยนะครับ ด้วยขนาดที่ออกแบบมาพอดีจึงไม่สามารถใส่รุ่นใหญ่กว่าอย่าง 1080 ได้ อาจจะต้องรอรุ่นใหญ่ออกมาจำหน่ายอีกที โดยทาง Gigabyte แอบแง้มมาว่า พร้อมขายจริงเร็วๆนี้ไม่เกิน 2 เดือน เป็นเซ็ตที่นอกจากตัว Gigabyte AORUS GTX 1070 GAMING BOX แล้วยังแถมคีย์บอร์ดเมาส์ AORUS สำหรับเกมเมอร์อีกด้วย ส่วนราคานั้นยังไม่สรุปอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าน่าจะอยู่ราวๆ 17000 – 18000 บาท ซึ่งถ้ามีข่าวอย่างไรทีมงานจะรีบนำมาแจ้งให้ทราบ พร้อมทดสอบให้เพื่อนๆได้ชมกันอย่างแน่นนอนครับ

from:https://notebookspec.com/computex-2017-gigabyte-aorus-gtx-1070-gaming-box/401040/

พาชมผลิตภัณฑ์ใหม่บู๊ต SilverStone ในงาน Computex Taipei 2017

29925

ภาพรวมผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่น่าสนใจจากทาง SilverStone กับในงาน Computex Taipei 2017 ซึ่งถือว่าปีนี้มีของใหม่ ๆ มาให้เห็นกันมากพอสมควร แต่ทว่าโดยมากก็จะยังคงเป็นตัวต้นแบบที่ยังไม่พร้อมลงตลาด โดยเฉพาะกับเคสที่มีมาให้ชมกันหลายโมเดลเลยละครับ นอกจากเคสก็ยังจะมีอปกรณ์ฝั่งโมบาย อปกรณ์เกี่ยวกับสื่อจัดเก็บข้อมูล และแน่นอนว่าจะต้องมีพาวเวอร์ซัพพลายมาให้ได้รับชมกันด้วย ส่วนในภาพรวมของเคสนั้นหลัก ๆ ก็เป็นเรื่องของ RGB และ Temper Glass ตามยุคสมัยนั่นเอง ส่วนรายละเอียดทั้งหมดจะมีอะไรที่น่าสนใจอีกบ้างนั้น ลองรับชมกันดูเองละกันนะครับ


from:http://feedproxy.google.com/~r/zolkorn/~3/iDzmZy-dQoc/

Cisco และ IBM Security จับมือ ผสานระบบ Threat Intelligence ร่วมกัน

   

Cisco และ IBM Security สองยักษ์ใหญ่วงการ IT ลงนามจับมือร่วมกันในการผสานโซลูชันและบริการด้านความมั่นคงปลอดภัยของทั้งสองฝั่งเข้าด้วยกัน รวมไปถึงระบบ Threat Intelligence เพื่อให้พร้อมรับมือกับภัยคุกคามสมัยใหม่ และเสริมความแข็งแกร่งให้กับลูกค้าที่ใช้ระบบของ Cisco และ IBM Security มากยิ่งขึ้น

การจับมือร่วมกันนี้ครอบคลุมถึง

  • โซลูชันของ Cisco Security จะทำงานร่วมกับ IBM QRadar เพื่อคอยตรวจจับและวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นบนระบบเครือข่าย อุปกรณ์ปลายทาง และระบบ Cloud
  • ลูกค้าที่ใช้บริการ MSSP จะได้รับการซัพพอร์ตจากทั้ง Cisco และ IBM Global Services
  • ทีมนักวิจัยจาก IBM X-Force และ Cisco Talos จะผสานการทำงานร่วมกัน เพื่อยกระดับ Threat Intelligence ให้ดียิ่งขึ้น

สำหรับการทำงานร่วมกับ IBM QRadar ระบบ Security Analytics นั้น Cisco จะทำการพัฒนาแอพพลิเคชันใหม่ ซึ่งช่วยให้ทีม Security สามารถเข้าใจและตอบสนองต่อภัยคุกคามระดับสูงได้ดียิ่งขึ้น รวมไปถึงช่วยให้ลูกค้าสามารถตรวจจับและรับมือสถานการณ์ที่ผิดปกติผ่านทางการทำงานร่วมกับ NGFW, NGIPM, AMP และ ThreatGrid ของ Cisco ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยแอพพลิเคชันดังกล่าวจะพร้อมให้บริการบน IBM Security App Exchange

นอกจากนี้ IBM Resilient Incident Response Platform (IRP) ก็จะทำงานร่วมกับ Cisco ThreatGrid เพื่อช่วยให้ทีม Security ทราบถึงข้อมูลเชิงลึกของเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ส่งผลให้สามารถตอบสนองต่อสิ่งผิดปกติได้รวดเร็วและแม่นยำมากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น นักวิเคราะห์ภัยคุกคามที่ใช้ IRP เพื่อค้นหาข้อมูล Indicator of Comprimise ผ่านทาง Threat Intelligence ของ Cisco Threat Grid ได้ หรือตรวจสอบไฟล์ต้องสงสัยผ่านเทคโนโลยี Sandbox ของ Cisco เป็นต้น

“IBM เปิดให้มีการผสานการทำงานร่วมกันและแชร์ข้อมูลภัยคุกคามด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์มานานมากแล้ว การร่วมมือกับ Cisco จะทำให้ระบบการป้องกันของเรามีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ลูกค้าที่ใช้บริการระบบของทั้ง 2 ฝ่ายสามารถเพิ่มขีดความสามารถโดยใช้เทคโนโลยี Cognitive ของพวกเราได้ เช่น IBM Watson for Cybersecurity นอกจากนี้ การมีทีม IBM X-Force และ Cisco Talos ทำงานร่วมกัน จะช่วยเพิ่มความได้เปรียบในการต่อกรกับอาชญากรรมไซเบอร์ได้อย่างมหาศาล” — Marc van Zadelhoff ผู้จัดการทั่วไปของ IBM Security กล่าว

ที่มา: https://www.helpnetsecurity.com/2017/05/31/cisco-ibm-security-partnership/

from:https://www.techtalkthai.com/cisco-and-ibm-security-threat-intelligence-collaboration/

[Computex 2017] ชมบูธ Transcend ผู้ผลิตหน่วยความจำที่เจ๋งกว่าแค่แฟลชไดร์ฟ

Transcend ในบ้านเราเป็นทีรู้จักไม่น้อยกับผู้ผลิตหน่วยความจำชื่อดังที่มีครบวงจรทั้ง แรม ,แฟลชไดร์ ,SDCard ,SSD ไปจนถึง กล้องติดรถยนต์ที่เรียกได้ว่าดีที่สุดยี่ห้อหนึ่งเลยทีเดียว (ผมเองก็ใช้ ต้องยอมรับว่ามันทนทาน ฟังค์ชั่นเยอะจริงๆครับ) โดยในงาน Computex 2017 นี้ Transcend ก็ได้มาออกบูธด้วยพร้อมยกทัพผลิตภัณฑ์ใหม่ๆน่าสนใจมาเพียบ

Transcend มีผลิตภัณฑ์เด่นหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นแรม สำหรับใช้งานบนพีซีโน้ตบุ๊ค ฮาร์ดดิสค์แบบ SSD ทั้งแบบ 2.5 นิ้ว และ M.2 ,hdd external ที่มีทั้งแบบมาตรฐาน และแบบกันกระแทกสำหรับใช้งานภายนอก ตัวใหม่ที่มาโชว์ในงานจะเน้นไปที่เทคโนโลยีการผลิตตัวใหม่ทั้งแบบ 2D และ 3D Nano ที่ช่วยให้สามารถเพิ่มความจุของหน่วยความจำได้มากขึ้นอีกเท่าตัว ในต้นทุนที่ถูกลงอีกด้วย

นอกจากในส่วนของผลิตภัณฑ์สำหรับกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไปแล้ว ก็ยังมีกลุ่มลูกค้าองค์กรที่เน้นเรื่องของความเสถียรถาพใช้งานได้ทนทานยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยความจำรูปแบบต่างๆไปจนถึงกระทั่งแรมที่ออกแบบมาพิเซษ

นอกจากนั้นยังมาการโชว์ทดสอบความแข็งแกร่งของตัว SSD ด้วยการใผ้ผู้เข้าชมงานทดสอบกดดับเครื่อง แบบดึงปลั๊กเลย จากนั้นรีบูธเครื่องขึ้นมา โดยตัว SSD ยังสามารถใช้งานได้ปรกติแต่ HDD ไม่สามารถใช้งานได้

 

Transcend จัดว่าเป็นผู้ผลิตหนึ่งในไม่กี่แบรนด์ที่ผลิตสินค้าขึ้นมาเพื่อผลิตภัณฑ์ของ Apple โดยเฉพาะ ไม่ใช่แค่ SSD หรือแรมที่การันตีว่าสามารถใช้งานร่วมกันได้อย่างแน่นอนเท่านั้น แต่ยังเพิ่มเติมทั้งแฟลชไดร์ฟ hdd external ไปจนถึง SD Card ที่ออกแบบมาพิเศษเพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลให้ Macbook โดยเฉพาะ ด้วยชื่อที่เป็นเอกลักษณ์ว่า Jetdrive

 

นอกจากหน่วยความจำแล้ว Transcend ยังขึ้นชื่อเรื่องกล้องติดรถยนต์อีกด้วย โดดเด่นด้วยความทนทาน ใช้ในบ้านเราติดตั้งทั้งไว้กลางวันร้อนๆก็ยังสามารถใช้งานได้โดยไม่ไมีปัญหา นอกจากนั้นยังมาพร้อมฟังค์ชั่นไม่ว่าจะเป็น การวัดระยะห่างของรถ การตรวจจับความเร็ว ระบบ GPS นอกจากนั้นในงานนี้ Transcend ยังได้เพิ่มกล้องสำหรับติดตั้งบนตัวบุคคล ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาย หรือพนักงงานรักษาความปลอดภัย สำหรับบันทึกภาพการปฏิบัติงาน นอกจากพกพาใช้งานง่ายแล้ว ยังมาพร้อมแท่นชาร์ตที่สะดวกชาร์ตได้หลายเครื่องพร้อมๆกันเหมือนวิทยุสื่อสารเลยครับ

Transcend เป็นอีกหนึ่งผู้หลิตหน่วยความจำที่ไม่ควรมองข้ามไปเลยนะครับ แม้อาจจะไม่ได้มีแรม หรือฮาร์ดดิสค์แรงๆ สวยๆ จึงไม่ค่อยเป็นที่รู้จักเท่าแบรด์อื่น แต่ผลิตภัณฑ์ที่ออกออกมานั้นคำนึงถึงการใช้งานที่สะดวกใช้งานง่าย การออกแบบที่ใส่ใจถึงการใช้งานจริง และยังมีเทคโนโลยีใหม่ๆอย่าง 3D Nano กล้องสำหรับเจ้าหน้าที่ และยังไปถึงกลุ่มผู้ใช้งานเครื่องของ Apple อีกด้วย ผมเองก็ใช้ผลิตภัณฑ์ของ Transcend การันตีให้เลยครับว่าดีจริง

from:https://notebookspec.com/computex-2017-transcend/400961/

สมาคมวิชาชีพโฆษณา เตรียมส่ง “รัฐธรรมนูญเซ็นเซอร์” ตั้งกรรมการคุมทีวีดิจิทัล หลังเจอโฆษณาเกินจริง

นับตั้งแต่ปี 2537 เป็นต้นมา ในวงการเซ็นเซอร์โฆษณาทีวี นอกจากแต่ละช่องจะต้องเซ็นเซอร์ด้วยตัวเองแล้ว ยังมีคณะกรรมการร่วมที่ส่งมาแต่ละช่องทำงานร่วมกันอีกที แต่ตอนนี้วงการโฆษณาบนทีวีดิจิทัลเปลี่ยนแปลงไปมาก รูปแบบเดิมไม่มีประสิทธิภาพแล้ว สมาคมวิชาชีพโฆษณาและทีวีดิจิทัลรวมตัวกันตั้งคณะกรรมการขึ้นมาควบคุม พร้อมส่ง “รัฐธรรมนูญเซ็นเซอร์โฆษณา” ที่จะเป็นกฎสูงสุดในการควบคุมจัดการโฆษณาที่มีปัญหา

มาตรฐานในวงการโฆษณา ว่าด้วยการเซ็นเซอร์

ด้วยการเกิดขึ้นของทีวีดิจิทัลกว่า 24 ช่อง (ปัจจุบันเหลือ 22 ช่อง) หนึ่งในปัญหาคือ “การโฆษณา” เพราะต้องยอมรับว่าในวงการโทรทัศน์ถูกหล่อเลี้ยงด้วยเม็ดเงินจากโฆษณา ตัวเลขมูลค่าแต่ละปีไม่ต่ำกว่าหลักแสนล้าน แน่นอนว่าจำนวนที่เพิ่มมากขึ้นมาพร้อมกับการตั้งคำถามถึงมาตรฐานของการโฆษณา

ด้วยปัญหานี้ 4 สมาคม ได้แก่ สมาพันธ์สมาคมวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ สภาวิชาชีพกิจการแพร่ภาพและการกระจายเสียงแห่งประเทศไทย สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย และสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ประเทศไทย) เตรียมจัดตั้ง “คณะกรรมการกำกับนโยบายด้านการตรวจพิจารณาโฆษณาทางโทรทัศน์” เพื่อมาดูแลเซ็นเซอร์การโฆษณาทางโทรทัศน์

แต่ถ้าย้อนกลับไปดูจะพบว่า ตั้งแต่ปี 2537 เป็นต้นมา กระบวนการเซ็นเซอร์บนสื่อโทรทัศน์จะทำ 2 ขั้นตอนคือ อย่างแรกแต่ละช่องจะกำกับดูแลตัวเอง หรือที่เรียกว่าเป็นการเซ็นเซอร์ตัวเองอยู่แล้ว ขั้นต่อมาจะต้องส่งไปที่คณะกรรมการตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์ที่จะมีตัวแทนของช่องหลัก 3 5 7 9 และสมาคมโฆษณาร่วมด้วย แต่ปัญหาคือการเพิ่มขึ้นของโฆษณาบนทีวีดิจิทัลทำให้ระบบเดิมไม่มีประสิทธิภาพ จากตัวเลขระบุว่ามีโฆษณาให้พิจารณาต่อปีถึง 18,000 ชิ้น และแม้จะไม่มีปัญหามากนัก เพราะมีการร้องเรียนมาในแต่ละปีไม่ถึง 1 – 2 ชิ้น แต่การไม่มีมาตรฐานร่วมกันจะทำให้เกิดปัญหาในอนาคตได้

คณะกรรมการนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร? และจะทำงานอะไรบ้าง?

การรวมตัวกันของคณะกรรมการเป็นไปตามพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมพ.ศ. 2553 และพ.ร.บ. การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 ที่กำหนดให้ผู้ประกอบการวิชาชีพที่เกี่ยวข้องมีการรวมกลุ่มเป็นองค์กร เพื่อจัดทำมาตรฐานทางจริยธรรมของการประกอบวิชาชีพ และให้ทำการคุมกันเองภายใต้ กฎหมาย และมาตรฐานทางจริยธรรม

ส่วนการทำงานของ “คณะกรรมการกำกับนโยบายด้านการตรวจพิจารณาโฆษณาทางโทรทัศน์” จะแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือการจัดตั้งจะประกอบด้วย ผู้แทนจากสถานีหลักเดิมได้แก่ สถานีโทรทัศน์ช่อง 3, ช่อง 5, ช่อง 7, MCOT, TPBS, NBT, และผู้แทนจากโทรทัศน์ดิจิทัลที่แต่งตั้งโดยสมาคมโทรทัศน์ดิจิทัล 2 ช่อง ผู้แทนจากโทรทัศน์ดิจิทัลที่แต่งตั้งโดยสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุและโทรทัศน์ฯ 2 ช่อง และผู้แทนจากสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย (ทำหน้าที่เลขานุการคณะกรรมการฯ) รวม 11 คน

จากซ้าย-ขวา 1.คุณวิทวัส ชัยปาณี นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย 2.คุณสุภาพ คลี่ขจาย นายกสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) 3.คุณอ่อนอุษา ลำเลียงพล นายกสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย 4.คุณเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ อสมท. นายกสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ 5.ดร.นิวัต วงศ์พรหมปรีดา อุปนายกฝ่ายส่งเสริมจรรยาบรรณวิชาชีพโฆษณา สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย

คณะกรรมการนี้จะมีหน้าที่กำหนดนโยบายและระเบียบการปฏิบัติงานใน 4 ขั้นตอน

1. จะทำการออกระเบียบ กฎเกณฑ์ในการเซ็นเซอร์โฆษณาร่วมกัน หมายความว่าจะเป็นมาตรฐานหนึ่งเดียวร่วมกัน เป็นเสมือน “รัฐธรรมนูญเซ็นเซอร์โฆษณา” ที่วงการโทรทัศน์และโฆษณาต้องปฏิบัติตาม 2. คัดกรองโฆษณาร่วมกันเบื้องต้น 3. มีหน้าที่ในการเซ็นเซอร์โฆษณาว่าผ่านหรือไม่ผ่าน 4. หากโฆษณาทางโทรทัศน์ผ่านการเซ็นเซอร์ ได้ออกอากาศ แต่มีการร้องเรียนว่ามีปัญหา คณะกรรมอีกชุดซึ่งเป็น “คณะกรรมการด้านคุณธรรม-จริยธรรม” จะนำเรื่องเข้ามาสู่การพิจารณาอีกครั้งว่าสมควรจะระงับการเผยแพร่หรือไม่ อย่างไรก็ตาม การจัดตั้งคณะกรรมการชุดนี้จะเสร็จสิ้นภายในเดือนกรกฎาคมปีนี้

โดยกฎหมายที่จะออก (พ.ร.บ.) คาดว่า จะมีไม่ต่ำกว่า 35 ฉบับ โดยจะร่วมมือกับหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้องคือ กสทช. อย. และ สคบ. ที่เน้นย้ำเพิ่มเติมคือ สมาคมทำงานรวดเร็วกว่าภาครัฐอย่างแน่นอน และภาครัฐไม่ต้องออกกฎหมายเพิ่ม สามารถเอาเวลาไปพัฒนาประเทศส่วนอื่น เพราะอำนาจการตัดสินใจเรื่องโฆษณาเป็นของคณะกรรมการชุดนี้หมดแล้ว

ปัญหาเกิดจากมาตรฐานไม่ตรงกัน กรณีศึกษาโคเรียคิง

มาตรฐานเป็นสิ่งที่ถูกตั้งคำถามอย่างมากในวงการโฆษณา อย่างล่าสุดกรณีโคเรียคิงที่มีปัญหาว่าโฆษณาเกินจริง สคบ. เรียกว่าโฆษณาแบบ Fake Original Price แต่คำถามที่เกิดขึ้นคือโฆษณาลวงหรือเกินจริงนั้น คือแค่ไหนและอย่างไร?

Korea King Gold Series

แต่ถึงที่สุด หากใช้ระบบเดิม คือใช้มาตรฐานที่แต่ละช่องควบคุมเองจะเกิดปัญหา เพราะถ้าช่องนี้มองว่าโฆษณาเจ้านี้มีปัญหา เขาจะไม่รับโฆษณา (หมายความว่าไม่ได้เงิน) ในขณะที่อีกช่องมองว่าโฆษณานี้ไม่มีปัญหา เขาก็รับมาโฆษณา (แน่นอนว่า เขาได้เงิน) ท้ายที่สุดกระบวนการนี้จะมีปัญหาในเรื่องความเป็นธรรม (หรือหลายคนอาจจะเรียกว่าปัญหาเชิงศีลธรรม-จริยธรรม)

สรุป

ถ้ามองดูแล้ว “คณะกรรมการกำกับนโยบายด้านการตรวจพิจารณาโฆษณาทางโทรทัศน์” ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้มีเพื่อต้องการกำกับโฆษณาภายใต้มาตรฐานหนึ่งเดียวในยุคดิจิทัล ในแง่หนึ่งต้องยอมรับว่ามีความจำเป็นเพื่อไปในทิศทางเดียวกัน ด้วยการส่งกฎสูงสุดในการเซ็นเซอร์โฆษณาหลังจากนี้ เสมือนเป็น “รัฐธรรมนูญ” ที่ทุกคนต้องปฏิบัติร่วมกัน

แต่ต้องอย่าลืมว่า ในโลกยุคดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วยแพลตฟอร์มที่หลากหลาย มีอะไรมากไปกว่าวงการโทรทัศน์ โดยเฉพาะสื่อออนไลน์ที่โฆษณากันอย่างแทบจะไม่มีมาตรฐานกลางอะไรเลย แต่คำถามนี้สมาคมโฆษณาและทีวีดิจิทัลตอบมาว่า “เราทำในส่วนของเราให้ดีก็พอ ทำให้เป็น Benchmark (เกณฑ์มาตรฐาน) เชื่อว่าวันหนึ่งภาคประชาสังคมจะไปกดดันให้(สื่อออนไลน์)ทำตามเอง”

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/advertisement-censor-digital-tv/