รีวิวภาพจากกล้องโทรศัพท์ Oppo mirror โทรศัพท์สัญชาติจีน ถ่ายกลางคืน ถ่ายอาหาร แล้วอาจมีอาการ”เงิบ”

สำหรับคนงบน้อยอย่างผม การเลือกซื้อโทรศัพท์ก็คงต้องหาอะไรๆๆที่คุ้มค่าเสียหน่อย และแล้วผมก็ได้เพื่อนใหม่อีก1 เครื่อง โทรศัพท์สัญชาติจีน Oppo mirror สมาร์ทโฟนที่โฆษณาว่า บางที่สุด แถมใส่ 2 ซิมได้ด้วย เปิดหน้าจอด้วยการเคาะ 2 ที หน้าจอขนาด 4.7 นิ้วใส่กระเป๋าเสื้อได้สบายๆๆ ไม่รู้สึกหนักเท่าใด แต่ที่ทำให้สาวกแอ๊บเปิ้ลอย่างผม ยอมวาง Iphone 4s (มือสาม) มาเป็นโทรศัพท์สำรอง หันมาใช้ oppo mirro ก็คงเรื่องกล้อง เป็นโทรศัพท์ที่ทำให้คนรักถ่ายภาพ สนุกกับการใช้กล้องโทรศัพท์ จนเกือบจะลืมพกกล้อง DSLR ไปเลย

หลังจากใช้มา 1 อาทิตย์ ผมขอฟันธงว่า กล้องเขาน่าประทับใจ แต่เรื่องระบบแอนดรอยของ oppo mirror คงต้องบอกว่า ขอส่ายหัวสัก 5-6 รอบเบยครับ และเรื่องการเคส เป็นเรื่องยากจริงๆๆ หายากจริงๆๆๆ คนขายตามร้านค้าแทบจะไม่มีใครรุ้จัก ต้องหาซื้อตามย่านคลองถม หรือ ชุมชนตลาดสินค้าจีน อย่างเดียว….(คาดว่าในอนาคตคงจะมีเยอะขึ้นครับ)

เรื่องแย่ๆ ก็คงมีไม่มีกี่เรื่อง แต่เรื่องดีๆ ของเขา ก็คงเป็นเรื่องกล้อง ที่เขาบอกว่า เป็นเซนเซอร์ของ Sony ที่ทำให้เขาได้กลายเป็นขวัญใจสมาร์ทโฟนราคาไม่แพง ตอนนี้ราคาเครื่องเหลือเพียง 10,990 บาทเท่านั้น

มาลองชมภาพจากกล้องของเขาดีกว่า ว่าโอไหมครับ

ภาพทั้งหมด เป็นภาพจากโทรศัพท์ นำมาใส่ลายน้ำและลดขนาด ไม่ได้มีการตกแต่งอะไรเพิ่มเติม

ภาพทั้งหมดถ่ายด้วยโหมดปัญญาอ่อน Auto ทุกภาพครับ ดูกันแล้วกันครับ ว่า โหมดปัญญาอ่อนของ oppo ทำให้ผมต้องเหวอเลย

ภาพแรกเป็นภาพยามเย็น สภาพแสงแย่ๆ แต่ oppo ทำได้ดีมากๆ ครับ มี Noise รบกวนน้อยมาก

ภาพที่เหลือทั้งหมด เป็นภาพถ่ายทั่วๆๆไป ถ่ายได้สนุกมากครับ







สำหรับโทรศัพท์เครื่องนี้แชะๆ ประมวลผลได้เร็ว แต่ช้ากว่า iphone4s ระบบกระตุกหรือแฮ้งค์บ้างในบางโอกาส (ไม่บ่อยครับ) แต่สำหรับผมรับได้ คุณภาพคุ้มกับราคาครับ น่าใช้น่าจับครับ

ปล… หากมีภาพใหม่ สวยๆๆๆ ผมจะนำมาอัพเดดเรื่อยๆๆนะครับ

from:http://droidsans.com/review-oppo-find-mirror-camera-and-photo

Apple Online Store ประเทศไทย นำ iPad 4 กลับมาขายอีกครั้ง พร้อมราคาใหม่เริ่มต้น 14,900 บาท

MacStroke.com  Apple Online Store ประเทศไทย นำ iPad 4 กลับมาขายอีกครั้ง พร้อมราคาใหม่เริ่มต้น 14,900 บาท

หลังจากที่ Apple เปิดตัว iPad Air กับ iPad mini With Retina Display ไปเมื่อวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา ทำให้ Apple Online Store ประเทศไทย ตัดการทำตลาด iPad 4 อย่างเป็นทางการ และลดราคา iPad mini รุ่นแรกลงทุกรุ่น ทุกความจุ เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา Apple Online Store ประเทศไทยได้ปิดทำการไปสักครู่ เมื่อเปิดกลับมาอีกครั้ง พบว่า Apple นำ iPad 4 กลับมาขายใน Online Store ประเทศไทยอีกครั้ง โดยปรับราคาขายใหม่เป็นราคาเดียวกับที่ iStudio ลดราคาไปก่อนหน้านี้ โดยราคาใหม่มีดังนี้

MacStroke.com  Apple Online Store ประเทศไทย นำ iPad 4 กลับมาขายอีกครั้ง พร้อมราคาใหม่เริ่มต้น 14,900 บาท

iPad 4 Wi-Fi

  • iPad 4 16GB Wi-Fi : 14,900 บาท (จาก 16,500 บาท)
  • iPad 4 32GB Wi-Fi : 17,900 บาท (จาก 19,500 บาท)
  • iPad 4 64GB Wi-Fi : 21,400 บาท (จาก 22,500 บาท)
  • iPad 4 128GB Wi-Fi : 24,900 บาท (จาก 25,500 บาท)

iPad 4 Wi-Fi + Cellular

  • iPad 4 16GB Wi-Fi+Cellular : 18,700 บาท (จาก 20,500 บาท)
  • iPad 4 32GB Wi-Fi+Cellular : 22,400 บาท (จาก 23,500 บาท)
  • iPad 4 64GB Wi-Fi+Cellular : 25,900 บาท (จาก 26,500 บาท)
  • iPad 4 128GB Wi-Fi+Cellular : 29,400 บาท (จาก 29,500 บาท)

สามารถสั่งซื้อได้ตั้งแต่วันนี้ ส่งของภายใน 24 ชั่วโมงหลังทำการสั่งซื้อ และมีทั้งสีขาวและดำ…งานนี้อาจเป็นการคั่นเวลาเพื่อรอ iPad Air ให้การทำตลาด iPad ไม่ขาดตอนก็เป็นได้ แต่ถ้ารอได้ รอ iPad Air จะคุ้มกว่าแน่นอนครับ^^

ที่มา:
Apple Online Store Thailand , Mobiledista


from:http://feedproxy.google.com/~r/Macstroke/~3/lmXmFB9LEs8/apple-online-store-thailand-comback-ipad-4-start-price-14900-bath

Panasonic ประกาศเลิกการผลิตจอภาพพลาสมาอย่างเป็นทางการแล้ว

หลังจากมีข่าวลือมาสักพัก ว่า Panasonic จะยกเลิกการผลิตจอภาพพลาสมา (Plasma Display Panels: PDP) ในที่สุด Panasonic ก็ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่าจะยุติการผลิตจอภาพพลาสมาทั้งหมดในเดือนธันวาคม 2556 โดยให้เหตุผลว่า เพื่อเป็นการสร้างโครงสร้างใหม่สำหรับการรับมือกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ และเพื่อเร่งการขยายตัวของบริษัท

Panasonic เริ่มเข้าสู่ตลาดการผลิตจอภาพพลาสมา ตั้งแต่ปี 2543 และเป็นผู้นำในตลาดจอภาพแบน ด้วยกลยุทธ์การนำจอภาพพลาสมามาใช้ในจอแสดงผลขนาดใหญ่ และจอ LCD สำหรับจอแสดงผลขนาดกลางและขนาดเล็ก

ในปัจจุบันนี้ จอภาพพลาสมาของ Panasonic ได้รับการยอมรับในคุณภาพจากผู้บริโภคทั่วโลก แต่อย่างไรก็ตามด้วยการพัฒนาอย่างรวดเร็วของจอ LCD ในการแสดงผลในจอภาพขนาดใหญ่ รวมทั้งการแข่งขันด้านราคากันอย่างรุนแรงในตลาดโลก Panasonic จึงตัดสินใจประกาศที่จะหยุดการผลิตจอพลาสมาทั้งหมด

Panasonic จะยุติการจำหน่ายทีวีพลาสมา และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับจอพลาสมาทั้งหมด ในวันที่ 31 มีนาคม 2557

ที่มา – Panasonic ผ่าน Engadget

Panasonic, Plasma

from:http://www.blognone.com/node/50412

คนขับรถในแคลิฟอร์เนียได้ใบสั่งข้อหาใส่ Google Glass ขณะขับรถ

ผลิตภัณฑ์ Google Glass นั้นเป็นหัวข้อถกเถียงถึงความเหมาะสมในการใช้งานในสถานการณ์หลายๆ แบบ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือการใช้งานขณะควบคุมยานพาหนะ ล่าสุด ได้มีผู้ได้รับใบสั่งเนื่องจากสวมใส่ Glass ในขณะขับรถแล้ว

Cecilia Abadie ชาวแคลิฟอร์เนีย ถูกตำรวจจราจรเรียกเนื่องจากขับรถเร็วเกินกำหนด โดยนอกจากตำรวจจะเขียนใบสั่งในข้อหาใช้ความเร็วเกินแล้ว ยังระบุถึงการสวมใส่ Glass ในขณะที่ขับรถด้วย (ใช้ข้อความว่า ขับรถยนต์โดยมีหน้าจอที่ผู้ขับขี่สามารถมองเห็นได้)

Abadie ได้เผยแพร่เรื่องนี้ใน Google+ และกำลังพิจารณาว่าจะโต้แย้งข้อหาดังกล่าวหรือไม่ โดย Abadie ระบุว่า ในขณะที่ขับรถนั้นไม่ได้เปิดอุปกรณ์ดังกล่าวอยู่ และได้บอกด้วยว่า ตำรวจได้บอกกับเธอว่าการใส่ Glass นั้นเป็นอันตรายเพราะอาจบดบังทัศนวิสัย

BBC ได้สอบถามไปยังหน่วยตำรวจทางหลวงของแคลิฟอร์เนีย ก็ได้รับคำตอบว่า ข้อหาดังกล่าวอ้างอิงกฎหมายจราจรที่ห้ามใช้ขับรถยนต์โดยที่เปิดจอลักษณะโทรทัศน์ไปด้วย แต่ใน Google+ ก็ได้มีผู้แสดงความเห็นว่า การใส่ Glass อาจเข้าข่ายข้อยกเว้นตามมาตราดังกล่าว ซึ่งอนุญาตให้ใช้จอที่แสดงแผนที่ ตำแหน่ง GPS หรือแสดงภาพที่ช่วยในการขับรถได้ (เช่น รถที่มีจอช่วยดูข้างหลัง)

ที่มา – BBC News

Google Glass, USA

from:http://www.blognone.com/node/50410

Watch Dogs เลื่อนการวางจำหน่ายเกมไปยังปีหน้า

เกมสืบสวนสอบสวนฟอร์มยักษ์อย่าง Watch Dogs นั้นมีแววว่าเสร็จไม่ทันกำหนดเสียแล้ว เมื่อ Ubisoft เจ้าของเกมนี้ประกาศว่า Watch Dogs จะต้องเลื่อนการจัดจำหน่ายซึ่งจากเดิมจะวางจำหน่ายพร้อมกับการเปิดตัวของ Xbox One และ PS4 ไปเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิของปีหน้า (ราว ๆ เดือนมิถุนายนปีหน้า)

สำหรับสาเหตุที่ต้องเลื่อนการวางจำหน่ายไป เพราะว่าทีมงานของ Watch Dogs ต้องการปรับเนื้อหาของเกมให้ดีขึ้นกว่าเดิม เพื่อเพิ่มประสบการณ์ให้กับผู้เล่นให้มากขึ้นนั่นเอง

เกม Watch Dogs นั้นเป็นสืบสวนสอบสวนที่เกี่ยวข้องกับคดีด้านการแฮกข้อมูลทางสมาร์ทโฟน โดยเกมนี้ได้ที่ปรึกษาของเกมอย่าง Kaspersky บริษัทด้านความปลอดภัย และเจ้าของ anti-virus ชื่อดังอีกด้วย (Joystiq) ทั้งนี้ผู้ที่อยากจะจองเกม Watch Dogs สามารถไปจองก่อนได้ที่นี่ครับ

ที่มา: UbiBlog

Ubisoft, Games

from:http://www.blognone.com/node/50409

iPad Air แบตเตอร์รี่อึดกว่าเดิม ใช้ได้นานถึง 13:45 ชั่วโมง !! แต่ยังน้อยกว่า Surface 2

เว็บไซต์ Engadget ได้รีวิวและเผยผลการทดสอบที่น่าสนใจของ iPad Air หรือไอแพดรุ่นใหม่ของแอปเปิล ออกมาว่ามีประสิทธิภาพของแบตเตอร์รี่ดีกว่าเดิมถึง 22% สามารถใช้ได้นานถึง 13:45 ชั่วโมง เหนือ iPad ทุกรุ่นก่อนหน้า แต่ยังน้อยกว่า Surface 2 ของไมโครซอฟท์อยู่นิดหน่อย (ดูข้อมูลได้จากตารางด้านล่าง)

ส่วนผลการทดสอบเรื่องความเร็ว ก็พบว่า iPad Air มีประสิทธิภาพที่เหนือกว่า iPad รุ่นอื่นๆ รวมถึง iPhone 5S อีกด้วย

ที่มา – Engadget ผ่าน @khajochi

from:http://www.9tana.com/node/ipad-air-good-battery/

Ingress เปิดให้ทุกคนที่มี Android เล่นได้แล้ว

Ingress เปิดให้เล่นในโหมด closed beta แบบต้องขอ invitation จากเพื่อนมาประมาณหนึ่งปี (ถึงแม้ invite จะหาง่ายขึ้นมากในช่วงหลัง) ล่าสุดกูเกิลปลดป้าย beta ทิ้ง และเปิดให้ทุกคนที่มี Android สามารถเล่นได้อย่างอิสระแล้ว

ไม่แน่ใจว่าแถวนี้ยังมีคนเล่นอยู่เยอะน้อยแค่ไหนนะครับ

ที่มา – +Josh Warner via Android Community

Ingress, Android, Google

from:http://www.blognone.com/node/50407

Dell ยอมรับ Latitude 6430u มีกลิ่นคล้าย “ฉี่แมว”

ลูกค้าที่ซื้อ Dell Latitude 6430u จำนวนหนึ่งแจ้งไปทาง Dell ว่าพบกลิ่นคล้าย “ฉี่แมว” จากโน้ตบุ๊กของตัวเอง ลูกค้ารายหนึ่งเล่าว่านำสินค้าไปเปลี่ยนเป็นเครื่องใหม่ก็ยังพบปัญหาดังเดิม

หลังการสอบสวนมาหลายเดือน ล่าสุด Dell ยอมรับว่ามีกลิ่นลักษณะนี้จริง โดยบอกว่าปัญหาเกิดจากกระบวนการผลิตชิ้นส่วน โดยชิ้นส่วนที่มีปัญหาคือที่วางมือเวลาพิมพ์คีย์บอร์ด ซึ่ง Dell แก้ปัญหานี้เรียบร้อยแล้ว สินค้าล็อตใหม่ๆ จะไม่มีปัญหา และขอให้ลูกค้าสามารถนำเครื่องไปเปลี่ยนชิ้นส่วนได้เลย

Dell ยืนยันว่ากลิ่นนี้แค่ “คล้าย” ฉี่แมวเท่านั้น ไม่ใช่กลิ่นฉี่แมวจริงๆ กระบวนการผลิตไม่มีสารปนเปื้อนเชิงชีวภาพ และไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ใช้แต่อย่างใด

ปัญหานี้คลี่คลายไปได้ด้วยดี แต่ช่วงเวลาที่ผ่านมาก็คงมีแมวหลายตัวถูกเจ้าของมองว่าแอบไปฉี่รดโน้ตบุ๊กแน่ๆ

ที่มา – BBC

Dell, Latitude, Notebook, Ultrabook

from:http://www.blognone.com/node/50406

iPad Air เครื่องหิ้วมาบุญครอง (MBK) ราคาเริ่มต้นที่ 17,000 บาท

แอปเปิลเตรียมจำหน่าย iPad Air สำหรับประเทศกลุ่มแรกในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งแน่นอนว่ายังไม่มีรายชื่อประเทศไทยอยู่ในนั้น

แต่ล่าสุดเหล่าบรรดาพ่อค้าเครื่องหิ้ว (เครื่องที่ซื้อมาจากประเทศอื่น แล้วมาขายในไทย) ประจำห้างมาบุญครอง ก็ทำงานกันอย่างรวดเร็วครับ ด้วยการเตรียมขาย iPad Air ในวันที่ 2 พฤศจิกายนนี้ โดยตั้งราคาไว้เริ่มต้นที่ 17,000 บาท สำหรับรุ่น Wi-Fi ขนาด 16 GB ซึ่งแพงกว่าราคาที่คาดว่าน่าจะขายจริงประมาณ 1,000 – 2,000 บาท ครับ

iPad Air wifi

  • ความจุ 16GB ราคา 17,000 บาท
  • ความจุ 32GB ราคา 20,100 บาท
  • ความจุ 64GB ราคา 23,200 บาท
  • ความจุ 128GB ราคา 26,300 บาท

iPad Air Cellular

  • ความจุ 16GB ราคา 21,500 บาท
  • ความจุ 32GB ราคา 24,500 บาท
  • ความจุ 64GB ราคา 28,000 บาท
  • ความจุ 128GB ราคา 32,500 บาท

สเปค iPad Air

  • หน้าจอขนาด 9.7 นิ้ว
  • ความละเอียดจอ 2048 x 1536 พิกเซล (264 PPI)
  • ซีพียู A7 (64 บิต) พร้อมชิบ M7
  • กล้องหลัง 5 ล้านพิกเซล Autofocus ƒ/2.4
  • ถ่ายวีดิโอ 1080p HD
  • กล้องหน้า 1.2 ล้านพิกเซล, 720p
  • น้ำหนัก 469 กรัม (รุ่น WiFi) และ 478 กรัม (รุ่น Cellular)
  • มีสองสีให้เลือกคือ เทา(Space Gray) และเงิน (Silver)

ที่มา – BLINK7

from:http://www.9tana.com/node/ipad-air-mbk/

[PR] LINE ตอบรับกระแสผู้ใช้งานในประเทศไทย

[PR] LINE ตอบรับกระแสผู้ใช้งานในประเทศไทย

คำบรรยายภาพ: ยิ่งใช้ไลน์ ยิ่งใกล้ชิดกับคนที่คุณรัก

LINE ผู้นำด้านแพลตฟอร์มบนมือถือยอดนิยมระดับโลกซึ่งมีจำนวนผู้ใช้งานมากถึง 280 ล้านคนทั่วโลกล่าสุดประกาศเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์ชุดแรกในประเทศไทยสร้างจากเรื่องจริงของผู้ใช้งานคนไทยที่ชื่นชอบและมีประสบการณ์สุดแสนประทับใจในชีวิตผ่านแอพพลิเคชั่นLINE โดยทีมงานได้คัดเลือกเรื่องราวดีๆทั้งหมด 3 เรื่องจาก 8,000 กว่าเรื่องที่ผู้ใช้งานส่งเข้าประกวดในโครงการ“LINE Story Contest” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาสำหรับโฆษณาชุดแรกของLINE มีกำหนดการออกอากาศในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ส่วนโฆษณาอีก 2 ชุดมีกำหนดการเปิดตัวเป็นลำดับถัดไปภายในสิ้นปีนี้

แต่ละเรื่องราวที่ได้รับการคัดเลือกเพื่อถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์นั้นบอกเล่าประสบการณ์ “ยิ่งLINE ยิ่งใกล้” ซึ่งแบ่งปันเสียงหัวเราะความสนุกสนานการสื่อสารที่ชัดเจนและเข้าใจกันยิ่งขึ้นผ่านแอพพลิเคชั่นLINE

[PR] LINE ตอบรับกระแสผู้ใช้งานในประเทศไทย

คุณหน่องผู้อำนวยการสร้างโฆษณาทางโทรทัศน์กล่าวว่า“เรื่องราวของโฆษณาที่ดีเยี่ยมนั้นคือการสร้างจากความรู้สึกที่เกิดขึ้นจริงประกอบกับเสน่ห์เฉพาะตัวของLINE ที่ทำให้ภาพยนตร์โฆษณาดังกล่าวสามารถเข้าถึงความรู้สึกและประสบการณ์ของผู้ชมคนไทยได้ดียิ่งขึ้นอย่างที่ทราบกันดีว่าคนไทยให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวและมิตรภาพระหว่างเพื่อนมากเราจึงเชื่อว่าเรื่องราวดีๆเหล่านี้จะถ่ายทอดออกมาได้โดนใจผู้ใช้งานคนไทยทำให้พวกเขาหวนนึกถึงเรื่องราวดีๆของตัวเองกับแอพพลิเคชั่นLINE และเข้าใจมากยิ่งขึ้นว่าLINE มีบทบาทสำคัญกับชีวิตประจำวันของคนไทยอย่างไรบ้าง”

“เรารู้สึกยินดีที่ได้นำเสนอเรื่องราวอันน่าประทับใจของเหล่าผู้ใช้งานคนไทยผ่านภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์ตัวแรกของLINE ที่ออกอากาศในประเทศไทยต้องยอมรับว่าทีมงานของเราค่อนข้างใช้เวลาในการตัดสินและคัดเลือก 3 ผู้ชนะด้วยความยากลำบากเนื่องจากแต่ละเรื่องราวของผู้ใช้งานที่ส่งเข้ามาประกวดนั้นล้วนแต่มีความน่าสนใจและสามารถบอกเล่าเรื่องราวการสื่อสารของพวกเขากับแอพพลิเคชั่นLINE ได้อย่างน่าประทับใจสำหรับLINE แล้วประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความสำคัญมากประเทศหนึ่งโดยLINE ได้มุ่งมั่นพัฒนาฟีเจอร์และบริการต่างๆอย่างต่อเนื่องเพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานบนมือถือที่เหนือความคาดหมายแก่ผู้ใช้งานคนไทย”มร. ลีจินวูผู้จัดการทั่วไปฝ่ายธุรกิจLINE และLINE PLUS กล่าว

[PR] LINE ตอบรับกระแสผู้ใช้งานในประเทศไทย

คำบรรยายภาพ: สติ๊กเกอร์ชุด “สวัสดีประเทศไทย”

เพื่อฉลองโอกาสเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์ชุดแรกในประเทศไทยLINE ได้ออกสติ๊กเกอร์เวอร์ชั่นพิเศษมาเอาใจผู้ใช้งานคนไทยโดยเฉพาะพบกับเหล่าคาแรกเตอร์ตัวเด่นๆของLINE ที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีอย่างกระต่ายCony หมีBrown และหนุ่มสำอางเจ้าเสน่ห์James พร้อมผองเพื่อนที่ยกทัพกันมาสร้างสีสันและเรียกรอยยิ้มให้กับผู้ใช้งานคนไทยผ่านอิริยาบทและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของคนไทยผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดสติ๊กเกอร์LINE เวอร์ชั่นดังกล่าวได้ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคมถึง 30 พฤศจิกายนนี้

from:http://mobiledista.com/pr-line-response-to-current-users-in-thailand/