เคส Apple สำหรับ iPhone 11, iPhone 11 Pro, iPhone 11 Pro Max ขายแล้วที่ออนไลน์และหน้าร้าน

Apple And Retail Released Case For Iphone 11 Iphone 11 ProApple ได้วางขายเคสสำหรับ iPhone 11, iPhone 11 Pro, iPhone 11 Pro Max แล้วทั้งที่ออนไลน์และ Apple Icomsiam รวมถึงหน้าร้านตัวแทนก็ขายแล้วเช่นกัน เคส Apple สำหรับ iPhone 11, iPhone 11 Pro, iPhone 11 Pro Max ขายแล้ว Apple ได้เปิดให้กดสั่งซื้อเคสสำหรับ iPhone 11, iPhone 11 Pro, iPhone 11 Pro Max แล้วผ่าน Apple Store Online ดังนี้ เคสสำหรับ iPhone 11 เคสใสสำหรับ iPhone 11 ราคา 1,390 บาท เคสซิลิโคนสำหรับ iPhone […]

from:https://www.iphonemod.net/apple-and-retail-released-case-for-iphone-11-iphone-11-pro.html

โฆษณา

Mesh WiFi คืออะไร | ขยายสัญญาณไวไฟให้ครอบคลุมทั่วบ้าน แก้ปัญหาแพ็กเกจแรง แต่เน็ตไม่วิ่ง

เน็ตบ้านไฟเบอร์กลายเป็นบริการที่หลายบ้านติดเพิ่มเพื่อให้สามารถใช้เน็ตได้เร็วแรง สตรีมหนังเล่นเกมได้แบบไหลลื่นไม่ต้องกลัวเน็ตหมด แต่บางคนก็ต้องเจอปัญหาสัญญาณ WiFi ไม่ครอบคลุมทั่วบ้าน พาลทำให้ใช้งานได้ไม่เต็มแพ็กเกจที่สมัครเอาไว้ จะหาซื้ออุปกรณ์เพิ่มก็ยังสงสัยว่าจะเลือกตัวไหนดี เราเลยจะขอแนะนำเทคโนโลยีต่างๆ รวมถึง Mesh WiFi ที่กำลังเป็นที่นิยมให้รู้จักกัน

ใครที่กำลังมองหาซื้อ Router ตัวใหม่อยู่ น่าจะต้องได้ยินคำว่า Mesh WiFi เพราะมันเป็นโซลูชั่นที่กำลังมาเอาซะมากๆ ช่วยแก้ปัญหาเรื่อง WiFi กระจายไม่ทั่วถึง ต้องเดินหาสัญญาณไปทั่วบ้าน จะติดอุปกรณ์อื่นมาติดเพิ่ม ก็ต้องตั้งค่าอะไรวุ่นวาย เสียเวลาล็อคอินใหม่ ใช้แล้วอาจต้องปวดหัวกับสัญญาณแกว่ง แต่ด้วย Mesh WiFi นี่ตัวเดียวจบทุกปัญหาที่ว่ามา

Mesh WiFi คืออะไร

อธิบายง่ายๆ ก็คือการเชื่อมต่อไร้สายแบบตาข่ายใยแมงมุมที่ทุกเครื่องเชื่อมต่อถึงกันทั้งหมด โดยไม่มีข้อจำกัดเหมือนอุปกรณ์เน็ตเวิร์คแต่ก่อนที่โดยมากจะเชื่อมต่อแบบกิ่งก้าน หรือเป็นดาว แต่ Mesh จะเชื่อมต่อได้ทั้งแบบต่อตรง ไดนามิค และไม่มีลำดับขั้น ไปยังจุด (node) ต่างๆ สามารถเพิ่มจุดกระจายสัญญาณได้อย่างง่ายดายและได้มากเท่าที่ระบบจะทำได้ สัญญาณปล่อยออกมามีเสถียรภาพและมีรักษาความเร็วอินเทอร์เน็ตได้ดีกว่าอุปกรณ์ทวนสัญญาณ (Repeater) ทั่วไป ใช้ชื่อ WiFi (SSID) เดียวกันได้ ไม่ต้องวุ่นวายเชื่อมต่อใหม่เมื่อเดินจากน้องนั่งเล่นขึ้นไปห้องนอน โดยระบบจะเลือกการเชื่อมต่อแต่ละจุดให้อัตโนมัติตามความเหมาะสม ซึ่งถ้ามีเครื่องใดเครื่องหนึ่งหลุดออกจากระบบ เครื่องจะเชื่อมต่อเส้นทางใหม่ให้โดยอัตโนมัติ ทำให้ใช้ระบบไม่ล่มและใช้งานต่อเนื่องได้อย่างไม่มีสะดุดนั่นเอง

Nest WiFi จาก Google มีการชูจุดเด่นเรื่อง Mesh WiFi โดยเฉพาะเลย แต่น่าเสียดายว่าไม่เข้าไทยและราคาสูง

สรุป Mesh WiFi แบบเข้าใจง่ายๆ

  • ขยาย WiFi ไปทั่วบ้านได้ทั้งแบบเดินสาย(สปีดเน็ตเต็ม) และไม่เดินสาย(สปีดเน็ตตกลงตามระยะทาง)
  • ตั้งค่าให้ชื่อ WiFi (SSID) เป็นชื่อเดียวกันได้
  • ความเร็วที่ได้ต่อจุด (node) มีคุณภาพดีกว่า Repeater ทั่วไป
  • ถ้าจุดใดจุดหนึ่งล่ม จะไม่ทำให้ระบบทั้งหมดล่มตามไปด้วย

สัญญาณ WiFi จะแรงเต็มที่ทุกจุด แต่ความเร็วของแต่ละจุดขึ้นกับการเชื่อมต่อว่าเดินสายหรือไร้สาย

💡 รู้หรือไม่?

WiFi ≠ Internet

หลายคนมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องสัญญาณ WiFi ว่าถ้าใช้ WiFi จะต้องมีการใช้เน็ต แต่ความจริงแล้วสองอย่างนี้แยกกัน ถ้าเปรียบเทียบให้เข้าใจง่ายขึ้น ให้มองว่าสัญญาณ WiFi เป็นเหมือนท่อน้ำ และส่วนการรับส่งข้อมูลต่างๆ รวมถึงการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต คือน้ำ ซึ่งน้ำในที่นี้แบ่งได้สองแบบคือ

  1. น้ำที่มาจากผู้ให้บริการต่างๆ เช่น AIS Fibre ก็จะเป็นน้ำจากการประปาที่เราต้องเสียเงินเพื่อใช้บริการ 
  2. น้ำที่เราสร้างขึ้นมาเอง เช่น การรับส่งข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นมือถือต่อกับมือถือ หรือมือถือต่อกับคอมพิวเตอร์ ก็เป็นการเทน้ำให้กันระหว่างอุปกรณ์โดยไม่ได้ใช้น้ำภายนอก

โดยน้ำทั้งสองแบบอุปกรณ์ต่างๆของเรา จะสามารถใช้งานได้ด้วยท่อน้ำ หรือสัญญาณ WiFi ที่เราติดตั้งมาใช้เองกันในบ้านนั่นเอง

WiFi Signal Strength ≠ Internet Speed

สัญญาณไวไฟแรง แต่เน็ตไม่เห็นวิ่งเลย … อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ เพราะสัญญาณไวไฟอย่างที่บอกไปข้างต้นว่ามันเหมือนท่อน้ำ ยิ่งแรงท่อน้ำก็จะยิ่งใหญ่ ยิ่งเบาท่อก็จะเล็กตามไปด้วย ส่วน Internet Speed นี้จะเป็นน้ำที่ต่อเข้ามาที่บ้านเรา ซึ่งถ้าท่อเราใหญ่พอก็จะสามารถส่งน้ำที่เรารับมาแรงกระจายไปทั่วบ้านเราได้อย่างเต็มที่ แต่ถ้า WiFi สัญญาณเต็ม แล้วน้ำที่เรารับมาเบาแค่ 10-20Mbps ความเร็วในการรับส่งข้อมูลอินเทอร์เน็ตก็จะได้สูงสุดตามน้ำที่เรารับมาเท่านั้น

แต่ในทางกลับกัน ถ้าเป็นการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ มือถือต่อเข้าหามือถือ หรือคอมพิวเตอร์ต่อเข้ากับ Media Server ในบ้าน อันนี้น้ำจะถูกสร้างจากอุปกรณ์นั้นๆ ซึ่งก็จะเร็วแรงได้ตามสเปคของมันกันเลยตั้งแต่หลักร้อย Mbps จนถึง 1Gbps นั่นเอง

 

Access Point – Repeater – Mesh WiFi แตกต่างกันอย่างไร ?

ความแตกต่างของ 3 รูปแบบการเชื่อมต่อกระจายสัญญาณนี้ น่าจะเป็นเรื่องที่หลายคนสงสัยกันไม่น้อย ตอนที่กำลังพิจารณาซื้ออุปกรณ์เน็ตเวิร์คเข้ามาติดในบ้าน ซึ่งจะสรุปออกมาให้ง่ายๆดังนี้นะครับ

Access Point

วิธีง่ายที่สุดในการขยายการเชื่อมต่อ คือซื้อตัวกระจายสัญญาณ (Access Point) มาเพิ่ม จับมันมาเสียบสายแลน ก็ทำหน้าที่เหมือนเป็นเราเตอร์อีกตัวในสถานที่ใหม่เลย

ข้อดี : สปีดเน็ตมาเต็ม

ข้อเสีย : ติดตั้งยาก ต้องเดินสาย ต้องกดเชื่อมต่อสัญญาณใหม่เมื่อเดินไปอีกตำแหน่ง

ขยายสัญญาณ WiFi ครอบคลุมทั่วบ้านทุกชั้นด้วยการลากสาย ต้องเลือกเชื่อมต่อตามตำแหน่งที่อยู่

Repeater หรือ Range Extender

คืออุปกรณ์ทวน WiFi สัญญาณ เพื่อให้มีระยะทางไกลขึ้น รับสัญญาณจากฟากหนึ่งและขยายส่งต่อออกไปยังอีกฟากหนึ่ง เพื่อเพิ่มความครอบคลุมของสัญญาณ

ข้อดี : ติดตั้งสะดวก ไม่ต้องเดินสาย

ข้อเสีย : สปีดเน็ตดรอปตามระยะ ใช้ชื่อ SSID เดิมกับตัวหลักได้ หากการเชื่อมต่อด้านหนึ่งล่มก็ใช้งานไม่ได้เลย

ขยายสัญญาณ WiFi ครอบคลุมทั่วบ้านทุกชั้นโดยไม่ต้องลากสาย ไม่ต้องเลือกเชื่อมต่อตามตำแหน่งที่อยู่ และความเร็วลดลงตามระยะความห่าง หากมีปัญหาที่จุดใดก็จะทำให้บริเวณนั้นใช้งานไม่ได้

ทำไมเราไม่ควรตั้งชื่อ WiFi ให้เหมือนกัน ถ้าไม่ใช่ Mesh WiFi

เพราะเราจะไม่สามารถควบคุมหรือแยกได้ว่าเราต่อกับอุปกรณ์ชิ้นไหนอยู่ อยู่ห้องนั่งเล่นดันไปต่อกับตัวห้องครัว สัญญาณก็ไม่ดี บางทีก็เหวี่ยงไปมาระหว่างสองเครื่อง จะบังคับเปลี่ยนหรือล็อคว่าจะเกาะกับอุปกรณ์ชิ้นไหนก็ไม่ได้หรือลำบากอีก ตัวอุปกรณ์เองก็ไม่ฉลาดพอที่จะเปลี่ยนหรือเลือกต่ออันที่ดีที่สุดให้เรา ซึ่งปัญหาทั้งหมดนี้แก้ได้ด้วย Mesh WiFi

Mesh WiFi

ไม่ใช่แค่ทวนสัญญาณ แต่ยังสร้างเป็นเครือข่าย ให้สามารถใช้งานได้แบบไม่มีสะดุดทั้งบริเวณที่ต้องการ

ข้อดี : ติดตั้งสะดวก ทั้งเดินสายหรือไร้สาย ทำงานร่วมกันได้สมบูรณ์ในแต่ละจุด ตำแหน่งนึงล่ม อีกจุดก็ยังทำงานแทนกันได้ ใช้ชื่อ WiFi อันเดียวกันได้ทั้งบริเวณ

ถ้าเราไปอาคารสถานที่ใหญ่ๆ แล้วพบว่ามีการให้บริการอินเทอร์เน็ตในชื่อเดียว ทำงานแบบเข้ากันได้ดี เดินไปไหนมาไหนแล้วยังเชื่อมต่อได้ไม่มีสะดุด อันนั้นก็เดาได้เลยว่าน่าจะใช้ Mesh แน่นอน

ข้อควรรู้

แม้ว่าความเร็วการรับส่งของ Mesh WiFi จะดีกว่า Repeater แต่ก็ไม่ได้ทำให้สามารถวิ่งได้เร็วเต็มสปีดนะ ถ้าต้องการวิ่งให้เต็มแพ็กเกจที่สมัครมา 500 – 1000 Mbps ที่สมัครเอาไว้ ยังไงก็แนะนำต้องเดินสาย LAN เชื่อมต่อในแต่ละจุดด้วย

ข้อเสีย : แพงงงงง โดยอุปกรณ์ที่ทำ Mesh WiFi ได้แต่ละชิ้น มักจะมีราคาไม่น้อยกว่า 3-5 พัน ถ้าเกิดว่าจะติดให้ทั่วๆก็อาจจะต้องใช้ไม่น้อยกว่า 3-5 ชิ้น ราคาก็ทวีคูณไป

 

แต่เดี๋ยวก่อน ถ้าไม่อยากจ่ายแพงเรามีสิ่งดีๆมานำเสนอ #ขายของ😎😎😎

สมัคร AIS แพ็คเกจความเร็ว 1Gbps/100Mbps วันนี้ รับฟรี NOKIA WiFi Beacon 1 ซึ่งเป็น Mesh WiFi เอาไปเลยทันที 2 เครื่อง (เชื่อมต่อได้สูงสุด 3 ชิ้น แต่ต้องซื้อเพิ่มเอง) เอาไว้ติดตั้งสร้าง Mesh WiFi ของตัวเองที่บ้านได้ โดย Nokia WiFi Beacon เป็นอุปกรณ์กระจายสัญญาณ WiFi คุณภาพสูง เอาไว้ใช้งานร่วมกับแพ็คเกจ SUPER MESH WiFi ที่มีความเร็วในการดาวน์โหลดสูงสุดถึง 1 Gbps ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอุปกรณ์ดังกล่าวรองรับการส่งสัญญาณผ่านสาย LAN ได้สูงสุด 1000 Mbps และผ่าน WiFi ได้ถึง 866 Mbps สามารถส่งสัญญาณได้ทั้งแบบ 2.4GHz และ 5GHz จะมีให้เลือกสมัครแบบรายเดือนทั้งหมด 2 แบบ 

 

ค่าบริการ 999 บาท / เดือน 1099 บาท / เดือน
ความเร็ว 1,000/100 Mbps  1,000/100 Mbps
บริการอื่นๆ – 
  • AIS Playbox ดูหนัง ซีรีส์จากช่องดังอย่าง HBO, Fox Movie, Warner TV
  • HOOQ ฟรี 6 เดือน
  • Netflix ฟรี 3 เดือน
สัญญาใช้งาน 24 เดือน 24 เดือน

 

นอกจากจะมีเน็ตความเร็วสูงถึง 1Gbps แล้ว ลูกค้า AIS Fibre ยังมีความยืดหยุ่นในการใช้งานแบบไม่เหมือนใคร เพราะปรับความเร็วในการใช้งานได้เองแบบ Real-time ด้วย Speed Toggle ซึ่งสามารถจัดการความเร็วในการดาวน์โหลดและอัพโหลดได้ 3 แบบ ดังนี้

Full Speed Download : ดาวน์โหลด 1000 Mbps / อัพโหลด 100 Mbps

Full Speed Upload : ดาวน์โหลด 100 Mbps / อัพโหลด 1000 Mbps

SYMMETRY : ดาวน์โหลด 550 Mbps / อัพโหลด 550 Mbps

การจัดการความเร็วดังกล่าว ลูกค้า AIS ที่ใช้งานแพ็คเกจ SUPER MESH WiFi สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเองผ่านเว็บไซท์ myaisfibre.com โดยไม่ต้องโทรเข้าคอลเซ็นเตอร์หรือติดต่อกับพนักงานให้วุ่นวายอีกด้วย

— จบช่วงการขาย — 😂😂😂

เลือกซื้อ Mesh WiFi อย่างไรดี?

ปัจจุบันเราได้เห็นหลายค่ายก็เริ่มมีการประชาสัมพันธ์ ทำการตลาดในเรื่องนี้กันมากขึ้น ไม่ว่าจะ ASUS, Netgear, TP-Link ซึ่งก็จะมีการใส่ฟีเจอร์เสริมอะไรกันเข้าไปมากมายเพื่อให้ใช้งานได้ดีขึ้น ปลอดภัยขึ้น ขยายวงให้กว้างขึ้น มีแอปหรือส่วนควบคุมกลาง เป็นแอปหรือหน้าเว็บก็ว่ากันไป

แต่ปัจจุบันยังไม่มีมาตรฐานกลาง ที่ทำให้เราสามารถใช้งาน Mesh ข้ามแบรนด์ได้ ดังนั้นหากเราลงทุนซื้อแบรนด์ไหนมาแล้ว ในอนาคตต้องการจะขยับขยายก็อาจจะต้องซื้อของแบรนด์เดียวกันมาใช้เท่านั้นนะ ดังนั้น ถ้าคิดจะซื้อ Router Mesh WiFi มาสักตัวสิ่งที่ควรดูคือ

  • ความเร็วสูงสุดในการเชื่อมต่อ ทั้งแบบ WiFi และ LAN 
    • LAN ไม่น้อยกว่า 1Gbps
    • WiFi ไม่น้อยกว่า 350Mbps รองรับทั้ง 2.4 และ 5GHz
  • จำนวน Node ที่รองรับ เพียงพอกับพื้นที่ใช้งาน
  • ความเร็วเมื่อต่อ Node เพิ่มเติม
  • ไว้ใจได้ มีการอัพเดทต่อเนื่อง (ป้องกันการแฮกผ่านอุปกรณ์)
  • ยิ่งเปิดเผยรายละเอียดของอุปกรณ์มากเท่าไหร่ยิ่งดี
  • อัตรากินไฟที่ไม่มากหรือน้อยเกินไป
  • ราคาและการรับประกัน (ราว 3-5,000 บาทต่อชิ้น และ 2 ปีเป็นอย่างน้อย)

 

ก็หวังว่าเพื่อนๆจะเข้าใจเจ้า Mesh WiFi เทคโนโลยีใหม่ของ Router ที่อนาคตข้างหน้าทุกตัวจะต้องมีใส่เอาไว้กันมากขึ้นนะครับ ถ้ามีคำถามเพิ่มเติมสามารถมาคอมเมนต์สอบถามกันได้นะ และในโอกาสหน้าไว้จะมีเรื่องไหนมาเล่าเพิ่มเติม รอติดตามกันได้ครับ

 

from:https://droidsans.com/whatis-mesh-wifi/

5 ฟีเจอร์ ที่ทำให้ iPhone 11 Pro เหนือกว่า Pixel 4

Google ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟน Pixel 4 และ Pixel 4 XL เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยมาพร้อมฟีเจอร์ Face Unlock ขั้นสูง, ชิปเรดาร์ และ เป็นเรือธงรุ่นแรกของ Pixel ที่ได้รับกล้องคู่หลัง โดยรวมแล้ว Pixel 4 series ถือเป็นเรือธงที่ดีที่สุดรุ่นหนึ่งในปี 2019 แต่จะเป็นอย่างไรเมื่อถูกนำไปเปรียบเทียบกับ iPhone 11 Pro

เว็บไซต์ iDropNews ได้สรุปเหตุผลมาให้ 5 ข้อ ที่ทำให้ iPhone 11 Pro ชนะ Pixel 4

1. ประสิทธิภาพ

Pixel 4 มาพร้อมชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 855 และให้ความจำ RAM มากกว่า iPhone 11 Pro แต่ยังเทียบไม่ได้กับชิป Apple A13 Bionic และระบบปฏิบัติการ iOS ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ RAM ขนาดใหญ่

2. กล้อง

Pixel 3 ได้รับคำชมอย่างมากในเรื่องของคุณภาพกล้องและซอฟต์แวร์ ถึงแม้จะมีกล้องหลังเลนส์เดียว และในรุ่นใหม่ล่าสุดได้อัพเกรดกล้องหลังให้เป็นแบบเลนส์คู่ แต่ว่า Apple ได้ทำการบ้านมาเป็นอย่างดี ด้วยการอัพเกรด iPhone 11 Pro ให้มีกล้องหลัง 3 ตัว และยังเพิ่ม Night Mode และ Deep Fusion

3. การออกแบบ

เรื่องของดีไซน์อาจขึ้นกับความชอบของแต่ละคน ที่มีมุมมองด้านความสวยงามแตกต่างกัน แต่บังเอิญว่า Pixel 4 กับ iPhone 11 Pro ก็มีความคล้ายกัน โดยเฉพาะดีไซน์กล้องหลัง และเมื่อพลิกมาดูที่ด้านหน้า จะเห็นว่า iPhone มีขอบจอที่บางกว่า ขณะที่ Pixel 4 ยังมีขอบบนที่หนาว่า ส่วนดีไซน์โดยรวม iPhone 11 Pro ให้ความรู้สึกพรีเมี่ยมกว่า

4. แบตเตอรี่

iPhone 11 Pro มีความจุแบตเตอรี่มากกว่า Pixel 4 อีกทั้ง Apple ยังพัฒนาชิปประมวลผลจนทำให้ iPhone รุ่นใหม่ มีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้นอย่างมาก จึงเป็นไปได้สูงที่ iPhone 11 Pro จะให้พลังงานยาวนานกว่า Pixel 4 ถึงแม้จะยังไม่มีการทดสอบเปรียบเทียบให้เห็นก็ตาม

5. จอแสดงผล

Pixel 4 และ iPhone 11 Pro ใช้จอแสดงผล OLED เหมือนกัน ขนาดก็ไม่ต่างกันมาก แต่ Pixel 4 มีจุดเด่นที่ให้อัตราการรีเฟรช 90Hz อย่างไรก็ตาม iDropNews เชื่อว่าสิ่งสำคัญอยู่ที่อัตราส่วนคอนทราสต์ 2,000,000:1 ของ iPhone 11 Pro ที่ทำให้เหนือกว่า 100,000:1 ของ Pixel 4

ที่มา – iDropNews
https://www.flashfly.net/wp/271526

from:https://www.flashfly.net/wp/271526

Oracle เผย เขียนโค้ดบน Solaris ใหม่ เปลี่ยนจากภาษา C เป็น Python เร็วขึ้น 17 เท่า

ทีมพัฒนาจาก Oracle ได้ออกมาเผยถึงการเขียนคำสั่ง listusers บน Solaris ใหม่ จากเดิมที่เคยใช้ภาษา C ในการพัฒนา เปลี่ยนมาใช้ Python 3 และพบว่าคำสั่งนี้สามารถทำงานได้เร็วขึ้นถึง 17 เท่า ในขณะที่โค้ดมีความยาวน้อยลงกว่าเดิมถึง 10 เท่า

Credit: Oracle

อ่านแล้วอาจจะเหมือนเรื่องเหลือเชื่อ แต่เบื้องหลังนั้นคำสั่งเดิมของ listusers ที่ใช้ภาษา C นั้นถูกพัฒนาขึ้นมาตั้งแต่ปี 1988 แล้ว และแทบไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ อีกเลย ในขณะที่จำนวนผู้ใช้งานในระบบปัจจุบันนั้นมีจำนวนมหาศาลยิ่งกว่าแต่ก่อนเป็นอย่างมาก ทำให้โค้ดที่เคยถูกออกแบบมาในอดีตนั้นไม่เหมาะสมต่อการใช้งานอีกต่อไป

การเขียนโค้ดใหม่ครั้งนี้มีการออกแบบระบบใหม่ทั้งหมด ไม่ได้เป็นการเปลี่ยนภาษาเฉยๆ เท่านั้น ส่วนการทดสอบประสิทธิภาพก็ทดสอบกับชุดข้อมูลทดสอบ จนได้ผลลัพธ์ว่าเร็วสกว่าเดิมถึง 17 เท่า

สำหรับรายละเอียดฉบับเต็ม อ่านได้ที่ https://blogs.oracle.com/solaris/reimplementing-a-solaris-in-python-gained-17x-performance-improvement-from-c ครับ

ที่มา: https://www.phoronix.com/scan.php?page=news_item&px=Solaris-Old-C-Code-To-Python

from:https://www.techtalkthai.com/oracle-rewrites-solaris-command-with-python-and-gets-17x-performance/

ทดสอบอายุการใช้งานแบตเตอรี่ iPhone 11 Pro Max เปรียบเทียบกับ iPhone 11, 11 Pro, XS Max, XR, X และ 8 Plus

เราเคยเห็น iPhone 11 Pro Max ถูกเปรียบเทียบกับ Galaxy Note 10+ ในการทดสอบแบตเตอรี่มาแล้ว จาก David Rahimi เจ้าของช่อง PhoneBuff ใน YouTube ซึ่งพบว่า iPhone 11 Pro Max ให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานถึง 11 ชั่วโมง กับอีก 5 นาที ขณะที่ Galaxy Note 10+ ให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนาน 9 ชั่วโมง กับอีก 3 นาที

ล่าสุด iPhone 11 Pro Max ถูกนำมาทดสอบแบตเตอรี่อีกครั้งโดย Brandon Butch พร้อมเปรียบเทียบกับ iPhone 11, iPhone 11 Pro, iPhone XR, iPhone XS Max, iPhone X และ iPhone 8 Plus เพื่อหาคำตอบว่า iPhone รุ่นไหนของ Apple จะมีประสิทธิภาพในการจัดการพลังงานของแบตเตอรี่ได้ดีกว่ากัน

ผลจากการทดสอบแบตเตอรี่ของ Brandon Butch เป็นการยืนยันว่า iPhone 11 Pro Max คือ iPhone ที่มีอายุการใช้งานยาวนานที่สุด แต่ระยะเวลาที่ได้จากการทดสอบสั้นกว่า การทดสอบของ PhoneBuff ถึง 3 ชั่วโมง 19 นาที

from:https://www.flashfly.net/wp/271521

OPPO เจาะกลุ่มลูกค้าพรีเมี่ยมเปิดตัว Super Flagship Store สุดยิ่งใหญ่แห่งแรกในไทย!! ที่ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์

OPPO ผู้นำแบรนด์สมาร์ทโฟนในไทย ตอกย้ำการเติบโตด้านยอดขายที่รวดเร็วที่สุดในตลาดไฮเอนด์โลกในปีที่ผ่านมา เปิดตัว OPPO Super Flagship Store แห่งแรกในประเทศไทย ที่ห้างสรรพสินค้าเอ็มควอเทียร์ พร้อมประกาศจุดยืนที่ต้องการเจาะตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าพรีเมี่ยมมากขึ้น เพื่อมอบประสบการณ์แบบพรีเมี่ยมและการบริการให้เข้าถึงลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น

โดยการเปิดตัวในครั้งนี้นำโดย คุณชานนท์ จิรายุกุล รองประธานกรรมการฝ่ายบริหาร ออปโป้แห่งประเทศไทย
(คนที่2 จากซ้าย) และ คุณมนาเทศ อันนวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ดิ เอ็มโพเรี่ยม กรุ๊ป (คนที่2 จากขวา) คุณลี เกิงอู่ ประธานกรรมการช่องทางค้าปลีก ออปโป้แห่งประเทศไทย และ คุณสุธาวดี ศิริธนชัย รองกรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ (คนที่1 จากขวา) พร้อมเหล่าดาราเซเลปอีกมากมายทั้ง“ญาญ่า อุรัสยาเสปอร์บันด์” “ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์” และ “ต่อ ธนภพ  ลีรัตนขจร”

ภายใน OPPO Super Flagship Store จะมอบประสบกาณ์ความพรีเมี่ยมและเหนือระดับให้ลูกค้าได้สัมผัส ทั้งประสบการณ์เหนือระดับด้วยนวัตกรรม IoT และ 5G, ความพรีเมี่ยมจากดีไซน์ของช็อปที่ได้รับการออกแบบตามหลักสุนทรียศาสตร์ และ บริการสุด Exclusive ที่จะทำให้คุณสะดวกสบายยิ่งขึ้น

มอบประสบการณ์เหนือระดับด้วยนวัตกรรม IoT และ 5G

OPPO Super Flagship Store ให้ลูกค้าได้สัมผัสนวัตกรรมล้ำสมัยของ OPPO จากโซนทั้งหมด 6 โซนด้วยกันไม่ว่าจะเป็น Big Screen Interaction จอแสดงภาพถ่ายจากสมาร์ทโฟนสู่หน้าจอ โดยการสร้างรูปร่างจากอนุภาคเล็กๆเสมือนหน้าคุณขึ้นมา5G & Brand Display โต๊ะแสดงเทคโนโลยีเครือข่าย 5G พร้อมสมาร์ทโฟนรุ่นลิมิเต็ดอื่นๆIoT Display โซนรวบรวมอุปกรณ์เทคโนโลยีสุดล้ำ อาทิ Drone, Camera platform, Bluetooth Speaker, Smart Watch, OPPO Enco Q1 Wireless Headphones, AR/VR Smart Wear และ Robots, Creative Micro Scene โซนแสดงถึงความงามจากธรรมชาติสู่เทคโนโลยีในอนาคต ให้ผู้เข้าใช้บริการสามารถลองฟังก์ชั่นต่างๆจากสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด, Product Experience Desk ให้คุณได้สัมผัสกับดีไซน์ทั้งตัวเครื่อง พร้อมทั้งทดลองใช้สมาร์ทโฟน และ Flash Charging Experience แสดง SuperVOOC 2.0 65W ที่สุดแห่งเทคโนโลยีชาร์จไว

มอบประสบการณ์สุดพิเศษด้วยการออกแบบตามหลักสุนทรียศาสตร์

เพื่อให้บรรยากาศและมอบประสบการณ์สุดพิเศษแก่ผู้ที่เข้ามาใช้บริการ OPPO จึงได้ปรับการออกแบบ OPPO Super Flagship Store ให้มีความโฉบเฉี่ยวและทันสมัย ด้วยการใช้วัสดุแบบพรีเมี่ยม การดีไซน์เรือลายไม้ตรงกลางช็อปที่แสดงถึงความพรีเมี่ยมและความเป็นไทยได้เป็นอย่างดี รวมถึงการวางโซนต่างๆเพื่อแสดงนวัตกรรมล่าสุดและเทคโนโลยีในอนาคต นอกจากนี้ยังได้ออกแบบแต่ละจุดภายในช็อปให้สามารถทดลองใช้ฟังก์ชั่นต่างๆของสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย

มอบบริการสุด Exclusive ที่จะทำให้คุณสะดวกสบายยิ่งขึ้น

สำหรับด้านการบริการ OPPO Super Flagship Store มอบบริการสุด Exclusive ให้แก่ผู้ใช้ ซึ่ง OPPO ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นด้านการบริการให้คุณสะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยบริการซ่อมด่วนภายใน 1 ชั่วโมง บริการรับส่งเครื่องซ่อมถึงมือลูกค้า ตรวจเช็คสภาพเครื่อง และอัพเกรดซอฟต์แวร์ อีกทั้งผู้ใช้บริการยังสามารถรับส่วนลดที่ได้จาก Member Card และสามารถสะสมคะแนน แลกของสมนาคุณได้มากมายอีกด้วย

โดย OPPO Super Flagship Store ที่ห้างสรรพสินค้าเอ็มควอเทียร์ พร้อมมอบประสบการณ์สุดพรีเมี่ยมให้กับลูกค้าแล้วตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคมนี้ ควบคู่กับการโชว์วิสัยทัศน์ของ OPPO ที่มุ่งพัฒนานวัตกรรมต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ นอกจากนี้ยังมอบโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษเมื่อซื้อสมาร์ทโฟนที่ OPPO Super Flagship Store ตั้งแต่วันที่ 18 – 31 ตุลาคมนี้ โดยของสมนาคุณมีจำนวนจำกัด

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/oppothai/

from:https://www.flashfly.net/wp/271505

บรรยากาศเปิดขาย iPhone 11 วันแรกที่หน้าร้านทั่วประเทศ

Iphone 11 First Released At Retail Photoเมื่อวาน (18 ต.ค. 62) iPhone 11, iPhone 11 Pro, iPhone 11 Pro Max วางขายที่หน้าร้าน Apple Iconsiam, ตัวแทนจำหน่ายและเครือข่ายมือถือทั่วประเทศ มาชมภาพบรรยากาศบางแห่งมาให้ชมกัน บรรยากาศเปิดขาย iPhone 11 วันแรก Apple Iconsiam ภาพเพิ่มเติม : บรรยากาศเปิดขาย iPhone 11 วันแรกที่ Apple Iconsiam Studio 7 ภาพจาก Facebook : Studio 7 BaNANA ภาพจาก Facebook : BaNANA

from:https://www.iphonemod.net/iphone-11-first-released-at-retail-photo.html

โฆษณา

for feed news app

%d bloggers like this: