ทีมจาก MIT คว้ารางวัลออกแบบ Hyperloop, Musk บอกจะจัดไปเรื่อยๆ จนกว่าจะใช้ได้จริง

ประกาศผลไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับงานแข่งขันออกแบบ Hyperloop ที่จัดโดย SpaceX โดยตลอดการแข่งขันเป็นระยะเวลาสองวันเต็ม ผู้ชนะรางวัลใหญ่สุดตกเป็นของทีม MIT Hyperloop Team จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์

สำหรับทีม MIT Hyperloop Team ที่ชนะการแข่งขันในครั้งนี้จะได้นำผลงานไปสร้างเพื่อทดลองวิ่งจริงในเส้นทางใกล้สำนักงานใหญ่ของ SpaceX เป็นระยะทาง 1 ไมล์ ร่วมกับอีกสิบทีมจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่จะได้ร่วมทดสอบด้วย

ในระหว่างงาน Musk ตอบคำถามผู้ร่วมงานเกี่ยวกับ Hyperloop หลายอย่างตั้งแต่แรงบันดาลใจในการคิดเทคโนโลยีนี้ที่มาจากสภาพรถติดในเมืองลอสแอนเจลิส ไปจนถึงไอเดียใหม่ๆ ที่ Musk วางแผนจะทำต่อไปอย่างเครื่องบินไอพ่นพลังไฟฟ้า ซึ่งแย้มมาว่าใกล้ความเป็นจริงเข้าไปทุกทีแล้ว

Musk บอกว่าแม้ผลการแข่งขันจะได้ข้อสรุปแล้ว แต่ SpaceX จะยังมีงานแบบนี้จัดอีกต่อเนื่องจนกว่าจะได้เห็น Hyperloop ตัวเป็นๆ แต่ก็ไม่ได้ตบปากรับคำว่าจะให้เงินทุนสนับสนุนกับบริษัทที่กำลังพัฒนา Hyperloop แต่อย่างใด

ที่มา – The Verge

ภาพประกอบ ไม่เกี่ยวกับงานแข่งขัน

Hyperloop, Elon Musk, SpaceX, Transportation

from:https://www.blognone.com/node/77305

DataTraveler 2000 แฟลชไดร์ฟที่ล็อคข้อมูลอย่างแน่นหนาด้วยรหัส PIN

เป็นสินค้ารุ่นใหม่จากทาง Kingston ที่เปิดตัวในงาน CES2016 ที่ผ่านมา กับ DataTraveler 2000 แฟลชไดร์ฟสำหรับบันทึกข้อมูลที่มีระบบการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลแบบไม่เหมือนใคร เพราะที่ตัวแฟลชไดร์ฟจะมีปุ่มให้กดรหัสปลดล็อคให้ถูกต้องก่อนจึงจะใช้งานได้

DataTraveler 2000

เป็นแฟลชไดร์ฟแบบ USB 3.1 ความเร็วในการอ่านข้อมูลอยู่ที่ 135 MBps และเขียนข้อมูลที่ 40 MBps ความปลอดภัยของข้อมูลจะถูกเข้ารหัสแบบ AES 256-bit ระดับฮาร์ดแวร์ ในโหมด XTS การใช้งานเมื่อเสียบเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วข้อมูลทุกอย่างจะถูกล็อคเอาไว้ จะต้องทำการกดรหัสที่ปุ่มบนตัวแฟลชไดร์ฟให้ถูกต้องตามที่กำหนดไว้จึงจะใช้งานได้ มีระบบล็อคอัตโนมัติที่จะทำงานเมื่อไดร์ฟถูกนำออกจากอุปกรณ์ และคีย์เข้ารหัสจะถูกลบหลังจากพยายามเจาะข้อมูลล้มเหลว 10 ครั้ง

kingston DataTraveler 2000

ถือว่าเป็นแฟลชไดร์ฟที่เหมาะสำหรับงานที่ต้องการรักษาความลับและความปลอดภัยของข้อมูลอย่างสูง ทาง Kingston ผลิตสินค้าตัวนี้มาโดยมุ่งเน้นสำหรับผู้ใช้งานระดับองค์กรและธุรกิจระดับใหญ่และกลางเป็นหลัก นอกจากนี้มันยังมีความคงทนป้องกันน้ำและฝุ่นได้อีกด้วยในระดับมาตรฐาน IP57 ส่วนการใช้งานรองรับในระบบปฎิบัติการ Windows® 10, Windows 8.1, 8, 7 (SP1), Vista® (SP2), Mac OS X v. 10.8.x+, Linux v. 2.6.x+, Chrome OS™, Android

สำหรับ DataTraveler 2000 มีกำหนดวางจำหน่ายช่วงเดือนมีนาคม 2016 นี้ โดยจะมีให้เลือกด้วยกัน 3 ขนาดคือ 16GB, 32GB และ 64GB

ข้อมูลจาก : Fossbytes

from:http://www.techoffside.com/2016/01/datatraveler-2000-pin-lock/

มาฟัง CMO ของ Coke อธิบายกันดีกว่าว่าทำไมถึงเลิกใช้สโลแกน “Open Happiness”

Marcos de Quinto

2 อาทิตย์ที่ผ่านมา เจอเพื่อนๆ ในแวดวงโฆษณาพูดคุยกันถึงสโลแกนใหม่ของ Coke ทำให้ต่อมความสงสัยเริ่มทำงาน ผมเลยไปสรุปมาให้เพื่อนๆ thumbsupers อ่านกันครับ

7 ปีที่ผ่านมา Coke ใช้สโลแกน “Open Happiness” หรือภาษาไทยว่า “เปิดโค้ก เปิดความสุขให้ชีวิต” มาโดยตลอด แต่เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงตัวผู้บริหารจาก Joe Tripodi มาเป็น Marcos de Quinto เมื่อตุลาคม 2014 CMO คนใหม่ก็เดินหน้าสร้างสโลแกนใหม่ พร้อมกับเปิดตัวแคมเปญส่งเสริมแบรนด์ภายใต้ชื่อว่า “Taste the Feeling”

ผมพยายามค้นคว้าหาประวัติเก่าๆ ของสโลแกนก็พบในผู้จัดการรายสัปดาห์ระบุไว้ว่า ที่จริง Coke ได้เปลี่ยนสโลแกนมาหลายต่อหลายยุคแล้ว ไล่เรียงลำดับได้ดังนี้

– 1969 “It’s the Real Thing”
– 1971  “I’d like To Buy the World a Coke”
– 1979 “Have a Coke and a Smile”
– 1982 “Coke Is It!”
– 1986 “Red, White and You”
– 1990 “Can’t Beat the Real Thing”
– 1993 “Always Coca-Cola”
– 2001 “Life Tastes Good”
– 2006  “The Coke Side of Life”
– 2009 “Open Happiness”

และมันก็เป็นเรื่องปกติถ้า CMO คนใหม่ขึ้นมา ขืนยังใช้สโลแกนเดิมก็คงโดนโห่แน่นอน แต่แฟนๆ ของ Coke หลายคนก็คงสงสัยนะว่า “Open Happiness” ซึ่งใช้ได้ดีมาหลายปีดีดักนั้นจะเปลี่ยนเป็นอะไรได้ เพราะสโลแกนที่ว่านี้ได้ใจคนดิจิทัลไปเยอะมาก อย่างคลิป อินเดีย-ปากีสถาน ที่โด่งดัง

taste the feeling

ในแคมเปญ “Taste the Feeling” จะเน้นเอาผลิตภัณฑ์มาเป็นศูนย์กลางของโฆษณาทุกชิ้น เพราะ Coke ต้องการที่จะชนะใจผู้บริโภคในตลาดของเครื่องดื่มประเภทโซดา และจะใช้กลยุทธ์ในการสื่อสารแบรนด์แบบ “one-brand approach” โดยผลิตภัณฑ์อย่าง Diet Coke, Coke Zero ก็จะมาอยู่ในแคมเปญเดียวกันไม่ทำแยก

Marcos de Quinto ได้เผยว่าเขาต้องการที่จะให้ทิศทางใหม่กับแบรนด์ Coke ในแบบที่ดูเรียบง่าย และถ่อมตัวมากขึ้น โฆษณาที่จะออกมาก็จะเป็นเรื่องเล่าที่มีอารมณ์ เพียงแต่คราวนี้ภายใต้แนวคิด “Taste the Feeling” Coke จะเข้าไปอยู่ในทุกๆ จังหวะของชีวิตคน ไม่ว่าจะเป็นการออกเดต, อกหัก, อยู่ภายใต้ความกดดัน ก็จะมีขวด Coke ไปปรากฏอยู่ตรงนั้น เหมือนเป็นการบอกว่า Coke จะกลับไปที่คุณค่าหลักของมัน และเขาย้ำว่า

“ที่ผ่านมาเราพูดถึงแบรนด์ แต่เรากลับพูดถึงผลิตภัณฑ์น้อยเกินเกินไป” (We have been just talking about the brand, but talking very little about the product.)

เมื่อเราพยายามที่จะแสดงความฉลาดออกมา เราก็เริ่มที่จะสร้างระยะห่างของแบรนด์กับคนมากยิ่งขึ้นเท่านั้น (When we start over-intellectualizing … we started unconsciously creating distance with the people)

นอกจากนี้เรายังมีบางอย่างที่หายไป นั่นคือ คนอายุ 14-16 จะเริ่มลืมคุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์เราไป ซึ่งนั่นก็คือ รสชาติของ Coke มันดีมากๆ (We are lagging certain things… People who today are 14 or 16 have not heard about most of the product benefits.” Coke is “something that tastes really good.”)

พูดง่ายๆ ว่า Coke ไม่ได้พยายามจะ “fixing happiness” แบบที่ผ่านมา Taste the Feeling จะเป็นบางสิ่งที่เรียบง่าย คล้ายกับที่เคยมี “Have a Coke and a Smile” และกลับมาที่ “รสชาติ” ซึ่งเป็นคุณประโยชน์หลักของผลิตภัณฑ์นั่นเอง

การกำหนดทิศทางด้าน Branding ใหม่ของ Coke นั้นเป็นอะไรที่ท้าทาย เพราะเอาเข้าจริงๆ Coke ต้องต่อสู้กับความจริงที่ว่าการบริโภคเครื่องดื่มประเภทอัดลมกำลังลดลง เพราะกระแสรักสุขภาพของคนเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ยอดขายทั่วโลกโตแค่ประมาณ 1%

สำหรับ “Taste the Feeling” เอเยนซี่ที่เข้ามาร่วมทำงานกับ Coke คือ: Ogilvy New York, Sra. Rushmore จาก Madrid, Santo จาก Buenos Aires และ Mercado-McCann จาก Argentina.

ความเห็นส่วนตัว: ไม่ค่อยชอบ Taste the Feeling เท่าไหร่ครับ รู้สึกว่า Open Happiness เป็นอะไรที่เท่กว่า เวลาเล่าเรื่อง อาจจะเป็นเพราะ Open Happiness ไม่ค่อยยึดเอาผลิตภัณฑ์เป็นศูนย์กลาง และเราก็ชอบแบบนั้น แต่พอได้อ่านความคิดของ CMO คนใหม่ก็ยอมรับว่าในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา ก็เร่ิมจะลืมไปแล้วจริงๆ ว่ารสชาติของ Coke มันดี แต่ Coke แทบไม่ได้ออกมาพูดเรื่องนี้เลย รู้แต่ว่า Coke เกี่ยวข้องกับความสุขของคน ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่า Coke จะมาแนวไหน

ที่มา: AdAge

from:http://thumbsup.in.th/2016/01/coke-cmo-explains-why-stop-open-happiness/

Chrome Canary เวอร์ชันล่าสุดเพิ่มอินเทอร์เฟซใหม่แบบ Material Design เข้ามาแล้ว

กูเกิลยังคงเดินหน้าแปลงโฉมแอพ และบริการของตัวเองให้ใช้แนวทางออกแบบใหม่อย่าง Material Design อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดความคืบหน้าของฝั่ง Chrome เริ่มมีมาให้เห็นกันบ้างแล้ว

โดย Chrome โฉมใหม่สไตล์ Material Design ถูกเพิ่มมาใน Chrome OS เวอร์ชัน 50 (canary ตัวปัจจุบัน) เป็นที่เรียบร้อย แต่เนื่องจากยังไม่เสร็จดีจึงยังไม่ถูกตั้งเป็นค่ามาตรฐาน ตัวอินเทอร์เฟซนั้นจะไม่ต่างจากของเดิมมากนัก โดยการเปลี่ยนแปลงหลักๆ จะมีตั้งแต่การทำขอบให้คมขึ้น แอนิเมชันเวลาคลิกที่ไอคอน ออกแบบไอคอนใหม่ รวมถึงเปลี่ยนปุ่มเมนูจากสามขีด กลายเป็นสามจุดเหมือนใน Android แทน

นอกจากหน้าหลักแล้ว หน้าอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Downloads, Extensions, Settings และ History ยังถูกออกแบบใหม่หมดเช่นกัน โดยการเปลี่ยนแปลงเกือบทั้งหมดสามารถใช้ได้ทั้งบน Windows และ Chrome OS ก่อน ส่วน OS X จะตามมาทีหลัง

คนที่ติดตั้ง Chrome OS รุ่น canary อยู่แล้ว สามารถทดลอง Material Design ด้วยการไปปรับใน chrome://flags ยกเว้นหน้าตั้งค่าแบบใหม่ที่สามารถเข้าได้จาก chrome://md-settings เลยครับ

ที่มา – The Next Web

Chrome ในแบบ Material Design

หน้าตั้งค่าโฉมใหม่

Chrome, Material Design, Chrome OS, Google

from:https://www.blognone.com/node/77304

วิธีฟังเพลงจาก JOOX บนเครื่องคอมฯ / ผ่านเว็บไซต์

เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน แต่ตอนนี้รู้สึกว่ากระแสการฟังเพลงผ่านบริการของ JOOX จะได้รับความนิยมในหมู่ผู้ใช้ชาวไทยมาก ด้วยความที่เป็นแอปสามารถฟังและดาวน์โหลดมาเก็บไว้ในมือถือได้ฟรีๆ มีทั้งเพลงไทยและต่างประเทศให้เลือกฟังมากมาย แบบถูกลิขสิทธิ์

มีหลายคนคิดว่า JOOX จะมีแต่ในแอปมือถือ และอยากจะฟังเพลงผ่านคอมฯ ตอนทำงาน แต่ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร ซึ่งจริงๆ แล้วเราสามารถฟังเพลงใน JOOX ได้ผ่านเครื่องคอมด้วยครับ เป็นการฟังออนไลน์ผ่านหน้าเว็บ ซึ่งผมจะมาแนะนำในตอนนี้ …เว็บที่ว่านี้ก็คือ http://music.sanook.com นั่นเองครับ (Sanook! เขาเป็นพาร์ทเนอร์กับ JOOX)

เมื่อเข้ามาแล้ว จะมีเมนูให้เราทำการเข้าสู่ระบบ ซึ่งเราสามารถใช้ Facebok หรือ WeChat ที่ใช้ตอนสมัคร JOOX ในมือถือมาล็อกอินได้เลย

เมื่อล้อกอินมาแล้ว ก็จะเข้ามาที่หน้าส่วนตัวของเรา ไม่ว่าจะเป็นเพลลิสต์ หรือเพลงที่เราจัดกลุ่มไว้จากในมือถือ ก็จะซิงก์เข้ามาในเว็บนี้ด้วยครับ สามารถฟังต่อเนื่องได้เลย ไม่ต้องจัดเพลงใหม่ !

หรือใครจะค้นหาเพลงใหม่ จัดเพลลิสต์ใหม่ผ่านหน้าเว็บนี้ก็ได้ครับ มันจะซิงก์ไปที่ในแอปมือถือเช่นเดียวกัน

สามารถเล่นเพลงได้ต่อเนื่อง และดูเนื้อเพลง ได้เช่นเดียวกับในแอป ใช้เปิดฟังระหว่างทำงานได้สบายๆ ดีกว่าฟังผ่าน Youtube อีกครับ (ใช้เน็ตน้อยกว่า แถมไม่หน่วงเครื่องเท่า)

ยังไปเล่นกันดูได้ครับที่ http://music.sanook.com


from:http://feedproxy.google.com/~r/9tana/~3/bXTkpWyTn7w/

วิธีฟังเพลงจาก JOOX บนเครื่องคอมฯ / ผ่านเว็บไซต์

เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน แต่ตอนนี้รู้สึกว่ากระแสการฟังเพลงผ่านบริการของ JOOX จะได้รับความนิยมในหมู่ผู้ใช้ชาวไทยมาก ด้วยความที่เป็นแอปสามารถฟังและดาวน์โหลดมาเก็บไว้ในมือถือได้ฟรีๆ มีทั้งเพลงไทยและต่างประเทศให้เลือกฟังมากมาย แบบถูกลิขสิทธิ์

มีหลายคนคิดว่า JOOX จะมีแต่ในแอปมือถือ และอยากจะฟังเพลงผ่านคอมฯ ตอนทำงาน แต่ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร ซึ่งจริงๆ แล้วเราสามารถฟังเพลงใน JOOX ได้ผ่านเครื่องคอมด้วยครับ เป็นการฟังออนไลน์ผ่านหน้าเว็บ ซึ่งผมจะมาแนะนำในตอนนี้ …เว็บที่ว่านี้ก็คือ http://music.sanook.com นั่นเองครับ (Sanook! เขาเป็นพาร์ทเนอร์กับ JOOX)

เมื่อเข้ามาแล้ว จะมีเมนูให้เราทำการเข้าสู่ระบบ ซึ่งเราสามารถใช้ Facebok หรือ WeChat ที่ใช้ตอนสมัคร JOOX ในมือถือมาล็อกอินได้เลย

เมื่อล้อกอินมาแล้ว ก็จะเข้ามาที่หน้าส่วนตัวของเรา ไม่ว่าจะเป็นเพลลิสต์ หรือเพลงที่เราจัดกลุ่มไว้จากในมือถือ ก็จะซิงก์เข้ามาในเว็บนี้ด้วยครับ สามารถฟังต่อเนื่องได้เลย ไม่ต้องจัดเพลงใหม่ !

หรือใครจะค้นหาเพลงใหม่ จัดเพลลิสต์ใหม่ผ่านหน้าเว็บนี้ก็ได้ครับ มันจะซิงก์ไปที่ในแอปมือถือเช่นเดียวกัน

สามารถเล่นเพลงได้ต่อเนื่อง และดูเนื้อเพลง ได้เช่นเดียวกับในแอป ใช้เปิดฟังระหว่างทำงานได้สบายๆ ดีกว่าฟังผ่าน Youtube อีกครับ (ใช้เน็ตน้อยกว่า แถมไม่หน่วงเครื่องเท่า)

ยังไปเล่นกันดูได้ครับที่ http://music.sanook.com

from:http://www.9tana.com/node/joox-web/

บริษัทประกันด้านสุขภาพยักษ์ใหญ่ในอเมริกา ทำฮาร์ดดิสที่มีข้อมูลลูกค้ากว่า 950,000 ราย หายไป

Credit: ShutterStock.com
Credit: ShutterStock.com

บริษัท Centene ได้ออกมากล่าวว่า ทางบริษัทได้ทำฮาร์ดดิสหายไปจำนวน 6 ลูก ซึ่งภายในนั้นมีข้อมูลของลูกค้าตั้งแต่ปี 2009 จนถึงปี 2015 จำนวนกว่า 950,000 ราย โดยประกอบไปด้วย ชื่อ, ที่อยู่, วันเกิด, หมายเลขประกันสังคม (Social Security Number), รหัสสมาชิก และข้อมูลสุขภาพ แต่ไม่รวมข้อมูลทางด้านการเงินหรือข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆ อย่างไรก็ตาม ไม่มีการเปิดเผยสาเหตุว่าฮาร์ดดิสดังกล่าวหายไปได้อย่างไร

ล่าสุด ทาง Centene กำลังเตรียมที่จะแจ้งลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากการรั่วไหลของข้อมูลชุดนี้ และเตรียมจะเสนอเครดิตและแผนตรวจสุขภาพฟรีเพื่อเป็นการรับผิดชอบ นอกจากนั้น Centene มีแผนที่จะตรวจสอบและปรับปรุงขั้นตอนต่างๆที่มีระบบไอทีเข้ามาเกี่ยวข้องอีกด้วย

Centene เป็นบริษัทประกันด้านสุขภาพ และเป็นหนึ่งในบริษัทที่ติดอันดับ Fortune 500 โดยในปี 2014 มียอดขายสูงถึง 16 พันล้านเหรียญสหรัฐ และมีสมาชิกมากกว่า 2.9 ล้านราย ใน 21 รัฐ ทั่วอเมริกา

ที่มา : http://www.computerworld.com/article/3026401/healthcare-it/health-insurer-loses-6-hard-disk-drives-with-records-of-95000-customers.html

from:https://www.techtalkthai.com/health-insurer-data-breach-950000-customers/

เมื่อ Hybrid Cloud และ Data Analytics กลายเป็นเบื้องหลังการสร้างกังฟูแพนด้าภาค 3

กังฟูแพนด้าภาค 3 ภาพยนตร์อนิเมชั่นจากทาง DreamWorks Animation ที่เพิ่งฉายในโรงหนังไปเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2016 ที่อเมริกานั้น ได้มีการออกมาเปิดเผยว่าเบื้องหลังนั้นมีความร่วมมือกับ Hewlett Packard Enterprise (HPE) เพื่อสร้างระบบ Hybrid Cloud และ Big Data Analytics สำหรับใช้ในการผลิตภาพยนตร์เรื่องนี้ขึ้นมาโดยเฉพาะทั่วโลก ซึ่งก็ถือเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่น่าสนใจมากสำหรับการประยุกต์นำเทคโนโลยีมาใช้ในวงการภาพยนตร์และอนิเมชั่นในครั้งนี้

kung-fu-panda-3_banner

ในอนิเมชั่นเรื่องกังฟูแพนด้าภาค 3 ทั้งเรื่องนี้ ประกอบไปด้วยจำนวน Frame มากกว่า 118,000 Frame, 240,000 ล้าน Pixel, 600 ล้านไฟล์ และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลถึง 475 Terabytes ซึ่งภาพและเสียงทั้งหมดนี้ก็ถูก Render และประมวลผลรวมกันภายใน Hybrid Cloud ที่ HPE พัฒนาขึ้นมา สำหรับให้เหล่าศิลปินและผู้กำกับได้เข้าไปทำงานร่วมกันแบบ Real-time ได้จากทุกๆ สาขาทั่วโลกพร้อมๆ กัน

การนำ Cloud เข้ามาช่วยนี้ได้ตอบโจทย์ในการสร้างกังฟูแพนด้า 3 เป็นอย่างมาก เพราะภาคนี้เป็นเรื่องราวที่มีหมู่บ้านแพนด้า ซึ่งการ Render ภาพของหมีแพนด้าจำนวนมากที่มี “ขน” ให้ดูนุ่มฟูน่ารักน่ากอด รวมถึงการ Render ฉากที่หมีแพนด้ามีปฏิสัมพันธ์กันอย่างการกอดหรือการต่อสู้กันนั้น ถือเป็นความท้าทายอย่างมาก และพลังประมวลผลจากระบบ Cloud ก็เป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาเติมเต็มโจทย์นี้เป็นอย่างดี

อีกความน่าสนใจมากๆ ก็คือภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่องนี้มีการ Render ปากของตัวละครตามเสียง และ DreamWorks Animation ก็ได้ทำภาพยนตร์เรื่องนี้ใน 2 เวอร์ชั่น ได้แก่เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ และเวอร์ชั่นภาษาจีน ดังนั้นการ Render ปากและการพูดของตัวละครแต่ละตัวนั้นจึงต้องแตกต่างกันทั้งหมด และการทำแบบนี้จะเป็นไปไม่ได้เลยหากไม่มี Cloud เข้ามาช่วย

ไม่เพียงเท่านั้น การนำเทคโนโลยี Big Data Analytics เข้ามาจับในการผลิตอนิเมชั่นจนเกิดเป็น Animation Analytics ด้วยการนำ HPE Vertica เข้ามาประยุกต์ใช้งาน ทำให้เหล่าครีเอทีฟสามารถติดตามการ Render งานทั้งหมดบน Cloud ทั่วโลกได้แบบ Real-time และมองเห็น Trend ต่างๆ พร้อมทั้งสามารถลดเวลาที่ใช้ในการประมวลผลลงได้

Animation Analytics นี้มีความสำคัญต่อขั้นตอนการทำงานและการตัดสินใจของทีมงานสร้างสรรค์ Animation ที่มีขนาดใหญ่และกระจายตัวอยู่ทั่วโลกนี้เป็นอย่างมาก เพราะทำให้ทุกคนรู้ลำดับและกำหนดการของผลการ Render งานทั้งหมด ทำให้แต่ละฝ่ายสามารถวางแผนการทำงานได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น, จัดการความเสี่ยงที่เกิดได้ดียิ่งขึ้น และทำให้ทุกการตัดสินใจเกิดขึ้นเร็วกว่าเดิม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็ส่งผลกระทบกับจำนวนงานที่ต้อง Render ทั้งหมดโดยตรง

ทั้งนี้ทาง DreamWorks Animation เองก็ได้ออกมาเปิดเผยว่าโดยรวมแล้วการสร้างอนิเมชั่นในภาคนี้ไม่ได้เสร็จเร็วกว่าภาคแรกในปี 2008 แต่อย่างใดทั้งๆ ที่มีเทคโนโลยีมาช่วย แต่ด้วยเทคโนโลยีเหล่านี้ก็ทำให้ทั้งทีมสามารถใส่ใจในรายละเอียดได้มากขึ้น, ปรับปรุงอนิเมชั่นให้สนุกยิ่งขึ้น รวมถึงการตัดสินใจใส่ฉากต่างๆ เพิ่มเข้าไปก็สามารถทำได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ส่งผลให้กังฟูแพนด้า 3 มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นนั่นเอง

ที่มา: https://www.hpematter.com/issue-no-8-winter-2016/hybrid-cloud-and-data-analytics-real-stars-dreamworks-animations-kung-fu 

from:https://www.techtalkthai.com/hybrid-cloud-and-data-analytics-are-key-factors-for-creating-kung-fu-panda-3/

[PR] อินเทล มุ่งเพิ่มขีดความสามารถและพัฒนาศักยภาพด้านนวัตกรรมแก่เยาวชนไทย ผ่านโครงการ Innovation Space

กรุงเทพฯ 29 มกราคม, 2559 — บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ ( ประเทศไทย ) จำกัด ได้จัดทริปนำสื่อมวลชนด้านไอทีเข้าสังเกตการณ์การอบรมเชิงปฎิบัติการแก่นักเรียนระดับมัธยมศึกษาในโครงการ Innovation Space ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์ ซึ่งโครงการนี้มุ่งพัฒนาเยาวชนไทยให้นำเทคโนโลยีไปใช้สร้างสรรค์นวัตกรรม โดยเป็นหนึ่งในโครงการเพื่อสังคมของอินเทล

intel-innovation-space-3

นายสนธิยา หนูจีนเส้ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ ( ประเทศไทย ) จำกัด กล่าวถึงโครงการเพื่อสังคมของอินเทลว่า “อินเทลมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างศักยภาพทางเทคโนโลยีผ่านโครงการเพื่อสังคมต่าง ๆ เนื่องจากเราเชื่อว่าเทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของทุกประเทศ โดยในประเทศไทย เรามุ่งเน้นโครงการเพื่อสังคมที่เกี่ยวกับการศึกษาเป็นหลัก ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในหลักสูตรการเรียนการสอน เพื่อยกระดับการศึกษาอย่างมีคุณภาพ ผ่านโครงการ Intel Teach ส่วนที่สองเป็นการส่งเสริมขีดความสามารถของประชาชนในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวันได้มากขึ้น ผ่านหลักสูตร Intel Easy Steps ซึ่งเราได้จัดอบรมให้กับประชาชนทั่วไปกว่า 20,000 ราย และ จัดอบรมหลักสูตร Intel Entrepreneurship Basics ให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งเริ่มดำเนินการในปี 2558 และส่วนที่สาม คือ การสร้างขีดความสามารถในการพัฒนานวัตกรรมไอทีให้กับนักเรียนและนักศึกษาไทย โดยอาศัยเครือข่ายมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วประเทศในการเป็นศูนย์กลางความคิดและส่งเสริมทักษะการคิด ประดิษฐ์ ทำด้วยเทคโนโลยี ผ่านวัฒนธรรมเมกเกอร์ เราหวังว่าโครงการทั้งหมดนี้จะสามารถผลักดันให้คนไทยป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ สู่ตลาดโลก มิใช่เป็นเพียงผู้ใช้เทคโนโลยีเท่านั้น”

intel-innovation-space-4

ด้านนางสาวสติยา ลังการ์พินธุ์ ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ ( ประเทศไทย ) จำกัด ในฐานะผู้รับผิดชอบในการผลักดันด้านการศึกษาของอินเทล ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า “เป้าหมายปลายทางของอินเทล คือการสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนไทยมีความสามารถในการสร้างนวัตกรรมด้วยเทคโนโลยี เพราะระบบอัตโนมัติต่าง ๆ กำลังถูกพัฒนาขึ้นมาอย่างรวดเร็วเพื่อทดแทนแรงงานพื้นฐาน ความยาก คือเราจะบ่มเพาะเด็ก ๆ ให้คิดเชิงนวัตกรรม คิดสร้างสรรค์ คิดแก้ปัญหาด้วยวิธีการใหม่ ๆ ได้อย่างไร วิธีการที่เราเลือกใช้คือสร้างบรรยากาศการเรียนรู้แบบไม่เป็นทางการ สร้างพื้นที่ สร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้เล่นกับเทคโนโลยี สร้างสิ่งประดิษฐ์เจ๋ง ๆ ไม่ใช่เพราะต้องทำหรือถูกกำหนดให้ทำ แต่เพราะตนเองสนใจและรักที่จะทำ นี่คือวัฒนธรรมเมกเกอร์หรือวัฒนธรรมนักประดิษฐ์ เมกเกอร์ใช้เทคโนโลยีเปลี่ยนจินตนาการให้เป็นความจริงด้วยการคิดค้นด้วยตนเอง เรียนรู้จากเพื่อน เรียนรู้จากแหล่งข้อมูลมากมายที่เทคโนโลยีเชื่อมโยงมาให้ บรรยากาศแบบนี้ส่งเสริมให้คนคิดเชิงนวัตกรรม ให้กล้าทำสิ่งที่แตกต่าง ให้เรียนรู้จากความผิดพลาด แล้วลองเริ่มต้นคิดค้นวิธีการใหม่ ๆ”

“อินเทลดำเนินโครงการ Innovation Space เพื่อเป็นแรงหนึ่งในการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทยสู่ “สังคมแห่งปัญญา” ( Smart Society ) กิจกรรมในโครงการ Innovation Space ถูกจัดขึ้นโดยหลายหน่วยงานทั้งระดับโรงเรียน และระดับอุดมศึกษา เพื่อเปิดพื้นที่ เปิดโอกาสให้นักเรียน หรือแม้กระทั่งครูอาจารย์ได้ลองเรียนรู้ด้วยวิธีการใหม่ ๆ ได้ลองออกแบบและประดิษฐ์อุปกรณ์อัจฉริยะ ( smart device ) ที่ประยุกต์ใช้หน่วยประมวลผลคอมพิวเตอร์ เช่น ชุดอุปกรณ์ อินเทล กาลิเลโอ ( Intel Galileo ) ซึ่งช่วยให้นักเรียนมีทักษะพื้นฐานในการทำให้อุปกรณ์ต่าง ๆ รับข้อมูลจากสภาพแวดล้อม และตัดสินใจทำงานตามที่โปรแกรมไว้ นอกจากนั้นยังสามารถเชื่อมโยงสู่ระบบอินเทอร์เน็ต เพื่อบันทึก วิเคราะห์และใช้ประโยชน์จากข้อมูลได้อย่างง่ายดาย ทักษะพื้นฐานเหล่านี้จะมีคุณค่ามากในวันข้างหน้าที่โลกมุ่งเข้าสู่ยุคของอินเตอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ ( Internet of Things – IoT ) ซึ่งต่อไปอุปกรณ์อัจฉริยะจะเชื่อมโยงกันเป็นระบบอัจฉริยะต่าง ๆ เช่น ระบบเมืองอัจฉริยะ ( Smart City ) ระบบขนส่งอัจฉริยะ ( Smart Transportation ) ดังนั้น Innovation Space จึงเป็นทั้งพื้นที่และโอกาส ที่เยาวชนไทยจะได้ลงมือประดิษฐ์คิดค้นด้วยเทคโนโลยี สร้างให้เค้ามีทักษะด้านนวัตกรรม และมีแรงบันดาลใจในการใช้เทคโนโลยีไปทำสิ่งที่มีประโยชน์ ในขณะเดียวกันก็ได้เล่นสนุก ได้เรียนรู้อย่างมีความสุข” นางสาวสติยา กล่าวเสริม

intel-innovation-space-2

สำหรับการอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ จัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์ โดยมีนักเรียนและคณาจารย์เข้าร่วมจาก 3 โรงเรียนในจังหวัดนครนายก ได้แก่ โรงเรียนบ้านนา นายกพิทยากร โรงเรียนปิยชาติพัฒนา และโรงเรียนภัทรพิทยาจารย์ โดยนักเรียนได้แบ่งกลุ่มเพื่อสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ที่หลากหลาย ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี อินเทล กาลิเลโอ เจนเนอเรชัน 2 ( Intel Galileo Gen 2 ) เช่น เครื่องตรวจวัดและเก็บข้อมูลสภาพอากาศ อุปกรณ์นับจำนวนรถในที่จอดรถพร้อมสัญญานไฟแสดงตำแหน่งที่จอดรถว่าง อุปกรณ์รดน้ำต้นไม้อัตโนมัติ เป็นต้น

อาจารย์ ดร. สถาพร มนต์ประภัสสร หัวหน้าภาควิชาภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์ ผู้ประสานงานกิจกรรม Innovation Space ในครั้งนี้ กล่าวว่า “ ปีนี้เป็นปีแรกที่เราได้ร่วมมือกับอินเทลเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีแก่นักเรียน ด้วยการปรับใช้บอร์ด อินเทล กาลิเลโอ เพื่อประดิษฐ์เครื่องมือตรวจสอบและเก็บข้อมูลทางสิ่งแวดล้อม โครงการ Innovation Space ช่วยให้นักเรียนได้รับประโยชน์จากการเรียนรู้วิธีเก็บข้อมูลและประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาทางสิ่งแวดล้อมได้จริง เช่น การใช้อุปกรณ์อัจฉริยะนี้เก็บข้อมูลเพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับพื้นที่ทำการเกษตรในสภาพอากาศที่เหมาะสม ดังนั้น สิ่งต่าง ๆ ที่นักเรียนและครูได้เรียนรู้จากการกิจกรรมนี้ จึงเป็นเรื่องที่มีประโยชน์ต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการสร้างนวัตกรรมในระยะยาว”

ในส่วนของวิทยากร อาจารย์ ดร. ธีรเวทย์ ลิมโกมลวิลาศ อาจารย์ประจำภาควิชาภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวว่า “การสร้างโอกาสหรือเปิดพื้นที่ให้นักเรียนได้เข้าฝึกอบรม จะทำให้นักเรียนเกิดทักษะในการนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหา ซึ่งจะทำให้สามารถเข้าถึงวิธีการแก้ไขปัญหาได้เร็วขึ้น และเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องมากขึ้น และยังเป็นการส่งเสริมการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้และสร้างนวัตกรรมได้ด้วยตนเอง โดยคาดหวังว่าหากมีการจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการอย่างกว้างขวางและต่อเนื่อง นักเรียนซึ่งเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ในสังคมจะนำเทคโนโลยีมาสร้างนวัตกรรมที่สามารถประยุกต์ใช้ในภาคการเกษตร เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถเพิ่มผลผลิต และมีการจัดการสภาพแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น”

เป้าหมายในการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมของอินเทลมีความสอดคล้องกับเป้าหมายในการพัฒนาประเทศที่ต้องการพัฒนาคนไทยให้ก้าวเดินและแข่งขันได้บน “ถนนนวัตกรรม” ซึ่งการจะสร้างคนให้คิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ได้นั้นต้องกระตุ้นให้เกิดแรงบันดาลใจ สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่สนุกสนานผ่อนคลาย เร้าความคิดสร้างสรรค์ เปิดโอกาสให้ลองเล่นกับเทคโนโลยี พร้อมโจทย์ท้าทายว่าจะใช้เทคโนโลยีสร้างสรรค์อะไรเพื่อแก้ปัญหาปัญหาในชีวิตจริง บรรยากาศการเรียนรู้แบบนี้เกิดขึ้นแล้วในกิจกรรมโครงการ Innovation Space ในหลายภูมิภาค อินเทลยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ด้วยเทคโนโลยี และพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานและภาคส่วนต่าง ๆ ในการสร้างพื้นที่ของนวัตกรรมให้เกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างทั่วถึงต่อไป

intel-innovation-space

 

เกี่ยวกับอินเทล

 

อินเทล เป็นผู้นำในด้านนวัตกรรมการประมวลผล รวมทั้งการออกแบบ และสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่เป็นพื้นฐานการพัฒนาอุปกรณ์ประมวลผลระดับโลก ในฐานะของบริษัทที่เป็นผู้นำในบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน อินเทลจึงใช้แร่ธาตุจากแหล่งที่ปราศจากความขัดแย้ง ( Conflict-free ) เพื่อผลิตอุปกรณ์ประมวลผลวางจำหน่ายเป็นรายแรก ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอินเทล สามารถเข้าชมได้ที่ newsroom.intel.com, blogs.intel.com, ทวิตเตอร์ @Intelthailand, เฟสบุ๊ค IntelThailand และ conflictfree.intel.com

from:https://www.techtalkthai.com/intel-innovation-space/

Cartoon Wars 3 มาแล้ว เปิดให้มันส์พร้อมกันทั่วโลกทั้ง App Store และ Google Play ดาวน์โหลดได้ที่นี่

0c30a0cc-d261-4673-9749-67b1c14f9aee

สงครามตัวการ์ตูนกลับมาแล้ว! เมื่อ GAMEVIL เปิดให้บริการทั่วโลกกับเกม Cartoon Wars 3จากซีรี่ย์ Cartoon Wars สุดฮิตบน App Store และ Google Play เป็นที่เรียบร้อย  Cartoon Wars 3 ยังคงสไตล์การต่อสู้แบบบุกฐานทัพคู่ต่อสู้ในกราฟฟิคตัวการ์ตูนขีดเขียนเช่นเดียวกับ Cartoon Wars และ Cartoon Wars 2  แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาใหม่นั้นคือโหมดการเล่น multiplayer แบบต่างที่จะทำให้ผู้เล่นได้มันส์กันยิ่งกว่าเดิม:

d68cd787-dadb-4042-ac4e-3ae704cab208

• Raid: ผู้เล่นจะต่อสู้กับผู้เล่นอื่นเพื่อแย่งชิงทรัพยากรแล้วนำมาสร้างเมืองของตัวเองให้แข็งแกร่ง
• Siege: ผู้เล่นจะต้องสร้างปาร์ตี้ 7 คนเพื่อสู้กับทีมอื่นในการเอาชีวิตรอดและสู้กับกองทัพที่ดาหน้าเข้ามาให้ได้มากที่สุด
• Team Battle: ผู้เล่นต้องสร้างปาร์ตี้ 4 คนเพื่อสู้ในสงครามแบบ 4 ต่อ 4 เพื่อรับรางวัลโดยไม่ต้องใช้มานาในการเข้าร่วม

นอกจากนี้โหมดใหม่แล้ว  Cartoon Wars 3 ก็ยังมีการ Summon ที่ทำให้ผู้เล่นมีกองทัพทหารแบบใหม่ๆ ที่มีจุดเด่นแตกต่างกันไป ทำให้สนุกกับการวางแผนยิ่งขึ้น  และผู้เล่นยังสามารถอัพเกรด เพิ่มระดับ ผสม พัฒนา ใส่รูนให้ทหารเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง หรือสร้างทหารแบบใหม่ได้

471e14a5-fffa-4ec2-8c47-426a04a0290d

ตัวเกมยังประกอบไปด้วยโหมด Adventure ที่มีด่านให้ตะลุยอีกกว่า 200 ด่าน โดยผู้เล่นต้องใช้กองทัพทหารแบบต่างๆ ที่ใช้ระบบความได้เปรียบ-เสียเปรียบแบบเป่ายิงฉุบในการพิชิตศัตรูให้สำเร็จ

นอกจากโหมด Single player และ multiplayer แล้ว ก็ยังมีโหมด Expedition ที่ผู้เล่นสามารถส่งทหารที่ว่างอยู่ออกไปผจญภัยเพื่อรับ EXP และรางวัลอื่นๆ ได้อีกด้วย  และของรางวัลก็ยังสามารถหาได้จาก Bonus Roulette และการเปิดหีบเช่นกัน

0d871766-781f-4284-801e-1fd683694fe6

ยอดดาวน์โหลดมากกว่า 80 ล้านครั้งของเกม Cartoon Wars, Cartoon Wars 2 และเกมแนว hack-and-slash อย่าง Cartoon Wars Blade นั้น เป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่ากราฟฟิคเฉพาะตัวและการเล่นที่เรียบง่ายทำให้ซีรี่ย์ Cartoon Wars ครองใจตลาดโลกได้จริงๆ

4b5865fd-3f11-4ae8-a6a3-cd0c63ec5698

Cartoon Wars 3 เปิดให้ดาวน์โหลดฟรีแล้วบน App Store และ Google Play ทั่วโลก

ดาวน์โหลด Cartoon Wars 3 บน App Store: http://smarturl.it/CW3_PR_Appstore
ดาวน์โหลด Cartoon Wars 3 บน Google Play: http://smarturl.it/CW3_PR_GooglePlay

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=137394