วิธีปลดล็อกโหมดพระเจ้าของวินโดวส์ 11 เพื่อเข้าถึงการตั้งค่าขั้นสูงได้

ไมโครซอฟท์ได้เปลี่ยนดีไซน์ของหน้าแอพ Settings ใหม่ในวินโดวส์ 11 หลังไม่ได้แก้ไขมานาน โดยหน้าการตั้งค่าใหม่นี้จะใช้แถบเมนูด้านข้างและปุ่มข้อความแสดงหน้าย่อย (Breadcrumbs) เพื่อให้ผู้ใช้เปลี่ยนหน้าไปมาได้ง่ายขึ้น รวมทั้งยังมีฟีเจอร์ใหม่ที่ควบคุมได้ทั้งการปรับแต่งการแสดงผล, การจัดการเครือข่าย, การบริหารพลังงาน, การจัดการดิสก์ เป็นต้น

แต่ถึงจะได้รับการพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่แอพ Settings นี้ก็ยังขาดฟีเจอร์บางอย่างที่เคยมีใน Control Panel เก่าอยู่ดี

โชคดีที่วินโดวส์ 11 แอบซ่อนหน้าการตั้งค่าแขั้นสูงเหมือน Control Panel ที่อิงตามอินเทอร์เฟซแบบ File Explorer มาให้ด้วย ซึ่งเรียกหน้านี้ว่า “God Mode” ที่เปิดให้คุณเข้าถึงทูล ฟีเจอร์ และทาสก์ชั้นสูงทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย

ด้วยโหมดพระเจ้านี้ คุณจะสามารถใช้ฟีเจอร์จัดการขั้นสูงต่างๆ ได้จากที่เดียวกัน แถมยังใช้ดีกว่าหน้าการตั้งค่าแบบเดิมด้วย

วิธีเปิด God Mode บนวินโดวส์ 11
การจะเข้าถึง God Mode บนวินโดวส์ 11 ได้นั้น จะต้องสร้างชอร์ทคัทพิเศษที่ยิงไปยังโฟลเดอร์ตามขั้นตอนดังนี้:
1. จากหน้าเดสก์ท็อป ให้คลิกขวาตรงไหนก็ได้
2. เลือกออพชั่น “New” แล้วคลิก “Folder”


3. คลิกขวาที่โฟลเดอร์ใหม่ที่สร้างขึ้นมา
4. แก้ชื่อโฟลเดอร์ให้เป็นคำสั่งตามนี้:
GodMode.{ED7BA470-8E54-465E-825C-99712043E01C}
5. กด Enter

จากนั้นคุณก็สามารถดับเบิลคลิกบนโฟลเดอร์นี้เพื่อเข้าสู่โหมดพระเจ้าได้

เมื่อเปิดเข้ามาก็จะพบกับหน้าที่เหมือนกับภาพด้านบน ซึ่งจะเห็นได้ว่าหน้า God Mode ของวินโดวส์ 11 ให้ลักษณะการใช้งานที่คุ้นเคยเหมือนหน้าตาของ File Explorer ดั้งเดิมเลย

นอกจากโหมดพระเจ้านี้ คุณยังสามารถใช้ทริคเปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์ข้างต้นด้วย CLSID หรือรหัสอ็อพเจ็กต์จำเพาะเพื่อเข้าถึงหน้าตั้งค่าอื่นจากบนหน้าเดสก์ท็อปโดยตรงได้เช่นกัน

ตัวอย่างเช่น คุณสามารถสร้างโฟลเดอร์ด้วยชื่อ “{D20EA4E1-3957-11d2-A40B-0C5020524153}” เพื่อเปิดหน้ารวมทูลแอดมินอน้่งทูล Defragmentation, ออพชั่นในการฟอร์แมตดิสก์ เป็นต้น

ค่า CLSID อื่นๆ ที่น่าสนใจได้แก่
– การตั้งค่าเน็ตเวิร์ก – {F02C1A0D-BE21-4350-88B0-7367FC96EF3C}
– การตั้งค่าบลูทูช – {28803F59-3A75-4058-995F-4EE5503B023C}
– หน้าคุณสมบัติของเมาส์ – {6C8EEC18-8D75-41B2-A177-8831D59D2D50}
– หน้าปรับสไตล์อินเทอร์เฟซ (Personalization) – {ED834ED6-4B5A-4bfe-8F11-A626DCB6A921}
– หน้าแก้ปัญหา (Troubleshooting) – {C58C4893-3BE0-4B45-ABB5-A63E4B8C8651}

ที่มา : Bleepingcomputer

from:https://www.enterpriseitpro.net/how-to-unlock-windows-11s-god-mode/

ลาก่อน UWP ไมโครซอฟท์ออกคำแนะนำให้ย้ายไปใช้ Windows App SDK ตัวใหม่แทน

ไมโครซอฟท์ออกเอกสารแนะนำให้นักพัฒนาแอพสาย Universal Windows Platform (UWP) ที่เริ่มมาตั้งแต่ยุค Windows 8 ย้ายมาใช้ Windows App SDK ตัวใหม่ (Project Reunion เดิม) แทนแล้ว

Windows App SDK หรือ Project Reunion เป็นความพยายามของไมโครซอฟท์ในการหลอมรวม API และเครื่องมือจากสองฝั่ง คือ Win32/.NET ยุคดั้งเดิม และ UWP ของยุค Windows 8/10 เข้าด้วยกันเป็นตัวเดียว โดยใช้เครื่องมือจัดการ UI ตัวใหม่คือ WinUI 3 และ WebView 2

แอพกลุ่ม UWP ที่เรียกใช้ WinRT API ยังสามารถรันบนวินโดวส์ได้ต่อไปตามปกติ แต่ไมโครซอฟท์ก็ชวนให้ย้ายมาเป็น Windows App SDK ที่ทันสมัยกว่า อัพเดตบ่อยกว่า และเป็นอนาคตที่ชัดเจนของการพัฒนาแอพบน Windows 11 (แต่ก็ยังใช้กับ Windows 10 ได้เช่นกัน)

โดยโครงสร้างแล้ว Windows App SDK เปรียบเสมือนเป็นซูเปอร์เซ็ตของ UWP และมีเทคโนโลยีหลายตัวที่เป็นเวอร์ชันใหม่กว่า UWP (ตารางเปรียบเทียบ) แต่ก็มี API เก่าบางตัวที่ไม่ซัพพอร์ตต่อแล้ว ส่วนวิธีการแปลงแอพ UWP มาอยู่บน Windows App SDK ไมโครซอฟท์ก็เตรียมคำอธิบายไว้ให้ละเอียดในเอกสาร

ที่มา – Microsoft via MSPoweruser

from:https://www.blognone.com/node/125358

[ลือ] กูเกิลสั่งผลิต Pixel 6 จำนวน 7 ล้านเครื่อง เพิ่มจากยอดขายปีที่แล้วเกินเท่าตัว

ข่าวลือรอบสุดท้ายก่อนเปิดตัว Pixel 6 คืนนี้ Nikkei Asia อ้างแหล่งข่าวจากอุตสาหกรรมการผลิตว่ากูเกิลสั่งผลิต Pixel 6 และ Pixel 6 Pro รวมกันถึง 7 ล้านเครื่อง ถือว่ามากกว่ายอดขายมือถือตระกูล Pixel ทุกรุ่นในปี 2020 กว่าเท่าตัว

นอกจากนี้ Nikkei ยังได้ตัวเลขว่ากูเกิลสั่งผลิต Pixel 5a ถึง 5 ล้านเครื่องด้วย เท่ากับว่าปีนี้กูเกิลสั่งผลิต Pixel รวมกันประมาณ 12 ล้านเครื่อง เทียบกับตัวเลขของปี 2020 ที่ราว 3-4 ล้านเครื่องเท่านั้น ถือเป็นท่าทีที่ดุดันของกูเกิล ที่ก่อนหน้านี้ดูไม่จริงจังกับตลาดมือถือสักเท่าไรนัก

ตัวเลขนี้ยังห่างไกลกับยอดผลิต iPhone 13 ที่ประมาณ 80 ล้านเครื่องต่อปี แต่ระดับกูเกิลมาตั้งยอดผลิตที่ท้าทายแบบนี้ ก็คงมั่นใจว่า Pixel 6 น่าจะกอบโกยยอดขายได้มากกว่าเดิมมาก

ตามข่าวบอกว่ากูเกิลตั้งใจวางตัวเองเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟน Android สัญชาติอเมริกันเพียงรายเดียวในตอนนี้ และจะเน้นที่ตลาดสหรัฐอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น ที่กำลังกังวลเรื่องข้อมูลส่วนตัวจากมือถือจีน โดยตั้งเป้าแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดจากแอปเปิล ซัมซุง และเสียวหมี่

ที่มา – Nikkei

from:https://www.blognone.com/node/125357

ครม. อนุมัติงบเงินกู้ให้คลังกว่า 5.4 หมื่นล้าน: บัตรสวัสดิการรัฐ ยิ่งใช้ยิ่งได้ คนละครึ่งเฟส 3

ครม. อนุมัติงบเงินกู้ให้กระทรวงการคลังรวม 54,506 ล้านบาท ช่วย 4 โครงการเพื่อส่งเสริมมาตรการลดค่าครองชีพ มีทั้งบัตรสวัสดิการรัฐ, ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ, คนละครึ่งเฟส 3 และยิ่งใช้ ยิ่งได้

สำหรับงบประมาณ 4 โครงการที่ ครม. อนุมัติ ดังนี้

โครงการเพิ่มกำลังซื้อแก่ผู้มีบัตรสวัสิดการแห่งรัฐ ระยะที่ 3 งบ 8,122.3764 ล้านบาท ช่วยเหลือวงเงินค่าซื้อสินค้าเพิ่มเติมอีก 300 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นระยะเวลา 2 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2564 รวม 600 บาทต่อคน ให้แก่ผู้มีบัตรจำนวนไม่เกิน 13,537,294 คน รวมเป็นวงเงินทั้งสิ้น 500 บาทต่อคนต่อเดือนช่วงพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2564

โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ งบ 1,383.8814 ล้านบาท ช่วยเหลือวงเงินค่าซื้อสินค้าจำนวน 300 บาทต่อคนต่อเดือน ระยะเวลา 2 เดือน พฤศจิกายน-ธันวาคม 2564 รวมเป็น 500 บาทต่อคนและรวมเป็น 1,800 บาท ครอบคลุมกลุ่มผู้ต้องการความช่วยเหลือ เช่น ผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบอินเทอร์เน็ต ผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน ผู้ที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง (ผู้สูงอายุ พิการ ทุพพลภาพ ผู้ป่วยติดเตียง) ผู้ที่ลงทะเบียนไม่สำเร็จเนื่องจากข้อมูลส่วนบุคคลไม่ถูกต้อง จำนวนไม่เกิน 2,306,469 คน

งบประมาณโครงการคนละครึ่ง เฟส 3 งบ 42,000 ล้านบาท ประชาชนได้รับสิทธิสนับสนุนค่าอาหาร เครื่องดื่และสินค้าและบริการทั่วไป รวมทั้งซื้ออาหารและเครื่องดื่มที่เข้าโครงการคนละครึ่ง ระยะที่สามผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food delivery platform) 50% ไม่เกิน 150 บาท ต่อคนต่อวัน จำนวน 1,500 บาทต่อคน สนับสนุนเพิ่มเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม รวมทั้งสิ้น 4,500 บาทต่อคน สำหรับประชาชนทั่วไป

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ภาพจากทำเนียบรัฐบาล

งบโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ 3,000 ล้านบาท สำหรับประชาชนทั่วไปที่ไม่มีบัตรสวัสดิการรัฐ ไม่ได้รับสิทธิโครงการเพิ่มกำลังซื้อแก่ผู้ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ไม่ใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งเฟส 3 จำนวนไม่เกิน 1 ล้านสิทธิ โดยปรับเพิ่มหลักเกณฑ์คำนวณการให้สิทธิสนับสนุน e-voucher เพิ่มวงเงินสนับสนุนจากเดิมไม่เกิน 7,000 บาทเป็น 10,000 บาทต่อคนเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2564 ดังนี้

  • สำหรับใช้จ่ายตั้งแต่ 1 กรกฎาคมถึง 31 ตุลาคม 2564 คำนวณวิธีเดิม
  • สำหรับใช้จ่าย 1 ถึง 30 พฤศจิกายน 2564
  • ผู้ที่ได้รับสิทธิมียอดใช้จ่ายที่จะนำมาคำนวณ e-voucher ไม่เกิน 6,000 บาท ณ 31 ตุลาคม 2564 จะได้รับสิทธิ ดังนี้
    • สำหรับยอดใช้จ่ายจริง 1-40,000 บาท ได้รับ e-voucer 10% ของยอดจ่ายจริง แต่ไม่เกิน 4,000 บาทต่อคน
    • ยอดใช้จ่ายจริงตั้งแต่ 40,001-80,000 บาท ได้รับ e-voucher 15% ของยอดจ่ายจริงแต่ไม่เกิน 6,000 บาทต่อคน
    • สำหรับผู้ได้รับสิทธิที่มียอดใช้จ่ายที่จะนำมาคำนวณ e-voucher เต็มจำนวน 60,000 บาท ณ 31 ตุลาคม 2564 มีสิทธิได้รับ e-voucher จำนวน 7,000 บาทเรียบร้อยแล้วจะมีสิทธิได้รับ e-voucher เพิ่มเติม หากมีการใช้จ่ายเพิ่มเติมจำนวนไม่เกิน 20,000 บาท ระหว่าง 1-30 พฤศจิกายน 2564 จะได้รับสิทธิ e-voucher 15% ของยอดใช้จ่ายเพิ่มเติมแต่ไม่เกิน 3 ,000 บาท
  • เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 มาแล้ว: ครม. เห็นชอบขยายระยะเวลาโครงการถึง 28 ก.พ. 65 นี้ 

ที่มา – รัฐบาลไทย

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post ครม. อนุมัติงบเงินกู้ให้คลังกว่า 5.4 หมื่นล้าน: บัตรสวัสดิการรัฐ ยิ่งใช้ยิ่งได้ คนละครึ่งเฟส 3 first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/thai-cabinet-approve-54-billion-baht-for-4-relief-aid-project/

กสิกรไทย ชี้แจง ยิงโฆษณาประกัน “โดนแฮกเงินหาย” จริง ผู้สนใจยังซื้อตรงกับ เมืองไทยฯ ได้

ธนาคารกสิกรไทย ยอมรับ ทำโฆษณาผลิตภัณฑ์ ประกันภัย Shopping Online F เก่ง และใช้คำโฆษณา โดนแฮกเงินหาย จริง แต่ทำโฆษณาก่อนข่าวการตัดเงินผิดปกติสะพัด ยืนยัน ระงับการแพร่โฆษณาดังกล่าวแล้ว

ธนาคารกสิกรไทย

กสิกรไทย ทำโฆษณา โดนแฮกเงินหาย จริง

รายงานข่าวแจ้งว่า ตามที่มีการแพร่กระจายภาพโฆษณาผลิตภัณฑ์ประกันภัยใหม่ที่มีข้อความว่า โดนแฮกเงินหาย ธนาคารกสิกรไทย ขอชี้แจงว่า ประกันดังกล่าวธนาคารเป็นผู้เสนอขาย โดยจะให้ความคุ้มครองความเสียหาย 3 รูปแบบ ได้แก่

  • คุ้มครองผู้ซื้อสินค้าออนไลน์ กรณีผู้ขายไม่ส่งสินค้าภายใน 7 วันนับจากวันที่แจ้งว่าจะจัดส่ง, ผู้ซื้อได้รับสินค้าไม่ครบตามรายการสั่งซื้อ, สินค้าได้รับความเสียหายทางกายภาพ, สินค้าไม่เป็นไปตามที่โฆษณาประชาสัมพันธ์
  • คุ้มครองผู้ขายจากการถูกหลอกลวงให้ส่งสินค้า และไม่ได้รับเงินภายใน 7 วัน นับจากวันที่แจ้งว่าจะจัดส่ง
  • คุ้มครองเงินส่วนตัวที่หายจากบัตร บัญชี หรือกระเป๋าเงินออนไลน์ จากการถูกโจรกรรมผ่านช่องทางออนไลน์ โดยวิธีการใช้บัตรชำระเงิน , การเข้าสู่บัญชีธนาคาร , การเข้าสู่ e – Wallet ของผู้เอาประกันภัยโดยไม่ได้รับอนุญาต กรณีที่ไม่สามารถเรียกคืนได้จากผู้ออกบัตร หรือผู้ให้บริการบัญชี / กระเป๋าเงินออนไลน์

ทั้งนี้ธนาคารมีการจัดทำโฆษณาเพื่อสื่อสารทางการตลาดที่สอดคล้องกับประสบการณ์ในการซื้อขายสินค้าออนไลน์ของลูกค้า 7 รูปแบบ ซึ่งข้อเสนอตามภาพเป็นการนำเสนอให้กับลูกค้าเฉพาะกลุ่ม (ประมาณ 12,000 คน) ผ่าน K PLUS เมื่อวันที่ 11 ต.ค. 2564

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนจะเกิดกระแสข่าวการตัดเงินที่ผิดปกติผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิตของประชาชนจำนวนมาก ตามที่สื่อต่าง ๆ ได้มีการนำเสนอในช่วงนี้ โดยทันทีที่ทราบประเด็นความเดือดร้อนดังกล่าว ในวันที่ 17 ต.ค. 2564 ธนาคารได้ระงับการโฆษณาผลิตภัณฑ์ด้วยรูปแบบข้างต้นในทุกช่องทาง

ธนาคารกสิกรไทย ยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนาในการเสนอขายผลิตภัณฑ์หรือบริการรูปแบบนี้ ในช่วงสถานการณ์ที่สังคมมีกระแสวิตกเช่นนี้แต่อย่างใด ในทางกลับกัน Brand Inside ได้สำรวจข้อมูลบนเว็บไซต์ธนาคารกสิกรไทยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประกันดังกล่าวช่วงเย็นวันที่ 19 ต.ค. พบว่า ไม่สามารถเข้าถึงได้ แม้ช่วงเช้าวันที่ 19 ต.ค. ยังเข้าถึงได้อยู่

ถ้าอยากได้ประกันนี้จริง ๆ ซื้อกับ เมืองไทยฯ ได้

อย่างไรก็ตาม หากผู้บริโภคสนใจที่จะทำประกัน ประกันภัย Shopping Online F เก่ง สามารถหาซื้อได้กับ เมืองไทยประกันภัย โดยตรง เพราะเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ไม่ใช่ตัวแทนขายเหมือนกับที่ธนาคารกสิกรไทยเป็น นอกจากนี้ยังซื้อได้กับ TQM ตัวแทนของผลิตภัณฑ์ดังนี้ได้เช่นกัน

สำหรับแผน ประกันภัย Shopping Online F เก่ง มีดังนี้

ประกันช้อปออนไลน์

นอกจากนี้ประกันรูปแบบดังกล่าวยังมี ธนาคารกรุงไทย ที่ทำตลาดเช่นกัน ใช้ชื่อผลิตภัณฑ์ว่า ไซเบอร์ ช้อปฟิน มีรายละเอียดดังนี้

ธนาคารกรุงไทย

ธนาคารกรุงไทย

สรุป

อาจเรียกว่าเป็นความบังเอิญก็ไม่ผิดนัก เพราะการยิงโฆษณาผลิตภัณฑ์ประกันช้อปออนไลน์โดย ธนาคารกสิกรไทย ไปตรงกับช่วงข่าวบัตรเดบิต และบัตรเครดิต ถูกใช้โดยมิจฉาชีพพอดี แต่ถึงอย่างไร ผลิตภัณฑ์ประกันแบบดังกล่าวค่อนข้างตอบโจทย์การซื้อสินค้าออนไลน์ที่เติบโตก้าวกระโดดในยุคนี้ เพราะช่วยลดความเสี่ยงในการทำธุรกรรมได้

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post กสิกรไทย ชี้แจง ยิงโฆษณาประกัน “โดนแฮกเงินหาย” จริง ผู้สนใจยังซื้อตรงกับ เมืองไทยฯ ได้ first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/kbank-new-online-shopping/

สรุป MacBook Pro และ Apple M1 Pro, M1 Max ใหม่ แรง พอร์ตครบ ราคาเริ่ม 73,900 บาท

MacBook Pro พร้อมชิป Apple M1 Pro, M1 Max ใหม่ที่หักปากกาเซียนด้วยความโปรเต็มแม็กซ์

macbook pro cover

นอกจาก AirPods, HomePod mini และแผนการให้บริการสตรีมมิ่งเพลง Apple Music ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่แล้ว ดาวเด่นของงานคงไม่พ้น MacBook Pro ที่ติดตั้งชิป Apple M1 รุ่นใหม่ทั้งหมด 2 ตัว ได้แก่ Apple M1 Pro, Apple M1 Max ซึ่งแตกต่างจากข่าวลือข่าวหลุดก่อนหน้านี้ว่า Apple จะตั้งชื่อ SoC (System On Chip) ใหม่ของตัวเองว่า Apple M1X อย่างสิ้นเชิง

นอกจาก MacBook Pro รุ่นใหม่ที่เปิดตัวในงานนี้แล้ว ก็ต้องยกไฟสปอตไลท์ให้กับ SoC ใหม่สุดแรงทั้งสองรุ่นที่จะนำมาใส่ใน MacBook Pro ด้วย ซึ่งถ้าดูจากหน้าสเปคในวิดีโอเปิดตัวที่ผ่านมา จะเห็นว่าตัวคอร์ของชิปเปลี่ยนจาก 8 คอร์ แบบแยก 4 คอร์แบบ high-performance และ high-efficiency อย่างละครึ่งเป็น 10 คอร์แล้วจัดสรรปันส่วนในตัว SoC กันใหม่เสร็จสรรพอีกด้วย ซึ่งถ้าไม่กล่าวถึงประสิทธิภาพของชิปนี้แล้วข้ามไป MacBook Pro เลย ก็คงกระไรอยู่ ดังนั้นเราจะมาดูกันว่าชิปทั้งสองรุ่นนี้ประสิทธิภาพดีกว่าเดิมอย่างไรบ้าง 

MacBook Pro 2 size

สรุปความโปรเต็มแม็กซ์ของ Apple M1 Pro, Apple M1 Max ซีพียูหักปากกาเซียนข่าวหลุด

pro max m1

Apple SoC รุ่นใหม่ที่เปิดตัวแล้วนำไปใส่ใน Apple MacBook Pro รุ่นล่าสุดของทางค่ายนั้น จะมีทั้งหมด 2 รุ่น คือรุ่นเริ่มต้นเป็น Apple M1 Pro และรุ่นที่ประสิทธิภาพสูงสุดคือ Apple M1 Max ซึ่งถ้าเรียงประสิทธิภาพของ Apple SoC ในท้องตลาดปัจจุบัน จะเป็น Apple M1 ถัดมาเป็น Apple M1 Pro และพี่ใหญ่สุด Apple M1 Max นั่นเอง

Apple M1 Pro ตัวแรงภาคต่อจาก Apple M1

sum m1 pro system

ชิป Apple M1 Pro จัดเป็น Apple SoC รุ่นอัพเกรดจาก Apple M1 ที่ติดตั้งอยู่ในสินค้ากลุ่มพีซีของ Apple ในตอนนี้ เป็นสถาปัตยกรรม 5nm และได้รับการอัพเกรดกันมาแบบจัดเต็ม ได้ประสิทธิภาพสูงกว่า Apple M1 ตัวดั้งเดิม 70% และ Johny Srouji รองประธานอาวุโสฝ่ายเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ (SVP, Hardware Technologies) ของ Apple ให้รายละเอียดของชิปใหม่ไว้ดังนี้

  • คอร์ของซีพียู – แยกเป็น 2 ชุด ได้แก่ คอร์ประสิทธิภาพสูง (high-performance cores) จำนวน 8 คอร์ และคอร์ประหยัดพลังงาน (high-efficiency cores) อีก 2 คอร์ รวมเป็น 10 คอร์
  • คอร์กราฟฟิค (GPU) – สูงสุดที่ 16 คอร์ แต่จากหน้าสเปคของ MacBook Pro ที่ใช้ชิป M1 Pro จะแยกเป็น 2 สเปค คือ รุ่นเริ่มต้นมี 14 คอร์ ส่วนรุ่นสูงสุดมี 16 คอร์ มี 2,048 execution units, มีความเร็วคำนวน floating-point ที่ 5.2 teraflops ถ้าเทียบประสิทธิภาพเฉพาะ GPU แล้ว ตัว GPU ของ M1 Pro จะมีประสิทธิภาพสูงกว่า M1 ถึง 2 เท่าทีเดียว
  • Neural Engine – หรือคอร์ Machine Learing ในตัวซีพียูมีจำนวน 16 คอร์ ทุกสเปค
  • Memory bandwidthมีความเร็วรับส่งข้อมูล 200 GB/s ซึ่งรับส่งข้อมูลได้เร็วมาก
  • Media Engine – มี Hardware accelerated รองรับการเข้าและถอดรหัสไฟล์วิดีโอแบบ H.264, HEVC, ProRes และ ProRes RAW และรองรับการสตรีมไฟล์วิดีโอ ProRes ความละเอียด 4K, 8K หลายคลิปพร้อมกันได้
  • Display Engine – ตัวชิปฝัง Display Engine เอาไว้ในตัวเพื่อรองรับการต่อใช้งานหลายหน้าจอพร้อมกัน และมี Thunderbolt I/O หรือชิปควบคุมการทำงานของพอร์ต Thunderbolt ติดตั้งไว้ใน Apple M1 Pro ด้วย
  • หน่วยความจำรวม (Unified Memory) – เริ่มต้นที่ 16GB สั่งปรับแต่งสเปคเพิ่มเป็น 32GB ได้
พี่ใหญ่สุดของตระกูล Apple M1 Max

m1 max sum

สำหรับรุ่นใหญ่สุดของ Apple SoC ที่ทางบริษัทเปิดตัวและนำมาติดตั้งใน MacBook Pro ในตอนนี้จะเป็น Apple M1 Max ซึ่งสเปคเรียกว่าแรงเหลือเชื่อพร้อมสเปคที่อัพเกรดจาก Apple M1 Pro ให้เร็วกว่าเดิมเป็นอย่างมาก ดังนี้

  • คอร์ของซีพียู – แยกเป็น 2 ชุด ได้แก่ คอร์ประสิทธิภาพสูง (high-performance cores) จำนวน 8 คอร์ และคอร์ประหยัดพลังงาน (high-efficiency cores) อีก 2 คอร์ รวมเป็น 10 คอร์
  • คอร์กราฟฟิค (GPU) – มี 32 คอร์ ไม่มีการแยกจำนวนคอร์ GPU เหมือนกับ M1 Pro มี 4,096 execution units, มีความเร็วคำนวน floating-point ที่ 10.4 teraflops ถ้าเทียบประสิทธิภาพเฉพาะ GPU แล้ว ตัว GPU ของ M1 Pro จะมีประสิทธิภาพสูงกว่า M1 ถึง 4 เท่า
  • Neural Engine – หรือคอร์ Machine Learing ในตัวซีพียูมีจำนวน 16 คอร์
  • Memory bandwidthเพิ่มความเร็วรับส่งข้อมูลเป็น 400 GB/s มากกว่า M1 Pro ถึง 2 เท่า
  • Media Engine – มี Hardware accelerated รองรับการเข้าและถอดรหัสไฟล์วิดีโอแบบ H.264, HEVC, ProRes และ ProRes RAW เช่นกัน แต่มีตัว Engine สำหรับเข้ารหัสวิดีโอ 2 ตัว กับเอนจิ้นสำหรับเข้าและถอดรหัส ProRes อีก 2 ตัวด้วยกัน รวมแล้วมี 4 ตัว สำหรับการเข้าและถอดรหัสวิดีโอ
  • Display Engine – ตัวชิปฝัง Display Engine เอาไว้ในตัวเพื่อรองรับการต่อใช้งานหลายหน้าจอพร้อมกัน เหมือนกับ Apple M1 Pro
  • หน่วยความจำรวม (Unified Memory) – เริ่มต้นที่ 32GB สั่งปรับแต่งสเปคเพิ่มเป็น 64GB ได้ เรียกว่าเป็นชิปของ Apple ที่มีหน่วยความจำรวมมากที่สุดในปัจจุบันนี้

m1 max gpu power on battery vs discrete gpu
m1 max gpu performance on battery vs compact pro pc laptop graphics on battery
gpu performance vs power using
gpu performance less power than discrete pc laptop graphics
m1 pro and max cpu performance vs 8 core pc laptop cpu
m1 pro max power consumption per wattage

นอกจากนี้ ทาง Apple เองก็จัดการเทียบประสิทธิภาพของตัว SoC ใหม่ของทางบริษัทกับซีพียูแบบ 4 คอร์ และ 8 คอร์ ที่ติดตั้งในโน๊ตบุ๊คสายทำงานที่เป็นคู่แข่งโดยตรงในกลุ่ม โดยโชว์จุดเด่นหลายอย่างด้วยกัน ได้แก่

  • CPU Performance vs. power – Apple เผยว่าคอร์ซีพียูของชิป Apple M1 Pro และ M1 Max ที่ใช้พลังงานเพียง 30 วัตต์เท่านั้น พอเทียบกับซีพียูแบบ 4 คอร์ที่ใช้พลังงานระดับ 40 วัตต์ และ 8 คอร์ ที่ใช้พลังงานระดับ 65 วัตต์ จะเห็นว่า M1 Pro, M1 Max ประหยัดพลังงานกว่าซีพียูทั้งสองแบบเป็นอย่างมาก โดย Apple เคลมว่าประหยัดกว่าถึง 70%
  • GPU performance vs. power – ด้านคอร์จีพียูในตัว M1 Pro, M1 Max พอเอาไปเทียบกับการ์ดจอแยก (Discrete PC laptop graphics) ที่ติดตั้งมาในโน๊ตบุ๊ครุ่นที่นำมาเปรียบเทียบแล้ว จะเห็นว่า Apple SoC นั้นกินพลังงานน้อยกว่าถึง 70% และจีพียูใช้พลังงานต่ำกว่า 100 วัตต์ อีกด้วย
  • การใช้งานโดยไม่เสียบปลั๊ก – ทาง Johny Srouji เคลมเอาไว้ว่าซีพียูทั่วไป เมื่อถอดปลั๊กออกแล้ว ตัวการ์ดจอออนบอร์ดและการ์ดจอแยกจะสลับโหมดเป็นโหมดประหยัดพลังงานและลดประสิทธิภาพของการทำงานของตัวเองลง
    • จากในกราฟจะเห็นว่าเส้น Compact pro PC laptop graphics on battery ที่ Apple นำมาโชว์นั้นจะลดจากเส้นสีเทาอ่อนไปเป็นสีเทาเข้มที่อยู่ด้านล่าง และ Johny Srouji เคลมว่าจีพียูของ Apple M1 Max นั้นทำงานได้เต็มประสิทธิภาพเสมอและแรงกว่าถึง 2.5 เท่า
    • ส่วนของ High-end PC laptop graphics on battery จะเห็นว่าตัวกราฟก็ลดการใช้พลังงานลงเช่นกัน ซึ่ง Johny Srouji ก็เผยว่าตัวจีพียูของ M1 Max สามารถทำงานได้ดีกว่า 3.3 เท่าทีเดียว

m1 size compare

หากเทียบไซซ์ของ Apple SoC แล้ว จะเห็นว่าขนาดของ Apple M1 นั้นมีขนาดเล็กที่สุดในกลุ่ม ถัดมาเป็น M1 Pro และ M1 Max ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นตามประสิทธิภาพและจำนวนคอร์ในตัว

macOS

ด้านซอฟท์แวร์ระบบปฏิบัติการอย่าง macOS เอง ทาง Craig Federighi รองประธานอาวุโสฝ่ายพัฒนาซอฟท์แวร์ (SVP, Software Engineering) กล่าวในงานเปิดตัวว่า macOS ที่ทางทีมปรับแต่งให้ทำงานกับ SoC ใหม่ทั้งสองรุ่นได้ดีขึ้นนั้น สามารถทำงานได้เร็วยิ่งกว่าเดิม เปิดแอพฯ ต่างๆ ได้เรียกว่าเร็วในทันที (instantly) แม้จะเป็นโปรแกรมที่กินทรัพยากรหนักก็ทำงานได้สบายๆ เช่นกัน 

unified memory m1

Unified Memory หรือหน่วยความจำรวม ที่เราอาจจะเข้าใจว่าเป็น RAM ของตัวเครื่องที่ใส่รวมเอาไว้กับชิป Apple M1 Pro, M1 Max ทำหน้าที่เป็นเหมือนแรมส่วนกลางที่ CPU, GPU จะแชร์กันใช้งาน ซึ่งแรมส่วนนี้จะไม่สามารถอัพเกรดในภายหลังได้และต้องสั่งปรับแต่งสเปคกันตั้งแต่สั่งซื้อเครื่องเลย ด้านสเปคจะเป็นแรมแบบ High bandwidth มีค่าความหน่วงต่ำ (Low Latency) เป็นแรม LPDDR5 256-bit ที่ Apple ออกแบบเองเพื่อ SoC ของตัวเองโดยเฉพาะ

โดยตัว macOS นั้นออกแบบให้ใช้งาน Unified memory ในตัว M1 Pro, M1 Max ได้อย่างเต็มที่ ทำให้การเรียกและใช้โปรแกรมนั้นๆ ทำงานได้อย่างรวดเร็ว โดยทาง Craig กล่าวว่าตัว Unified memory, CPU, GPU จะสื่อสารกันโดยตรง ทำให้ไม่มีการหน่วงและรอเปิดโปรแกรมหรือประมวลผลเลย

ml

นอกจากนี้คอร์ ML (Machine Learning) ใน SoC ยังทำงานได้ดีและรวดเร็ว โดยเขาเคลมว่าเมื่อเทียบกับ Intel Core i9 รุ่นสูงสุดที่เคยนำมาติดตั้งใน MacBook Pro แล้ว Apple SoC ทำงานเสร็จเร็วกว่า 3 เท่าทีเดียว 

M1 Pro Max system

ส่วนระบบรักษาความปลอดภัย Apple M1 จะมี Hardware-verified secure boot (ระบบ secure boot โดยใช้ฮาร์ดแวร์ตัวเครื่องยืนยัน), Runtime anti-exploitation (Runtime สำหรับป้องกันการเจาะระบบเข้ามายึดเครื่อง) และ Fast in-line encryption (การเข้ารหัสแบบ In-line อย่างรวดเร็ว) ติดตั้งมาให้ในชิปเพื่อเข้ารหัสไฟล์ที่อยู่ใน MacBook Pro ทั้งหมด

rosetta
universal

ด้านแอพฯ ของ Apple เองนั้นเรียกว่ารันได้อย่างรวดเร็วไม่มีปัญหา และถ้าเป็นแอพฯ จากฝั่ง x86 หรือ Intel ยังมีตัวแปลภาษาคอมพิวเตอร์อย่าง Rosetta 2 ที่ประสิทธิภาพดี ช่วยให้แอพฯ นั้นๆ ทำงานได้ไหลลื่นไม่มีปัญหารบกวนระหว่างใช้งานเลย นอกจากนี้บางแอพฯ ที่ยังไม่ได้รับการแปลงให้เรียบร้อย macOS จะมีตัว Universal สำหรับคอมไพล์แอพฯ นั้นใหม่อีกครั้งให้รันได้แบบ Native เหมือนแอพฯ ปกติในเครื่องอีกด้วย

apps

นอกจากนี้แอพฯ ด้านครีเอทีฟต่างๆ ของ Apple เองก็ได้รับการอัพเดทฟีเจอร์ใหม่ๆ เพิ่มเข้าไปอีกด้วย โดยฟีเจอร์ที่ทาง Apple อัพเดทได้แก่

  • Logic Pro – เพิ่มฟีเจอร์สร้างเสียงเพลงแบบ Spatial Audio 
  • Final Cut Pro – ฟีเจอร์ Object tracking หรือการจับโฟกัสสิ่งที่เลือก เมื่อใช้งานบน MacBook Pro แล้วจะทำงานได้เร็วกว่าเดิมรวม 5 เท่า และถ้าเรนเดอร์วิดีโอแบบ ProRes จะมี Compressor เข้ามาช่วยให้เรนเดอร์เสร็จเร็วขึ้น 10 เท่า

ซึ่งทาง Apple เสริมว่าไม่ได้จำกัดเอาไว้แต่แอพฯ ของทาง Apple อย่างเดียว แต่รวมไปถึงแอพฯ และ Plugin อื่นๆ ที่มีการปรับแต่งให้เข้ากับ Apple M1 Pro, M1 Max แล้ว โดย Craig ยกตัวอย่างเป็น Lightroom Classic, Cinema 4D, Capture One, Sketch ฯลฯ ซึ่งทางผู้พัฒนาโปรแกรมที่ได้ MacBook Pro ที่ติดตั้ง Apple SoC รุ่นดังกล่าวไปทดลองใช้งานแล้ว ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามันสามารถทำงานได้เร็วและลื่นไหลกว่าที่ผ่านมามากจนรุ่นเก่าเทียบไม่ติดเลย

MacBook Pro อัพเกรดเพื่องานระดับโปร เร็วแรงแต่ราคาก็เต็มแม็กซ์

MacBook Pro

MacBook Pro รุ่นใหม่ล่าสุดที่เปลี่ยนมาเป็น Apple M1 Pro และ M1 Max แล้ว ณ ตอนนี้จะมีตัวเลือกทั้งหมด 2 ขนาดด้วยกัน คือ 14.2 นิ้ว และ 16.2 นิ้วให้เลือก แต่ทั้งสองรุ่นจะแชร์ฟีเจอร์หลักๆ ร่วมกันแทบทั้งหมดและมีประสิทธิภาพการทำงานที่ดีระดับมือโปร และติดตั้ง macOS Monterey มาให้ใช้งาน

MacBook Pro new air system

อย่างแรกที่ทาง Apple จัดการอัพเกรดให้กับ MacBook Pro คือระบบระบายความร้อนโดยเป็นพัดลมคู่ที่ดึงอากาศเข้าจากด้านข้างและออกด้านหลังตัวเครื่องทั้งหมด 2 ตัวด้วยกัน ข้อดีของระบบระบายความร้อนใหม่นี้ คือช่วยระบายความร้อนให้ M1 Pro, M1 Max ในตัวเครื่องรักษาอุณหภูมิอยู่ในระดับที่ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพตลอดเวลา

แต่พัดลมจะทำงานเฉพาะตอนรันโปรแกรมหนักๆ เท่านั้น ถ้าเป็นโปรแกรมใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน อย่างการเข้าเบราเซอร์หรือพิมพ์งานทั่วๆ ไป ตัวพัดลมจะแทบไม่ต้องทำงานเลย ซึ่งผู้เขียนคาดว่าซอฟท์แวร์ประเภท Logic Pro, Final Cut Pro หรือพวกการเขียนโปรแกรมต่างๆ ถึงจะทำให้พัดลมของ MacBook Pro ทำงาน

thickness of macbook pro

ซ้ายของ 16.2 นิ้ว ขวาของ 14.2 นิ้ว

ส่วนความหนาและน้ำหนักของตัวเครื่อง จากงานเปิดตัวจะเห็นว่าตัวเครื่องรุ่น 14.2 นิ้ว จะหนาเพียง 15.5 มม. หนัก 3.5 ปอนด์ หรือราว 1.5 กิโลกรัมเท่านั้น ส่วนรุ่น 16.2 นิ้ว จะหนาขึ้นเล็กน้อยเป็น 16.8 นิ้ว หนัก 4.7 ปอนด์ หรือราว 2.1 กิโลกรัม เทียบกับโน๊ตบุ๊คฝั่ง Windows หลายๆ รุ่นแล้ว ต้องถือว่ามิติตัวเครื่องและน้ำหนักจัดว่าเบาใช้ได้

full keyboard

magic keyboard
keyboard

ด้านคีย์บอร์ดต้องถือว่าทาง Apple ได้กรณีจากการทำคีย์บอร์ดแบบ Butterfly และพยายามแหวกแนวด้วยจอ Touch Bar บนคีย์บอร์ดของ MacBook Pro รุ่นก่อนหน้ามาแล้วแต่ผู้ใช้คงจะไม่ปลื้มนัก เลยทำให้ทาง Apple นำ Magic Keyboard ทั้งตัวมาใส่เป็นคีย์บอร์ดของ MacBook Pro แทน ซึ่งรวมถึงปุ่ม Touch ID ตรงมุมบนขวามือของคีย์บอร์ดด้วย โดยมีปุ่มจริง (Physical keys) มาแทน Touch Bar เลย และเป็นปุ่มแบบ Tactile ของ Mechanical Keyboard ที่ผู้ใช้นิยมใช้งานกัน พร้อมไฟ LED Backlit ที่ตัวอักษรบนปุ่มเช่นเดิม ส่วน Touchpad จะเป็นแบบ Force Touch สำหรับใช้งานกับแอพฯ ที่รองรับฟีเจอร์นี้ด้วย

port l
port r

ส่วนพอร์ตด้านข้างตัวเครื่อง หากผู้ใช้คนไหนมี MacBook Pro รุ่นเก่าอยู่จะจำได้ว่าทาง Apple เปลี่ยนพอร์ตที่ติดตั้งเอาไว้ด้านข้างตัวเครื่องมาใช้พอร์ต Thunderbolt จำนวน 2-4 พอร์ต ตั้งแต่ปี 2016 ที่ผ่านมาแล้ว แต่โมเดลใหม่ล่าสุดนี้ ทาง Apple เลือกเติมพอร์ตสำคัญที่ผู้ใช้มักใช้งานกลับมาให้หลายพอร์ตด้วยกัน ได้แก่

  • พอร์ตฝั่งซ้ายมือจากซ้าย : พอร์ตปลั๊กแม่เหล็ก MagSafe 3, Thunderbolt 4 x 2 ช่อง, ช่องหูฟัง 3.5 มม. รองรับหูฟังที่มีค่าความต้านทานสูง
  • พอร์ตฝั่งขวามือจากซ้าย : SDXC Card reader, Thunderbolt 4, HDMI
  • การเชื่อมต่อไร้สาย – เชื่อมต่อ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0

MagSafe

โดย MagSafe นี้จะเป็นเวอร์ชั่นใหม่โดยเป็นหัว MagSafe to USB-C และต่อเข้ากับปลั๊กของ MacBook Pro อีกครั้งหนึ่ง และเจ้าของเครื่องก็เลือกชาร์จได้ว่าต้องการใช้ MagSafe หรือใช้ Thunderbolt 4 ชาร์จแบเตตอรี่ให้เครื่องก็ได้ ซึ่งถ้าใครใช้งาน MacBook มานานระยะหนึ่งแล้ว จะจำได้ว่าพอร์ต MagSafe นั้นเป็นพอร์ตชาร์จแบตเตอรี่ที่ดีรุ่นหนึ่ง เนื่องจากตัวปลั๊กจะดูดติดกับตัวเครื่องด้วยแม่เหล็กและให้กำลังการชาร์จที่ดีทีเดียว และเมื่อเกิดอุบัติเหตุเวลาใครมาสะดุดสาย MagSafe ก็จะหลุดไปแต่ตัวสายและไม่ลาก MacBook Pro ให้กระแทกพื้นด้วย

m1 pro macbook pro
m1

ด้านการเชื่อมต่อหน้าจอแยก MacBook Pro รุ่นใหม่นี้เรียกว่าจัดเต็มทีเดียว โดย Apple เผยว่าถ้ารุ่นที่ใช้ Apple M1 Pro จะเชื่อมต่อหน้าจอ Pro Display XDR พร้อมกันได้ 2 จอ แต่ถ้าเป็น Apple M1 Max จะต่อ Pro Display XDR ได้ 3 จอ กับทีวีความละเอียด 4K อีกหนึ่งจอและทำงานได้พร้อมๆ กัน เรียกว่าประสิทธิภาพของ Apple SoC ใหม่นี้ทรงพลังเป็นอย่างมาก

new monitor

slim screen

ส่วนขอบหน้าจอใหม่ “Liquid Retina XDR” ของ MacBook Pro ทาง Apple จัดการบีบขอบหน้าจอให้บางลงจนเหลือ 3.5 มม. เทียบแล้วบางกว่ารุ่นเดิม 24% และขอบบนของหน้าจอก็บางลงเหลือ 3.5 มม. ซึ่งบางกว่ารุ่นเดิมถึง 60% ด้วยกัน และติดตั้งกล้องหน้า FaceTime HD เอาไว้เช่นเดิมและจัดการดัน Control bar ขึ้นไปจนอยู่ระนาบระดับเดียวกับกล้องหน้าเพื่อให้เห็นคอนเทนต์บนหน้าจอได้มากยิ่งขึ้น

14.2 inch
14.2
size
resolution 16.2

สำหรับขนาดหน้าจอ ถ้าติดตามข่าวหลุดมาอย่างต่อเนื่องต้องถือว่าข้อมูลนี้ถูกต้องเพราะตัวเครื่องจะมีขนาด 14.2 นิ้ว ความละเอียด 3024×1964 พิกเซล มีเม็ดพิกเซลบนหน้าจอ 5.9 ล้านพิกเซล ส่วนรุ่น 16.2 นิ้ว มี 3456×2234 พิกเซล มีเม็ดพิกเซลบนหน้าจอ 7.7 ล้านพิกเซล ให้ความละเอียดคมชัดยิ่งกว่าหน้าจอรุ่นที่แล้ว

 

promotion
120hz

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ที่หลายคนต้องการให้ใส่มาใน MacBook Pro มาตลอดอย่าง ProMotion ที่ปรับค่า Refresh Rate หน้าจอสูงขึ้นหรือต่ำลงตามแอพฯ ที่กำลังใช้งานอยู่ โดยตัวเครื่องจะจัดการปรับความลื่นไหลบนหน้าจอให้โดยอัตโนมัติตามความเหมาะสมของคอนเทนต์ โดยปรับขึ้นเมื่อต้องการความลื่นไหลสูง หรือปรับลงเพื่อประหยัดพลังงานได้ด้วย

refreshrate

และในเมื่อเป็น MacBook Pro ที่เอาไว้ทำงานคอนเทนต์ต่างๆ แล้ว Apple ก็ไม่ล็อคให้ใช้ ProMotion ตลอดเวลา โดยเปิดให้ปรับตั้งค่า Refresh Rate ที่ต้องการได้ด้วย จะเห็นว่าเลือกได้ตั้งแต่ 60, 59.94, 50,48, 47.95 Hz ได้ตามการใช้งานเลย รวมทั้งหน้าจอ

mini led

ส่วนรายละเอียดของ Liquid Retina XDR จะเป็นหน้าจอ Mini-LED แบบเดียวกับของ iPad Pro โดยทาง Apple เคลมว่าหน้าจอนี้แสดงผลได้ 1 พันล้านสี มี Local Dimming ความสว่างปกติทั่วหน้าจอ 1,000 nits เร่งได้สูงสุด 1,600 nits ค่า Contrast Ratio ที่ 1,000,000:1 สามารถตัดต่อแต่งภาพและคอนเทนต์ที่เป็น HDR ได้เลย

face time

ด้านความละเอียดของกล้องหน้า ยังเป็นกล้อง FaceTime HD ธรรมดาไม่ได้เป็นกล้องสแกนใบหน้า TrueDepth แบบใน iPhone (คาดว่าเพราะมี Touch ID ติดตั้งมาให้แล้วจึงไม่ใส่มาซ้ำซ้อนกัน) มีความละเอียด 1080p f/2.0 ติดเลนส์แบบใหม่ซ้อน 4 ชั้น

computational

โดยจุดเด่นของกล้อง FaceTime HD ใหม่นี้จะรับแสงในที่แสงน้อยได้ดีกว่าเดิม 2 เท่า และการโทร FaceTime จะเป็น Computaional video ที่ให้แสง, สี และภาพให้ดีขึ้นกว่าเดิม จะเห็นว่าทาง Apple ใส่ฟีเจอร์ Auto white balance, Auto exposure และ Local tone mapping ที่ช่วยปรับแสงสีในภาพให้สมจริง และมี Smart HDR อีกด้วย ทำให้สีผิวและภาพโดยรวมสวยงามขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งถ้าใครใช้ FaceTime ติดต่อกับเพื่อนหรือคนใกล้ตัวที่ใช้ MacBook หรือ iPhone ด้วยกันก็คาดหวังเรื่องความสวยงามได้

เสียงดีขึ้น

ส่วนไมโครโฟนของ MacBook Pro จะเป็นไมโครโฟนระดับ Studio โดย Apple เคลมว่าไมค์ใหม่นี้จะลดเสียงรบกวนรอบๆ ลง 60% ทำให้บันทึกเสียงเครื่องดนตรีและเสียงร้องได้ดีกว่าเดิม

speaker

สำหรับลำโพงตัวเครื่องจะมีทั้งหมดรวม 6 ตัว แยกเป็น Tweeter x 2 ตัว (สี่เหลี่ยมสีฟ้าด้านบนในภาพ) และลำโพง Woofer x 4 ตัว (วงรี 4 วงด้านล่าง) ซึ่ง Apple เคลมว่าทวีตเตอร์นี้ปรับแต่งให้ใหญ่กว่าเดิม 2 เท่า ให้เสียงสเตจเคลียร์กว่าเดิม และไดอะแฟรมของ Woofer ทั้ง 4 ตัวก็ปรับให้ใหญ่ขึ้น ทำให้แรงปะทะเสียงกับอากาศดีกว่าเดิม โดยเคลมว่าเสียงเบสจะหนักแน่นขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ 80% ทำให้เสียงเพลงฟังได้เต็มอิ่มขึ้น ซึ่ง MacBook Pro ทั้ง 2 ขนาดจะได้ลำโพงทั้ง 6 ตัวเหมือนกันทั้งคู่ และรองรับ Spatial Audio อีกด้วย

14 inch
14 gpu
14 ml

เมื่อเปลี่ยนมาเป็นชิป M1 Pro, M1 Max แล้ว ทาง Apple ก็เคลมประสิทธิภาพเช่นกันว่า MacBook Pro ขนาด 14.2 นิ้วใหม่นี้เมื่อเทียบกับรุ่นเก่าที่ติดตั้งซีพียู Intel Core i7 อยู่ พลังประมวลผลของ CPU จะดีกว่าเดิม 3.7 เท่า, ด้าน Graphics ถ้าเป็นชิป M1 Pro จะดีกว่เาดิม 9 เท่า และรุ่น M1 Max รีดไปได้ 13 เท่าจาก Intel Core i7 ส่วน ML performance (Machine Learning) ตัว Apple SoC จะดีกว่า Intel ถึง 11 เท่าทีเดียว

16 gpu
16 ML

ทางรุ่น 16.2 นิ้ว ที่ใช้จำนวนคอร์ซีพียูเท่ากับรุ่น 14.2 นิ้ว แต่คอร์จีพียูเยอะกว่า เมื่อเทียบกับการ์ดจอแยก AMD Radeon Pro 5600M ใน MacBook Pro 16 นิ้วรุ่นก่อนหน้าแล้ว ชิป M1 Pro จะทำงานได้ดีกว่า 2.5 เท่า และ M1 Max ดีกว่าถึง 4 เท่า และ ML performance เมื่อเทียบกับ Intel Core i9 ใน MacBook Pro 16 นิ้วรุ่นก่อนจะประมวลผลได้ดีกว่าเดิม 5 เท่า จัดว่า Apple SoC ใหม่นี้ประสิทธิภาพสูงกว่าเดิมอย่างชัดเจน ส่วน SSD ที่ติดตั้งมาในเครื่องจะเป็นรุ่นใหม่และรับส่งข้อมูลได้เร็วมากถึง 7.4 GB/s ทีเดียว

14 inch batt
16 inch batt

ด้านระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่ ก็ต้องถือว่าทำได้ดีทีเดียว โดยรุ่น 14.2 นิ้ว จะใช้งานต่อเนื่องได้นานสุด 17 ชั่วโมง และรุ่น 16.2 นิ้วได้ 21 ชั่วโมง และถ้าช่างภาพที่นำเครื่องไปใช้งานนอกสถานที่และไม่ได้ต่อปลั๊ก ถ้าใช้โปรแกรม Lightroom Classic ทำงานแล้ว จะใช้แต่งภาพได้นานกว่าเดิม 2 เท่า

fast charge

นอกจากนี้ Apple ยังใส่ฟีเจอร์ชาร์จเร็วมาให้ด้วย โดยเคลมไว้ว่าเมื่อชาร์จ 30 นาที จะได้แบตเตอรี่กลับมา 50% ทำให้เราใช้งานได้นานกว่าเดิม ส่วนบอดี้อลูมิเนียมของตัวเครื่องทำจากอลูมิเนียมที่รีไซเคิลมาแล้ว เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม

สเปคที่ Apple เปิดให้ลูกค้าปรับแต่ง MacBook Pro ใหม่ได้ตามต้องการ แต่ราคาก็เต็มแม็กซ์เช่นเดิม

14 inch pricing

เชื่อว่าผู้ใช้หลายๆ คน หลังจากดูงานเปิดตัวไปแล้วก็คงจะอยากเป็นเจ้าของ MacBook Pro รุ่นใหม่นี้แน่ๆ โดยราคาตั้งที่หน้าเว็บไซต์ Apple Thailand ในตอนนี้ จะเห็นว่ารุ่น 14 นิ้วรุ่นเริ่มต้นกับตัวท็อปจะแตกต่างกันที่จำนวนคอร์ของ M1 Pro, ความจุของ SSD ที่ติดตั้งมาให้ และกำลังชาร์จของปลั๊ก MagSafe ที่แถมมาให้ในกล่อง ส่วนนอกจากนั้นจะเหมือนกันทั้งหมด แต่ราคาต่างกัน 16,000 บาท โดยมีรายละเอียดแตกต่างกันดังนี้

  • รุ่นเริ่มต้นราคา 73,900 บาท – ติดตั้ง Apple M1 Pro รุ่นซีพียู 8 คอร์ จีพียู 14 คอร์ และ SSD 512GB ได้ MagSafe 67 วัตต์
  • รุ่นสูงสุดราคา 89,900 บาท – ติดตั้ง Apple M1 Pro ตัวเต็ม มีซีพียู 10 คอร์ จีพียู 16 คอร์ และ SSD 1TB ได้ MagSafe 96 วัตต์ 

จะเห็นว่าสเปคจะต่างกันเล็กน้อย จากมุมของผู้เขียนเห็นว่า MacBook Pro ตัวเริ่มต้นนั้นจะเหมาะกับนักเรียนนักศึกษาที่ทำงานอาร์ต, วาดรูปแต่งภาพ ตัดต่อวิดีโอเพื่อทำพรีเซนต์ส่งอาจารย์ รวมไปจนถึงฟรีแลนซ์และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ก็สามารถใช้งานได้สบายๆ ส่วนตัวท็อปจะเหมาะกับคนที่เป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์และช่างภาพที่รับงานระดับจริงจัง ต้องการเครื่องประสิทธิภาพสูงสักหน่อยก็เลือกตัวนี้ไปใช้งานได้เลย

14 inch max custom

ส่วนถ้าใครอยากอัพสเปคให้แรงที่สุดเท่าที่ Apple เปิดให้อัพเกรดรุ่น 14.2 นิ้วได้ จะมีตัวเลือกเป็น Apple M1 Max รุ่นซีพียู 10 คอร์ กับ จีพียู 32 คอร์, 64GB Unified memory, 8TB SSD ได้เลย แต่ราคาจะทะยานขึ้นไป 208,900 บาท ถ้าคิดจากรุ่นสำเร็จรูปราคาสูงสุด ราคาจะสูงขึ้น 119,000 บาททีเดียว

16 inch pricing

ด้านรุ่น 16.2 นิ้วจะถือว่าสเปคไม่ต่างอะไรกันมากนัก อย่างมากสุดคือรุ่นเริ่มต้นที่ราคาเท่ารุ่นสูงสุดของ 14.2 นิ้ว Apple จะติดตั้ง SSD ความจุ 512GB มาให้ และถ้าอัพเกรดอีก 7,000 บาทมาเป็นรุ่นกลางราคา 96,900 บาท จะเพิ่ม SSD เป็น 1TB และใช้ซีพียู Apple M1 Pro แบบ ซีพียู 10 คอร์ และ จีพียู 16 คอร์เหมือนกัน

แต่รุ่นประกอบสำเร็จรูปสเปคสูงสุดจัดเป็นตัวไฮไลต์และเป็นรุ่นเดียวที่ติดตั้ง Apple M1 Max มาให้จากโรงงาน มี Unified Memory 32 GB และ SSD 1TB และราคาอยู่ที่ 124,900 บาท เพิ่มจากรุ่นกลางมา 28,000 บาท แพงกว่ารุ่นเริ่มต้นของ 16.2 นิ้วอยู่ 35,000 บาท

16 inch max custom

ส่วนการปรับแต่งสเปค MacBook Pro 16.2 นิ้วให้เต็มประสิทธิภาพ โดยเลือกจากรุ่นที่เป็น Apple M1 Max แล้ว จะมีให้เพิ่มเพียง Unified Memory เป็น 64GB และ SSD เพิ่มความจุเป็น 8TB และได้ราคาจบที่ 215,900 บาท จัดว่าราคาสูงขึ้นกว่าเดิม 91,000 บาท ซึ่งถ้าใครใช้งานหนักอย่างการเขียนโปรแกรม, แต่งภาพตัดต่อวิดีโอระดับโปรดักชั่นเฮ้าส์หรือทำหนังสั้น รวมไปถึงคนที่เรนเดอร์โมเดล 3D CG แบบจริงจัง การอัพสเปคเครื่องมาระดับนี้ก็น่าจะตอบโจทย์การใช้งานของอย่างแน่นอน

final cut

สุดท้าย ผู้เขียนก็ขอย้ำเรื่องการเลือกรุ่นให้เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันของเราเช่นเดิม ซึ่งโดยส่วนตัวผู้เขียนที่มีโอกาสได้ทดลองใช้ MacBook Air M1 มา ก็เชื่อว่า M1 Pro, M1 Max จะมีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิมอย่างแน่นอน แต่ถ้าใครไม่ได้ใช้งานหนักมาก อาจจะแค่ดูหนังฟังเพลง มีการตัดต่อวิดีโอหรือแต่งภาพบ้างก็อาจจะไม่จำเป็นต้องมา MacBook Pro ก็ได้ หรืออาจจะเลือกแค่รุ่นประกอบสำเร็จรูปตัวเริ่มต้นขนาด 14.2 นิ้วก็ถือว่าเพียงพอ

ยกเว้นครีเอเตอร์ที่ต้องใช้กำลังประมวลผลของซีพียูที่หนักหน่วงอย่างต่อเนื่อง จะใช้ประโยชน์จากระบบปรับแต่งสเปค เลือกเพิ่มสเปคอีกเล็กน้อยให้ตอบโจทย์การใช้งานแต่ประหยัดงบประมาณเอาไว้อุดหนุนโปรแกรมแท้หรืออุปกรณ์เสริมที่จำเป็นสำหรับการใช้งานก็จะมีประโยชน์อย่างแน่นอน


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 3ipadprom1

apple cover

ipad pro cover

from:https://notebookspec.com/web/619169-new-macbook-pro-summary-apple-event

รีวิวแท็บเล็ตเด็ก HUAWEI MatePad T 8 Kids Edition

แท็บเล็ตเด็กตัวจริง

P1001519

ใคร ๆ ก็รู้จักเครื่องแท็บเล็ตกันแล้วในทุกวันนี้ มีให้เลือกใช้งานหลากหลายรุ่น แต่ถ้าถามว่าเครื่องแท็บเล็ตสำหรับเด็กเล็กล่ะมีมั้ย พอหันกลับไปดูตลาด เออเว้ย ไม่เห็นจะมีสักรุ่นเลยนี่หว่า แต่วันนี้มีเครื่องแท็บเล็ตรุ่นใหม่ล่าสุดสำหรับเด็กเล็กโดยเฉพาะออกมาทำตลาดในบ้านเราแล้ว กับรุ่น HUAWEI MatePad T 8 Kids Edition มีดีขนาดไหน เหมาะกับเด็กจริงหรือเปล่า แล้วทำอะไรได้บ้าง เค้าคิดมาให้หมดแล้ว ลองมาดูรีวิวใช้จริงของเราได้เลย

ทดสอบใช้เครื่อง

P1001517

ตัวเครื่องมาพร้อมกับเคสซิลิโคนที่หนาพอสมควร มีสีสันที่สวยงามฟ้าเขียว เด็กเล็ก ๆ เห็นเป็นต้องชอบกันเลยทีเดียวเชียวแหละ ความหนานุ่มของเคสตัวนี้ก็ให้ฟีลลิ่งเหมือนดินน้ำมันอยู่เหมือนกัน แต่ไม่ต้องกังวลว่าจะอันตรายถ้าหากเด็ก ๆ เอาไปแทะเล่น เพราะเป็นซิลิโคนชนิดใช้กับอาหารได้ปลอดภัยหายห่วง และก็ยังมาพร้อมกับปากกาที่ผูกติดกับเคสมาเลย พร้อมช่องเก็บที่ตัวเคส ไม่ต้องกลัวหลุดหล่นหายไปไหน ถือเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับเด็ก ๆ ในการวาดรูประบายสีทีเดียวเชียวแหละ

P1001529

หูหิ้วที่เคสก็มีขนาดที่ใหญ่ สามารถให้เด็กถือไปไหนมาไหนได้สะดวก ไม่ต้องกลัวหลุดมือง่าย ๆ หรือต่อให้ทำหล่นทำหลุดมือไป ก็มีความนุ่มมากพอในการปกป้องตัวเครื่องจากแรงกระแทก

P1001528

คุณประโยชน์อีกอย่างของมือจับ ที่นอกเหนือจะเป็นหูหิ้วตัวเครื่อง ใช้ตั้งตัวเครื่องกับโต๊ะเวลาเล่นแล้ว ก็ยังสามารถใช้มือสอดจับมือเดียวได้ด้วย สะดวกมาก ๆ

P1001485

ช่องชาร์จที่ให้มาเป็นแบบ microUSB ที่อาจจะต้องอาศัยการเล็งอยู่สักหน่อย ให้เด็ก ๆ เสียบชาร์จกันเองก็อาจจะเสียบผิดเสียบถูกจนเครื่องเป็นรอยได้ ตรงนี้ถ้าหากให้มาเป็น USB Type-C ก็จะดีมาก ๆ แต่ด้วยราคาค่าตัวที่ไม่สูงก็เข้าใจได้ว่าเป็นการลดต้นทุนให้เหมาะสมนั่นเอง

P1001489

ช่องหูฟังเมื่อตั้งเครื่องเป็นแนวนอนบนโต๊ะก็จะอยู่ในตำแหน่งด้านซ้ายของตัวเครื่อง เสียบหูฟังใช้งานได้สะดวก

P1001531

และหูหิ้วยังสามารถดันตั้งเครื่องขึ้น ปรับองศาสำหรับการวาดเขียนหรือพิมพ์ได้ถนัดมากขึ้น เพิ่มอีกมุมให้ใช้งาน

P1001498

ด้านใต้หูหิ้วจะมีช่องสำหรับเก็บปากกา สามารถเสียบเก็บได้แน่นหนา ไม่มีหลุดออกมาง่าย ๆ อย่างแน่นอน

P1001505

แต่ที่เห็นทั้งหมดนั้นจะเป็นเครื่องที่อยู่ภายในตัวเคสซิลิโคนอีกที เมื่อลองถอดตัวเครื่องออกมาจากเคสก็จะได้เครื่องแท็บเล็ตปกติที่เราเคยเห็นทั่ว ๆ ไป สีออนเป็นโทนน้ำเงินเข้มกรมท่าถือว่าสวยงามดูหรูหราทีเดียว แม้ว่าวัสดุขอบรอบ ๆ จะเป็นพลาสติก แต่พอเป็นสีเข้ม ๆ ก็ทำให้ดูดุ เท่ หล่อสุขุมขึ้นมาได้เลย

P1001508

ขอบที่ด้านบนตัวเครื่องจะเป็นรูเสียบหูฟัง 3.5 มม. และช่องลำโพงที่มีอยู่ตำแหน่งเดียวของเครื่อง ดังนั้นจะไม่ได้ระบบเสียงแยกซ้ายขวาสำหรับงานด้านความบันเทิง แต่ถ้าเป็นเด็กเล็กเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ประเด็นที่ซีเรียสสักเท่าไหร่

P1001506

กล้องความละเอียด 5 ล้านพิกเซลด้านหลัง จะปูดนูนออกมาจากตัวเครื่องเล็กน้อย

P1001514

ตัวเครื่องมาพร้อมถาดใส่ซิม สามารถเปิดเบอร์มาใส่พร้อมเล่นเน็ตได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน และยังใส่ SD Card เพิ่มความจุในตัวเครื่องได้ด้วย

ซอฟต์แวร์

Screenshot 20211019 160915 com.android.settings

เริ่มต้นกันที่หน้าตาระบบ ใช้เป็น Android 10 กับหน้าตา EMUI 10 ที่คุ้นเคย เหมือนกันมือถือรุ่นต่าง ๆ ของแบรนด์ที่ผ่าน ๆ มา ถ้าเป็นคนใช้ระบบ Android มาอยู่แล้วก็ใช้งานเป็นได้ทันที จะมีความแตกต่างไปเล็กน้อยคือวิธีการติดตั้งแอป ที่จะทำผ่าน AppGallery และ Petal Search แทบไม่แตกต่างไปจาก Google Play

Specification

สเปกตัวเครื่องต้องบอกว่าไม่ได้แรงไหลลื่นมากนัก แต่สามารถทำงานต่างได้ เรียกว่าตอบสนองความต้องการใช้งานได้ครบ แค่ว่ามันไม่ได้ลื่นปื้ดวื้ดวาดเท่านั้น เพื่อเป็นการประหยัดต้นทุน ให้สามารถทำราคาตัวเครื่องออกมาได้ไม่แพงจนเกินไป ตรงตามโจทย์ความต้องการสำหรับลูก ๆ หลาน ๆ อย่างแท้จริง แต่ถ้าจะเอามาใช้เหมือนเครื่องแท็บเล็ต Android ทั่วไป ก็ใช้งานได้ปกติไม่มีปัญหา

ขนาดหน้าจอ 8 นิ้ว ความละเอียด 1280 x 800, 189 PPI ดูได้อย่างเต็มตา ขนาดตัวเครื่องที่เบาเพียง 515 กรัม ก็ทำให้ถือใช้งานได้สะดวก ที่สำคัญคือเคสที่ให้มาพร้อมกับตัวเครื่องแบบซิลิโคน ป้องกันการตกกระแทกจากการเผลอของเด็ก ๆ ได้เป็นอย่างดี และยังเป็นวัสดุที่มีความปลอดภัยใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร จึงไม่เป็นพิษต่อเด็ก ๆ ที่มีผิวบอบบางอย่างแน่นอน มีดีไซน์มือจับถือเครื่องหิ้วไปมาได้สะดวก และยังใช้เป็นขาตั้งได้ในตัว พร้อมปากกาที่เหน็บเก็บติดกับตัวเคสได้ด้วย

ขนาด (สูง x กว้าง x หนา)

199.7 มม. x 121.1 มม. x 8.55 มม

น้ำหนัก

ประมาณ 515 กรัม (รวมแบตเตอรี่)

สี

Deepsea Blue

หน้าจอแสดงผล

LCD ขนาด 8.0 นิ้ว ความละเอียด 1280 x 800, 189 PPI, รองรับ 16.7 ล้านสี

โปรเซสเซอร์

MTK MT8768

MTK MT8768, 8 Core A53, 4×2.0 GHz+4×1.5GHz

GPU: IMG GE8320 650 MHz

ระบบปฏิบัติการ

EMUI 10.0.1 (ขึ้นอยู่กับ Google Android 10.0)

หน่วยความจำและความจุ

RAM 2G + ROM 16GB
รองรับหน่วยความจำภายนอก:

รองรับ microSD (สูงสุด 512GB)

แบตเตอรี่

5100 mAh (ทั่วไป), 4980 mAh (ขั้นต่ำ)

กล้อง

กล้องหลัง: 2 MP, fixed-focus

การถ่ายภาพ: สูงสุด 1.9 M (1600 x 1200 pixels)

การบันทึกวิดีโอ: สูงสุด 720p@30fps

 

กล้องหลัง: 5 MP, auto-focus

การถ่ายภาพ: สูงสุด 5 M (2592 x 1944 pixels)

การบันทึกวิดีโอ: สูงสุด 1080p@30fps

ระบบเสียง

ลำโพง 1 ชุด, ไมโครโฟน 1 ชุด

รองรับเครือข่าย

GSM: B2 / B3 / B5 / B8

UMTS: B1 / B2 / B5 / B6 / B8 / B19

FDD: B1 / B3 / B5 / B7 / B8 / B18 / B19 / B20 / B26 / B28

TD-LTE: B38 / B40 / B41

 

*เครือข่ายและคลื่นความถี่อาจแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการในพื้นที่และที่ตั้งของคุณ

รองรับการเชื่อมต่อ

WLAN: รองรับ 802.11 a / b / g / n / ac, 2.4GHz และ 5GHz

รองรับ มาตรฐาน: Bluetooth 5.0 (เข้ากันได้กับ Bluetooth 4.0, Bluetooth 3.0, และ Bluetooth 2.1+EDR)

ระบบเซ็นเซอร์

Gravity Sensor

อุปกรณ์ภายในกล่อง

1 เครื่องชาร์จ

2 สายเคเบิล

3 อุปกรณ์ถอดซิมการ์ด

4 คู่มือเริ่มต้นใช้งาน

5 บัตรรับประกัน

6 Kids Case

จุดเด่น

Screenshot 20211018 134546 com.huawei.kidsmode

มาดูกันที่จุดเด่นสำหรับการใช้งานของเด็ก ๆ กันด้วยแอปที่มีชื่อว่า Kids Corner หรือในชื่อไทยว่า มุมเด็ก เป็นแอปที่เสมือนเป็นระบบของเครื่องอีกตัว เมื่อเข้ามาแล้ว จะเป็นหน้าตาใหม่สำหรับให้เด็ก ๆ ใช้งานโดยเฉพาะ ด้วยหน้าตาสไตล์การ์ตูน มีปุ่มให้เลือกกดเพื่อเข้าแอปอื่น ๆ ต่อได้ โดยตัวหลักที่ระบบติดตั้งไว้แล้ว จะเป็น โลกของเบบี้แพนด้า และ Azoomee ทั้ง 2 ตัวเป็นแอปแพล็ตฟอร์มเนื้อหาสำหรับเด็กนั่นเอง มีทั้งเกม ทั้งการ์ตูน ให้เลือกดูเพียบ ซึ่งสอดแทรกความรู้ไว้ด้วย แบ่งเป็นหมวดหมู่ อย่างอาชีพต่าง ๆ หมวดศิลปะ หมวดอาหาร หมวดธรรมชาติ หมวดพฤติกรรมนิสัย หรือหมวดความปลอดภัย ให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ แบบสนุกสนานเพลิดเพลินกัน

แท็บเล็ตเด็กที่ให้ระบบมาพร้อม

เนื้อหาทั้งหมดยังมีทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ เพื่อให้เด็ก ๆ ได้เข้าใจกันทั้ง 2 ภาษาตามที่เลือกกันได้เลย หรือถ้าหากว่ามีแอปตัวอื่น ๆ ที่เด็ก ๆ ชอบ เราก็สามารถโหลดมาติดตั้งเพิ่มเติมเอาไว้ในหน้านี้ได้

จุดเด่นของระบบ มุมเด็ก ตัวนี้คือความสามารถในการล็อกตัวเครื่อง สามารถตั้งค่าล็อกเอาไว้ ไม่ให้เด็ก ๆ เข้ามาแก้ไขอะไรเกี่ยวกับระบบที่ไม่อนุญาต มีการล็อกรหัสผ่านเอาไว้หมด และไม่สามารถออกจากหน้าแอปนี้ออกไปยังหน้าตั้งค่าเครื่องปกติเพื่อปลดล็อกหรือแก้ไขอะไรใด ๆ เองได้ เป็นตัวช่วยป้องกันไม่ให้เข้าถึงเนื้อหาที่เกินกว่าวัย

Screenshot 20211019 161600 com.huawei.kidsmode

เราสามารถดูรายงานการใช้งานได้ด้วย ว่ามีการเปิดใช้งานแอปตัวไหนเป็นระยะเวลานานเท่าไหร่ สามารถตั้งจำกัดเวลาในการใช้งานได้ ว่าให้เล่นได้ครั้งละกี่นาที ต้องหยุดพักระหว่างเล่นอีกนาที และรวมทั้งวันสามารถเล่นไม่เกินกี่นาที และยังละเอียดไปถึงการตั้งตามรายวันได้ด้วย ว่าวันธรรมดาจะให้เล่นเท่าไหร่ วันหยุดปรับเป็นเท่าไหร่

ยังมีระบบช่วยปกป้องสุขภาพมาให้อีกด้วย อย่างโหมดการกรองแสงสีฟ้า ส่วนถนอมสายตาเด็ก ๆ ระบบการแจ้งเตือนเมื่อเด็ก ๆ นอนเล่น ให้ลุกขึ้นมานั่งเล่น ระบบแจ้งเตือนให้หยุดเล่นระหว่างที่นั่งในรถบนสภาพทางถนนขรุขระ หรือระบบปรับแสงสีหน้าจอให้เหมือนกับกำลังอ่านหนังสือ

Screenshot 20211018 133426 com.huawei.kidsmode

Screenshot 20211018 133429 com.huawei.kidsmode

Screenshot 20211018 133448 com.huawei.kidsmode

Screenshot 20211018 133434 com.huawei.kidsmode

ข้อสังเกต

อย่างที่บอกไปแล้วว่าสเปกตัวเครื่องนั้นไม่ได้แรงอะไรมากมายนัก ด้วยการออกแบบมาเพื่อให้เด็กเล็กใช้งานทั่วไป มันจึงไม่ได้ลื่นไหลอะไรมากมายนัก สามารถเอามาใช้งานทั่วไปเหมือนเป็นแท็บเล็ต Android ได้ แต่ก็จะลื่นพอประมาณในระดับที่ชิปและราคาเท่านี้ทำได้ เหตุผลที่นอกเหนื่อจากการซื้อไปใช้งานอื่น ๆ นอกเหนือจากให้เด็ก ๆ เล่นนั้น ไม่ค่อยจะแนะนำสักเท่าไหร่ สำหรับเด็ก ๆ ก็ลุยได้เลย เพลินแน่นอน

กล้อง

แวะดูเรื่องกล้องกันสักหน่อย ถือว่าทำได้ดี แต่ไม่ได้มากมายอะไรนัก ต้องเข้าใจก่อนว่ากล้องบนแท็บเล็ตนั้นไม่ได้ถูกใช้งานเป็นหลักอยู่แล้ว อย่างที่เราเห็นในตลาดว่าไม่ค่อยจะมีเครื่องแท็บเล็ตที่ทำกล้องเท่ามือถืออกมาสักเท่าไหร่ เพราะไม่ค่อยจะมีใครเอาไว้ใช้งานอยู่แล้ว อาจจะใช้บ้างเวลาฉุกเฉิน แต่ก็คงจะนาน ๆ ครั้งเท่านั้น เรียกว่าใส่มาให้แบบพอใช้งานได้

IMG 20211019 131522

ส่วนกล้องหน้าก็อยู่ในระดับเดียวกัน ให้ความละเอียดมาที่ 2 ล้านพิกเซล สามารถใช้งานวิดีโอคอล ใช้ถ่ายต่าง ๆ ได้ แต่ด้วยตำแหน่งที่ติดตั้งมา ไม่ได้อยู่กลางหน้าจอ ไม่ว่าจะใช้งานเครื่องในแนวนอนหรือแนวตั้ง ทำให้มุมที่ได้ออกจะแปลก ๆ ไปซักหน่อย ไม่ได้อยู่ตรงกลาง เวลาใช้งานจริงสายตาก็จะมองออกไปทางอื่น ไม่ใกล้กับกล้องมากนัก

ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น กล้องหน้าจะได้ที่ความละเอียด 720p 30fps ส่วนที่กล้องหลังก็จะได้ความละเอียด 1080p 30fps ถือว่าเป็นความสามารถระดับทั่วไป ไม่ได้ดีมากมายนัก แต่เหมาะสมกับราคาค่าตัว

IMG 20211019 131354
IMG 20211019 131555
IMG 20211019 131547
IMG 20211019 131538
IMG 20211019 131448
IMG 20211016 220159
IMG 20211019 131339
IMG 20211019 131147
IMG 20211019 131051

NBS Verdict

P1001482

ไม่ใช่จะได้เห็นได้บ่อย ๆ กับเครื่องแท็บเล็ตเด็กที่ตั้งใจทำออกมาเพื่อจับกลุ่มเด็กเล็ก นี่จึงเป็นเครื่องที่อาจเรียกได้ว่าไม่มีคู่แข่งโดยตรง แต่ก็จะคงจะกลายเป็นตัวเลือกที่ทำให้ผู้ซื้อชั่งใจระหว่างการเพิ่มเงินเพื่อไปซื้อรุ่นอื่น ๆ ที่มีในตลาด

ฟันธงได้เลยว่านี่คือเครื่องสำหรับเด็กเล็ก ๆ จริง ๆ ในช่วงอายุ 3-8 ขวบตามที่ HUAWEI แนะนำเอาไว้ ถ้าจะให้เด็กที่โตกว่านี้ เครื่องนี้จะยังไม่เหมาะ เพราะประสิทธิภาพสำหรับการใช้งานอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมที่กราฟิกสวยงามมากขึ้น หรือการใช้กับแอปโซเชียลยังไม่ได้ลื่นไหลมากมายนัก

https://consumer.huawei.com/th/tablets/matepad-t-8-kids/buy/

from:https://notebookspec.com/web/619448-huawei-matepad-t-8

ทำหมันฟรอมโฮม COSO ไอเดียเครื่องอุ่นไข่ ทำหมันชายชั่วคราว ชนะรางวัล Dyson Awards

นักวิทยาศาสตร์หญิงชาวเยอรมัน Rebecca Weiss ชนะรางวัลออกแบบ Dyson Awards ด้วยไอเดียเครื่อง COSO เครื่องอุ่นไข่เพื่อคุมกำเนิดชายชั่วคราว หลังเธอตรวจพบสารตั้งต้นของมะเร็งปากมดลูกที่อาจเกิดจากการใช้ยาคุมกำเนิดฝ่ายหญิงและปรึกษาว่าจะให้ฝ่ายชายคุมกำเนิดแทน

เธอพบว่านอกจากถุงยางแล้ว ผู้ชายยังมีตัวเลือกการคุมกำเนิดที่จำกัดกว่าผู้หญิง ที่มียาคุมกำเนิดทั้งแบบทานปกติ แบบฉุกเฉิน และแบบฝัง เธอจึงอยากเพิ่มทางเลือกคุมกำเนิดให้ผู้ชาย และแบ่งเบาภาระการคุมกำเนิดที่ตกอยู่กับฝ่ายหญิง โดยออกแบบเครื่อง COSO ขึ้นมา

No Description

COSO จะใช้น้ำอุ่นและคลื่นอัลตร้าซาวด์ ส่งความร้อนเข้าไปภายในถุงอัณฑะ เพื่อทำให้อสุจิไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ชั่วคราว การใช้งานครั้งแรกต้องใช้ภายใต้การควบคุมของแพทย์ เพื่อตั้งค่าความร้อนให้เหมาะสมกับขนาดอัณฑะ หลังจากนั้นผู้ใช้ต้องรอเวลาสองสัปดาห์เพื่อให้กระบวนการได้ผลสูงสุด

ครั้งที่สองและครั้งต่อๆ ไป ผู้ใช้สามารถใช้งานได้จากบ้านด้วยตัวเอง โดยแต่ละครั้งผู้ใช้ต้องแช่อัณฑะไว้ในเครื่องสามถึงสี่นาที ทำซ้ำทุก 2 เดือน หากไม่ต้องการคุมกำเนิดแล้ว อาจต้องรอให้ผลการคุมกำเนิดหายไปภายในระยะเวลาราว 6 เดือน หลังจากการใช้เครื่องครั้งสุดท้าย

No Description

เครื่องนี้ยังไม่ได้จำหน่ายในวงกว้าง เพราะยังเป็นแค่ทฤษฎี ขาดเงินทุน และยังมีผลวิจัยเบื้องต้นซึ่งทำในสัตว์เท่านั้น ใครที่สนใจอาจจะต้องรอผลวิจัยเพิ่มเติม หรือการปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องต่อไปอีกสักระยะ

ที่มา – COSO, The James Dyson Awards

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/125356

Kbank แจงโฆษณาประกัน “โดนแฮกเงินหาย” ไม่เกี่ยวกับเหตุการณ์เงินรั่ว, สั่งระงับโฆษณาแล้ว

ธนาคารกสิกรไทย ชี้แจงกรณีมีภาพโฆษณาประกันภัย “โดนแฮกเงินหาย” เผยแพร่ในโซเชียล ว่าประกันเป็นของธนาคารเป็นผู้เสนอขายจริง แต่ย้ำว่าโฆษณานี้ถูกปล่อยก่อนจะเกิดกระแสข่าวการตัดเงินที่ผิดปกติผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิตของประชาชน

ธนาคารกสิกรไทยระบุว่ามีการจัดทำโฆษณาเพื่อสื่อสารทางการตลาดที่สอดคล้องกับประสบการณ์ในการซื้อขายสินค้าออนไลน์ของลูกค้าเฉพาะกลุ่ม (ประมาณ 12,000 คน) ผ่านแอป K PLUS เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2564 และทันทีที่ทราบประเด็นเหตุดังกล่าว ได้ระงับโฆษณาผลิตภัณฑ์ด้วยรูปแบบข้างต้นในทุกช่องทางแล้ว ตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2564

ธนาคารกสิกรไทยระบุยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาในการเสนอขายผลิตภัณฑ์หรือบริการรูปแบบนี้ในช่วงสถานการณ์ที่สังคมมีกระแสวิตก และขออภัยลูกค้าและประชาชนที่ทำให้เกิดการเข้าใจผิด

ส่วนประกัน “โดนแฮกเงินหาย” ในที่นี้ให้การคุ้มครอง 3 กรณี คือ

  • คุ้มครองผู้ซื้อสินค้าออนไลน์ กรณีผู้ขายไม่ส่งสินค้าภายใน 7 วันนับจากวันที่แจ้งว่าจะจัดส่ง, ผู้ซื้อได้รับสินค้าไม่ครบตามรายการสั่งซื้อ, สินค้าได้รับความเสียหายทางกายภาพ, สินค้าไม่เป็นไปตามที่โฆษณาประชาสัมพันธ์
  • คุ้มครองผู้ขายจากการถูกหลอกลวงให้ส่งสินค้า และไม่ได้รับเงินภายใน 7 วัน นับจากวันที่แจ้งว่าจะจัดส่ง
  • คุ้มครองเงินส่วนตัวที่หายจากบัตร บัญชี หรือกระเป๋าเงินออนไลน์ จากการถูกโจรกรรมผ่านช่องทาง
    ออนไลน์ โดยวิธีการใช้บัตรชำระเงิน , การเข้าสู่บัญชีธนาคาร , การเข้าสู่ e – Wallet ของผู้เอาประกันภัยโดยไม่ได้รับอนุญาต กรณีที่ไม่สามารถเรียกคืนได้จากผู้ออกบัตร หรือผู้ให้บริการบัญชี / กระเป๋าเงินออนไลน์

ที่มา – ประกาศธนาคารกสิกรไทย

No Description

from:https://www.blognone.com/node/125355

ซีรีย์เกาหลี The King’s Affection EP.4 ซับไทย (ราชันผู้งดงาม ตอนที่ 4) [Netflix]

ซีรีย์เกาหลี The King’s Affection (ราชันผู้งดงาม) เมื่อองค์ชายถูกลอบสังหาร องค์หญิงฝาแฝดจึงต้องสวมรอยสืบบัลลังก์ ขณะเดียวกันก็ต้องพยายามปกปิดตัวตนและความรักที่มีต่อชายคนหนึ่งไม่ให้ใครล่วงรู้ เรื่องย่อ The King’s Affection EP.4 : ดัมอีเผชิญแรงกดดันจากการสวมรอยฝาแฝดในฐานะองค์ชายจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ จองจีอุนต้องรีบหายาสมุนไพรมารักษาคนไข้ที่ไม่พอใจ ฮวีตัดสินใจไว้ชีวิตจีอุนเพราะคิดว่าชาตินี้คงไม่ได้เจอกันอีก แต่แล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นเขาลอบเข้ามาทางกำแพงวัง ติดตามชม The King’s Affection EP.4 (ราชันผู้งดงาม ตอนที่ 4) ได้ผ่านลิงก์ Netflix ด้านล่างนี้ ทุกวันจันทร์-อังคาร

นักแสดง The King’s Affection: พัคอึนบิน, โรอุน, นัมยุนซู, ชเวบยองชัน, เบยุนคยอง, จองเชยอน, ยุนเจมุน, แบซูบิน, อีพิลโม

ดู The King’s Affection EP.4 ซับไทย จาก Netflix >> คลิกที่นี่

ดู The King’s Affection ตอนอื่นๆ ย้อนหลัง

from:https://www.9tana.com/node/the-king-affection-ep4/

for feed news app

%d bloggers like this: