ไมโครซอฟท์เผยรายละเอียด HoloLens รุ่นนักพัฒนา เริ่มส่งของ 30 มีนาคมนี้พร้อมงาน Build

หลังจากประกาศราคาของชุดพัฒนา HoloLens ในราคาแพงระยับถึง 3,000 เหรียญไปเมื่อปีก่อน วันนี้ไมโครซอฟท์ประกาศวันเปิดตัว HoloLens สำหรับนักพัฒนาอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 มีนาคมนี้แล้ว

HoloLens รุ่นสำหรับนักพัฒนาที่เผยโฉมมาในบล็อกของไมโครซอฟท์ครั้งนี้หน้าตาต่างจากที่เคยเห็นพอสมควร ตัวแว่นใช้งานได้แบบไร้สาย ใช้ชิปประมวลผลจากอินเทล, หน่วยความจำ 64GB, แรม 2GB, รองรับ Wi-Fi ac, Bluetooth 4.1, USB 2.0 ใช้งานต่อเนื่องได้ 3 ชั่วโมง

นอกจากตัวแว่น HoloLens แล้ว ในชุดพัฒนายังมาพร้อมกับสายชาร์จ, clicker ที่เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth, ที่รองจมูกสำรอง และเคสสำหรับใส่อุปกรณ์ พร้อมกับแอพอีก 7 ตัว และเครื่องมืออื่นๆ สำหรับนักพัฒนา ซึ่งจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมในงาน Build ซึ่งจัดวันที่ 30 มีนาคมนี้ครับ

ที่มา – Microsoft

HoloLens, Build, Microsoft, Augmented Reality,

from:https://www.blognone.com/node/78485

HTC เปิดราคา HTC Vive รุ่นขายทั่วโลกแพงขึ้นเกือบ 20%, บันเดิล Tilt Brush จากกูเกิล

หลังจากประกาศราคาของ HTC Vive แว่นตา VR จากความร่วมมือระหว่าง Valve และ HTC ในราคาสูงลิ่วถึง 799 เหรียญ แพงกว่า Oculus Rift ล่าสุดมีราคาของประเทศอื่นนอกเหนือจากสหรัฐฯ มาแล้ว

และสำหรับคนที่คิดว่าราคาที่เปิดมาตอนแรกแพงไป ราคาของประเทศนอกสหรัฐฯ เรียกได้ว่าแพงไปอีกระดับ โดยในฝั่งยุโรปเปิดราคามาถึง 899 ยูโร (ประมาณ 34,800 บาท) ใกล้เคียงกับประเทศอื่นๆ อย่างอังกฤษที่ 689 ปอนด์ ญี่ปุ่น 111,999 เยน ตีเป็นเงินไทยแล้วอยู่ที่ราว 34,000 – 35,000 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาในสหรัฐฯ ที่ตีเป็นเงินไทยได้ราว 28,000 บาทพอสมควร

พร้อมกันนี้ HTC ยังประกาศบันเดิลแอพ Tilt Brush สำหรับวาดภาพบนโลก VR พัฒนาโดยกูเกิลเข้ามาเพิ่มเติมด้วย โดยจะแถมให้ในเวลาจำกัดพร้อมกันผู้ที่จองรอบทั่วโลกตั้วแต่วันนี้เป็นต้นไป

สำหรับคนที่ซื้อนอกสหรัฐฯ จะได้คิวส่งมอบของวันที่ 5 เมษายนนี้

ที่มา – HTC

HTC Vive, Virtual Reality

from:https://www.blognone.com/node/78484

ชมตัวอย่างวิดีโอสโลโมชั่น 240fps จาก Samsung Galaxy S7

การถ่ายวิดีโอแบบสโลโมชั่นด้วยสมาร์ทโฟนในปัจจุบันนั้นถือเป็นเรื่องปกติที่เราสามารถทำได้ในมือถือระดับ high-end หรือ mid-range หลายๆรุ่น แต่การถ่ายวิดีโอสโลโมชั่นที่ความละเอียด 720p และ framerate ที่ 240fps นั้นมีในมือถือไมกี่รุ่น Samsung Galaxy S7 ก็เป็นหนึ่งในนั้น วันนี้เราลองมาชม ตัวอย่างวิดีโอสโลโมชั่น 240fps ของ Galaxy S7 กันครับ

วิดีโอถูกโพสต์ใน Youtube ของ account ที่ชื่อว่า EuroTech โดยวิดีโอสโลโมชั่นตัวนี้มีความประมาณ 5 นาที ซึ่งทาง EuroTech บอกว่าความยาวจริงๆคือ 1 นาที พอทำสโลโมชั่นก็เลยยาวขึ้น แต่ยังไม่มีรายละเอียดแน่ชัดว่า Galaxy S7 สามารถถ่ายวิดีโอสโลโมชั่นที่ 720p/240fps ได้จริงๆ หรือเป็นเพียงการแทรกเฟรม (interpolate) จาก 120fps ให้เป็น 240fps แต่อย่างไรก็ตาม คุณภาพของวิดีโอนั้นดีมากทั้งความคมชัด, สีสันและความลื่นไหลในจังหวะสโลโมชั่น เรียกว่าถึงจะเป็นการ interpolate ก็คงไม่ซีเรียสเท่าไหร่ล่ะครับ เพื่อนๆสมาชิกดูวิดีโอด้านล่างแล้วคิดว่าอย่างไรกันบ้าง?

 

ที่มา: SamMobile

from:http://droidsans.com/sample-slow-motion-video-at-240fps-of-samsung-galaxy-s7

Windows 10 IoT Core รองรับ Raspberry Pi 3 แล้ว

Raspberry Pi 3 เปิดตัวเป็นทงการวันนี้ ฝั่งไมโครซอฟท์ก็ออกมาเปิดตัว Windows 10 IoT Core รุ่น Insider Preview ก็ออกอัพเดตให้รองรับได้ทันที

นอกจากการซัพพอร์ต RPi3 แล้วอัพเดตรอบนี้ยังรอบรับ USB Wi-Fi ของทาง Raspberry Pi และรุ่นอื่นๆ เพิ่มเติมอีกหลายรุ่น ปรับปรุงการเข้าถึงพอร์ต UART ให้ง่ายขึ้น

ตอนนี้คงยังไม่มีใครได้บอร์ด แต่ถ้าได้แล้วก็ไปโหลด Insider Preview มาเล่นกันได้เลยครับ

ที่มา – Windows Blog

upic.me

Windows 10, Microsoft, Raspberry Pi

from:https://www.blognone.com/node/78483

การตั้งเป้าหมายประจำปีของ Mark Zuckerberg กลายเป็นไอดอลด้านไลฟ์สไตล์ของหนุ่มกี๊ก

ถ้าติดตามโพสต์ใน Facebook ของซีอีโอหนุ่มคุณพ่อลูกอ่อน จะพอปะติดปะต่อได้ว่ามาร์ค ณ Facebook ประกาศปณิธานพัฒนาตนเองต่อเนื่องกันมา 7 ปีแล้ว เป็นต้นว่า

แม้จะทำได้ไม่ได้บ้าง แต่โครงการพัฒนาตัวเองทุกปีของมาร์ค สร้างเทรนด์ใหม่ในหมู่หนุ่มกี๊กแถวซิลิคอนวัลลีย์ ให้ลุกขึ้นมาดำริโปรเจ็กต์เก๋ๆ ไว้โพสต์อวดเพื่อน บ้างก็หันมาอุทิศตัวเพื่อสังคม ตามอย่างมาร์คที่บริจาคหุ้น 99 เปอร์เซ็นต์ของ Facebook ให้การกุศล บ้างก็เล่นโยคะ เล่นกีตาร์วันละชั่วโมง รวมทั้งมีคนที่ฆ่าสัตว์กินเองเหมือนมาร์คอีกต่างหาก

ไอเดียของมาร์คคือให้ชีวิตมีอย่างอื่นบ้างเฮอะ นอกจากนั่งทำงานหน้าคอมพ์ เราจะได้เป็นมนุษย์กลมๆ ที่มีครบทุกด้าน เพื่อจะเป็นคนที่ดีขึ้นและทำให้โลกน่าอยู่ขึ้น #ทำแต่งานไม่คูลนะเออ

ที่มา: The New York Times

Mark Zuckerberg, Facebook, Lifestyle

from:https://www.blognone.com/node/78482

Sony ประกาศไม่มี Xperia Z6 !! พร้อมชู Xperia X Performance เป็นแฟลกชิปปีนี้

หลังจากที่ Sony ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนซีรีย์ Xperia X ใหม่ล่าสุดออกมาพร้อมกันถึง 3 รุ่นในงาน MWC 2016 ได้แก่ Xperia X ,Xperia XA และ Xperia X Performance ซึ่งหลายคนยังเฝ้ารอว่าปแล้ว Sony จะเปิดตัว Xperia Z6 สมาร์ทโฟนแฟลกชิปออกมาช่วงเวลาไหน

Xperia-X-Series-Transparent-5f944d1d7c7eafea0259fbd81edbc406-1080x635

ซึ่งก็ได้รับคำตอบว่าจะไม่มีการเปิดตัว Xperia Z ซีรีย์รุ่นใหม่อีกแล้วในช่วงเวลานี้ โดย Xperia Z ซีรีย์จะยุติลงที่รุ่น Xperia Z5 ซีรีย์เป็นรุ่นสุดท้าย พร้อมชูว่า Xperia X ซีรีย์คือกลุ่มสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่จะมาแทนที่ Xperia Z ซีรีย์ซึ่งในรุ่น Xperia X Performance นั้นก็มีสเปคที่สูงสุดในซีรีย์ถือเป็นแฟลกชิปในตอนนี้

Xperia_Z5_+_Colour_Range

ทางด้านทีมข่าวพีอาร์ของ Sony Mobile ก็ออกมาแถลงถึงกรณีดังกล่าวดังต่อไปนี้ สมาร์ทโฟน Xperia Z ซีรีย์นั้นได้มาถึงจุดสูงสุดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่ง Xperia X ซีรีย์คือวิวัฒนาการขั้นต่อไปของกลยุทธ์และผลิตภัณฑ์ทางการตลาดของ Sony อาจกล่าวได้ว่า Xperia Z ซีรีย์นั้นคือการนำเทคโนโลยีขั้นสูงที่ดีที่สุดทั้งหมดของ Sony มานำเสนอประสบการณ์บนสมาร์ทโฟนให้กับผู้ใช้งาน ในขณะที่ Xperia X ซีรีส์ก็ยังจะอยู่บนพื้นฐานการนำประสบการณ์ใหม่ๆสุดสมาร์ทมอบให้ผู้ใช้งานใช้ผลิตภัณฑ์ Sony ไม่ว่าจะเป็นกล้องดิจิตอลประสิทธิภาพสูง การใช้แบตเตอรี่ที่ยาวนาน การออกแบบทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟแวร์ที่ทันสมัยนั่นเอง

ที่มา –  xperiablog 

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=139840

เปิดตัว Raspberry Pi 3 มาพร้อมกับ Wi-Fi และ Bluetooth ในราคา $35

หลังจากที่มีภาพหลุด Raspberry Pi 3 ออกมาเมื่อไม่กี่วันก่อน วันนี้ ทาง Raspberry Pi Foundation ก็ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Raspberry Pi 3 อย่างเป็นทางการ ซึ่งก็เป็นไปตามคาด ตัวบอร์ดมาพร้อมกับเทคโนโลยี Wi-Fi และ Bluetooth โดยมีราคาเปิดตัวที่ $35 หรือประมาณ 1,250 บาท

raspberry_pi_3_off

การเชื่อมต่อแบบไร้สายของ Raspberry Pi 3 ทำให้มันกลายเป็นอุปกรณ์ Internet of Things โดยสมบูรณ์ ช่วยให้นักวิจัยและผู้ที่สนใจอื่นๆ สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อเป็นเซ็นเซอร์เก็บข้อมูลโดยไม่ต้องสาย LAN มาเกะกะอีกต่อไป รวมถึงสามารถเชื่อมต่อกับคีย์บอร์ดและเมาส์ไร้สายได้ง่ายอีกด้วย

คุณสมบัติที่สำคัญของ Raspberry Pi 3 ได้แก่

  • CPU: Quad-core 1.2 GHz ARM Cortex-A53 แบบ 64 bits
  • GPU: Broadcom VideoCore IV @ 400 MHz
  • Memory ขนาด 1 GB (LPDDR2-900 SDRAM)
  • หน่วจความจุแบบ MicroSD
  • 4 USB ports
  • 1 Ethernet port
  • 802.11n Wireless LAN
  • Bluetooth 4.0
  • รองรับ HDMI/Composite ผ่านทาง RCA Jack
  • GPIO 40 pins
  • ราคา $35

เทียบกับ Raspberry Pi 2 แล้ว ประสิทธิภาพสูงกว่าเดิมถึง 50% เรียกได้ว่าเป็น PC ขนาดย่อมเลยทีเดียว

from:https://www.techtalkthai.com/raspberry-pi-3-with-bluetooth-and-wi-fi/

[PR] แคสเปอร์สกี้ แลป ร่วมกับอัลลอต เผยพฤติกรรมผู้ใช้โมบายเสี่ยงสูง

เรื่องราวน่าสนใจจากความร่วมมือระหว่างอัลลอตและแคสเปอร์สกี้ แลป ในการวิเคราะห์โมบายแอพและลิ้งก์ ถึงรูปแบบพฤติกรรมการใช้งานแบบเสี่ยง และความเป็นไปได้ที่ผู้ให้บริการการสื่อสาร ( CSPs ) จะให้บริการคุ้มครองความปลอดภัยให้มีประสิทธิภาพ ( Security-as-a-Service )

kaspersky-lab-allot-mobile-user-at-risk

ทั้งนี้บริษัทอัลลอต คอมมิวนิเคชั่นส์ ( Allot Communications Ltd. ) ซึ่งเป็นผู้นำด้านโซลูชั่นซีเคียวริตี้และความปลอดภัยเกี่ยวกับสกุลเงิน ( monetization ) ระดับโลกได้ร่วมมือกับแคสเปอร์สกี้ แลป บริษัทชั้นนำด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ เปิดเผยผลการวิจัยเรื่อง “Allot MobileTrends Report H1 2016, Mobile Users at Risk” ซึ่งทำการศึกษาพฤติกรรมผู้ใช้งาน เพื่อวิเคราะห์หาความเชื่อมโยงระหว่างโมบายแอพและการใช้ URLs และความเสี่ยงต่อการติดเชื้อมัลแวร์ พบว่าพฤติกรรมของบุคคลมีความสำคัญอย่างมาก ถึงขนาดบ่งชี้ได้ถึงอัตราความเสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่อเป้าหมายมัลแวร์ นอกจากนี้ รายงานชี้ว่าผู้ให้บริการการสื่อสาร ( CSPs ) อยู่ในตำแหน่งเฉพาะตัวอย่างมากที่จะป้องกันโมบายยูสเซอร์มิให้อยู่ในความเสี่ยง ด้วยการนำเสนอบริการระบบความปลอดภัยเพื่อการป้องกันแบบเฉพาะเป้าหมายที่ชัดเจนที่เรียกว่า Security-as-a-Service ที่ส่งตรงมาจากระบบเครือข่ายหรือคลาวด์ของผู้ให้บริการเอง

ประเด็นการค้นพบที่สำคัญ

  • โอกาสความเสี่ยงต่อมัลแวร์ เป็นผลกระทบมาจากพฤติกรรมออนไลน์ของยูสเซอร์ รวมทั้งแอพและลิ้งค์ URL ด้วย หรืออีกนัยหนึ่ง มิใช่เพียงแค่แอพ แต่มันคือวิธีการที่คุณใช้มันอีกด้วย
  • ยูสเซอร์ธุรกิจพบว่าเป็นผู้ที่แสดงความเสี่ยงทางพฤติกรรมออนไลน์สูงที่สุด 79% ของนักธุรกิจชาย และ 67% ของนักธุรกิจหญิงใช้แอพที่ส่อเสี่ยงทุกวัน
  • เยาวชนและชาวมิลเลนเนียลถือเป็นอีกกลุ่มที่ตกอยู่ในความเสี่ยงสูง ด้วย 65% ใช้แอพที่มีความเสี่ยงทุกวัน
  • แม้การดาวน์โหลดโมบายแอพมักจะมีการป้องกันไว้ระดับหนึ่ง แต่เมื่อนำมาใช้งานแล้ว การใช้งานอย่างต่อเนื่องนั้นไม่ได้รับการป้องกัน ทำให้ยูสเซอร์กลายเป้นเป้าหมายอ่อนแอต่อการถูกคุกคามด้วยภัยมัลแวร์

บริษัททั้งสองแห่งได้ทำการวิเคราะห์บันทึกข้อมูลที่สื่อสารผ่านทางโมบาย โดยสุ่มจากโมบายยูสเซอร์ 500,000 รายเป็นเวลา 7 วัน บนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ไอโอเอสและวินโดวส์โฟน วิเคราะห์จาก 500 URLs และ 500 แอพที่พบใช้บ่อยมากที่สุด จากนั้นได้จัดประเภทตัวอย่างแอพและลิ้งค์เข้าหมวด “ปลอดภัย” หรือ “เสี่ยง” ไว้ด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติม

 

เกี่ยวกับแคสเปอร์สกี้ แลป

kaspersky_logo

แคสเปอร์สกี้ แลปก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2540 เป็นบริษัทระดับโลกที่เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ หรือไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ซึ่งความชำนาญพิเศษด้านภัยคุกคามที่ใช้เทคนิคเชิงลึก ( deep threat intelligence ) และระบบการป้องกันรักษาความปลอดภัยของแคสเปอร์สกี้ แลปได้ถ่ายทอดออกมาเป็นโซลูชั่นและบริการเพื่อการรักษาความปลอดภัยที่คอยให้การปกป้ององค์กรธุรกิจ โครงสร้างที่มีความสำคัญ องค์กรภาครัฐและผู้บริโภคมากมายทั่วโลก ทั้งนี้พอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์เพื่อรักษาความปลอดภัยที่ครบถ้วนของบริษัทประกอบด้วยโซลูชั่นและบริการเพื่อการป้องกันเอนด์พอยนท์ รวมทั้งโซลูชั่นเฉพาะทางมากมายเพื่อรับมือภัยคุกคามทางดิจิตอลที่วิวัฒนาการขยายขีดความซับซ้อนยิ่งขึ้นทุกวัน ปัจจุบันเทคโนโลยีของแคสเปอร์สกี้ แลป สามารถปกป้องยูสเซอร์มากกว่า 400 ล้านคนทั่วโลก และเราได้ให้การช่วยเหลือลูกค้าองค์กรในการป้องกันสินทรัพย์ที่มีค่ายิ่ง อีกมากกว่า 270,000 แห่งทั่วโลก ท่านสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

from:https://www.techtalkthai.com/kaspersky-lab-allot-communication-mobile-user-at-risk/

[PR] เทรนด์ ไมโคร ครองตำแหน่งสูงสุดในกลุ่มผู้นำที่มีวิสัยทัศน์สมบูรณ์แบบที่สุด ( Leaders Quadrant for Completeness of Vision ) จากรายงาน Magic Quadrant for Endpoint Protection Platforms ประจำปี 2559 ของการ์ทเนอร์

กรุงเทพฯ ประเทศไทย : 24 กุมภาพันธ์ 2559 : เทรนด์ ไมโคร TYO: 4704; TSE: 4704 ) ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นซอฟต์แวร์การรักษาความปลอดภัย ได้รับการจัดอันดับในรายงาน Magic Quadrant ของการ์ทเนอร์ ให้เป็นหนึ่งใน “กลุ่มผู้นำ” ด้าน Endpoint Protection Platforms1 ที่มี “วิสัยทัศน์สมบูรณ์แบบที่สุด” และ “มีศักยภาพในการนำไปใช้งาน” จากโซลูชั่น EPP ของ เทรนด์ ไมโคร ซึ่งให้การปกป้องอุปกรณ์ลูกข่าย ( endpoints ) ของผู้ใช้งานและเซิร์ฟเวอร์ ทั้งนี้บริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในกลุ่มผู้นำด้านโซลูชั่นการรักษาความปลอดภัยระดับองค์กรโดยการ์ทเนอร์มาตั้งแต่ปี 25452 และในปีนี้ เทรนด์ ไมโคร อยู่ในตำแหน่งสูงสุดในกลุ่มผู้นำที่มีวิสัยทัศน์สมบูรณ์แบบที่สุด

gartner-endpoint-protection-platforms-2016

เควิน ซิมเซอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขาย การตลาด และการพัฒนาธุรกิจของ เทรนด์ ไมโคร กล่าวว่า “เนื่องจากภัยคุกคามมีความซับซ้อนมากขึ้นและทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง เราจึงให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านนี้ เพื่อปกป้องอุปกรณ์ลูกข่ายรุ่นใหม่ ๆ ให้ได้อย่างครอบคลุม เพื่อช่วยให้องค์กรทั่วโลกก้าวทันภัยคุกคามเหล่านี้” นายซิมเซอร์กล่าวเสริมว่า “ไม่ว่าจะเป็นไฮบริด ระบบคลาวด์ หรือการใช้งานแบบทั่ว ๆ ไปบนเซิร์ฟเวอร์ โซลูชั่นสำหรับอุปกรณ์ลูกข่ายที่ผ่านการพิสูจน์แล้วของ เทรนด์ ไมโคร มีความสอดคล้องกับความต้องการทางธุรกิจของลูกค้าเรา เราเชื่อว่าอันดับที่ เทรนด์ ไมโคร ได้รับในรายงาน Magic Quadrant ของการ์ทเนอร์นั้นไม่เพียงแต่เป็นการย้ำให้เห็นถึงความพยายามที่ชัดเจนของเราในขณะนี้ แต่ยังแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ในอนาคตของเราที่จะยังคงเดินหน้าช่วยลูกค้าในการรับมือกับความท้าทายที่ซับซ้อนต่างๆ อย่างต่อเนื่อง”

โซลูชั่นต่าง ๆ ที่เป็นระบบรักษาความปลอดภัยให้กับอุปกรณ์ลูกข่าย ( endpoint security ) ของ เทรนด์ ไมโคร ช่วยให้องค์กรสามารถปกป้องภัยคุกคามได้อย่างครอบคลุม และมอบความปลอดภัยให้กับข้อมูลที่อยู่ในอุปกรณ์ทั้งหมด รวมถึงมีแอพพลิเคชั่นที่จะปกป้องอุปกรณ์ลูกข่ายต่าง ๆ ที่อยู่บนระบบคลาวด์ไฮบริด และบนระบบที่จับต้องได้ ทั้งยังช่วยปกป้องชื่อเสียงทางธุรกิจและช่วยให้สามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบได้ โซลูชั่นต่าง ๆ ของ เทรนด์ ไมโคร ได้รับการวางบทบาทการใช้งานไว้อย่างเฉพาะเจาะจงเพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ที่องค์กรทั่วโลกต้องเผชิญ ด้วยการมอบระบบรักษาความปลอดภัยแบบหลายเลเยอร์ และการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับภัยคุกคามได้แบบเรียลไทม์ผ่านอินเตอร์เฟซที่เรียบง่าย

โซลูชั่นต่าง ๆ ยังสามารถควบคุมได้จากส่วนกลางและสามารถปกป้องการเชื่อมต่อบนระบบเน็ตเวิร์ค เซิร์ฟเวอร์ และอุปกรณ์ลูกข่ายต่าง ๆ ที่อยู่บนระบบปฏิบัติการ อยู่ในอุปกรณ์ และแอพพลิเคชั่นที่หลากหลายได้ ทั้งนี้ก็เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดความซ้ำซ้อนในการใช้งาน และเพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชั่นระบบรักษาความปลอดภัยให้กับอุปกรณ์ลูกข่ายของ เทรนด์ ไมโคร และข้อมูลรายงาน Magic Quadrant for Endpoint Protection Platforms ได้ที่ https://resources.trendmicro.com/Gartner-Magic-Quadrant-Endpoints.html

 

1Gartner “Magic Quadrant for Endpoint Protection Platforms” by Peter Firstbrook, Eric Ouellet, 1 February, 2016.

2Trend Micro positioned in Leaders Quadrant under the names Magic Quadrant for Endpoint Protection and Magic Quadrant for Enterprise Antivirus

 

เกี่ยวกับ เทรนด์ ไมโคร

trend-micro-logo

เทรนด์ ไมโคร อินคอร์ปอเรทเต็ด ผู้นำระดับโลกด้านซอฟต์แวร์ความปลอดภัย มุ่งมั่นที่จะสร้างโลกที่ปลอดภัยสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิตอล จากประสบการณ์มากกว่า 27 ปีของเรา โซลูชั่นของเราได้ให้บริการทั้งสำหรับผู้ใช้ทั่วไป องค์กรธุรกิจ และหน่วยงานภาครัฐ โดยนำเสนอระบบรักษาความปลอดภัยแบบหลายระดับขั้นการปกป้อง ในอุปกรณ์พกพา อุปกรณ์ลูกข่าย เกตเวย์ เซิร์ฟเวอร์ และระบบคลาวด์ เทรนด์ ไมโคร ช่วยปกป้องข้อมูลอย่างชาญฉลาด ด้วยเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่ก้าวล้ำ ใช้งานและบริหารจัดการง่าย มีการพัฒนาเพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่างไม่หยุดนิ่ง โซลูชั่นทั้งหมดของเราขับเคลื่อนด้วย ระบบวิเคราะห์และเฝ้าระวังภัยคุกคามระดับโลกแบบออนไลน์ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐาน Trend Micro™ Smart Protection Network™ ที่พร้อมสนับสนุนลูกค้าด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านภัยคุกคามกว่า 1,200 คนทั่วโลก ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.trendmicro.co.th

from:https://www.techtalkthai.com/trend-micro-gartner-magic-quadrant-endpoint-protection-platform/