Redmi Note 7 สมาร์ทโฟน 4,999 จาก Xiaomi ที่ออกมาสกัดทุกแบรนด์ในตลาดระดับกลาง

ช่วงนี้การเมืองร้อนแรง แต่สมาร์ทโฟนหลายๆ แบรนด์ก็ยังต้องเร่งเปิดตัวมือถือใหม่ ทั้ง Samsung, Oppo และล่าสุดกับ Xiaomi ทำไมต้องเร่งเปิดตัวขนาดนั้น ต้องบอกว่าแต่ละแบรนด์รู้ดีว่า เข้าช่วงเดือน เม.ย. เป็นต้นไป คนไทยจะใช้เงินไปกับการท่องเที่ยวซะเป็นส่วนใหญ่

ดังนั้น ชิงเปิดตัวตอนนี้ ซื้อก่อนเลยดีกว่า แต่คำถามคือ จะซื้อแบรนด์ไหน รุ่นไหนดี ซึ่งช่วงนี้ก็ไม่ใช่เวลาแข่งขันของรุ่นเรือธงซะด้วย แต่เป็นช่วงเวลาของรุ่นตลาดระดับกลาง

Redmi Note 7 กับราคา 4,999 บาท

ตอนนี้สมาร์ทโฟนระดับกลางถึงบน แข่งกันที่สเปคและกล้องเป็นหลัก น่าจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่จะแข่งกันได้แล้ว เพราะตอนนี้สมาร์ทโฟนทุกตัวอัดทุกอย่างที่ฝ่ายพัฒนาจะจินตนาการได้เข้าไปหมดแล้ว ถ้าจะเหลือมิติการแข่งขันที่ยังไปได้อีก ก็คงเป็นเรื่องราคา

แต่ถ้าลดราคา ก็เท่ากับมีโอกาสเสียรายได้ลงด้วย

แต่กลยุทธ์นี้ไม่มีปัญหาสำหรับ Xiaomi ดังนั้นจึงนำมาซึ่งการเปิดตัว Redmi Note 7 (อ่านว่า เรดหมี่ โน้ต 7) โดยจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 27 มี.ค.​ 62 ด้วยราคาเริ่มต้น 4,999 บาท

ดีไซน์ได้ สเปคแรง

ราคาเริ่มต้น 4,999 บาท ถือว่าอยู่ในตลาดระดับกลางค่อนมาทางล่างด้วยซ้ำ แต่หน้าตาของ Redmi Note 7 ดูพรีเมียม ใช้กระจก Corning Gorilla Glass 5 ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง จอแสดงผล Dot Drop สัดส่วน 19.5:9  ขนาด 6.3 นิ้วในแนวทแยงมุม ความละเอียด FHD+ 1080×2380

กล้องด้านหลังของตัวเครื่อง เรดหมี่ โน้ต 7 ใช้เซ็นเซอร์ Samsung ISOCELL GM1 ซึ่งให้ภาพความละเอียดสูงถึง 48 ล้านพิกเซล ขณะถ่ายภาพเซ็นเซอร์ดังกล่าวจะใช้เทคโนโลยี Tetracell ของซัมซุงซึ่งผสาน 4 พิกเซลให้เป็นพิกเซลขนาด 1.6 ไมครอน โดยคุณสมบัตินี้ช่วยเพิ่มความไวแสงให้กับกล้องและส่งผลให้ภาพความละเอียด 12MP ที่ได้นั้นมีความสว่าง และให้รายละเอียดที่คมชัดมากขึ้น แม้ในสภาพแสงน้อย

สเปคในเชิงลึก Redmi Note 7 ใช้ชิพ Qualcomm Snapdragon 660 AIE ด้วยความเร็วสูงสุด 2.2GHz มีแบตเตอรี่ความจุ 4000mAh มี 3 สีให้เลือก ได้แก่ Space Black, Neptune Blue และ Nebula Red โดยรุ่น RAM 3GB/32GB วางจำหน่ายในราคา 4,999 บาท รุ่น RAM 4GB/64GB ราคา 6,599 บาท และรุ่น RAM 4GB/128GB ราคา 6,799 บาท

Redmi Note 7 จะเริ่มวางขายผ่านช่องทางออนไลน์ของ Lazada, AIS Online Store

เรดหมี่ โน้ต 7 จะเริ่มเปิดการแจ้งเตือนสำหรับคนที่สนใจผ่านแอปพลิเคชัน Lazada ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม เวลา 20.00 น. ถึงวันที่ 26มีนาคม เวลาเที่ยง และในวันที่ 26 มีนาคม 2562 Lazada จะประกาศรายชื่อผู้โชคดีที่ได้รับของรางวัล จำนวน 48 คนผ่านแอปพลิเคชัน โดยผู้โชคดีจะได้รับ Mi Compact Bluetooth Speaker 2 เป็นของรางวัล  และในวันที่ 27 มีนาคม ตั้งแต่เวลา  00:01 น. เป็นต้นไป เรดหมี่ โน้ต 7 จะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการครั้งแรกผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ Lazada Birthday Sale 2019

สรุป

สมาร์ทโฟนที่สเปคใกล้เคียงกัน ที่เปิดตัวมาไล่กัน Redmi Note 7 ทำราคาออกมาได้น่าสนใจมากที่สุด ถ้าจะบอกว่าชื่อแบรนด์ Xiaomi เองก็ทำคะแนนได้เยอะพอสมควรกับกลุ่มคนไทยที่สนใจเทคโนโลยีใหม่ๆ และรวมถึงเครื่องกรองอากาศด้วย ยิ่งทำให้ Redmi Note 7 มีโอกาสตีตลาดระดับกลางได้ดี

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/redmi-note-7/

โฆษณา

เว็บไซต์รับข้อร้องเรียนของอังกฤษล่ม หลังคนแห่ลงชื่อขอให้ยกเลิก Brexit ทะลุ 1 ล้านคน

เว็บไซต์รับข้อร้องเรียนของอังกฤษ ประสบปัญหาล่ม ไม่สามารถใช้บริการได้ชั่วคราว หลังจากที่มีผู้เสนอให้มีญัตติที่ขอให้รัฐสภาและรัฐบาล ยกเลิกกระบวนการ Brexit หรือการถอนตัวของประเทศอังกฤษ (สหราชอาณาจักร) ออกจากสหภาพยุโรป ด้วยการยกเลิกการใช้มาตรา 50 ของสนธิสัญญาสหภาพยุโรป และมีผู้ลงชื่อทะลุเกิน 1 ล้านคนแล้ว

คณะกรรมาธิการพิจารณาข้อร้องเรียน (Petitions Commitee) ของรัฐสภาและรัฐบาลอังกฤษ ระบุในทวิตว่า เว็บไซต์ประสบปัญหาการให้บริการ เนื่องจากมีการเข้าชมข้อร้องเรียนในประเด็นนี้เป็นจำนวนมาก ประมาณ 8 หมื่น – 1 แสนคน และมีผู้ลงชื่อกว่านาทีละเกือบ 2,000 ราย ซึ่งสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา ทำให้คณะกรรมาธิการ จำเป็นต้องพิจารณาเปลี่ยนแปลงเว็บไซต์ชั่วคราว เพื่อให้รองรับกับความเปลี่ยนแปลงนี้

ขณะที่กำลังเขียนข่าวนี้ ข้อร้องเรียนดังกล่าวมีผู้ลงชื่อไปแล้วกว่า 1.1 ล้านคน และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งตามระเบียบแล้ว รัฐสภาจะต้องหยิบข้อร้องเรียนนี้ขึ้นมาเป็นญัตติในการประชุมภายใน 1 วัน เมื่อมีผู้ลงชื่อเกินกว่า 1 แสนคน และรัฐบาลจะต้องมีคำตอบภายใน 3 วัน หากมีผู้ลงชื่อเกินกว่า 1 หมื่นคน

สำหรับ Brexit คือกระบวนการของประเทศอังกฤษที่จะออกจากสหภาพยุโรป โดยมีการลงมติกันไปเมื่อปี 2016 ว่าให้ออกจากสหภาพยุโรป แต่ระหว่างทางกลับเจอปัญหามากมาย จนกำลังเดินเข้าสู่ทางตัน และดูเหมือนท่าทีจากบางประเทศในสหภาพยุโรป ก็ไม่ได้เป็นบวกเท่าใดนัก (อ่านบทวิเคราะห์เพิ่มเติมได้จาก Brand Inside)

ที่มา – CNBC, BBC

No Description

from:https://www.blognone.com/node/108781

สิงคโปร์ครองแชมป์ เมืองที่แพงที่สุดในโลกปี 2019

จากรายงานของ Economist Intelligence Unit จัดอันดับเมืองที่แพงที่สุดในโลกปี 2019 พบว่าสิงคโปร์เบียดมาพร้อมกับฮ่องกง และปารีส ซึ่งสิงคโปร์ยังครองแชมป์ต่อไปได้อีกปี

Photo : Shutterstock

รายงานนี้เป็นการเก็บข้อมูลของค่าครองชีพทั่วโลกในปี 2019 จากนั้นมาทำการวิเคราะห์โดยแยกตามภูมิภาค มีการพิจารณาจากปัจจัยหลายๆ ประการ ได้แก่ อาหาร การเดินทาง การขนส่ง ค่าเสื้อผ้า รวมถึงความผันผวนของค่าเงิน

โดยที่ 3 อันดับแรกถูกครองดดยสิงคโปร์ ฮ่องกง และปารีสเป็นเมืองอันดับต้นๆ ในเอเชีย และยุโรป แต่ในการจัดอันดับนี้พบว่ามีเมืองจากสหรัฐอเมริกาเพียงแค่ 2 แห่ง ได้แก่ ลอสแองเจลิส และนิวยอร์ก ซึ่งลอสแองเจลิสมีการขยับขึ้น 4 อันดับ และนิวยอร์กขยับขึ้น 6 อันดับ แสดงให้เห็นว่าสหรัฐอเมริกามีการเติบดตด้านเศรษฐกิจขึ้น

อีกทั้งข้อมูลยังชี้ให้เห็นถึงปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลทำให้ค่าครองชีพพุ่งสูง อย่างร้านขายของชำที่มีราคาแพงในเอเชีย หรือราคายานยนต์ที่สูงในเมือง Tel Aviv ประเทศอิสราเอล

ส่วนอันดับ 4 ลงมาคือเมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ขณะที่เจนีวาอยู่อันดับที่ 5 คู่กับโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น

10 อันดับเมืองที่แพงที่สุดในโลกปี 2019

  1. Singapore, Paris และ Hong Kong
  2. Zurich
  3. Geneva และ Osaka
  4. Seoul, Copenhagen และ New York
  5. Tel Aviv และ Los Angeles

Source

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/singapore-most-expensive-city-2019/

OPPO F11 Pro กระแสแรงไม่มีตกจองวันนี้รับของแถมสุดพิเศษมากมาย!!

 

เพิ่งเปิดตัวไปสดๆ ร้อนๆ กับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดและเป็นที่น่าจับตามองอย่างมาก นั่นก็คือ OPPO F11 Pro นั่นเอง ที่ได้เปิดตัวไปวันอังคารที่ 19 มีนาคม 2562 พร้อมพรีเซ็นเตอร์สาวสวยมากความสามารถ ญาญ่า – อุรัสยา

OPPO F11 Pro

และต้องยอมรับว่ามาคราวนี้ OPPO F11 Pro ก็ได้กระแสตอบรับที่ดี ไม่แพ้รุ่นพี่ในตระกูล F รุ่นก่อนๆ อย่าง F9 หรือ F7 เลย เพราะทันทีที่ได้ทำการเปิด Pre – Order ในวันที่ 16 มีนาคม 2562 OPPO F11 Pro ก็สามารถทำยอดจองได้ถึง 80% ในเวลาแค่ 3 วันเท่านั้น และยังทำยอดจองมากกว่า OPPO F9 ถึง 2 เท่าอีกด้วย เรียกได้ว่าเปิดตัวมากี่รุ่นๆ ก็ได้รับการการตอบรับที่ดีมาตลอด

ซึ่งการที่ OPPO F11 Pro ได้รับกระแสตอบรับที่ดีขนาดนี้เพราะรอบนี้มาพร้อมกับความสามารถมากมาย และที่น่าสนใจกล้องหลังคู่ 48 + 5 ล้านพิกเซล พร้อมคอนเซป “Portrait สวย แม้แสงน้อย” อีกทั้งดีไซน์ที่สวยงามมีเอกลักษณ์ของสองสี สองสไตล์ Thunder Black และ Aurora Green มาพร้อมจอกว้างไร้ติ่งกับ Panoramic Screen ขนาดกว้าง 6.5 นิ้วแถมชาร์จไวขึ้น 20 % กับ VOOC Flash Charge 3.0

เรียกได้เป็นสเปคที่คุ้มค่ามากๆ และใครที่อยากเป็นเจ้าของ OPPO F11 Pro ก็สามารถจองได้แล้ววันนี้ – 27 มีนาคม ในราคา 10,990 บาท

พร้อมรับ OPPO VIP Card ประกันจอแตกนาน 1 ปี และ OPPO Smart bag มูลค่ากว่า 6,590 บาท รีบด่วนๆ เพราะมีจำนวนจำกัด

และอีกหนึ่งช่องทางพิเศษเมื่อจองที่ JD Central รับฟรีของแถมสุดพิเศษ หูฟังไวเลส, พัดลมฮาริ, OPPO VIP Card ประกันจอแตกนาน 1 ปี และ OPPO Smart bag มูลค่ากว่า 9,600 บาท แถมมีโปรโมชั่นผ่อนนานสูงสุด 10 เดือนอีกด้วย เรียกได้ว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม

ใครสนใจก็คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ลิ้งด้านล่างได้เลย http://bit.ly/2Wg1bg6

 

from:http://mobileocta.com/oppo-f11-pro-strong-currents-no-fall-book-today-get-many-free-extras/

ใกล้ขายแล้ว!! พบรูปภาพ AirPower ถูกซ่อนไว้บนเว็บไซต์ทางการของ Apple หลังจากเปิดตัว AirPods รุ่นใหม่

อุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่ไร้สาย AirPower เคยปรากฏอยู่บนเว็บไซต์ทางการของ Apple อยู่พักหนึ่ง ในหน้าของ iPhone X เพราะถูกอ้างอิงคุณสมบัติชาร์จไร้สายของ iPhone ก่อนจะถูกลบออกไป เพราะไม่สามารถวางจำหน่ายได้ทันในปีที่ผ่านมา

ล่าสุด รูปภาพ AirPower กลับมาปรากฏอยู่บนเว็บไซต์ทางการของ Apple อีกครั้ง บนหน้าของ AirPods แต่ถูกซ่อนไว้ โดยมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย จากเดิมที่มี iPhone X วางอยู่ กลายเป็น iPhone XS พร้อมกับเคสชาร์จแบบไร้สายของ AirPods

ไม่มีใครได้เห็นรูปภาพ AirPower บนหน้าของ AirPods นอกจาก Michael Bateman ที่เจาะลงไปในซอสโค้ดของเว็บไซต์ Apple ในออสเตรเลีย แล้วพบว่ามีคำสั่ง < figure class=image-wireless-airpower > ซึ่งเป็นการอ้างถึงรูปภาพ AirPower อย่างชัดเจน

AirPower เคยถูกลือว่าจะเปิดตัวในช่วงเดียว AirPods รุ่นใหม่ ซึ่งตอนนี้ AirPods รุ่นใหม่ ก็ได้รับการเปิดตัวแล้ว จึงคาดว่ากำหนดการวางจำหน่าย AirPower ก็กำลังจะมาถึงในเร็วๆ นี้

ที่มา – 9to5mac
https://www.flashfly.net/wp/246154

from:https://www.flashfly.net/wp/246154

ทรูมูฟ เอช รับรางวัล “Best Network Provider” ในงานมอบรางวัลสุดยอดองค์กรธุรกิจไทย “Thailand Top Company Awards 2019”

 

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี มอบรางวัลความเป็นเลิศ “Best Network Provider”  ให้แก่ ทรูมูฟ เอช โดย นายสุภกิจ  วรรธนะดิษฐ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่ม ด้านการพาณิชย์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนในงาน “Thailand Top Company Awards 2019” สุดยอดองค์กรธุรกิจไทยประจำปี 2562

ซึ่งตัดสินจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ร่วมกับ นิตยสาร Business+ รางวัลดังกล่าว ตอกย้ำความมุ่งมั่นของทรูมูฟ เอช ที่จะนำเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมที่ทันสมัยที่สุดมาพัฒนาคุณภาพของสินค้าและบริการ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายมาโดยตลอด

รวมถึงการร่วมมือกับพันธมิตรด้านเทคโนโลยีเครือข่ายชั้นนำระดับโลกในการพัฒนาโครงข่ายให้มีคุณภาพทัดเทียมนานาประเทศ เพื่อมอบประสบการณ์การสื่อสารที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภคชาวไทย

truemove H

ทั้งนี้ งานมอบรางวัลดังกล่าวจัดโดย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ร่วมกับ นิตยสาร Business+ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อยกย่ององค์กรธุรกิจที่ประสบความสำเร็จสูงสุดประจำปี 2562 ที่มีผลการดำเนินงาน ยอดเยี่ยม และมีความเป็นเลิศในด้านต่างๆ ด้วยแนวคิดนวัตกรรมเปลี่ยนโลกธุรกิจ  

 

from:http://mobileocta.com/true-move-h-won-the-best-network-provider-award/

NTT Communications ใช้ ISO 50001 ลดการใช้พลังงานในดาต้าเซนเตอร์ลงกว่า 6 แสนหน่วยต่อปี

ทางทีมงาน TechTalkThai ได้มีโอกาสเข้าร่วมการแถลงข่าวจาก NTT Communications เผยถึงการนำมาตรฐาน ISO 50001 เข้ามาใช้กับดาต้าเซ็นเตอร์ของตนซึ่งประหยัดพลังงานที่ต้องใช้ได้ถึง 15% เพียงแค่ปรับกระบวนการให้ได้มาตรฐาน

คุณ สุทธิพัฒน์ ลือประเสริฐ CTO ของบริษัท ดิจิตอล พอร์ท เอเชีย บริษัทในกลุ่ม NTT Communications

คุณสุทธิพัฒน์ ลือประเสริฐ CTO ของบริษัท ดิจิตอล พอร์ท เอเชีย บริษัทในกลุ่ม NTT Communications ได้เล่าให้เราฟังถึงที่มาที่ไปว่าปัจจุบันด้วยเทรนการเติบโตของดาต้าเซนเตอร์ของโลกนั้นมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมากตามกระแสของไอที โดยมีรายงานผลสำรวจของการใช้พลังงานว่าในอนาคตการใช้พลังงานของดาต้าเซนเตอร์จะคิดเป็น 20% ของการใช้พลังงานในระดับสากลซึ่งถือว่าสูงมากทีเดียว นอกจากนี้ยังไม่นับรวมผลกระทบลูกโซ่ที่ก่อให้เกิดปัญหาต่อสภาวะแวดล้อมต่างๆ เช่น โลกร้อน การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ก๊าซเรือนกระจก

อย่างไรก็ตามยังมีรายงานว่าต้นทุนของการให้บริการดาต้าเซนเตอร์กว่า 40% คือส่วนที่ต้องจ่ายให้การใช้พลังงาน ดังนั้นด้วยสาเหตุหลายประการที่กล่าวมาแล้วทาง NTT จึงแก้ไขปัญหาด้วยการนำมาตรฐาน 50001 เข้ามาใช้ในการให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ของตนที่มุ่งเน้นเรื่องของการควบคุมและประเมินผลการใช้พลังงานภาพรวม โดยหลักการวัดก็คือตัวแปร Power Usage Effectiveness (PUE) หรือสัดส่วนการใช้พลังานใช้พลังงานในภาพรวมต่อการใช้พลังงานของอุปกรณ์ไอที

โดย NTT ได้ปรับกลยุทธ์หลายอย่าง เช่น เปลี่ยนหลอดไฟให้เป็น LED ติดตั้งอุปกรณ์ที่ทำมาเพื่อจัดการความชื้นโดยเฉพาะดีกว่าพึ่งแค่การจัดการความชื้นของระบบ Cooling ธรรมดา รวมถึงใช้เซนเซอร์เพื่อวัดว่าเมื่อใดถึงจำเป็นต้องมีการถ่ายเทอากาศจากภายนอกเข้ามาเติม (Smart Scheduling) และในอนาคตทางบริษัทตั้งเป้าว่าจะประยุกต์เอา AI เข้ามาใช้ซึ่งในขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการศึกษา อย่างไรก็ดีผลประโยชน์ในภาพรวมทาง NTT สามารถลดค่า PUE ลงเหลือ 1.65 (ใกล้ 1 คือดี) เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในประเทศเขตร้อนอยู่ที่ 2.0 หรือลดการใช้พลังงานได้ถึง 6 แสนหน่วยต่อปีทำให้ต้นทุนของการให้บริการลดลงด้วย นอกจากนี้ยังตั้งเป้าว่าในปี 2019 จะพยายามลดค่า PUE ให้เหลือ 1.5 ให้ได้

from:https://www.techtalkthai.com/ntt-communications-adapt-iso-50001-save-energy-15-percents/

โฆษณา

for feed news app

%d bloggers like this: