ชาติศิริ มั่นใจแบงก์กรุงเทพจะก้าวเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในอาเซียน หลังซื้อธนาคารในอินโดนีเซีย

กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องการซื้อธนาคารในประเทศอินโดนีเซียว่าจะทำให้ธนาคารกลายเป็นผู้เล่นรายสำคัญในอาเซียน และทำให้อัตราส่วนทางการเงินดีขึ้นกว่าเดิม

Bangkok Bank ธนาคารกรุงเทพ
ภาพจาก Shutterstock

ชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพ ได้กล่าวถึง แผนของธนาคารกรุงเทพหลังจากการซื้อกิจการของ Permata Bank กับสำนักข่าว Bloomberg โดยเชื่อมั่นว่าหลังจากการควบรวมกิจการได้สำเร็จจะทำให้ธนาคารกรุงเทพกลายเป็นผู้เล่นรายสำคัญของภูมิภาค

แหล่งข่าวไม่ระบุตัวตนที่ใกล้ชิดกับ ชาติศิริ กล่าวกับ Bloomberg ว่า เรื่องการซื้อกิจการในประเทศไทยนั้นกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพจับตามองที่จะซื้อกิจการมานานแล้ว แต่พบว่าโอกาสการเติบโตธุรกิจธนาคารในประเทศไทยเหลือไม่มากนัก

สำหรับ Permata Bank นั้น แหล่งข่าวไม่ระบุตัวตนของ Bloomberg ได้กล่าวว่า ชาติศิริ จับตามองมาเป็นเวลาพักใหญ่แล้ว และกระโดดลงเล่นเกมนี้ทันทีหลังจากมีข่าวที่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 2 รายประกาศขายหุ้น ซึ่งเราจะเห็นว่ามีคู่แข่งทั้งจากประเทศญี่ปุ่นอย่าง Sumitomo Mitsui Financial Group ก็สนใจซื้อกิจการเช่นกัน

อย่างที่เราทราบกันว่าเศรษฐกิจของอินโดนีเซียที่มีปริมาณประชากรที่สูง นอกจากนี้ในปี 2019 ที่ผ่านมา GDP ของอินโดนีเซียเติบโตที่ 5% ทำให้มีโอกาสใหม่ๆ ด้านการเงินอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปล่อยสินเชื่อในรูปแบบรายย่อย SME รวมไปถึงลูกค้ารายใหญ่ที่ธนาคารกรุงเทพถนัด

ไม่เพียงแค่นั้นผู้บริหารของธนาคารกรุงเทพยังได้กล่าวว่าการซื้อ Permata Bank จะช่วยผลักดันให้อัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) กลับมาสูงขึ้นอยู่ในเลข 2 หลักได้อีกครั้ง โดยปัจจุบันสัดส่วน ROE ของธนาคารกรุงเทพอยู่ที่ประมาณ​ 7% ซึ่งน้อยกว่าธนาคารคู่แข่งอื่นๆ

ปัจจุบัน Permata Bank มีสาขาประมาณ​ 330 สาขาทั่วประเทศอินโดนีเซีย ลูกค้ารายสำคัญนั้นมีทั้งปูนซีเมนต์ไทย Salim Group รวมไปถึง Red Bull นอกจากนี้ในรายงานของ Bloomberg ยังได้กล่าวถึงทายาทรุ่น 4 ของธนาคารกรุงเทพได้มีโอกาสในการทำงานในด้านต่างๆ เพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงการเจรจาในการซื้อกิจการของ Permata ด้วย

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/chartsiri-sophonpanich-believe-after-buy-permata-bank-can-push-bangkok-bank-to-bigger-regional-player-also-boost-financial-ratio-too-bbg-reports/

ซังซุงสั่งปิดโรงงานผลิตมือถือชั่วคราวหลังพบพนักงานติดเชื้อไวรัสโคโรน่า

ปัญหาโคโรน่าไวรัสที่ประเทศเกาหลีใต้ ทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน และกระทบหลายภาคส่วนของประเทศ โดยล่าสุดแม้แต่ Samsung เองก็ดูจะไม่รอดพ้นปัญหานี้ หลับพบพนักงานรายหนึ่งในโรงงานผลิตสมาร์ทโฟนในจังหวัดกูมิ ติดเชื้อโคโรน่าไวรัส ส่งผลทำให้ทางฝ่ายบริหารสั่งปิดโรงงานจนถึงวันจันทร์ที่จะถึงนี้ทันที โดยพนักงานทุกคนที่มีปฏิสัมพันธ์กับพนักงานรายนี้ต้องกักกันตัวเอง และถูกส่งตรวจหาเชื้อ รวมถึงชั้นที่พนักงานคนนี้ทำงานจะต้องถูกปิดเพิ่มเติมถึงวันที่ 25 กุมภาพันธ์

โดยโรงงานที่ปิดไปนี้เป็นโรงงานสมาร์ทโฟนเพียงเท่านั้น ไม่รวมถึงโรงงานผลิตชิป หรือหน้าจอต่างๆ ที่อยู่ทั่วประเทศของเกาหลีใต้ ซึ่งทาง Samsung ให้ข้อมูลว่าเป็นเพราะโรงงานในเมืองกูมินี้ ไม่ได้อยู่ห่างจากเมืองแดกู ที่เป็นศูนย์กลางของการระบาดในเกาหลีใต้ตอนนี้เท่าไหร่นักนั่นเอง

อย่างไรก็ดีโรงงานในเมืองกูมินี้เป็นโรงงานสำหรับผลิตสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมของทาง Samsung อย่าง Galaxy Fold  และ Galaxy Z Flip โดยมุ่งเน้นป้อนให้กับตลาดในเกาหลีใต้เป็นหลัก ทำให้ไม่น่าจะกระทบต่อการผลิตสินค้าที่ส่งไปยังประเทศอื่นๆทั่วโลกนัก โดยกำลังการผลิตหลักของ Samsung ในปัจจุบันอยู่ในประเทศเวียดนาม และอินเดียเป็นหลักนั่นเอง

ซัมซุงไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์เดียวที่การผลิตได้รับผลกระทบจากโคโรน่าไวรัส โดยก่อนหน้านี้ Apple ก็ได้เคยออกมาเตือนไปแล้วว่าฝ่ายการผลิตของบริษัทอาจต้องหยุดลง จนส่งผลให้ของขาดตลาด และสมาร์ทโฟนอีกหลายแบรนด์ที่ภาคการผลิตอยู่ในประเทศจีน ก็น่าจะได้รับผลกระทบไม่ต่างกัน ซึ่งนั่นหมายความว่าปัญหาโคโรน่าไวรัสนี้จะไม่ได้กระทบแค่ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมในจีนเท่านั้นอีกต่อไป แต่ถ้าสถานการณ์ยังคงลากยาวเช่นนี้ ก็น่าจะเริ่มส่งผลกระทบไปทั่วทั้งโลกเร็วๆนี้

 

source reuter via engadget

from:https://droidsans.com/samsung-factory-shutdown-corona-virus/

Samsung จดสิทธิบัตร Galaxy Note 20 อาจมาพร้อมจอโค้งสุดขอบ, ฉายภาพสามมิติได้ และมีฟีเจอร์ล้ำๆ อีกเพียบ!

ข่าวการเปิดตัวของ Samsung Galaxy S20 เรียกว่ายังไม่ทันหายร้อนก็มีข่าวใหม่มาจ่อคิวกันต่อทันที กับกระแสของเรือธงรุ่นต่อไปอย่าง Galaxy Note 20 ที่มาพร้อมข่าวของการจดสิทธิบัตรหน้าจอแบบโค้งสุดขอบหรือ waterfall display ซึ่งเป็นดีไซน์ที่หลายๆ ค่ายนิยมใช้กันอยู่ในตอนนี้

สำนักงานสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าในสหรัฐอเมริกา หรือ USPTO ได้อนุมัติคำขอจดสิทธิบัตรสำหรับเทคโนโลยีใหม่ที่จะนำมาใช้กับ Galaxy Note 20 ซึ่งจากภาพประกอบสิทธิบัตรดังกล่าวเผยให้เห็นว่า Galaxy Note 20 จะมาพร้อมจอแสดงผลแบบจอโค้งสุดขอบ แต่ที่น่าสนใจคือในดีไซนืดังกล่าวเราจะเห็นปุ่มกดที่ยื่นทะลุขอบจอออกมาทางด้านข้าง

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลว่า Galaxy Note 20 อาจจะมาพร้อมฟีเจอร์ล้ำๆ อีกหลายอย่างด้วยกัน อาทิเช่น รองรับการฉายภาพสามมิติขึ้นบนอากาศ (Holographic projector), มีเซนเซอร์ Electromyography (EMG) ตรวจวัดความผิดปรกติของกล้ามเนื้อและเส้นประสาทด้วยไฟฟ้า , Electroencephalogram (EEG) ตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าสมอง, Electrocardiogram (ECG) การตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ซึ่งก็เป็นเซนเซอร์ที่มักจะถูกติดตั้งในสมาร์ทวอซหลาย ๆ ยี่ห้อ เพื่อตรวจวัดความผิดปรกติของอัตราการเต้นของหัวใจ, และเซนเซอร์สแกนนิ้วเป็นต้น  ส่วนขนาดของแบตเตอรี่นั้นก็จะมีความจุเพิ่มขึ้น โดย Galaxy Note 20+ อาจจะมีความจุแบตเตอรี่ขนาด 5000mAh ส่วน Galaxy Note 20 คาดว่าจะเป็น 4000mAh

ในส่วนของชิปเซ็ตนั้นคาดว่า Galaxy Note 20 จะใช้ Snapdragon 865 หรือ  Exynos 990 ส่วนกล้องหลังอาจจะใช้โมดูลเดียวกับกล้องหลังของ Galaxy S20 และอาจจะมีรุ่น Ultra เพิ่มเข้ามาอีก ส่วนกล้องหน้าก็คาดว่าอาจจะเป็น ณnfinity O เหมือนเดิม  ซึ่งล่าสุดก็มีภาพเรนเดอร์ของตัวเครื่องออกมาให้เราได้เห็นเป็นไอเดียอีกด้วย โดยนักออกแบบคอนเซปต์ชื่อดัง อย่าง Waqar Khan ได้นำแรงบัลดาลใจมาจากดีไซน์ของ Galaxy S20 และ Galaxy Note 10 มารวมกันโดย โดย Galaxy Note 20 จะมาพร้อมกับกล้องหลัง 3 ตัว, Galaxy Note 20+ และ Galaxy Note 20 Ultra จะมีกล้องหลัง 4 ตัว  รวมถึงอาจจะมาพร้อมกับ Space Zoom  ที่สามารถซูมได้ 100 เท่าแบบไฮบริด

ทั้งนี้รายละเอียดดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากทางค่าย และยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องของสเปคค่ะ และที่สำคัญเชื่อว่าหลายๆ คนก็ยังรอดูว่า S Pen ของ Galaxy Note 20 ในปีนี้จะมีฟีเจอร์เทพๆ อะไรให้ว้าวเหมือนรุ่นที่ผ่านมาอีกบ้าง ต้องติดตามกันต่อไปค่ะ

 

ที่มา phonearena, androidheadlines

from:https://droidsans.com/samsung-patent-waterfall-screen-and-projector-galaxy-note-20-series/

เอาบ้าง! เผยคลิป OPPO Find X2 โชว์กล้องซูม 100x เท่า ท้าชน Galaxy S20 Ultra แบบเต็มๆ ก่อนเปิดตัว 6 มีนาคมนี้

เหลืออีกไม่เพียงกี่วันเท่านั้นสำหรับวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ OPPO Find X2 ที่เตรียมจัดขึ้นวันศุกร์ 6 มีนาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งเราได้เห็นสเปคต่างๆ ของเครื่องหลุดออกมาบ้างแล้ว ทั้งเรื่องหน้าจอ 120Hz ระบบ SuperVOOC 65 วัตต์ล่าสุดก็มีข้อมูลเรื่องกล้องของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ออกมา โดยมีพลังซูมที่ไกลถึง 100x!

คลิปด้านล่างนี้ถูกเผยแพร่ลงเว็บไซต์ Weibo เป็นการโชว์ประสิทธิภาพการซูมของ OPPO Find X2 ซึ่งภาพจากด้านล่าง ก็เป็นภาพของระยะเลนส์ Wide ของกล้องมือถือธรรมดาทั่วไป

ระยะซูม 1x

มาถึงระยะซูม 16.6x กันบ้าง ซึ่งตรงนี้คาดว่าน่าจะเป็นการซูมแบบ Hybrid แล้ว เพราะเริ่มมีการเสียรายละเอียดของภาพนิดหน่อย แต่ไม่ถึงกับเยอะมาก เพราะยังอ่านป้าย Holy Family Church ได้สบายๆ

ระยะซูมประมาณ 17x

และเมื่อลองดันซูม Digital ไปให้สุด 100x กลับพบว่า ภาพที่ได้จาก OPPO Find X2 นั้น ยังดูมีรายละเอียดอยู่ ไม่ได้เละจนมองไม่อะไรไม่รู้เรื่อง ดูแล้วคุณภาพแทบจะไม่ต่างอะไรกับภาพด้านบนที่มีระยะซูมอยู่ที่ 16x มากเท่าไหร่ ทั้งนี้ก็คาดว่าคนถ่ายน่าจะวางโทรศัพท์ไว้ที่ขาตั้งกล้องอีกทีนึงหรือเปล่า เพราะใช้มือถ่ายธรรมดาน่าจะไม่ได้ภาพที่นิ่งขนาดนี้ (แต่ก็เห็นว่ามีการขยับๆ ของกล้อง ซึ่งดูแล้วน่าจะเป็นการเปลี่ยนจุดวางขาตั้ง)

ระยะซูม 100x

สเปค OPPO Find X2 (ยังไม่เป็นทางการ)

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.5 นิ้ว ค่ารีเฟรชเรท 120 Hz
  • ชิปเซ็ต Snapdragon 865
  • RAM 8GB
  • ความจุ 256GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว (48MP + 8MP + 13MP) Digital Zoom 100x
  • กล้องหน้า 1 ตัว 32MP
  • แบตเตอรี่ 4,065 mAh รองรับชาร์จไว 65W

โดย OPPO เตรียมเปิดตัวมือถือเรือธงซีรีส์ Find X2 ของพวกเขาในวันที่ 6 มีนาคมที่จะถึงนี้ เท่ากับว่าเหลือเวลาอีกไม่ถึงเดือนแล้ว ซึ่งจนถึงตอนนั้นเราก็น่าจะได้รู้กันแล้วล่ะครับว่าสรุป Find X2 นั้น มี Digital Zoom ที่เท่าไหร่กันแน่ เพราะบางที่ก็บอกว่า 60x บางที่ก็บอก 100x..

 

ที่มา: weibo via OPPO Thailand Community Group

from:https://droidsans.com/oppo-find-x2-to-have-the-100x-zoom-capability/

OPPO ปรับตารางการอัพเดท ColorOS 7 บน Android 10 ใหม่ หลังเจอไวรัส COVID-19

หลังจากที่ OPPO ประกาศเปิดตัวระบบปฏิบัติการใหม่ ColorOS 7 บน Android 10 ไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2019 ที่ผ่านมา มีการปล่อยเวอร์ชั่นเบต้าให้ทดสอบในจีน และตามกำหนดการเดิมจะเริ่มปล่อยให้ใช้กันในเดือนมกราคม แต่เนื่องจากผลกระทบจากไวรัสโคโรน่าในประเทศจีนส่งผลให้การพัฒนาล่าช้าลงไป ล่าสุดก็มีข่าวออกมาให้ชื่นใจแล้วว่าจะมีเวอร์ชั่นทดสอบในต่างประเทศด้วยก่อนเวอร์ชั่นเต็มจะแล้วเสร็จ

สำหรับแผนการอัพเดทใหม่นั้นจะเริ่มจากประเทศอินเดียก่อน ซึ่งจะเริ่มปล่อยเวอร์ชั่นทดลองให้กับมือถือรวม 10 รุ่น โดยจะเริ่มเปิดให้ทดลองตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไป

รายชื่อมือถือที่จะได้รับการอัพเดท COLOR OS 7 ในอินเดีย

  • OPPO Reno
  • OPPO Reno 10x zoom
  • OPPO Reno2
  • OPPO F11 , F11 Pro
  • OPPO R17 , R17 Pro
  • OPPO Find X
  • OPPO Find X Automobili Lamborghini Edition
  • OPPO Find X SuperVOOC Edition

 

และนอกจากนี้ OPPO ก็ยังเผยตารางการอัพเดทใหม่สำหรับผู้ใช้มือถือในประเทศจีนรวมทั้งหมด 18 รุ่น ซึ่งในโซนนี้จะเริ่มได้รับการอัพเดทตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – เดือนมีนาคมนี้เป็นต้นไป

รายชื่อมือถือที่จะได้รับการอัพเดท COLOR OS 7 ในจีน

ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2019

วันที่  22 กุมภาพันธ์ 

  • OPPO K5

วันที่  26 กุมภาพันธ์ 

  • OPPO Reno Z

ช่วงเดือนมีนาคม  2019

วันที่ 10 มีนาคม  2019

  • Reno Ace + Reno Ace Gundam
  • Reno-10X Zoom + Reno Barcelona
  • R17 + R17 New Year  (10 มีนาคม)
  • R17 Pro + R17 Pro New Year + R17 Pro King Custom
  • Reno 2
  • Find X + Find X Lamborghini + Find X Flash Charge Edition

วันที่ 20 มีนาคม  2019

  • Reno + Reno Inspiration Edition (20 มีนาคม)

วันที่ 31 มีนาคม  2019

  • Reno 2Z

และในส่วนของ ColorOS 7 เวอร์ชั่น global ในประเทศอื่นๆ นั้นคงต้องรอฟังประกาศจากทางค่ายกันอีกทีค่ะว่าจะเริ่มได้ใช้เวอร์ชั่นทดลองไหม หรือจะรออัพดทเป็นตัวเต็มเลย ซึ่งก็คาดว่าจะไม่นานเกินรออย่างแน่นอน

 

ที่มา gsmarena, gizchina

from:https://droidsans.com/android-10-based-coloros-7-trial-version-india-available/

ลาพักร้อนยังไง ไม่ให้โดนตามงาน? เรียนรู้วิธีสร้างพฤติกรรมใหม่ พักงานได้ สบายใจ ไม่ถูกกวน

ลาพักร้อนคือสิ่งที่มนุษย์เงินเดือนหลายคนมองหา บางคนอยากลาพักร้อนเพื่อไปเที่ยวต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ ลาพักร้อนเพื่อไปใช้เวลาอยู่กับตัวเองและครอบครัว มีความสุขกับชีวิตให้เต็มที่เพื่อพร้อมกลับมาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ เพื่อนร่วมงานไม่ได้พักไปพร้อมกับเรา เดี๋ยวโทรตามงาน ถามนั่น ถามนี่ เราจึงควรวางแผนให้รอบคอบก่อนลาพักร้อน

ภาพจาก Shutterstock

สร้างนิสัยการทำงานแบบใหม่ จะได้ลางานอย่างเป็นสุข ไม่มีใครตามงาน

ตั้งกฎกำหนดเวลาทำงานให้เป็นนิสัย ปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามีส่วนกับการทำงานมากขึ้น เพื่อนร่วมงานสามารถส่งข้อความตามงานคุณได้ตลอดเวลา ไม่เว้นแม้แต่เวลากลางคืน

คุณควรตั้งกฎกับตัวเองว่าถ้ามีคนส่งข้อความหาคุณเรื่องงานตอนกลางคืน หากไม่ใช่เรื่องด่วน คุณจะไม่ตอบข้อความ หรือตอบไปว่า “เดี๋ยวดูให้ที่ทำงานพรุ่งนี้เช้านะ ขอบคุณ” จะดีกว่า และเมื่อถึงเวลาที่คุณลาพักร้อน เพื่อนร่วมงานของคุณจะเกรงใจและรู้ว่าถ้าส่งข้อความไปหาคุณตอนนี้ คุณจะไม่ตอบแน่ๆ และต้องรอหลังจากที่คุณกลับมาทำงานก่อน

เหนื่อยก็พัก อย่าหักโหม การทำงานก็เหมือนวิ่งมาราธอน ระหว่างทางถ้าคุณเหนื่อยคุณก็ต้องหยุดพัก ถ้าคุณฝืนตัวเองคิดว่ายังไหว แน่นอนว่าคุณอาจไปไม่ถึงเส้นชัย เพราะหมดลมหายใจไปก่อน การทำงานก็เช่นกัน ถ้าคุณฝืนทำงานทั้งที่ร่างกายไม่ไหว คุณอาจหมดไฟ คิดงานไม่ออกก่อนงานเสร็จ ดังนั้นควรหาเวลาพักผ่อนบ้าง แล้วค่อยกลับมาทำงานต่อ ไม่ใช่รองานเสร็จแล้วค่อยพักทีเดียว

เคลียร์งานค้างให้เสร็จก่อน ก่อนลาพักร้อนคุณควรเคลียร์ภาระงานของคุณให้หมดก่อนล่วงหน้าหลายๆ วัน รวมถึงคุยกับเพื่อนร่วมงานก่อนว่าคุณจะลาพักร้อนนะ เพราะคงไม่ดีแน่ถ้าคุณจะลาพักร้อนไปแบบมีงานค้างค้า เพื่อนร่วมงานของคุณอาจโทรตาม โทรถามว่างานนี้ต้องทำยังไงต่อ รวมถึงประสานงานกับลูกค้า

design thinking
การทำงานเป็นทีม เปิดโอกาสให้เพื่อนร่วมงานได้ตัดสินใจ ภาพจาก pixabay.com

ไว้ใจเพื่อนร่วมงาน ไม่ใช่อะไรๆก็คุณ คุณต้องสร้างนิสัยไว้ใจเพื่อนร่วมงานให้เขาได้เป็นคนตัดสินใจบ้าง งานจะต้องเดินต่อไปได้หากคุณไม่อยู่ โดยเฉพาะเวลาที่คุณลาพักร้อน ถ้าคุณต้องตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเอง เพื่อนร่วมงานก็จะโทรหาคุณทุกครั้งที่คุณไม่อยู่แม้ไม่ใช่เรื่องด่วนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ที่มา – money

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/how-to-manage-your-day-off/

Canalys ประเมินตลาดพีซีปี 2020 หดตัวจากปัญหาไวรัส ทำให้โรงงานปิด, คนจีนซื้อน้อยลง

บริษัทวิจัยตลาด Canalys ประเมินยอดขายพีซีรวมตลอดปี 2020 ว่าลดลงแน่ๆ จากปี 2019 ขึ้นกับว่าจะลดลงมาก (-8.5%) หรือลดลงน้อย (-3.4%) เท่านั้น

Canalys มองว่าปัจจัยเรื่องไวรัส COVID-19 ส่งผลกระทบต่อสายการผลิตพีซี (ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในจีน) เข้าเต็มๆ ขึ้นกับว่าสายการผลิตจะสามารถกลับมาเดินหน้าได้ตามปกติในเดือนเมษายน (best-case scenario) หรือหลังเดือนมิถุนายนไป (worst-case scenario) ซึ่งตอนนี้ Canalys ยังให้โอกาสที่จะเกิด best-case ที่ราว 80% อยู่

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเรื่องไวรัสไม่ได้ส่งผลต่อการผลิตอย่างเดียว แต่จะส่งผลให้ประเทศจีนสั่งซื้อพีซีน้อยลงเองด้วย ซึ่ง Canalys ประเมินว่าจะน้อยลงจากปี 2019 ที่ราว 3.8-12.2% ขึ้นกับสถานการณ์ ส่วนความต้องการพีซีของประเทศอื่นๆ ยังไม่ได้รับผลกระทบจากไวรัสมากนัก แต่จะมีปัญหาซื้อไม่ได้เพราะชิ้นส่วนขาดแคลนแทน

No Description

No Description

ที่มา – Canalys

from:https://www.blognone.com/node/114802

for feed news app

%d bloggers like this: