[Guest Post] SysMaster เครื่องมือในการตรวจสอบ DBMS สำหรับการวิเคราะห์ และการป้องกันความล้มเหลวของข้อมูลจาก TmaxSoft

หน้าที่หลักของผู้ดูแลระบบฐานข้อมูล คือ การบริหารจัดการให้ระบบฐานข้อมูลพร้อมใช้งานอยู่เสมอ อีกทั้งยังต้องหมั่นตรวจสอบปริมาณการใช้งานทรัพยากรต่างๆ ของ Database Server เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวิเคราะห์สถานการณ์ในการทำงานและอัตราการเติบโตของข้อมูล เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบเกิดความล่าช้าในการเข้าถึงข้อมูล และข้อมูลต้องมีความพร้อมใช้งานตลอดเวลา

ในปัจจุบันนี้เป็นที่ทราบกันดีว่าหน้าที่หลักของผู้ดูแลระบบฐานข้อมูล คือ การบริหารจัดการให้ระบบฐานข้อมูลพร้อมใช้งานอยู่เสมอ อีกทั้งยังต้องหมั่นตรวจสอบปริมาณการใช้งานทรัพยากรต่างๆ ของ Database Server เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวิเคราะห์สถานการณ์ในการทำงานและอัตราการเติบโตของข้อมูล เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบเกิดความล่าช้าในการเข้าถึงข้อมูล และการป้องกันความล้มเหลวของระบบให้มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยที่สุด หรือไม่ให้มีโอกาสเกิดขึ้นเลยกับระบบที่ต้องการความเสถียรและความพร้อมใช้งานแบบ 24×7

SysMaster เป็นโซลูชันการตรวจสอบ DBMS (Data Base Management System) สำหรับการรวบรวมการวิเคราะห์ และการป้องกันความล้มเหลวของข้อมูลจากบริษัท TmaxSoft ซึ่งเป็นเครื่องมืออีกตัวหนึ่งที่มีความสำคัญ ด้วย Feature ที่โดดเด่นในด้านการเฝ้าระวังและวิเคราะห์ระบบของ SQL ที่สามารถทำ Historical Data Analysis ได้ มีการติดตามและวิเคราะห์จาก One SQL และ Tip N SQL ได้ด้วย อีกทั้งยังสามารถทำงานร่วมกับ Tibero Database ได้เป็นอย่างดี ซึ่ง SysMaster มาพร้อมกับระบบ Cluster View, Group, Single Database ที่รองรับการทำงานทั้งแบบ On Cloud และ On Premise อีกด้วย

Figure 1 SysMaster 7 DB Architecture

สำหรับการทำงานร่วมกับ Tibero Database นั้น SysMaster ยังมีความสามารถในการจัดเตรียม Snapshot และรายการสำหรับสถิตสำคัญพร้อมทั้งรายละเอียดของ Task ตามระยะเวลาที่กำหนดได้อีกด้วย

SysMaster มาพร้อมกับหน้าจอการแสดงผลที่เข้าใจง่าย ยกตัวอย่างเช่น รายละเอียดของระบบปฏิบัติการ, จำนวน Transaction, การใช้งานพื้นที่ตาราง, การใช้งานหน่วยความจำ และอื่นๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผู้ดูแลระบบสามารถเลือกบริหารจัดการได้จากหน้า Real-Time Dashboard ซึ่งจะช่วยให้ผู้ดูแลระบบฐานข้อมูลทำงานได้สะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น และยังมี User Interface ที่มีความสวยงาม และช่วยให้การอ่านข้อมูลมีความเข้าใจง่ายมากขึ้น

Figure 2 Real-Time Dashboard

การวิเคราะห์และตรวจสอบ SQL ที่ทำได้ง่าย เพียงคลิกที่จุด SQL ในแผนภูมิ ระบบจะแสดงรายละเอียดขึ้นมาให้ตรวจสอบ โดยผู้ดูแลระบบสามารถทราบได้ทันที่ว่า SQL นั้นๆ ใช้เวลาในการประมวลผลช้าหรือเร็วอย่างไร และมาจากการทำงานส่วนไหน, มีคำสั่ง SQL เป็นอย่างไร ทำให้ง่ายต่อการตรวจสอบกำกับดูแล

Figure 3 One SQL detail

ท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ SysMaster สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของผลิตภัณฑ์จากบริษัท TmaxSoft https://cn.tmaxsoft.com/product/productView.do?prod_cd=sysmaster&detail_gubun=prod_question หรือติดต่อ บริษัท คอมพิวเตอร์ยูเนี่ยน โทร.02-311-6881 #7151,7158 หรือ Email. cu_mkt@cu.co.th

เขียนโดย วรธันย์ บุญวิจิตร – Data System Engineer บริษัท คอมพิวเตอร์ยูเนี่ยน จำกัด

from:https://www.techtalkthai.com/db-failure-protection-and-analysis-tool-sysmaster-by-tmxasoft/

ผู้ใช้บ่น Galaxy Buds Pro ออกแบบจุกหูฟังใหญ่เกิน ใส่แล้วปวดหู บางรายหนักจนถึงขั้น “หูอับเสบ”

Galaxy Buds Pro ถือว่าเป็นอีกหนึ่งหูฟังไร้สายที่คุณภาพระดับท็อป ๆ ของตลาด มากับดีไซน์ทันสมัย และฟีเจอร์ครบ ๆ มีระบบตัดเสียง แต่เหมือนว่าหนึ่งในข้อเสียของหูฟังรุ่นนี้ก็คือ การออกแบบตัวก้านหูฟังนั้น ทำออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควร บางคนใส่แล้วแน่นจนเกิดอาการเจ็บหู ล่าสุดก็มีรายงานจากผู้ใช้งานในเกาหลีใต้ว่า เกิดอาการหูอักเสบหลังจากสวมใส่ใช้งานหูฟังรุ่นนี้

อ้างอิงจากข้อมูลดูเหมือนจะมีผู้ใช้งานชาวเกาหลีใต้หลายคนที่เจออาการน้ำหนองไหลและเป็นสะเก็ดที่หูหลังจากใช้งานหูฟัง Galaxy Buds Pro ซึ่งในส่วนนี้ทาง Samsung ก็ออกมาชี้แจงว่า หูฟัง Galaxy Buds Pro ได้ผ่านการมาตรฐานการทดสอบแบบนานาชาติมาก่อนจะวางขายจริง ๆ จัง อีกทั้งยังยืนยันว่าวัสดุงานประกอบไม่เป็นอันตรายในการใช้งานอย่างแน่นอน

ทว่าในส่วนนี้ Samsung กลับบอกว่า ด้วยความที่ตัวหูฟัง Galaxy Buds Pro นั้น มาในรูปแบบ In-Ear เหงื่อหรือความชื้นอาจเข้าไปเป็นปัญหาทำให้เกิดอาการอักเสบได้ ตามที่ผู้ใช้งานเกาหลีใต้ได้รายงานกัน

ก่อนหน้านี้ ก็มีผู้ใช้งานในจีน รายได้ว่า พวกเขามีอาการหูอักเสบ หลังจากใช้งาน Galaxy Buds Pro ซึ่งในส่วนนี้มีการคาดการณ์กันว่า สาเหตุของเรื่องทั้งหมด น่าจะมาจากการออกแบบจุกยางหูฟังที่ใหญ่เกินไปนั่นเอง โดย Samsung ตั้งใจออกแบบแบบนี้ เพื่อที่จะทำให้ระบบตัดเสียง ANC นั้น ทำงานออกมาได้เต็มประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่จะทำได้นั่นเอง

ในเคสนี้ทาง Samsung ก็ออกมายืนยันว่าอาการอักเสบที่เกิดขึ้น อาจเกิดมาจากเรื่องดีไซน์ของหูฟังจริง ๆ ซึ่งทางแบรนด์ก็ออกมาแนะนำให้หมั่นทำความสะอาดหูฟัง และคอยรักษาหูให้แห้งเอาไว้อย่างสม่ำเสมอเพื่อลดโอกาสในการเกิดปัญหาแบบนี้ขึ้น

โดยมีความเป็นไปได้ที่อาการอักเสบของหูหลังจากใช้งาน Galaxy Buds Pro นั้น อาจจะมาจากอาการแพ้วัสดุงานประกอบตัวหูฟังเอง ซึ่งในส่วนนี้ Samsung ก็บอกชี้แจงส่วนประกอบเอาไว้อย่างชัดเจนที่หน้าสเปคบนเว็บ Official เอาเป็นว่าใครที่เล็ง ๆ Galaxy Buds Pro (หรือหูฟังรุ่นอื่น ๆ) ก็อย่าลืมไปหาข้อมูลอ่านรีวิวก่อนนะครับ เผื่อมีวัสดุบางอย่างที่แพ้ หรือถ้าจะให้ดี ก็ไปลองสวมใส่ที่ช็อปก่อนเลย

Source: GizChina

from:https://droidsans.com/numerous-users-reported-discomfort-galaxy-buds-pro-resulted-in-ear-inflammation/

Spotify ให้แชร์พอดคาสต์ไปยังโซเชียล ในช่วงเวลา timestamp ที่ต้องการได้

Spotify เพิ่มความสามารถ แชร์พอดคาสต์ไปยังโซเชียลมีเดียเฉพาะช่วง timestamp ที่ต้องการได้ ตัวอย่างเช่น ฟังไปจนถึงนาทีที่ 10 แล้วเจอคำพูดโดนใจ ก็สามารถกดปุ่มแชร์ เลื่อนเปิด toggle ที่ระบุว่าให้แชร์ในนาทีที่ 10 เมื่อเพื่อนคนอื่นมากดฟัง พวกเขาจะได้เริ่มฟังในนาทีที่ 10 พอดี

พอดคาสต์ถือเป็นเนื้อหาสำคัญของ Spotify ในไตรมาสที่ผ่านมา ผู้ใช้งานราว 89 ล้านคนฟังพอดคาสต์ การแชร์ไปยังโซเชียล อาจช่วยเพิ่มจำนวนผู้ฟังรายใหม่ และช่วยให้ค้นพบพอดคาสต์ใหม่ๆ ได้เหมือนการแชร์เพลง ซึ่ง Spotify ระบุผลสำรวจว่า 40% ของผู้ใช้งาน เจอเพลงใหม่ๆ จากการที่คนแชร์ลงโซเชียล

นอกจากนี้ การแชร์แบบมี Canvas หรือภาพเคลื่อนไหวด้านหลัง นอกจากจะทำได้ใน Instagram Stories แล้ว สามารถแชร์ลง Snapchat ได้ด้วย

No Description

ที่มา – Spotify

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/122613

[BHAsia 2021] 3 เหตุผลที่เด็กจบใหม่ในประเทศที่สอดแนมประชาชน จึงไม่ค่อยเลือกสายงานด้าน Cybersecurity

แทบจะเรียกได้ว่าในยุคอินเทอร์เน็ตที่ร้อนแรงนี้ ตำแหน่งงานด้าน Cybersecurity มีความต้องการสูงมากทั่วโลกเลยก็ว่าได้ ซึ่งนับเพียงแค่ในภูมิภาค APAC เองก็มีความต้องหลายถึงหลายล้านอัตรา แต่ก็มีความเป็นไปได้บางอย่างจากประสบการณ์ของคุณ Mika Devonshire โดยเธอเคยทำงานเป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัยฮ่องกง ซึ่งหลังจากได้แลกเปลี่ยนความคิดกับนักเรียนหลายคนเธอจึงได้สรุปประเด็น 3 ข้อว่า ทำไมนักเรียนในประเทศที่มีการสอดแนมประชาชนจึงไม่ค่อยสนใจในอาชีพด้าน Cybersecurity

1.) กลัวในเรื่องกฏหมาย

ในโลกของเรานี้มีหลายประเทศที่บังคับใช้กฏหมายและกำหนดมาตรการอย่างเข้มงวด เพื่อลดอาชญากรรม รวมถึงใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อสอดแนมประชาชน เช่น จีน อินเดีย สิงค์โปร์เป็นต้น โดยจะเห็นได้จากกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ตามสถานที่ต่างๆ รวมไปถึงความสามารถในการตรวจจับใบหน้า และนโยบายลงโทษรุนแรง สิ่งเหล่านี้ได้สร้างความหวาดหวั่นให้แก่ผู้คน โดยนักเรียนของ Mika ตั้งคำถามกับเธอว่าหากไม่ทราบเรื่องกฏหมายจะรู้ขอบเขตการศึกษาได้อย่างไร ด้วยเหตุนี้เองกฏหมาย สอดแนมประชาชน และบทลงโทษรุนแรง อาจสร้างความกังวลใจให้แก่ผู้สนใจศึกษาเรื่อง Offensive Security ในมุมนี้ Mika แนะว่าผู้สนใจควรจะศึกษาขอบเขตของกฏหมายและระเบียบของประเทศที่เราอยู่ เพื่อจะได้ทราบถึงขอบเขตการกระทำผิดกฏหมาย

ในชีวิตจริงก็อาจส่งผลต่อการสมัครงานก็เช่นกันหากบริษัทมีการตรวจสอบประวัติและพบว่าผู้สมัครมีความชื่นชอบในเรื่องของการแฮ็กหรือการเจาะระบบ ก็อาจจะถูกมองในแง่ลบ ซึ่ง Mika ชี้ว่าผู้สมัครมีสิทธิที่จะชี้แจงตัวเองได้ว่าสิ่งที่สนใจนี้ ศึกษาเพื่อรู้เท่าทัน ไม่ได้เพื่อไปทำสิ่งเลวร้ายและอยู่ในกรอบที่ไม่ละเมิดกฏหมาย

2.) ไม่น่าสนใจ

นักเรียนมองไม่เห็นภาพชัดเจนว่าเส้นทางในสายอาชีพเป็นอย่างไรในระยะยาว เท่ากับ AI, Programmer, Data Scientist และอื่นๆ ซึ่งนักเรียนคนหนึ่งได้แสดงความคิดเห็นว่า หากอยากกระทำเรื่องเหล่านี้ให้ไม่มีความผิด ทางเดียวคือการเข้าร่วมกับหน่วยงานรัฐบาล แต่อันที่จริงแล้วนักเรียนยังมีทางอื่นที่สามารถไปได้เช่น บริษัทเอกชนที่มีรัฐบาลเป็นผู้ว่าจ้าง บริษัทสตาร์ตอัป หรือแม้แต่บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำที่มีงานวิจัยที่น่าสนใจมากมาย 

3.) ไม่มีชื่อเสียง

นักเรียนคิดว่างานด้าน Cybersecurity ไม่ได้มีความภาคภูมิใจอะไรยิ่งใหญ่นัก แถมยังใช้ความสามารถและ Certificate มากกว่าหากเทียบกับสายงานอื่น แต่ Mika เผยว่าจริงแล้ว งานด้านนี้มีผลตอบแทนสูงน่าสนใจมากทีเดียว แถมยังมีทางเลือกที่ในบทบาทที่โดดเด่นได้เช่น CISO, Forensic, Compliance Audit หรือ Management

นอกจากในเรื่องของความเห็นด้านสายอาชีพของนักเรียนแล้ว Mika ยังได้เน้นถึงประเด็นเรื่องของ Ethical Hacking ด้วยดังนี้

  • รู้จักขอบเขต ไม่ละเมิดกฏหมาย ฝึกซ้อมในสถานที่จำลอง อย่าไปลองของจริงโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • หากพบช่องโหว่แล้วต้องการแจ้งบริษัท อย่าได้แสดงความภาคภูมิใจด้วยการไปโหลดข้อมูล หรือแสดงการรุกล้ำระบบข้ามขอบเขตเพื่อหาหลักฐานพิสูจน์ เพราะฝ่ายที่ได้รับแจ้งอาจจะคิดว่าเป็นการข่มขู่
  • การแจ้งช่องโหว่ไม่ควรปิดบังตัวตนเพราะบริษัทอาจจะมองว่าเป็นความไม่ประสงค์ดี
  • อย่าคาดหวังว่าบริษัทจะจ่ายเงินให้ทุกกรณี รวมถึงไม่ควรไปโพสต์ลงโซเชียลถึงช่องโหว่ เพราะอาจจะถูกโดนกฏหมายเล่นงานเสียเอง
  • หากต้องการลับฝีมืออย่างถูกต้อง สามารถเข้าไปที่โครงการ CTF ต่างๆ หรือโปรแกรม Bug Bounty มากมาย

สุดท้ายนี้ Mika ฝากว่าสายอาชีพ Cybersecurity เป็นงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ และมากกว่านั้นคือความอดทน เพราะหากดูจากสถิติของการหาช่องโหว่แต่ละรายการอาจกินเวลาหลายวัน ซึ่งต้องมีใจมุ่งมั่นทำอย่างต่อเนื่องไม่ย้อท้อ และสุดท้ายแล้วผลตอบแทนก็คุ้มค่ามากทีเดียวที่จะยึดอาชีพนี้ “Defense is cool…but offense is cooler” 

ผู้บรรยาย

from:https://www.techtalkthai.com/bhasia-2021-3-reasons-why-grad-students-in-surveillance-state-not-interest-in-cybersecurity-career/

Xiaomi เตรียมเปิดตัวหูฟังไร้สาย 13 พ.ค. นี้ แย้มมากับระบบตัดเสียง Noise Cancellation

หลังจาก Xiaomi ได้เปิดตัวหูฟัง Mi Air Pro 2 หูฟังภาคต่อซีรีส์ Mi Air ไปเมื่อช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ล่าสุดดูเหมือนว่าพวกเขาเตรียมจะเปิดตัวหูฟังตัวใหม่ในตระกูลนี้ หลังมีภาพและเคสหลุดออกมาให้เห็นกันบนโลกโซเชียล

ตัวหูฟังจากในรูปเป็นแบบ in-ear ใช้จุกยาง แบบมีก้านหน้าตาดูสวยงามน่าใช้อยู่พอตัว ซึ่งคราวนี้เป็นวัสดุลักษณะแวววาวต่างกับ Mi Air Pro 2 ที่ใช้งานเป็นวัสดุด้าน ๆ โดยในภาพ Xiaomi ได้ระบุว่าหูฟังรุ่นนี้จะเป็นหูฟัง ตัดเสียงรุ่นเรือธงตัวใหม่ของค่าย แต่ยังไม่ได้บอกอย่างชัดเจนนะว่าจะมี ANC (Active Noise Canceling)  หรือไม่ ไม่แน่อาจจะเป็นแค่ตัดเสียงแบบ Passive จากจุกหูฟังเฉย ๆ ก็ได้

รูปตัวหูฟังรูปแบบ in-ear

ดีไซน์ของตัวเคสหูฟังได้แรงบันดาลใจมาจากโลโก้กลม ๆ แบบใหม่ของ Xiaomi ซึ่งตัวเคสก็มีความกลม ไร้ขอบไม่มีมุมให้เห็นเลย แบบนี้ก็ต้องดูกันต่อไปว่าจะมีฟีเจอร์ชาร์จไร้สายหรือไม่ เพราะถ้าตัวเคสกลม ๆ แบบนี้ อาจจะไม่มีจุดสัมผัสใหญ่พอที่ชาร์จแบบไร้สายได้นั่นเอง ส่วนแบตจะใหญ่เท่ากับ 500mAh ของรุ่นก่อนได้ไหมก็ต้องมารอลุ้นกันอีกทีครับ

รูปตัวเคสพร้อมประกาศวันเปิดตัว

ตอนนี้รูปที่ Official ยังมีเฉพาะแค่ตัวเคสหูฟังเท่านั้น ตัวรูปหูฟังที่หลุดออกมายังไม่สามารถคอนเฟิร์มได้ว่าจะเป็นแบบนี้จริงหรือไม่ เห็นแบบนี้ก็ต้องรอดูกันไปพร้อม ๆ กันวันที่ 13 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ครับ

 

Source: GSMArena 

from:https://droidsans.com/xiaomi-will-announce-new-tws-13-may/

ปั่นจัด! ค่ายรถ EV แห่ทุ่มซื้อโฆษณารายการ SNL ตอน Elon Musk แต่ Tesla ส่ง Cybertruck วิ่งกลางกรุงแย่งซีนไปฟรี ๆ

ศักยภาพการปั่นของนาย Elon Musk เป็นที่ประจักษ์กันจากกระแสเหรียญน้องหมา Dogecoin ที่เขาเป็นเสมือนนักปั่นบุญธรรมรายใหญ่พาคนเป็นเศรษฐีกันย่อมๆหลายคน ซึ่งล่าสุดที่นายอีลอนไปออกรายการชื่อดังของสหรัฐ ฯ อย่าง SNL  และเหล่าคู่แข่งค่ายรถยนต์ EV ต่างก็ทุ่มเงินมหาศาลซื้อโฆษณารายการนี้แข่งกันทั้ง Volkswagen – Ford – Lucid Motors กะปั่นกระแสเต็มที่ แต่ Tesla ปั่นในปั่นส่งรถกระบะหลุดโลกที่ยังไม่ขายอย่าง Cybertruck วิ่งกลางมหานครนิวยอร์คแย่งกระแสโซเชียลไปแทนแบบหน้าตาเฉย ชนิดไม่เสียเงินค่าโฆษณาแม้แต่บาทเดียว

เมื่อวันเสาร์ที่ 8 พ.ค. ที่ผ่านมานั้น นักธุรกิจชื่อดังเจ้าของฉายาโทนี่ สตาร์คแห่งของโลกความเป็นจริงอย่าง Elon Musk ได้ไปเป็นโฮสต์ให้กับรายการวาไรตี้ชื่อดังของสหรัฐ ฯ อย่างรายการ SNL (Saturday Night Live) ออกอากาศทางช่อง NBC และ YouTube Live สำหรับบางประเทศที่มีลิขสิทธิ์ของรายการดังกล่าว

ซึ่งนอกจากกระแสมาแรงกับประเด็นราคาเหรียญ Cryptocurrency จากมีมน้องหมาชิบะอย่าง Dogecoin ที่เป็นเหรียญสุดโปรดของนายอีลอนชนิดพี่แกพูดถึงเหรียญนี้ทีไรราคาเป็นต้องสวิงยิ่งกว่าโต้คลื่นในฤดูมรสุมแล้ว 😆 ยังมีอีกประเด็นสุดปั่นสำหรับโลกเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV ที่มี Tesla ของ Elon Musk เป็นหนึ่งในผู้นำด้านนวัตกรรมของตลาดอยู่ในขณะนี้ การได้ซีอีโอของบริษัทได้ออกรายการวาไรตี้เมนสตรีมขนาดนี้ ทาง Tesla ย่อมคาดหวังผลในด้านภาพลักษณ์ของพวกเขาอย่างแน่นอน

Ford – Volkswagen – Lucid ทุ่มเงินซื้อโฆษณาหวังปั่นกระแส แต่โดนแย่ง Tesla แย่งซีนแรง

คู่แข่งผู้ผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์ EV ที่ปัจจุบันเริ่มมีมากขึ้นย่อมไม่ขออยู่เฉยและปล่อยให้โอกาสหลุดมือไปอย่างแน่นอน โดยบริษัทยานยนต์ชั้นนำกระเป๋าหนาของโลกอย่างเครือบริษัท Ford Motors และ Volkswagen Group นั้นได้ทุ่มเงินมหาศาลซื้อ Air-time ในการโฆษณาให้พอดีกับช่วงเวลาที่ Elon Musk กำลังโฮสต์อยู่ทั้งบนช่องทางทีวีและออนไลน์ เพื่อหวังปั่นกระแสประกาศให้ทราบโดยทั่วกันไปเลยว่า “Tesla ไม่ใช่ผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าแต่เพียงผู้เดียวอีกต่อไป”

โดยทาง Ford ส่ง Mustang Mach-E ลงโฆษณา ส่วนฝั่ง Volkswagen ส่งทั้ง ID4 และแบรนด์ในเครืออย่าง Audi E-tron เข้าประกวด นอกจากนั้นยังมี EV Startup ชื่อดังสัญชาติอเมริกันอีกรายอย่าง Lucid Motors ขอพื้นที่โฆษณาให้กับรถคันแรกอย่าง Lucid Air ที่จะวางขายภายในปีนี้ด้วยเช่นกัน

Ford | Mustang Mach-E

Volkswagen | ID.4

Audi | E-tron (มีขายในประเทศไทย ราคาเริ่มต้นประมาณ 5.09 ล้านบาท)

Lucid Motors | Lucid Air

อย่างไรก็ตาม ทางฝั่งของ Tesla เองนั้นก็ไม่ได้นิ่งเฉย แต่ด้วยนโยบายหลักของ Elon Musk ที่พูดไว้ชัดเจนตลอดหลายปีที่ผ่านมาว่า พวกเขาไม่นิยมวิธีการตลาดภาคบังคับแบบที่ต้องทำกันในปัจจุบัน (หมายถึงการทุ่มเงินมหาศาลซื้อเวลาโฆษณาในทีวี ซื้อโฆษณาบนโลกออนไลน์ หรือแม้แต่ซื้อโฆษณาบนป้ายบิลบอร์ดขนาดใหญ่) ทำให้ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ Tesla ไม่ได้ใช้เงินไปกับค่าโฆษณา แต่กลับเลือกวิธีการเหนือความคาดหมาย ได้กระแสของชาวเน็ตไปเต็ม ๆ หลังจากที่ในโลกออนไลน์แทบทุกช่องทางของสหรัฐ ฯ มีคนไปพบรถกระบะหลุดโลกของ Tesla ซึ่งยังไม่ออกขายอย่าง Cybertruck วิ่งวนอยู่กลางมหานครนิวยอร์ค ผ่านใจกลาง Time Square ในช่วงเวลาเดียวกัน นอกจากนั้นยังมีอีกคันจอดโชว์ตัวอยู่ที่โชว์รูมของ Tesla บนเกาะแมนฮัตตันอีกด้วย

งานนี้ข่าวหลายสำนักถึงกับอยู่ไม่นิ่งต้องออกมารายงานเหตุการณ์สุดปั่นในช่วงค่ำคืนที่นาย Elon Musk ออกทีวี โดยยกให้เป็นอีกหนึ่งการตลาดสุดบรรเจิดของ Tesla ที่แทบจะไม่ต้องทุ่มเงินซื้อโฆษณาเลยแต่กลับได้กระแสและความสนใจไปเต็ม ๆ ชนิดคู่แข่งที่ทุ่มเงินซื้อ Air-time กันไปเพื่อหวังปั่น Elon กันกลางรายการ แต่กลับโดน Tesla ปั่นคืนแถมขโมยซีนไปฟรี ๆ ต้องมีหัวเสียกันบ้างอย่างแน่นอน สำหรับกระบะหลุดโลก Tesla Cybertruck นั้นจะเริ่มขายจริงได้ในช่วงปี 2022 สนมราคาเริ่มต้นราว 1.4 ล้านบาทไม่รวมภาษี

 

อ้างอิง: Journal Beat | Business Insider | The Verge

from:https://droidsans.com/ev-competitors-buy-elon-musk-snl-air-time-while-tesla-sends-cybertruck-out-in-timesquare/

Apple ปิดไม่ให้ดาวน์เกรดกลับไป iOS 14.5 แล้ว (Stop Signing)

Apple ปิดไม่ให้ติดตั้ง iOS 14.5 แล้ว โดยผู้ใช้จะไม่สามา […] More

from:https://www.iphonemod.net/apple-stop-signing-ios-14-5.html

ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า แก้ไขปัญหาชิปขาดตลาด ด้วยการตัดฟีเจอร์อัจฉริยะบางอย่างออก

ไม่ใช่เพียงแค่วงการสมาร์ทโฟนเท่านั้น ที่ประสบกับปัญหาชิปเซ็ตขาดตลาด อีกหนึ่งวงการที่ได้รับผลกระทบไม่แพ้กันนั่นก็คือตลาดรถยนต์ไฟฟ้า โดยล่าสุด แบรนด์ผู้ผลิตต่าง ๆ เตรียมแก้ไขปัญหาดังกล่าว ด้วยการตัดฟีเจอร์ไฮเอนด์บางอย่างออก เพื่อที่จะให้ไลน์การผลิตไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาในครั้งนี้มากนัก ผลิตสินค้าออกมาได้ทันตามความต้องการของตลาด

โดย Nissan เตรียมตัดระบบนำทาง (Navigation Systems) ออกจากรถยนต์ไฟฟ้าของตัวเอง เนื่องจากบริษัทประสบกับปัญหาชิปเซ็ตขาดตลาด เช่นเดียวกับ Ram ที่จะไม่ใส่กระจกมองหลังอัจฉริยะ รวมถึง Renualt ก็เป็นอีกหนึ่งเจ้าที่จะไม่ตัดหน้าจอแสดงผลแบบดิจิทัลออกในรถซีรีส์ Arkana SUV เพื่อทีจะเก็บชิปที่จะใช้ขับเคลื่อนระบบดังกล่าว เอาไว้ทำอย่างอื่นที่จำเป็นกว่านี้

ปัญหาชิปเซ็ตขาดตลาดนี้ ส่งผลกระทบถึงแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าดัง ๆ เพียบ ไม่ว่าจะเป็น BMW AG, Honda Motor Co. หรือ Ford Motor Co. โดยคาดว่ายอดขายน่าจะหายไปหลายล้านคันเลยทีเดียว

NXP Semiconductor ได้ออกมากล่าวว่าการเปลี่ยนถ่ายระหว่างรถยนต์ระบบปกติมาเป็นระบบไฟฟ้านั้น เกิดขึ้นไวกว่าที่คาดการณ์กันไว้ ทำให้ความต้องการใช้ชิปเซ็ตก็มีมากขึ้น โดย NXP Semiconductor เตรียมวางแผนที่จะส่งออกชิปเซ็ตมากกว่าเดิม 20% ส่วน TSMC ก็ให้คำมั่นสัญญาว่าจะส่งออกชิปให้ทันกับความต้องการของตลาดภายในเดือนมิถุนายน

ส่วนหนึ่งของปัญหาชิปขาดตลาดในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าก็คือ กว่า 60% ของชิปที่ใช้ มาจากบริษัทเล็ก ๆ รายย่อยด้วยกันทั้งสิ้น ซึ่งพอมีวิกฤตแบบนี้ บริษัทนั้น ๆ มักจะไม่มีเสียงที่ดังมากพอที่จะไปจ้างโรงงานผลิตชิปเซ็ตต่าง ๆ ได้ หรือพูดง่าย ๆ คือบริษัทใหญ่ ๆ จะได้จองคิวก่อนนั่นเอง

ทำให้ผู้ผลิตแบรนด์ต่าง ๆ ไม่มีทางเลือก นอกจากตัดฟีเจอร์และเทคโนโลยีบางอย่างออก เพื่อที่จะให้ไลน์ผลิตสามารถไปต่อได้ตาม Timeline ที่วางเอาไว้ เหมือนกับที่เอ่ยไปในช่วงต้นบทความนั่นเอง

แต่ก็มีบางเจ้าที่ขอซื้อชิป microcontroller ที่ไม่ผ่านมาตรฐานกับบริษัทผลิตชิปเซ็ตรายใหญ่แห่งหนึ่ง มาใช้กับรถยนต์ไฟฟ้าของตนเอง เนื่องจากชิปดังกล่าวไม่ส่งผลเสียกับระบบรักษาความปลอดภัยอยู่แล้ว เพียงแต่อาจจะทำให้ระบบ Entertainment บางอย่างในห้องเครื่อง เกิดการขัดข้องตอนอยู่ในสภาพอากาศหนัก ๆ

 

ที่มา: Bloomberg

 

from:https://droidsans.com/carmakers-leave-out-some-top-features-thanks-to-chip-shortage/

Apple ปล่อย iOS 14.6 Beta 3 ให้ทดสอบ

Apple ปล่อย iOS 14.6 ทั้ง Developer Beta และ Public Bet […] More

from:https://www.iphonemod.net/apple-%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2-ios-14-6-beta-3-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a.html

Facebook ทดสอบแสดงข้อความเตือน ให้เปิดอ่านเนื้อหาก่อนกดแชร์

Facebook ประกาศผ่านบัญชี Twitter ว่าจะเริ่มทดสอบแสดงข้อความเตือน กรณีผู้ใช้งานกดแชร์เนื้อหาแต่ยังไม่ได้เปิดเข้าไปอ่าน โดยข้อความจะแนะนำให้กดอ่านเนื้อหานั้นก่อนแชร์ แต่ก็มีตัวเลือกยืนยันให้แชร์หากต้องการ ซึ่งตัวแทนของ Facebook ระบุว่าการทดสอบนี้กำหนดไว้ที่ 6% ของกลุ่มผู้ใช้ Android ทั่วโลก

การแสดงข้อความเตือนการแชร์เนื้อหาที่ยังไม่ได้อ่านนี้ เหมือนกับที่ Twitter ทดสอบเมื่อปีที่แล้ว

ที่มา: @fbnewsroom ผ่าน The Verge

alt="Facebook"

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/122612

for feed news app

%d bloggers like this: