แจกฟรี 5 แอพแต่งภาพสุดสยองบน iPhone รับวันฮาโลวีน

มาร่วมฉลองคืนสุดสยองในเทศกาลวันปล่อยผีกับคืนวันฮาโลวีนกันด้วยการแต่งภาพของตัวเองให้อินเทรนด์กันดีกว่า กับแอพแต่งภาพหน้าผีที่เรียกได้ว่าขนเอฟเฟ็คมาให้เลือกกันแบบไม่ต้องเสียเวลาไปแต่งหน้าจริงๆกันเลย แถมยังมีมาให้แต่งภาพกันฟรีๆในหลากหลายสไตล์ความสยองขวัญกันอีกด้วย ใครอยากแต่งภาพตัวเองให้น่ากลัวขนาดไหน ลองเข้ามาเลือกดูกันได้เลย

Screen Shot 2557-10-31 at 10.35.25 PM

เริ่มจากแอพ Halloween Photo Booth แอพนี้จะมาในแนวแต่งภาพสยองขวัญ กับใบหน้าที่ดูเหวอะหวะ แลดูน่ากลัว ไม่น้อยเลยทีเดียว

Screen Shot 2557-10-31 at 10.35.16 PM

Download Halloween Photo Booth Free for iPhone ได้ที่นี่

Screen Shot 2557-10-31 at 10.35.48 PM

ต่อกันด้วย Vampify กับผีในสไตล์ แวมไพร์ผีดิบดูดเลือดกันบ้าง ใครอยากเห็นหน้าตัวเองว่าถ้าเป็นแวมไพร์จะน่ากลัวขนาดไหน ต้องลองจัดไป

Screen Shot 2557-10-31 at 10.35.40 PM

Download Vampify Free for iPhone ได้ที่นี่

Screen Shot 2557-10-31 at 10.36.11 PM

ตามมาด้วย HauntedBooth เรียกได้ว่ามาแนวหลอนสมชือแอพกันเลยทีเดียว เพราะภาพที่ได้จะทำให้รู้สึกขนลุก และน่ากลัวกับภาพสไตล์ผีหลอกวิญญาณหลอนที่น่าสะพรึงกลัวในแบบ 3D แถมยังพ่วงดีกรีความน่ากลัวด้วยแอนนิเมชั่นหลอนๆอีกด้วย

Screen Shot 2557-10-31 at 10.35.59 PM

Download HauntedBooth Free for iPhone ได้ที่นี่

Screen Shot 2557-10-31 at 10.36.42 PM

และปิดท้ายที่ 2 แอพที่มีลักษณะการแต่งภาพในแนวเดียวกันกับ Zombify และ ZombieBooth 2 เพราะนี่คือแอพที่จะมาแต่งภาพให้คุณกลายเป็นผีดิบซอมบี้ที่น่าสยองนั่นเอง

Screen Shot 2557-10-31 at 10.36.33 PM

Download Zombify Free for iPhone ได้ที่นี่

 

Screen Shot 2557-10-31 at 10.37.11 PM Screen Shot 2557-10-31 at 10.36.57 PM

Download ZombieBooth 2 for iPhone ได้ที่นี่

ที่มา – http://www.flashfly.net/wp/?p=105442

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=105442

Drupal ประกาศช่องโหว่ร้ายแรง เว็บไซต์จำนวนมากเสี่ยงโดน SQL Injection

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา Drupal ประกาศช่องโหว่ร้ายแรงหมายเลข SA-CORE-2014-005 ที่ทำให้ระบบโดน SQL injection ได้ และรีบออก Drupal 7.32 มาแก้ไข

อย่างไรก็ตาม แฮ็กเกอร์ไม่พลาดโอกาสนี้ และรีบสแกนหาเว็บที่ยังไม่อัพเดตแพตช์อย่างรวดเร็ว คล้อยหลังการประกาศแพตช์เพียงแค่ 7 ชั่วโมงเท่านั้น ผลคือเว็บ Drupal 7 ที่อัพเดตเป็น 7.32 ไม่ทันในช่วงเวลา 7 ชั่วโมงนี้ มีความเสี่ยงสูงที่จะโดนแฮ็กไปเรียบร้อยแล้ว

ทีมงาน Drupal เตือนว่าการสังเกตเว็บที่โดนแฮ็กทำได้ยากมาก และการอัพเดตเป็น 7.32 ตอนนี้ไม่ได้ช่วยเอา backdoor ออกจากระบบ ทางแก้คือตรวจสอบร่องรอยของเว็บอย่างละเอียด และเรียกคืนไฟล์-ฐานข้อมูลก่อนวันที่ 15 ตุลาคมมาใช้แทน

ที่มา – Drupal

Drupal, Security

from:http://www.blognone.com/node/62249

Google Calendar เวอร์ชันเว็บปรับปรุงใหม่ อัพเดตปฏิทินอัตโนมัติโดยไม่ต้องโหลดหน้าใหม่

กูเกิลประกาศปรับปรุง Google Calendar เวอร์ชันเว็บอีก 3 จุดเล็กๆ น้อยๆ ที่ช่วยให้ประสบการณ์ใช้งานดีขึ้น

  • อัพเดตปฏิทินอัตโนมัติโดยไม่ต้อง refresh หน้าเว็บใหม่แล้ว
  • ใช้งานปุ่ม Back บนเบราว์เซอร์ เพื่อถอยกลับไปยังมุมมองก่อนหน้านั้นของ Calendar ได้แล้ว
  • สำหรับคนที่มีปฏิทินแชร์มาจากคนอื่นเยอะๆ (กรอบ Other calendars ในแถบข้างซ้ายมือ) เดิมทีจะเรียงปฏิทินตามตัวอักษร ของใหม่จะนำปฏิทินที่ถูกแสดงผลมารวมกลุ่มไว้ด้านบนแล้ว ช่วยให้เราไม่ต้องเลื่อนดูรายชื่อปฏิทินบ่อยๆ

ที่มา – +Gmail

Google Calendar, Google

from:http://www.blognone.com/node/62248

กูเกิลบอก Nexus 6 จงใจจับตลาดพรีเมียม ตั้งราคาแพงขึ้นน่าจะขายดีขึ้น

Hiroshi Lockheimer รองประธานฝ่ายวิศวกรรม Android ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นราคาของ Nexus 6 ว่าเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายจากเดิมเป็นนักพัฒนาและผู้ติดตามในเทคโนโลยี (enthusiast) มาสู่กลุ่มลูกค้าทั่วไปในตลาดกว้างมากขึ้น ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้สนใจสมาร์ทโฟนที่ให้ความรู้สึกพรีเมียม ทำให้ Nexus 6 อัดสเปกมาเต็มที่ และเน้นงานออกแบบให้ดูพรีเมียมมากขึ้น

ส่วนประเด็นเรื่องราคา 649 ดอลลาร์ที่แตกต่างจาก Nexus 5 (349 ดอลลาร์) เป็นเพราะกูเกิลมองว่าตลาดสหรัฐยังคงยึดติดกับการซื้อเครื่องราคาถูกแบบติดสัญญา ต่อให้กูเกิลขายเครื่องเปล่าในราคาค่อนข้างถูก (เช่น 349 ดอลลาร์) ผู้บริโภคจำนวนมากก็ยังรู้สึกว่าแพงอยู่ดีเมื่อเทียบกับเครื่องติดสัญญาราคา 199 ดอลลาร์ รอบนี้กูเกิลจึงปรับวิธีการทำตลาด โดยหันมาขายผ่านกับโอเปอเรเตอร์ทุกเครือข่ายในสหรัฐเป็นหลักแทน

แน่นอนว่ากูเกิลสามารถขายเครื่องติดสัญญาในราคาถูกลงกว่านี้ได้ แต่สุดท้ายแล้วกูเกิลกับโมโตโรลาตัดสินใจออกแบบโดยเน้นสเปกให้สุด แล้วค่อยมาคิดเรื่องราคาทีหลัง Lockheimer บอกว่าเป้าหมายของโครงการ Nexus ไม่ใช่ทำยอดขายเยอะๆ แต่เป็นการทดลองแนวทางใหม่ๆ ให้ Android มากกว่า

Lockheimer ยังยืนยันว่ากูเกิลจะทำโครงการ Nexus ต่อไป และปฏิเสธที่จะพูดถึงโครงการ Android Silver ที่เคยมีข่าว

ที่มา – CNET

Nexus 6, Google, Android

from:http://www.blognone.com/node/62247

AIS ปล่อยทีเด็ดราคา iPhone 6 และ iPhone 6 Plus เครื่องพร้อมแพคเกจถูกที่สุดในตลาด

วันนี้ทุกค่ายมือถือต่างวางจำหน่าย iPhone 6 และ iPhone 6 Plus อย่างเป็นทางการ ซึ่งต่างค่ายก็ขนแพคเกจโดนใจมาเรียกลูกค้าในกลุ่มของตน แน่นอนว่าราคาเครื่องเปล่านั้นใกล้เคียงหรือเท่าๆกันทุกค่าย แต่จุดต่างก็น่าจะเป็นราคาเครื่องพร้อมแพคเกจ ซึ่ง Truemove H ที่ได้เปิดราคาเครื่องออกมาเป็นรายแรกก็มีการปรับลดราคาทั้งเครื่องเปล่าและเครื่องพร้อมแพคเกจลงให้เท่ากับค่ายอื่นๆไปเรียบร้อยแล้ว

AW LEAFLET 3พับ

AW LEAFLET 3พับ

แต่ AIS ได้ปล่อยหมัดเด็ดต่อออกมากับราคาพิเศษพร้อมเซ็นสัญญาสำหรับลูกค้ารายเดือนที่มีแพคเกจปัจจุบันที่เทียบเท่าหรือมากกว่า 299 บาทละมีอายุการใช้งานมากกว่า 3 เดือน พร้อมเซ็นสัญญาใช้บริการต่อไปอีก 12 เดือน ก็จะได้ส่วนลดราคาเครื่องพร้อมแพคเกจลงไปอีกถือได้ว่าถูกที่สุดในตลาดเมื่อเทียบราคาเครื่องพร้อมแพคเกจกับอีก 2 ค่ายคู่แข่ง และถูกกว่าราคาเครื่องเปล่าของ Apple Online Store ลงไปอีกดังนี้

iPhone 6 

  • iPhone 6 ความจุ 16GB ราคา 24,300 บาท ราคา Apple 24,900 บาท
  • iPhone 6 ความจุ 64GB ราคา 27,650 บาท ราคา Apple 28,900 บาท
  • iPhone 6 ความจุ 128GB ราคา 30,850 บาท ราคา Apple 32,900 บาท

iPhone 6 Plus 

  • iPhone 6 Plus ความจุ 16GB ราคา 28,150 บาท ราคา Apple 28,900 บาท
  • iPhone 6 Plus ความจุ 64GB ราคา 31,350 บาท ราคา Apple 32,900 บาท
  • iPhone 6 Plus ความจุ 128GB ราคา 34,450 บาท ราคา Apple 36,900 บาท

ที่มา – AIS

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=105431

นักวิทยาศาสตร์คิดค้นวิธีอ่านข้อความที่ผู้คนนึกไว้ในใจ

โครงการวิจัยของ University of California สามารถถอดรหัสสัญญาณประสาทเพื่ออ่านข้อความที่มนุษย์นึกไว้ในใจได้

งานวิจัยนี้จะให้อาสาสมัครทำการอ่านออกเสียงข้อความ เพื่อใช้อุปกรณ์ที่ทีมวิจัยพัฒนาขึ้นเก็บบันทึกรูปแบบสัญญาณประสาทเพื่อเป็นฐานข้อมูลใช้สำหรับการถอดรหัส จากนั้นเมื่อให้อาสาสมัครทำการอ่านข้อความแบบไม่ออกเสียง ผู้วิจัยก็สามารถใช้ฐานข้อมูลที่เก็บไว้ร่วมกับอัลกอริธึมการแปลงสัญญาณประสาทจนทำให้ทราบได้ว่าข้อความที่อาสาสมัครกำลังอ่านหรือนึกอยู่ในใจนั้นคืออะไร ทั้งนี้ชุดข้อมูลที่นำมาใช้เพื่อการถอดรหัสสัญญาณประสาทของนั้นจะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละราย

ในอนาคตงานวิจัยนี้อาจเป็นประโยชน์ต่อผู้มีปัญหาด้านการพูดออกเสียง ซึ่งจะช่วยให้พวกเขาเหล่านั้นสามารถสื่อสารกับผู้คนในสังคมได้สะดวกยิ่งขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งการภาษามือหรือการเขียน ทั้งยังอาจมีการปรับใช้เทคโนโลยีนี้เพื่อช่วยในงานด้านการสืบสวนสอบสวนโดยหน่วยงานรัฐได้ด้วย

ทีมวิจัยยังคงเดินหน้าพัฒนาระบบถอดรหัสสัญญาณประสาทนี้ให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และเพิ่มการทดสอบเพื่ออ่านใจของอาสาสมัครว่ากำลังฟังหรือนึกถึงเพลงอะไรอยู่ในใจ

ที่มา – SlashGear

Reserach, Neuron,

from:http://www.blognone.com/node/62245

ไม่ต้องเข้าแถว!! iPhone 6 และ iPhone 6 Plus เครื่องศูนย์มีขายแล้วที่ MBK ดูราคาได้ที่นี่

ทันทีที่ Apple ได้วางจำหน่าย iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ในประเทศไทยเป็นวันนี้วันแรกผ่านทาง 3 ค่ายมือถือทั้ง AIS,dtac และ Truemove Hซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากสาวก iPhone กันเป็นอย่างดีเช่นเคยแต่ยังคงมีจำนวนจำกัดยังไม่เพียงต่อความต้องการในเวลานี้ ล่าสุดที่ห้างใหญ่ใจกลางเมืองอย่าง MBK ก็มี iPhone 6 และ iPhone 6 Plus เครื่องศูนย์รับประกัน 1 ปีวางจำหน่ายแล้ว โดยมีราคาสูงกว่าราคาปกติไม่สูงมาก ส่วน iPhone 6 Plus ดูจะแพงกว่าราวๆ 2,000 บาทต่อรุ่นดังต่อไปนี้

iphone6-2014-gallery1

iPhone 6

  • iPhone 6 ความจุ 16GB ราคา 25,800 – 26,000 บาท ราคาปกติ 25,500** บาท
  • iPhone 6 ความจุ 64GB ราคา 30,800 – 31,000 บาท ราคาปกติ 29,450** บาท
  • iPhone 6 ความจุ 128GB ราคา 33,500 – 35,000 บาท ราคาปกติ 33,400** บาท

iPhone 6 Plus

  • iPhone 6 Plus ความจุ 16GB ราคา 30,500 – 31,000 บาท ราคาปกติ 29,450** บาท
  • iPhone 6 Plus ความจุ 64GB ราคา 36,000 – 37,000 บาท ราคาปกติ 33,400** บาท
  • iPhone 6 Plus ความจุ 128GB ราคา 39,000 – 40,000 บาท ราคาปกติ 37,300** บาท

ราคา ณ. วันที่ 31 ตุลาคม 2557
**อ้างอิงราคาเครื่องเปล่าจาก Truemove H

ที่มา – Aobmobile

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=105405

WD My Passport Wireless เอ็กซ์เทอร์นัลฮาร์ดไดร์ฟเชื่อมต่อแบบไร้สาย รองรับสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต กล้อง

WD® บริษัทในเครือของเวสเทิร์น ดิจิตอล ผู้นำระดับโลกด้านระบบการจัดเก็บข้อมูลแบบเชื่อมต่อ วันนี้ประกาศเปิดตัวสินค้าใหม่ล่าสุด My Passport® Wireless ฮาร์ดไดรฟ์สำหรับจัดเก็บข้อมูลที่ใช้เทคโนโลยี Wi-Fi™ โดยผู้ใช้สามารถบันทึก เข้าถึง และแชร์ข้อมูลผ่านสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อื่นๆ ได้สะดวกง่ายดายโดยไม่ต้องใช้สายเชื่อมต่อ สินค้าใหม่เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางไปทำธุรกิจต่างสถานที่บ่อยๆ หรือครอบครัวที่ชอบขับรถท่องเที่ยว รวมทั้งบรรดามืออาชีพด้านงานสร้างสรรค์ที่ทำงานภาคสนามเป็นประจำ ฮาร์ดดิสก์ My Passport Wireless คืออุปกรณ์ที่ตอบโจทย์ได้อย่างลงตัวในการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เคลื่อนที่ทั้งหมดเข้ากับคอนเทนต์ต่างๆ โดยไม่ต้องใช้สายหรือไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตให้ยุ่งยาก นอกจากนี้ เมื่อผู้ใช้จำเป็นต้องถ่ายโอนข้อมูลปริมาณมาก My Passport Wireless ยังมีตัวเลือกในการเชื่อมต่อ USB 3.0 แบบไฮสปีดอีกด้วย

My Passport Wireless in use image

จิม เวลช์ รองประธานฝ่ายบริหาร แผนกธุรกิจคอนเทนต์โซลูชั่นและการขายทั่วโลกของ WD กล่าวว่า “ในขณะที่เราฉลองครบรอบปีที่ 10 ความสำเร็จของ My Passport®  ซึ่งเป็นสายผลิตภัณฑ์ในกลุ่มฮาร์ดดิสก์แบบพกพาของ WD เป็นสิ่งที่เกินความคาดหมายของเราอย่างมาก ฮาร์ดไดรฟ์ My Passport Wireless ใหม่ล่าสุดนี้คือวิวัฒนาการอันต่อเนื่องที่ช่วยแก้ปัญหาซึ่งเกิดขึ้นทั่วไปในหมู่ผู้ใช้งานอุปกรณ์เคลื่อนที่ในปัจจุบัน เนื่องจากมีอุปกรณ์ใช้งานมากเกินไปแต่มีพื้นที่การจัดเก็บข้อมูลที่จำกัด ทั้งยังไม่มีวิธีจัดการกับเนื้อหาและเพิ่มพื้นที่ว่างให้กับอุปกรณ์ในระหว่างการเดินทาง แต่วันนี้ ผู้ใช้งานแค่พกพาฮาร์ดไดรฟ์เพียงตัวเดียวก็เอาอยู่ โดยสามารถจัดเก็บข้อมูลได้ง่ายดายจากอุปกรณ์ทั้งหมดของพวกเขา และเพลิดเพลินกับเนื้อหาที่อยู่ในฮาร์ดไดรฟ์นั้นระหว่างการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ แบบสบายๆ”

MY PASSPORT WIRELESS1

ฮาร์ดไดรฟ์ My Passport Wireless จะกระจายเครือข่ายแบบไร้สายของตัวไดรฟ์ออกไป โดยสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ในเวลาเดียวกันได้สูงสุดถึง 8 อุปกรณ์ รวมทั้งการเข้าถึงเนื้อหาต่างๆ ที่จัดเก็บไว้ในตัวไดรฟ์ สินค้าใหม่พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ ในรุ่นความจุ 1TB หรือ 2TB ด้วยคุณสมบัติของไดรฟ์ใหม่ผู้ใช้สามารถจัดเก็บและเข้าถึงไฟล์ภาพยนตร์หรือเพลงที่มีความยาวนับร้อยๆ ชั่วโมงได้ รวมทั้งไฟล์ภาพถ่ายและไฟล์ดิจิตอลอื่นๆ จากเครื่องสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ที่มีขีดจำกัดเรื่องพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเพียงน้อยนิด

My Passport Wireless side image_low res

ฮาร์ดไดรฟ์พกพาแบบไร้สายรุ่นนี้ใช้เทคโนโลยี Wireless N พร้อม MIMO เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบไร้สาย ผู้ใช้จึงสามารถเข้าถึงและถ่ายโอนไฟล์ได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการสตรีมไฟล์วิดีโอ HD ได้สูงสุดสี่เรื่องพร้อมๆ กัน ขณะที่แบตเตอรี่แบบชาร์จไฟได้ในตัวช่วยให้สามารถทำการสตรีมได้สูงสุดถึงหกชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง และมีกำลังไฟสำหรับสแตนด์บายได้นานสูงสุดถึง 20 ชั่วโมง ฮาร์ดไดรฟ์รุ่น My Passport Wireless จึงเปรียบเสมือนเพื่อนร่วมเดินทางที่สมบูรณ์แบบสำหรับคุณ

ด้วยคุณสมบัติต่างๆ ของฮาร์ดไดรฟ์ My Passport Wireless ผู้ใช้สามารถเข้าถึงเนื้อหาดิจิตอลสุดโปรดได้ทุกที่ และทุกเวลา โดยการใช้แอปสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศของ WD นั่นคือ WD My Cloud® เพื่อใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เคลื่อนที่ต่างๆ ที่ใช้ระบบ iOS® หรือ Android™ โดยแอป WD My Cloud จะเชื่อมต่อกับไดรฟ์ My Passport Wireless ได้ง่ายดายผ่านการตั้งค่าผลิตภัณฑ์ที่ไม่ยุ่งยากเลย และเมื่อตั้งค่าเสร็จแล้วแอปดังกล่าวจะนำทางผู้ใช้งานไปตามขั้นตอนที่เข้าใจได้ง่าย รวมถึงการแชร์และเล่นเนื้อหาที่จัดเก็บอยู่ภายในฮาร์ดไดรฟ์ นอกจากนี้ แอป WD My Cloud ยังช่วยรวมเนื้อหาทั้งหมดของผู้ใช้เข้าด้วยกันภายใต้แอปเดียว และอินเทอร์เฟสผู้ใช้โดยการอนุญาตให้เข้าถึงเนื้อหาที่อยู่บนไดรฟ์ My Passport Wireless หรือพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ส่วนบุคคลในผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในตระกูล WD My Cloud รวมทั้งบนบริการคลาวด์สาธารณะยอดนิยม เช่น Dropbox™, OneDrive™ และ Google Drive™ จากการทำงานของแอปเดียวเท่านั้น

นอกเหนือจากอุปกรณ์เคลื่อนที่เช่นสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตแล้ว My Passport Wireless ยังจับคู่เข้ากับกล้องถ่ายรูปได้อย่างลงตัว ด้วยช่องเสียบการ์ด SD แบบเบ็ดเสร็จที่มีให้พร้อม ไม่ว่าคุณจะถ่ายภาพขนาดใหญ่เพื่อการค้า ผลิตวิดีโอ หรือเพียงแค่ถ่ายรูปและคลิปวิดีโอแบบเล่นๆ ภายในครอบครัวขณะไปท่องเที่ยววันพักผ่อน ฮาร์ดไดรฟ์ My Passport Wireless จะไม่ปล่อยให้คุณต้องพลาดช่วงเวลาดีๆ เพียงเพราะการ์ดหน่วยความจำของคุณเต็ม ซึ่งช่องเสียบการ์ด SD แบบบิวท์อินช่วยให้ผู้ใช้สามารถก็อปปี้ไฟล์ภาพจากการ์ด SD ของกล้องลงในฮาร์ดไดรฟ์ได้เลย จึงมีพื้นที่ว่างสำหรับเก็บความทรงจำที่น่าประทับใจเพิ่มได้อีกเรื่อยๆ นอกจากนี้ FTP ที่รวมอยู่ในฮาร์ดไดรฟ์จะทำหน้าที่เชื่อมต่อกับกล้องถ่ายรูปแบบไร้สายที่ใช้งานร่วมกันได้ ผู้ใช้จึงสามารถถ่ายโอนไฟล์ภาพจากกล้องไปยังฮาร์ดไดรฟ์ได้โดยอัตโนมัติขณะกำลังถ่ายภาพ

เชิญแวะสัมผัสเทคโนโลยีของ My Passport Wireless บริเวณบูทแสดงสินค้า WD ภายในงานคอมมาร์ต คอมเทค 2014 วันที่ 6-9 พฤศจิกายน ศกนี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ
การวางจำหน่าย

ฮาร์ดไดรฟ์ My Passport Wireless พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ผ่านตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งในประเทศไทย สินค้ารุ่นความจุ 1 TB ราคา 5,990 บาท และความจุ 2 TB ราคา 7,590 บาท สำหรับโมไบล์ แอป WD My Cloud มีให้โหลดใช้งานฟรีที่ App Store™ และ Google Play™

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=105398

Google โดนสั่งปรับเพราะภาพสาวโชว์ร่องอกในชุดภาพถ่าย Street View

นี่เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ Google โดนศาลตัดสินสั่งให้จ่ายเงินชดเชยแก่ผู้เสียหายที่โดนละเมิดความเป็นส่วนตัว จากการใช้รถเก็บข้อมูลภาพ Street View โดยผู้เสียหายรายนี้เป็นหญิงสาวชาวแคนาดาที่มีภาพของเธอนั่งเปิดร่องอกอยู่หน้าบ้านของตนเองติดอยู่ในชุดภาพถ่ายแผนที่ Street View ของ Google

หญิงสาวคนดังกล่าวเล่าว่าในปี 2009 ระหว่างที่เธอกำลังนั่งเปิดดูภาพ Street View ของละแวกบ้านตนเองใน Montreal ก็พบว่ามีรูปของเธอที่ขณะนั้นกำลังนั่งอยู่ตรงหน้าบ้านในลักษณะโน้มตัวมาด้านหน้าเล็กน้อยและเผยให้เห็นพื้นที่พึงสงวนของร่างกายเธอปรากฎอยู่ในภาพอย่างชัดเจน ซึ่งแม้ว่า Google จะทำการเบลอภาพใบหน้า แต่ข้อมูลเลขที่บ้านและภาพแวดล้อมอื่น ย่อมทำให้บุคคลอื่นทราบได้ว่าบุคคลในภาพดังกล่าวที่โชว์หวิวผ่าน Street View นั้นก็คือตัวเธอเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบรรดาคนรู้จักทั้งหลายของเธอ

ผู้เสียหายบอกว่าเธอเกิดความเครียดและต้องการให้ Google แก้ไขปัญหาพร้อมชดใช้ความเสียหายด้านความรู้สึกนี้เป็นเงิน 45,000 ดอลลาร์ ซึ่ง Google ยินดีแก้ไขภาพเพื่อช่วยปกป้องความเป็นส่วนตัวของเธอให้ดีกว่าเดิมแต่แย้งว่าข้อเรียกร้องด้านตัวเงินของผู้เสียหายนั้นสูงอย่างไม่สมเหตุสมผล

ลงท้ายดูเหมือนศาลจะคล้อยตาม Google ในเรื่องตัวเลขชดเชยแก่ผู้เสียหาย ซึ่งคำตัดสินก็ได้ระบุให้ Google ชดเชยความเสียหายแก่หญิงสาวเป็นเงิน 2,250 ดอลลาร์ และเสียค่าปรับสำหรับการกระทำนี้อีกเป็นเงิน 159 ดอลลาร์

ในบ้านเราเองได้ส่องภาพ Street View กันถ้วนถี่ดีหรือยัง?

ที่มา – SlashGear

Google Street View, Law, Privacy

from:http://www.blognone.com/node/62244

AIS เปิดจำหน่าย iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ทั่วประเทศ ตั้งแต่ 31 ต.ค. 57 ด้วยสิทธิพิเศษผ่อน 0% นาน 10 เดือน

เอไอเอส เปิดจำหน่าย iPhone 6 และ iPhone 6 Plus สุดยอดสมาร์ทโฟนรุ่นที่ล้ำหน้ามากที่สุดที่เคยมีมา ตั้งแต่วันที่ 31 ต.ค. 57 เป็นต้นไป ผ่านเอไอเอส ช็อป และร้านเทเลวิซที่ร่วมรายการทั่วประเทศ โดยมีให้เลือกทั้ง iPhone 6 เปิดตัวด้วยราคาเครื่องพร้อมแพ็กเกจและสิทธิพิเศษผ่อน 0% นาน 10 เดือน คือ 16GB ราคา2,480 บาท / เดือน , 64GB ราคา 2,865 บาท / เดือน และ 128GB ราคา 3,235 บาท / เดือน และ iPhone 6 Plusเปิดตัวด้วยราคาเครื่องพร้อมแพ็กเกจ คือ 16GB ราคา 2,865 บาท / เดือน , 64GB ราคา 3,235 บาท / เดือน และ128GB ราคา 3,595 บาท / เดือน โดยลูกค้าที่แสดงความสนใจสามารถจองเครื่องทั้ง 2 รุ่นได้เมื่อวันที่ 24 ต.ค.57 ที่ผ่านมา ทาง www.ais.co.th/iphone6 พร้อมสัมผัสประสบการณ์สุดล้ำกับ iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ได้เต็มประสิทธิภาพ บนเครือข่ายคุณภาพของเอไอเอส

2 ????????? iPhone 6 ????????????? อส ช็อป สาขาเซ็นทรัล เอมบาสซี่
iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ถือเป็นสุดยอดสมาร์ทโฟนรุ่นที่ล้ำหน้ามากที่สุดที่เคยมีมา ด้วยรูปลักษณ์ใหม่ทั้ง 2 รุ่น ที่มาพร้อมจอภาพ Retina HD ขนาด 4.7 นิ้ว และ 5.5 นิ้ว ผสานกับสุดยอดเทคโนโลยีล้ำสมัย และการออกแบบที่บางลงอย่างมาก โดยมีพื้นผิวโลหะที่เรียบเนียนผสานกับจอภาพ Multi-touch ใหม่แบบไร้รอยต่อ สะดวกสบายต่อการจับและการใช้งาน ภายในประกอบด้วยชิพประมวลผลใหม่ล่าสุด Apple A8 ที่ใช้สถาปัตยกรรม 64 บิต ระดับเดสก์ท็อป รุ่นที่ 2 ที่เร็วและประหยัดพลังงานมากกว่าเดิม นอกจากนั้นยังเติมเต็มประสิทธิภาพในการใช้งานด้วยกล้องiSight ใหม่ ความละเอียด 8 เมกะพิกเซล และกล้อง FaceTime HD ที่จะทำให้คุณได้เพลิดเพลินกับการสนทนาแบบเห็นหน้าในโหมดความละเอียดสูง รวมทั้งการต่อเชื่อมแบบไร้สายที่เร็วขึ้น ทั้งไกลและครอบคลุม

6 ??????????????????????????? าราที่มารับเครื่องในวันแรก

iPhone ใหม่ทั้ง 2 รุ่น มาพร้อมระบบปฏิบัติการ iOS 8 ใหม่ล่าสุด ซึ่งมีการเปิดตัวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยiOS 8 นั้นเต็มไปด้วยคุณสมบัติต่างๆ ที่จะยกระดับประสบการณ์การใช้งานให้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมทั้งการอัพเดทครั้งใหญ่ของแอปฯ ที่คุณใช้เป็นประจำทุกวันอย่างแอปฯ ข้อความและรูปภาพ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงในส่วนของคีย์บอร์ดแบบ QuickType ที่จะทำให้คุณสามารถแตะเพื่อเลือกคำแนะนำสำหรับคำที่คุณกำลังจะพิมพ์ต่อไปได้อย่างรวดเร็ว และด้วยฟีเจอร์ Family Sharing ทำให้คุณสามารถสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันให้กับชีวิตดิจิตอลของครอบครัวคุณ โดยสมาชิกในครอบครัวสามารถแชร์รูปภาพและอื่นๆ ร่วมกันได้อีกมากมาย อีกทั้งยังมีแอปพลิเคชั่นใหม่ไม่ว่าจะเป็นแอปฯ Health ที่จะแสดงให้เห็นถึงข้อมูลด้านสุขภาพและฟิตเนสในภาพรวมที่แม่นยำและชัดเจนกว่าเดิม รวมถึง iCloud Drive ที่จะช่วยให้คุณสามารถจัดเก็บไฟล์งาน เอกสารต่างๆ ได้อย่างปลอดภัย และสามารถเข้าถึงได้ทุกที่ ทุกเวลา

7 โซนสำหรับให้ลูกค้าได้ทดลองใช้งานเครื่อง
นายฐิติพงศ์ เขียวไพศาล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส สายงานการตลาดและการขาย บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส กล่าวว่า “นอกจากการพัฒนาเครือข่ายให้มีคุณภาพแล้ว เอไอเอส ยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของการนำดีไวซ์คุณภาพมาส่งมอบให้กับลูกค้าอยู่เสมอ ล่าสุด เอไอเอส จึงนำ iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนสุดล้ำที่ทั่วโลกรอคอย มาให้สาวกไอโฟนชาวไทยได้สัมผัสอีกครั้ง โดยเอไอเอสเชื่อมั่นว่า เมื่อสุดยอดนวัตกรรมสมาร์ทโฟนอย่าง iPhone 6 และ iPhone 6 Plus มาผสานรวมกับเครือข่ายคุณภาพ , แพ็กเกจสุดคุ้ม , แอปพลิเคชั่นที่หลากหลาย พร้อมจุใจกับคอนเทนท์ที่เอไอเอสมอบให้ฟรีเป็นพิเศษ และการให้บริการที่ดีเยี่ยมของเอไอเอสแล้ว จะสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตแบบ Digital Life ของลูกค้าได้อย่างแท้จริง”

นอกจากนี้ เอไอเอสยังจำหน่าย iPhone 5S ในราคาเครื่องพร้อมแพ็กเกจและสิทธิพิเศษผ่อน 0% นาน 10 เดือน โดย16GB ราคา 2,010 บาท / เดือน , 32GB ราคา 2,200 บาท / เดือน และ 64GB ราคา 2,430 บาท / เดือนด้วย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เอไอเอส คอลล์ เซ็นเตอร์ 1175

แพ็กเกจ iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ของเอไอเอส

Screen Shot 2557-10-31 at 5.36.17 PM

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=105390