ดีแทค ตรวจสอบความพร้อมสัญญาณรองรับประชาชนรวมใจร่วมชมพระราชพิธีฯ ‘ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค’ วันที่ 12 ธันวาคม นี้

 

ดีแทค ตรวจสอบความพร้อมโครงข่ายและสัญญาณรองรับการใช้งานบริเวณเส้นทางที่ประชาชนจำนวนมหาศาลจะมาร่วมชมพระราชพิธีฯ ‘ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค’ ซึ่งเป็นพระราชพิธีสำคัญที่สืบทอดตามแบบโบราณราชประเพณีที่มีความสำคัญยิ่งของชาวไทย โดยกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2562

 

นายประเทศ ตันกุรานันท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเทคโนโลยี บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรองรับประชาชนจำนวนมหาศาลที่จะเดินทางมาร่วมชมพระราชพิธีฯ ‘ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค’ เพื่อร่วมกันเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในพระราชพิธีอันยิ่งใหญ่ของชาติไทย

ดีแทคจึงได้จัดเตรียมและตรวจสอบความพร้อมโครงข่ายและขยายสัญญาณมือถือ เพื่อรองรับการใช้งานเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ขบวนเรือแล่นผ่านตั้งแต่ท่าวาสุกรี ถึงท่าราชวรดิฐ ทั้งนี้ ดีแทคได้ติดตั้งเสาสัญญาณชั่วคราว (temporary sites) เพิ่มรถโมบายล์ เพิ่มสมอลเซลล์ขยายสัญญาณ และปรับพารามิเตอร์สัญญาณให้เหมาะกับการใช้งาน ตลอดเส้นทางที่ประชาชนจะเข้าร่วมชมพระราชพิธีฯ รวมถึงพื้นที่รับเสด็จ จุดคัดกรอง จุดรับ-ส่งรถโดยสาร พร้อมตั้งทีมดูแลสัญญาณในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง”

 

from:http://mobileocta.com/dtac-prepares-mobile-network-for-spectators-of-historic-royal-barge-procession-on-dec-12/

OPPO Reno3 Pro ผ่านการรับรองจาก TENAA พร้อมเผยสเปกเต็ม ก่อนเปิดตัวเร็วๆ นี้

 

OPPO มีแผนจะเปิดตัว Reno3, Reno3 Pro และ Reno3 Pro 5G ว่าที่สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในตระกูล Reno Series ภายในเดือนธันวาคมนี้ โดยหลังจากที่ Reno3 ผ่านการรับรองจาก TENAA ไปเมื่อสัปดาห์ก่อน

ล่าสุดคราวนี้ถึงคิวของ Reno3 Pro 5G ที่ผ่านการรับรองจาก TENAA ด้วยเหมือนกัน พร้อมเผยสเปกเต็มออกมาให้เห็นกันแล้ว

 

OPPO Reno3 Pro

สำหรับสเปกของ OPPO รหัสรุ่น PCRM00 และ PCRT00 (มี 2 รุ่นแต่สเปกเดียวกัน) ซึ่งคาดว่าจะเป็น OPPO Reno3 Pro 5G ที่ปรากฎบนเว็บ TENAA นั้น มาพร้อมขนาด 159.4×72.4×7.7 มม. และน้ำหนัก 172 กรัม

หน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ความละเอียด  FHD+ 2400×1080 พิกเซล ขนาด 6.5 นิ้ว และฝังเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.4GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 765G ตามที่ OPPO ประกาศก่อนหน้านี้ จับคู่กับ RAM 8GB, หน่วยความจำ 128GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย ColorOS

ด้านหลังติดตั้งกล้องหลัง 4 ตัว Quad Camera พร้อมไฟแฟลช LED ในแนวตั้งอยู่มุมซ้ายด้านบน ความละเอียด 48MP + 13MP (เลนส์ Telephoto ซูมออพติคอล 3 เท่า) + 8MP (เลนส์ Ultra Wide) + 2MP (เลนส์ Depth) ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล

ส่วนด้านซ้ายข้างเครื่องมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง และด้านขวามีปุ่มเปิดปิดเครื่องที่ดีไซน์เป็นปุ่มสีเขียวให้ดูเด่นขึ้นมา โดย OPPO Reno3 Pro 5G จะมีให้เลือก 4 สีคือ สีขาว สีน้ำเงิน สีแดง และสีดำ และใช้แบตเตอรี่ความจุ 4,025mAh

นอกจากนี้ยังมีคลิปวิดีโอ Hands On ของ OPPO Reno3 Pro ที่เผยให้เห็นเครื่องจริงกัน ส่วนวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการนั้นยังไม่มีการเปิดเผยออกมาในตอนนี้ ซึ่งถ้ามีข้อมูลเพิ่มเติมจะมารายงานให้ทราบกันครับ

ที่มา : Gsmarena

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน OPPO ที่นี่ >>> http://bit.ly/2CtyuWo

 

from:http://mobileocta.com/oppo-reno3-pro-5g-full-specs-revealed-by-tenaa/

ยืนยัน!! realme X50 5G จะใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 765G SoC ก่อนเปิดตัวเร็วๆ นี้

 

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา realme ได้เผยข้อมูลของ realme X50 5G ว่าที่สมาร์ทโฟน 5G รุ่นแรกของบริษัทว่า จะรองรับ 5G แบบ Dual Mode แต่ยังไม่เปิดเผยวันเปิดตัวออกมา ล่าสุดได้ปล่อยทีเซอร์เผยสเปกสำคัญอีกอย่างหนึ่งออกมาให้ทราบกันแล้ว

 

realme X50 5G

บัญชี Weibo อย่างเป็นทางการของ realme ได้โพสต์ภาพทีเซอร์ประกาศว่า realme X50 5G จะมาพร้อมชิปเซ็ท Snapdragon 765G SoC ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อไม่นานมานี้ โดยเป็นชิปเซ็ทรุ่นอัปเกรดเพิ่มประสิทธิภาพจากรุ่น  765 รวมทั้งใส่โมเด็ม Snapdragon X52 5G ที่มีความเร็วในการดาวน์โหลดถึง 1.2Gbps บน 4G และ 3.7Gbps บน 5G

นอกจากนี้ในภาพทีเซอร์ยังเผยให้เห็นเงาด้านหน้าตัวเครื่อง realme X50 5G ทีมาพร้อมจอแสดงผลแบบ Punch Hole Display เจาะรูที่มุมซ้ายด้านบนสำหรับฝังกล้องเซลฟี่แบบคู่ ตามที่เป็นข่าวลือก่อนหน้านี้ ในส่วนสเปกอื่นๆ ยังไม่มีข้อมูลเผยออกมาในตอนนี้ ซึ่งถ้ามีข้อมูลเพิ่มเติมจะมารายงานให้ทราบกันครับ

ที่มา : Gsmarena

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน realme ได้ที่นี่ >>> http://bit.ly/2Uk8hju

 

from:http://mobileocta.com/realme-x50-5g-will-be-powered-by-the-snapdragon-765g-soc/

เปิดตัว Redmi K30 และ K30 5G มาพร้อมจอ 6.67 นิ้ว 120Hz เจาะรูฝังกล้องเซลฟี่คู่ และกล้องหลัง 4 ตัว 64MP

 

Xiaomi ประกาศเปิดตัว Redmi K30 Series อย่างเป็นทางการที่ประเทศจีน โดยเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในตระกูล K Series ที่ประกอบด้วย Redmi K30 และ Redmi K30 5G

มาพร้อมจุดเด่นจอแสดงผลที่มีอัตรารีเฟรชเรทสูงถึง 120Hz, ใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 765G รุ่นแรกของโลก (รุ่น 5G), กล้องเซลฟี่คู่ และกล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล

 

สเปก Redmi K30 5G

 

Redmi K30 5G

ตัวเครื่องมีขนาด  165.3×76.6×8.79 มม. และน้ำหนัก 208 กรัม หน้าจอแสดงผลจอเจาะรู Punch Hole Display แบบ IPS LCD ความละเอียด FHD+ 2400 x 1080 พิกเซล ขนาด 6.67 นิ้ว ในสัดส่วน 20:9 โดยมีอัตรารีเฟรชเรท 120Hz, รองรับ HDR10 และครอบทับด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 5

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.4GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 765G (7nm),หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 620, RAM 6GB/8GB, หน่วยความจำภายใน 64GB/128Gb/256GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 512GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย MIUI 11

ติดตั้งกล้องหลัง 4 ตัว AI Quad Camera พร้อมไฟแฟลช LED ประกอบด้วย

  • กล้องหลัก เซ็นเซอร์ Sony IMX686 ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.89
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 และถ่ายมุมกว้างได้ 120 องศา
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
  • กล้องตัวที่ 4 เลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่คู่ กล้องหลักความละเอียด 20 ล้านพิกเซล และกล้องรองความละเอียด 2 ล้านพิกเซล

รวมทั้งติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างเครื่อง,รองรับ 2 SIM, รองรับ 4G LTE, 5G แบบ Dual Mode, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, ฺBluetooth 5.1, พอร์ตอินฟราเรด, NFC, วิทยุ FM, ช่องหูฟัง 3.5 มม., ลำโพง Smart PA พร้อมฟีเจอร์ 1217 super linear speaker เพิ่มความดังให้ลำโพง, พอร์ต USB Type-C และแบตเตอรี่ความจุ 4,500mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 30W

ทั้งนี้ Redmi K30 5G มีให้เลือก 4 สีคือ สีขาว สีน้ำเงิน สีแดง และสีม่วง โดยจะเริ่มวางจำหน่ายที่ประเทศจีนในเดือนมกราคม 2020 ส่วนราคามีดังนี้

  • RAM 6GB + 64GB ราคา 1,999 หยวนหรือประมาณ 8,600 บาท
  • RAM 6GB + 128GB ราคา 2,299 หยวนหรือประมาณ 9,900 บาท
  • RAM 8GB + 128GB ราคา 2,599 หยวนหรือประมาณ 12,000 บาท
  • RAM 8GB + 256GB ราคา 2,899 หยวนหรือประมาณ 12,500 บาท

สเปก Redmi K30

 

ตัวเครื่องมีขนาด  165.3×76.6×8.79 มม. และน้ำหนัก 208 กรัม หน้าจอแสดงผลจอเจาะรู Punch Hole Display แบบ IPS LCD ความละเอียด FHD+ 2400 x 1080 พิกเซล ขนาด 6.67 นิ้ว ในสัดส่วน 20:9 โดยมีอัตรารีเฟรชเรท 120Hz, รองรับ HDR10 และครอบทับด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 5

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.2GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 730G (8nm),หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 618, RAM 6GB/8GB, หน่วยความจำภายใน 64GB/128Gb/256GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 512GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย MIUI 11

ติดตั้งกล้องหลัง 4 ตัว AI Quad Camera พร้อมไฟแฟลช LED ประกอบด้วย

  • กล้องหลัก เซ็นเซอร์ Sony IMX686 ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.89
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 และถ่ายมุมกว้างได้ 120 องศา
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
  • กล้องตัวที่ 4 เลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่คู่ กล้องหลักความละเอียด 20 ล้านพิกเซล และกล้องรองความละเอียด 2 ล้านพิกเซล

รวมทั้งติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างเครื่อง,รองรับ 2 SIM, รองรับ 4G LTE, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, ฺBluetooth 5.1, พอร์ตอินฟราเรด, NFC, วิทยุ FM, ช่องหูฟัง 3.5 มม., ลำโพง Smart PA พร้อมฟีเจอร์ 1217 super linear speaker เพิ่มความดังให้ลำโพง, พอร์ต USB Type-C และแบตเตอรี่ความจุ 4,500mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 27W

ทั้งนี้ Redmi K30 มีให้เลือก 4 สีคือ สีขาว สีน้ำเงิน สีแดง และสีม่วง โดยจะเริ่มวางจำหน่ายที่ประเทศจีนในวันที่ 12 ธันวาคม ส่วนราคามีดังนี้

  • RAM 6GB + 64GB ราคา 1,599 หยวนหรือประมาณ 6,900 บาท
  • RAM 6GB + 128GB ราคา 1,699 หยวนหรือประมาณ 7,300 บาท
  • RAM 8GB + 128GB ราคา 1,899 หยวนหรือประมาณ 8,200 บาท
  • RAM 8GB + 256GB ราคา 2,199 หยวนหรือประมาณ 9,500 บาท

ที่มา : Gsmarena

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Xiaomi ที่นี่ >>> http://bit.ly/2NR8Fla

 

from:http://mobileocta.com/redmi-k30-and-k30-5g-arrive-with-6-67-120hz-display-and-64mp-quad-camera/

หลุดข้อมูล Xperia 3 จากเว็บ Geekbench พบใช้สเปคระดับไฮเอนด์ทั้งชิป Snapdragon 865 และ RAM 12GB

ถึงแม้ว่าช่วงหลังๆ มานี้ แผนกมือถือของ Sony จะประสบกับปัญหายอดขายดิ่งเหวอยู่เรื่อยๆ แต่ทาง Sony ก็ไม่ยอมแพ้ เปิดตัวมือถือรุ่นใหม่ออกมาอยู่เป็นระยะๆ อย่างไม่กี่วันที่ผ่านมาก็เริ่มมีข้อมูลของมือถือเรือธงรุ่นใหม่อย่าง Xperia 3 ทะยอยหลุดออกมาบ้างแล้วเช่นภาพเรนเดอร์ของตัวเครื่องแบบฝาหลังโค้ง และล่าสุดกับข้อมูลสเปคที่หลุดออกมาจากเว็บ Geekbench ว่ามือถือรุ่นนี้จะมีสเปคอยู่ในระดับไฮเอนด์เลยทีเดียว

ข้อมูลสเปคล่าสุดของ Xperia 3 ที่หลุดออกมาคราวนี้ เป็นข้อมูลที่ได้มาจากเว็บไซท์ Geekbench ที่ได้ทดสอบประสิทธิภาพของมือถือรุ่นดังกล่าว โดยพบว่า Xperia 3 ใช้ชิป Snapdragon 865 รุ่นล่าสุดที่พึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปสดๆ ร้อนๆ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยคะแนนที่ออกมา Single-Core อยู่ที่ 4261 คะแนน และ Multi-Core อยู่ที่ 13422 คะแนน

ยังมีข้อมูลของ RAM อีกด้วย ว่าจะอัดมาให้เต็มที่ถึง 12GB ซึ่งถือว่าจัดเต็มสุดๆ เพราะจาก Xperia รุ่นที่ผ่านๆ มา Sony ให้ RAM มาไม่เคยเกิน 6GB เลย

xperia-5

เรือธงรุ่นล่าสุด Xperia 5 ยังให้ RAM มาแค่ 6GB

สำหรับสเปคอื่นๆ ในตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลอะไรออกมาเลย แต่ก็มีข่าวลือออกมาบ้างแล้วว่า Xperia 3 จะมีกล้องหลังถึง 6 ตัว ประกอบด้วยกล้องความละเอียด 48MP + 20MP + 16MP + 12MP + 8MP และจะมีเซ็นเซอร์ 3 มิติ ToF อีกต่างหาก

นอกจากนี้ยังมีข่าวลืออีกว่า Xperia 3 จะเปิดตัวออกมาทั้งหมด 4 รุ่น ซึ่งแต่ละรุ่นก็จะมีสเปคแตกต่างกันออกไปเล็กน้อย โดยรุ่นท็อปจะมีหน้าจอความละเอียดระดับ QHD และจะรองรับการใช้งาน 5G ด้วย

 

ที่มา : Gizchina

from:https://droidsans.com/sony-xperia-3-appears-in-geekbench-with-the-snapdragon-865/

Huawei ยืนยัน!! พร้อมนำ HarmonyOS มาใช้กับสมาร์ทโฟนในต้นปี 2020

Wang Chenglu ประธาน Huawei ยืนยันว่าจะเริ่มนำระบบปฏิบัติการ HarmonyOS มาใช้กับสมาร์ทโฟนบางรุ่นในต้นปีหน้า แต่ยังไม่ได้ประกาศว่าจะนำมาใช้กับสมาร์ทโฟนในกลุ่มใด

อย่างไรก็ตาม HarmonyOS ยังไม่ได้มาแทนที่ Android ของ Google พร้อมยืนยันว่าสมาร์ทโฟนของ Huawei ในปี 2020 ยังคงใช้ Android เป็นระบบปฏิบัติการหลัก

Wang Chenglu ยังให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า HarmonyOS จะเป็นระบบปฏิบัติการแบบเปิดอย่างเต็มรูปแบบในเดือนสิงหาคม 2020 ซึ่งจะช่วยให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์สามารถสร้างเกมและแอพสำหรับ HarmonyOS ได้ง่ายขึ้น

ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่า สมาร์ทโฟนของ Huawei ในปี 2020 อาจถูกออกแบบมาให้รองรับระบบปฏิบัติการคู่ ให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกได้ว่าจะทำงานบน HarmonyOS หรือ Android

ที่มา – Gizchina
https://www.flashfly.net/wp/277446

from:https://www.flashfly.net/wp/277446

Apple ออกอัพเดต iOS 13.3 และ iPadOS 13.3 มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่หลายรายการ

แอปเปิลออกอัพเดตใหญ่ iOS 13.3 และ iPadOS 13.3 ต่อจากอัพเดตก่อนหน้านี้ iOS 13.2.3 ผู้ใช้งานสามารถอัพเดตผ่าน OTA ได้โดยไปที่แอป Settings > General > Software Update

ในอัพเดตนี้เป็นการเพิ่มฟีเจอร์ที่สำคัญหลายรายการ ที่แอปเปิลเคยประกาศไปก่อนหน้านี้ รวมทั้งปรับปรุงด้านความปลอดภัย อาทิ

  • Screen Time ผู้ปกครองสามารถจำกัดรายชื่อผู้ติดต่อในโทรศัพท์, FaceTime, Message ของลูกได้
  • Safari รองรับการยืนยันด้วยคีย์ NFC, USB และ Lightning FIDO2
  • เพิ่มการตั้งค่าในคีย์บอร์ดอีโมจิให้เลือกไม่แสดง Animoji กับ Memoji ได้
  • เพิ่มตัวเลือกเวลาแก้ไขตัดต่อวิดีโอ ให้บันทึกเป็นคลิปใหม่ได้
  • แก้ไขบั๊กหลายรายการ อาทิ ปัญหาโหลดอีเมลข้อความใหม่, ปัญหาไม่บันทึกรูปหน้าจอที่มีการแก้ไข, เคอร์เซอร์ไม่ขยับเมื่อกดค้างสเปซบาร์ ฯลฯ

นอกจากนี้แอปเปิลยังออกอัพเดต iOS 12.4.4 สำหรับผู้ใช้ iOS รุ่นเก่า (iPhone 5s, iPhone 6, iPhone 6 Plus, iPad Air, iPad mini 2, iPad mini 3 และ iPod touch 6th gen) เป็นการแก้ไขช่องโหว่ FaceTime ที่มีรายงานการค้นพบ

ที่มา: MacRumors

iOS 13

from:https://www.blognone.com/node/113594

for feed news app

%d bloggers like this: