แฮ็กเกอร์จีนฝังมัลแวร์ PlugX บนเซิร์ฟเวอร์ MS Exchange

กลุ่มอาชญากรไซเบอร์สัญชาติจีนที่จ้องเล่นงานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี้ ได้หันมาใช้ช่องโหว่บน Microsoft Exchange Server ที่มีการเปิดเผยรายละเอียดเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ด้วยการติดตั้งโทรจันสำหรับเข้าถึงจากระยะไกล (RAT) สายพันธุ์ที่ไม่เคยพบมาก่อน

โดยทางทีมวิจัยด้านอันตรายไซเบอร์ Unit 42 ประจำ Palo Alto Networks ระบุว่ากลุ่มผู้โจมตีครั้งนี้ชื่อ PKPLUG (หรือรู้จักกันในชื่อ Mustang Panda และ HoneyMyte) ใช้มัลแวร์แบบโมดูลชื่อ PlugX เวอร์ชั่นใหม่ที่ถูกเรียกอีกชื่อว่า Thor สำหรับเป็นตัวกลางโหลดทูลอันตรายเข้าเซิร์ฟเวอร์ที่เจาะได้อีกทอดหนึ่ง

ย้อนกลับไปช่วงปี 2008 นั้น มัลแวร์ PlugX ได้มีการพัฒนาฟีเจอร์มากมายไม่ว่าจะเป็นการอัพโหลด ดาวน์โหลด หรือแก้ไขไฟล์ ไปจนถึงการบันทึกการกดแป้นคีย์บอร์ด ควบคุมกล้องเว็บแคม และเข้าถึงคอมมานด์เชลล์ได้จากระยะไกล พอมาเป็นรุ่นล่าสุดก็มีการแก้ไขที่ลึกระดับซอร์สโค้ดแกนกลาง

สำหรับตัวอย่างมัลแวร์รุ่นใหม่ “THOR” นี้ ตรวจพบตัวอย่างครั้งแรกเมื่อสิงหาคม 2019 ในฐานะโค้ดที่เปลี่ยนชื่อใหม่ให้ดูน่าตื่นเต้น มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่อย่างกลไกการส่งต่อข้อมูลเปย์โหลดที่พัฒนามากขึ้น และการใช้ประโยชน์จากทรัสต์ไบนารีในการโจมตี จนเมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ไมโครซอฟท์ออกมาเผยถึงบั๊ก Zero-day บนเซิร์ฟเวอร์เอ็กซ์เชนจ์ที่โดนโจมตีนี้

ที่มา : THN

from:https://www.enterpriseitpro.net/chinese-hackers-implant-plugx-variant/

เจาะลึกการทำงาน “ใจดี มีวงเงินให้ยืม” ความร่วมมือ 3 องค์กร dtac, LINE BK และ KBTG

ใจดี มีวงเงินให้ยืม แคมเปญจาก dtac, LINE BK และ KBTG ได้รับการตอบรับที่ดีอย่างไม่ต้องสงสัย นอกจากจะเข้าถึงสินเชื่อได้ง่าย รวดเร็ว ยังได้สิทธิพิเศษจาก
ดีแทคด้วย เชื่อว่ามีส่วนช่วยคนไทยที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินได้ไม่น้อย

แต่อะไรคือเคล็ดลับที่ทำให้แคมเปญนี้ประสบความสำเร็จ อะไรที่ทำให้ 3 องค์กรจาก 2 ภาคธุรกิจสามารถร่วมมือกันได้อย่างลงตัว พัฒนาผลงานออกมาได้อย่างดี Brand Inside จะมาชวนคุยกับทีมงานที่อยู่เบื้องหลังแคมเปญนี้ไปพร้อมกัน

dtac

สำหรับตัวแทนทีมผู้พัฒนาแคมเปญนี้จากทั้ง 3 บริษัท ประกอบด้วย ฐาปกรณ์ ดอกไม้, จรัสกร วรวสุนธรา และ วงษ์ระพี ชุมพงษ์ จากดีแทค ศิรินันท์ โทณวณิก, ทายาท ก่อศรีเจริญพันธ์ และ เบ็ญจวรรณ ยะหัตตะ จาก LINE BK ปิดท้ายด้วย สรญา เทียนธวัชกุล และ กำพล หลุยยะพงศ์ จาก KBTG

เข้าถึงแหล่งสินเชื่อได้ คือ ทางออก

จุดเริ่มต้น เกิดจากการหารือร่วมกันว่า ในช่วงเวลาโควิด-19 แบบนี้ หลายคนน่าจะประสบปัญหาทางการเงิน ขาดสภาพคล่อง มีความจำเป็นต้องใช้จ่ายในขณะที่รายได้ลดลง ยิ่งเมื่อได้ข้อมูลจาก Google Trends ยิ่งตอกย้ำความจริงข้อนี้ โดยพบว่า  คนไทยค้นหาคำว่า เงินกู้-เงินด่วน เพิ่มสูงขึ้น

แต่ความเป็นจริง ต้องยอมรับว่า คนไทยจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ในระบบได้ เพราะมีเงื่อนไขไม่ครบตามที่กำหนด เช่น รายได้ต่ำกว่าเกณฑ์, เป็นพนักงานอิสระไม่มีเอกสารรับรองเงินเดือน 

ทีมงานจากดีแทค ให้ความเห็นว่า จากข้อมูลที่ดีแทคมีอยู่บนฐานลูกค้ากว่า 19 ล้านราย มีลูกค้าแบบเติมเงินเป็นจำนวนมาก ที่มีรายได้เป็นรายวันหรือรายสัปดาห์ มีความไม่แน่นอนทางการเงิน ทำให้พลาดโอกาสที่จะเข้าถึงสินเชื่อจากสถาบันการเงิน แต่สิ่งที่สามารถตอบโจทย์ได้คือ LINE BK

LINE BK ถือเป็น Social Banking ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ขอแค่มีสมาร์ทโฟนกับอินเทอร์เน็ตเท่านั้น ดังนั้นความร่วมมือระหว่างดีแทคและ LINE BK จึงเกิดขึ้น

dtac
ภาพจาก Shutterstock

“ข้อมูล” ปัจจัยสำคัญของบริการที่มีถูกต้อง-แม่นยำ

ทีมงานจาก LINE BK เสริมว่า แนวทางของ LINE BK คือ ให้เรื่องเงินง่ายใน LINE คุณ ปัจจัยสำคัญคือ การมี “ข้อมูล” ของผู้ขอสินเชื่อ เพื่อให้สามารถประเมินและอนุมัติได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ โดย LINE BK สามารถบริหารความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้ ถือเป็นความร่วมมือระหว่าง ดีแทค และ LINE BK ที่ชัดเจนที่สุด

“LINE BK สามารถนำเสนอแคมเปญให้กับกลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการสินเชื่อ

การมีข้อมูลจะทำให้ประเมินทั้งวงเงินสินเชื่อ อัตราดอกเบี้ย และรายละเอียดต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งหมดต้องอาศัยข้อมูลที่ถูกต้องและเพียงพอ”

ด้านทีมดีแทค ระบุว่า ถือเป็นครั้งแรกสำหรับดีแทคและวงการโทรคมนาคม ที่ผนวกบริการทางการเงินเข้ามาไว้ในที่เดียวผ่าน dtac app และนำเสนอให้กับลูกค้า ซึ่งทั้งหมดทำได้อย่างรวดเร็ว ทันกับสถานการณ์ และความต้องการของผู้บริโภคในเวลานี้

dtac
ภาพจาก Shutterstock

KBTG ผสานเทคโนโลยีให้ทุกอย่าง “ราบรื่น”

การทำงานระหว่างดีแทคและ LINE BK มีเป้าหมายเพื่อทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงแหล่งสินเชื่อได้ง่าย เพื่อมีส่วนช่วยทำให้ชีวิตดีขึ้น ซึ่งการทำงานที่ราบรื่นของ 2 องค์กรมี KBTG เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง

ทีมงานของ KBTG บอกว่า แม้ในช่วงโควิดทุกคนจะทำงานตามนโยบายของบริษัทอย่างเคร่งครัด คือ Work from Home เพื่อป้องกันการติดโควิด แต่ในมุมการทำงานยังต้องมีประสิทธิภาพไม่แตกต่างจากเดิม ยิ่งการทำงานร่วมกันของ 3 องค์กร ส่วนสำคัญคือระบบที่เชื่อมต่อกันด้านหลังด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย

ดังนั้น ผู้ใช้บริการจึงมีประสบการณ์ที่ดีในการใช้งาน เริ่มตั้งแต่การนำเสนอแคมเปญ ผ่านทาง SMS, App และ Social Media เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้ตรงและสื่อสารให้ได้ชัดเจน รวมถึงขั้นตอนการสมัครที่สามารถทำได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก มีขั้นตอนน้อย และใช้เอกสารน้อย

“แคมเปญนี้เป็นส่วนช่วยให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขั้น การเข้าถึงต้องง่าย การใช้บริการก็ต้องง่ายด้วย จึงจะถือว่าครบทุกด้าน”

dtac
ภาพจาก Shutterstock

ความร่วมมือนี้ แค่เฟสแรกเท่านั้น

ดิจิทัลทำให้พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ทุกขั้นสามารถสำเร็จได้บนมือถือ เช่นเดียวกับการขอสินเชื่อกับ LINE BK ลูกค้าดีแทคจะได้รับเงินคืนหรือสิทธิ์ส่วนลด 200 บาท ซึ่งเป็นเพียงเฟสแรกของบริการที่เกิดจากความร่วมมือของ 3 พันธมิตรเท่านั้น

อนาคตจะเห็นแคมเปญใหม่ๆ ตามออกมาอีก โดยมีเป้าหมายคือ การผลักดันการเข้าถึงบริการทางการเงินด้านอื่นๆ ให้ง่ายและเร็วที่สุดอย่างมีคุณภาพบนมือถือ รวมถึงการเข้าไปอยู่ในทุกช่วงชีวิตของลูกค้า เช่นการใช้งานที่เกี่ยวกับเน็ตและโทร, การเดินทาง, การสั่งอาหาร, การจองโรงแรม, การจ่ายค่าสาธารณูปโภคต่างๆ ฯลฯ ทุกๆกิจกรรมเหล่านี้มีโอกาสที่ลูกค้าอาจต้องการความช่วยเหลือทางการเงิน

dtac
ภาพจาก Shutterstock

ปิดท้าย ย้อนประวัติศาสตร์ใจดี มีอะไรบ้าง

สำหรับบริการใจดีของดีแทค จุดเริ่มต้นคือ ต้องการเป็นแบรนด์ที่เข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภค สื่อสารผ่านคำว่า “ใจดี” บริการแรกคือ ใจดีให้ยืม คือให้ผู้ใช้ระบบเติมเงิน
“ยืมเงิน” ไปใช้โทรได้ แล้วค่อยเติมเงินคืนทีหลัง

ปัจจุบัน ใจดี ยังเป็นบริการที่โดดเด่นของดีแทค เช่น ใจดี ช่วยค่ายา ดีแทคช่วยจ่ายค่ายา 300 บาทในร้านยาที่ร่วมโครงการ, ใจดี ให้ยืมเน็ต เน็ตหมด เงินไม่มี ยืมเน็ตไปใช้ก่อนได้, ใจดี แจกวัน วันหมด ขอเพิ่มวันได้, ใจดี ฉุกเฉิน เงินหมดโทรไม่ได้ ส่ง sms ให้อีกฝ่ายโทรกลับ เป็นต้น

ทุกบริการใจดี ผ่านการคิดมาอย่างดีว่า อะไรคือปัญหาหรืออุปสรรคของผู้ใช้ จนกลายเป็นบริการที่หลากหลายและแตกต่างจากผู้ให้บริการรายอื่น จนมาถึง ใจดี มีวงเงินให้ยืม

สรุป

ใจดี มีวงเงินให้ยืม จากความร่วมมือระหว่าง ดีแทค, LINE BK และ KBTG ที่เข้าใจความต้องการ และอยากทำให้เรื่องสินเชื่อให้เป็นเรื่องง่าย กับเงื่อนไขง่ายๆ มีรายได้ขั้นต่ำ 5,000 บาทต่อเดือน ก็สามารถยื่นขอสินเชื่อได้ทันที ขั้นตอนทุกอย่างทำผ่านมือถือได้เลย ใช้เวลาพิจารณาอนุมัติประมาณ​ 5 นาที หากผ่านการอนุมัติผู้ใช้ดีแทคจะได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ​ 9.99% ต่อปี ใน 2 เดือนแรก และได้รับเงินคืนหรือสิทธิ์ส่วนลด 200 บาท

ลูกค้าดีแทคที่สนใจเข้าร่วมแคมเปญ ใจดี มีวงเงินให้ยืมสามารถติดต่อ dtac call center 1678 ได้ หรือคลิก https://www.dtac.co.th/s/Advertorial_JD

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post เจาะลึกการทำงาน “ใจดี มีวงเงินให้ยืม” ความร่วมมือ 3 องค์กร dtac, LINE BK และ KBTG first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/dtac-linebk-kbtg-co-creation-jaidee-borrow/

Microsoft อัพเดต Windows 10 v2004 ขึ้นไปให้ติดตั้ง WSL ได้ง่ายๆ ด้วยคำสั่งบรรทัดเดียว

เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว Microsoft ได้เปิดให้ผู้ใช้ Windows 10 Insider Preview สามารถติดตั้ง WSL (Windows Subsystem for Linux) ได้ง่ายๆ ด้วยคำสั่ง wsl –install ลดความยุ่งยากที่ปกติผู้ใช้ต้องเปิดการตั้งค่าบางอย่างรวมถึงติดตั้งแพคเกจเอง

ล่าสุด Microsoft ได้เปิดให้ผู้ใช้ Windows 10 v2004 หรือสูงกว่า สามารถใช้งานฟีเจอร์แบบเดียวกันนี้ได้อย่างเป็นทางการแล้ว โดยต้องอัพเดต Windows ให้เป็นแพตช์ล่าสุดก่อน หรือถ้าจะเจาะจงแพตช์ มันคืออัพเดตรหัส KB5004296 ที่เพิ่งปล่อยออกมา หากตรวจสอบในเครื่องตนเองแล้วมีแพตช์นี้ติดตั้งอยู่ก็พร้อมใช้งานได้เลย

No Descriptionภาพโดย Microsoft

การใช้คำสั่ง wsl –install ต้องรันจาก Command Prompt ด้วยสิทธิ์แอดมิน และโดยปกติจะติดตั้ง Ubuntu ให้เลย หลังติดตั้งเสร็จผู้ใช้เพียงรีสตาร์ทเครื่องก็พร้อมใช้งานทันที หรือหากต้องการใช้ดิสโทรอื่นก็สั่ง wsl –list –online เพื่อดูว่ามีดิสโทรอะไรให้ใช้บ้าง จากนั้นก็รัน wsl –install -d <DistroName> เพื่อติดตั้งดิสโทรที่ต้องการ

นอกจากนี้ยังสั่งรัน wsl –update เพื่ออัพเดตเคอร์เนลของ WSL ได้เอง หรือหากต้องการถอยกลับก็สั่ง wsl –update rollback ได้ด้วย

สุดท้าย ยังมีคำสั่ง wsl –status เพื่อดูข้อมูลทั่วไปของ WSL เช่นดิสโทรที่ใช้งานอยู่ และเวอร์ชันของเคอร์เนล

ที่มา – Microsoft Developer Blog

from:https://www.blognone.com/node/124002

Facebook จับมือ Ray-Ban เตรียมเปิดตัว Smart Glasses แว่นตา AR ไวสุดสิ้นปีนี้

Mark Zuckerberg ซีอีโอของ Facebook แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอันดับต้น ๆ ของโลก ได้ออกมาเปิดเผยด้วยตัวเองว่า ฮาร์ดแวร์ตัวต่อไปของบริษัทฯ จะเป็นแว่นตาอัจฉริยะ Smart Glasses ใช้กรอบจากแบรนด์ชื่อดังอย่าง Ray-Ban ลุ้นเปิดตัวในเร็ววันนี้

โดยแว่นตาอัจฉริยะดังกล่าว นอกจากจะใช้กรอบของ Ray-Ban แล้ว ยังจะมาพร้อมกับดีไซน์การออกแบบที่ยืดหยุ่นสามารถนำไปใช้งานได้ในหลากหลายสถานการณ์ รองรับการแสดงผลแบบ Augmented Reality หรือภาพเสมือนจริง และเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่น ๆ อย่างสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตได้

ในตอนแรกมีการคาดการณ์กันเอาไว้ว่า Facebook อาจเปิดตัว Smart Glasses รุ่นใดรุ่นหนึ่งในช่วงปี 2021 นี้ ทว่าโปรเจกต์ที่ว่ากลับถูกพับออกไปก่อนชั่วคราว เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ยังไม่ดีขึ้น แต่เชื่อว่าหลังจาก CEO คนเก่งของบริษัทฯ ออกมาประกาศยืนยันการมีตัวตนของแว่นตานี้ งานเปิดตัวก็น่าจะใกล้เข้ามาเต็มแก่แล้วล่ะ แหล่งข่าวเผยว่าไม่มาสิ้นปีนี้ก็ช่วงต้นปีหน้า

อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีภาพเรนเดอร์หรือรายละเอียดสเปคของแว่นตาอัจฉริยะ Facebook นี้เปิดเผยออกมาเลยแต่อย่างใด คาดว่าเดี๋ยวใกล้ ๆ วันเปิดตัว น่าจะมีอะไรซักอย่างหลุดออกมาครับ

 

ที่มา: gizmochina

from:https://droidsans.com/facebook-partnership-rayban-smart-glasses-rumour/

แนะนำแท็บเล็ตโดนๆ HUAWEI MatePad 11 ผู้ช่วยทำงานแบบมือโปรใช้เดี่ยวๆ ว่าดี ใช้คู่ HUAWEI M-Pencil ยิ่งเริด

MatePad 11

เดี๋ยวนี้การวางสมาร์ทดีไวซ์เอาไว้อีกหนึ่งเครื่องข้างๆ จอคอมพิวเตอร์ทำงานกลายเป็นเรื่องธรรมดาในหมู่คนทำงานยุคใหม่ไปแล้ว โดยเฉพาะการใช้แท็บเล็ตควบคู่ไปกับคอมพิวเตอร์แล็ปท็อประหว่างการเคลียร์งาน (หรือบางครั้งก็ใช้แทนแล็ปท็อปไปเลย) เพราะในขณะที่เรากำลังจดจ่อกับงานตรงหน้า เราก็สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมหรือเช็คอีเมลที่เด้งเข้ามาใหม่ผ่านจอแท็บเล็ตได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาปิดหน้าจองานตรงหน้าแต่อย่างใด นอกจากนี้ ขนาดที่กระทัดรัดกว่าของแท็บเล็ตยังทำให้เราสามารถพกพาไปใช้ทำงานนอกสถานที่ได้สะดวกกว่า และการใช้แท็บเล็ตท่องเว็บไซต์หาข้อมูลหรือจดบันทึกระหว่างการประชุมก็ยังทำได้สะดวกกว่าบนคอมพิวเตอร์พีซีมาก ช่วยให้เจ้าของเครื่องสามารถรับมือกับงานในทุกรูปแบบได้อย่างราบรื่นรวดเร็วไม่ปวดหัว จนทำให้แท็บเล็ตคุณภาพสูงถือเป็นเครื่องมือที่ขาดไม่ได้สำหรับคนทำงานรุ่นใหม่ที่ต้องเคลียร์หลายๆ งานพร้อมกันในคราวเดียว สำหรับใครที่กำลังมองหาแท็บเล็ตคู่ใจตัวใหม่เพื่อใช้ทำงานในแบบฉบับมือโปรไม่ว่าจะงานทั่วไปหรืองานที่มีความซับซ้อน แท็บเล็ต HUAWEI MatePad 11 และปากกาอัจฉริยะ HUAWEI M-Pencil (2nd generation) ถือเป็นตัวเลือกใหม่ล่าสุดที่คุณไม่ควรมองข้ามหากอยากทำงานในแบบฉบับมือโปรได้อย่างไร้ขีดจำกัดเพราะเมื่อใช้คู่กันกับแท็บเล็ตที่มีอัตราการรีเฟรชหน้าจอสูงถึง 120 Hz แล้วยิ่งทำให้ใช้งานได้ลื่นไหลแบบทวีคูณ ไปดูเหตุผลเพิ่มเติมดีกว่าว่าอะไรที่ทำให้การใช้งานแท็บเล็ตคู่กับปากกาอัจฉริยะเจ๋งๆ นั้นเหมาะกับคนทำงานแบบมือโปร


HUAWEI M-Pencil รุ่นที่ 2 ปากกาอัจฉริยะที่ขาดไม่ได้สำหรับสายทำงาน ลื่นไหลใช้ดีเหมือนปากกาจริง

HUAWEI MatePad 11 1

แท็บเล็ต HUAWEI MatePad 11 ยังรองรับอุปกรณ์เสริมอัจฉริยะอย่าง HUAWEI M-Pencil (2nd generation) อย่างเต็มรูปแบบ โดยปากกาคู่ใจคนทำงานรุ่นใหม่นี้มาพร้อมกับหัวปากกาที่ได้รับการเคลือบทองคำขาว มีค่าความหน่วง (latency) ของการใช้งานที่ต่ำเป็นพิเศษเพียงแค่ 2 มิลลิวินาที และยังรองรับแรงกดของผู้ใช้ถึง 4,096 ระดับ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ใช้งานที่สะดวก ลื่นไหล แม่นยำ และมีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับการทำงานทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะขีดเขียนแก้ไขเอกสาร หรือจดโน้ตทำงานก็สะดวกสบายสุดๆ และที่ทำให้ปากกาอิเล็กทรอนิกส์ตัวนี้โดดเด่นตอบโจทย์การใช้งานของคนทำงานรุ่นใหม่เป็นที่สุดก็เพราะว่าเมื่อใช้งานจับคู่เข้ากับแท็บเล็ตที่มีอัตราการรีเฟรชหน้าจอสูง 120 Hz ก็ยิ่งช่วยสมูธความราบรื่นและความโปรในการใช้งานได้อย่างน่าประทับใจ ทั้งนี้งานออกแบบของ HUAWEI M-Pencil รุ่นที่ 2 ยังให้ความสำคัญกับทั้งด้านดีไซน์ที่สวยงามและศักยภาพของการใช้งาน โดยหัวปากการุ่นนี้จะเป็นแบบโปร่งแสง โชว์ให้เห็นถึงกลไกการทำงานด้านในสไตล์เดียวกับนาฬิกาข้อมือเรียบหรู ในขณะที่ตัวแท่งปากกาจะเป็นลักษณะหกเหลี่ยมเพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถจับได้อย่างถนัดและสบายมือขึ้น โดยมาพร้อมกับน้ำหนักเบาๆ แค่เพียง 16 กรัมเท่านั้น ต่อให้ใช้จดใช้เขียนอะไรไปนานๆ ก็ไม่เมื่อยมือแน่นอน และเมื่อใช้ HUAWEI M-Pencil (2nd generation) กับหน้าจอแท็บเล็ตขนาด 10.95 นิ้ว นานๆ ก็ไม่เสียสุขภาพสายตาเพราะมาพร้อมเทคโนโลยีช่วยลดแสงสีฟ้าและการกระพริบของหน้าจอ มาตรฐานระดับสากลที่รับรองโดย TÜV Rheinland


HUAWEI M-Pencil (2nd generation)

HUAWEI MatePad 11 2

ที่สำคัญ HUAWEI M-Pencil (2nd generation) ยังทำงานได้เข้าขากับแท็บเล็ต HUAWEI MatePad 11 สุดๆ กับฟีเจอร์ช่วยทำงานแบบมือโปรต่างๆ อย่าง HUAWEI FreeScript ที่จะแปลงลายมือให้เป็นตัวพิมพ์ในไฟล์งานได้อย่างอัตโนมัติ โดยรองรับภาษาไทย อังกฤษ และจีน และรองรับการใช้งานทั้งในช่องการค้นหาผ่านเบราว์เซอร์หรือการจดบันทึกในแอปพลิเคชัน HUAWEI Notepad, Jnotes, touchnotes, WeNote และ Noteshelf รวมทั้งแอปฯ โปรดของใครหลายๆ คน อย่าง Line, Facebook Messenger และ HUAWEI Browser ทำให้ไม่ว่าจะจดโน้ตการประชุมหรือโน้ตไอเทมงานที่ต้องทำในแต่ละวันก็สนุกและสะดวกมากขึ้น เช่น จดโน้ตการประชุมผ่านแอปฯ Jnotes ที่อัดแน่นด้วยฟีเจอร์การใช้งานเก๋ๆ อย่าง Drag and Drop หรือ การจดจำลายมือ โดยผู้ใช้งานสามารถเปิดโน้ตได้พร้อมกันสองโน้ตในครั้งเดียว ที่เด็ดก็คือแอปฯ นี้ สามารถแปลงลายมือเป็นตัวพิมพ์ได้อย่างเรียบร้อยและสวยงามโดยสามารถปรับแต่งขนาดตัวหนังสือได้ด้วย HUAWEI M-Pencil (2nd generation) ส่วนอีกแอปฯ ดีๆ สำหรับการจดโน้ตก็ต้องยกให้ touchnotes ที่ช่วยต่อยอดจินตนาการได้อย่างไม่รู้จบเพราะสามารถเพิ่มภาพหรือข้อความที่ดึงมาจากเบราว์เซอร์ของแท็บเล็ตมาแต่งเติมต่อบนแอปฯ ให้โน้ตดูน่าสนใจและเข้าใจได้ง่ายขึ้น และเมื่อแต่งโน้ตเสร็จ ก็สามารถอัปลง HUAWEI Cloud เป็นไฟล์สำรองไว้เปิดใช้งานผ่านดีไวซ์อื่นๆ ได้อีกด้วย

อีกทั้งผู้ใช้งาน ยังสามารถสลับโหมดบนปากกาอัจฉริยะระหว่างการใช้ เป็นยางลบหรือเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ก่อนหน้าได้ง่ายๆ เพียงแตะเบาๆ ที่หัวปากกาติดต่อกันสองครั้ง ต่อยอดความสนุกและความสะดวกในการทำงานไปอีกเลเวลด้วยฟีเจอร์ Instant Shape ที่ช่วยอ่านลายมือที่ผู้ใช้งานวาด ไม่ว่าจะวาดเส้นตรง ตาราง หรือรูปทรงเลขาคณิต ก็ไม่ต้องห่วงว่าวาดแล้วจะเป๊ะรึเปล่า เพราะฟีเจอร์นี้จัดการให้โดยเปลี่ยนรูปทรงและลายเส้นที่วาดด้วยลายมือเป็นทรงมาตรฐานที่เนี้ยบสุดๆ ได้ในพริบตา อีกทั้งยังประหยัดเวลาและทำงานได้เร็วขึ้นโดยเฉพาะเมื่อต้องวาดตารางเพราะสามารถเพิ่มหรือลบแถวตารางหรือคอลัมน์ได้อย่างฉับไว โดยตารางจะปรับขนาดอัตโนมัติไปตามขนาดของตัวอักษรที่เราร่างลงไปโดยที่เราไม่ต้องมาเสียเวลานั่งปรับแต่งรูปแบบของตารางในภายหลังอีก อัดแน่นด้วยฟีเจอร์ล้ำสมัยขนาดนี้ ไม่ว่าคุณจะต้องเจอกับงานที่ท้าทายหรือการประชุมงานที่โหดแค่ไหนก็ไม่ใช้ปัญหา ขอแค่มี HUAWEI MatePad 11 และ HUAWEI M-Pencil (2nd generation) อยู่ในมือก็เกินพอ


สารพัดฟีเจอร์พิเศษเพื่อการ Multi-tasking ให้ได้ประสิทธิภาพเสมือนทำงานบน PC

HUAWEI MatePad 11 3

สำหรับคนทำงานที่เน้นใช้แท็บเล็ตควบคู่ไปกับคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปหรือเครื่องพีซีเดสก์ท็อป ตัวแท็บเล็ต HUAWEI  MatePad 11 พิเศษสุดๆ ตรงที่มาพร้อมกับฟีเจอร์การเชื่อมต่อประสานงานข้ามดีไวซ์ในชื่อว่า “Multi-screen Collaboration” โดยมีโหมดการใช้งานร่วมกับเครื่องพีซีมาให้ใช้ใน 3 รูปแบบหลัก ได้แก่ Mirror Mode หรือการสะท้อนหน้าจอจากเครื่องพีซีไปที่หน้าจอแท็บเล็ตโดยตรง โดยผู้ใช้สามารถใช้ HUAWEI M-Pencil (2nd generation) ขีดเขียน จดโน้ต หรือแก้ไขเอกสารผ่านแท็บเล็ตอย่างคล่องตัว โดยการแก้ไขต่างๆ จะไปปรากฏบนหน้าจอแล็ปท็อปในเวลาเดียวกันโดยไม่ต้องมีอุปกรณ์เสริมสำหรับแล็ปท็อปมาต่อเพิ่มให้วุ่นวาย Extend Mode ที่จะเปลี่ยนแท็บเล็ตให้เป็นหน้าจอที่สองแบบต่อขยายจากเครื่องพีซีของคุณ ให้เจ้าของมีจอใช้งานอีกหนึ่งจอสำหรับการเปิดดูไฟล์งานหรือมองสลับจอไปมาได้ง่ายๆ และ Collaborate Mode ที่จะเปิดให้เครื่องคอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการ Windows สามารถทำงานประสานกับแท็บเล็ตได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยผู้ใช้งานสามารถโอนไฟล์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ข้อความ ภาพ วิดีโอ หรือไฟล์เอกสารรูปแบบต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่ลากไฟล์จากจอของอุปกรณ์เครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่งก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย


Multi-Window

HUAWEI MatePad 11 4

นอกจากนี้ ตัวแท็บเล็ตยังรองรับฟีเจอร์ Multi-Window ที่ให้เจ้าของเครื่องสามารถเปิดหน้าต่างของแอปพลิเคชันได้สูงสุดพร้อมกันถึง 4 แอปฯ 4 หน้าต่าง และสามารถเก็บหน้าต่างลอยได้สูงสุดถึง 10 หน้าต่างในแท็บเมนูด้านข้าง ตอบโจทย์คนทำงานรุ่นใหม่ที่ต้องทำหลายๆ อย่างในเวลาเดียวกันให้ง่ายดายขึ้นกว่าเดิม เรียกได้ว่าแท็บเล็ตน้องใหม่ที่น่าจับตามองอย่าง HUAWEI MatePad 11 จะช่วยยกระดับประสบการณ์การทำงานภาพรวมให้เหมือนกับว่าได้ทำงานอยู่บนคอมพิวเตอร์ PC ไปพร้อมๆ กับการช่วยเสริมประสิทธิภาพของงานที่ทำอยู่ให้เหนือขึ้นไปอีกหลายขั้น และที่ดูจะถูกใจสายเนี้ยบเลยก็ต้องซอฟต์แวร์ WPS Office ที่ผสานการทำงานเข้ากับ HUAWEI M-Pencil (2nd generation) เป็นอย่างดีเสริมการทำงานให้เต็มประสิทธิภาพยิ่งกว่าที่เคย โดยผู้ใช้งานสามารถรวบรวมโน้ตหรือไฟล์เอกสารสำคัญที่ต้องใช้พรีเซนงานและใช้ปากกาอิเล็กทรอนิกส์แก้ไข ตกแต่ง เพิ่มเติมโน้ตเหล่านั้นได้ตามใจชอบ ความสนุกอยู่ตรงที่เมื่อวาดเขียนตกแต่งหรือแก้ไขโน้ตเหล่านั้นเสร็จแล้ว ผู้ใช้งานสามารถเพิ่มโน้ตหรือไฟล์เหล่านั้นป็นรูปภาพลงไปในพรีเซนเทชันให้สวยงามสมบูรณ์แบบได้อย่างมืออาชีพ ก้าวข้ามขีดจำกัดในการใช้งานให้ตอบโจทย์กว่าเดิมด้วย App-Multiplier ที่ช่วยเบิ้ลความสะดวกสบายผ่านการใช้งานหน้าต่างได้มากสุด 4 หน้าต่างใน 1 แอปพลิเคชัน โดยเมื่อใช้งานกับ WPS Office ก็หมายความว่าผู้ใช้งานสามารถเปิดไฟล์ WPS ได้มากถึง 4 ไฟล์ในครั้งเดียว ทั้งยังสามารถก๊อปวางข้อมูลไปมาระหว่างไฟล์ได้อีกด้วย งานนี้บอกเลยว่าพรีเซนงานได้โปรแบบที่ใครเห็นก็ต้องถูกใจแน่นอน และเมื่อใช้งานแท็บเล็ตที่มาพร้อมฟีเจอร์และคุณสมบัติอัดแน่นร่วมกับแอปพลิเคชันเพื่อการทำงานซึ่งหาโหลดได้ผ่านคลังแอปฯ ยอดฮิต HUAWEI AppGallery อย่างแอปฯ WPS, Noteshelf, HUAWEI Notepad, และ Thai Fast Dictionary ก็ยิ่งช่วยให้งานเดินและทำเสร็จสมบูรณ์ได้เร็วอย่างใจนึก และถ้าหากว่าเพลียจากการทำงานแล้วอยากหาเวลาพักผ่อนก็สามารถหาความสุขรอบตัวได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส ผ่านการใช้งานแอปฯ เพื่อความบันเทิงแบบจัดเต็มไม่ว่าจะเป็น Line TV, VIU, WeTV, HUAWEI VDO หรือ Monomax ก็พร้อมเสิร์ฟให้อิ่มจุกก่อนลุยงานโปรเจกต์ถัดไป และแน่นอนว่าในยุคที่ขับเคลื่อนด้วยโซเชียลมีเดียแบบนี้ ก็อย่าได้ขาดแอปฯ โซเชียลเชียวละ ใน HUAWEI AppGallery มีให้ครบไม่ว่าจะเป็น Line หรือ Facebook Messenger ก็สามารถใช้คุยอัปเดตชีวิต งาน หรือข่าวสารกับเพื่อนฝูงและคนในครอบครัวได้สะดวกทันใจ ส่วนใครที่เป็นสายตัดต่อก็แฮปปี้แน่นอนเพราะมีแอปตัดต่อดีๆ จาก FilmoraGo HD ให้โหลดไปใช้งานด้วยเช่นกัน


รุ่นและสถานที่จำหน่าย

HUAWEI MatePad 11 Early bird promo 1

นอกจากนี้ HUAWEI MatePad 11 ที่มาพร้อมหน่วยความจำ 6GB + 128 GB รุ่น WiFi ยังพกแบตเตอรี่สุดอึดมาให้เจ้าของเครื่องสามารถใช้ทำงานติดต่อกันได้นานถึง 12 ชั่วโมงจากการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง และยังมีลำโพงจาก harman/kardon มาให้ถึง 4 ตัวที่จะมอบพลังเสียงหนักแน่น ดังฟังชัด ทำให้คุณไม่พลาดทุกบทสนทนาในการประชุมออนไลน์แม้จะไม่ได้ใส่หูฟังก็ตาม สำหรับใครก็ตามที่กำลังอยากได้เพื่อนคู่ใจมาช่วยเคลียร์งานหรือยกระดับคุณภาพงานให้เป๊ะ สมบูรณ์แบบขึ้นไปอีกขั้นในช่วงที่เราต้องทำงานจากบ้านในขณะนี้ อย่ามองข้ามแท็บเล็ตทำงานน้องใหม่ HUAWEI MatePad 11 และอุปกรณ์เสริมอัจฉริยะ HUAWEI M-Pencil (2nd generation) เพราะเดี๋ยวจะพลาดของดีเพราะตอนนี้ หัวเว่ยกำลังจัดโปรดีทีเด็ดพร้อมของสมนาคุณจัดเต็มให้คนทำงานรุ่นใหม่มือไวซื้อไว้ใช้เป็นแท็บเล็ตคู่ใจ

  • HUAWEI MatePad 11 หน่วยความจำ 6GB + 128 GB (รุ่น WiFi) สี Isle Blue มาในราคาสุดคุ้มเพียง 15,990 บาทเท่านั้น รับไปเลยของสมนาคุณ HUAWEI Smart Magnetic Keyboard พร้อมสิทธิพิเศษจากแอปฯ ต่างๆ ได้แก่ HUAWEI Cloud 1 เดือน (50GB), HUAWEI Video VIP 1 เดือน, WPS Office VIP 3 เดือน และ FilmoraGo HD VIP 3 เดือน รวมมูลค่าของสมนาคุณ 6,173 บาท เมื่อซื้อสินค้าตั้งแต่วันนี้ – 15 สิงหาคม 2564 นี้เท่านั้น
  • HUAWEI MatePad 11 หน่วยความจำ 6GB + 128 GB (รุ่น WiFi) สี Matte Grey ราคา 19,990 บาท โดยมาพร้อม HUAWEI M-Pencil (2nd generation) ในกล่อง รับไปเลยให้หนำใจ HUAWEI Smart Magnetic Keyboard, HUAWEI Freelace Pro และสิทธิพิเศษจากแอปฯ ต่างๆ ได้แก่ HUAWEI Cloud 1 เดือน (50GB), HUAWEI Video VIP 1 เดือน, WPS Office VIP 3 เดือน และ FilmoraGo HD VIP 3 เดือน มูลค่ารวม 9,172 บาท เมื่อซื้อสินค้าตั้งแต่วันนี้ – 15 สิงหาคม 2564 นี้เท่านั้น

ถ้าอยากสัมผัส ความฉับไว ลื่นไหล ไร้รอยต่อของ HUAWEI MatePad 11 รีบไปสั่งซื้อกันได้แล้วที่นี่ (https://bit.ly/2UuR7EQ) โดยสามารถสั่งซื้อสินค้าได้ที่ HUAWEI Store (https://bit.ly/2UuR7EQ), HUAWEI Experience Store, ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ และร้านค้าอย่างเป็นทางการของหัวเว่ยบนแพลตฟอร์ม E-Commerce อย่าง JD Central, Lazada และ Shopee

from:https://notebookspec.com/web/607223-recommend-huawei-matepad11-2021

สมาคมการตลาดฯ ร่วมกับภาคีการศึกษาทั่วประเทศ จัดงานออนไลน์ครั้งยิ่งใหญ่ มุ่งพัฒนานักการตลาดในทุกภูมิภาคสู้โควิด-19

จากสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ ภาคธุรกิจต้องปรับตัวเป็นอย่างมากเพื่อการอยู่รอด สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย จึงผนึกกำลังกับภาคีการศึกษาทั่วประเทศ นำโดย มหาวิทยาลัย ขอนแก่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ร่วมจัดงาน “MAT National Webinar 2021 : Next Move After Pandemic” งานสัมมนาการตลาดในรูปแบบออนไลน์ครั้งยิ่งใหญ่ ในวันศุกร์ที่ 27 สิงหาคมนี้ เพื่อร่วมกันชี้ทางออกของโลกการตลาดหลังยุควิกฤติโควิด-19

นายอนุวัตร เฉลิมไชย นายกสมาคมการตลาดฯ กล่าวว่า “ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานี้ สถานการณ์โควิด-19 ได้กลับมาอีกครั้ง สิ่งที่ภาคธุรกิจต้องเตรียมตัว ไม่ใช่การรอคอยว่าเหตุการณ์นี้จะจบเมื่อไร แต่เราต้องพร้อมรับมือและปรับตัวไปกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง สมาคมการตลาดฯจึงร่วมกันภาคีภาคการศึกษาทั่วประเทศ จำนวน 33 สถาบัน นำโดย มหาวิทยาลัย ขอนแก่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมหาวิทยาลัยหาดใหญ่ จัดงาน “MAT National Webinar 2021 : Next Move After Pandemic ก้าวต่อไปในโลกการตลาด ปรับธุรกิจฝ่าวิกฤตโควิด-19”

โดยในงานจะมีการเชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ตรงจากหลากหลายธุรกิจ มาแบ่งปันความรู้และมุมมองในการเผชิญกับปัญหาด้วยกลยุทธ์การตลาด และเครื่องมือทางการตลาดใหม่ๆ เพื่อเปลี่ยนวิกฤติครั้งนี้ ให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจ เพราะเราเชื่อว่าเมื่อเราทุกคนร่วมมือกัน และผสานองค์ความรู้ที่มีเข้าด้วยกัน ภาคธุรกิจและผู้ประกอบการไทย จะต้องรอดและจะกลับมาเติบโตไปด้วยกัน

โดยงานจะมีขึ้น ในวันศุกร์ที่ 27 สิงหาคม 2564 เวลา 9.00-15.00 ในรูปแบบออนไลน์ เพื่อให้ผู้ประกอบการจากทุกจังหวัด ทุกภูมิภาคสามารถเข้าชมได้โดยสะดวก เพราะเราอยากให้ทุกท่านมาร่วมฟังหลากหลายมุมมองดีๆ ในแง่มุมของการปรับเปลี่ยนธุรกิจ, อัปเดตกลยุทธ์การสื่อสารด้วยภาพให้ตรงใจผู้บริโภค, เรียนรู้เครื่องมือทางการตลาดดิจิทัลกับเทคโนโลยีการตลาดทางเลือกของ SME ไทย, การปรับเปลี่ยนในตลาด e-commerce, และฟัง case studyที่น่าสนใจจากผู้บริหารระดับสูงจากหลากหลายวงการ อาทิ คุณอริยะ พนมยงค์ CEO และ ผู้ก่อตั้งบริษัท Transformational คุณไผท ผดุงถิ่น CEO บริษัท บิลค์ เอเชีย จำกัด คุณธนพงศ์ วงศ์ชินศรี ผู้ร่วมก่อตั้ง Penguin Eat Shabu คุณมีศักดิ์ ชุนหรักษ์โชติ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดชลบุรี คุณภพพล เกษมสันต์ ณ อยุธยา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว และ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จังหวัดขอนแก่น ดร.ปิยะนุช สัมฤทธิ์ นายกสมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย คุณจักรพล จันทวิมล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด คุณชลิต ตันติธรรม ผู้จัดการ พัฒนาธุรกิจ Getty Images ประเทศไทย คุณธัญญ์นิธิ อภิชัยโชติรัตน์ ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท สมอลเวิล์ดฟอร์คิดส์ จำกัด คุณผรินทร์ สงฆ์ประชา Chief Executive Officer and Founder of Nasket เป็นต้น

งานดีๆอย่างนี้พลาดไม่ได้ เพราะเป็นโอกาสดีที่นักการตลาดในทุกภูมิภาคจะได้แลกเปลี่ยนความรู้ และ นำองค์ความรู้ใหม่ๆไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์กับธุรกิจของท่าน ซึ่งนับเป็นภารกิจหลักของสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างผู้ประกอบการทุกๆธุรกิจเสมอ” นายอนุวัตรกล่าวทิ้งท้าย
สำหรับผู้ที่มีความสนใจที่จะเข้าร่วมงาน สามารถลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่ https://www.marketingthai.or.th/event/mat-national-webinar-2021 โดยจะมีค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียนเพียง 200 บาทเท่านั้น หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย โทร 02-679-7360-3 หรือ Line ID : @matsociety

from:https://www.thumbsup.in.th/mat-retail-event-online?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=mat-retail-event-online

“ไทยแอร์เอเชีย” หยุดจ่ายเงินเดือนให้พนักงานรอประกันสังคมช่วยเหลือ

ปัญหาเกี่ยวกับธุรกิจสายการบินต้องหยุดชะงักยังคงเป็นปัญหาใหญ่ แม้แต่ไทยแอร์เอเชียเองก็ยังยื้อต่อไม่ไหว ประกาศหยุดทำการบิน และเตรียมให้พนักงานรอรับเงินเยียวยาจากทางประกันสังคมแทน และคาดหวังว่าช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ทุกอย่างจะฟื้นกลับมาได้อีกครั้ง

ทั้งนี้ บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด เปิดเผยว่า จากผลกระทบของการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้ธุรกิจสายการบินได้รับผลกระทบจากคำสั่งสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กทพ.) ที่ให้สายการบินหยุดทำการบินเส้นทางบินในประเทศโดยเฉพาะในพื้นที่สีแดงเข้ม ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา

ประกอบกับผลกระทบที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นมาจนถึงการแพร่ระบาดในระลอกที่ 3 หรือในปัจจุบัน โดยสายการบินต้องทยอยประกาศหยุดทำการบินเส้นทางบินในประเทศชั่วคราวทั้งหมดตั้งเเต่เดือนก.ค. ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจสายการบิน โดยเฉพาะสภาพคล่องและเงินหมุนเวียนในบริษัท

โดยในการประชุมเมื่อวันที่ 29 กรกฏาคม 2564 ผู้บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชียได้ชี้แจงกับพนักงานว่าที่ผ่านมาสายการบินได้พยายามหาวิธีในการแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการหมุนเวียนกำลังพล (lwp) การปรับลดไฟล์ท การเจรจาหนี้ การขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) เพื่อพยุงการจ้างงานในช่วง 1 ปีนับจากนี้

แต่ก็ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาล ขณะที่การขอเพิ่มทุนจากสถาบันการเงินของสายการบินก็ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ

แม้ว่าบริษัทจะพยายามผลักดันเงื่อนไขเต็มที่แล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถประคองธุรกิจให้ไปต่อได้ จึงออกเอกสารขอความร่วมมือแก่พนักงาน ดังนี้

สำหรับเดือนกรกฎาคม 2564

  • พนักงานระดับผู้จัดการขึ้นไป รวมถึงผู้บริหารระดับสูง เลื่อนการจ่ายเงินเดือนทั้งหมดไปในเดือนกันยายน 2564
  • พนักงานระดับปฏิบัติการขึ้นไป ที่ Active (ปฏิบัติงานอยู่)จ่ายเงินเดือน 50% และเลื่อนการจ่าย 50% ที่เหลือไปในเดือนกันยายน 2564
  • พนักงานที่ Inactive (ไม่ได้ปฏิบัติงาน) เลื่อนการจ่ายเงิน 25% ไปในเดือนกันยายน 2564

สำหรับเดือนสิงหาคม 2564

  • บริษัทจะหยุดประกอบกิจการทั้งหมดเป็นการชั่วคราว จึงมีความจำเป็นต้องให้พนักงานหยุดปฏิบัติงาน 100% เพื่อให้เข้าเงื่อนไขได้รับเงินช่วยเหลือในส่วนของประกันสังคม

ทั้งนี้บริษัทหวังว่าในเดือนกันยายน 2564 สถานการณ์ต่างๆจะปรับตัวดีขึ้น บริษัทได้รับแหล่งเงินทุน เเละทยอยกลับมาให้บริการเที่ยวบินต่างๆ ได้อีกครั้ง ซึ่งจะทำให้สามารถจ่ายเงินเดือนให้พนักงานตามรอบปกติได้ต่อไป

สายการบินขอให้ทุกคนทำความเข้าใจสถานการณ์ วางแผนทางการเงิน ประหยัดในช่วงนี้ ใช้เท่าที่จำเป็น รวมถึง การรับความช่วยเหลือจากรัฐ (เงินช่วยเหลือและประกันสังคม) และ ขอให้รักษาสุขภาพ หลีกเลี่ยงการเดินทาง มีสุขภาพแข็งแรงเพื่อวันที่จะกลับมาบิน

ขอขอบคุณที่ทุกคนเสียสละและเข้าใจ ทั้งนี้ผู้บริหารยังคงมีกำลังใจในการแก้ปัญหาต่อไป และขอโทษที่เราอาจจะจัดการได้ไม่ดีเท่าที่ควรจนทำให้มีผลกระทบกับทุกคน

อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่ของสายการบินในครั้งนี้ ต้องรอดูว่าโควิด -19 จะลดลงและทำให้ทุกคนกลับมาเดินทางได้อีกครั้งเมื่อไหร่

ที่มา : TNNOnline, เดลินิวส์

from:https://www.thumbsup.in.th/thai-airasia-covid?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=thai-airasia-covid

AWS ปลดเกษียณ EC2-Classic บริการคลาวด์ยุคแรกเริ่ม เลิกใช้ถาวรในปี 2022

AWS ประกาศแผนการยกเลิกบริการ EC2 รุ่นแรกสุดของบริษัท (ปัจจุบันเรียก EC2-Classic) ที่เปิดบริการครั้งแรกในปี 2006 ตั้งแต่ยุคบุกเบิกของ AWS (บริการตัวแรกสุดจริงๆ คือ S3 ส่วน EC2 คือตัวที่สอง ห่างกันไม่กี่เดือน)

เวลาผ่านมา 15 ปี ตัวบริการ EC2-Classic แบบดั้งเดิมเริ่มไม่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่อีกต่อไป เพราะ EC2-Classic ยุคแรกถูกสร้างมาในยุคที่มี public IP แจกอยู่ ในขณะที่ปัจจุบัน ระบบเครือข่ายของ EC2 รุ่นหลังๆ เป็น Virtual Private Cloud (VPC) หมดแล้ว

EC2-Classic ไม่มีขายแล้วสำหรับบัญชี AWS ที่สร้างหลังปี 2013 เป็นต้นมา แต่ยังมีงานเก่ารันอยู่ และลูกค้าเก่ายังสามารถซื้อ instance แบบเดิมได้อยู่

แผนการปลดเกษียณจะเริ่มจากปิดระบบ EC2-Classic ในเขตบริการ (Region) ต่างๆ ที่ไม่มีคนใช้แล้วในวันที่ 30 ตุลาคม 2021 และปิดระบบอย่างสมบูรณ์ในวันที่ 15 สิงหาคม 2022

AWS จะช่วยลูกค้า EC2-Classic เดิมย้ายระบบมาเป็น VPC ซึ่งดูรายละเอียดได้จากเอกสาร หรือจะติดต่อซัพพอร์ตของ AWS ก็ได้เช่นกัน

ที่มา – AWS

from:https://www.blognone.com/node/124001

LINE MELODY MUSIC CHARTS เสิร์ฟชาร์ตเพลงฮอต ยอดดาวน์โหลดฮิต ที่ต้องติดตาม ให้ไม่ตกเทรนด์

LINE เปิดประสบการณ์ใหม่กับ LINE MELODY MUSIC CHARTS ชาร์ตเพลงยอดฮิต รายงานอันดับเพลงยอดนิยมประจำเดือนจากยอดดาวน์โหลด LINE MELODY ที่สะท้อนผลตอบรับและความนิยมในผลงานเพลง รวมถึงศิลปินได้อย่างชัดเจน เติมเต็มความสนุกและอินเทรนด์ พร้อมสื่อความรู้สึกของการสื่อสารในแบบที่พลาดไม่ได้

นอกเหนือจากส่งสติกเกอร์ที่สื่อความหมายได้มากกว่าการพิมพ์แชทปกติแล้วนั้น เสียงเพลงอย่าง LINE MELODY ถือเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ช่วยบ่งบอกความเป็นตัวตนของผู้ใช้งาน LINE ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ความรู้สึก ณ ตอนนั้น ๆ หรือความชื่นชอบในศิลปินที่คลั่งไคล้ จนทำให้ LINE MELODY กลายเป็นอีกสิ่งที่ช่วย #แทนใจได้ทุกอารมณ์ และยังเป็นบริการที่แสดงให้เห็นถึงความนิยมของตัวศิลปินในตลาดเพลงเมืองไทยได้ชัดเจนอีกทางหนึ่ง

จึงเป็นที่มาของ LINE MELODY MUSIC CHARTS ที่จะรายงานลำดับเพลงฮอต จากยอดดาวน์โหลด LINE MELODY ทุกสิ้นเดือน ให้ผู้ใช้งานได้ร่วมส่งกำลังใจเชียร์ผลงานศิลปินที่ตนเองชื่นชอบ โดยมีคลังเพลงฮิตมากกว่า 30,000 เพลง จากกว่า 36 พันธมิตรค่ายเพลง และ Music Distributors ทั้งไทยและต่างประเทศ และยังเดินหน้าอัปเดตผลงานเพลงใหม่จากทุกศิลปินอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้พลาดในทุกกระแสและทุกอารมณ์

อย่ารอจนตกยุค อย่าช้าจนตกเทรนด์ โหลดเพลง LINE MELODY ได้ที่ melody.line.me แล้วร่วมลุ้นไปกับชาร์ตเพลงฮอต ยอดดาวน์โหลดฮิตติดอันดับ พร้อมเชียร์ศิลปินที่ชื่นชอบ และร่วมกิจกรรมรับของรางวัลสุดพิเศษมากมาย กับ LINE MELODY MUSIC CHARTS ได้ทุกสิ้นเดือน

เริ่มเปิดประสบการณ์ความสนุกครั้งแรก 31 กรกฎาคมนี้ เวลา 19.00 น. เพียงเพิ่มเพื่อนและรอชม LIVE ได้เลยที่ https://lin.ee/2nzHQKT/ddkh/lmmcharts หรือผ่านช่องทาง Facebook LINE MELODY Thailand, YouTube LINE MELODY Thailand และ LINE TV

แล้วคุณจะรู้ว่าเสียงเพลง #แทนใจได้ทุกอารมณ์ ได้อย่างแท้จริง #LINEMELODY #LMMCHARTS #LINEMELODYMUSICCHARTS

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/line-melody-music-charts/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=line-melody-music-charts

Skanhub แจกชุดตรวจโควิด Antigen Test Kit 500 ชุด

Skanhub แอปพลิเคชันไลน์มิติใหม่แห่งการสะสมและลุ้นรับของรางวัล ได้เล็งเห็นถึงความรุนแรงของการระบาดของเชื้อ โควิด-19 ในช่วงนี้  จึงขอส่งต่อความห่วงใยถึงประชาชนที่กำลังจับมือผ่าวิกฤตในครั้งนี้ไปด้วยกัน ด้วยการแจกชุดตรวจโควิด (Antigen Test Kit) จำนวน 500  ชุด เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางออกของกลุ่มเสี่ยงที่รอคิวตรวจโควิด

Skanhub

เพียงลงทะเบียนผ่านไลน์ @skanhub หรือ https://lin.ee/2bxcPBt ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 5 สิงหาคม 2564 แจ้งผลผู้ได้รับ ชุดตรวจโควิด (Antigen Test Kit) ในวันที่ 6 สิงหาคม 2564 พร้อมจัดส่งฟรีถึงปลายทางภายใน 3-7 วัน

ติดตามข่าวสารและกิจกรรมที่น่าสนใจของ Skanhub ผ่านทาง Facebook Page: Skanhub หรือ https://www.facebook.com/skanhub/

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/skanhub-gives-away-500-antigen-test-kits-for-covid-19/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=skanhub-gives-away-500-antigen-test-kits-for-covid-19

for feed news app

%d bloggers like this: