6 เคล็ดลับจาก Facebook เพื่อความปลอดภัยและรับมือกับข้อมูลเท็จเกี่ยวกับโควิด-19

ในขณะที่ประเทศไทยยังคงรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่และเร่งดำเนินการเพื่อให้ผู้คนได้รับการฉีดวัคซีน Facebook ตระหนักว่าผู้คนหันมาใช้โซเชียลมีเดียมากขึ้นกว่าที่เคยเพื่อติดต่อและแชร์ข้อมูลกับครอบครัวและเพื่อนของพวกเขาในช่วงเวลานี้ ดังนั้น การสนับสนุนคนไทยในการดูแลตนเองให้ปลอดภัยและได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนและถูกต้อง ในขณะที่พวกเขากำลังก้าวผ่านสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกที่สามนี้ จึงมีความสำคัญมากกว่าที่ผ่านมา

Facebook มุ่งมั่นทำงานเพื่อให้คนไทยสามารถได้รับข้อมูลที่เป็นปัจจุบันและถูกต้อง ปัจจุบันเราได้ช่วยให้ผู้คนกว่า 2 พันล้านคนจาก 189 ประเทศทั่วโลกเชื่อมต่อกับแหล่งข้อมูลจากหน่วยงานด้านสาธารณสุข ซึ่งรวมถึง กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ผ่านศูนย์ข้อมูลโควิด-19 บน Facebook

นอกจากนี้ Facebook ได้ลบเนื้อหาที่มีข้อมูลเท็จที่เป็นอันตรายเกี่ยวกับโควิด-19 และวัคซีนที่ได้รับการรับรองกว่า 12 ล้านรายการบนแพลตฟอร์มภายในเครือ อีกทั้งยังติดป้ายเตือนบนโพสต์จำนวนกว่า 167 ล้านรายการ ซึ่งได้รับการตรวจสอบว่ามีเนื้อหาที่ไม่ถูกต้องโดยผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงภายนอกองค์กร

ด้วยจำนวนผู้ใช้งาน Messenger กว่า 1.3 พันล้านคนทั่วโลก และจำนวนผู้ใช้งาน Facebook เป็นประจำทุกเดือนกว่า 60 ล้านคนในประเทศไทย Facebook ประเทศไทย เปิดตัว “แชทชัวร์” ซึ่งขับเคลื่อนด้วยระบบ AI ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ HBot มูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ และสถาบันวัคซีนแห่งชาติ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับดูแลสุขภาพเกี่ยวกับโควิด-19 และวัคซีนที่อัพเดทและเชื่อถือได้แก่ประชาชน โดยพร้อมให้บริการแล้วที่ Social Marketing ThaiHealth by สสส Facebook Page

Facebook ยังได้สนับสนุนข้อมูลแบบเรียลไทม์ รวมทั้งเครื่องมือต่างๆ ให้กับหน่วยงานกว่า 450 หน่วยงานในกว่า 70 ประเทศ เพื่อช่วยให้หน่วยงานผู้กำหนดนโยบาย และนักวิจัยด้านสุขภาพ สามารถเข้าถึงและวิเคราะห์คาดการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ผ่านผลการศึกษาที่มีชื่อว่า Data for Good Symptom Survey ซึ่งรวมถึงผลสำรวจจากผู้ร่วมตอบแบบสอบถามจากประเทศไทยกว่า 2 ล้านคนนับตั้งแต่การเปิดตัวการศึกษาออนไลน์ดังกล่าวเมื่อปีที่ผ่านมา จากผลสำรวจล่าสุด ระบุว่าร้อยละ 75.68 ของคนไทยตั้งใจที่จะฉีดวัคซีน หากตัวเองได้รับการเสนอวัคซีนที่สามารถป้องกันโควิด-19 ได้

ในขณะนี้ Facebook ได้จัดแคมเปญระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดในการสนับสนุนข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19 ที่เชื่อถือได้ ด้วยการช่วยให้ผู้คนค้นพบข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ในการรับวัคซีน และช่วยเหลือผู้คนในการตรวจจับและลดการเผยแพร่ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพของผู้คนในชุมชนของพวกเขา

Facebook ได้รวบรวมเคล็ดลับเพิ่มเติม 6 ข้อ เพื่อช่วยให้คนไทยได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนและถูกต้อง และรับมือกับข้อมูลเท็จเกี่ยวกับโควิด-19 ร่วมกัน เพื่อดูแลความปลอดภัยของทุกคน

  1. อ่านเนื้อหาทั้งหมด ไม่ใช่แค่พาดหัวข่าว อ่านเนื้อหาให้ครบถ้วน ควรระวังเมื่อเห็นรูปภาพ ตัวเลข คำพูด และวันที่ที่ไม่มีแหล่งที่มา รวมถึงข้อมูลเก่าที่ถูกนำมาใช้ หรือไร้บริบท
  2. แหล่งที่มาที่เชื่อถือได้ เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับคุณ ตรวจสอบหน้า “เกี่ยวกับ” หรือ About เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมถึงความน่าเชื่อถือของแหล่งที่มานั้นๆ คุณยังสามารถตรวจสอบว่าหน่วยงานสาธารณสุขยืนยันหรือขัดแย้งกับข้อมูลดังกล่าวหรือไม่
  3. แชร์ข้อเท็จจริง ไม่ใช่ข่าวลือ ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับโควิด-19 มักแพร่กระจายบนเว็บไซต์ที่สร้างให้ดูเหมือนของจริง ขอให้คุณมองหาเบาะแสเล็กๆ น้อยๆ ที่ชี้ไปยังข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง เช่น URL ปลอม การสะกดที่ไม่ถูกต้อง หรือการจัดหน้าที่ดูแปลกตาและไม่เหมาะสม เป็นต้น
  4. พิจารณาภาพรวมบริบททั้งหมดจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ มองหารายงานอื่นๆ จากแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือ เพื่อตรวจสอบว่าเรื่องราวและเนื้อหาดังกล่าว มีข้อมูลที่ถูกต้องจากหน่วยงานด้านสุขภาพหรือไม่
  5. หากเนื้อหาที่ไม่ถูกต้องได้รับการแชร์โดยเพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัว ให้ส่งข้อความส่วนตัวเพื่อแจ้งให้พวกเขาทราบ หากเนื้อหาดังกล่าวได้รับการกดถูกใจและความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ให้ทำการแก้ไขต่อสาธารณะอย่างสุภาพ
  6. หยุดคิดก่อนแชร์ บางเรื่องราวอาจใช้ภาษาที่รุนแรงและสะเทือนอารมณ์โดยไม่ได้ให้ข้อเท็จจริง ขอให้คุณตรวจสอบความถูกต้องก่อนแชร์เรื่องราวดังกล่าว หรืออ้างอิงจากแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพที่เป็นทางการและน่าเชื่อถือ เช่น กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ผ่านศูนย์ข้อมูลโควิด-19 บน Facebook

from:https://www.thumbsup.in.th/6-technic-facebook-for-fake-news?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=6-technic-facebook-for-fake-news

Samsung อาจดึงอดีตหัวกะทิ Apple และ AMD มาพัฒนา CPU Custom หลังไม่พอใจคุณภาพซีรีส์ Cortex จาก ARM

เมื่อปลายปี 2019 ที่ผ่านมา Samsung ได้ตัดสินใจยุบแผนก CPU Mongoose เนื่องจากประสิทธิภาพสู้ฝั่ง Cortex ของ ARM ไม่ได้ แต่ล่าสุดซัมซุงเหมือนจะกลับมาปัดฝุ่นโปรเจกต์ดังกล่าวซะแล้ว หลังไม่พอใจประสิทธิภาพ CPU Cortex รุ่นใหม่

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า Samsung ได้กำลังเจรจาดึงตัวอดีตวิศวกรทั้งจาก Apple และ AMD เข้ามาร่วมพัฒนา CPU ของพวกเขาเอง คล้าย ๆ กับแผนก Mongoose ที่ปิดตัวไปเมื่อช่วงสองปีก่อน โดยหนึ่งในวิศวกรที่ซัมซุงแอบจีบนั้น เป็นผู้อยู่เบื้องหลังของชิปตระกูล M1 ของ Apple ตัวแรงอีกด้วย โดยวิศวกรคนดังกล่าว ได้ต่อรองกับ Samsung ขอมีอำนาจการตัดสินใจทั้งหมด ขอฟอร์มทีมเอง ใครจะเข้ามาทำงานด้วย เขาต้องเป็นคนตัดสินใจ

สำหรับสาเหตุที่ทำไมอยู่ดี ๆ Samsung ถึงตัดสินใจกลับมาเปิดแผนก CPU Custom ของตัวเองอีกครั้ง เป็นเพราะพวกเขาไม่พอใจกับประสิทธิภาพความแรงของ CPU ซีรีส์ Cortex ตัวใหม่ของ ARM ที่เพิ่งเปิดตัวไป อย่าง Cortex-X2, A710 และ A510

นอกจาก Samsung แล้ว แหล่งข่าวยังระบุอีกว่า Qualcomm ก็เป็นอีกหนึ่งเจ้าที่เตรียมจะก่อตั้งแผนก CPU Custom ของตัวเองขึ้นมาเหมือนกัน หลังเทคโอเวอร์ Nuvia บริษัทที่มีอดีตหัวกะทิจาก Apple ที่เป็นคนพัฒนาชิป M1 และตระกูล A ของ Apple เป็นผู้ก่อตั้ง

ทั้งนี้ ยังไม่มีข้อมูลหรือรายละเอียดใด ๆ เปิดเผยออกมาว่าทั้ง Samsung และ Qualcomm จะเปิดตัวแผนก CPU Custom ตัวใหม่ของตัวเองเมื่อไหร่นะครับ

 

ที่มา: GSMArena

from:https://droidsans.com/samsung-might-hire-ex-apple-amd-to-take-over-cpu-custom-project/

IBM ส่งเรือไร้คนขับ MAS ข้ามมหาสมุทรจากอังกฤษไปอเมริกา ฉลอง 400 ปีเรือ Mayflower

Mayflower เป็นชื่อของเรือที่ขนผู้อพยพชาวอังกฤษไปยังทวีปอเมริกาในปี 1620 จนสามารถตั้งเป็นอาณานิคมแห่งแรกๆ ในอเมริกา (และเป็นต้นกำเนิดของเทศกาลขอบคุณพระเจ้าในสหรัฐอเมริกา)

เวลาผ่านมา 400 ปี ในยุคของยานพาหนะไร้คนขับ IBM ร่วมกับองค์กรวิจัยทางทะเล ProMare จึงสร้างเรือ Mayflower Autonomous Ship (MAS) ขึ้นมาในปี 2020 และหลังจากทดสอบในทะเลจริงมาหลายเดือน เรือ MAS ก็พร้อมจะเดินทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก ตามเส้นทางของเรือ Matflower ต้นฉบับแล้ว แต่รอบนี้ไม่ต้องมีมนุษย์อยู่บนเรือเลย

No Description

MAS เป็นเรือขนาดความยาว 15 เมตร ความเร็วสูงสุด 10 น็อต ใช้พลังงานแสงอาทิตย์เก็บลงแบตเตอรี่เป็นหลัก (มีเครื่องยนต์ดีเซลเป็นเครื่องสำรอง) ติดตั้งเซ็นเซอร์ 30 ตัว กล้อง 6 ตัว ระบบประมวลผลบนเรือมีทั้ง IBM Power, NVIDIA Jetson Xavier, คอมพิวเตอร์อินเทล และคอมพิวเตอร์ที่ใช้ซีพียูแบบคัสตอม ฝั่งซอฟต์แวร์ใช้ระบบที่พัฒนาโดย IBM ทั้งหมด ถือเป็นยานพาหนะขับขี่อัตโนมัติระดับ 5 คือไม่ต้องใช้มนุษย์เลย

MAS เริ่มออกเดินทางจากท่าเรือ Plymouth ในอังกฤษเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน เป้าหมายคือเข้าเทียบท่าเรือ Plymouth ในรัฐแมสซาชูเซตส์ของสหรัฐอเมริกา แบบเดียวกับเรือ Mayflower เมื่อ 400 ปีก่อน โดย IBM ทำหน้าเว็บ MAS400 ให้เราสามารถติดตามเส้นทางของ MAS ได้แบบเรียลไทม์ (ตอนนี้ยังอยู่นอกชายฝั่งอังกฤษไม่ไกล เบี้ยวออกจากเส้นทางเป้าหมายเล็กน้อย) หรือติดตามได้จากทวิตเตอร์ @AI_Mayflower

ที่มา – IBM, The Register

from:https://www.blognone.com/node/123292

พาณิชย์ จับมือ 4 องค์กร ช่วยเหลือนิติบุคคลและบุคคลธรรมดาค้าขายออนไลน์ ฟรี!!!

กระทรวงพาณิชย์ โดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จับมือ 4 องค์กร…ผู้เชี่ยวชาญบนโลกดิจิทัลของประเทศ ช่วยเหลือนิติบุคคลและบุคคลธรรมดาค้าขายออนไลน์ ช่วยแล้ว..ต้องช่วยให้ถึงที่สุด งานนี้…จึงมีแต่ฟรี!!! โดเมน..ฟรี ค่าสมาชิกวิสามัญและสิทธิประโยชน์มากมาย..ฟรี พร้อมให้คำปรึกษาค้าขายออนไลน์..ฟรี รับจำนวนจำกัดเพียง 50,000 ราย สมัครกันยาวๆ ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 31 ธันวาคม 2564 ทาง www.domain.online.th สมัครเต็ม…ปิดระบบทันที

คุณทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เผยว่า ปัจจุบันระบบออนไลน์เข้ามามีบทบาทสำคัญในการสร้างบริบทการดำเนินชีวิตใหม่ของทุกสังคมทั่วโลก เนื่องจากกิจกรรมบนโลกปกติถูกปรับเปลี่ยนไปอยู่บนโลกออนไลน์มากขึ้น ทำให้หนึ่งในความจำเป็นขั้นพื้นฐานที่เพิ่มเติมขึ้นมา คือ สัญญาณอินเทอร์เน็ตที่มีความรวดเร็ว

เพื่อรองรับการใช้งานรูปแบบต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ความทรงอิทธิพลของระบบออนไลน์ส่งผลให้การค้าขายบนอินเทอร์เน็ตได้รับความนิยมและเป็นช่องทางการตลาดที่ทรงพลังสูงสุด อีกทั้ง สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้พ่อค้าแม่ค้าหันมานำสินค้าและบริการขึ้นมาขายบนโลกออนไลน์มากขึ้น ยิ่งมีผู้ขายมากขึ้นเท่าไร ความน่าเชื่อถือก็ยิ่งมีความจำเป็นมากขึ้นเท่านั้น เพราะโลกออนไลน์เป็นโลกเสมือนจริงที่การแสดงตัวตนที่ชัดเจนจะทำให้คู่ค้า ลูกค้า และผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นต่อผู้ค้ามากขึ้น

“เพื่อให้ผู้ประกอบการออนไลน์มีตัวตนที่ชัดเจน และช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กระทรวงพาณิชย์ โดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จึงร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร 4 องค์กร ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญบนโลกดิจิทัลของประเทศไทย คือ

  • มูลนิธิศูนย์สารสนเทศเครือข่ายไทย
  • สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย
  • สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย
  • สมาคมการค้าดิจิทัลไทย

จัด ‘โครงการส่งเสริมธุรกิจไทยใช้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน’ เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ระบบอี-คอมเมิร์ซมากขึ้น มีเว็บไซต์ธุรกิจเป็นของตนเองซึ่งสามารถแสดงถึงความมีตัวตนของผู้ประกอบการได้เป็นอย่างดี ตลอดจนมีผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพให้คำปรึกษาแนะนำการทำธุรกิจ โดยผู้ประกอบการทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดาที่เข้าร่วมโครงการฯ จะไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น”

อธิบดีฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า “กรมฯ และหน่วยงานพันธมิตร ได้กำหนดคุณสมบัติผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการ คือ

  1. นิติบุคคลทั่วไป
  2. บุคคลธรรมดาที่ได้รับเครื่องหมาย DBD Registered จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

โดยสิ่งที่ผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการฯ จะได้รับโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย คือ

  • จดทะเบียนชื่อโดเมนและเปิดเว็บไซต์ธุรกิจภายใต้ .co.th หรือ online.th หรือ shop.th พร้อมสร้างเว็บไซต์เริ่มต้นธุรกิจ 1 ปี
  • ค่าสมาชิกวิสามัญและได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ จาก 3 สมาคม (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย และสมาคมการค้าดิจิทัลไทย) เป็นระยะเวลา 1 ปี
  • ได้รับคำปรึกษาเกี่ยวกับการจัดทำเว็บไซต์ การทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และการใช้เครื่องมือดิจิทัลในการทำธุรกิจ รวมทั้ง อำนวยความสะดวกในการขอรับเครื่องหมาย DBD Registered ได้ทันทีสำหรับนิติบุคคลที่ยังไม่มีเครื่องหมาย

โครงการส่งเสริมธุรกิจไทยใช้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน จะเริ่มเปิดให้ผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม – 31 ธันวาคม 2564 ทางเว็บไซต์ www.domain.online.th โดยรับสมัครจำนวนจำกัดเพียง 50,000 รายเท่านั้น และเมื่อลงทะเบียนฯ ครบตามจำนวนแล้ว กรมฯ และหน่วยงานพันธมิตรจะปิดระบบทันที

 

“ขอเชิญชวนผู้ประกอบการทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดาที่ได้รับเครื่องหมาย DBD Registered จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เข้าร่วม ‘โครงการส่งเสริมธุรกิจไทยใช้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน’ สำหรับบุคคลธรรมดาที่ค้าขายผ่านระบบออนไลน์อยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้ขอรับเครื่องหมาย DBD Registered ให้ขอรับเครื่องหมายฯ ได้ทางเว็บไซต์ http://www.trustmarkthai.com หลังจากนั้น จึงจะสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการฯ ได้”

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Line : @domainthai, eMail : info@domain.online.th และส่วนส่งเสริมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กองพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โทรศัพท์หมายเลข 0 2547 5959 อีเมล : e-commerce@dbd.go.th และ www.dbd.go.th” อธิบดีฯ กล่าวทิ้งท้าย

 

 

 

 

 

from:https://www.thumbsup.in.th/ministry-of-commerce-help-sme?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=ministry-of-commerce-help-sme

YouTube download ดูออฟไลน์แบบง่าย ๆ ไม่มีเน็ตก็ดูได้ !

How To Download YouTube ดูยูทูปออฟไลน์ง่าย ๆ

Youtube Download ดูยูทูปออฟไลน์ง่าย ๆ

Youtube download ดาวน์โหลดคลิปวิดีโอหรือเพลงจากยูทูปไว้ดูโดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใครที่เปิดใช้งานสมาร์ทโฟนในโหมดเครื่องบิน หรือจะต้องเดินทางไปยังที่ต่าง ๆ ที่อาจจะไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต หรือแม้กระทั่งที่อับสัญญาณ ซึ่งอาจจะทำให้ใครหลาย ๆ คนรู้สึกเบื่อ การดาวน์โหลดคลิปจาก Youtube มาไว้ดูก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งการที่จะดูคลิปจาก Youtube แบบออฟไลนฟ์นั้นทำได้ไม่ยากเลย ทีมงาน Notebookspec จะพามาดูว่าอะไรบ้าง มาดูกันเลย


Youtube download ดาวน์โหลดวิดีโอหรือเพลงจาก ไว้ดูแบบออฟไลน์

มาเริ่มต้นที่วิธีที่ทำได้ง่าย ๆ และฟรี! ไม่เสียค่าใช้จ่ายกันก่อนเลยดีกว่า เนื่องด้วยทาง Youtube ได้มีการอัพเดตฟีเจอร์สำหรับแอพพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android ให้สามารถดาวน์โหลดคลิปวิดีโอเก็บไว้ดูภายหลังแบบออฟไลน์ได้เลยภายในแอพพลิเคชัน โดยไม่ต้องดาวน์โหลดแอพพลิเคชันอื่น ๆ เพิ่ม โดยสามารถดาวน์โหลดวิดีโอจาก YouTube ลงในโทรศัพท์โดยผ่าน Wi-Fi หรืออินเทอร์เน็ตจากเครือข่าย (ในกรณีที่สามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้ไม่จำกัดปริมาณและตั้งค่าให้สามารถดาวน์โหลดไฟล์ขนาดใหญ่ผ่านอินเทอร์เน็ตจากเครือข่ายผู้ให้บริการได้)

วิธีนี้เป็นประโยชน์อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกับใครที่อินเทอร์เน็ตไม่เสถียร ดูคลิปแล้วกระตุกหรือค้างบ่อยๆ ก็สามารถใช้วิธีโหลดคลิปมาเก็บไว้ก่อนจะได้ดูได้อย่างไม่สะดุด หรือจะค่อยมาดูย้อนหลังก็ได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสัญญาณอินเทอร์เน็ตในการดูย้อนหลังแต่อย่างใด

*** เมื่อมีข้อดีก็ต้องมีข้อจำกัด ซึ่งข้อข้อจำกัดที่สำคัญสุดของการโหลดคลิปวิดีโอ YouTube มาดูแบบออฟไลน์จากแอพพลิเคชันของ YouTube เองนั่นก็คือ วิดีโอที่ดาวน์โหลดมา จะสามารถเก็บไว้ดูได้ภายในระยะเวลา 48 ชั่วโมงเท่านั้น ยกเว้นเสียแต่ว่าจะเป็นสมาชิกของ Youtube Premium ***

สำหรับวิธีการดาวน์โหลดคลิปวิดีโอมาดูแบบออฟไลน์ผ่านแอพพลิเคชัน Youtube นั้นก็ทำได้ง่ายมาก ๆ

  • เริ่มต้นด้วยการเปิดแอพพลิเคชัน YouTube (สามารถดาวน์โหลดได้ทั้ง iOS และ Android) >> จากนั้นเลือกคลิปวิดีโอที่เราต้องการดาวน์โหลด (เนื่องจากมีบริการ Youtube Premium ส่งผลทำให้บางคลิปวิดีโอนั้นจำกัดให้โดยเฉพาะผู้ใช้ Youtube Premium เท่านั้น)
Youtube download

เมื่อได้คลิปวิดีโอที่เราต้องการดูแบบออฟไลน์แล้ว ให้เลือกที่สัญลักษณ์จุด 3 จุดเรียงกัน >> เลือก ‘Download (ดาวน์โหลด)’ >> เลือกความละเอียดของคลิปวิดีโอที่ต้องต้องการ >> กด ‘ตกลง’

Youtube download

สำหรับการเข้าดูคลิปวิดีโอที่เราได้ทำการดาวน์โหลดไว้นั้น ในแอพพลิเคชันให้ดูที่แถบเมนูหลักด้านล่าง >> เลือก ‘Library (คลังวิดีโอ)’ ที่อยู่มุมด้านล่างขวาของแอพพลิเคชัน >> เลือก ‘Donwloads (การดาวน์โหลด)’ >> เลือกวิดีโอที่เราได้ทำการดาวน์โหลด และต้องการจะดู

เพียงเท่านี้วิดีโอที่เราได้ดาวน์โหลดมาดูแบบออฟไลน์ก็จะสามารถเล่นได้โดยไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ตแล้ว แถมลื่นไม่สะดุดอีกด้วย


Youtube download ดาวน์โหลดวิดีโอหรือเพลงจาก ไว้ดูแบบออฟไลน์ แบบ Youtube Premuim

hphtt1
Cr: Youtube

ถ้าใครที่กังวลที่กังวลว่าระยะเวลาเพียง 48 ชั่วโมงสำหรับการดาวน์โหลดคลิปวิดีโอมาดูแบบออฟไลน์นั้นน้อยเกินไป ประกอบกับต้องการที่จะดาวน์โหลดคลิปมาดูแบบออฟไลน์ได้ทุกคลิป ดังนั้น การสมัคร Youtube Premium ก็เป็นทางออกที่ดี เพราะนอกจากการดูคลิปวิดิโอโดยไม่มีโฆษณาคั่น ออกจากแอพพลิเคชันหรือเปลี่ยนแอพฯ คลิปวิดีโอก็ยังคงเล่นอยู่ (โดยเฉพาะกับผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน/แท็บเล็ตระบบปฏิบัติการ iOS) ผู้ใช้ยังสามารถดาวน์โหลดคลิปวิดีโอมาเก็บไว้ดูแบบออฟไลน์ได้ยาว ๆ โดยมีเงื่อนไขว่า จะต้องมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในทุก ๆ 30 วัน เพียงเท่านี้คลิปวิดีโอที่เราได้ดาวน์โหลดไว้ก็จะยังคงอยู่แล้ว

Youtube download


สมัคร YouTube Premium ราคาถูกเพียง 39.8 บาท/คน

สำหรับ Youtube Premium นั้นเราสามารถทดลองใช้ได้ฟรี! 30 วัน จากนั้นก็จะมีแพ็กเกจรายเดือนโดยมีราคาดังนี้

Youtube download
Cr: Youtube

ข้อดีของ Youtube Premium นั้น นอกจากว่าจะได้รับประโยชน์ดังที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังสามารถใช้งาน Youtube Music คลังเพลงดี ๆ จาก Youtube ได้อีกด้วย โดยจะมีลักษณะเป็นแอพพลิเคชันที่แยกออกมาจากแอพฯ Youtube สามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android

ในส่วนของ ขั้นตอนการสมัครใช้บริการ YouTube Premium นั้นก็ง่ายมาก ๆ สามารถสมัครได้ง่าย ๆ ผ่านทาง สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์เลย สำหรับขั้นตอนการสมัคร ที่ทีมงานจะมาแนะนำในวันนี้นั้น จะเป็นการสมัคร ผ่านทาง เว็บเบราว์เซอร์ มาดูขั้นตอนกันได้เลย

YouTube Premium ราคาถูก
  • เริ่มต้นนั้นให้เราเปิดเว็บเบราว์เซอร์ขึ้นมา >> จากนั้นไปที่เว็บไซต์ YouTube Premium (แนะนำให้ Log in บัญชี Google ของเราไว้ด้วย) >> เราจะพบรายระเอียดคร่าว ๆ และข้อเสนอทดลองใช้ฟรีจาก Youtube Premium >> ให้ดูด้านล่าง จะพบข้อความ “แพ็กเกจสำหรับครอบครัวหรือนักเรียนนักศึกษา” ให้กดคลิกที่นี่ >> จะปรากฏรายละเอียดและราคาของแพ็กเกจสำหรับนักศึกษา (ดูได้หนึ่งคน) และแพ็กเกจสำหรับครอบครัว (สามารถแชร์กันได้ทั้งหมด 5 คน)
  • ให้เลือก “ลองใช้ฟรี” ตรงแพ็กเกจสำหรับครอบครัว
  • จากนั้นจะปรากฏหน้าต่างเงื่อนไข รวมไปถึงหน้าต่างสำหรับใส่ข้อมูลเพื่อยืนยันการสมัครและจ่ายเงิน >> ทำการกรอกข้อมูลทั้งหมดให้เรียบร้อย
  • จากนั้นเราก็ทำการเพิ่มสมาชิก ที่ต้องการแชร์ (แพ็กเกจนี้มีสมาชิกได้สูงสุด 6 คน)
  • เพียงเท่านี้ก็สามารรับชมคอนเทนต์ผ่านทาง YouTube ได้แบบไม่มีโฆษณารบกวนใจแล้ว

วิธีการดาวน์โหลดเพลงมาเก็บไว้ดูแบบออฟไลน์นั้นก็ทำได้ง่ายมาก ๆ ดังนี้

  • เริ่มต้นให้เราเข้าไปในแอพพลิเคชัน Youtube Music จากนั้นให้เลือกเพลงที่ต้องการหรือ Playlist ที่เราต้องการ >> เมื่อกดเข้ามายัง Playlist ที่เราต้องการแล้ว ให้กดที่เครื่องหมาย ‘Download’ >> เมื่อแอพฯ ได้ดาวน์โหลดให้เราเสร็จเรียบร้อยแล้ว เครื่องหมายดาวน์โหลด จะเปลี่ยนเป็นเครื่องหมายถูก เพื่อแสดงให้เห็นว่าเราได้ดาวน์โหลดเพลย์ลิสหรือเพลงนี้เรียบร้อยแล้ว
Youtube download
  • การเข้าไปฟังเพลง/เพลย์ลิสที่เราได้ดาวน์โหลดไว้แบบออฟไลน์นั้นก็ทำได้ง่าย ๆ เช่นกัน เพียงแค่เลือกเมนู ‘คลังเพลง’ ที่อยู่มุมขวาด้านล่างของแอพพลิเคชัน >> จากนั้นให้เลือก ‘รายการที่ดาวน์โหลด’ >> เราก็จะพบกับรายการเพลงหรือเพลย์ลิสที่เราได้ทำการดาวน์โหลดไว้เรียบร้อยแล้ว เพียงเท่านี้ก็สามารถเล่นเพลงได้แม้ไม่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
Youtube download

วิธีเก็บคลิปจาก Youtube ไว้ดูทีหลัง ทำได้ง่าย ๆ

สำหรับในเวอร์ชันเว็บไซต์สำหรับ PC/Notebook นั้น นอกจากการเป็นสมาชิก Youtube Premium แล้ว ในการเข้าใช้งาน Youtube นอกจากเราจะทำการดาวน์โหลดแอพพลิเคชัน Youtube จาก Microsoft Store (สำหรับผู้ใช้งานในระบบปฏิบัติการ Windows) แล้ว ในการเข้าเว็บไซต์ Youtube เราจำเป็นต้องมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อเรียกใช้เว็บไซต์ผ่านเบราว์เซอร์ ทีมงานจึงขอนำเสนอวิธีการเก็บคลิปวิดีโอจาก Youtube ไว้ดูในภายหลัง เพื่อการเข้าใช้งานครั้งต่อไป หรืออยากดูคลิปนั้น ๆ ย้อนหลัง หรือดูอีกครั้ง จะได้ไม่ต้องคอยเสิร์ชค้นหาคลิปอีกครั้ง

  • โดยเมื่อเข้ามาหน้าเว็บ Youtube แล้วเลือกคลิปที่ต้องการเก็บไว้ดูทีหลังได้แล้ว >> ให้เรานำลูกศรของเม้าไปไปชี้ที่คลิปที่เราสนใจ ก็จะมีจุด 3 จุด ปรากฏอยู่ที่บริเวณด้านล่างชื่อคลิป
Youtube download
  • จากนั้นให้เราทำการคลิกที่ จุด 3 จุดนั้น แล้วจะก็จะมีแถบคำสั่งปรากฏขึ้นมา เลือก “บันทึกไปยังดูภายหลัง”
Youtube download
  • หรือหากเรากำลังดูอยู่แล้วต้องไปทำอย่างอื่น หรือเกิดมีธุระด่วนขึ้นมาก็สามารถกดได้โดยการเลือกที่ “บันทึก” ตรงใต้คลิปวิดีโอ จะมีหน้าต่าง “บันทึกไปยัง…” ขึ้นมา จากนั้นให้เราเลือกกดเลือกที่ “ดูภายหลัง”
  • จะมีหน้าต่าง “บันทึกไปยัง…” ขึ้นมา จากนั้นให้เราเลือกกดเลือกที่ “ดูภายหลัง”
Youtube download
  • ส่วนวิธีการเรียกดูวิดีโอคลิปที่เราเก็บบันทึกไว้ดูภายหลังก็ทำได้ดังนี้คือ
  • เมื่อเราเปิดหน้า Youtube ของเราขึ้นมานั้น ให้เรากดเลือกที่แถบคำสั่งซึ่งเป็นรูป ขีดยาว 3 ขีด
Youtube download
  • จากนั้นให้เรากดเลือกที่ “ดูภายหลัง”
Youtube download
  • หน้าเว็บก็จะทำการโหลดไปยังรายการคลิปวิดีโอที่เราได้บันทึกไว้ดูภายหลังทั้งหมด จากนั้นเราก็สามารถเลือกดูคลิปที่เคยดูค้างไว้ได้เลย
Capture1.8
Capture1.9

วิธีการที่กล่าวมานี้คล้ายกันกับการบันทึกวิดีโอไว้เป็น Playlists เพียงเท่านี้เราก็สามารถดูวิดีโอที่เคยดูค้างไว้ หรือที่อยากเก็บไว้ดูภายหลังได้แล้ว


และทั้งหมดนี้คือวิธีการดาวน์โหลดคลิปวิดีโอจาก Youtube มาเก็บไว้ดูแบบออฟไลน์ที่สามารถทำได้ฟรี ๆ ไม่เสียค่าใช้จ่าย (แต่ก็มีบางกรณีที่อาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีกว่า) มาฝากกัน เพื่อที่จะได้เป็นประโยชน์สำหรับใครที่ต้องการดูคลิปวิดีโอจาก Youtube แบบออฟไลน์โดยไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ต


อ่านบทความเพิ่มเติม / บทความที่เกี่ยวข้อง

YouTube Premium ราคาถูก
โหลดวีดีโอจาก Facebook
เว็บตัดต่อวิดีโอออนไลน์
YouTube Download ดาวน์โหลด youtube
แอพ VPN

from:https://notebookspec.com/web/533655-youtube-download

Xiaomi, OPPO, Vivo, HUAWEI และ HONOR รวมพลัง พัฒนาระบบชาร์จไวแบบสากลที่ใช้ร่วมกันได้

ปัจจุบันเทคโนโลยีชาร์จไวในสมาร์ทโฟนได้ก้าวข้ามตัวเลข 100W ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะเมื่อไม่นาน Xiaomi ก็ออกมาเปิดตัว HyperCharge ความเร็วหลุดโลก 200W แต่ปัญหาก็คือ แต่ละค่ายต่างมีเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง ใช้ร่วมกับใครไม่ได้ แต่ล่าสุดเหมือนปัญหาเหล่านั้นจะหมดไป หลังมีข่าวว่า Xiaomi, OPPO, Vivo, HUAWEI และ HONOR ได้ผนึกรวมกำลัง พัฒนาระบบชาร์จไวที่สามารถใช้ร่วมกันได้แบบ Universal

มีเอกสารหลุดออกมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ เปิดเผยว่าตอนนี้มีค่ายผู้ผลิตมือถือจากจีนหลายเจ้าได้จับมือร่วมกันพัฒนาระบบชาร์จไวสำหรับมือถือแบบสากลที่สามารถใช้งานร่วมกันได้ โดยการจับมือร่วมกันในครั้งนี้ จะเข้ามาช่วยลดค่าใช้จ่าย จากเดิมที่ต้องลงเงินพัฒนาระบบของตัวเอง ใช้งานได้แค่บนมือถือค่ายตัวเอง ตอนนี้กลายเป็นลงขัน พัฒนาทีเดียว ใช้งานร่วมกันได้ อีกทั้งยังอาจช่วยลดขยะ e-waste ได้อีกด้วย

เอกสารภาษาจีนที่หลุดมา 

สำหรับรายชื่อแบรนด์จีนที่เข้ามาร่วมด้วยช่วยกันพัฒนาเทคโนโลยีชาร์จไวสากลนี้ ได้แก่ HONOR ที่เพิ่งแยกตัวออกมาเป็นบริษัทอิสระ, HUAWEI, OPPO, Vivo, Xiaomi รวมไปถึง Rockchip บริษัทเทคโนโลยีสัญชาติจีน และ China Academy of Information and Communications Technology

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่มีรายงานว่าเทคโนโลยีชาร์จไวสากลนี้ จะได้ฤกษ์คลอดลืมตาดูโลกเมื่อไหร่ แต่คาดว่าน่าจะต้องใช้เวลาอีกซักพักเลยล่ะครับ

 

ที่มา: gizmochina

from:https://droidsans.com/xiaomi-oppo-vivo-huawei-and-honor-develop-universal-fast-charge-technology/

Webinar : พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) กับเทคโนโลยีในการป้องกันข้อมูลส่วนตัว

Enterprise ITPro ได้ร่วมมือกับทาง Thales ผู้นำทางด้านระบบการจัดการด้าน Identity Management และ Cyber Security ได้จัดงานสัมมนาออนไลน์ โดยจะนำเสนอประเด็นที่น่าสนใจ เกี่ยวกับเรื่องราวของ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) รวมถึงเทคโนโลยีในการป้องกันข้อมูลจาก Thales โดยได้รับเกียรตจากทาง ดร.ศักดิ์ เสกขุนทด อดีตผู้อำนวยการสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (DGA) ร่วมบบรรยาย

รายละเอียดการสัมมนา
หัวข้อ : Thailand PDPA trend and How to Secure your data by Thales
วัน-เวลา : วันพฤหัสที่ 1 กรกฏาคม 2564 เวลา 09.30 -10.30 น.
ช่องทาง : สัมมนาออนไลน์ (Zoom) จำนวนสูงสุด 100 ท่าน
ภาษา : การบรรยายเป็นภาษาไทย

กำหนดการ

09.30 น. กล่าวต้อนรับโดย Enterprise ITPro

09.35 น. แนวโน้มของ PDPA ในประเทศไทย และความพร้อมขององค์กรในไทย
บรรยายโดย ดร.ศักดิ์ เสกขุนทด อดีตผู้อำนวยการสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (DGA)

09.50 น. เรียนรู้เรื่องราวที่จำเป็นของ PDA
– วิธีการ 4 ขั้นเพื่อสร้างแพลตฟอร์มด้าน Data Secrutiy
– เทคโนโลยีล้ำสมัยจาก Thales
บรรยายโดย คุณชัชวาล จิตติกุลดิลก ผู้บริหารระดับสูงจาก Thales

10.30 น. Q&A | สรุปงาน | และจับรางวัลผู้โชคดี

ลงทะเบียนเข้าร่วม Webinar ได้ฟรี
ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม Webinar ในหัวข้อนี้ได้ฟรี!! ที่
https://bit.ly/3q8VEIw

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-001-9973 หรืออีเมล์ที่ event2@etpnews.com

from:https://www.enterpriseitpro.net/identity-management-thales-webinar/

ข้อมูลในสิทธิบัตรชี้ AMD กำลังทำซีพียู x86 แบบ big.LITTLE ด้วย

สถาปัตยกรรมซีพียูแบบคอร์เล็ก+ใหญ่ผสมกัน หรือ big.LITTLE ที่เราเห็นจากซีพียูฝั่ง Arm กลายเป็นมาตรฐานในโลกอุปกรณ์พกพา ด้วยเหตุผลว่าประหยัดพลังงานกว่า แยกโหลดงานตามขนาดคอร์ได้

เทรนด์นี้กำลังเริ่มลามมายังซีพียูตระกูล x86 แล้ว ฝั่งอินเทลมีซีพียู Lakefield เปิดตัวในปี 2020 ข้างในเป็น Core 1 คอร์ + Atom 4 คอร์ และซีพียูสายหลักรุ่นหน้า Gen 12 ที่จะออกปลายปีนี้ Alder Lake ก็ใช้แนวทางเดียวกัน (8+8 คอร์)

ล่าสุดมีคนไปเจอสิทธิบัตรของฝั่ง AMD ว่ากำลังทำซีพียู big.LITTLE อยู่เช่นกัน สิทธิบัตรฉบับนี้ชื่อว่า Method of Task Transition Between Heterogenous Processors เน้นไปที่กระบวนการย้ายโหลดงานจากซีพียูที่ต่างขนาดกัน ข้อมูลในสิทธิบัตรยังไม่ลงรายละเอียดของฮาร์ดแวร์มากนัก (ใช้คำแค่ว่า Big processor กับ Little processor) แต่อย่างน้อยก็เป็นหลักฐานบ่งชี้ว่า AMD กำลังพัฒนาซีพียูแนวทางนี้อยู่จริง

No Description

ที่มา – ExtremeTech

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/123291

สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เสนอมาตรการ 9 ข้อช่วย SME ไทยก่อนล้มละลาย

สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย

สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เสนอมาตรการ “วัคซีนเศรษฐกิจ” ทั้งหมด 9 ข้อต่อรัฐบาล เพื่อช่วยเหลือ SME ขนาดเล็ก (mSMEs) ให้รอดพ้นจากการล้มละลาย

นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ระบุว่าแม้ภาครัฐมีมาตรการออกมาเพื่อช่วยเหลือ SME แต่การเข้าถึงความช่วยเหลือยังไม่สามารถทำให้ SME เข้าถึงได้โดยง่าย SME จำนวนมากยังไม่ได้รับการช่วยเหลือจากมาตรการภาครัฐ อาทิ มาตรการ Soft loan 1 ที่มี SME เข้าถึงเพียง 77,787 ราย วงเงิน 138,200 ล้านบาท อีกทั้ง SME ส่วนใหญ่ที่เดือดร้อนอยู่ในกลุ่มรายย่อย และรายย่อมจำนวนมาก แต่การปล่อย Soft loan 1 กลับมี SME ที่ได้รับวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 20 ล้านบาท เพียง 25% ของวงเงินที่ปล่อยทั้งหมด 138,200 ล้านบาท ที่เหลือ 75% เป็นกลุ่มผู้ประกอบการที่มีขนาดใหญ่

สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ผลักดันให้ Soft loan 2 วงเงิน 250,000 ล้านบาท ต้องการให้ปรับปรุง 4 เรื่อง คือ นิยามของ SME ให้แต่ละธนาคารยึดตามคำจัดความของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม, แบ่งวงเงินให้ผู้ประกอบการแต่ละกลุ่มอย่างชัดเจน, กำหนดจำนวนปล่อยกู้ใน SME แต่ละกลุ่ม, ผ่อนปรนเกณฑ์การพิจารณา

นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์ SME ไทย

ส่วนข้อเสนอ “วัคซีนเศรษฐกิจ 9 เข็ม” แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

3 มาตรการเร่งด่วนระยะแรก หยุดการล้มละลาย

  1. พักต้น-พักดอก-เติมทุน ไปต่อ โดยไม่คิดดอกเบี้ยตลอดระยะเวลาการพักต้น และยืดระยะเวลาการชำระออกไป รวมทั้งไม่ติดเครดิตบูโร เพื่อลดผลกระทบในระยะยาว NPLs บรรเทาภาระหนี้ และสร้างสภาพคล่องชั่วคราวให้กับ mSMEs ที่ไม่ได้รับ Soft Loan ล็อต 1 และ 2 และได้รับผลกระทบจากมาตรการภาครัฐ อาทิ กลุ่มร้านอาหาร ภัตตาคาร สปา ธุรกิจบริการ ท่องเที่ยว อาชีพอิสระต่างๆ เป็นต้น จะทำให้ mSMEs ทั้งนิติบุคคล และบุคคลธรรมดาสามารถประคองธุรกิจในระยะสั้น 3-6-12 เดือน โดยมาตรการนี้ให้ความช่วยเหลือทั้ง mSMEs และลูกจ้างของกลุ่มธุรกิจดังกล่าว ที่มีสินเชื่อเชิงพาณิชย์ และสินเชื่อส่วนบุคคลอยู่กับแต่ละสถาบันการเงิน
  2. สินเชื่อ Factoring ใบสั่งซื้อ-ใบกำกับภาษี การใช้ใบสั่งซื้อมาขอสินเชื่อ 30-50% ของวงเงินใบสั่งซื้อที่มีจากลูกค้าของ mSMEs เพื่อนำเงินไปใช้ซื้อวัตถุดิบ และจ้างงานช่วยเพิ่มสภาพคล่องตั้งแต่ใบสั่งซื้อ และเมื่อ mSMEs ผลิตหรือให้บริการส่งมอบเรียบร้อย สามารถนำใบสกำกับภาษีมาขอสินเชื่อ Factoring ส่วนที่เหลือ โดยธนาคารจะได้รับค่าดำเนินการและดอกเบี้ย ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย จัดระบบ AI ป้องกัน Double Factoring และจัด Credit Scoring ทั้ง mSMEs และคู่ค้าของ mSMEs ที่เป็น บมจ. บจก. หจก. ห้างสรรพสินค้า และภาครัฐ เป็นต้น เพื่อให้การปล่อยสินเชื่อเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ไม่เกิน 1-3 วัน เป็นมาตรการเพื่อให้ mSMEs ที่เข้าไม่ถึงแหล่งทุนต่างๆ ใช้ช่องทางนี้ในการดำเนินธุรกิจต่อเนื่อง และรักษาการจ้างงาน
  3. กองทุนประกันสังคม 30,000 ล้านบาท ที่มีออกมาแต่ผู้ประกอบการเข้าถึงยากมาก เนื่องจากสำนักงานประกันสังคมมีหน้าที่ออกใบรับรองผู้ประกอบการว่าอยู่ในระบบเท่านั้น และผู้ประกอบการต้องนำใบรับรองไปยื่นขอกู้กับธนาคารตามระบบปกติ ซึ่งธนาคารที่ใช้ คือ UOB EXIM BANK และธนาคารกรุงเทพ ซึ่งหากปรับเปลี่ยนเป็นให้วงเงินผู้ประกอบการที่มีประวัติการส่งเงินสมทบตรง มีการจ้างงานจำนวนหนึ่งจะช่วยรักษาการจ้างงาน และผยุงกิจการให้สามารถมีสภาพคล่องต่อไปได้ โดยมีการเพิ่มธนาคารรัฐเข้ามาเพื่อให้การปล่อยสินเชื่อกองทุนนี้รวดเร็วยิ่งขึ้น อีกทั้งควรปล่อยสินเชื่อให้กลุ่มผู้ตกงานแต่ต้องการทุนไปประกอบการกิจการแทนที่จะต้องชดเชยการว่างงาน แต่เป็นการแสวงหาอาชีพใหม่ให้กับผู้ตกงาน เป็นต้น

3 มาตรการสำหรับฟื้นฟู

  1. ร่าง พรบ.กองทุนพัฒนาวิสาหกิจ  ที่นำกองทุนพัฒนา SME ตามแนวประชารัฐออกมาจากระบบ เนื่องจากที่ผ่านมา mSMEs จำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนในระบบได้ ทำให้เกิดหนี้นอกระบบเติบโตขึ้นอย่างมากมาย การที่มีกองทุนฯ นี้เป็นการเปิดโอกาสให้ mSMEs สามารถสร้างแต้มต่อให้ mSMEs มีต้นทางการเงินที่ต่ำ แข่งขันได้มากขึ้น และมีระบบบ่มเพาะสร้างการเติบโตในอนาคต รวมทั้งทำให้ mSMEs เข้าสู่ระบบฐานภาษีเพิ่มขึ้น ซึ่งกองทุนฯนี้จะเป็นเรือธงทำให้เกิดการบริหารสินเชื่อในกองทุนได้คล่องตัว และมีเกณฑ์ที่ผ่อนปรนไม่ใช้เกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยสมาพันธ์ได้ผลักดันกองทุนนี้ให้เป็นรูปธรรม และขอให้ปรับปรุงแก้ไขหลายประเด็น คือ คณะกรรมการบริหารที่ต้องให้สัดส่วนของภาคเอกชน เครือข่ายองค์กรภาคประชาชน สื่อมวลชนที่สามารถมีส่วนร่วมได้ในทุกระดับ โดยให้มืออาชีพเข้ามาบริหารกองทุน ไม่ใช่ข้าราชการ และควรนำกองทุนไปสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี รวมทั้งต้องจัดระบบผู้เชี่ยวชาญ ที่ปรึกษาธุรกิจ mSMEs เพื่อเป็นพี่เลี้ยงและให้คำแนะนำในการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ มีวินัยทางการเงิน บัญชี และเพิ่มขีดความสามารถอย่างต่อเนื่อง
  2. กองทุนฟื้นฟู NPLs เพื่อการพัฒนา mSMEs ไทย จากปัญหา mSMEs จำนวนมากที่ติดกับดักทางการเงิน เป็น NPLs ปัจจุบันกว่า 241,734 ล้านบาท หรือ 7% ของวงเงินสินเชือ mSMEs ทั้งระบบ 3,292,457 ล้านบาท (ไตรมาส 1 ปี 2564 ธปท.) ซึ่งหากประเมินสถานการณ์กลุ่มเชื่อชั้นกล่าวถึงพิเศษ (ไฟเหลือง) จะพบว่ามีถึง 432,563 ล้านบาท หรือ 13% ของวงเงินสินเชื่อ mSMEs ทั้งระบบ โดยเพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนเกิด COVID-19 ถึง 258,519 ล้านบาท (ไตรมาส 4 ปี 2562 ธปท.) กองทุนฯนี้จะช่วยให้ mSMEs ที่เป็น NPLs จากผลกระทบ COVID-19 และก่อนหน้านี้ ได้รับบการดูแล แก้ไข ปรับปรุงหนี้อย่างเป็นระบบ และสามารถถอดบทเรียน บ่มเพาะให้ mSMEs เหล่านี้กลับสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างมีคุณภาพ และอยู่ในระบบฐานภาษีของรัฐ
  3. กองทุนนวัตกรรมเพื่อ mSMEs ไทย จากข้อมูล สสว. พบว่า GDP SME ประมาณ 34% ของ GDP ประเทศ และ mSMEs มีสัดส่วนการส่งออกจากมูลค่ารวมทั้งหมดเพียง 5% ขณะที่การนำเข้าของ mSMEs 16% และการนำเข้า-ส่งออก mSMEs ขาดดุลการค้า แต่ภาพรวมของประเทศ เมื่อรวมกิจการขนาดใหญ่จะพบว่าไทยเกินดุลการค้า อีกทั้งการส่งเสริมให้ทุนผู้ประกอบการ mSMEs ยังขาดการเชื่อมโยงอย่างเป็นระบบ ซึ่งต้องสร้าง Innovation Eco-System ให้เกิดการขับเคลื่อน mSMEs ที่ใช้การสร้างนวัตกรรมในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและการบริการรวมทั้งรูปแบบธุรกิจใหม่ๆที่ตอบโจทย์และแตกต่าง จึงจำเป็นต้องมีกองทุนฯนี้ เป็นการบ่มเพาะและเร่งสร้าง mSMEs ไทยให้มีขีดความสามารถในการแข่งขัน ยกระดับคุณภาพ มาตรฐาน และนวัตกรรม เทคโนโลยี การตลาดอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้ประกอบการ และแรงงานที่มีทักษะขั้นสูงสามารถพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง และมีกลไกการส่งเสริมสนับสนุนการลงทุนเพิ่มศักยภาพการส่งออก และลดการนำเข้าของ mSMEs

3 มาตรการเพื่อความเข้มแข็งและยั่งยืน

  1. มาตรการสร้างงาน สร้างเศรษฐกิจชาติ (Thailand e-Job Platform) สถานการณ์การว่างงานของแรงงานไทยช่วงการแพร่ระบาด COVID-19 มีผู้ว่างงานกว่า 2 ล้านคน และมีบัณฑิต นักเรียนระดับอาชีวศึกษา (ปวช-ปวส) จบแต่ละปีกว่า 800,000 ราย ทำให้ความสำคัญของการจับคู่งานกับนายจ้าง ผู้ประกอบการ mSMEs และกิจการขนาดใหญ่ เป็นสิ่งที่สร้างโอกาสให้ทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งงาน Part time – Full time โดยรวบรวม platform จัดหางานของภาคเอกชนเข้ามาร่วมด้วย และให้กระทรวงแรงงานและสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) เป็นผู้รับผิดชอบ โดยมีกลไกการพัฒนาฝีมือแรงงาน ทักษะ และเพิ่มขีดความสามารถให้กับ mSMEs เพื่อให้การพัฒนาควบคู่กันไปทั้งผู้ประกอบการ และแรงงาน
  2. mSMEs ชุมชนสร้างสรรค์ (จ้างงงานผู้ว่างงานพัฒนา mSMEs ท้องถิ่น) จ้างงานบัณฑิต ผู้ว่างงานฝีมือ 5 ด้าน นักบริหาร นวัตกร นักการตลาด—ขาย นักบัญชี การเงิน นักดิจิทัลเทคโนโลยี เพื่อพัฒนา OTOP วิสาหกิจชุมชน และ mSMEs ในท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ เพิ่มมูลค่า ลดต้นทุน ฝึกอบรม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และที่ปรึกษา โดยใช้กลไกองค์กรปกครองส่วท้องถิ่น 7,901 แห่ง ร่วมกับมหาวิทยาลัย และส่วนภูมิภาคของกระทรวง กรมที่เกี่ยวข้องทางเศรษฐกิจและแรงงานในท้องถิ่น จะเกิดการจ้างงานกว่า 39,505 ตำแหน่ง
  3. เฟรนไชส์ไทย สร้างอาชีพ สร้างเศรษฐกิจไทย ให้โอกาสผู้ว่างงาน บัณฑิตตกงาน ผู้ประกอบการ mSMEs ที่ต้องการปรับเปลี่ยนธุรกิจ มาเชื่อมโยงกับเฟรนไชส์ไทย เพื่อส่งเสริมให้เกิดการสร้างธุรกิจใหม่ในกลุ่มเฟรนไชส์ โดยภาครัฐเข้ามาส่งเสริมสนับสนุน “จับคู่ธุรกิจเฟรนไชส์”

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เสนอมาตรการ 9 ข้อช่วย SME ไทยก่อนล้มละลาย first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/thai-sme-9-economic-vaccines/

แพทย์อินโดฯ กว่า 350 คนติดโควิด-19 แม้ว่าจะฉีดวัคซีน Sinovac แล้ว

แพทย์ในอินโดนีเซียกว่า 350 คนติดเชื้อโควิด-19 แม้ว่าจะได้รับการฉีดวัคซีนจาก Sinovac แล้วก็ตาม มีคนนับสิบต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล สถานการณ์เช่นนี้ทำให้คนกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีนในการรับมือกับไวรัสสายพันธุ์ที่รุนแรงกว่านี้

Indonesia Covid

Badai Ismoyo หัวหน้าสำนักงานสาธารณสุขที่ Kudus ในจังหวัดชวากลางระบุว่า แพทย์ราว 300 กว่าคนนี้ติดเชื้อโควิด-19 ส่วนใหญ่มักไม่มีอาการและกักตัวอยู่ลำพังในบ้านของตนเอง แต่ก็มีอยู่นับสิบรายที่มีไข้สูง มีความหนาแน่นอ็อกซิเจนต่ำ ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ซึ่งที่ Kudus ตอนนี้กำลังรับมือกับโรคระบาดอย่างหนัก จนทำให้เตียงในโรงพยาบาลถูกใช้งานมากถึง 90% ทั้งนี้ คาดว่าน่าจะเป็นไวรัสสายพันธุ์เดลตาซึ่งเป็นสายพันธุ์เดียวกับที่พบในอินเดีย

อย่างไรก็ดี กลุ่มแรกๆ ที่ได้รับวัคซีนต้านโควิด-19 ของอินโดนีเซียก็คือกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ที่เริ่มฉีดตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งบุคลากรเกือบทั้งหมดก็รับวัคซีนที่พัฒนาโดยบริษัท Sinovac ในขณะที่เจ้าหน้าที่ที่ทำงานด้านสาธารณสุขของอินโดฯ นี้ ก็มีการเสียชีวิตจากโควิดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ลดลงจากที่เสียชีวิตในเดือนมกราคมถึง 13 พฤษภาคมนี้อยู่ที่ 158 คน

เรื่องการติดเชื้อโควิดในอินโดนีเซียนี้ Dicky Budiman นักระบาดวิทยาจากมหาวิทยาลัย Griffith แห่งออสเตรเลียระบุว่า มีข้อมูลแสดงให้เห็นว่า พวกเขาติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลตา ซึ่งก็ไม่น่าแปลใจมากเพราะมีการติดเชื้อสูงขึ้นกว่าก่อนหน้านี้ ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์ส่วนใหญ่ก็ได้รับวัคซีน Sinovac แทบทั้งนั้น สถานการณ์โควิดระบาดในอินโดนีเซียถือว่าเป็นอีกหนึ่งประเทศในเอเชียที่ค่อนข้างย่ำแย่ มีคนติดเชื้อไปแล้วรวมกว่า 1.9 ล้านคนและเสียชีวิตราว 5.3 หมื่นคน เฉพาะที่ทำงานหน้าที่แพทย์และพยาบาลก็เสียชีวิตไปแล้วราว 946 คน

Sinovac Biotech วัคซีน จีน
(Photo by Andressa Anholete/Getty Images)

ทั้งนี้ Lenny Ekawati จาก laporCOVID-19 ที่คอยเก็บข้อมูลเกี่ยวกับโควิด-19 ในอินโดนีเซีย พูดถึงประเด็นโรคระบาดที่ผู้คนรับมือกันจนเหนื่อยล้าว่าเริ่มปล่อยให้อิสระมากขึ้น สถานการณ์เป็นเช่นนี้เพราะผู้คนจำนวนมากคิดว่าฉีดวัคซีนแล้วก็ปลอดภัย แต่ดันกลายเป็นว่ามีการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในอินโดนีเซียก็มีแพทย์อย่างน้อย 5 คน พยาบาล 1 คนที่เสียชีวิตหลังจากฉีดวัคซีนแล้ว

ที่มา – Nikkei Asia

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post แพทย์อินโดฯ กว่า 350 คนติดโควิด-19 แม้ว่าจะฉีดวัคซีน Sinovac แล้ว first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/indonesian-doctors-contracted-covid-19-even-if-vaccinated-sinovac/

for feed news app

%d bloggers like this: